รู้จัก “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากถูกโจมตีอาจเขย่าตลาดพลังงานโลก

รู้จัก “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากถูกโจมตีอาจเขย่าตลาดพลังงานโลก

11 มี.ค. 2569 10:43 น.

รู้จัก “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากถูกโจมตีอาจเขย่าตลาดพลังงานโลก

“เกาะคาร์ก” เกาะเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เป็นหัวใจของการส่งออกน้ำมันอิหร่านคิดเป็นเกือบ 90% ของประเทศ นักวิเคราะห์หวั่น หากตกเป็นเป้าโจมตีของสหรัฐหรืออิสราเอล ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทันที 

เกาะคาร์ก จุดยุทธศาสตร์พลังงานของอิหร่าน

เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของอิหร่าน

ข้อมูลระบุว่า อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปกส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 บาร์เรลผ่านเกาะแห่งนี้ โดยปริมาณการส่งออกอยู่ที่ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปลายทางสำคัญคือจีน

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานและผู้ค้าตลาดน้ำมันทั่วโลกต่างจับตาการเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันที่เกาะแห่งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของปริมาณการส่งออกก็สามารถทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนได้ทันที

โครงสร้างสำคัญของศูนย์ส่งออกน้ำมัน

น้ำมันดิบจากแหล่งผลิตในอิหร่านจะถูกส่งผ่านท่อใต้ทะเลมายังเกาะคาร์ก ก่อนเก็บไว้ในคลังน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อรอการบรรทุกลงเรือ

สถานีแห่งนี้มีถังเก็บน้ำมันที่สามารถรองรับได้มากถึง 30 ล้านบาร์เรล และสามารถเทียบท่าเรือบรรทุกน้ำมันได้พร้อมกันถึง 8 ลำ

เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ท่าเรือนี้สามารถบรรทุกน้ำมันได้มากกว่า 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในบางกรณีสามารถเพิ่มกำลังได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ประชากรบนเกาะส่วนใหญ่เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเดินทางเข้าออกพื้นที่ผ่านสนามบินที่บริหารโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน

ความเสี่ยงด้านความมั่นคง

แม้เกาะคาร์กจะมีฐานทัพเรือของอิหร่านตั้งอยู่ แต่ตำแหน่งของเกาะที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ก็ทำให้การป้องกันจากการโจมตีทางอากาศทำได้ยาก

ในอดีต เกาะแห่งนี้เคยตกเป็นเป้าการโจมตีของอิรักในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมากต่ออิหร่าน

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากมีการโจมตีสร้างความเสียหายรุนแรงต่อสถานีส่งออกน้ำมันแห่งนี้ อิหร่านอาจตอบโต้ทางทหารทันที

ความตึงเครียดจากการโจมตีสหรัฐ–อิสราเอล

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นหลังสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แม้การโจมตีจะขยายไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบางแห่งในกรุงเตหะราน แต่เกาะคาร์กยังไม่ถูกโจมตีโดยตรง

อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้เร่งการขนส่งน้ำมันจากเกาะดังกล่าวก่อนความขัดแย้งจะทวีความรุนแรง เพื่อส่งออกน้ำมันออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด

หากเกาะคาร์กถูกโจมตี จะเกิดอะไรขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่า หากเกาะคาร์กกลายเป็นเป้าหมายโจมตี การส่งออกน้ำมันของอิหร่านส่วนใหญ่จะหยุดชะงักเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

น้ำมันจากเกาะนี้ต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และตั้งแต่สงครามเริ่มต้น จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบดังกล่าวก็ลดลงอย่างมาก

หากการส่งออกน้ำมันจากเกาะคาร์กหยุดชะงัก อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในหลายประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ รวมถึงสหรัฐด้วย

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงมองว่า เกาะคาร์กไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกได้โดยตรง.

ที่มา : channelnewsasia

รัฐบาลอิตาลีทุ่ม 30 ล้านยูโร ซื้อผลงาน “คาราวัจโจ” นำเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ไม่ให้ตกเป็นของเอกชน

รัฐบาลอิตาลีทุ่ม 30 ล้านยูโร ซื้อผลงาน "คาราวัจโจ" นำเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ไม่ให้ตกเป็นของเอกชน

11 มี.ค. 2569 09:42 น.

รัฐบาลอิตาลีทุ่ม 30 ล้านยูโร ซื้อผลงาน “คาราวัจโจ” นำเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ไม่ให้ตกเป็นของเอกชน

รัฐบาลอิตาลีทุ่ม 30 ล้านยูโร ซื้อภาพวาดผลงาน “คาราวัจโจ” จิตรกรเอกชั้นครู เพื่อนำไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ป้องกันไม่ให้ตกเป็นของนักสะสมเอกชน

วันที่ 11 มีนาคม 2569 รัฐบาลอิตาลีประกาศซื้อ ผลงานภาพเหมือน “มอนซินญอร์ มาฟเฟโอ บาร์แบรินี”  ภาพวาดสีน้ำมันล้ำค่าของ “คาราวัจโจ” จิตรกรเอกชื่อก้องโลกของอิตาลี ด้วยมูลค่า 30 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,170 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในการจัดซื้อผลงานศิลปะที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรัฐอิตาลี

ด้านนายอเลสซานโดร จูลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของอิตาลี ระบุว่า ภาพวาดชิ้นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษอย่างยิ่ง และการจัดซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปกป้องผลงานศิลปะสำคัญของประเทศไม่ให้ถูกซื้อโดยนักสะสมเอกชน

โดยภาพวาดนี้เป็นผลงานภาพเหมือน “มอนซินญอร์ มาฟเฟโอ บาร์แบรินี” ผู้ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาในพระนาม สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 8  เชื่อว่าถูกวาดขึ้นในปี ค.ศ.1598 ก่อนหน้านี้ถูกเก็บรักษาอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัวที่เมืองฟลอเรนซ์ และเพิ่งถูกนำออกแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกที่กรุงโรม เมื่อปี 2567 และปัจจุบัน ภาพวาดได้ถูกย้ายเข้าสู่คอลเลกชันถาวรของ พระราชวังปาลาซโซ บาร์แบรินี ซึ่งเป็นคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลบาร์แบรินี และเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของคาราวัจโจอีกหลายชิ้น

ทั้งนี้ “คาราวัจโจ” มีชื่อจริงว่า มิเคลันเจโล เมรีซี เสียชีวิตในปี ค.ศ.1610 ขณะอายุเพียง 38 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินชั้นครู และผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก โดยเขามีชื่อเสียงจากเทคนิคการตัดแสงและเงา (chiaroscuro) เพื่อสร้างความสมจริงและมิติทางอารมณ์ให้กับภาพวาด โดยผลงานของเขาที่หลงเหลืออยู่ทั่วโลกมีเพียงประมาณ 65 ชิ้น และในจำนวนนี้ มีภาพเหมือนเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น.

ที่มา BBC

เกาหลีเหนือประณามสหรัฐ–อิสราเอล โจมตีอิหร่านผิดกฎหมาย ย้ำสิทธิเลือกผู้นำสูงสุดเป็นของชาวอิหร่าน

เกาหลีเหนือประณามสหรัฐ–อิสราเอล โจมตีอิหร่านผิดกฎหมาย ย้ำสิทธิเลือกผู้นำสูงสุดเป็นของชาวอิหร่าน

11 มี.ค. 2569 08:27 น.

เกาหลีเหนือประณามสหรัฐ–อิสราเอล โจมตีอิหร่านผิดกฎหมาย ย้ำสิทธิเลือกผู้นำสูงสุดเป็นของชาวอิหร่าน

รัฐบาลเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ระบุเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทำลายเสถียรภาพโลก พร้อมย้ำเคารพการตัดสินใจของอิหร่านในการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านโดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคและทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น

โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลในกรุงเปียงยางประณามอย่างรุนแรง ต่อการโจมตีดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าสหรัฐและอิสราเอลได้ทำลายสันติภาพในภูมิภาค และยกระดับความไม่มั่นคงของโลกผ่านการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน โดยคำแถลงดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวของรัฐเกาหลีเหนือ Korean Central News Agency หรือ KCNA

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังวิจารณ์การแทรกแซงจากภายนอกต่อระบบการเมืองของอิหร่าน พร้อมเตือนว่า การใช้คำขู่หรือปฏิบัติการทางทหารเพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลของประเทศอื่นไม่สามารถยอมรับได้

รัฐบาลเปียงยางยังระบุด้วยว่า เคารพการตัดสินใจของสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นสภานักบวชระดับสูงของอิหร่าน ที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยย้ำว่าการเลือกผู้นำคนใหม่สะท้อนถึงสิทธิและการตัดสินใจของประชาชนชาวอิหร่าน

ท่าทีของเกาหลีเหนือมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง หลังการโจมตีทางทหารและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญสูงสุดทางการเมืองและศาสนาในประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า การออกมาแสดงจุดยืนของเกาหลีเหนือในครั้งนี้สะท้อนความพยายามของเปียงยางในการสนับสนุนพันธมิตรทางการเมืองในเวทีระหว่างประเทศ และวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสหรัฐในความขัดแย้งระดับโลก.

ที่มา : Reuters

รถบัสไฟไหม้กลางเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ ดับอย่างน้อย 6 ศพ ตร.ชี้อาจเป็นเหตุจงใจจุดไฟ

รถบัสไฟไหม้กลางเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ ดับอย่างน้อย 6 ศพ ตร.ชี้อาจเป็นเหตุจงใจจุดไฟ

11 มี.ค. 2569 08:26 น.

รถบัสไฟไหม้กลางเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ ดับอย่างน้อย 6 ศพ ตร.ชี้อาจเป็นเหตุจงใจจุดไฟ

เกิดเหตุรถบัสโดยสารไฟลุกไหม้รุนแรงในสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย ตำรวจระบุว่าอาจเป็นเหตุจงใจจุดไฟ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เกิดเหตุเหตุเพลิงไหม้รถบัสบนถนนสายหลักของเมืองเคียร์เซิร์ส ในรัฐฟรีบูร์ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเบิร์น ไปทางตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย โดยในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการสาหัส

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็น เปลวไฟพุ่งออกจากหน้าต่างรถบัสสูงหลายเมตร พร้อมกลุ่มควันสีดำหนาทึบลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่ซากรถบัสที่ถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงโครง เจ้าหน้าที่ระบุว่า เมื่อหน่วยฉุกเฉินมาถึง พบว่ารถบัส ถูกเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและควบคุมเพลิง พร้อมตั้งเขตความปลอดภัยรอบพื้นที่

ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังพิจารณาว่าเหตุไฟไหม้อาจเกิดจากการกระทำของมนุษย์ และอาจเป็นการจงใจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กำลังเปิดการสอบสวนทางอาญา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมครั้งนี้.

ที่มา CBS

สหรัฐถล่มเรือรบอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทำลายเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ

สหรัฐถล่มเรือรบอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทำลายเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ

11 มี.ค. 2569 08:16 น.

สหรัฐถล่มเรือรบอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทำลายเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ

สหรัฐเผยปฏิบัติการโจมตีเรือของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังหน่วยข่าวกรองพบความพยายามวางทุ่นระเบิดในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ย้ำจะไม่ยอมให้ใครคุกคามการเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้

กองทัพสหรัฐประกาศว่าได้ทำลายเรือของกองทัพเรืออิหร่านหลายลำ รวมถึงเรือวางทุ่นระเบิดอย่างน้อย 16 ลำ ใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางเดินเรือพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

กองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือ CENTCOM เผยแพร่วิดีโอการโจมตีบางส่วนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว

รายงานของสำนักข่าว CNN ระบุว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐพบว่าอิหร่านได้เริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นคอขวดพลังงานของโลก เนื่องจากมีน้ำมันดิบประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลกต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า หากอิหร่านมีการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซจริง ก็ต้องนำออกทันที พร้อมย้ำว่าสหรัฐต้องการให้เส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ปลอดภัย

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีท เฮกเซธ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดยกองทัพสหรัฐได้กำจัดเรือที่เกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอย่างแม่นยำและเด็ดขาด

เขายังย้ำว่าสหรัฐจะไม่ยอมให้กลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามจับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รายงานจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น มีทหารอเมริกันราว 140 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานระดับโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางไปยังตลาดสำคัญในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากตลาดพลังงานทั่วโลก.

ที่มา : CNN

WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

11 มี.ค. 2569 05:33 น.

WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนเรื่องอันตรายของฝนพิษสีดำ หลังคลังน้ำมันในอิหร่านถูกโจมตี ส่อส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและสุขภาพของชาวอิหร่านที่กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนักในตอนนี้

เมื่อวันอังคารที่ 10 มี.ค. 2569 นายคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกขององค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า “ฝนดำ” หรือน้ำฝนที่ปนเปื้อนด้วยมลพิษจากคลังน้ำมันอิหร่าน ที่ถูกโจมตีจนไฟลุกไหม้อย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สร้างความกังวลอย่างหนักต่อคุณภาพอากาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

คลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่ง รวมถึง คลังน้ำมันชาห์ราน (Shahran) ในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีทางอากาศจนไฟลุกท่วม ส่งผลให้มีกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ มลพิษดังกล่าวทำให้ทางการอิหร่านต้องประกาศแนะนำให้ประชาชนงดออกจากเคหสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อฝนตกผ่านชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษ น้ำฝนจะผสมกับสารปนเปื้อนและตกลงสู่พื้นดิน นอกจากนี้ น้ำฝนยังมีโอกาสกลายเป็น “ฝนกรด” เมื่อน้ำทำปฏิกิริยากับก๊าซต่างๆ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์

“ฝนดำและฝนกรดที่ตามมา ถือเป็นอันตรายต่อประชากรในพื้นที่อย่างแท้จริง” ลินด์ไมเออร์กล่าว

ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งอิหร่าน (Red Crescent Society) ออกมาเตือนเรื่องภัยอันตรายจากน้ำฝนที่มีความเป็นกรด “ในระดับที่อันตรายมาก” ซึ่งอาจทำให้ “ผิวหนังไหม้และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อปอด” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนงดออกจากอาคารบ้านเรือนทั้งในช่วงที่ฝนตกและหลังจากนั้น

ขณะที่นาย โวลเคอร์ เติร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า “ผมมีความกังวลอย่างยิ่งเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนจะต้องเผชิญ อันเป็นผลมาจากไฟไหม้คลังน้ำมันเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการปนเปื้อนจากฝนกรดด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันอิหร่านกำลังเผชิญกับ “วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำ” อย่างหนัก และประชาชนต่างรอคอยฝนที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่เหตุการณ์ฝนกรดหรือฝนสีดำนี้กำลังคุกคามและอาจสร้างความเสียหายต่อแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่ชาวอิหร่านต้องพึ่งพาอาศัย

นอกจากนั้น คลังน้ำมันในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องมลพิษที่จะขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค โดยลินด์ไมเออร์ระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจส่ง “ผลกระทบในระยะยาว” และเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “สถานการณ์ที่อันตราย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ลือ อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ขู่ตอบโต้หากทำจริง

ลือ อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ขู่ตอบโต้หากทำจริง

11 มี.ค. 2569 04:44 น.

ลือ อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ขู่ตอบโต้หากทำจริง

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความเตือนอิหร่าน ว่าจะเผชิญผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง หากวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางรายงานว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดแล้วหลายสิบลูก

เมื่อ 10 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เตือนอิหร่านเรื่องการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยขู่ว่าจะทำให้เกิดผลร้ายแรงตามมาในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อ้างด้วยว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีรายงานว่าอิหร่านกำลังวางทุ่นระเบิด

“หากอิหร่านวางทุ่นระเบิดใดๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ เราต้องการให้พวกเขานำมันออกไปทันที! แม้ว่าเราจะยังไม่ได้รับรายงานว่าพวกเขาทำเช่นนั้นก็ตาม” ข้อความของนายทรัมป์ระบุ

“หากทุ่นระเบิดถูกวาง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม และพวกมันไม่ถูกนำออกไปในทันที ผลที่ตามมาทางทหารต่ออิหร่านจะอยู่ในระดับที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แต่ในทางกลับกัน หากพวกเขาถอนสิ่งที่อาจถูกวางเอาไว้ออกไป นั่นจะเป็นก้าวสำคัญที่มุ่งไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง!”

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้

ขณะเดียวกันสำนักข่าว CNN รายงานอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว 2 คนที่คุ้นเคยกับรายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านได้เริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่กว้างนัก โดยมีการวางไปเพียงไม่กี่สิบลูกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายหนึ่งเสริมว่า อิหร่านยังคงรักษาเรือขนาดเล็กและเรือวางทุ่นระเบิดไว้ได้ถึง 80% – 90% ดังนั้นกองกำลังของพวกเขาจึงมีความสามารถเพียงพอที่จะวางทุ่นระเบิดจำนวนหลายร้อยลูกในเส้นทางน้ำแห่งนี้ได้

ก่อนหน้านี้ กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เคยเตือนว่าเรือทุกลำที่พยายามผ่านช่องแคบจะถูกโจมตี ทำให้เส้นทางนี้ถูกปิดตัวลงโดยปริยายตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบรรยายสภาพของช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันว่าเหมือนเป็น “หุบเขาแห่งความตาย” เนื่องจากความเสี่ยงมหาศาลในการเดินเรือผ่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันนี้ด้วยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่ได้ดำเนินการส่งกองเรือคุ้มกันเรือพาณิชย์ลำใดผ่านช่องแคบนี้ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ารัฐบาลของเขากำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการดำเนินการดังกล่าวก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทำเนียบขาวเผย ทรัมป์ไม่ตัดทางเลือกใดทิ้ง รวมถึงส่งทหารราบบุกอิหร่าน

ทำเนียบขาวเผย ทรัมป์ไม่ตัดทางเลือกใดทิ้ง รวมถึงส่งทหารราบบุกอิหร่าน

11 มี.ค. 2569 04:19 น.

ทำเนียบขาวเผย ทรัมป์ไม่ตัดทางเลือกใดทิ้ง รวมถึงส่งทหารราบบุกอิหร่าน

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ตัดตัวเลือกใดๆ ในการทำสงครามกับอิหร่าน รวมถึงการส่งทหารราบเข้าไป ซึ่งประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะทำจริงหรือไม่

เมื่อ 10 มี.ค. 2569 น.ส.แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดยระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “ไม่ตัดทางเลือกใด ๆ ทิ้ง” ในการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้าไปในพื้นที่

“สำหรับเรื่องการส่งทหารราบ ท่านประธานาธิบดีได้พูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านดำเนินวิสัยทัศน์ที่ชาญฉลาดโดยไม่ตัดทางเลือกใด ๆ ทิ้ง ดังนั้น ฉันจึงไม่อยากจะยืนยันข้อมูลใด ๆ ที่สมาชิกพรรคเดโมแครตในรัฐสภากำลังพูดถึงความคิดของท่านประธานาธิบดีในขณะนี้”

ดูเหมือนว่าลีวิตต์จะพาดพิงถึงความเห็นของบรรดาสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครต ซึ่งรวมถึง ริชาร์ด บลูเมนทาล ที่ได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า “ดูเหมือนว่าเรากำลังอยู่บนเส้นทางที่มุ่งไปสู่การส่งทหารอเมริกันลงพื้นที่ในอิหร่าน เพื่อบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ที่วางไว้”

น.ส.ลีวิตต์ย้ำด้วยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้อิหร่าน “ยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข” เพื่อเป็นเงื่อนไขสำหรับข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน

“เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านอยู่ในจุดที่ต้องยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่านไม่ได้หมายความว่าระบอบการปกครองของอิหร่านจะออกมาประกาศคำนั้นด้วยตัวเอง สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีหมายถึงคือ ภัยคุกคามของอิหร่านจะไม่ถูกหนุนหลังด้วยคลังแสงขีปนาวุธที่คอยคุ้มกันพวกเขาในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ในประเทศอีกต่อไป”

เธอกล่าวต่อไปว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้กำหนดเองว่าเมื่อใดที่อิหร่านอยู่ในสภาวะยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข นั่นคือเมื่อพวกเขาไม่สามารถสร้างภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือและโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรของเราได้อีกต่อไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โฟล์กสวาเกนเตรียมลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง หลังกำไรดิ่งสุดรอบ 10 ปี

โฟล์กสวาเกนเตรียมลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง หลังกำไรดิ่งสุดรอบ 10 ปี

11 มี.ค. 2569 02:33 น.

โฟล์กสวาเกนเตรียมลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง หลังกำไรดิ่งสุดรอบ 10 ปี

โฟล์กสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ประกาศจะลดพนักงานในเยอรมนีลงถึง 50,000 ตำแหน่งภายใน 4 ปีข้างหน้า หลังผลกำไรของบริษัทลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี

เมื่อ 10 มี.ค. 2569 “โฟล์กสวาเกน” (Volkswagen) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติเยอรมนี ประกาศจะปรับลดพนักงานในประเทศลงจำนวน 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 หลังจากผลกำไรของบริษัทลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559

โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แจ้งต่อผู้ถือหุ้นว่าการเลิกจ้างครั้งนี้จะเกิดขึ้นในเยอรมนีและครอบคลุมไปทั่วทั้งกลุ่มบริษัท รวมถึงแบรนด์ในเครืออย่าง “ออดี” (Audi) และ “ปอร์เช” (Porsche) ด้วย

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของยุโรปเจ้านี้ระบุว่า กำไรหลังหักภาษีของบริษัทในปี 2568 ลดลงประมาณ 44% จาก 1.24 หมื่นล้านยูโร เหลือเพียง 6.9 พันล้านยูโร

โดยทางบริษัทชี้แจงว่ากำไรที่ลดลงดังกล่าวเป็นผลกระทบจาก มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, การแข่งขันที่รุนแรงจากจีน และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่สูง จากการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวในปีหน้า แต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินเน้นย้ำว่า บริษัทจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนอย่าง “เข้มงวด”

“โดยรวมแล้ว เรามีแผนที่จะปรับลดตำแหน่งงานประมาณ 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โฟล์กสวาเกน ในเยอรมนี” นายบลูมระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปีของบริษัท พร้อมเสริมว่า “เรากำลังดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง”

ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานแล้วในการปรับลดตำแหน่งงานมากกว่า 35,000 ตำแหน่งทั่วประเทศในรูปแบบที่ “รับผิดชอบต่อสังคม” ภายในปี 2573 เพื่อประหยัดงบประมาณราว 1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.5 แสนล้านบาท)

ทั้งนี้ โฟล์กสวาเกน รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันรายอื่น ๆ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความต้องการรถยนต์ที่ลดลงในประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดที่ทำกำไรมหาศาล ในขณะเดียวกัน แบรนด์รถยนต์จีนก็กำลังรุกคืบเข้าสู่ยุโรป ทำให้การแข่งขันด้านยอดขายรุนแรงยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นไปอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยูเครนเผย ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือโดรน ไปยัง 3 ประเทศตะวันออกกลาง

ยูเครนเผย ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือโดรน ไปยัง 3 ประเทศตะวันออกกลาง

11 มี.ค. 2569 01:41 น.

ยูเครนเผย ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือโดรน ไปยัง 3 ประเทศตะวันออกกลาง

เซเลนสกีเปิดเผยว่า รัฐบาลของเขากำลังส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือกับโดรนของอิหร่าน ไปยัง 3 ประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน

เมื่อ 10 มี.ค. 2569 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า ยูเครนกำลังส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังตะวันออกกลางเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการป้องกันการโจมตีจากโดรนของอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เซเลนสกีระบุว่า ในสัปดาห์นี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 ทีมจะเดินทางไปยัง กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และย้ำว่านี่เป็นเพียงกลุ่มประเทศแรกที่ยูเครนตั้งใจจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเหลือเท่านั้น

ทั้งนี้ ยูเครนมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในการยิงสกัดโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่ผลิตโดยอิหร่าน เนื่องจากรัสเซียมักใช้โดรนดังกล่าวในการโจมตียูเครน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายประเทศได้ร้องขอความช่วยเหลือจากยูเครนเพื่อปกป้องตนเองจาก โดรนโจมตีแบบพลีชีพ ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

“ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันทุกคนเข้าใจดีว่า ประสบการณ์ของยูเครนสามารถช่วยในการขับไล่การโจมตีจำนวนมากจากโดรน Shahed ได้” เซเลนสกีกล่าว

“แม้แต่ประเทศที่แอบซื้อหรือจัดหาโดรนสกัดกั้นมาแล้ว ก็เริ่มตระหนักว่าหากไม่มีกองทัพของเรา ไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมของเรา ไม่มีซอฟต์แวร์ของเรา และไม่มีสิ่งเหล่านี้ประกอบกัน เครื่องมือสกัดกั้นเหล่านั้นก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn