แรงเร็วทะลุบ้าน รถเหินชนเด็กบาดเจ็บหนักที่เยอรมนี (คลิป)

แรงเร็วทะลุบ้าน รถเหินชนเด็กบาดเจ็บหนักที่เยอรมนี (คลิป)

21 ก.ค. 2568 10:13 น.

แรงเร็วทะลุบ้าน รถเหินชนเด็กบาดเจ็บหนักที่เยอรมนี (คลิป)

เกิดอุบัติเหตุสุดระทึก รถยนต์ขับเหินพุ่งชนหลังคายุ้งฉางในเยอรมนี เด็กชาย 7 ขวบเคราะห์ร้ายถูกชนบาดเจ็บสาหัสขณะเล่นแทรมโปลีนในสวนหลังบ้านของตัวเอง

ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 01.00 น. ตามเวลาไทย โดยรถยนต์คันดังกล่าวขับออกนอกเส้นทาง พุ่งทะลุพุ่มไม้ ชนเด็กชายวัย 7 ขวบบนแทรมโพลีนในสวน และสุดท้ายพุ่งชนหลังคายุ้งฉางที่มีความสูงประมาณ 3 เมตร

ตำรวจระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้ขับขี่รถคือชายวัย 42 ปี มีภรรยาอายุ 43 ปี และลูกชายสองคนวัย 11 และ 12 ปี รวมทั้งเด็กชายวัย 13 ปีอีกหนึ่งคนโดยสารมาด้วย โดยภรรยาของผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน แต่รายละเอียดอาการของคนอื่นๆ ยังไม่ได้เปิดเผยอย่างชัดเจน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ชนกับรถที่จอดอยู่ก่อน จากนั้นพุ่งทะลุพุ่มไม้และตกลงไปในสวนซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับถนนราว 1.5 เมตร ก่อนจะพุ่งชนเด็กชายบนแทรมโพลีน และเนื่องจากพื้นดินในบริเวณดังกล่าวมีความไม่สม่ำเสมอ ทำให้รถยนต์เหินขึ้นสู่อากาศและไปตกบนหลังคายุ้งฉางของบ้านใกล้เคียง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครนยกรถออกจากหลังคา และได้ยึดรถไว้เพื่อการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่การตรวจร่างกายเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่าผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในร่างกายแต่อย่างใด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รถพุ่งชนบ้าน

ญาติผู้ป่วยถูกเครื่อง MRI ดูดเข้าไปเสียชีวิตที่สหรัฐฯ หลังโซ่เหล็กหนัก 9 กก. ดึงร่างกระแทกเครื่อง

ญาติผู้ป่วยถูกเครื่อง MRI ดูดเข้าไปเสียชีวิตที่สหรัฐฯ หลังโซ่เหล็กหนัก 9 กก. ดึงร่างกระแทกเครื่อง

21 ก.ค. 2568 10:11 น.

ญาติผู้ป่วยถูกเครื่อง MRI ดูดเข้าไปเสียชีวิตที่สหรัฐฯ หลังโซ่เหล็กหนัก 9 กก. ดึงร่างกระแทกเครื่อง

เกิดเหตุสลดในห้องตรวจ MRI ที่คลินิก ในรัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เมื่อชายวัย 61 ปีสวมโซ่เหล็กสำหรับยกน้ำหนักหนัก 9 กก. เดินเข้าใกล้เครื่องขณะทำงาน ถูกแรงดูดมหาศาลดึงร่างกระแทกเครื่องต่อหน้าภรรยา ก่อนสิ้นใจในเวลาต่อมา

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุสลดในห้องตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging) หรือ MRI  ที่คลินิก แนสเซา โอเพ่น เอ็มอาร์ไอ บนเกาะลองไอส์แลนด์  รัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เมื่อชายวัย 61 ปีสวมโซ่เหล็กสำหรับยกน้ำหนักหนัก 9 กิโลกรัม เดินเข้าใกล้เครื่องขณะทำงาน แล้วถูกดูดร่างเข้าไปอย่างแรงจนกระแทกกับตัวเครื่อง 

ตามรายงานของตำรวจ และคำให้สัมภาษณ์ของภรรยา ผู้เสียชีวิตรายนี้ชื่อ นายคีธ แมคแอลลิสเตอร์  เขาได้เดินเข้าไปในห้อง MRI ขณะที่นางเอเดรียน โจนส์-แมคแอลลิสเตอร์ ภรรยาของเขา กำลังเข้ารับการสแกนหัวเข่า

โดยภรรยาของเขาเล่าว่า สามีของเธอสวมโซ่เหล็กขนาดใหญ่หนักประมาณ 9 กิโลกรัมไว้ที่คอ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับการฝึกเวทเทรนนิ่ง โดยทั้งคู่เคยพูดคุยหยอกล้อเรื่องโซ่นี้ในการมาตรวจครั้งก่อน แต่กลับกลายเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดยระบุว่า ทันทีที่เขาเข้าใกล้ เครื่องก็หมุนเขากลับ แล้วดูดเขาเข้าไปกระแทกกับเครื่อง MRI อย่างแรง พร้อมเผยว่าเธอพยายามส่งเสียงร้องให้เจ้าหน้าที่ปิดเครื่องและเรียก 911 ทันที แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป

รายงานข่าวระบุว่า นายแมคแอลลิสเตอร์เสียชีวิตในบ่ายวันพฤหัสบดี โดยภรรยาเผยว่า เขายกมือโบกลาเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนร่างจะหมดแรงในอ้อมแขนของเธอ แม้เจ้าหน้าที่พยายามช่วยดึงร่างเขาออกมาแล้วก็ตาม

รายงานระบุว่า เขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายหลังถูกดึงออกจากเครื่อง ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจ 

ขณะที่ทางสำนักงานเครื่อง MRI ปฏิเสธให้ความเห็นต่อสื่อมวลชน์ และไม่สามารถติดต่อได้ในวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่อง MRI คร่าชีวิตผู้คนในนิวยอร์ก ย้อนกลับไปในปี 2544 เด็กชายวัย 6 ขวบชื่อ ไมเคิล โคลอมบินี เคยเสียชีวิตหลังถังออกซิเจนเหล็กถูกดูดเข้าเครื่อง MRI อย่างแรงที่ศูนย์แพทย์เวสต์เชสเตอร์ โดยครอบครัวได้รับการชดใช้คดีเป็นเงิน 2.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2553

ทั้งนี้ สถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์แห่งชาติของสหรัฐฯ เตือนว่า เครื่อง MRI ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงถึงขั้นสามารถเหวี่ยงรถเข็นคนพิการข้ามห้องได้หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด.

แผ่นดินไหว 7.4 นอกชายฝั่งทางตอ.ของรัสเซีย เตือนสึนามิกระทบหลายพื้นที่แปซิฟิก ก่อนยกเลิกคำเตือน

แผ่นดินไหว 7.4 นอกชายฝั่งทางตอ.ของรัสเซีย เตือนสึนามิกระทบหลายพื้นที่แปซิฟิก ก่อนยกเลิกคำเตือน

21 ก.ค. 2568 09:08 น.

แผ่นดินไหว 7.4 นอกชายฝั่งทางตอ.ของรัสเซีย เตือนสึนามิกระทบหลายพื้นที่แปซิฟิก ก่อนยกเลิกคำเตือน

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4  ทางตะวันออกของรัสเซีย ทางการเตือนอาจเกิดคลื่นสึนามิสูง 0.3-1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในบางพื้นที่ของรัสเซีย ก่อนประกาศยกเลิกเตือนภัยสึนามิในเวลาต่อมา

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 สำนักงานธรณีวิทยาสหรัฐฯ  รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 แมกนิจูด ใต้ทะเล ลึก 20 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเปโตร ปาฟลอฟสค์-คัมชัตสกี ทางตะวันออกของรัสเซีย ไปทางตะวันออก 144 กิโลเมตร ซึ่งเมืองนี้มีประชากรราว 18 0,000 คน

แผ่นดินไหวลูกนี้เป็นหนึ่งในชุดของแรงสั่นสะเทือนที่เกิดติดต่อกันถึง 5 ครั้งในวันเดียวกัน โดยมีแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าตามมาและเกิดก่อนหน้านี้ ส่งผลให้บ้านเรือนในพื้นที่สั่นไหวรุนแรง ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิสูง 0.3-1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในบางพื้นที่ของรัสเซีย รวมถึงอาจเกิดคลื่นขนาดเล็กไม่เกิน 0.3 เมตรในฮาวาย หมู่เกาะฮาวายตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะมิดเวย์   และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ทางการได้ปรับลดระดับการเตือนในเวลาต่อมา และประกาศยกเลิกคำเตือนในที่สุด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ รวมถึงความเสียหายร้ายแรง. 

เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มเกาหลีใต้พุ่ง 17 ศพ สูญหายอีก 11 คน

เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มเกาหลีใต้พุ่ง 17 ศพ สูญหายอีก 11 คน

21 ก.ค. 2568 04:22 น.

เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มเกาหลีใต้พุ่ง 17 ศพ สูญหายอีก 11 คน

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในเกาหลีใต้เนื่องจากฝนตกหนัก เพิ่มขึ้นเป็น 17 ศพแล้ว ขณะที่พยากรณ์อากาศระบุว่า อาจมีฝนตกลงมาเพิ่มอีก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2568 กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 17 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีก 11 ราย

ภัยพิบัติดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากเกิดฝนตกหนักไปทั่วประเทศเมื่อ 4 วันก่อน โดยจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือที่เขตซานชอง ทางตอนใต้ มีผู้เคราะห์ร้ายถึง 10 ศพ สูญหายอีก 4 ราย ส่วนรายอื่นๆ อยู่ที่เขตโอซานกับเขตกาพยอง ในจังหวัดคยองกี, เขตซอซานกับเขตทังจิน ในจังหวัดชุงชองใต้ และที่เมืองกวางจู

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปที่เขตซานชอง ซึ่งอาจทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เผชิญฝนตกหนักมาตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ค.แล้ว โดยเขตซานชองได้รับน้ำฝนมากถึง 793.5 มม. นับจนถึง 17.00 น.วันอาทิตย์ (20 ก.ค.) ตามด้วยเขตฮัปชอน ได้รับน้ำฝน 699 มม. และเขตฮาดงที่อยู่ติดกัน ได้รับน้ำฝน 621.5 มม.

ทางการเกาหลีใต้ได้รับรายงานเรื่องน้ำท่วมถนน ดินทรุด และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะเสียหายถึง 1,999 กรณี และได้รับรายงานเรื่องความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่น อาคารและพื้นที่เกษตรปลูกอีก 2,238 กรณี

ปัจจุบันมีประชาชนที่ต้องเข้าพักตามที่หลบภัยแห่งต่างๆ ใน 15 เมืองใหญ่แล้ว 13,492 คน ขณะที่มีเที่ยวบินถูกยกเลิกทั้งหมด 62 เที่ยว

เจ้าหน้าที่คาดว่าจะมีฝนตกลงมาอีกในช่วงกลางดึกวันอาทิตย์ในบางพื้นที่เช่น จังหวัดคยองกี, กังวอน, ชุงชอง และคยองซานเหนือ แต่พวกเขายกเลิกการเตือนภัยขั้นสูงสุดในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ส่งการให้รัฐบาลหาทางกำหนดให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกอย่างหนักเป็น “เขตภัยพิบัติพิเศษ” โดยเร็วที่สุด เพื่อให้รัฐบาลสามารถสนับสนุนด้านการฟื้นฟูความเสียหายและบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhap

โป๊ปประณามความโหดร้าย หลังชาวกาซาถูกฆ่า 73 ศพขณะรอรับเสบียง

โป๊ปประณามความโหดร้าย หลังชาวกาซาถูกฆ่า 73 ศพขณะรอรับเสบียง

21 ก.ค. 2568 03:21 น.

โป๊ปประณามความโหดร้าย หลังชาวกาซาถูกฆ่า 73 ศพขณะรอรับเสบียง

โป๊ปเลโอที่ 14 ประณามความโหดร้ายของสงครามและการใช้กำลังอย่างไม่เลือกหน้าของอิสราเอล หลังมีข่าวชาวปาเลสไตน์จำนวนมากถูกสังหารขณะรอรับเสบียงอาหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2568 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประณามความโหดร้ายของสงครามในฉนวนกาซา และการใช้กำลังอย่างไม่เลือกหน้า หลังจากกระทรวงสาธารณสุขของกาซารายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารขณะเข้าคิวรอรับเสบียงอาหารถึง 73 ศพ

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในวันอาทิตย์มีผู้เคราะห์ร้ายมากมายถูกสังหารในสถานที่ที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือของฉนวนกาซา โดย 67 รายในจำนวนนี้ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตระหว่างรอรถบรรทุกขนเสบียงขององค์การสหประชาชาติวิ่งผ่านด่าน “ซิคิม” (Zikim) บริเวณชายแดนกาซากับอิสราเอล

โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ ระบุว่า ไม่นานหลังจากเข้าสู่ฉนวนกาซา ขบวนรถขนอาหาร 25 คันของพวกเขาพบกับประชาชนที่กำลังหิวโหยกลุ่มใหญ่ ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะถูกยิงโจมตี

นายโมฮัมเหม็ด อาบู ซัลมิยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อัล-ชีฟา บอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า นับตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ โรงพยาบาลได้รับร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 48 ศพ ขณะที่อีกกว่า 150 คนได้รับบาดเจ็บขณะพยายามขอเสบียงอาหารจากรถบรรทุกที่คาดว่าจะเข้าสู่กาซาผ่านด่านซิคิม อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุว่าผู้เสียชีวิตถูกใครโจมตี

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่า ทหารยิงอาวุธเข้าใส่ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนที่มารวมตัวกันในภาคเหนือของกาซา โดยอ้างว่าเป็นภัยคุกคาม และยอมรับว่าพวกเขารู้ว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง แต่จำนวนที่ทางการกาซารายงานนั้น สูงกว่าการสืบสวนเบื้องต้นของพวกเขามาก

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสที่ คาสเทล กันดอลโฟ ที่ประทับช่วงฤดูร้อนของพระองค์ เรียกร้องให้ยุติความโหดร้ายของสงครามในทันที และหาทางออกอย่างสงบให้แก่ความขัดแย้งนี้

โป๊ปเลโอที่ 14 แสดงความเสียใจต่อที่อิสราเอลโจมตีโดนโบสถ์คาทอลิกเพียงแห่งเดียวในฉนวนกาซาเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 10 ราย รวมถึงอธิการโบสถ์ ผู้เคยสนทนาทางโทรศัพท์กับโป๊ปฟรานซิส พระสันตะปาปาพระองค์ก่อนทุกวัน

“ข้าพเจ้าขอเรียกร้องไปถึงประชาคมนานาชาติให้ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรม และเคารพพันธสัญญาในการปกป้องพลเรือน เช่นเดียวกับการห้ามการลงโทษแบบเหมารวม, การใช้กำลังอย่างไม่เลือกหน้า และการบังคับอพยพประชากร” โป๊ปเลโอที่ 14 ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

ซีอีโอฉาวลาออกแล้ว เซ่นคลิปกอดกิ๊กสาวกลางคอนเสิร์ต Coldplay

ซีอีโอฉาวลาออกแล้ว เซ่นคลิปกอดกิ๊กสาวกลางคอนเสิร์ต Coldplay

21 ก.ค. 2568 01:54 น.

ซีอีโอฉาวลาออกแล้ว เซ่นคลิปกอดกิ๊กสาวกลางคอนเสิร์ต Coldplay

ซีอีโอของบริษัท Astronomer ลาออกจากตำแหน่งแล้ว เซ่นปมคลิปฉาวที่เขาถูกกล้องคิสแคมจับภาพได้ว่ากำลังกอดกับกิ๊กสาวเพื่อนร่วมงานในคอนเสิร์ต Coldplay ทั้งที่ตัวเองมีลูกเมียแล้ว

บริษัทเทคโนโลยี Astronomer ประกาศผ่าน X ในวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2568 ว่า นายแอนดี้ ไบรอน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งแล้ว และคณะกรรมการผู้อำนวยการได้ยอมรับหนังสือลาออกนั้นแล้ว

Astronomer ระบุอีกว่า คณะกรรมการฯ จะเริ่มค้นหาซีอีโอคนต่อไปของบริษัท ในขณะที่ พีท ดีจอย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) จะดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอชั่วคราว

การลาออกของนายไบรอนสืบเนื่องจากกรณีมีคลิปที่เขากอดกับหญิงสาวจากที่ทำงานเดียวกันในงานคอนเสิร์ต Coldplay ทั้งที่เขามีลูกเมียอยู่แล้ว จนคลิปกลายเป็นกระแสไวรัลเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในตอนแรก Astronomer สั่งพักงานนายไบรอนชั่วคราว และเริ่มการสืบสวนเป็นการภายใน

ทั้งนี้ คลิปต้นเรื่องที่กลายมาเป็นข่าวฉาว เป็นคลิปจากคอนเสิร์ต Coldplay เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนกอดกันอยู่ ถูกกล้องคิสแคมนำมาขึ้นบนจอยักษ์ด้วยกล้อง “คิส แคม” (Kiss Cam) ก่อนที่ฝ่ายชายจะรีบหลบกล้องทันที และหญิงสาวก็หันหน้าหนี จนนักร้องนำ คริส มาร์ตินพูดแซวบนเวทีว่า “เป็นกิ๊กกันรึเปล่า หรืออาจจะแค่เขินกล้อง” ทำให้คลิปนี้กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

วิดีโอที่ถูกโพสต์บน TikTok มียอดเข้าชมหลายล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แถมยังถูกแชร์ซ้ำจนกลายเป็นมีม และถูกพูดถึงในรายการโทรทัศน์หลายช่อง ก่อนจะมีการขุดคุ้ยเรื่องราวของทั้งคู่ออกมา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นายกฯ อิสราเอลป่วยอาหารเป็นพิษ พลาดการประชุม ครม.

นายกฯ อิสราเอลป่วยอาหารเป็นพิษ พลาดการประชุม ครม.

21 ก.ค. 2568 00:34 น.

นายกฯ อิสราเอลป่วยอาหารเป็นพิษ พลาดการประชุม ครม.

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษ ทำให้พลาดการประชุมคณะรัฐมนตรี และต้องทำงานจากที่บ้าน 3 วัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2568 สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ล้มป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษ ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ และต้องทำงานจากที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน

แถลงการณ์ระบุว่า นายเนทันยาฮูเริ่มมีอาการป่วยในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ ก่อนจะได้รับการตรวจที่บ้านของเขาโดย ดร.อาลอน เฮิร์ชโก ผู้อำนวยการแผนกอายุรแพทย์ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ฮาดาสซาห์ (Hadassah) และได้รับการวินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นลำไส้อักเสบอันเป็นผลจากการทานอาหารเสื่อมสภาพ

สำนักงานนายกรัฐมนตรียืนยันว่า หลังการตรวจเพิ่มเติมแพทย์ประกาศว่าอาการของนายเนทันยาฮูอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเขาต้องได้รับน้ำเกลือผ่านหลอดเลือดหลังมีภาวะขาดน้ำเนื่องจากอาการป่วย และนายเนทันยาฮูจะต้องพักผ่อนและทำงานจากที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นายเนทันยาฮูวัย 75 ปี เผชิญปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่นเมื่อเดือนธันวาคม 2567 เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดนำต่อมลูกหมากออก ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2567 เขาต้องรับการผ่าตัดไส้เลื่อน ในเดือนเดียวกัน เขายังติดไข้หวัดใหญ่จนต้องหยุดงานหลายวันด้วย

เมื่อปี 2566 เนทันยาฮูเข้ารับการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemaker) หลังเกิดอาการสัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวางชั่วคราว (transient heart block) แพทย์ยังเปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอลผู้นี้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมาหลายปีแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : times of israel

ดับ 5 ศพ ไฟไหม้เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ผู้โดยสารต้องโดดน้ำหนีตาย

ดับ 5 ศพ ไฟไหม้เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ผู้โดยสารต้องโดดน้ำหนีตาย

20 ก.ค. 2568 22:58 น.

ดับ 5 ศพ ไฟไหม้เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ผู้โดยสารต้องโดดน้ำหนีตาย

เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟากที่จังหวัดสุลาเวสีเหนือของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ ในขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังดำเนินการค้นหาผู้โดยสารที่ยังสูญหาย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2568 เกิดเหตุไฟไหม้เรือข้ามฟากชื่อว่า “เคเอ็ม บาร์เซโลนา วีเอ” (KM Barcelona VA) ในจังหวัดสุลาเวสีเหนือ ซึ่งกำลังพาผู้โดยสารกว่า 280 คนเดินทางไปยังท่าเรือเมืองมานาโด ทำให้ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งต้องกระโดดลงจากเรือเพื่อเอาชีวิตรอด จนกลายเป็นภาพไวรัลบนโลกออนไลน์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ศพ ขณะที่นายเวรี อาริยานโต เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยจังหวัดสุลาเวสีเหนือบอกกับระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเรือประมงท้องถิ่นช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วกว่า 150 คน และปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป

ซินหัวรายงานว่า เพลิงเริ่มลุกไหม้บนเรือ เคเอ็ม บาร์เซโลนา วีเอ ในเวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่เรือเดินทางอยู่นอกเกาะตาลิเซ (Talise island)

ผู้โดยสารหลายคนสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้แล้วโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ หนึ่งในนั้นคือนายอับดุล เราะห์มาน อากู ซึ่งเฟซบุ๊กไลฟ์สตรีมบันทึกภาพขณะที่เขากระโดดจากเรือข้ามฟากลงไปในน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ด้วยคนหนึ่ง

“ช่วยด้วย ไฟไหม้เรือ เคเอ็ม บาร์เซโลนา วีเอ ยังมีผู้คนอยู่บนเรือ” และ “เรากำลังถูกเผยอยู่ในทะเล … เราต้องการความช่วยเหลือ … โดยเร็ว” นายอากูพูดผ่านวิดีโอ

ขณะเดียวกัน ทางการอินโดนีเซียเริ่มการสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือข้ามฟากลำนี้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้หลายอย่าง ทั้งไฟฟ้าลัดวงจร, เชื้อเพลิงรั่วไหล และเครื่องยนต์ขัดข้อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , ndtv

ฝนตกหนัก-ดินถล่มเกาหลีใต้ คร่าชีวิตผู้คนแล้ว 10 ศพ สูญหาย 9 ราย

ฝนตกหนัก-ดินถล่มเกาหลีใต้ คร่าชีวิตผู้คนแล้ว 10 ศพ สูญหาย 9 ราย

20 ก.ค. 2568 10:58 น.

ฝนตกหนัก-ดินถล่มเกาหลีใต้ คร่าชีวิตผู้คนแล้ว 10 ศพ สูญหาย 9 ราย

รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ราย และสูญหาย 9 ราย จากเหตุฝนตกหนักและดินถล่มที่เริ่มขึ้นทั่วเกาหลีใต้เมื่อ 4 วันก่อน

ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติ ณ เวลา 05.00 น. ของวันอาทิตย์ (20 ก.ค.) แสดงให้เห็นว่ายอดผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ (6 ราย และสูญหาย 7 ราย) อยู่ในเขตซันชอง ทางตอนใต้

ส่วนผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ อยู่ในเมืองโอซัน จังหวัดคยองกี, เมืองซอซัน จังหวัดชุงชองใต้ และเมืองดังจิน จังหวัดชุงชองใต้ มีผู้สูญหาย 2 รายจาก 9 รายในเมืองกวางจู ทางตะวันตกเฉียงใต้

สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่าผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นหญิงวัย 70 ปี หลังจากบ้านของเธอพังถล่มลงมาเมื่อเวลาประมาณ 04.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ ในเมืองกาพยอง 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่างานกู้ภัยยังคงดำเนินการอยู่ในเขตซันชอง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงยอดผู้เสียชีวิต มีผู้ได้รับการช่วยเหลือจากเขตนี้แล้ว 58 ราย

ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ เขตคาพยอง จังหวัดคยองกี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 70 กิโลเมตร มีฝนตกเกือบ 170 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ เกิดฝนตกหนักทั่วเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. โดยเขตซันชองมีปริมาณน้ำฝนสะสม 793.5 มิลลิเมตร เขตฮับชอนที่อยู่ติดกันมีปริมาณน้ำฝนสะสม 699 มิลลิเมตร ขณะที่เขตฮาดงที่อยู่ใกล้มีปริมาณน้ำฝนสะสม 621.5 มิลลิเมตร

เจ้าหน้าที่ได้รับลงทะเบียนกรณีน้ำท่วมถนน การสูญเสียดิน และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะที่ถูกทำลายแล้ว 1,920 กรณี และความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่น อาคารและพื้นที่เพาะปลูกอีก 2,234 กรณี

ประชาชน 12,921 คน ได้อพยพออกจากพื้นที่พักอาศัยใน 14 เมืองใหญ่และจังหวัดใหญ่ คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในเขตเมืองหลวงและจังหวัดคังวอนจนถึงเช้าวันอาทิตย์.

ที่มา   Yonhap

ฮ่องกงเตือนภัยสูงสุดระดับ 10 ไต้ฝุ่นวิภา

ฮ่องกงเตือนภัยสูงสุดระดับ 10 ไต้ฝุ่นวิภา

20 ก.ค. 2568 10:03 น.

ฮ่องกงเตือนภัยสูงสุดระดับ 10 ไต้ฝุ่นวิภา

ทางการฮ่องกงออกแถลงเตือนภัยสูงสุด ระดับ 10 โดยคาดว่าพายุไต้ฝุ่นวิภาจะเคลื่อนผ่านทางใต้ของเกาะในช่วงเที่ยงวันนี้

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงออกสัญญาณพายุระดับ 10 เมื่อเวลา 09.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ (20 ก.ค.) และเตือนว่าพายุไต้ฝุ่นวิภากำลัง “เป็นภัยคุกคามสำคัญ” โดยคาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ของเมืองประมาณ 50 กิโลเมตรในช่วงเที่ยงวันนี้

สัญญาณระดับ 10 ซึ่งเป็นคำเตือนระดับสูงสุด คาดว่าพายุจะมีความเร็วลมเฉลี่ย 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป โดยสัญญาณระดับ 10 ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงซูเปอร์ไต้ฝุ่นซาวลาในปี 2566 ซึ่งพายุทำให้มีผู้บาดเจ็บ 86 ราย จนถึงขณะนี้ พายุวิภาส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย  โดยประชาชน 198 คน อพยพไปยังศูนย์พักพิงของรัฐบาล

หลังจากยกเลิกเที่ยวบินช่วงสุดสัปดาห์กว่า 500 เที่ยวบิน การท่าอากาศยานฯ ฮ่องกง ระบุว่าอาจกลับมาให้บริการได้เร็วที่สุด 400 เที่ยวบินในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากพายุไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวออกจากเมือง คาดว่าสนามบินจะกลับมาคึกคักในช่วงคืนวันอาทิตย์ เพื่อกระจายผู้โดยสารสูงสุด 100,000 คน

รถไฟฟ้าใต้ดินหลายสายจะยังคงให้บริการอย่างจำกัด แม้ว่าบริการรถไฟฟ้ารางเบา และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เอ็กซศ์เพรส จะถูกระงับให้บริการแล้วก็ตาม นอกจากนี้ บริการเรือข้ามฟากและรถโดยสารประจำทางส่วนใหญ่ก็ถูกระงับให้บริการเช่นกัน.