ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ "คิม กอน ฮี" อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

13 ส.ค. 2568 15:43 น.

ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

คิม กอน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ จะใช้เวลาในเรือนจำวันแรกในวันนี้ ในห้องขังเดี่ยวที่คล้ายกับห้องขังอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ผู้เป็นสามี และสิทธิพิเศษบางอย่างที่มากกว่าผู้ต้องขังทั่วไป

คิม กอน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ จะใช้เวลาในเรือนจำวันแรกในวันนี้ (13 ส.ค.) ในห้องขังที่คล้ายกับห้องขังที่สามีและอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ถูกคุมขัง ขณะที่อัยการกำลังดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดีและภริยา ในการขยายการสืบสวนคดีอาญา

คิมถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักขังโซลนัมบู ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล ซึ่งเป็นเรือนจำที่ค่อนข้างใหม่ ที่เปิดเมื่อปี 2011 และเป็นหนึ่งในเรือนจำไม่กี่แห่งที่บริหารโดยผู้คุมหญิง

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เธอจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ แต่จะได้รับการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็กน้อย เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง 

คิมถูกจำคุกหลังจากศาลอนุมัติหมายจับเมื่อค่ำวันอังคาร โดยให้เหตุผลว่าเธออาจทำลายหลักฐาน ท่ามกลางการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการติดสินบน การฉ้อโกงหุ้น และการใช้อิทธิพลในทางมิชอบ ทนายความของคิมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับของขวัญบางชิ้นที่เธอถูกกล่าวหาว่าได้รับเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ โดยมองว่าเป็นข่าวลือที่ไร้หลักฐาน คิมขอโทษที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล และเรียกตัวเองว่า “คนไร้ตัวตน” ขณะให้การสอบสวนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์กับสื่อ กล่าวว่า ห้องขังเดี่ยวของเธอมีโต๊ะเล็กๆ ที่สามารถใช้เป็นโต๊ะทำงานและรับประทานอาหารได้ และมีที่นอนปูพื้นให้นอน

คิมจะได้รับอนุญาตให้เข้าใช้ห้องอาบน้ำส่วนกลาง ด้วยทางเดินแยกต่างหาก และออกกำลังกายกลางแจ้งได้วันละหนึ่งชั่วโมง ยกเว้นวันอาทิตย์ โดยจะสลับเวลากันเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ

การจำคุกจะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคิม ต่างจากสามีของเธอที่เคยติดคุกมาแล้วประมาณ 100 วันนายยุนกำลังถูกพิจารณาคดีในข้อหาพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลว ในข้อหาก่อกบฏ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ เขาถูกคุมขังอยู่ที่ศูนย์กักกันโซล ซึ่งแม้จะมีชื่อเรียกเช่นนี้ แต่กลับตั้งอยู่นอกเมืองหลวงทางตอนใต้

อดีตประธานาธิบดียุนและภริยาเคยอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ในย่านหรูหราของกรุงโซล ก่อนที่ยุนจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2022 คิมเป็นนักธุรกิจหญิงผู้มั่งคั่ง และทรัพย์สินส่วนใหญ่ของทั้งคู่ รวมถึงอพาร์ตเมนต์ เป็นของเธอ ตามข้อมูลจากฐานข้อมูลของรัฐบาล

ขณะนี้ คิมจะได้รับอาหารเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไป ซึ่งโดยปกติจะเป็นอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมที่ปรุงในราคาประมาณ 1,500 วอนต่อมื้อ โดยในวันพุธ เมนูอาหารเช้าคือขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รี ไส้กรอก และสลัด

คิมไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันอังคาร และสุขภาพไม่ค่อยดี ทนายความคนหนึ่งของเธอบอกกับรอยเตอร์ ทนายความกล่าวว่ายังไม่แน่ชัดว่าเธอจะไปสอบปากคำกับอัยการในวันพฤหัสบดีหรือไม่

คิม ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ ผู้ก่อตั้งและบริหารเอเจนซี่จัดนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จ เคยพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวมากมายทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งสามีในปี 2022 รสนิยมด้านแฟชั่นและการล็อบบี้นโยบายต่างๆ ของเธอ เช่น การส่งเสริมการห้ามกินเนื้อสุนัข ทำให้เธอกลายเป็นประเด็นถกเถียงในเกาหลีใต้ ขณะที่ที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมักจะไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ฮัน ดงซู อดีตผู้พิพากษาและอัยการที่เคยทำงานกับยุน กล่าวว่าคิม มี “ความคิดเชิงกลยุทธ์ทางการเมือง” และเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของสามีของเธอ

ฮันกล่าวว่าหลังจากที่เธอแต่งงานกับยุนเมื่ออายุ 52 ปี คิมกลายเป็นผู้มีอิทธิพลหลักในความคิดและการตัดสินใจของเขาแทบทั้งหมด คิมอายุ 39 ปีในตอนที่ทั้งคู่แต่งงานกัน ฮันกล่าวว่า “คิม กอนฮี เลือกเขา” “และเธอก็มอบกลยุทธ์และพลังให้เขาเป็นประธานาธิบดี”.

ที่มา  Reuters

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

13 ส.ค. 2568 14:44 น.

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

ไฟป่าหลายจุดกำลังลุกลามในหลายประเทศยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะกรีซและสเปน ต้องอพยพประชาชนหลายพันคน ขณะที่นักวิทย์เตือนภาวะโลกร้อนทำให้คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงวิกฤตไฟป่ายุโรปตอนใต้

สถานการณ์ไฟป่าที่กรีซ นักดับเพลิงยังคงเร่งควบคุมไฟป่าบริเวณชานเมืองปาตราส เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ หลังเพลิงเผาทำลายบ้านเรือนและธุรกิจในพื้นที่ตะวันตกของประเทศหลายแห่ง รวมถึงเกาะซาคินทอสและเกาะเคฟาโลเนียที่ต้องเตรียมพร้อมอพยพนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีไฟป้ารุนแรงในเกาะคีออสและพื้นที่แผ่นดินใหญ่ทางตะวันตก โดยหน่วยป้องกันพลเรือนออกประกาศเตือนทางโทรศัพท์มือถือมากกว่า 20 ครั้งพร้อมคำสั่งอพยพและคำแนะนำด้านความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ในสเปน ไฟป่ากำลังเผาผลาญพื้นที่หลายภูมิภาคทั่วคาบสมุทรไอบีเรีย ท่ามกลางคลื่นความร้อนในบางพื้นที่ ที่อุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะที่นักดับเพลิงสามารถควบคุมไฟนอกกรุงมาดริดที่ปะทุขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ได้เป็นส่วนใหญ่  ล่าสุดมีรายงานว่าเหตุเพลิงครั้งนี้คร่าชีวิตชาย 1 คน และเผาทำลายพื้นที่กว่า 6,250 ไร่ ส่วนไฟป่าในแคว้นคาสตีลและเลออน อันดาลูเซีย และกาลิเซีย ยังคงคำสั่งให้อพยพประชาชน

ส่วนในโปรตุเกส เจ้าหน้าที่กว่า 700 นายกำลังต่อสู้กับไฟป่าในเมืองทรันโกโซ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดวิกฤตในยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ โดยอุณหภูมิบางพื้นที่พุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ไฟป่าในยุโรปเกิดบ่อยและยากต่อการควบคุม สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟป่า

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม "ไร้หัวใจ" จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

13 ส.ค. 2568 14:22 น.

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

สส. หญิงนิวซีแลนด์ ถูกขับออกจากรัฐสภา เพราะกล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” ในการรับรองข้อเสนอของเธอในการคว่ำบาตรสงครามในฉนวนกาซา และปฏิเสธที่จะขอโทษสำหรับคำพูดดังกล่าว

โคลอี สวาร์บริค หัวหน้าร่วมของพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ถูกสั่งพักงานเป็นเวลา 3 วัน ตลอดสัปดาห์ที่เหลือ ซึ่งถือว่ายาวนานตามมาตรฐานของรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังจากที่เธอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภา 6 คน “ที่ยังมีหัวใจ” รับรองข้อเสนอของเธอในการคว่ำบาตรสงครามในฉนวนกาซา

เมื่อเร็วๆ นี้ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ได้ร่วมกันเปิดเผยแผนการที่จะให้การรับรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ โดยรัฐสภานิวซีแลนด์ได้เรียกประชุมสภาอย่างเร่งด่วนในบ่ายวันอังคาร (12 ส.ค.) เกี่ยวกับเรื่องนี้

ในระหว่างการอภิปราย สวาร์บริกเรียกร้องให้รัฐบาลหยิบยกร่างกฎหมายของพรรคกรีนที่เสนอให้ “ลงโทษอิสราเอลสำหรับอาชญากรรมสงคราม” ขึ้นมาพิจารณา โดยร่างกฎหมายที่เสนอเมื่อเดือนมีนาคมได้รับการสนับสนุนจากพรรคแรงงาน และพรรค Te Pāti Māori และต้องมีสมาชิกรัฐสภาอีก 6 คนเพื่อสนับสนุนให้ผ่านความเห็นชอบ

สวาร์บริคกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า “ดิฉันขอย้ำข้อเรียกร้องของดิฉันให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายคว่ำบาตรการยึดครองปาเลสไตน์อย่างผิดกฎหมายของเรากลับมาใช้ และคว่ำบาตรอิสราเอลสำหรับอาชญากรรมสงคราม หากเราพบ สส. 6 คนจาก 68 คนของรัฐบาลที่ยังมีหัวใจ เราก็สามารถยืนอยู่ฝั่งที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ได้” 

เจอร์รี บราวน์ลี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “การกล่าวเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ถอนคำพูดและขอโทษ” แต่สวาร์บริกกล่าวปฏิเสธ นายบราวน์ลีจึงสั่งให้เธอออกจากสภาไปตลอดสัปดาห์ที่เหลือ ขณะที่ สส. พรรคกรีนคนอื่นๆ ก็ออกไปพร้อมกับเธอด้วย

นอกสภา ผู้สื่อข่าวถามสวาร์บริกว่าเธอคิดอย่างไรกับการขับเธอออกจาสภา เธอตอบว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำลังเกิดขึ้น และรัฐบาลของเราก็นิ่งเฉย” เมื่อถูกถามว่าเธอควรถูกปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่ เธอตอบว่า “ไม่… ในแง่ของการถกเถียงที่เข้มข้นในเรื่องนี้ ฉันคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับอาชญากรรมสงครามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้”


ที่มา 1News 

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

13 ส.ค. 2568 11:39 น.

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (Techo International Airport) สนามบินแห่งใหม่ของกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายนนี้

นายเมา ฮาวันนัล รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนของกัมพูชา กล่าวว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะทำการทดสอบเที่ยวบินสุดท้ายด้วยเครื่องบิน แอร์บัส 320 ในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม ก่อนที่จะออกเอกสารอย่างเป็นทางการเรื่องการเปิดให้บริการในวันที่ 9 กันยายน เวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต โดยสนามบินแห่งนี้ถูกจัดอยู่ในระดับ 4F ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในโลก สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง แอร์บัส A380 ได้ และในระยะแรกจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 13 ล้านคนต่อปี

โครงการก่อสร้างสนามบินแห่งนี้เริ่มต้นในปี 2020 โดยมีบริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น (China State Construction Engineering Corporation) หรือ CSCEC ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างของรัฐบาลจีน เป็นผู้รับเหมา และใช้เงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) บนพื้นที่ 16,250 ไร่ ในจังหวัดกันดาลและตาแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 20 กิโลเมตร

นายธูร์น สินาน ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคแปซิฟิกแห่งกัมพูชา (PATA Cambodia) แสดงความเห็นว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของกัมพูชาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังดึงดูดสายการบินและนักเดินทางจากทั่วโลกมากขึ้นด้วย.

ที่มา Xinhua

“คิม จองอึน” หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

"คิม จองอึน" หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

13 ส.ค. 2568 11:17 น.

“คิม จองอึน” หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

“คิม จองอึน” ประกาศหนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์-ปูติน” ที่จะมีขึ้นในรัฐอะแลสกา ในวันศุกร์นี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือ ว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อรัสเซีย ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เมื่อวันอังคาร (12 ส.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สื่อเกาหลีเหนือรายงานข่าวการโทรพูดคุยระหว่างผู้นำกับผู้นำต่างชาติ

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือย้ำจุดยืนการซื่อสัตย์ต่อสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับรัสเซีย พร้อมสนับสนุนทุกมาตรการของรัสเซีย ด้านประธานาธิบดีปูตินชื่นชมทหารเกาหลีเหนือที่ร่วมปลดปล่อยเมืองคูร์สก์ ก่อนพบผู้นำสหรัฐฯ 15 ส.ค.นี้

ด้านปูติน ได้กล่าวชื่นชมความกล้าหาญ วีรกรรม และจิตวิญญาณเสียสละ  ของทหารกองทัพเกาหลีเหนือที่มีส่วนร่วมในการปลดปล่อยเมืองคูร์สก์ ซึ่งถือเป็นดินแดนของรัสเซีย

ทั้งนี้ การสนทนาระหส่างผู้นำเกาหลีเหนือกับรัสเซีย มีขึ้นก่อนการประชุมซัมมิตระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับปูติน ที่จะจัดขึ้นในรัฐอะแลาสกา วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน.

โด ควอน “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

โด ควอน "ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต" 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

13 ส.ค. 2568 10:50 น.

โด ควอน “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

โด ควอน นักธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีชาวเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเหรียญ TerraUSD และ Luna ได้ให้การรับสารภาพ ต่อข้อหาฉ้อโกงในสหรัฐฯ จากกรณีการล่มสลายของอาณาจักรคริปโตฯ ซึ่งสร้างความเสียหาย 1.48 ล้านล้านบาท

นายโด ควอน หรือที่รู้จักในฐานะ “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” อดีตผู้บริหารเทคโนโลยีชาวเกาหลีใต้ ได้สารภาพผิดใน 2 ข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตการณ์คริปโตเคอร์เรนซีที่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท)

โด ควอน อดีตซีอีโอของบริษัท Terraform Labs ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ TerraUSD และ Luna ที่ประสบความล่มสลายในปี 2022 จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดคริปโตฯ ถูกทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการทุจริตหลักทรัพย์คริปโตฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเขาถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับกลไกของเหรียญ TerraUSD ซึ่งควรจะมีมูลค่าคงที่อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กลไกภายนอกเข้าช่วย

อัยการระบุว่า โด ควอน ได้หลอกลวงนักลงทุนในปี 2021 เกี่ยวกับสถานะของเหรียญ TerraUSD ซึ่งเป็น “สเตเบิลคอยน์” (Stablecoin) หรือเหรียญดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐเสมอ โดยเมื่อเหรียญดังกล่าวมีมูลค่าตกลงต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ โด ควอน กลับอ้างว่ากลไกอัลกอริทึมอัตโนมัติที่ชื่อว่า “Terra Protocol” ได้ช่วยกอบกู้มูลค่ากลับคืนมาได้สำเร็จ

แต่ในความเป็นจริง เขาได้แอบจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายความถี่สูง (High Frequency Trading – HFT) ให้เข้ามากว้านซื้อเหรียญ TerraUSD จำนวนมหาศาลอย่างลับ ๆ เพื่อพยุงราคาเอาไว้ไม่ให้ตกต่ำลง

คำโกหกดังกล่าวทำให้นักลงทุนรายย่อยและสถาบันหลงเชื่อและแห่เข้ามาลงทุนในผลิตภัณฑ์ของ Terraform ผลักดันให้มูลค่าของ Luna ซึ่งเป็นเหรียญอีกตัวที่เชื่อมโยงกัน พุ่งทะยานสู่ระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะพังทลายลงในที่สุด

ในการให้การรับสารภาพที่ศาลนิวยอร์ก โด ควอนยอมรับว่า “ในปี 2021 ผมได้ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จและทำให้เข้าใจผิดว่าทำไมเหรียญ [TerraUSD] ถึงกลับมามีมูลค่าคงที่ได้อีกครั้ง” พร้อมกล่าวขอโทษต่อการกระทำของตน โดยศาลมีกำหนดพิจารณาโทษในวันที่ 11 ธันวาคมนี้

ก่อนหน้านี้ โด ควอนหลบหนีการจับกุมออกจากเกาหลีใต้ในปี 2023 และถูกจับกุมในมอนเตเนโกรก่อนจะถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมายังสหรัฐฯ เดิมทีเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่การสารภาพผิดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่อัยการจะจำกัดโทษจำคุกไม่เกิน 12 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษามีสิทธิ์ที่จะกำหนดโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้นได้ถึง 25 ปี ทั้งนี้ โด ควอนยังคงต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาในเกาหลีใต้ต่อไป.

ที่มา Reuters

พล.ท.มาลี แถลงสถานการณ์แนวหน้าจังหวัดพระวิหาร และอุดรมีชัย เช้านี้ ยังคงสงบเรียบร้อย

พล.ท.มาลี แถลงสถานการณ์แนวหน้าจังหวัดพระวิหาร และอุดรมีชัย เช้านี้ ยังคงสงบเรียบร้อย

13 ส.ค. 2568 10:20 น.

พล.ท.มาลี แถลงสถานการณ์แนวหน้าจังหวัดพระวิหาร และอุดรมีชัย เช้านี้ ยังคงสงบเรียบร้อย

พล.ท.มาลี แถลงสถานการณ์แนวหน้าจังหวัดพระวิหาร และอุดรมีชัย เช้านี้ ยังคงสงบเรียบร้อย ทหารกัมพูชายังเฝ้าระวังเต็มที่ ย้ำกัมพูชาไม่ได้ฝังระเบิดใหม่ 

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงยืนยันสถานการณ์แนวหน้าจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย ตั้งแต่เวลา 00.00–07.00 น. ของวันพุธ (13 ส.ค.) ยังคงสงบเรียบร้อย กำลังทหารกัมพูชายังคงความแข็งแกร่งเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ และปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โฆษกกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝั่งไทยที่ไร้หลักฐานชัดเจน กรณีเหตุระเบิดในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภอบันเตียอัมปิล จังหวัดอุดรมีชัย เมื่อวันที่ 12 ส.ค.  จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ โดยย้ำว่า กัมพูชาไม่เคย และจะไม่ใช้ หรือวางกับระเบิดใหม่อย่างเด็ดขาด 

พล.ท.โสเจียตา ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการและโปร่งใสเพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่ากัมพูชาได้เตือนหลายครั้งว่าพื้นที่นี้ยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กัมพูชายืนยันจุดยืนชัดเจนในการเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2568 และข้อตกลง 13 ข้อ ที่ประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (GBC)  เมื่อวันที่ 7 ส.ค. โดยมีผู้สังเกตการณ์จากมาเลเซีย สหรัฐฯ และจีน ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงกำลังพลในตำแหน่งเดิม ห้ามเคลื่อนย้ายหรือเดินลาดตระเวนเข้าใกล้จุดยืนของอีกฝ่าย

พร้อมกันนี้ กัมพูชายังเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลง และส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมหลังหยุดยิงผ่านมาแล้ว 15 วัน เพื่อกลับไปพบครอบครัว.

ไต้ฝุ่นโพดุลแรงขึ้น! พุ่งตรงถล่มไต้หวัน อพยพแล้วกว่า 5,500 คน

ไต้ฝุ่นโพดุลแรงขึ้น! พุ่งตรงถล่มไต้หวัน อพยพแล้วกว่า 5,500 คน

13 ส.ค. 2568 09:41 น.

ไต้ฝุ่นโพดุลแรงขึ้น! พุ่งตรงถล่มไต้หวัน อพยพแล้วกว่า 5,500 คน

ทางการไต้หวันเร่งอพยพประชาชนหลายพันคนและสั่งปิดโรงเรียนทั่วภาคใต้ หลังไต้ฝุ่นโพดุล ทวีกำลังแรง จ่อขึ้นฝั่งที่ไถตง พร้อมลมกระโชกแรงสูงสุด 191 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

เมื่อวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ทางการไต้หวันประกาศเตือนภัยเต็มรูปแบบ หลัง “ไต้ฝุ่นโพดุล” กำลังทวีกำลังแรงขึ้นใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะ โดยศูนย์กลางพายุมีความเร็วลม 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 191 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยากลาง (CWA)

เส้นทางพายุคาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณ เขตไถตง ซึ่งมีประชากรเบาบาง ในช่วงเที่ยงวัน ก่อนพัดข้ามเกาะไปยังช่องแคบไต้หวัน พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักได้แก่ เขตภูเขาในเมืองเกาสงและเมืองผิงตง รวมถึงมณฑลฮัวเหลียนและไถตง

ฮวง เหว่ย ชาวประมงในเมืองเกาสงเผยว่า แม้จะเตรียมเรือรับมือพายุตั้งแต่วันก่อน แต่เช้าวันนี้ต้องรีบผูกเชือกเพิ่มหลังเห็นข่าวว่าพายุแรงเทียบเท่า “ไต้ฝุ่นกระท้อน” ที่เคยถล่มเกาสงเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ซึ่งมีลมกระโชกสูงสุด 162 กม./ชม. และสร้างความเสียหายหนัก

หน่วยงานด้านภัยพิบัติของไต้หวันระบุว่า มีการอพยพประชาชนแล้วกว่า 5,500 คน โดยยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศทั้งหมด และยกเลิกหลายสิบเที่ยวบินระหว่างประเทศ ขณะที่บริการเรือเฟอร์รี่หลายสายถูกระงับ ธุรกิจและโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ปิดทำการ

ทั้งนี้ ไต้หวันเพิ่งเผชิญ “ไต้ฝุ่นดานัส” เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ที่คร่าชีวิต 2 ราย บาดเจ็บหลายร้อยคน และทำให้ฝนตกหนักกว่า 500 มิลลิเมตรในบางพื้นที่ ก่อนจะตามมาด้วยฝนถล่มต่อเนื่องตั้งแต่ 28 ก.ค.–4 ส.ค. จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 3 ราย และบาดเจ็บ 78 ราย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้ฝุ่นโพดุล

ศาลอิสลามในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดฯ สั่งโบยในที่สาธารณะ 80 ครั้ง ลงโทษสองหนุ่มประพฤติผิดทางเพศ

ศาลอิสลามในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดฯ สั่งโบยในที่สาธารณะ 80 ครั้ง ลงโทษสองหนุ่มประพฤติผิดทางเพศ

13 ส.ค. 2568 09:20 น.

ศาลอิสลามในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดฯ สั่งโบยในที่สาธารณะ 80 ครั้ง ลงโทษสองหนุ่มประพฤติผิดทางเพศ

ศาลชารีอะห์ ในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดฯ สั่งโบยกลางแจ้ง 2 หนุ่ม เป็นจำนวน 80 ครั้ง ฐานประพฤติผิดทางเพศ หลังถูกตำรวจศาสนาจับกุมตัวในห้องน้ำสาธารณะ 

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ศาลชารีอะห์ ในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย มีคำพิพากษาชายวัย 20 ปีและ 21 ปี ให้รับโทษโบยกลางแจ้งคนละ 80 ครั้ง หลังตำรวจศาสนาบุกจับกุมตัวสองหนุ่มในห้องน้ำสาธารณะขณะแอบมีพฤติกรรมทางเพศต้องห้ามตามกฎหมายอิสลาม 

สื่อท้องถิ่นของอินโดนีเซีย รายงานว่า คดีนี้เป็นการพิจารณาลับในศาลชารีอะห์ เมืองบันดาอาเจะห์ โดยผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจจำกัดการเข้าฟังเพื่อคุ้มครองเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการผิดประเวณี ก่อนเปิดเผยคำตัดสินต่อสาธารณะ

รายงานข่าวระบุว่า สองหนุ่มถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาหลังชาวบ้านเห็นทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องน้ำเดียวกันที่สวนสาธารณะตามันซารี เมืองบันดาอาเจะห์ และได้แจ้งตำรวจศาสนาที่ลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปและพบทั้งคู่กำลังกอดและจูบกัน ซึ่งศาลตีความว่าเป็นการกระทำทางเพศ

ทั้งนี้ จังหวัดอาเจะห์ถือว่ามีความเคร่งศาสนามากกว่าพื้นที่อื่นในอินโดนีเซีย และเป็นจังหวัดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้บังคับใช้กฎหมายชารีอะห์ในบางรูปแบบ โดยกฎหมายนี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นครั้งที่ 5 แล้วที่มีการลงโทษโบยต่อหน้าสาธารณะในข้อหามีรสนิยมรักร่วมเพศ ซึ่งแม้กฎหมายอาญาระดับชาติของอินโดนีเซียจะไม่กำหนดความผิดเรื่องรักร่วมเพศ แต่รัฐบาลกลางไม่มีอำนาจยกเลิกกฎหมายชารีอะห์ ในอาเจะห์.  

เซเลนสกีลั่น ไม่ยอมเสียดินแดนทางตะวันออก แลกหยุดยิงกับรัสเซีย

เซเลนสกีลั่น ไม่ยอมเสียดินแดนทางตะวันออก แลกหยุดยิงกับรัสเซีย

13 ส.ค. 2568 06:14 น.

เซเลนสกีลั่น ไม่ยอมเสียดินแดนทางตะวันออก แลกหยุดยิงกับรัสเซีย

เซเลนสกีผู้นำยูเครนยืนยัน จะปฏิเสธข้อเสนอใดๆ ของรัสเซีย ที่ต้องให้ยูเครนเสียสละภูมิภาคดอนบาส เพื่อแลกกับการหยุดยิง ก่อนโดนัลด์ ทรัมป์ คุยปูตินวันศุกร์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนยืนยันในข้อความวิดีโอ ซึ่งเผยแพร่เมื่อคืนวันอังคารที่ 12 ส.ค. 2565 ว่า เขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ ของรัสเซีย ที่ทำให้ฝ่ายยูเครนต้องยอมเสียภูมิภาคดอนบาส (Donbas) ทางตะวันออก เพื่อแลกกับการหยุดยิง โดยชี้ว่ามันอาจกลายเป็นการสนับสนุนการโจมตีในอนาคตแทน

“หากเราถอนกำลังจากดอนบาสในวันนี้ จากฐานที่มั่น, แผ่นดินของเรา และที่ราบสูงที่เราควบคุมเอาไว้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดทางให้รัสเซียเตรียมการโจมตี” นายเซเลนสกีกล่าว และยอมรับด้วยว่า ตอนนี้การบุกกองทัพรัสเซียกำลังคืบหน้าในหลายจุด แต่ย้ำว่า ยูเครนจะทำลายหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีเหล่านั้น

เซเลนสกีอ้างด้วยว่า รัสเซียกำลังเตรียมการเพื่อการโจมตีระลอกใหม่ในพื้นที่แนวหน้าการปะทะ 3 แห่งได้แก่ ซาปอริชเชีย, โปครอฟสก์ และโนโวปาฟลอฟ

ทั้งนี้ คำพูดล่าสุดของนายเซเลนสกีเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพบปะพูดคุยกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา ในวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.)

นายทรัมป์ระบุก่อนหน้านี้ว่า เขาจะพยายามหาทางนำดินแดนของยูเครนบางส่วนกลับคืนมาในการพูดคุยกับปูติน แต่ยอมรับว่า ข้อตกลงสันติภาพใดๆ อาจต้องมีการแลกเปลี่ยนดินแดนบางส่วน และคาดว่าหนึ่งในสิ่งที่ปูตินจะเรียกร้อง คือการให้ยูเครนสละพื้นที่บางส่วนของดอนบาสที่พวกเขายังควบคุมอยู่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc