เลขาธิการ UN กังวลเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

เลขาธิการ UN กังวลเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

27 ก.ค. 2568 06:38 น.

เลขาธิการ UN กังวลเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

องค์การสหประชาชาติโพสต์แถลงการณ์ ระบุเลขาธิการใหญ่ UN กังวลสถานการณ์การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง และแก้ปัญหาด้วยการเจรจา

เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค. 2568 เว็บไซต์องค์การสหประชาชาติเผยแพร่แถลงการณ์ของนาย ฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ระบุว่า ท่านเลขาธิการฯ รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการปะทะของทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ 24 ก.ค.

ท่านเลขาธิการฯ ขอประณามโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างไม่จำเป็น ทำให้เกิดความบาดเจ็บต่อพลเรือน สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในทั้งสองฝ่าย

ท่านเลขาธิการฯ ขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงเพื่อหยุดยิงในทันที และแก้ปัญหาใดๆ ก็ตามผ่านการเจรจา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางแก้ปัญหาระยะยาวในความขัดแย้งนี้

และท่านเลขาธิการฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในความพยายามใดๆ ที่จะนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : UN

ฮุน มาเนต รับข้อเสนอหยุดยิงทรัมป์ ยินดีไทยก็เห็นด้วย แต่ขออย่ากลับคำอีก

ฮุน มาเนต รับข้อเสนอหยุดยิงทรัมป์ ยินดีไทยก็เห็นด้วย แต่ขออย่ากลับคำอีก

27 ก.ค. 2568 03:36 น.

ฮุน มาเนต รับข้อเสนอหยุดยิงทรัมป์ ยินดีไทยก็เห็นด้วย แต่ขออย่ากลับคำอีก

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชารับข้อเสนอหยุดยิงของโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีไทยก็ตอบรับ แต่ขออย่าคืนคำเหมือนตอนรับปากกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. 2568 สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตัวเอง ระบุได้คุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว และเห็นด้วยกับข้อเสนอหยุดยิงในทันทีของผู้นำสหรัฐฯ พร้อมรับว่าได้มอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปคุยกับรัฐมนตรีสหรัฐฯ ในเรื่องนี้แล้ว

“เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 ก.ค. 2568 ข้าพเจ้าได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ผู้ทรงเกียรติ เรื่องการปะทะกันด้วยอาวุธตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย”

“ระหว่างการสนทนา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ได้แสดงออกว่าไม่ต้องการเห็นสงครามหรือการต่อสู้ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายทั้งสองฝ่าย ทั้งทหารและพลเรือน ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวกลาง และประสบความสำเร็จในการยุติความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลก”

“ส่วนการปะทะกันระหว่างกองทัพกัมพูชากับไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ทรงเกียรติก็ปรารถนาจะเห็นการหยุดยิงในทันทีและสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ”

“เพื่อเป็นการตอบสนอง ข้าพเจ้าได้แสดงความชัดเจนต่อท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ทรงเกียรติว่า กัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอเพื่อการหยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย ตามข้อเท็จจริง ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าก็ได้แสดงจุดยืนเดียวกันนี้ต่อ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย และประธานอาเซียนสมัยปัจจุบัน เมื่อ 24 ก.ค. 2568”

“หลังจากท่านได้พูดคุยกับ ฯพณฯ ภูมิธรรม เวชยชัย นายกรัฐมนตรีรักษาการแห่งประเทศไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถ่ายทอดข่าวดีให้ข้าพเจ้าได้รับทราบ ว่าฝ่ายไทยก็เห็นด้วยกับข้อเสนอหยุดยิงในทันทีของท่านประธานาธิบดี นี่เป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับทหารและประชาชนของทั้งสองประเทศ”

“ข้าพเจ้าหวังว่าฝ่ายไทยจะไม่พลิกกลับจุดยืนแบบเดียวกับตอนที่ตอบรับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม เมื่อ 24 ก.ค. 2568”

“ข้าพเจ้าได้มอบหมายให้ ฯพณฯ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อหารือกับ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ผู้ทรงเกียรติ เพื่อบังคับใช้หลักการที่ตกลงกันดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารและพลเรือนของทั้งสองฝ่าย”

