“อันวาร์ อิบราฮิม” เรียกร้องให้สงบสติอารมณ์ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด

"อันวาร์ อิบราฮิม" เรียกร้องให้สงบสติอารมณ์ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด

24 ก.ค. 2568 16:33 น.

“อันวาร์ อิบราฮิม” เรียกร้องให้สงบสติอารมณ์ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่กำลังดำเนินอยู่ โดยย้ำว่าสันติภาพยังคงเป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้

เขากล่าวว่าเขาได้ส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรีทั้งกัมพูชาและไทยแล้ว และหวังว่าจะได้พูดคุยกับทั้งสองเป็นการส่วนตัวในเย็นวันนี้

“สถานการณ์น่ากังวล พวกเขาเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียนและเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของมาเลเซีย ผมได้ส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านแล้ว และหวังว่าจะได้พูดคุยกับพวกเขาในวันนี้หรือคืนนี้”

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนด้านเซมิคอนดักเตอร์ว่า “อย่างน้อยที่สุด เราหวังว่าพวกเขาจะคลี่คลายความตึงเครียดและกลับสู่โต๊ะเจรจา แม้ว่าเราจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผมยังคงเชื่อมั่นว่าสันติภาพเป็นทางเลือกเดียว” 

“ผมได้หารือเบื้องต้นกับนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านเมื่อเดือนที่แล้ว เราได้ส่งข้อความถึงท่านทั้งสองแล้ว และหวังว่าจะได้พูดคุยกันในภายหลัง”

นายอันวาร์แสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ไปมากกว่านี้ “อย่างน้อยที่สุดที่เราคาดหวังได้คือพวกเขาต้องถอนตัว หรือหวังว่าจะพยายามเจรจา พวกเขาได้พยายามมาบ้างแล้ว แต่ผมคิดว่าสันติภาพเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่”

เมื่อถูกถามว่าการปะทะกันอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการค้าและเศรษฐกิจของอาเซียนหรือไม่ เขากล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมิน แต่ยังคงมองในแง่ดี

“ทั้งสองฝ่ายต่างยึดถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งสองฝ่ายต้องการหาทางแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยมิตรภาพ และทั้งสองฝ่ายต้องการให้อาเซียนมีส่วนร่วม”.

ที่มา New Straits Times  Free Malaysia Today

สถานทูตสหรัฐฯ เตือนพลเมืองในไทยระวังเหตุสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานทูตสหรัฐฯ เตือนพลเมืองในไทยระวังเหตุสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

24 ก.ค. 2568 14:37 น.

สถานทูตสหรัฐฯ เตือนพลเมืองในไทยระวังเหตุสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกประกาศแจ้งเตือนพลเมืองที่พำนักอยู่ หรือเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย ติดตามสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย- กัมพูชาอย่างใกล้ชิด

หลังจากที่เกิดการปะทะกันหลายระลอกบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา ส่งผลให้สถานการณ์ชายแดนทวีความตึงเครียด ล่าสุดเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มีการประกาศแจ้งเตือน สำหรับพลเมืองชาวอเมริกันที่อยู่ในประเทศไทย โดยในเนื้อความระบุว่า สถานทูตสหรัฐฯได้รับรายงานในวันนี้ (24 กรกฎาคม) ว่ามีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างกองกำลังของกัมพูชาและไทยตามแนวชายแดน ซึ่งรวมถึงการยิงจรวดและปืนใหญ่ โดยมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และรัฐบาลไทยได้สั่งอพยพประชาชนในบางพื้นที่แล้ว

ทางสถานทูตขอให้พลเมืองสหรัฐฯ ที่พำนักหรือเดินทางอยู่ใกล้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคงของไทย และติดตามข้อมูลล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ข้อมูลช่วยเหลือ:

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯโทรศัพท์: 02-205-4000

อีเมล: acsbkk@state.gov

เว็บไซต์: https://th.usembassy.gov/

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – กองกิจการกงสุลโทรจากสหรัฐฯ: 

888-407-4747 โทรจากต่างประเทศ: 202-501-4444

ที่มา : เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐฯ

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

พบซากเครื่องบินรัสเซีย พร้อมผู้โดยสาร-ลูกเรือ 49 คน ตกในเขตตะวันออกไกล

พบซากเครื่องบินรัสเซีย พร้อมผู้โดยสาร-ลูกเรือ 49 คน ตกในเขตตะวันออกไกล

24 ก.ค. 2568 14:36 น.

พบซากเครื่องบินรัสเซีย พร้อมผู้โดยสาร-ลูกเรือ 49 คน ตกในเขตตะวันออกไกล

หน่วยกู้ภัยรัสเซียพบซากเครื่องบิน ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 43 คน และลูกเรือ 6 คน ที่หายไปก่อนถึงจุดหมายปลายทางในภูมิภาคอามูร์ ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกล่าวว่า เครื่องบิน An-24 ของสายการบินอังการาแอร์ไลน์ส ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 43 คน และลูกเรือ 6 คน ได้ออกจากเมืองบลาโกเวชเชนสค์ ใกล้กับชายแดนจีน และหายไปจากจอเรดาร์ขณะเข้าใกล้สนามบินทินดา 

เครื่องบินดังกล่าวเดินทางเป็นเที่ยวสุดท้ายของเส้นทางจากคาบารอฟสค์ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดของรัสเซีย

วาซิลี ออร์ลอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคอามูร์ กล่าวว่า “ทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมด” ได้ถูกนำไปใช้เพื่อค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว เขากล่าวเสริมว่า มีเด็ก 5 คนอยู่บนเครื่องด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์การบินพลเรือนของรัสเซียพบซากเครื่องบินที่กำลังเกิดเพลิงไหม้อยู่

สำนักข่าวทาสส์รายงานว่า ศูนย์ป้องกันภัยพลเรือนของอามูร์กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกพบอยู่บนเนินเขา ห่างจากทินดาประมาณ 16 กิโลเมตร  หน่วยกู้ภัยกล่าวว่า หน่วยกู้ภัยกำลังมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุ

ที่มา BBC

กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ประณามไทยรุกราน

กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ประณามไทยรุกราน

24 ก.ค. 2568 14:05 น.

กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ประณามไทยรุกราน

กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ฟ้องประชาคมโลก ประณามการรุกรานของไทย

กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาใจความว่า ขอแจ้งให้ประชาคมระหว่างประเทศและสาธารณชนทั่วไปทราบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 กองกำลังติดอาวุธของไทยได้เปิดการโจมตีที่วางแผนล่วงหน้าและเจตนาอย่างชัดแจ้ง ต่อจุดประจำการของกัมพูชาบริเวณชายแดน รวมถึงปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และบริเวณสามเหลี่ยมมรกต ในจังหวัดพระวิหาร และอุดรมีชัย

การรุกรานดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและโจ่งแจ้ง รวมถึงละเมิดหลักการพื้นฐานในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน ซึ่งห้ามการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและเอกราชทางการเมืองของรัฐใด ๆ

กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ประณามไทยรุกราน

รัฐบาลกัมพูชาขอประณามการกระทำที่ประมาท เป็นศัตรู และไร้เหตุผลจากไทยอย่างรุนแรงที่สุด การรุกรานทางทหารโดยไม่มีเหตุผลนี้ ไม่เพียงเป็นภัยต่อสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนร่วมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพต่อบรรทัดฐานระดับภูมิภาคและพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการปะทะทุกรูปแบบโดยทันที ถอนกำลังกลับเข้าสู่ฝั่งของตน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ยั่วยุเพิ่มเติมใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

กัมพูชายืนยันจุดยืนอันแน่วแน่ต่อสันติภาพ การเจรจา และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม กัมพูชาขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของดินแดน และความปลอดภัยของประชาชน

ที่มา : FB กระทรวงต่างประเทศกัมพูชา

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

ฮุนมาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทย

ฮุนมาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทย

24 ก.ค. 2568 13:30 น.

ฮุนมาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทย

ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เข้าแทรกแซงและจัดการประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทยต่ออธิปไตยของกัมพูชา

ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ในเฟซบุ๊ก ระบุการส่งจดหมายถึง ฯพณฯ อาซิม อิฟติคาร์ อาหมัด รักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงเข้าแทรกแซงอย่างเร่งด่วนเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทยในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา และเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงจัดการประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทยต่ออธิปไตยของกัมพูชา โดยมีใจความดังนี้

สมเด็จมหาบวรธิปาดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

กรุงพนมเปญ, 24 กรกฎาคม 2025

เรียน ท่านเอกอัครราชทูต อาซิม อิฟติกฮาร์ อาหมัด ผู้แทนถาวรของปากีสถานประจำสหประชาชาติ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงสำหรับเดือนกรกฎาคม 2025 นิวยอร์ก

เรียน ท่านเอกอัครราชทูต

ข้าพเจ้าขอเรียนท่านเพื่อขอความสนใจเร่งด่วนจากท่านและสมาชิกอื่นๆ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับการรุกรานล่าสุดจากกัมพูชาโดยกองกำลังทหารไทยบริเวณชายแดนระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 กองกำลังติดอาวุธของไทยได้เปิดฉากการโจมตีอย่างไร้การยั่วยุ มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า และโจมตีอย่างรุนแรงต่อตำแหน่งทางทหารของกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน รวมถึงปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย  และสามเหลี่ยมมรกตในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย

กัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดและแสดงความไม่พอใจอย่างสุดซึ้งต่อการรุกรานทางทหารโดยปราศจากสาเหตุและไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าโดยกองทัพไทย การโจมตีทางทหารครั้งนี้เป็นการละเมิดหลักการไม่รุกรานและการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานอันสำคัญยิ่งของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงหลักการพื้นฐานที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน ซึ่งห้ามการคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐใดๆ โดยสิ้นเชิง ตลอดจนเป็นการดูหมิ่นจิตวิญญาณแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านที่กัมพูชาได้ยึดมั่นมาโดยตลอด

เมื่อเผชิญกับการรุกรานอันอุกอาจนี้ กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา กัมพูชาเรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการสู้รบทั้งหมดโดยทันที ถอนกำลังทหารออกจากบริเวณชายแดน และละเว้นจากการกระทำอันเป็นการยั่วยุใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

ขอให้ข้าพเจ้าได้ย้อนรำลึกถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนและการเป็นปรปักษ์ที่ยังคงมีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย แม้จะมีการลงนามในอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ตลอดจนแผนที่ที่คณะกรรมการกำหนดเขตแดนอินโดจีน-สยามจัดทำขึ้นภายใต้เครื่องมือระหว่างประเทศทั้งสองฉบับ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบก (MOU-2000) ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมกันปักปันเขตแดนระหว่างสองประเทศตามเอกสารทางกฎหมายเหล่านี้

ฮุนมาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทย
ฮุนมาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการรุกรานของกองทัพไทย

ดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ความเป็นปรปักษ์ระหว่างสองประเทศมีต้นตอมาจากความยืนกรานของไทยในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ชายแดน โดยอิงจากแผนที่ที่ไม่ได้มีพื้นฐานทางกฎหมายใดๆ และขัดแย้งกับข้อผูกพันภายใต้ MOU-2000 ในฐานะข้ออ้างสำหรับการรุกรานในปัจจุบัน ประเทศไทยยังได้กล่าวอ้างอย่างไม่มีมูลความจริงและไม่มีหลักฐานต่อกัมพูชาเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิด หลังจากการที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของไทยได้เบี่ยงเบนออกจากการประสานงานที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างสองประเทศ และสร้างเส้นทางใหม่ผ่านพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีการวางทุ่นระเบิดอย่างเป็นทางการ

เป็นที่น่าประณามอย่างยิ่งที่การกระทำอันก้าวร้าวนี้เกิดขึ้นในขณะที่กัมพูชากำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนที่ค้างอยู่กับไทยอย่างสันติและผ่านช่องทางที่เป็นกลางและกลไกระหว่างประเทศ ประชาคมระหว่างประเทศตระหนักดีว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 02 มิถุนายน 2025 ที่จะยื่นคำร้องต่อ ICJ เพื่อพิจารณาตัดสินข้อพิพาทชายแดนในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย การขยายความรุนแรงทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นแม้จะมีการเรียกร้องในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศให้ยับยั้งชั่งใจและหาทางออกอย่างสันติ และแม้จะมีการแสดงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการเจรจา รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (JBC) ที่กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายน 2025

เมื่อพิจารณาถึงการรุกรานอันร้ายแรงล่าสุดจากประเทศไทย ซึ่งได้คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างร้ายแรง ข้าพเจ้าจึงขอเรียกร้องให้ท่านจัดการประชุมเร่งด่วนของคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อหยุดการรุกรานของประเทศไทย ข้าพเจ้าขอขอบคุณอย่างยิ่งหากท่านจะกรุณาเวียนจดหมายฉบับนี้ให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงในฐานะเอกสารของคณะมนตรี

โปรดรับความเคารพอย่างสูงจากข้าพเจ้าด้วยความนับถืออย่างยิ่ง

ฮุน มาเนต

สื่อกัมพูชาอ้าง กองกำลังกัมพูชาควบคุมปราสาทตาควายได้อย่างสมบูรณ์

สื่อกัมพูชาอ้าง กองกำลังกัมพูชาควบคุมปราสาทตาควายได้อย่างสมบูรณ์

24 ก.ค. 2568 13:03 น.

สื่อกัมพูชาอ้าง กองกำลังกัมพูชาควบคุมปราสาทตาควายได้อย่างสมบูรณ์

สื่อกัมพูชา FRESH NEWS เผยกองกำลังกัมพูชา สามารถควบคุมปราสาทตาควายได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถขับไล่กองทหารไทยออกไป

สำนักข่าว FRESH NEWS ของกัมพูชารายงานว่า กองทัพกัมพูชาประสบความสำเร็จในการขับไล่กองกำลังไทยที่รุกรานเข้ามา และยึดครองปราสาทตาควายคืนได้อย่างสมบูรณ์ ตามรายงานแนวหน้าที่ Fresh News ได้รับ

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) กองทัพไทยถูกบังคับให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ปราสาท ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพกัมพูชา ปราสาทตาควายตั้งอยู่ตามแนวชายแดนของจังหวัดอุดรมีชัย.

ที่มา FRESH NEWS

สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แนะคนไทยเดินทางออกจากกัมพูชาโดยเร็วที่สุด

สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แนะคนไทยเดินทางออกจากกัมพูชาโดยเร็วที่สุด

24 ก.ค. 2568 11:48 น.

สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แนะคนไทยเดินทางออกจากกัมพูชาโดยเร็วที่สุด

สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เตือนคนไทยงดเดินทางมายังกัมพูชาในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แนะคนไทยที่อาศัยในกัมพูชา เดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด

เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ (Royal Thai Embassy, Phnom Penh) โพสต์แจ้งว่า

สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และขอเรียนว่า ขณะนี้สถานการณ์ได้ยกระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดการปะทะกันบริเวณแนวชายแดนในหลายพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชาและไม่มีความจำเป็นเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย และขอความร่วมมือให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดงดการเดินทางมายังกัมพูชาในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในกรณีฉุกเฉินหรือความต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อหน่วยงานของไทยได้ที่:

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญโทรศัพท์ฉุกเฉิน: (+855) 975 749 682

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐโทรศัพท์: (+855) 86 608 999

Call Center กรมการกงสุลโทรศัพท์: (+66) 2 572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

สถานการณ์ชายแดนเดือด การยิงปะทะลุกลามถึงเขาพระวิหาร ทหารไทยเจ็บ 2 นาย กัมพูชาไร้เจ็บตาย

สถานการณ์ชายแดนเดือด การยิงปะทะลุกลามถึงเขาพระวิหาร ทหารไทยเจ็บ 2 นาย กัมพูชาไร้เจ็บตาย

24 ก.ค. 2568 11:14 น.

สถานการณ์ชายแดนเดือด การยิงปะทะลุกลามถึงเขาพระวิหาร ทหารไทยเจ็บ 2 นาย กัมพูชาไร้เจ็บตาย

ปะทะหนักชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเปิดฉากยิงกันที่ปราสาทตาเมือน ลามถึงเขาพระวิหาร ฝ่ายไทยยืนยัน ทหารบาดเจ็บ 2 นาย ขณะกัมพูชาไม่มีความสูญเสียกำลังพล

วันที่ 24 กรกฎาคม  2568 เว็ยไซต์ข่าว Fresh News ของกัมพูชา รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคุกรุ่นและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ได้เกิดการปะทะรุนแรงบริเวณ เขาพระวิหาร  จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นจุดพิพาทที่เคยเกิดความขัดแย้งมาแล้วหลายครั้งในอดีต

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการยิงปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดอุดรมีชัย ก่อนที่การต่อสู้จะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ภูเขาใกล้ชายแดนในเขตจังหวัดพระวิหาร

ล่าสุด ทางการไทยได้ออกแถลงยืนยันว่า มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะจำนวน 2 นาย โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือสังกัด ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกัมพูชารายงานว่า ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการลดความตึงเครียดหรือการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ โดยชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มได้รับผลกระทบจากเสียงปืนและการเคลื่อนกำลังทหาร ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุปะทะอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค หากไม่มีการควบคุมอย่างเร่งด่วนจากทั้งสองฝ่าย.

ฮุน มาเนตก็มา โพสต์เหมือนพ่อ ทหารไทยรุกก่อน กัมพูชาต้องปกป้องอธิปไตย

ฮุน มาเนตก็มา  โพสต์เหมือนพ่อ ทหารไทยรุกก่อน กัมพูชาต้องปกป้องอธิปไตย

24 ก.ค. 2568 10:48 น.

ฮุน มาเนตก็มา โพสต์เหมือนพ่อ ทหารไทยรุกก่อน กัมพูชาต้องปกป้องอธิปไตย

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กตามมาติดๆ อ้างกองทัพไทยเปิดฉากโจมตีกัมพูชาใกล้ปราสาทตาเมือน รัฐบาลกัมพูชาย้ำจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊กล่าสุด ระบุข้อความไปในทิศทางเดียวกับฮุน เซน โดยระบุว่า “เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2025 กองทัพไทยได้เปิดฉากโจมตีใส่จุดประจำการของกองทัพกัมพูชาบริเวณปราสาทตาเมือนธมและวัดตักโกรบในจังหวัดอุดรมีชัย พร้อมทั้งขยายแนวโจมตีเข้าไปถึงพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ประเทศยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีมาโดยตลอด แต่ในกรณีนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้กำลังตอบโต้การรุกรานด้วยอาวุธจากฝ่ายไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชา กระทรวงต่าง ๆ หน่วยงานระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและเข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ ทั้งในสนามการทหารและการทูต พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการรุกรานของกองทัพไทยในขณะนี้

รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องให้พี่น้องชาวเขมรทุกคนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งกำลังยืนหยัดอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน ขอให้ทุกคนมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และดำเนินชีวิตประจำวันอย่างสงบ”

ที่มา : FB ฮุน มาเนต

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สถานการณ์ไทยกัมพูชา

ฮุนเซน โพสต์ เฟซบุ๊ก กล่าวหาทหารไทยรุกรานก่อน กัมพูชาต้องสู้กลับ

ฮุนเซน โพสต์ เฟซบุ๊ก กล่าวหาทหารไทยรุกรานก่อน กัมพูชาต้องสู้กลับ

24 ก.ค. 2568 10:16 น.

ฮุนเซน โพสต์ เฟซบุ๊ก กล่าวหาทหารไทยรุกรานก่อน กัมพูชาต้องสู้กลับ

ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวหาทหารไทยเปิดฉากโจมตีก่อน กัมพูชาจำเป็นต้องสู้กลับ พร้อมขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กหลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่ปราสาทตาเมือนธมไม่นาน โดยระบุว่าการรุกรานกำลังเกิดขึ้นจริง โดยระบุว่าขณะนี้ ทหารไทยได้เริ่มการโจมตีต่อกองทัพกัมพูชาแล้ว

พร้อมระบุว่ากองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบโต้และสู้กลับ

ฮุน เซน ยังบอกกล่าวไปถึงพี่น้องชาวกัมพูชา ขออย่าตกใจหรือหวาดกลัว และอย่าตื่นตระหนกจนถึงขั้นแห่ซื้อข้าวหรือสินค้ามากักตุนไว้และอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้

พร้อมขอให้ทุกคนดำเนินชีวิตและทำงานตามปกติในทุกภาคส่วนและทุกพื้นที่ยกเว้นพื้นที่ตามแนวชายแดนของจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการยิงโจมตีโดยระเบิดจากกองทัพไทยที่รุกรานเข้ามา

ขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในรัฐบาลและกองกำลังติดอาวุธของกัมพูชา

ที่มา : FB ฮุนเซน

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สถานการณ์ไทยกัมพูชา