หนังคนละม้วน “แก๊งสุนัข 7 ตัว” เดินเท้ากลับบ้านที่จีน ที่แท้คือเรื่องแต่ง

หนังคนละม้วน "แก๊งสุนัข 7 ตัว" เดินเท้ากลับบ้านที่จีน ที่แท้คือเรื่องแต่ง

27 มี.ค. 2569 12:18 น.

หนังคนละม้วน “แก๊งสุนัข 7 ตัว” เดินเท้ากลับบ้านที่จีน ที่แท้คือเรื่องแต่ง

คลิปสุนัข 7 ตัวในจีน ที่มีรายงานว่าถูกผู้ไม่หวังดีขโมยขึ้นรถบรรทุกเพื่อหวังนำไปขาย และร่วมเดินทางกลับบ้าน ที่สร้างความประทับใจจนคนทั่วโลกแชร์นับสิบล้านวิว ถูกเปิดโปงว่าเป็นเรื่องแต่ง แม้จะเป็นภาพจริงไม่ใช่ AI  แต่เนื้อหาถูกบิดเบือนจนกลายเป็นไวรัล สะท้อนการแพร่กระจายข้อมูลเท็จในยุคโซเชียลและ AI

คลิปวิดีโอสั้นๆ ที่มีผู้เข้าชมรวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 90 ล้านครั้ง เผยให้เห็นภาพสุนัข 7 ตัว นำโดยคอร์กี้ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และอัลเซเชียนที่ดูเหมือนบาดเจ็บ กำลังเดินเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นบนขอบทางหลวงในมณฑลจี๋หลิน เรื่องราวถูกแต่งเติมจนกลายเป็นมหากาพย์การเดินทางที่ยิ่งใหญ่คล้ายภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง Homeward Bound ส่งผลให้เกิดกระแสการใช้ AI สร้างภาพโปสเตอร์หนังและฉากจบสุดซึ้งที่พวกมันได้พบเจ้าของออกมามากมาย

สื่อทางการจีนอย่าง City Evening News และ Cover News ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบความจริงว่า สุนัขทั้งหมดไม่ใช่สุนัขที่หนีมาจากรถขนส่งเนื้อ แต่เป็น “สุนัขของชาวบ้าน” ในละแวกนั้นเอง เจ้าของสุนัขยืนยันว่าสุนัขเหล่านี้เป็นสุนัขที่เลี้ยงแบบปล่อย ซึ่งมักจะหายไปเที่ยวเล่น 1-2 วันเป็นปกติ

ส่วนสาเหตุที่พวกมันเดินเกาะกลุ่มกันอย่างผิดปกติจนดูเหมือน “ปกป้องสมาชิกที่บาดเจ็บ” นั้น ความจริงคือ สุนัขเยอรมันเชเพิร์ดเพศเมียในกลุ่มกำลังอยู่ในช่วงติดสัด ทำให้สุนัขตัวอื่นๆ เดินตามไม่ห่าง ล่าสุดสุนัขทั้งหมดกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว และสุนัขตัวต้นเหตุถูกเจ้าของจับล่ามโซ่ไว้จนกว่าจะหมดช่วงผสมพันธุ์

ดร. ทีเจ ทอมสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมีเดียจากมหาวิทยาลัย RMIT ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนโหยหาคอนเทนต์ “Wholesome” หรือเรื่องราวดีๆ เพื่อหลบหนีจากข่าวสงครามและความหดหู่ ทำให้ครีเอเตอร์มักสร้างเรื่องโกหกหรือใช้ AI เสริมแต่งเหตุการณ์จริงเพื่อให้กลายเป็นไวรัล เพราะ “ความสนใจคือเงิน” ในโลกโซเชียล

แม้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องโกหกที่ไม่มีพิษมีภัย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเรื่องนี้แฝงไปด้วยอันตราย 2 ประการ โดยข่าวลือที่ว่าสุนัขหนีมาจากโรงฆ่าสัตว์ เป็นการผลิตซ้ำภาพจำเชิงลบเกี่ยวกับคนจีนที่กินเนื้อสุนัข ซึ่งส่งผลให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติต่อชาวจีนในต่างแดน

นอกจากนั้น เมื่อเรายอมรับ “เรื่องโกหก” ในข่าวเบาสมองได้ง่ายๆ จะทำให้ทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริงของเราลดลงเมื่อเจอข่าวที่มีความซีเรียสกว่า เช่น ข่าวสงครามหรือการเมือง

เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญในยุค AI ว่า “สิ่งที่เราเห็นด้วยตา อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป” และคอนเทนต์ที่ดูใจดีที่สุด อาจแฝงไปด้วยเจตนาที่บิดเบือนที่สุดได้เช่นกัน.

ที่มา CNN

ผู้นำเบลารุสมอบปืนไรเฟิลให้ “คิม จอง อึน” หลังลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ผนึกกำลังต้านอำนาจตะวันตก

ผู้นำเบลารุสมอบปืนไรเฟิลให้ "คิม จอง อึน" หลังลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ผนึกกำลังต้านอำนาจตะวันตก

27 มี.ค. 2569 11:48 น.

ผู้นำเบลารุสมอบปืนไรเฟิลให้ “คิม จอง อึน” หลังลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ผนึกกำลังต้านอำนาจตะวันตก

อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส มอบ “ปืนไรเฟิล” เป็นของขวัญให้ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ขณะเยือนกรุงเปียงยางเพื่อลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ต่อต้านอำนาจตะวันตก

สื่อทางการของเบลารุสได้เผยแพร่ภาพขณะปธน.ลูคาเชนโกยื่นปืนไรเฟิลอัตโนมัติให้แก่ผู้นำเกาหลีเหนือเพื่อเป็นของขวัญ พร้อมกล่าวว่ามอบให้ไว้ “เผื่อมีศัตรูโผล่มา” ขณะที่นายคิมจองอึนได้มอบดาบและแจกันประดับภาพของนายลูคาเชนโกให้เป็นการตอบแทน 

ที่มา: Настоящее Время
ที่มา: Настоящее Время

นายลูคาเซนโกได้เดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งแรกในครั้งนี้เพื่อร่วมลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือกับนายคิมจองอึน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมประกาศจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านการแทรกแซงจากชาติตะวันตก

นายลูคาเชนโกกล่าวชื่นชมว่าเกาหลีเหนือจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่เพราะประชาชนที่ขยันและมีวินัยเช่นนี้  พร้อมระบุเสริมอีกว่า ในยุคที่กลุ่มมหาอำนาจต่างละเลยและกระทำการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ประเทศอื่น ๆ จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้องอธิปไตยและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ขณะที่คิมจองอึนย้ำว่าสนธิสัญญานี้จะเป็นหลักประกันการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะขยายความร่วมมือไปในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ภาคการเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศ ไปจนถึงด้านสาธารณสุข เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะยาว

ปัจจุบัน ทั้งเกาหลีเหนือและเบลารุสต่างเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ทั้งจากประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน 

โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่าเกาหลีเหนือได้ส่งทหารไปช่วยรัสเซียทำสงคราม จนมีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,000 นาย ในช่วงแรกของสงคราม ขณะที่สื่อเกาหลีเหนือได้เปิดเผยว่าผู้นำคิมจองอึนเพิ่งส่งสารถึงวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่า “เกาหลีเหนือจะยืนเคียงข้างรัสเซียเสมอ”

ขณะที่เบลารุสยังถูกยูเครนกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่าได้ยอมเปิดทางให้รัสเซียใช้พื้นที่ภายในประเทศเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อเปิดฉากโจมตียูเครนมาตั้งแต่สงครามเริ่มในปี 2022.

ที่มา: BBC

เรือ “มยุรีนารี” เกยตื้นเกาะเกชม์ ในน่านน้ำอิหร่าน

เรือ "มยุรีนารี" เกยตื้นเกาะเกชม์ ในน่านน้ำอิหร่าน

27 มี.ค. 2569 11:20 น.

เรือ “มยุรีนารี” เกยตื้นเกาะเกชม์ ในน่านน้ำอิหร่าน

เรือบรรทุกสินค้า “มยุรีนารี” ของไทย ประสบเหตุเกยตื้นบริเวณเกาะเกชม์ของอิหร่าน หลังถูกวัตถุระเบิดโจมตีจนเกิดไฟไหม้ห้องเครื่องเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แต่ไม่มีการระบุถึงสถานะหรือความคืบหน้าในการช่วยเหลือลูกเรือลูกเรือไทยที่ยังสูญหายอีก 3 ราย

สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่าน รายงานความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้า “มยุรีนารี” ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและดำเนินการโดยบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง ว่าขณะนี้ตัวเรือได้แล่นเกยตื้นอยู่นอกชายฝั่งเกาะเกชม์ ของประเทศอิหร่าน หลังจากถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดเมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งทางเหนือของประเทศโอมานประมาณ 11 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก โดยหน่วยงานปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่าได้รับแจ้งจากเรือมยุรีนารีว่าถูกวัตถุบางอย่างพุ่งชนบริเวณท้ายเรือ ส่งผลให้เกิดการระเบิดและไฟไหม้รุนแรงในห้องเครื่อง จนลูกเรือต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและสละเรือทันที

ในเบื้องต้น กองทัพเรือโอมานสามารถเข้าช่วยเหลือลูกเรือไว้ได้ 20 ราย อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานลูกเรือสูญหายอีก 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยทั้ง 3 ราย โดยระบุว่าทางการอิหร่านและโอมานได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมกันจนสามารถเข้าถึงตัวเรือมยุรีนารีได้แล้ว เพื่อตรวจสอบความเสียหายและค้นหาผู้สูญหายเพิ่มเติม

ด้านเว็บไซต์ข่าวการเดินเรือ Splash 247 ได้เผยแพร่ภาพถ่ายของเรือมยุรีนารีที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ พบร่องรอยความเสียหายจากแรงระเบิดและควันไฟ แม้ว่าในเวลาต่อมาจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตัวเรือไม่สามารถควบคุมได้จนไปเกยตื้นในที่สุด.

ที่มา Reuters

ครั้งแรกในรอบ 165 ปี สหรัฐฯ เตรียมพิมพ์ลายเซ็น “โดนัลด์ ทรัมป์” ลงบนธนบัตร

ครั้งแรกในรอบ 165 ปี สหรัฐฯ เตรียมพิมพ์ลายเซ็น "โดนัลด์ ทรัมป์" ลงบนธนบัตร

27 มี.ค. 2569 11:08 น.

ครั้งแรกในรอบ 165 ปี สหรัฐฯ เตรียมพิมพ์ลายเซ็น “โดนัลด์ ทรัมป์” ลงบนธนบัตร

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ เตรียมพิมพ์ลายเซ็นประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ลงบนธนบัตรดอลลาร์ นับเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ถือเป็นการยุติธรรมเนียมเก่าแก่มากกว่า 165 ปี ที่ต้องมีลายเซ็นเหรัญญิกกำกับ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ธนบัตรหมุนเวียนของสหรัฐฯ รุ่นใหม่จะเริ่มปรากฏลายเซ็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกาที่มีการใช้ลายเซ็นของประธานาธิบดีขณะดำรงตำแหน่งลงบนธนบัตร

การปรับโฉมธนบัตรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราชของสหรัฐฯ  โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการ “ถอดลายเซ็นของเหรัญญิกสหรัฐฯ” (U.S. Treasurer) ออกจากธนบัตร ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861

โดยธนบัตรชนิดราคา 100 ดอลลาร์ จะเป็นรุ่นแรกที่มีการพิมพ์ลายเซ็นของประธานาธิบดีทรัมป์ คู่กับ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนจะทยอยพิมพ์ในธนบัตรชนิดราคาอื่นๆ และเริ่มหมุนเวียนเข้าสู่ระบบธนาคารในเวลาต่อมา

ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กระทรวงการคลังยังคงผลิตธนบัตรที่ใช้ลายเซ็นของเจเน็ต เยลเลน อดีตรัฐมนตรีคลังในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน และลินน์ มาเลอร์บา อดีตเหรัญญิกสหรัฐฯ โดยมาเลอร์บาจะเป็นเหรัญญิกคนสุดท้ายที่ลายเซ็นปรากฏบนธนบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1861 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลเริ่มออกธนบัตรครั้งแรก

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลัง ระบุในแถลงการณ์ว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในวาระฉลอง 250 ปีชาติอเมริกา เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินในสมัยที่สองของทรัมป์ ขณะที่ นายแบรนดอน บีช เหรัญญิกคนปัจจุบัน ยกย่องว่าทรัมป์คือสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลัง “การฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคทอง”

อย่างไรก็ตาม การนำชื่อหรือรูปภาพของทรัมป์ไปปรากฏในสิ่งต่างๆ ของรัฐบาล เป็นความพยายามที่เห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ชื่อบนอาคาร โปรแกรมรัฐบาล เรือรบ ไปจนถึงเหรียญกษาปณ์ทองคำที่ระลึกที่เพิ่งได้รับอนุมัติแบบไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะมีความพยายามนำรูปภาพของทรัมป์ไปไว้บนเหรียญหมุนเวียน 1 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกฎหมายสหรัฐฯ สั่งห้ามมิให้ใช้รูปบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่บนเหรียญกษาปณ์

สำหรับธนบัตรนั้น กฎหมายให้อำนาจกระทรวงการคลังในการปรับเปลี่ยนการออกแบบเพื่อป้องกันการปลอมแปลงได้ในขอบเขตที่กว้างขวาง โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า “รูปลักษณ์โดยรวมของธนบัตรจะยังคงเดิม” มีเพียงการเปลี่ยนลายเซ็นของเหรัญญิกเป็นลายเซ็นของประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้น ส่วนข้อความสำคัญอย่าง “In God We Trust” และภาพพอร์ตเทรตของบุคคลสำคัญผู้ล่วงลับจะยังคงอยู่เช่นเดิม.

ที่มา Reuters

รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปลดล็อกโรงไฟฟ้าถ่านหินชั่วคราว รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปลดล็อกโรงไฟฟ้าถ่านหินชั่วคราว รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

27 มี.ค. 2569 10:50 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปลดล็อกโรงไฟฟ้าถ่านหินชั่วคราว รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมผ่อนคลายข้อจำกัดโรงไฟฟ้าถ่านหิน หวังแก้ปัญหาพลังงานตึงตัวจากวิกฤตตะวันออกกลาง เตรียมเสนอแผนต่อผู้เชี่ยวชาญ

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายทาคาฮิเดะ โซเอดะ เจ้าหน้าที่กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ยืนยันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันแผนผ่อนคลายข้อจำกัดการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกล่าวว่า แผนผ่อนคลายข้อจำกัดนี้จะถูกนำเสนอในการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญต่อไป 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมประกาศมาตรการดังกล่าว เพื่อรับมือกับภาวะพลังงานตึงตัว และการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การจัดหาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซ มีความไม่แน่นอนมากขึ้น

โดยแผนนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในระยะสั้น โดยการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานในประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อาจสร้างความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากญี่ปุ่นมีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

นักวิเคราะห์มองว่า การกลับมาใช้พลังงานจากถ่านหินสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของญี่ปุ่นในการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน แม้จะขัดกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวก็ตาม.

ที่มา Nikkei Asia

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งเดินหน้าจัดงาน “ติงยาน” เทศกาลน้ำเมียนมา แม้เผชิญวิกฤตน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งเดินหน้าจัดงาน "ติงยาน" เทศกาลน้ำเมียนมา แม้เผชิญวิกฤตน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง

27 มี.ค. 2569 10:31 น.

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งเดินหน้าจัดงาน “ติงยาน” เทศกาลน้ำเมียนมา แม้เผชิญวิกฤตน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง

“มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาปรากฏตัวหลังผ่าตัดเพียง 4 วัน สั่งเดินหน้าจัดงานเทศกาล “ติงยาน” เทศกาลสาดน้ำของเมียนมาให้คึกคักทั่วประเทศ แม้เผชิญวิกฤตน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง

วันที่ 27 มีนาคม 2569 พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา สั่งเดินหน้าจัดเทศกาลติงยาน หรือประเพณีสาดน้ำของชาวเมียนมา ทั่วประเทศ แม้สถานการณ์ภายในยังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันและเศรษฐกิจตกต่ำ นอกจากนี้ในการประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันไม่ให้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันกระทบต่อการจัดเทศกาลติงยาน พร้อมเสนอให้ประชาชนร่วมกิจกรรม “เดินสาดน้ำ” แทนการจัดขบวนรถที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก

พร้อมย้ำว่า เทศกาลปีนี้ต้องจัดขึ้นอย่างราบรื่น และไม่ถูกจำกัดเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการลดขนาดงานลงหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

โดยคำสั่งนี้มีขึ้นระหว่างการประชุมความมั่นคงด้านพลังงานที่กรุงเนปิดอว์ ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของผู้นำเมียนมา หลังเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังเพียง 4 วัน

รายงานระบุว่า ผู้นำเมียนมาเข้ารับการผ่าตัดนาน 2 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลทหารขนาด 1,000 เตียง โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากอินเดีย และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมและช่องกระดูกสันหลังตีบ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในผู้สูงอายุ

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าเขากลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ข่าวการผ่าตัดได้จุดกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับอาการป่วยที่อาจรุนแรงกว่านั้น รวมถึงการแย่งชิงอำนาจภายในก่อนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวอย่างรวดเร็วของเขาถูกมองว่าเป็นการสกัดข่าวลือที่ออกมา.

ที่มา Irrawaddy

“คิม จองอึน” จับมือผู้นำเบลารุส ลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ กระชับพันธมิตรต้านตะวันตก

“คิม จองอึน” จับมือผู้นำเบลารุส ลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ กระชับพันธมิตรต้านตะวันตก

27 มี.ค. 2569 08:11 น.

“คิม จองอึน” จับมือผู้นำเบลารุส ลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ กระชับพันธมิตรต้านตะวันตก

ผู้นำเกาหลีเหนือ-เบลารุส พบหารือกันที่กรุงเปียงยาง ลงนามข้อตกลงความร่วมมือรอบด้าน ย้ำจุดยืนร่วมต้านแรงกดดันจากตะวันตก

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ให้การต้อนรับนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ที่กรุงเปียงยาง ในการเยือนอย่างเป็นทางการ 2 วัน พร้อมจัดการหารือระดับผู้นำ และลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ นอกจากสนธิสัญญาหลักแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังลงนามข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจ ในหลายด้าน อาทิ การศึกษา สาธารณสุข และเกษตรกรรม

ด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี รายงานว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระดับสูง การแลกเปลี่ยนการเยือน และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่มีความสนใจร่วมกัน โดยผู้นำเกาหลีเหนือได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อเบลารุส พร้อมวิพากษ์แรงกดดันจากชาติตะวันตก ขณะที่ผู้นำเบลารุสระบุว่า ทั้งสองประเทศมีจุดยืนตรงกันต่อประเด็นระหว่างประเทศ

ทางการเบลารุสระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ และเป็นสัญญาณว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ โดยนายลูคาเชนโกยอมรับว่าที่ผ่านมาความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศยังไม่แน่นแฟ้นนัก แต่ยืนยันว่าขณะนี้ความสัมพันธ์ได้พัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ในการเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองยังได้แลกของขวัญ โดยนายคิมมอบดาบและแจกันลวดลายพิเศษให้ลูคาเชนโก ขณะที่ลูคาเชนโกมอบปืนไรเฟิลจู่โจมที่ผลิตในเบลารุส นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังจัดการแสดงสเกตน้ำแข็งและงานเลี้ยงต้อนรับ ก่อนเดินทางไปส่งผู้นำเบลารุสถึงสนามบินเปียงยางด้วยตนเอง.

ที่มา AFP

ดราม่านักวิ่งมาราธอนจีน โชว์แยกขาทำคนล้มระเนระนาด – อีกรายกวาดเจลพลังงานเกลี้ยง โดนแบน 2 ปี

ดราม่านักวิ่งมาราธอนจีน โชว์แยกขาทำคนล้มระเนระนาด – อีกรายกวาดเจลพลังงานเกลี้ยง โดนแบน 2 ปี

27 มี.ค. 2569 08:06 น.

ดราม่านักวิ่งมาราธอนจีน โชว์แยกขาทำคนล้มระเนระนาด – อีกรายกวาดเจลพลังงานเกลี้ยง โดนแบน 2 ปี

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลัง 2 นักวิ่ง จากการแข่งขัน เฉิงตู เวิลด์ เฮอริเทจ มาราธอน 2026 ถูกลงโทษแบนยาว 2 ปี จากพฤติกรรมที่ถูกมองว่าอันตรายและเห็นแก่ตัวระหว่างการแข่งขัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นในนคร เฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และกลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

โดยนักวิ่งหญิงนามสกุล “หวัง” สร้างความตกตะลึง เมื่อเธอหยุดวิ่งกะทันหันกลางเส้นทาง ก่อนจะลงไปนั่ง “สปลิต” เหยียดขาเต็มพื้น พร้อมชูมือทำท่ารูปหัวใจเพื่อถ่ายภาพ

ภาพและคลิปเหตุการณ์เผยให้เห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้นักวิ่งที่ตามหลังมาเบรกไม่ทัน จนเกิดการชนและล้มต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการบาดเจ็บอย่างรุนแรง

ทาง สมาคมนักกรีฑาเสฉวน ระบุว่า การกระทำของเธอถือเป็นการขัดขวางการแข่งขัน และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมคนอื่น

ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 1 ดราม่า เมื่อนักวิ่งชายอีกคน นามสกุล “จาง” ถูกจับภาพได้ขณะสะพายกระเป๋าแบบใส ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยเจลพลังงาน และอาหารสำหรับนักวิ่งจำนวนมาก

รายงานระบุว่า สิ่งของเหล่านี้ถูกหยิบมาจากจุดบริการระหว่างทางในปริมาณเกินควร จนทำให้นักวิ่งคนอื่นอาจขาดแคลน

สมาคมฯ ชี้ว่าเขานำอุปกรณ์การแข่งขันไปใช้ส่วนตัวโดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎอย่างชัดเจนเช่นกัน

ทั้งนี้ ทั้งนักวิ่งหญิงและชายที่ก่อเหตุ ต่างถูกลงโทษแบนเป็นเวลา 2 ปี จากการแข่งขันมาราธอนทั้งหมดในมณฑลเสฉวน พร้อมถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันครั้งนี้

โดยทางสมาคมย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรักษาระเบียบวินัยการแข่งขัน, สร้างความยุติธรรมให้ผู้เข้าแข่งขัน และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสนาม.

ที่มา :channelnewsasia , Shanghai Daily

หญิงสเปนวัย 25 ต่อสู้ 20 เดือนเพื่อ “สิทธิการุณยฆาต” ก่อนได้สิทธิจบชีวิต สะเทือนใจทั้งประเทศ

หญิงสเปนวัย 25 ต่อสู้ 20 เดือนเพื่อ “สิทธิการุณยฆาต” ก่อนได้สิทธิจบชีวิต สะเทือนใจทั้งประเทศ

27 มี.ค. 2569 07:59 น.

หญิงสเปนวัย 25 ต่อสู้ 20 เดือนเพื่อ “สิทธิการุณยฆาต” ก่อนได้สิทธิจบชีวิต สะเทือนใจทั้งประเทศ

ศาลสเปนมีคำพิพากษาอนุญาตให้ “โนเอเลีย กัสตีโย” หญิงสเปนวัย 25 ปี จบชีวิตด้วยการุณยฆาต หลังต่อสู้คดีนาน 20 เดือน ท่ามกลางดราม่าครอบครัวและเสียงถกเถียงทั่วประเทศ

โนเอเลีย กัสตีโย หญิงชาว สเปน วัย 25 ปี ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงระดับประเทศ เสียชีวิตลงแล้ว หลังได้รับอนุญาตให้เข้ารับการุณยฆาต ปิดฉากการต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานกว่า 20 เดือน

กรณีของเธอเริ่มต้นขึ้นหลังยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ “จบชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี” ในปี 2024 แต่ต้องเผชิญการคัดค้านจากบิดา ซึ่งยื่นอุทธรณ์โดยอ้างว่าลูกสาวมีปัญหาสุขภาพจิตและรัฐควรมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเธอ ทำให้เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อเข้าสู่กระบวนการศาล ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อ European Court of Human Rights มีคำตัดสินให้เธอมีสิทธิเลือกจบชีวิตของตนเอง

ไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต โนเอเลียให้สัมภาษณ์กับ Antena 3 โดยยืนยันว่า การตัดสินใจของเธอไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลจากความเจ็บปวดที่สะสมมาอย่างยาวนาน

เธอเล่าว่า ชีวิตเริ่มสั่นคลอนหลังพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 13 ปี และต้องใช้ชีวิตในศูนย์ดูแล พร้อมถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะย้ำคิดย้ำทำและโรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญเหตุการณ์ถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง ทั้งจากอดีตคนรัก และเหตุการณ์ในสถานบันเทิง ซึ่งเธอไม่เคยแจ้งความ

ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจนำไปสู่การพยายามจบชีวิตในปี 2022 แม้เธอจะรอดชีวิต แต่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตครึ่งล่างและใช้รถเข็นตลอดชีวิต

เธอกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันอยากจากไปอย่างสงบ และหยุดความเจ็บปวดเสียที” ซึ่งกลายเป็นคำพูดที่สะเทือนใจผู้คนจำนวนมาก

กรณีของเธอจุดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรงในสังคมสเปน ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนสิทธิในการตัดสินใจของผู้ป่วย และฝ่ายที่เห็นว่ารัฐควรปกป้องชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง จนท้ายที่สุด โนเอเลียเลือกจากไปตามความตั้งใจของเธอ ท่ามกลางความเห็นต่างของครอบครัว.

ที่มา :  CNN

ทรัมป์ สั่งด่วนจ่ายเงินเจ้าหน้าที่สนามบิน 50,000 คน แก้วิกฤต TSA ขาดแคลนหนัก กระทบการเดินทาง

ทรัมป์ สั่งด่วนจ่ายเงินเจ้าหน้าที่สนามบิน 50,000 คน แก้วิกฤต TSA ขาดแคลนหนัก กระทบการเดินทาง

27 มี.ค. 2569 07:37 น.

ทรัมป์ สั่งด่วนจ่ายเงินเจ้าหน้าที่สนามบิน 50,000 คน แก้วิกฤต TSA ขาดแคลนหนัก กระทบการเดินทาง

โดนัลด์ ทรัมป์เผยจะใช้อำนาจฝ่ายบริหารสั่งจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินกว่า 50,000 คน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่ส่งผลให้การเดินทางทั่วประเทศเกิดความล่าช้าอย่างหนัก

ทรัมป์ระบุว่า ได้สั่งการไปยัง Department of Homeland Security ให้จ่ายเงินเจ้าหน้าที่ TSA ทันที เพื่อรับมือกับ สถานการณ์ฉุกเฉิน และยุติความวุ่นวายในสนามบิน

ปัญหานี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะชัตดาวน์บางส่วนของรัฐบาล ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของ Transportation Security Administration หรือ TSA ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

ข้อมูลจาก DHS ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยสนามบินเกือบ 500 คนลาออกแล้ว นับตั้งแต่เริ่มวิกฤตดังกล่าว

ขณะเดียวกัน อัตราการขาดงานพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยมีเจ้าหน้าที่ TSA มากกว่า 11% หรือราว 3,120 คน ไม่มาทำงานในวันเดียว และบางสนามบินมีอัตราขาดงานสูงถึง 30% เช่น สนามบิน John F. Kennedy International Airport, สนามบินในเมือง ฮิวสตัน รวมถึง บัลติมอร์, นิวออร์ลีนส์ และ แอตแลนตา

ทาง TSA เตือนว่า หากปัญหาขาดแคลนบุคลากรรุนแรงขึ้น อาจต้องปิดสนามบินขนาดเล็กบางแห่ง

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดสปริงเบรก ซึ่งมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นราว 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้หลายสนามบินเกิดคิวยาวหลายชั่วโมงในการผ่านจุดตรวจความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในสภาคองเกรส ยังคงยืดเยื้อ โดยฝั่งเดโมแครตชะลอการอนุมัติงบประมาณให้ DHS เพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านตรวจคนเข้าเมือง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ในเมือง มินนิอาโปลิส ยิงพลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันปฏิเสธข้อเสนอให้แยกงบประมาณ TSA ออกจากการเจรจานโยบายตรวจคนเข้าเมือง

ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า อาจพิจารณาส่งกองกำลัง National Guard เข้าประจำสนามบิน เพื่อช่วยด้านความปลอดภัย

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยสืบสวนของ DHS ถูกส่งไปช่วยงานในสนามบิน 14 แห่งทั่วประเทศ ทั้งตรวจบัตรประชาชน ดูแลทางเข้า-ออก และควบคุมฝูงชน.

ที่มา : channelnewsasia