‘เอฟ-16’ 2 ลำชนกันกลางอากาศในรัฐจอร์เจีย นักบินดีดตัวทัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634919

 

(ภาพ: AFP)

เครื่องเอฟ-16 2 ลำของสหรัฐฯ ชนกันกลางอากาศระหว่างบินฝึกซ้อมในรัฐจอร์เจียเมื่อคืนวันอังคาร แต่นักบินของเครื่องทั้งสองลำสามารถดีดตัวหนีออกมาได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ ‘เอฟ-16ซี’ ของกองกำลังพิทักษ์น่านฟ้าแห่งชาติ (Air National Guard) รัฐเซาท์แคโรไลนา 2 ลำ ชนกันกลางอากาศระหว่างการฝึกซ้อมที่รัฐจอร์เจีย เพียงไม่นานก่อนเครื่องบินทั้งสองลำจะเข้าประจำการ ส่วนนักบินสามารถดีดตัวหนีออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ 7 มิ.ย. โดยพันเอก นิโคลัส เจนไทล์ จูเนียร์ ผู้บัญชาการฝูงบินขับไล่ที่ 169 ของฐานทัพกองกำลังพิทักษ์ชาติ ‘แมคเอนไทร์’ ใกล้เมืองโคลัมเบีย รัฐเซาท์แคโรไลนา เผยว่า เอฟ-16ซี ทั้ง 2 ลำชนกันเหนือพื้นที่ป่าทึบในเขต เจฟเฟอร์สัน เคาน์ตี รัฐจอร์เจีย โดยนักบินที่ดีดตัวออกมาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเดินทางกลับรัฐเซาท์แคโรไลนา

ขณะเดียวกัน พ.อ.เจนไทล์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินมากมาย และไม่เชื่อว่ามีคนที่อยู่บนพื้นดินได้รับบาดเจ็บ เขายังขอให้คนทั่วไปอย่าแตะต้องซากเครื่องบิน และให้เรียกเจ้าหน้าที่แทนเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม พ.อ.เจนไทล์ ปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินทั้งสองลำชนกัน และปฏิบัติการบินของหน่วยจะถูกหยุดชั่วคราวเพื่อการสืบสวน

 

อึ้ง! ลิงตัวเดียวทำเคนยาไฟดับ ‘ทั้งประเทศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634899

 

(ภาพ: AP)

ลิงตัวหนึ่งปีนหลังคาโรงไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในเคนยา ก่อนตกใส่หม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟดับทั่วทั้งประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าทำให้ระบบกลับมาเป็นปกติ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุลิงตัวหนึ่ง ปีนหลังคาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ‘กิตารู’ สถานีผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเคนยา ของบริษัท ‘เคนยา อิเล็คทริซิตี เจเนอเรติง’ หรือ ‘เคนเจน’ (KenGen) และก่อนตกใส่หม้อแปลงไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง ส่งผลให้เกิดไฟดับทั้งประเทศ กระทบประชาชนและธุรกิจ 4.7 ล้านแห่ง

นายเอริก คาเธนยา โฆษกบริษัทไฟฟ้า เคนยา พาวเวอร์ ซึ่งซื้อพลังงานจาก เคนเจน ระบุว่า “ลิงตัวนี้รบกวนการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง ทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังหม้อแปลงเครื่องอื่นๆ และรบกวนการผลิตและการจ่ายพลังงานไปทั่วประเทศ” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขให้ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้บางส่วนภายในเวลา 15 นาที และจ่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าเกือบทั้งหมดภายใน 3 ชั่วโมง

นายคาเธนยาระบุว่าด้วยว่า นี่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นครั้งแรกที่ลิงตัวเดียวทำให้ไฟดับเป็นบริเวณกว้างเช่นนี้ ส่วนลิงตัวต้นเหตุรอดชีวิตและถูกส่งตัวให้แก่สำนักงานสัตว์ป่าเคนยาดูแลแล้ว.

 

นี่คือหลักชัยของผู้หญิง! ฮิลลารี สุดดีใจ ได้เข้าชิงปธน.สหรัฐฯแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 19:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634775

 

ฮิลลารี คลินตัน ทำได้แล้ว…สร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เป็นตัวแทนพรรคใหญ่ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังคว้าชัยชนะในการศึกซุปเปอร์ทิวส์เดย์ ตอกย้ำชัยชนะเหนือเบอร์นี แซนเดอร์ส  พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุน ประกาศ นี่คือ หลักชัยสำหรับผู้หญิง

เมื่อ 8 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางฮิลลารี คลินตัน สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต 3 ใน 5 รัฐ ในศึกเลือกตั้งซุปเปอร์ทิวส์เดย์ ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา(รัฐแคลิฟอร์เนียยังไม่ประกาศผล) จึงทำให้นางได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีนี้ แน่นอนแล้ว

นางฮิลลารี ซึ่งมีสีหน้าปลาบปลื้มดีใจ ได้กล่าวขอบคุณบรรดาชาวอเมริกัน ที่ช่วยสนับสนุนนาง จนทำให้มาถึงช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ สำหรับผู้หญิงในการเข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ‘ขอบคุณทุกท่าน พวกเรามาถึงหลักชัยแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศของเรา ที่ผู้หญิงจะได้เป็นตัวแทนของพรรคใหญ่’ นางฮิลลารี กล่าวกับผู้สนับสนุนในนิวยอร์ก เมื่อ 7 มิ.ย.


ความฝันเป็นจริงแล้วในวันนี้

จับมือทักทายบรรดาผู้สนับสนุน ขณะหาเสียงที่นิวยอร์ก เมื่อ 7 มิ.ย.59

สำหรับการเลือกตั้ง ซุปเปอร์ทิวส์เดย์ ในครั้งนี้ ปรากฏว่า นางฮิลลารี คว้าชัยชนะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เหนือนายเบอร์นี แซนเดอร์ส จึงเป็นการตอกย้ำชัยชนะในการได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และต่อมา นางฮิลลารียังชนะในรัฐเซาท์ ดาโกตา และนิวเม็กซิโก ด้วย ขณะที่ นายแซนเดอร์ส ชนะในรัฐมอนทานา และนอร์ท ดาโกตา


อดีตปธน.บิล คลินตัน แสดงความยินดีกับภริยา นางฮิลลารี ที่ได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐฯ

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต ได้แสดงความยินดีกับนางฮิลลารี ที่ได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่ทางพรรครีพับลิกัน มีนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนไปรอชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปลายปีนี้

 

CEO ซูซูกิ ตัดสินใจลาออก! รับผิดชอบเหตุอื้อฉาวครั้งใหญ่ของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 18:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634751

 

โอซามุ ซูซูกิ ซีอีโอ และประธานบริษัทซูซูกิ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ซีอีโอ ของซูซูกิแล้ว รับผิดชอบต่อเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ ดำเนินการไม่ถูกต้องในการทดสอบอัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงของรถที่ผลิตโดยซูซูกิ

เมื่อ 8 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโอซามุ ซูซูกิ ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานบริษัทซูซูกิ มอเตอร์ ประกาศจะลงจากตำแหน่งซีอีโอ ของบริษัทซูซิกิ ระหว่างแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันพุธที่ 8 มิ.ย. หลังจากบริษัทผลิตรถยนต์ซูซูกิ ต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาว กลายเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตรถยนต์ที่ถูกเปิดโปง แอบดำเนินการไม่ถูกต้องในการทดสอบอัตราการประหยัดน้ำมันของรถ

บริษัทซูซูกิ มอเตอร์ ยังออกแถลงการณ์ว่า นายซูซูกิจะยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทต่อไป ขณะที่ นายโอซามุ ฮอนด้า จะลาออกจากตำแหน่งรองประธานบริหารของซูซูกิด้วย โดยการลาออกจากตำแหน่งซีอีโอและรองซีอีโอในครั้งนี้ของบริษัทซูซูกิ จะมีผลบังคับในวันที่ 29 มิถุนายน ที่จะถึง


นายโอซามุ ซูซูกิ ประกาศลาออกจาก ซีอีโอของบริษัทซูซูกิ

ทั้งนี้ บริษัทซูซูกิ มอเตอร์ เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่มียอดขายอันดับ 4 ของญี่ปุ่น ได้ถูกตรวจสอบพบว่ามีการทดสอบไม่ถูกต้องในการคำนวณอัตราการกินน้ำมันของรถในรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ย้อนกลับไปในปี 2553 และคาดว่า มีรถที่ผลิตโดยซูซูกิ ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ประมาณ 2.1 ล้านคัน ขณะที่ บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เผชิญเรื่องอื้อฉาว ตกแต่งตัวเลขอัตราการกินน้ำมันของรถ จนดังครึกโครมไปทั่วโลกก่อนหน้าไม่นาน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อกซ้ำ! มิตซูบิชิยอมรับ ตกแต่งตัวเลขอัตราบริโภคน้ำมันรถที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 34

 

2 โจรปล้นร้านฟาสต์ฟู้ดดังในฝรั่งเศส ไม่รู้มี 11ตร.หน่วยพิเศษอยู่ในร้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 17:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634688

 

(ตำรวจหน่วย GIGN)

ไม่ดูให้ดีเสียก่อน… 2 โจรควงปืนบุกปล้นร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ทางตะวันออกของฝรั่งเศส ไม่คาดคิดจะเจอแจ็กพอต มีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษชั้นหัวกะทิถึง 11 นาย กำลังนั่งกินอยู่ในร้านด้วย เหตุการณ์ปล้นจึงลงเอยด้วยการที่โจรคนหนึ่งถูกจับ ส่วนอีกคนโดนตำรวจยิงเข้าที่ท้อง

เมื่อ 8 มิ.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ โจร 2 คนควงปืนบุกปล้นร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังแห่งหนึ่ง ทางภาคตะวันออกของฝรั่งเศส เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยหารู้ไม่ว่าในร้านอาหารช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีลูกค้านั่งรับประทานอาหารอยู่ประมาณ 40 คนนั้น มีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษช้ันหัวกะทิ ‘National Gendarmerie Intervention Group’ หรือ GIGN ถึง 11 นายนั่งกินอาหารอยู่ด้วย

เอเอฟพี แจ้งว่า คนร้ายได้เปิดฉากปล้นร้านฟาสต์ฟู้ด ด้วยการที่โจรคนหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้า และโจรอีกคนรีบไปยังลิ้นชักเก็บเงิน และสั่งให้พนักงานแคชเชียร์หยิบเงินออกมา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2,000 ยูโร หรือราว 80,000 บาท ขณะที่ 11 นายตำรวจหน่วย GIGN ได้แต่รอดูเหตุการณ์อย่างใจเย็น จนกระทั่งการปล้นทำท่าจะเสร็จสิ้นลง จากนั้น ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษจึงได้เข้าไปขัดขวางการปล้น และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุนองเลือด

แน่นอนว่า ฝีมือระดับปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ของตำรวจหน่วย GIGN ซึ่งได้รับการฝึกเป็นพิเศษด้านช่วยเหลือตัวประกัน และเข้าขัดขวางสถานการณ์คับขันมาโดยเฉพาะ ทำให้เหตุการณ์ปล้นครั้งนี้ จบลงด้วยการที่โจรคนหนึ่งถูกจับกุมได้ ขณะพยายามจะหลบหนีพร้อมเงิน 2,000 ยูโร ส่วนโจรอีกคน โดนตำรวจยิงเข้าที่ท้อง และถูกจับในที่สุด โดยโจรทั้งสอง ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และหากสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อใด ก็จะถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหาปล้นทรัพย์ และก่อเหตุรุนแรง.

 

อียิปต์แอร์ ระทึกอีกแล้ว! โดนขู่วางระเบิด ต้องลงจอดฉุกเฉินที่อุซเบฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 15:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634622

 

เครื่องบินอียิปต์แอร์ ระทึกอีก… เที่ยวบินจาก ไคโร มา ปักกิ่ง โดนขู่วางระเบิดบนเครื่องบิน นักบินต้องขอนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ อุซเบกิสถาน รีบอพยพผู้โดยสารกว่า 100 ลงจากเครื่องอย่างเร่งด่วน เดชะบุญ จากการตรวจค้น ไม่พบระเบิด…

เมื่อ 8 มิ.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ สื่อท้องถิ่นในอุซเบกิสถาน ว่าเกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสารของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินจาก ‘ไคโร-ปักกิ่ง’ ต้องลงจอดฉุกเฉิน ในประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 8 มิ.ย. 59 ตามเวลาท้องถิ่น  หลังได้รับคำขู่มีระเบิดบนเครื่องบิน ขณะที่ ฝ่ายสื่อของสายการบินอุซเบกิสถาน แอร์เวย์ส ยืนยันว่ารายงานดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

สื่อท้องถิ่นในอุซเบกิสถาน รายงานว่า เครื่องบินโดยสารของอียิปต์แอร์ลำนี้ มีผู้โดยสาร 118 คน และลูกเรือ 17 คน โดยหลังจากนักบินนำเครื่องขอลงจอดฉุกเฉินที่ทีเมืองอูร์เกนซ์ ห่างจากกรุงทาชเคนต์ เมืองหลวงไปทางตะวันตก ราว 840 กม.แล้ว ได้มีการอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินทันที และกันไม่ให้ผู้คนเข้ามาในบริเวณใกล้กับเครื่องบินลำนี้ ระหว่างที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารของอุซเบกิสถาน เข้าตรวจสอบหาวัตถุระเบิดบนเครื่องบิน และไม่พบระเบิดแต่อย่างใด จึงทำให้นักบินนำเครื่องบิน มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่งได้แล้ว

สำหรับเหตุระทึกที่เกิดกับเครื่องบินโดยสารของสายการบินอียิปต์แอร์ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งเดือน หลังจากเครื่องบินโดยสารอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 ได้หายจากจอเรดาร์ และประสบเหตุตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังทะยานออกจากกรุงปารีส มุ่งหน้าสู่กรุงไคโร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก

 

ปธน.โอบามา ส่งสารถวายราชสดุดี ‘ในหลวง’ ทรงครองราชย์ ครบ 70 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 11:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634392

 

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ส่งสารถวายราชสดุดี ‘ในหลวง’ เนื่องในโอกาสมหามงคล เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี พร้อมขอยกย่องพระอัจฉริยภาพแห่งความเป็นผู้นำประเทศ รวมถึงพระราชกรณียกิจนานัปการ ที่ได้ส่งเสริมสายสัมพันธ์อันยืนยงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.59 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เผยแพร่สารสำคัญ จากประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เนื่องในวาระการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีข้อความดังนี้

ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และขอแสดงความยินดีกับประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ในวาระประวัติศาสตร์นี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอยกย่องพระอัจฉริยภาพแห่งความเป็นผู้นำประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์ซึ่งได้ส่งเสริมสายสัมพันธ์อันยืนยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ดังเช่นที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ประจักษ์ด้วยตนเองเมื่อครั้งเดินทางเยือนกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2555 บทบาทผู้นำประเทศของพระองค์ช่วยเกื้อหนุนทั้งสองประเทศในการส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พระองค์ทรงเป็นพลังโน้มนำความเข้มแข็งและแรงบันดาลใจมาสู่ปวงชนของทั้งสองประเทศตลอดเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา ในฐานะพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงครองราชย์อยู่พระองค์เดียวในโลกที่เสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีสายใยเชื่อมโยงอย่างพิเศษกับประชาชนอเมริกัน จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดชในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ อันเป็นเมืองพระราชสมภพ คือเครื่องยืนยันถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศทั้งสอง

สหรัฐอเมริกามุ่งหวังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนอเมริกันกับประชาชนไทยให้ยิ่งเข้มแข็งขึ้นสืบไป เพื่อเพิ่มพูนความรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ตลอดจนตอบสนองต่อความท้าทายระดับภูมิภาคและโลกร่วมกัน

 

‘แบร์ลุสโคนี’ อดีตนายกฯ อิตาลี เข้าโรงหมอ เหตุหัวใจมีปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634164

 

(ภาพ: AP)

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาลี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากมีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตผู้นำเพลย์บอยแห่งประเทศอิตาลี วัย 79 ปี เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ‘ซาน ราฟฟาเอเล’ ในเมืองมิลาน บ้านเกิดของเขา โดยทางโรงพยาบาลเปิดเผยว่า เขาเข้ารับการรักษาอาการเกี่ยวกับหัวใจ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ แบร์ลุสโคนีโลดแล่นอยู่ในแวดวงการเมืองของอิตาลีมานานหลายสิบปี ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 3 สมัยระหว่างปี 1994-2011 ซึ่งสมัยหนึ่งเขาลาออกจากตำแหน่ง ก่อนจะสาบานตนกลับเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ใหม่ในอีก 3 วันต่อมา นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของสื่อใหญ่ในอิตาลี ทั้งยังเข้าออกศาลบ่อยครั้งจากคดีฉ้อโกง, คอร์รัปชัน และเรื่องอื้อฉาวทางเพศ

แบร์ลุสโคนีมีประวัติเคยป่วยเกี่ยวกับหัวใจมาก่อนแล้ว โดยเมื่อปี 2006 เขาหมดสติระหว่างกำลังกล่าวปราศรัยบนเวทีหาเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้ได้รับการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker)

 

ฟอร์บส์ยก ‘แมร์เคิล’ เป็นสตรีทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 6 ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 02:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634151

 

อังเกลา แมร์เคิล (ภาพ: AP)

นิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับสตรีทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2016 โดยนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้อันดับ 1 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘ฟอร์บส์’ นิตยสารธุรกิจและการเงินของสหรัฐฯ เผยผลการจัดอันดับ ‘สตรีทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2016’ ซึ่งผลปรากฏว่านาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ครองตำแหน่งสตรีทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน และเป็นครั้งที่ 10 ของเธอด้วย

ฟอร์บส์ อธิบายว่า “หากจะมีผู้นำตัวคนเดียวที่สามารถท้าทายอุปสรรคทางการเมืองและเศรษฐกิจให้แก่สหภาพยุโรป ทั้งจากชายขอบและแก่นกลาง ก็ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมนี อันเกลา แมร์เคิล แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเธอถือว่ากล้าที่สุด ด้วยการเปิดพรมแดนเยอรมนีให้แก่ผู้อพยพยมากกว่า 1 ล้านคนจากซีเรียและประเทศมุสลิมอื่นๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แมร์เคิลตัดสินใจที่จะใช้อำนาจของเธอด้วยยุทธศาสตร์ภูมิศาสตร์การเมืองที่หายากที่สุด คือ หลักมนุษยนิยมโดยแท้จริง”

ด้านสตรีทรงอิทธิพลที่สุดอันดับที่ 2 ประจำปี 2016 คือนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตไปลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ


ฮิลลารี คลินตัน (ภาพ: AFP)

ฟอร์บส์ระบุว่า นางคลินตันอาจได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันในเดือน พ.ย. “เธอได้เป็นว่าที่ตัวแทนเดโมแครตไปชิงชัยในการเลือกตั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ และการที่เธอไขว่คว้าตำแหน่งสูงสุดของประเทศอย่างแน่วแน่ ก็ทำให้เธอรั้งอันดับที่ 2 ในรายชื่อประจำปีนี้ และมีโอกาสได้เป็นอันดับ 1 หากเธอชนะการเลือกตั้ง”

ขณะที่อันดับ 3 คือนาง เจเน็ต เยลเลน ประธานหญิงคนแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), อันดับ 4 คือนาง เมลินดา เกตส์ นักธุรกิจหญิงภรรยาของ บิล เกตส์ ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก และอันดับ 5 คือนาง แมรี บาร์รา ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก

ส่วนผู้ได้อันดับรองลงมาที่น่าสนใจได้แก่ นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ อยู่ที่อันดับ 6, นางเชอรีล แซนด์เบิร์ก รองประธานของเฟซบุ๊ก รั้งที่ 7, นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 13, ขณะที่อันดับที่ 23 มีถึง 3 คนคือสมาชิกหญิงแห่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ ทั้ง 3 คนได้แก่นาง เอเลนา คาแกน, นางรูธ บาเดอร์ กินเบิร์ก และนางโซเนีย โซโตเมเยอร์

 

ตุรกีรวบ 4 ต้องสงสัยเอี่ยวบึมอิสตันบูล 11 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634118

 

(ภาพ: AP)

ตุรกีจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในนครอิสตันบูลเมื่อเช้าวันอังคาร จนมีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศตุรกีดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดรถยนต์ โจมตีรถบัสของตำรวจที่เขตเวซเนซิลเลอร์ ในนครอิสตันบูล จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ ในชั่วโมงเร่งด่วนเมื่อเวลา 8:40 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา

นายวาซิป ซาฮิน ผู้ว่าฯ อิสตันบูล เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เหตุระเบิดทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 7 นาย พลเรือนเสียชีวิต 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 36 คน ในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรล โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี


เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี เยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด (ภาพ: AP)

ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งกล่าวแสดงความเสียใจ และประณามผู้ก่อเหตุ “ทหาร, ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรา มีอยู่เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเรา การที่คนเหล่านี้ตกเป็นเป้าการโจมตีเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เราจะยังคงต่อสู้กับการก่อการร้ายต่อไปอย่างไร้ความหวาดกลัว”

ทั้งนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตุรกีเผชิญเหตุโจมตีก่อการร้ายหลายครั้งทั้งจากฝีมือของ กลุ่มกบฏพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) หลังข้อตกลงหยุดยิงที่ใช้มา 2 ปี สิ้นสุดลงเมื่อปีก่อน และจากฝีมือกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งต้องการแก้แค้นตุรกี ที่ให้ความร่วมมือกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในการโจมตีไอซิสในซีเรียและอิรัก.