“ข้าพเจ้าอยากขอขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ทรงเกียรติ สำหรับความคิดริเริ่มและการเป็นตัวกลางเพื่อหาทางหยุดยิงในทันทีและสร้างสันติภาพระหว่างกัมพูชากับไทย ผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมนี้จะมีส่วนช่วยอย่างแท้จริงในการปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือนมากมาย ที่อาจสูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้ และจะช่วยเหลือผู้อพยพหลายแสนคนให้กลับคืนสู่หมู่บ้านของพวกเขา เพื่อใช้ชีวิตประจำวันต่อไปอย่างปลอดภัยและสงบสุข”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ปธน.ฟิลิปปินส์พร้อมช่วย ไทย-กัมพูชา ลดความตึงเครียด-ฟื้นฟูสันติภาพ

ปธน.ฟิลิปปินส์พร้อมช่วย ไทย-กัมพูชา ลดความตึงเครียด-ฟื้นฟูสันติภาพ

27 ก.ค. 2568 02:21 น.

ปธน.ฟิลิปปินส์พร้อมช่วย ไทย-กัมพูชา ลดความตึงเครียด-ฟื้นฟูสันติภาพ

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ยืนยัน พร้อมช่วยเหลือไทยกับกัมพูชาลดความตึงเครียด และฟื้นฟูสันติภาพ หลังเกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ค. 2568 รัฐบาลแห่งประเทศฟิลิปปินส์เผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เกี่ยวกับสถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมา 3 วันแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงคุกรุ่น

ในแถลงการณ์ ประธานาธิบดีมาร์กอสเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ

“ฟิลิปปินส์สังเกตการณ์การปะทะกันระหว่างประเทศเพื่อนร่วมสมาชิกอาเซียนทั้ง 2 ของเรา ที่ยังคงดำเนินอยู่ และขอเรียกร้องให้พวกเขาแก้ปัญหาตามแนวทางของกฎหมายระหว่างประเทศและแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ” นายมาร์กอสระบุ

นอกจากนั้น ผู้นำฟิลิปปินส์ยังเน้นย้ำคำมั่นสัญญาของประเทศที่มีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งนายมาร์กอสแสดงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในความพยายามใดๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความสงบ

“ฟิลิปปินส์พร้อมที่จะช่วยเหลือในทุกทางเพื่อฟื้นฟูความสงบสุข” ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าว

ทั้งนี้ การปะทะกันบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาปะทุขึ้นในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดทั้งสองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 30 ศพ โดยมีทั้งทหารและพลเรือน นอกจากนั้นยังมีรายงานผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และประชาชนมากกว่า 150,000 คนต้องอพยพหนีการต่อสู้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : pia.gov.ph

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยผู้นำไทย-กัมพูชาแล้ว ชี้เกิดสันติก่อนค่อยเจรจาการค้า

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยผู้นำไทย-กัมพูชาแล้ว ชี้เกิดสันติก่อนค่อยเจรจาการค้า

27 ก.ค. 2568 01:07 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยผู้นำไทย-กัมพูชาแล้ว ชี้เกิดสันติก่อนค่อยเจรจาการค้า

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์หลังคุยผู้นำไทย-กัมพูชา เรียกร้อง 2 ฝ่ายหาทางหยุดยิงในทันที จากนั้นค่อยกลับมาร่วมโต๊ะเจรจาข้อตกลงการค้า

เมื่อ 26 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความสรุปหลังจากพูดคุยกับผู้นำไทยและกัมพูชา โดยย้ำให้ทั้งสองฝ่ายหาทางหยุดยิงในทันที และเมื่อสันติเกิดขึ้นแล้วค่อยหาทางกลับมาร่วมโต๊ะเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ

“ผมมีการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ดีมากกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และแจ้งเรื่องที่ผมหารือกับไทยและนายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยให้เขาทราบ ทั้งสองฝ่ายกำลังหาทางหยุดยิงและสร้างสันติภาพทันที และพวกเขากำลังหาทางกลับเข้าสู่ ‘โต๊ะเจรจาการค้า’ กับสหรัฐฯ ซึ่งเราคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะทำจนว่าการต่อสู้จะหยุดลง”

“พวกเขาตกลงจะพบปะกันในทันทีและทำงานร่วมกันโดยเร็วเรื่องการหยุดยิง และทำให้เกิดสันติภาพในท้ายที่สุด เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับทั้งสองประเทศ พวกเขามีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน หวังว่าพวกเขาจะสนิทกันไปอีกนานเท่านาน เมื่อเรื่องทั้งหมดนี้จบลงและไขว่คว้าสันติภาพมาอยู่ในมือได้สำเร็จ ผมตั้งตารอที่จะบรรลุข้อสรุปในข้อตกลงการค้าของเรากับทั้งสองประเทศ”

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์ โพสต์ข้อความ 2 โพสต์พูดถึงการสนทนากับผู้นำกัมพูชา “ผมเพิ่งพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเรื่องการหยุดสงครามกับประเทศไทย ผมกำลังโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยอยู่ตอนนี้ เพื่อขอให้มีการหยุดยิงเช่นเดียวกัน และยุติสงครามนี้ ซึ่งกำลังระอุ บังเอิญว่าเรากำลังเจรจาเรื่องการค้ากับทั้งสองประเทศพอดี แต่ยังไม่อยากทำข้อตกลงใดๆ กับประเทศใด ถ้าพวกเขายังสู้กันอยู่ และผมได้บอกพวกเขาไปแล้ว”

“การโทรศัพท์กับไทยกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ การโทรศัพท์กับกัมพูชาเสร็จสิ้นแล้ว แต่คาดว่าจะโทรกลับไปใหม่เรื่องการยุติสงครามและการหยุดยิง ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไทยพูดอย่างไร ผมพยายามทำให้สถานการณ์ที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายที่สุด คนมากมายถูกสังหารในสงครามนี้ แต่มันก็ทำให้ผมนึกถึงการปะทะระหว่างปากีสถานกับอินเดีย ซึ่งถูกทำให้หยุดลงได้สำเร็จ”

จากนั้นเขาจึงโพสต์ข้อความหลังจากได้คุยกับนายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยว่า “ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีรักษาการของประเทศไทยแล้ว และเป็นการสนทนาที่ดีมาก ประเทศไทยก็ต้องการหยุดยิงในทันทีและต้องการสันติเช่นเดียวกับกัมพูชา ตอนนี้ผมกำลังจะนำข้อความดังกล่าวกลับไปถ่ายทอดให้ต่อนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา หลังจากคุยกับทั้งสองฝ่ายแล้ว การหยุดยิง, สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมชาติ เราจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial / @realDonaldTrump

กัมพูชาโพสต์ภาพ ฮุน เซน นั่งโต๊ะให้คำปรึกษากองทัพ โวทำงานไม่ได้พัก

กัมพูชาโพสต์ภาพ ฮุน เซน นั่งโต๊ะให้คำปรึกษากองทัพ โวทำงานไม่ได้พัก

27 ก.ค. 2568 00:02 น.

กัมพูชาโพสต์ภาพ ฮุน เซน นั่งโต๊ะให้คำปรึกษากองทัพ โวทำงานไม่ได้พัก

โฆษกสมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ภาพประธานวุฒิสภานั่งโต๊ะติดต่อให้คำปรึกษากับเหล่าแม่ทัพ พร้อมยกย่องฮุน เซน ที่ทำงานอย่างแข็งขันแม้จะแทบไม่ได้พักผ่อนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

เมื่อ 26 ก.ค. 2568 นายเจีย ธีริท โฆษกของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ภาพใหม่ลงบนเฟซบุ๊ก โดยนายเจียระบุว่าเป็นภาพที่แสดงให้เห็นสมเด็จฯ ฮุน เซน กำลังใช้งานโทรศัพท์และวิทยุสื่อสารเพื่อให้คำปรึกษาแก่กองทัพในระหว่างการปะทะกับไทย โดยย้ำว่า ฮุน เซน ทำงานโดย “แทบไม่ได้พักผ่อน”

กัมพูชาโพสต์ภาพ ฮุน เซน นั่งโต๊ะให้คำปรึกษากองทัพ โวทำงานไม่ได้พัก

“ในวันที่ 3 ของการรุกรานของศัตรู สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังคงให้คำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ทางทหารแก่นายกรัฐมนตรีและเหล่าแม่ทัพเพื่อต่อสู้กับศัตรูด้วยความกล้าหาญ และกำลังปฏิบัติหน้าที่ของท่านในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสสูงสุดของกองทัพอย่างแข็งขัน ถึงแม้ว่าสมเด็จฯ ฮุน เซน จะไม่ได้พักผ่อนมากนักในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ท่านก็ยังสามารถนั่งให้คำแนะนำด้านยุทธศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจแก่เหล่าทหารหาญด้วยพลังงานและความเฉียบแหลม จิตวิญญาณของสมเด็จฯ ฮุน เซน อยู่กับนักรบของเราตลอดเวลา”

“รัฐบุรุษผู้ใช้เวลา 4 ใน 5 ของชีวิตในสนามรบ กล่าวว่า สำหรับกองทัพแล้ว การต่อสู้ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือการต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินของบรรพบุรุษต่อต้านผู้รุกรานต่างชาติ ซึ่งแตกต่างจากการต่อสู้กับชาวเขมรด้วยกันเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ทรัมป์ลั่น ไม่ทำข้อตกลงการค้าหากไทย-กัมพูชายังสู้กันอยู่ จี้ 2 ฝ่ายหยุดยิง

ทรัมป์ลั่น ไม่ทำข้อตกลงการค้าหากไทย-กัมพูชายังสู้กันอยู่ จี้ 2 ฝ่ายหยุดยิง

26 ก.ค. 2568 23:25 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่ทำข้อตกลงการค้าหากไทย-กัมพูชายังสู้กันอยู่ จี้ 2 ฝ่ายหยุดยิง

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่า ได้คุยกับผู้นำไทยกับกัมพูชาแล้ว พร้อมแจ้งกับทั้งสองฝ่ายแล้วว่า จะไม่ทำข้อตกลงการค้าใดๆ หากไทย-กัมพูชายังสู้กันอยู่

เมื่อ 26 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า เขาได้คุยกับผู้นำประเทศไทยแล้ว และได้ทราบว่าไทยก็ต้องการหยุดยิงเช่นเดียวกับกัมพูชา ซึ่งเขาจะนำข้อความนี้ไปถ่ายทอดในการสนทนากับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาหลังจากนี้

“ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีรักษาการของประเทศไทยแล้ว และเป็นการสนทนาที่ดีมาก ประเทศไทยก็ต้องการหยุดยิงในทันทีและต้องการสันติเช่นเดียวกับกัมพูชา ตอนนี้ผมกำลังจะนำข้อความดังกล่าวกลับไปถ่ายทอดให้ต่อนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา หลังจากคุยกับทั้งสองฝ่ายแล้ว การหยุดยิง, สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมชาติ เราจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายทรัมป์โพสต์ข้อความระบุว่าได้คุยกับผู้นำกัมพูชาเรื่องการยุติสงคราม โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

“ผมเพิ่งพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเรื่องการหยุดสงครามกับประเทศไทย ผมกำลังโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยอยู่ตอนนี้ เพื่อขอให้มีการหยุดยิงเช่นเดียวกัน และยุติสงครามนี้ ซึ่งกำลังระอุ บังเอิญว่าเรากำลังเจรจาเรื่องการค้ากับทั้งสองประเทศพอดี แต่ยังไม่อยากทำข้อตกลงใดๆ กับประเทศใด ถ้าพวกเขายังสู้กันอยู่ และผมได้บอกพวกเขาไปแล้ว”

“การโทรศัพท์กับไทยกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ การโทรศัพท์กับกัมพูชาเสร็จสิ้นแล้ว แต่คาดว่าจะโทรกลับไปใหม่เรื่องการยุติสงครามและการหยุดยิง ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไทยพูดอย่างไร ผมพยายามทำให้สถานการณ์ที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายที่สุด คนมากมายถูกสังหารในสงครามนี้ แต่มันก็ทำให้ผมนึกถึงการปะทะระหว่างปากีสถานกับอินเดีย ซึ่งถูกทำให้หยุดลงได้สำเร็จ”

ล่าสุดนายทรัมป์โพสต์ข้อความที่ 3 ระบุว่า “ผมมีการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ดีมากกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และแจ้งเรื่องที่ผมหารือกับไทยและนายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยให้เขาทราบ ทั้งสองฝ่ายกำลังหาทางหยุดยิงและสร้างสันติภาพทันที และพวกเขากำลังหาทางกลับเข้าสู่ ‘โต๊ะเจรจาการค้า’ กับสหรัฐฯ ซึ่งเราคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะทำจนว่าการต่อสู้จะหยุดลง”

“พวกเขาตกลงจะพบปะกันในทันทีและทำงานร่วมกันโดยเร็วเรื่องการหยุดยิง และทำให้เกิดสันติภาพในท้ายที่สุด เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับทั้งสองประเทศ พวกเขามีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน หวังว่าพวกเขาจะสนิทกันไปอีกนานเท่านาน เมื่อเรื่องทั้งหมดนี้จบลงและไขว่คว้าสันติภาพมาอยู่ในมือได้สำเร็จ ผมตั้งตารอที่จะบรรลุข้อสรุปในข้อตกลงการค้าของเรากับทั้งสองประเทศ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial / @realDonaldTrump

กัมพูชาปัดข่าวจงใจยิงเข้าลาว ลั่นพร้อมช่วยลาวสืบสวนกรณี “กระสุนลูกหลง”

กัมพูชาปัดข่าวจงใจยิงเข้าลาว ลั่นพร้อมช่วยลาวสืบสวนกรณี “กระสุนลูกหลง”

26 ก.ค. 2568 22:27 น.

กัมพูชาปัดข่าวจงใจยิงเข้าลาว ลั่นพร้อมช่วยลาวสืบสวนกรณี “กระสุนลูกหลง”

กัมพูชาปฏิเสธรายงานข่าวจากฝั่งไทยที่ว่า กัมพูชาจงใจยิงปืนใหญ่เข้าสู่ประเทศลาว และพร้อมให้ความร่วมมือกับกองทัพ สปป.ลาว ในการสืบสวนกรณีกระสุนลูกหลง

เมื่อ 26 ก.ค. 2568 พลโท มาลี โสเจียตา รองเลขาธิการและโฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งชาติของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธและประณามข้อกล่าวหาที่มีความมุ่งร้ายและไม่เป็นความจริงจากฝ่ายไทยอย่างรุนแรง กรณีรายงานว่า กัมพูชาจงใจยิงปืนใหญ่เข้าไปในดินแดนของประเทศลาว

กระทรวงกลาโหมแห่งชาติของกัมพูชาขอปฏิเสธและขอประณามข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรุนแรง ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการหลอกลวงของกองทัพไทย ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามสร้างเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริงเพื่อหาความชอบธรรมในการโจมตีกัมพูชาโดยไม่มีการยั่วยุก่อน และตอนนี้ก็พยายามที่จะชี้นำประชาคมนานาชาติไปในทางที่ผิด ด้วยการทำลายชื่อเสียงของกัมพูชา

การใช้ถ้อยคำชักจูงอย่างไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ไม่เพียงออกแบบมาเพื่อชี้นำไปในทางที่ผิด แต่ยังเป็นการเติมเชื้อไฟอันตราย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทางการลาวยังสืบสวนไม่เสร็จสิ้น และยังไม่ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าว

กัมพูชาขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหยุดการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งมีเป้าหมายเพียงเพื่อปกปิดการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของตัวเอง ในขณะที่กัมพูชาไม่เคยและจะไม่ละเมิดอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านแห่งใด รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนลาว ตรงข้ามกับการกระทำของไทย

กัมพูชาขอยืนยันความมุ่งมั่นในการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศและยืนยันความพร้อมในการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อกองทัพประชาชนลาว ในการสืบสวนเหตุกระสุนลูกหลงด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบอย่างเป็นมืออาชีพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

กลาโหมกัมพูชาแถลงอีก ยันตรึงกำลังจุดเดิม กล่าวหาไทยย้ายกำลังพลรุกเข้าดินแดนเขมรเพื่อกดดัน

กลาโหมกัมพูชาแถลงอีก ยันตรึงกำลังจุดเดิม กล่าวหาไทยย้ายกำลังพลรุกเข้าดินแดนเขมรเพื่อกดดัน

26 ก.ค. 2568 12:34 น.

กลาโหมกัมพูชาแถลงอีก ยันตรึงกำลังจุดเดิม กล่าวหาไทยย้ายกำลังพลรุกเข้าดินแดนเขมรเพื่อกดดัน

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาแถลงถี่ กล่าวหากองทัพไทยขยายปฏิบัติการทางทหารรุกล้ำเข้ามาในดินแดนกัมพูชาลึกกว่าพื้นที่ขัดแย้งเดิม และยังคงรุกรานกดดันเข้ามาจากหลายจุด

พลโทหญิง มาลี โซเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชากล่าวเพิ่มเติมในงานแถลงข่าวครั้งที่สองช่วงเช้าวันที่ 26 กรกฎาคมว่า จนถึงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม กองทัพกัมพูชายังคงตรึงกำลังอยู่ในจุดเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายใด ๆ พร้อมใส่ความว่าสถานการณ์ยังคงตึงเครียด เนื่องจากฝ่ายไทยได้ขยายปฏิบัติการทางทหารรุกล้ำเข้ามาในดินแดนกัมพูชาลึกกว่าพื้นที่ขัดแย้งเดิม และยังคงกดดันและข่มขู่ โดยมีการเตรียมเคลื่อนย้ายเรือระหว่างเกาะกูด และเกาะช้าง พร้อมเสริมรถยนต์ทางทหารเพิ่มอีก 4 คัน รวมเป็น 8 คัน

พลโทหญิง มาลี โซเจียตา ยังแถลงกล่าวหาไทยต่อด้วยว่า  ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม เป็นต้นมา  กองทัพไทยไม่ได้โจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา แต่ยังพุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน รวมถึงโรงเรียน วัด ปั๊มน้ำมัน และที่พักอาศัย โดยจนถึงขณะนี้ ไทยได้สังหารทหารกัมพูชาไปแล้ว 5 ศพ และพลเรือนอีก 8 ศพ บาดเจ็บอีก 21 นาย และพลเรือน 50 คน มีประชาชนราว 35,800 คนในจังหวัดอุดรมีชัย พระวิหาร พระตะบอง และบันเตียเมียนเจย ต้องอพยพออกจากพื้นที่ 

นอกจากนี้ ยังอ้างว่า เมื่อเวลา 05.02 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม กองทัพไทยยังได้ยิงกระสุนปืนใหญ่หนัก 5 ลูกเข้าไปในหลายพื้นที่ของหมู่บ้านเอกภาพ ตำบลตมอร์ดา อำเภอเวียลแวง จังหวัดพระตะบอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแนวขัดแย้งหลักด้วย.

ที่มา : khmertimes

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

จีนยืนยันไม่เคยสนับสนุนอาวุธให้กัมพูชาใช้โจมตีไทย ระบุยุทโธปกรณ์ที่มีเป็นผลจากความร่วมมือในอดีต

จีนยืนยันไม่เคยสนับสนุนอาวุธให้กัมพูชาใช้โจมตีไทย ระบุยุทโธปกรณ์ที่มีเป็นผลจากความร่วมมือในอดีต

26 ก.ค. 2568 10:30 น.

จีนยืนยันไม่เคยสนับสนุนอาวุธให้กัมพูชาใช้โจมตีไทย ระบุยุทโธปกรณ์ที่มีเป็นผลจากความร่วมมือในอดีต

กองทัพจีนยืนยัน ไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใดๆ ให้กองทัพกัมพูชาใช้โจมตีไทย ยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น วอนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เพจ Office of the Defence and Army Attaché, Royal Thai Embassy, Beijing โพสต์ข้อความว่า พันเอกพิเศษเซิ่ง เวย รองผู้อำนวยการกองเอเชีย สำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ (Office of International Military Cooperation) กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จีนไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใดๆ ให้กับกองทัพกัมพูชาเพื่อให้มาใช้โจมตีไทย  โดยยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น  พร้อมเตือนว่าอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี 

การเปิดเผยของพันเอกพิเศษเซิ่ง เวย มีขึ้นเมื่อวันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.45 ระหว่างการพบหารือกับพันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งได้เข้าหารือข้อราชการเพื่อประสานงานเรื่องสำคัญเร่งด่วนกับสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ  และรายงานข้อเท็จจริงและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารรายงาน The Royal Thai Army Reports a Clash Incident on Thailand – Cambodia border ให้กับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการ.

ที่มา Facebook/Office of the Defence and Army Attaché, Royal Thai Embassy, Beijing

เปิดถ้อยแถลงฝ่ายไทยชี้แจงเหตุปะทะกัมพูชา ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

เปิดถ้อยแถลงฝ่ายไทยชี้แจงเหตุปะทะกัมพูชา ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

26 ก.ค. 2568 09:12 น.

เปิดถ้อยแถลงฝ่ายไทยชี้แจงเหตุปะทะกัมพูชา ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

เปิดเนื้อหาถ้อยแถลงของโดยนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของประเทศไทยประจำสหประชาชาติในการประชุมส่วนตัวคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประณามกัมพูชาโจมตีพลเรือนไร้มนุษยธรรม

ถ้อยแถลง(UNSC)

ภายใต้หัวข้อ “ภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ”เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมคณะมนตรีความมั่นคง สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ, นครนิวยอร์ก

ท่ามประธานที่เคารพ

ผมขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านได้จัดการประชุมครั้งนี้ และขอขอบคุณผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่ Khiari สำหรับการบรรยายสรุปอันมีคุณค่าของท่าน

เป็นสิทธิพิเศษและเกียรติยศของผมเสมอมาที่ได้กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง วันนี้ผมถูกบังคับให้ต้องกล่าวถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด – การรุกรานโดยไร้เหตุผลจากกัมพูชาคุกคามอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มุ่งมั่นในสันติภาพ ดังที่พวกเราทุกคนในห้องนี้ทราบดี

ขอให้ผมกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ประเทศไทยถือว่ากัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดและเป็นสมาชิกที่ใกล้ชิดของครอบครัวอาเซียนมาโดยตลอด นับตั้งแต่เอกราชของกัมพูชาในปี พ.ศ. 2496 ประเทศไทยได้ทุ่มเทความพยายามอย่างไม่ลดละในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ การสร้างชาติและการพัฒนาผ่านข้อตกลงปารีสในปี พ.ศ. 2534 และการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของกัมพูชาในปี พ.ศ. 2542 ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศทั้งสองของเราได้ร่วมมือกันด้วยเจตนาดีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนของเรา

แต่ในกรณีของความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านใด ๆ ก็ตาม ประเทศไทยและกัมพูชามีส่วนแบ่งที่เป็นธรรมในความท้าทายและความแตกต่าง และในขณะเช่นนี้เองที่การเจรจา ไม่ใช่ความรุนแรง ต้องมีชัย นี่คือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่ในห้องนี้ในวันนี้

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ได้เกิดการปะทะเล็กน้อยขึ้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ในขณะนั้น ทหารไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในเขตแดนของประเทศไทย เพื่อตอบโต้การยิงที่ไม่มีการยั่วยุโดยกองกำลังทหารกัมพูชาเข้าสู่ดินแดนไทย กองกำลังไทยถูกบังคับให้ใช้มาตรการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยเชื่อเสมอว่าช่องทางทวิภาคีเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเราได้ขอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (JBC) ดังที่ผู้บรรยายได้กล่าวถึง เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหากับกัมพูชา ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่กรุงพนมเปญ

แม้จะมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม กำลังพลทหารไทยได้เหยียบกับระเบิดในระหว่างการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในเขตแดนของประเทศไทยเอง ผลก็คือ มีทหารสองนายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนำไปสู่การทุพพลภาพถาวร ในขณะที่อีกสองนายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน หลักฐานยืนยันว่ากับระเบิดถูกฝังในพื้นที่ที่เคยปลอดระเบิดมาก่อน ท่านอาจจะตระหนักว่าประเทศไทยได้ทำลายกับระเบิดต่อต้านบุคลากรทั้งหมดแล้ว รวมถึงที่ถูกเก็บไว้เพื่อการวิจัยและฝึกอบรม ตั้งแต่ปี 2562 

ในทางตรงกันข้าม จากรายงานความโปร่งใสของกัมพูชาเองเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว กัมพูชายังคงเก็บกับระเบิดประเภทนี้ไว้ นี่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิดต่อต้านบุคคล หรือที่รู้จักกันในชื่ออนุสัญญาออตตาวา ซึ่งประเทศไทยและกัมพูชาเป็นรัฐภาคี โดยขัดต่อเจตนารมณ์ของปฏิญญาเสียมราฐ-อังกอร์ที่ลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2567

จากสถานการณ์ที่ร้ายแรงนี้ ประเทศไทยได้ส่งจดหมายสองฉบับถึงประธานการประชุมรัฐภาคีครั้งที่ 22 ของอนุสัญญา โดยให้รายละเอียดของเหตุการณ์และประณามการกระทำเหล่านี้อย่างรุนแรงที่สุดว่าเป็น การจงใจละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเรา ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติเพื่อขอคำชี้แจงจากรัฐบาลกัมพูชาตามมาตรา 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาดังกล่าว

จากนั้น เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 08.20 น. กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากยิงปืนใหญ่หนักเข้าใส่ฐานทัพไทยที่ตำบลตาโมกข์ ตม. สุรินทร์ หลังจากนั้นไม่นาน กองกำลังกัมพูชาก็เปิดฉากโจมตีพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้าในพื้นที่ชายแดนไทยสี่จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี การกระทำที่เลือกปฏิบัติ ผิดกฎหมาย และไร้มนุษยธรรมนี้ – และขอให้ผมเน้นย้ำคำว่า การเลือกปฏิบัติ – การโจมตีด้วยอาวุธทำให้เกิด อันตรายร้ายแรงและความทุกข์ทรมานต่อพลเรือน มีพลเรือนสี่รายเสียชีวิต และอีกสี่รายได้รับบาดเจ็บสาหัส โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียน ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ในช่วงที่โจมตี มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤต ขออนุญาตให้ผมพูดซ้ำคำว่า “อย่ามองข้ามไป” [แสดงภาพผู้บาดเจ็บพลเรือน] เมื่อ 24 ชั่วโมงที่แล้ว โรงพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน และพลเรือนถูกโจมตี ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งไปซื้อของชำ ได้เข้าไปในร้านขายของชำแห่งนี้ แม่และลูกสามคนไม่เคยออกมาอีกเลย อย่ามองข้ามไป ผู้คนกว่า 130,000 คนต้องอพยพออกจากบ้าน

การอ้างคำกล่าวของผู้แทนถาวรกัมพูชาที่กล่าวในการประชุมเดียวกันในส่วนนี้ ประเทศไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุด การโจมตีอย่างไม่เลือกหน้าและไร้มนุษยธรรมของกัมพูชาต่อพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ – โดยเฉพาะโรงพยาบาล – ซึ่งละเมิดอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ. 2492 โดยเฉพาะมาตรา 19 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และมาตรา 18 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4

การโจมตีและการใช้อาวุธที่ไม่มีการยั่วยุและไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าเหล่านี้โดยกองกำลังกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเราทราบดีว่าห้ามการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐ ซึ่งเป็นหลักการของความสัมพันธ์เพื่อนบ้านที่ดี การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความสามัคคีของอาเซียน

แม้จะมีความอดทนอย่างที่สุด ประเทศไทยก็ถูกบังคับให้ต้อง กระทำเพื่อป้องกันตนเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ การตอบสนองของเราถูกจำกัดอย่างเคร่งครัดในขอบเขต ได้สัดส่วน และมุ่งเป้าไปที่การทำให้ภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้นจากกองกำลังกัมพูชาเป็นกลางเท่านั้น มาตรการทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีความพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายพลเรือน

จุดยืนของประเทศไทยมีความชัดเจนและสอดคล้อง: เรายึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐ และเรายืนยันอีกครั้งถึง การเคารพอย่างเต็มที่ต่ออธิปไตยแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน – หลักการที่ก่อให้เกิดรากฐานที่สำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศและเสถียรภาพระดับภูมิภาค

ในฐานะประเทศที่รักสันติ ประเทศไทยปฏิเสธการใช้กำลังเป็นวิธีการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาด โดยยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ โดยสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันกับกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคีหลายประการ รวมถึงคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (JBC) ดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขความแตกต่างและป้องกันการยกระดับ ดังนั้น คณะมนตรีจึงเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชา จงใจบ่อนทำลายการเจรจาที่มีความหมาย และพยายามทำให้ปัญหาเป็นสากลเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเอง

เกี่ยวกับการกล่าวหาเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณโดยรอบและโครงสร้างของปราสาทพระวิหาร ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าประเทศไทยได้ใช้ในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยึดหลักการความแตกต่าง, สัดส่วน และความจำเป็นทางทหาร การกระทำที่ตอบสนองทั้งหมดถูกจำกัดอย่างเคร่งครัดอีกครั้งที่เป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย

ไม่มีการแลกเปลี่ยนกระสุนปืนใดๆ ระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา เกิดขึ้นใกล้ปราสาทพระวิหาร เป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่รอบภูมะเขือ ซึ่งห่างจากปราสาทพระวิหารประมาณ 2 กิโลเมตร ตัวปราสาทเองอยู่นอกเส้นทางของปฏิบัติการทางทหารของไทย เป็นไปไม่ได้ที่กระสุนหรือสะเก็ดระเบิดจากการยิงปืนที่ภูมะเขือจะไปถึงหรือสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อปราสาทพระวิหาร

คำกล่าวที่กล่าวมาจึงไม่มีมูล ความเสียใจ และน่าผิดหวังอย่างยิ่ง มันเป็นเพียง การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิด ประเทศไทยเรียกร้องให้กัมพูชาละเว้นจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดซึ่งมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือบิดเบือนมรดกทางวัฒนธรรม ดังนั้น เราจึงหวังอย่างจริงใจว่ากัมพูชาจะกระทำด้วยความสุจริตและยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศเพื่อประกันการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม

เกี่ยวกับการใช้กระสุนพวง ประเทศไทยขอเน้นย้ำว่าการกระทำทางทหารของเรายึดหลักการ ความแตกต่าง, สัดส่วน และความจำเป็นทางทหาร กระสุนพวงถูกใช้เพื่อมุ่งเป้าหมายทางทหารโดยเฉพาะ

ประเทศไทยเรียกร้องให้กัมพูชา ยุติความเป็นปรปักษ์และการกระทำที่เป็นการรุกรานทั้งหมดทันที และ กลับสู่การเจรจาด้วยความสุจริต

ขอบคุณครับ

ที่มา : กระทรวงต่างประเทศ

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทหารไทยปะทะกัมพูชา