เกาหลีใต้จับกุมภรรยาอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ข้อหาปั่นหุ้น

เกาหลีใต้จับกุมภรรยาอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ข้อหาปั่นหุ้น

13 ส.ค. 2568 04:11 น.

เกาหลีใต้จับกุมภรรยาอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ข้อหาปั่นหุ้น

เกาหลีใต้จับกุมนาง คิม คอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ในหลายข้อหารวมถึงปั่นหุ้นและติดสินบน หลังอัยการขอหมายจับ หวั่นทำลายหลักฐาน

สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า นางคิม คอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ถูกจับกุมตัวแล้วในวันอังคารที่ 12 ส.ค. 2568 ในข้อหามีความเกี่ยวข้องกับแผนการปั่นหุ้น, แทรกแซงการเลือกตั้ง และติดสินบน ทำให้เธอกับยุน ซอกยอล ผู้เป็นสามี กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีกับภรรยาคู่แรกของเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมทั้งคู่

ศาลเขตกลางกรุงโซลออกหมายจับกุมตัวนางคิมเมื่อกลางดึกวันอังคาร จากความกังวลว่าเธออาจทำลายหลักฐาน หลังจากทีมงานของอัยการพิเศษ มิน จุงกิ ยื่นฟ้องร้องนางคิมเมื่อสัปดาห์ก่อน ฐานละเมิดกฎหมายตลาดการเงิน, กฎหมายเงินทุนการเมือง และกฎหมายว่าด้วยการรับสินบน

ทั้งนี้ นางคิมถูกตั้งข้อหาร่วมแผนการปั่นหุ้นของบริษัท ดอยช์ มอเตอร์ส ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเกาหลีใต้ระหว่างปี 2552-2555 แทรกแซงการเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 และการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567 รวมถึงรับของขวัญหรูหราจากโบสถ์แห่งความสามัคคีผ่านร่างทรงเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ

นางคิมกล่าวขอโทษระหว่างการให้ปากคำกับทีมอัยการพิเศษเมื่อวันที่ 6 ส.ค. โดยเรียกตัวเองว่าเป็น “คนไม่มีความสำคัญ” ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

การสืบสวนของทีมอัยการพิเศษมุ่งเป้าไปที่ข้อกล่าวหาคดีอาญา 16 ข้อที่นางคิมได้รับ รวมถึงข้อสงสัยที่ว่า มีการเปลี่ยนจุดสิ้นสุดของโครงการทางด่วนไปยังที่ดินที่ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของในเมืองยังพยอง ทางตะวันออกของกรุงโซล และครอบครัวของเธอได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษในโครงการก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ในเขตดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhap

อิสราเอลถล่มกาซาอย่างหนัก ชาวปาเลสไตน์ดับ 89 ศพ ใน 24 ชั่วโมง

อิสราเอลถล่มกาซาอย่างหนัก ชาวปาเลสไตน์ดับ 89 ศพ ใน 24 ชั่วโมง

13 ส.ค. 2568 03:35 น.

อิสราเอลถล่มกาซาอย่างหนัก ชาวปาเลสไตน์ดับ 89 ศพ ใน 24 ชั่วโมง

อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา หลัง ครม.ไฟเขียวแผนยึดพื้นที่ สังหารชาวปาเลสไตน์ถึง 89 ศพภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลยกระดับการโจมตีฉนวนกาซาขึ้นอีกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สังหารชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 89 ศพภายในเวลา 24 ชั่วโมง รวมถึง 15 คนที่กำลังเข้าคิวรอรับอาหาร ท่ามกลางเสียงประณามจากทั่วโลก กรณีที่อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนักข่าวในกาซา 6 คนเมื่อวันอาทิตย์

สำนักงานป้องกันพลเรือนในกาซาระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองกาซา ซิตี้ รุนแรงขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมา หลังจากคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของเบนจามิน เนทันยาฮู อนุมัติแผนการยึดครองกาซาโดยสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าอิสราเอลจะเริ่มการโจมตีพื้นที่ที่ชาวกาซาอพยพไปรวมตัวกันจนหนาแน่นแล้ว

นอกจากผู้เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว ยังมีรายงานด้วยว่า มีชาวกาซาอีก 5 คน รวมถึง 2 คน เสียชีวิตจากความอดอยาก ในขณะที่ 24 ประเทศ รวมสหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, สเปน และญี่ปุ่น เตือนว่าความเจ็บปวดด้านมนุษยธรรมในกาซานั้น เพิ่มขึ้นไปจนถึงระดับ “ไม่อาจจินตนาการได้” แล้ว

ในวันอังคาร (12 ส.ค.) นายเนทันยาฮูเพิ่มความเป็นไปได้ที่ชาวปาเลสไตน์จะต้องออกจากฉนวนกาซามากขึ้นไปอีก โดยบอกกับ i24NEWS สื่อท้องถิ่น ว่า “เราไม่ได้ผลักดันให้พวกเขาออกไป แต่เราอนุญาตให้พวกเขาออกไป” “ให้โอกาสพวกเขาออกไป อย่างแรกสุดคือ ออกจากเขตสู้รบ และจากนั้นคือออกจากดินแดนแห่งนี้ หากพวกเขาต้องการ”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่ากองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลได้เคลื่อนตัวลึกเข้าสู่ฉนวนกาซามากขึ้น ตามแผนการโจมตีใหม่ของอิสราเอล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ อิสราเอลกำลังถูกนานาชาติประณามอย่างหนัก หลังจากพวกเขาโจมตีทางอากาศสังหารนาย อานัส อัล-ชาริฟ นักข่าวชื่อดังของอัลจาซีรา กับเพื่อนร่วมงานอีก 4 คนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยกองทัพอิสราเอลยอมรับว่าโจมตีจริง แต่อ้างว่านายชาริฟคือหัวหน้าหน่วยของฮามาส ผู้รับผิดชอบเครื่องการยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล แต่อัลจาซีราปฏิเสธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

ยุโรปใต้อ่วม คลื่นความร้อนถล่ม ไฟป่าลุกลามหลายสิบจุด

ยุโรปใต้อ่วม คลื่นความร้อนถล่ม ไฟป่าลุกลามหลายสิบจุด

13 ส.ค. 2568 02:29 น.

ยุโรปใต้อ่วม คลื่นความร้อนถล่ม ไฟป่าลุกลามหลายสิบจุด

คลื่นความร้อนกำลังเล่นงานยุโรปตอนใต้อย่างหนัก และทำให้เกิดไฟป่าหลายสิบจุด พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ หนึ่งในนั้นเป็นเด็กในอิตาลี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังทำให้เกิดไฟป่าหลายจุดทั่วยุโรปตอนใต้ บีบให้ประชาชนนับพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีไฟป่า และทำให้อุณหภูมิในบางพื้นที่พุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส จนมีการประกาศเตือนภัยความร้อนขั้นสีแดงในหลายพื้นที่ของอิตาลี, ฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส และประเทศแถบบอลข่าน

ในวันอังคารที่ 12 ส.ค. 2568 สำนักงานบริการสภาพอากาศของสเปน หรือ “เอเมต” (Aemet) ระบุว่า อุณหภูมิในเมืองเซบียากับเมืองกอร์โดบา อาจพุ่งขึ้นไปถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาคใต้ของโปรตุเกสก็เตือนว่า อุณหภูมิท้องถิ่นอาจเพิ่มขึ้นจนแตะ 44 องศาเซลเซียสเช่นกัน

ส่วนที่อิตาลี มีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตจากอาการฮีทสโตรก (heatstroke) หรือ ลมแดด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ในเมืองเทรส กันโตส ทางเหนือของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเนื่องจากบาดแผลไฟไหม้รุนแรง

ทั้งนี้ ชาวเมืองเทรส กันโตส หลายร้อยคนต้องอพยพออกจากบ้านท่ามกลางไฟป่า ขณะที่รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมส่วนภูมิภาคระบุว่า ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะพายุฝนฟ้าคะนองแบบแห้ง ทำให้มีลมแรงมากกว่า 70 กม./ชม.

ด้านนาย เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนโพสต์ผ่าน X ในวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังปฏิบัติการอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อดับไฟป่า พร้อมกับขอให้ประชาชนระมัดระวัง เนื่องจากพวกเขากำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากไฟป่าในระดับสูงมาก

ที่แคว้นกาสตีลและเลออน (Castile and Leon) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน มีรายงานว่าเกิดไฟป่ามากกว่า 30 จุด ประชาชนเกือบ 4,000 คนต้องอพยพ โดยไฟป่าจุดหนึ่งกำลังคุกคามเมือง ลาส เมดูลาส (Las Medulas) มรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเหมืองทองโบราณ

ประชาชนอีกราว 2,000 คน ต้องอพยพออกจากโรงแรมและบ้านเรือนใกล้เมืองตาริฟา สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแคว้นอันดาลูเซีย ทางใต้ของสเปน ขณะที่ทหารเกือบ 1,000 นายถูกส่งไปช่วยรับมือไฟป่าทั่วประเทศ

ที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปรตุเกส นักดับเพลิงมากกว่า 1,300 นายกับเครื่องบินอีก 14 ลำกำลังรับมือไฟป่าขนาดใหญ่ 3 จุด โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าจุดวิกฤตที่สุดใกล้เมืองทรานโกโซ (Trancoso) ได้แล้วในวันอังคาร

ส่วนที่อิตาลี พยากรณ์อากาศคาดว่าหลายเมืองจะมีอุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสในช่วงปลายสัปดาห์นี้ และประกาศเตือนภัยขั้นสีแดงใน 16 เมือง รวมถึงกรุงโรม, เมืองมิลาน และฟลอเรนซ์

อิตาลีพบเด็กเสียชีวิตเพราะโรคลมแดด 1 ราย โดยเป็นเด็กชายชาวโรมาเนียอายุ 4 ขวบ ถูกพบหมดสติอยู่ในรถที่แคว้นซาร์ดิเนีย ก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวทางอากาศไปโรงพยาบาลในกรุงโรม แต่สุดท้ายเด็กคนนี้ก็เสียชีวิตเนื่องจากสมองได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจย้อนคืน

ขณะเดียวกัน พื้นที่เกือบ 3 ใน 4 ของฝรั่งเศสต้องอยู่ภายใต้การเตือนภัยคลื่นความร้อน โดยคาดว่าอุณหภูมิในปารีสจะพุ่งแตะ 36 องศาเซลเซียส และ 40 องศาเซลเซียสในเมืองแถบแม่น้ำโรน (Rhône)

ที่ประเทศกรีซ ลมแรงทำให้ไฟป่าบนเกาะซาคินทอส (Zakynthos) และเกาะเซฟาโลเนีย (Cephalonia) ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนต้องอพยพจากหมู่บ้านและโรงแรมใกล้เคียง นอกจากนั้นยังมีไฟป่าอีกจุดใกล้เมืองโวนิตซา ทางตะวันตกของประเทศ บ้านหลายหลังมีความเสี่ยงถูกทำลาย

ที่จังหวัดชานักคาแล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี กำลังเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนหลายร้อยชีวิตต้องอพยพ เช่นเดียวกับที่อัลแบเนีย ขณะที่ไฟป่าขนาดใหญ่ในเมืองสปลิต ของโครเอเชีย ถูกควบคุมได้แล้วในวันอังคาร แต่ไฟป่าขนาดใหญ่ใกล้กรุงพอดโกริซา ของมอนเตเนโกร ทำลายบ้านเรือนไปแล้วหลายหลัง

ส่วนที่สหราชอาณาจักร กำลังเผชิญคลื่นความร้อนครั้งที่ 4 ของปีนี้แล้ว โดยทางการประกาศเตือนภัยสุขภาพขั้นสีเหลืองกับสีอำพันในทุกพื้นที่ของอังกฤษ และพยากรณ์ว่าอุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นเป็น 34 องศาเซลเซียส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ จับชายจีน ซุกเต่า 850 ตัวใส่ถุงเท้า เตรียมส่งไปฮ่องกง

สหรัฐฯ จับชายจีน ซุกเต่า 850 ตัวใส่ถุงเท้า เตรียมส่งไปฮ่องกง

13 ส.ค. 2568 00:31 น.

สหรัฐฯ จับชายจีน ซุกเต่า 850 ตัวใส่ถุงเท้า เตรียมส่งไปฮ่องกง

ชายชาวจีนยอมรับผิด พยายามลักลอบส่งออกลูกเต่าสายพันธุ์หายากจำนวนกว่า 850 ตัว จากสหรัฐฯ ไปยังฮ่องกง โดยเขามีโอกาสโดนตัดสินลงโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายชาวจีนยอมรับความผิดในศาลแขวงสหรัฐฯ ว่าเขาพยายามส่งออกลูกเต่าซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจำนวนกว่า 850 ตัว ด้วยการใส่เต่าในถุงเท้าก่อนจะบรรจุกล่องพัสดุเพื่อส่งไปยังฮ่องกง โดยติดฉลากปลอมว่าเป็นของเล่น

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 12 ส.ค. 2568 ว่า นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ถึงพฤศจิกายน 2567 นายหลิน เว่ยเฉียง ส่งพัสดุบรรจุเต่าไปยังฮ่องกงมากกวา 200 กล่องแล้ว โดยติดฉลากระบุว่าบรรจุ “ของเล่นพลาสติกรูปเต่า” และอื่นๆ

นายหลินลักลอบส่งออก “เต่าหับอเมริกา” (eastern box turtle) กับ “เต่ากล่อง 3 นิ้ว” เป็นหลัก โดยเต่าทั้งสองชนิดเป็นสายพันธุ์พื้นถิ่นของสหรัฐฯ และเป็นที่ต้องการของผู้เลี่ยงสัตว์หลายคน เนื่องจากมีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์บนกระดอง ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของสถานะในประเทศจีน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คาดว่า เต่าของกลางที่ยึดได้จากนายหลินในมูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45 ล้านบาท) โดยเขาถูกเจ้าหน้าที่จับได้ระหว่างการตรวจสอบพัสดุข้ามแดน

เต่าทั้งสองสายพันธุ์เคยถูกลักลอบส่งออกไปจากสหรัฐฯ จำนวนมากในช่วงยุค 90 ก่อนที่พวกมันจะได้รับความคุ้มครองภายใต้ “อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์” (CITES) หรืออีกชื่อคือ “อนุสัญญากรุงวอชิงตัน” ซึ่งทำให้การส่งออกเต่าชนิดนี้ต้องขอใบอนุญาตก่อน

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ยังจัดให้เต่าหับอเมริกา เป็นหนึ่งในสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ด้วย

นอกจากเต่าแล้ว นายหลินยังส่งออกพัสดุอีก 11 กล่อง ซึ่งภายในประกอบด้วยสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ รวมถึงงูพิษ

ศาลสหรัฐฯ มีกำหนดพิพากษาบทลงโทษนายหลินในวันที่ 23 ธ.ค. โดยเขามีโอกาสโดนโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีชาวจีนอีกคนถูกตัดสินจำคุก 30 เดือนมาแล้ว ข้อหาลักลอบส่งออกเต่าหับอเมริกากว่า 2,000 ตัว โดยใช้วิธีเกี่ยวกับกันนายหลิน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กัมพูชาปัดข้อกล่าวหาไทย ยืนยันไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ จี้ไทยทำตามข้อตกลง

กัมพูชาปัดข้อกล่าวหาไทย ยืนยันไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ จี้ไทยทำตามข้อตกลง

12 ส.ค. 2568 23:08 น.

กัมพูชาปัดข้อกล่าวหาไทย ยืนยันไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ จี้ไทยทำตามข้อตกลง

โฆษกกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาไทย ยืนยันไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ หลังมีทหารไทยเหยียบเจ็บเพิ่มอีกนาย ชี้เตือนแล้วให้ระวังระเบิดเก่า จี้ไทยทำตามข้อตกลงหยุดยิง

สำนักข่าว พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า กระทรวงกลาโหมแห่งชาติของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ในวันอังคารที่ 12 ส.ค. 2568 ปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ระบุว่า ทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ใกล้กับปราสาทตาเมือนธม จนทำให้ทหารไทยไปเหยียบจนระเบิดได้รับบาดเจ็บอีก 1 นายเมื่อเช้าวันนี้

พนมเปญ โพสต์ อ้างรายงานของสื่อไทยว่า ทหารนายนี้เหยียบทุ่นระเบิดระหว่างลาดตระเวนใกล้ปราสาทตาเมือนธม เพื่อสังเกตการณ์และรักษาความปลอดภัย ก่อนจะเหยียบทุ่นระเบิดจนสูญเสียขาซ้าย โดยกองทัพไทยเชื่อว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวคือรุ่น PMN-2 และกล่าวหากัมพูชาว่าเป็นผู้นำมาวาง

นางมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า กัมพูชาขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงอันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

“กัมพูชามีจุดยืนมั่นคงว่า จะไม่ใช้หรือวางทุ่นระเบิดลูกใหม่ กัมพูชาเป็นภาคีที่น่าภาคภูมิในอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเราได้ให้สัตยาบันในปี 2542 และได้รับการยอมรับจากประชาคมนานาชาติเรื่องความพยายามในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งในและต่างประเทศ” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าว

เธอย้ำด้วยว่า จนถึงตอนนี้ ไม่มีการสืบสวนอย่างเป็นทางการและโปร่งใสเกิดขึ้นเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้เลย

“ยิ่งกว่านั้น กัมพูชาย้ำเตือนประเทศไทยหลายครั้งแล้วว่าพื้นที่แถบนี้ยังมีระเบิดที่หลงเหลือมาจากยุคสงคราม ซึ่งในแง่นี้ ทุกฝ่ายควรงดเว้นจากการมีข้อสรุปใดๆ ต่อสังคมก่อนจะค้นพบความจริง เพื่อความเป็นธรรมและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดใดๆ ที่อาจเพิ่มความตึงเครียด หรือยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า”

นางโสเจียตายังเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุเมื่อวันที่ 28 ก.ค. และหลักการ 13 ข้อที่เห็นชอบร่วมกับระหว่างการประชุมวาระวิสามัญของคณะกรรมการชายแดนร่วม (GBC) เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งมีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนร่วมสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ และจีน

กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงและเงื่อนไขทั้งหมดที่ระบุในข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงเจตนารมณ์ของข้อตกลงที่บรรลุระหว่างการประชุม GBC วาระวิสามัญ โดยรายงานการประชุมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะคงกำลังทหารเอาไว้ในพื้นที่ปัจจุบัน ไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติมในระหว่างการหยุดยิง ซึ่งเริ่มขึ้นในเวลา 24.00 น. วันที่ 28 ก.ค.

“จะไม่มีการเคลื่อนที่ของกองทัพ รวมถึงการลาดตระเวนเข้าสู่ที่ตั้งของอีกฝ่าย” นางโสเจียตากล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : phnompenhpost

ไต้หวันออกคำเตือนทางทะเล ขณะพายุไต้ฝุ่นโพดุลเคลื่อนตัวเข้าใกล้

ไต้หวันออกคำเตือนทางทะเล ขณะพายุไต้ฝุ่นโพดุลเคลื่อนตัวเข้าใกล้

12 ส.ค. 2568 14:23 น.

ไต้หวันออกคำเตือนทางทะเล ขณะพายุไต้ฝุ่นโพดุลเคลื่อนตัวเข้าใกล้

ไต้หวันกำลังเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ก่อนที่พายุไต้ฝุ่นโพดุลจะพัดขึ้นฝั่ง ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงกำลังฟื้นตัวจากน้ำท่วมและลมกระโชกแรงจากพายุลูกก่อน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยากลางไต้หวัน ออกคำเตือนเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่นโพดุล ในวันนี้ (12 ส.ค.) ขณะที่พายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะ โดยเตือนว่าผลกระทบอาจเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพายุโพดุลกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วลมต่อเนื่อง 119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงถึง 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าเวลา 08.00 น. ของวันพุธ พายุไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวห่างจากเขตไถตง ไปทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 140 กิโลเมตร คาดว่าจะมีประกาศเตือนภัยทางบกในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าบางส่วนของไต้หวันจะอยู่ในบริเวณขอบนอกของพายุภายใน 18 ชั่วโมง

ในเขตนครฮวาเหลียนทางตะวันออก ประชาชนเกือบ 700 คน จะต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากน้ำล้นจากเขื่อนธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดดินถล่มจากพายุไต้ฝุ่นลูกก่อนหน้านี้

นอกจากนั้น มีการเตรียมการในพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่เกษตรกรรม ที่เมืองอี๋หลาน ประเทศไต้หวัน เรือประมงกำลังกลับเข้าฝั่ง โดยชาวประมงกำลังรัดเชือกผูกเรือให้แน่นเพื่อรับมือกับลมที่พัดเข้ามา

เกษตรกรก็กำลังใช้มาตรการป้องกันเช่นกัน ชาวสวนผลไม้ท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าวว่า พวกเขากำลังเสริมความแข็งแรงให้กับต้นไม้ด้วยหลักเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้ล้ม

ส่วนที่เมืองเจียอี้ ประเทศไต้หวัน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมเร่งเก็บผลผลิตก่อนที่พายุไต้ฝุ่นจะพัดมาถึง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากคลื่นลมแรง

CWA คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักและฝนตกหนักมากในพื้นที่ทางตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และเทือกเขาทางตอนใต้ของไต้หวัน เริ่มตั้งแต่วันพุธนี้เป็นต้นไป โดยเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วม ดินถล่ม และลมแรง ทางการขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม หลีกเลี่ยงกิจกรรมริมทะเล และติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ หลังจากพายุพัดขึ้นฝั่งแล้ว คาดว่าพายุจะพัดถล่มชายฝั่งตะวันตกซึ่งมีประชากรหนาแน่น ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่มณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ของจีนในปลายสัปดาห์นี้.

พายุทอร์นาโดไฟพัดผ่านกลุ่มควันจากไฟป่าในโปรตุเกส

พายุทอร์นาโดไฟพัดผ่านกลุ่มควันจากไฟป่าในโปรตุเกส

12 ส.ค. 2568 12:11 น.

พายุทอร์นาโดไฟพัดผ่านกลุ่มควันจากไฟป่าในโปรตุเกส

คลิปวิดีโอพายุทอร์นาโดไฟขนาดเล็กถูกบันทึกภาพไว้ได้ในประเทศโปรตุเกส ขณะที่โปรตุเกสกำลังต่อสู้กับไฟป่าหลายระลอก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอกใหม่

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รุย เวนตูรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการไฟป่า ได้บันทึกภาพเหตุการณ์นี้ไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือของเขาที่เมืองโมอิเมนตา ดา เบย์รา ทางตอนเหนือของประเทศโปรตุเกส

ขณะนี้ไฟป่าในเมืองโมอิเมนตา ดา เบย์รา อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่สถานการณ์ยังน่ากังวลเมื่อวันจันทร์ (11 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 2,000 นายกำลังลงพื้นที่เพื่อพยายามดับไฟในพื้นที่เสี่ยงภัยหลายแห่งทั่วประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ อุณหภูมิในบางพื้นที่ของประเทศสูงถึง 43 องศาเซลเซียส และคาดว่าจะยังคงสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนในของประเทศ

โปรตุเกสยังคงอยู่ภายใต้การแจ้งเตือนสภาพอากาศรุนแรงจนถึงวันพุธ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่า เช่นเดียวกับสเปน ที่ไฟป่าได้ลุกลามอย่างรวดเร็วห่างจากกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปนประมาณ 21 กิโลเมตร

นอกจากนั้น ในแคว้นคาสตีลและเลออน ห่างออกไปทางเหนือของกรุงมาดริด ความร้อนจัดและลมแรงทำให้เกิด “พายุหมุนไฟ” ขณะที่ไฟป่าได้ลุกไหม้บ้านเรือนหลายหลังในพื้นที่ใกล้เขตลาส มาดูราส ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ประชาชนราว 800 คนได้รับคำสั่งให้ละทิ้งบ้านเรือนในหมู่บ้าน 6 แห่ง.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ประกาศเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 12 “The Life of a Showgirl”

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ประกาศเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 12 "The Life of a Showgirl"

12 ส.ค. 2568 11:56 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ประกาศเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 12 “The Life of a Showgirl”

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ประกาศเปิดตัวอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 12 ของเธอในชื่อ The Life of a Showgirl หลังจากที่แฟนๆ ต่างคาดเดากันอย่างดุเดือดตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวลือเริ่มต้นขึ้นเมื่อเช้าวันจันทร์ (11 ส.ค.) เมื่อทีมการตลาดของนักร้องสาวได้โพสต์ภาพหมุนจำนวน 12 ภาพ พร้อมคำบรรยายใต้ภาพว่า “คิดถึงตอนที่เธอพูดว่า ‘เจอกันยุคหน้านะ…'”

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ทราวิส เคลซี แฟนหนุ่มของเธอ ยืนยันว่าเธอจะไปเป็นแขกรับเชิญในพอดแคสต์ New Heights ของเขา และเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสวิฟต์ก็เริ่มนับถอยหลังจนถึงเวลา 00:12 น. ตามเวลาท้องถิ่น

อัลบั้มล่าสุดของป็อปสตาร์สาว The Tortured Poets Department ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว ทำลายสถิติ Spotify ที่มียอดสตรีมสูงสุดในหนึ่งวัน

ชื่ออัลบั้มได้รับการประกาศบนโซเชียลมีเดีย พร้อมคลิปจากพอดแคสต์ของเคลซี และเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสวิฟต์ในเวลาเดียวกัน ส่วนกำหนดวันวางจำหน่ายเพลงใหม่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

หลังจากเป็นข่าวพาดหัวมาหลายปีระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต Eras  ดูเหมือนว่าสวิฟต์จะเริ่มต้นปี 2025 ได้อย่างเงียบเชียบ ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีการประกาศว่าเธอได้ซื้อลิขสิทธิ์อัลบั้ม 6 ชุดแรกคืน ซึ่งเป็นการยุติการต่อสู้อันยาวนานและเป็นข่าวโด่งดังเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในผลงานเพลงของเธอ

หลังจากอัลบั้มต้นฉบับของเธอถูกขายออกไป เธอให้คำมั่นว่าจะบันทึกเสียงอัลบั้มทั้ง 6 ชุดใหม่ ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ “Taylor’s Versions” จนถึงปัจจุบัน เธอได้นำอัลบั้มต้นฉบับ 6 ชุดกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งแล้ว 4 ชุด

สวิฟต์ประกาศซื้ออัลบั้มต้นฉบับพร้อมจดหมายจากใจถึงแฟนๆ โดยเขียนว่าอัลบั้มสองชุดสุดท้ายจะ “มีช่วงเวลาดีๆ ที่จะหวนกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอันควร”

นักร้องสาวปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ต Eras ในเดือนธันวาคม 2024 หลังจากแสดงคอนเสิร์ต 149 รอบใน 53 เมืองทั่วโลก.

ที่มา BBC

ยูเอ็นประณาม อิสราเอลโจมตีพุ่งเป้าสังหารนักข่าวอัลจาซีรา 5 ราย

ยูเอ็นประณาม อิสราเอลโจมตีพุ่งเป้าสังหารนักข่าวอัลจาซีรา 5 ราย

12 ส.ค. 2568 11:26 น.

ยูเอ็นประณาม อิสราเอลโจมตีพุ่งเป้าสังหารนักข่าวอัลจาซีรา 5 ราย

สํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ประณามการโจมตีของอิสราเอลที่มุ่งเป้าสังหารนักข่าว 5 คนของสำนักข่าวอัลจาซีราในฉนวนกาซา โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

นักข่าวอัลจาซีรา 5 คน รวมถึงอานัส อัล-ชารีฟ ผู้สื่อข่าว ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (10 ส.ค.) และอีก 2 คนเสียชีวิต รวมถึงนักข่าวอิสระ  กองทัพอิสราเอลระบุว่าโจมตีชารีฟ โดยกล่าวหาว่าเขา “เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายในฮามาส” ซึ่งชารีฟปฏิเสธ ซึ่งอิสราเอลแสดงหลักฐานไม่มากนัก

คาดว่าชารีฟเคยทำงานร่วมกับทีมสื่อฮามาสในฉนวนกาซาก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งในปัจจุบัน ในโพสต์โซเชียลมีเดียก่อนที่เขาจะเสียชีวิต นักข่าวรายนี้วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มฮามาส ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนและประเทศต่างๆ รวมถึงกาตาร์ ประณามการโจมตีครั้งนี้

พิธีศพของชารีฟ, โมฮัมเหม็ด เกรย์เกห์ ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา และช่างภาพ 2 คน ได้แก่อิบราฮิม ซาเฮอร์ โมฮัมเหม็ด นูฟาล และโมอาเมน อาลีวา  จัดขึ้นในวันจันทร์ หลังจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบกำหนดเป้าหมายที่เต็นท์ของพวกเขาในเมืองกาซาซิตี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โมฮัมเหม็ด อัล-คาลดี ได้รับการระบุชื่อจากทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟาว่าเป็นนักข่าวคนที่ 6 ที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีกคนหนึ่งจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย

ตามท้องถนนในฉนวนกาซาเต็มไปด้วยฝูงชนที่มาร่วมงานศพ โดยอานัส อัล-ชารีฟ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามออนไลน์หลายล้านคน

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ได้ประณามอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่เรียกว่าการลอบสังหารชารีฟ สมาคมสื่อมวลชนต่างประเทศ (FBI) ระบุว่ารู้สึกโกรธแค้นต่อการสังหารแบบกำหนดเป้าหมายดังกล่าว รายงานระบุว่ากองทัพอิสราเอลได้ตราหน้านักข่าวชาวปาเลสไตน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “เป็นนักรบ โดยบ่อยครั้งไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้”

ด้านคณะกรรมการคุ้มครองนักข่าว (CPJ) ระบุว่ารู้สึกตกใจกับการโจมตีครั้งนี้ และอิสราเอลไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาต่อชารีฟ และเสริมว่า “อิสราเอลมีรูปแบบการกล่าวหานักข่าวว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมาอย่างยาวนานโดยไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ”

กองทัพอิสราเอลระบุว่ามีเอกสารที่พบในฉนวนกาซาซึ่งยืนยันว่าชารีฟเป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส รายงานดังกล่าวประกอบด้วย “รายชื่อบุคลากร รายชื่อหลักสูตรฝึกอบรมผู้ก่อการร้าย สมุดโทรศัพท์ และเอกสารเงินเดือน”

เอกสารที่เผยแพร่เพื่อเผยแพร่มีเพียงภาพหน้าจอของสเปรดชีตที่ดูเหมือนจะแสดงรายชื่อเจ้าหน้าที่ฮามาสจากฉนวนกาซาตอนเหนือ ซึ่งระบุถึงการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ฮามาส และส่วนหนึ่งของสิ่งที่กล่าวกันว่าเป็นสมุดโทรศัพท์ของกองพันจาบาเลียตะวันออกของกลุ่มติดอาวุธ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำอธิบายจากอิสราเอลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนักข่าวอัลจาซีราทั้งทีม

CPJ ระบุว่ามีนักข่าวอย่างน้อย 186 คนเสียชีวิตนับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักข่าวเสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลดังกล่าวในปี 1992

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในโพสต์บน X ว่า “อิสราเอลต้องเคารพและคุ้มครองพลเรือนทุกคน รวมถึงนักข่าว เราเรียกร้องให้นักข่าวทุกคนเข้าถึงฉนวนกาซาโดยทันที ปลอดภัย และไม่ถูกขัดขวาง”

เมื่อเดือนที่แล้ว บีบีซีและสำนักข่าวอีกสามแห่ง ได้แก่ รอยเตอร์ส เอพี และเอเอฟพี ได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดง  “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อนักข่าวในฉนวนกาซา ซึ่งพวกเขากล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้มากขึ้น

รัฐบาลอิสราเอลไม่อนุญาตให้องค์กรข่าวต่างประเทศ รวมถึงบีบีซี เข้าไปในฉนวนกาซาเพื่อรายงานข่าวอย่างอิสระ ดังนั้นสำนักข่าวหลายแห่งจึงต้องพึ่งพาผู้สื่อข่าวประจำฉนวนกาซา.

ที่มา BBC

อินโดฯ ตั้ง 6 กองทัพภาคใหม่ ปรับโครงสร้างทหารครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี

อินโดฯ ตั้ง 6 กองทัพภาคใหม่ ปรับโครงสร้างทหารครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี

12 ส.ค. 2568 11:08 น.

อินโดฯ ตั้ง 6 กองทัพภาคใหม่ ปรับโครงสร้างทหารครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี

ผู้นำอินโดนีเซียประกาศตั้ง 6 กองบัญชาการกองทัพบกภูมิภาคใหม่ เสริมกำลังป้องกันประเทศ ท่ามกลางความไม่มั่นคงโลก พร้อมรื้อฟื้นตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองทัพที่หายไปกว่า 2 ทศวรรษ

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย เปิดตัวการจัดตั้งกองบัญชาการกองทัพบกภูมิภาค (Komando Daerah Militer-Kodam) ใหม่ 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่เกาะและจังหวัดสำคัญ ได้แก่ หมู่เกาะเรียว-เรียว สุมาตราตะวันตก-จัมบี ลัมปุง-เบงกูลู กาลิมันตันกลาง-ใต้ สุลาเวสีกลาง-ตะวันตก และเมืองเมราเก ในจังหวัดปาปัวใต้ ส่งผลให้เครือข่ายกองทัพบกอินโดนีเซียขยายเป็น 21 กองบัญชาการทั่วประเทศ

ผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศในพิธีทางทหารที่เมืองบาตูจาจาร์ จังหวัดชวาตะวันตก ระบุว่าเพื่อเสริมสร้างแสนยานุภาพและป้องกันอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่มั่นคงจากสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เขายังประกาศแต่งตั้ง ทันดโย บูดี เรวิตา เป็นรองผู้บัญชาการกองทัพแห่งชาติ ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นตำแหน่งนี้ครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี หลังตำแหน่งนี้ถูกว่างเว้นตั้งแต่พลเอก ฟาครูล ราซี ครองตำแหน่งระหว่างปี 2542-2543 โดยตำแหน่งนี้มีหน้าที่ประสานงานกองทัพบก เรือ และอากาศ รวมถึงปฏิบัติหน้าที่แทนผู้บัญชาการกองทัพเมื่อจำเป็น

ทางด้าน วาฮยู ยูดายานา โฆษกกองทัพบก  ระบุว่าการขยายโครงสร้างครั้งนี้มุ่งเสริมระบบป้องกันประเทศแบบ ป้องกันความมั่นคงของประชาชนทั้งมวล  และสนับสนุนการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน.