‘อัล-ชาบับ’ โจมตีฐานทัพ AU ในโซมาเลีย โดนโต้กลับดับนับร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635571

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบับ โจมตีฐานทัพของกองกำลังสหภาพแอฟริกา ในโซมาเลีย แต่ถูกตอบโต้กลับจนทำให้นักรบติดอาวุธเสียชีวิตนับร้อยราย ขณะที่อัล-ชาบับอ้างว่าสังหารทหารได้หลายสิบนาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังของสหภาพแอฟริกา (AU) ในประเทศโซมาเลียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มิ.ย. ว่า ทหารของพวกเขาสามารถสังหารนักรบของกลุ่ม ‘อัล-ชาบับ’ ซึ่งบุกโจมตีฐานทัพในหมู่บ้านฮัลแกน ทางเหนือของกรุงโมกาดิชู ได้มากกว่า 100 ราย ขณะที่ฝ่ายกลุ่มติดอาวุธอ้างว่าฆ่าทหารได้หลายสิบนาย

เจ้าหน้าที่และชาวบ้านท้องถิ่นระบุว่า นักรบอัล-ชาบับ จุดระเบิดรถยนต์และพยายามบุกค่ายทหารประเทศเอธิโอเปียในหมู่บ้านฮัลแกน ในช่วงเช้ามืดวันพฤหสับดี อย่างไรก็ตาม พันเอก โจเซฟ คีเบต โฆษกกองกำลังสหภาพแอฟริกันในโซมาเลีย (AMISOM) ระบุว่า ทหารเอธิโอเปียและโซมาเลียสามารถตีโต้กลุ่มคนร้ายกลับไปได้ โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่า มีนักรบติดอาวุธถูกสังหารอย่างน้อย 110 คน

ขณะเดียวกัน นาย กุฮัด อับดี วาร์ซาเม ประธานกรรมการหมู่บ้านฮัลแกน กลุ่มอัล-ชาบับ ก่อเหตุโจมตี 2 จุด โดยจุดหนึ่งมีเป้าหมายที่ที่อยู่ของทหารเอธิโอเปีย ส่วนอีกจุดอยู่ที่ฐานที่มั่นของกองทัพรัฐบาลโซมาเลีย ซึ่งการโจมตีทั้ง 2 จุดล้มเหลว ขณะที่มีประชาชนเสียชีวิตระหว่างการยิงปะทะกันอย่างน้อย 5 ศพ

ด้านสถานีวิทยุ ‘อันดาลุส’ ของกลุ่มอัล-ชาบับ อ้างว่า นักรบของพวกเขาสังหารทหารเอธิโอเปียในการโจมตีดังกล่าวได้ 43 นาย และทำลายฐานทัพได้สำเร็จ ขณะที่ฝ่ายพวกเขาเสียนักรบไปเพียง 16 คน

 

ช็อก! ถนน 4 เลนแคนาดา ทรุดตัวเป็นหลุมยักษ์ กลืนรถแวนตกไปทั้งคัน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 18:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635480

 

ชาวแคนาดาระทึก ถนน 4 เลน สายหนึ่ง ย่านดาวน์ทาวน์ ในกรุงออตตาวา เกิดทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ยักษ์ กลืนรถแวนคันหนึ่งที่จอดอยู่ หล่นตุ๊บลงไปในหลุมอย่างง่ายดาย แถมยังมีกลิ่นแก๊สตลบอบอวลจนต้องเร่งอพยพประชาชน

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นและหวาดเสียวอย่างยิ่ง ให้แก่ประชาชนบนท้องถนน ในกรุงออตตาวา เมืองหลวงของประเทศ เมื่อจู่ๆ ถนนริโด ซึ่งเป็นถนนกว้าง 4 เลน ใกล้กับ ริโด เซ็นเตอร์ มอลล์ ย่านดาวน์ทาวน์ ของเมืองหลวง ได้เกิดยุบตัวจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่มาก กว้างถึงประมาณ 5 เมตร และกลืนรถแวนคันหนึ่ง ที่จอดอยู่บริเวณนั้นจนตกลงไปในหลุมยักษ์อย่างง่ายดาย เดชะบุญ ที่ไม่เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ

ข่าวแจ้งว่า บริเวณที่ถนนในกรุงออตตาวา ยุบตัวเป็นหลุมกว้าง อยู่ห่างจากรัฐสภาแคนาดาเพียงไม่กี่ช่วงตึก โดยหลังเกิดเหตุ ทางการแคนาดาได้ปิดการจราจรทั้งหมดโดยรอบบริเวณนี้ เพื่อเร่งซ่อมแซมถนนที่ทรุดตัวจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ และมีน้ำระดับสูงอยู่ในหลุม


ขณะเดียวกัน ผู้คนจำนวนมากได้รายงานผ่านโซเชียล มีเดีย ว่า มีกลิ่นแก๊ส ตลบอบอวลในบริเวณที่เกิดถนนทรุดจนเป็นหลุมกว้าง จนต้องอพยพประชาชนออกจากห้างช็อปปิ้ง มอลล์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง รวมทั้งแขกที่พักในโรงแรม และศูนย์ประชุมอย่างเร่งด่วน



ส่วนสาเหตุที่ทำให้ถนนทรุดตัวเป็นหลุมยักษ์เช่นนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยวิศวกร ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่แคนาดาชี้ว่าเร็วเกินไปหากจะสรุปว่า ถนนทรุดตัวเกี่ยวข้องกับการขุดเจาะใต้ดิน หรือเกี่ยวข้องกับท่อน้ำประปาขนาดใหญ่แตก รวมถึงเกิดจากดินบริเวณนั้นทรุดตัว.

ชมคลิป ที่นี่

นักธุรกิจออสซี่ มาดูลู่ทางย้ายฐานการผลิตด้านเกษตร มาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 17:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635398

 

สถานทูตไทย ร่วมกับหน่วยงานไทยในออสเตรเลีย นำคณะนักธุรกิจและนักลงทุนภาคธุรกิจการเกษตรของออสเตรเลีย มาไทย ดูศักยภาพ ข้อได้เปรียบ และจุดเเข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตวัตถุดิบการเกษตร หวังเชิญชวนให้นักธุรกิจออสซี่ขยายตลาด และย้ายฐานการผลิตมาไทย

เมื่อ 9 มิ.ย. 59 นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำออสเตรเลียรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นำโดย นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา นายวิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครซิดนีย์ และ ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ นำคณะนักธุรกิจ และนักลงทุนสาขาธุรกิจการเกษตรออสเตรเลีย (โคเนื้อ ผักและผลไม้ แปรรูปอาหาร) จาก รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และ รัฐควีนส์แลนด์ เดินทางมาเยือนไทย ระหว่าง วันที่ 22-27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายใต้โครงการส่งเสริมการย้ายฐานการผลิตจากออสเตรเลียไปไทย ประจำปี 2559 ของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อศึกษาและประเมินศักยภาพ สิทธิพิเศษ ตลอดจนผลประโยชน์ทางธุรกิจที่นักธุรกิจออสเตรเลียจะได้รับจากการลงทุนในไทย และเปิดตลาดใหม่ที่ไทย


ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้นำคณะฯ ศึกษาดูงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ท่าเรือเเหลมฉบัง ฟาร์มโคเนื้อสุรสิงห์ จ.ระยอง ตลาดไท ศูนย์ประสานการบริการด้านการลงทุน (OSOS) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อุทยานวิทยาศาสตร์ เยี่ยมชมงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมอาหาร-food innopolis) นอกจากนี้ คณะได้เข้าร่วมงาน THAIFEX ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารระดับภูมิภาค และได้เข้าเยี่ยมคารวะ พบหารือกับ นาย Paul Robilliard เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ผู้แทนจาก Austrade และสำนักงานการเกษตรออสเตรเลียประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย-กรุงเทพฯ เกี่ยวกับทิศทางความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต

สำหรับการนำ คณะนักธุรกิจออสเตรเลีย เดินทางมายังเมืองไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือ การนำเสนอศักยภาพของไทย ตลอดจนข้อได้เปรียบ และจุดเเข็งของไทย ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตวัตถุดิบการเกษตร หวังเชิญชวนให้นักธุรกิจออสซี่ย้ายฐานละจุดเเข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตวัตถุดิบ การเกษตร เป็นศูนย์กลางการผลิต และแปรรูปอาหารที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เป็นแหล่งพัฒนาและวิจัยด้านอาหารและนวัตกรรมด้านอาหาร เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าในภูมิภาค เป็นตลาดใหญ่ที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนระบบการบริหารจัดการที่เป็นองค์รวม และมีมาตรฐานระดับสากล

โดยการเยือนไทยในครั้งนี้ ได้สร้างความประทับใจและจุดประกายความสนใจให้กับคณะนักธุรกิจออสเตรเลียเป็นอย่างมาก โดยมีนักธุรกิจบางส่วนได้เริ่มแผนงานการขยายตลาด-ย้ายฐานการผลิตมายังไทยแล้ว และบางส่วนมีแผนงานจะนำคณะนักธุรกิจไปศึกษาดูงานเพิ่มเติมที่ไทยภายในปี 2559

 

อิรักเละ! คาร์บอมบ์ 2 จุด ตูมสนั่น ควันดำทะมึน ตาย 22 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 16:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635391

 

อิรักนองเลือดอีกแล้ว..เกิดเหตุคาร์บอมบ์ 2 จุด ถล่มถนนย่านการค้า ในกรุงแบกแดด และด่านตรวจทหาร ทางตอนเหนือเมืองหลวง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 22 บาดเจ็บเกือบร้อยคน อาคารบ้านเรือนใกล้จุดระเบิด พังยับและเกิดไฟไหม้ เสียหายหลายหลัง

เมื่อ 9 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุระเบิดติดรถยนต์ (คาร์บอมบ์) รุนแรงถึง 2 จุด ในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เคราะห์ร้าย เสียชีวิตสลดกว่า 22 ราย และบาดเจ็บ นับ 70 ราย โดยเหตุระเบิดจุดหนึ่ง คนร้ายเลือกเป้าหมาย ก่อเหตุบนถนนย่านการค้า ‘แบกแดด-อัล จาดีดา’ หรือ เรียกกันว่า ‘นิว แบกแดด’ ทางตะวันออกของเมืองหลวง ด้วยวิธีคาร์บอมบ์ ขนระเบิดใส่ในรถยนต์ แล้วจุดชนวนระเบิด ตูมสนั่น ก่อให้เกิดควันดำพวยพุ่ง ซึ่งจุดนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และบาดเจ็บกว่า 50 ราย ขณะที่อาคารบ้านเรือนใกล้จุดระเบิด เกิดไฟไหม้ได้รับความเสียหายหลายหลัง


รถยนต์ ที่คนร้ายใช้บรรทุกระเบิดมาก่อเหตุ กลายสภาพเป็นเศษเหล็ก

เจ้าหน้าที่รีบฉีดน้ำดับไฟที่ไหม้อาคารบ้านเรือนใกล้จุดระเบิด

ส่วนระเบิดจุดที่ 2 คนร้าย ใช้วิธีคาร์บอมบ์พลีชีพ ส่งสมาชิกยอมตาย ขับรถยนต์ติดระเบิดพุ่งชนด่านตรวจของทหารอิรัก ในเมืองทาจิ ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด เป็นเหตุให้ทหารอิรักสิ้นชีพ 7 นาย และได้รับบาดเจ็บกว่า 20 นาย.


ชาวอิรักมายืนดูจุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์ รุนแรงมาก
 

สถานทูตไทยในออสเตรเลีย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวาย ‘ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 15:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635324

 

(ภาพจาก :สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา)

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ร่วมกับข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยชาวไทย และชาวออสเตรเลีย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวง’ ครองราชสมบัติครบ 70 ปี

เมื่อ 9 มิ.ย.59 นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำออสเตรเลีย รายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 9 มิถุนายน 2559 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 พร้อมทั้ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา โดยมีนายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธาน มีหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยชาวไทยและชาวออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วมงานจำนวนมาก



พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลฯ เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10.00 น. โดยนายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์ เปิดกรวยเครื่องราชสักการะ และกล่าวคำถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ในนามข้าราชการและพสกนิกรชาวไทยที่พำนักอยู่ในออสเตรเลีย จากนั้นคณะสงฆ์ 10 รูป นำโดยหลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญโญ วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ประเทศไทย พระเทพสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธรังษี ลูเมียห์ พระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโร ประธานกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุต ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พระครูโชติธรรมวิเทศ วัดธรรมรังษี นครเมลเบิร์น พระครูปลัดสมบัติชยสมฺปนฺโน วัดธัมมธโร และพระมหาสงคราม ธมฺมวโร วัดสังฆรังษี รัฐแทสเมเนีย ให้ศีล อาราธนาพระปริต และประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล



ต่อมาในเวลา 10.45 น. พระสงฆ์ออกรับบิณฑบาตในบริเวณวัด ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา พุทธศาสนิกชนรับพรกรวดน้ำถวายเป็นพระราชกุศล และรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นอันเสร็จพิธี.

 

อิสราเอลเข้ม หลังเหตุกราดยิง 4 ศพ! ห้ามชาวปาเลสไตน์เข้ามา ช่วงรอมฎอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 14:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635254

 

รบ.อิสราเอลกร้าว..ใช้มาตรการเข้ม ไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 8 หมื่นคนเข้ามาในอิสราเอล ระหว่างช่วงเดือนศักดิ์สิทธิ์ รอมฎอน หลังเกิดเหตุมือปืนปาเลสไตน์ 2 คน กราดยิงอุกอาจในกรุงเทลอาวีฟ คร่า 4 ศพ

เมื่อ 9 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลอิสราเอลออกคำสั่งเฉียบ ไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ 83,000 คน เข้ามาในประเทศอิสราเอล ระหว่างช่วงเทศกาลเดือนถือศีลอด รอมฎอน เพื่อความปลอดภัยของชาวอิสราเอล หลังเกิดเหตุมือปืนชาวปาเลสไตน์ 2 คน กราดยิงสะเทือนขวัญ ที่ตลาดกลางแจ้งซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน ในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ศพ


ทหารอิสราเอลเข้าไปในหมู่บ้านยัตตา หลังเกิดเหตุ 2 มือปืนจากหมู่บ้านนี้ไปก่อเหตุกราดยิงในกรุงเทลอาวีฟ

ตำรวจอิสราเอล ระบุว่า มือปืนชาวปาเลสไตน์ ทั้ง 2 คน มาจากเมืองยัตตา ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวปาเลสไตน์ ใกล้เมืองเฮบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ โดยมือปืนทั้งสองถูกตำรวจอิสราเอลจับกุมตัวได้ หลังเกิดเหตุ กลุ่มฮามาส ได้ออกมากล่าวยกย่อง แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายครั้งล่าสุดนี้ ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้เดินทางมาจุดที่เกิดเหตุ เมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมา และเรียกการก่อเหตุโจมตีว่า เป็นการฆาตกรรมและก่อการร้ายที่โหดร้ายป่าเถื่อน


เจ้าหน้าที่อิสราเอลเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ กราดยิง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผวา! กราดยิงใน ‘เทลอาวีฟ’ ดับ 3 ศพ มือปืน 2 คนโดนรวบหมด 

 

สะเทือนใจ! สาวปากีฯ โดนแม่-พี่ จับมัดราดน้ำมันจุดไฟเผาทั้งเป็น ดับอนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 12:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635150

 

สุดสลด…หญิงสาวชาวปากีสถาน วัย 18 ถูกแม่และพี่ชายช่วยกันจับมัดกับเตียง ราดน้ำมัน จุดไฟเผาทั้งเป็น เสียชีวิตอนาถ หลังไม่ยอมแต่งงานกับชายที่พ่อแม่เลือกให้ และยังโดนพ่อแม่ทุบตีจนต้องหนีออกจากบ้านไปกับชายอื่นที่เธอรัก

เมื่อ 9 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ น.ส.ซีนัต ราฟิคิว หญิงสาวชาวปากีสถาน วัย 18 ปี ต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดจากการถูกเผาทั้งเป็น โดยนางปาร์วีน บิบี แม่และพี่ชายของเธอเอง เมื่อวันพุธที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องมาจากเธอไม่ยอมแต่งงานกับชายที่ทางครอบครัวอยากให้แต่งงานด้วย

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถาน ในเมืองลาฮอร์ รัฐปันจาบ ระบุว่า หลังจาก น.ส.ราฟิคิว ถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รัก ทำให้เธอตัดสินใจหนีตามชายอื่นที่เธอรัก ก่อนต่อมา จะหวนกลับมาบ้านในเมืองลาฮอร์ แต่แล้วเมื่อเธอมาถึงบ้าน กลับเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด ถูกแม่และพี่ชายของเธอเองจับมัดติดกับเตียง จากนั้นได้ราดน้ำมันและจุดไฟเผา จนทำให้เธอเสียชีวิตอนาถในที่เกิดเหตุ


นายฮัสซัน ข่าน โชว์รูปภรรยาของเขา ที่ถูกแม่และพี่ชายฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

บีบีซี รายงานว่า เพื่อนบ้านของครอบครัวนี้ได้แจ้งตำรวจ หลังจากพวกเขาได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงบ้านหลังดังกล่าว พบว่า น.ส.ราฟิคิวเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ นางบิบี วัย 50 ปี ได้มอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรับสารภาพว่านางเป็นคนก่อเหตุจุดไฟเผาลูกสาว ทว่าไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจต่อการกระทำอันโหดเหี้ยมของนางต่อลูกสาวแต่อย่างใด ส่วน นายอาห์เมอร์ ราฟิคิว พี่ชาย ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายฮัสซัน ข่าน ชายคนรักที่ น.ส.ราฟิคิวหนีตามไป เผยกับนักข่าวบีบีซีหลังเกิดเหตุสลดกับแฟนสาวว่า เขาได้แต่งงานกับราฟิคิว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเธอหนีตามมาอยู่กับครอบครัวของเขา โดยเธอได้บอกกับคนในครอบครัวของเขาว่า เธอถูกพ่อแม่ทุบตีอย่างรุนแรง จนเลือดออกปากออกจมูก แต่สาเหตุที่ราฟิคิวกลับไปบ้านอีกครั้งนั้น เพราะเธอถูกแม่หลอกว่า ให้อภัยเธอแล้ว และจะจัดพิธีแต่งงานอย่างเหมาะสมให้ โดยไม่รู้ว่าเมื่อกลับไปบ้านจะพบกับเหตุการณ์สลดเช่นนี้

ทั้งนี้ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนในปากีสถาน ระบุว่า มีผู้หญิงในปากีสถาน ประมาณ 1,100 ราย ถูกฆ่าโดยฝีมือของคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เมื่อปีที่ผ่านมา อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดก้บราฟิคิว สาววัย 18 ยังนับเป็นเหตุการณ์ที่ 3 ภายในหนึ่งเดือน ที่มีหญิงชาวปากีสถานต้องเสียชีวิตจากการที่พวกเธอไม่แต่งงานกับคนที่ครอบครัวเลือกให้.

 

ควีนอังกฤษ มีพระราชสาส์นถวายพระพร ‘ในหลวง’ครองราชย์ครบ 70 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 08:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634570

 

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษมีพระราชสาส์น ถวายพระพร ‘ในหลวง’ เนื่องในโอกาสครองราชย์ครบ 70 ปี ทรงชี้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทย ที่ยาวนานกว่า 400 ปี แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 59 สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เผยแพร่พระราชสาส์นของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี  โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้มีพระราชสาส์นมาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีใจความ ดังนี้
“หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสที่ฝ่าพระบาททรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทยที่ดำเนินมายาวนานกว่า 400 ปีนั้น ได้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในรัชสมัยของฝ่าพระบาท หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลให้ฝ่าพระบาททรงพระเกษมสำราญและขอส่งความสุขสวัสดีมายังประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

เอลิซาเบธ

 

กรุงปารีสระดับน้ำลด พิพิธภัณฑ์ ‘ลูฟร์’ เปิดให้เข้าชมแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634943

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. พิพิธภัณฑ์ชื่อดังระดับโลก “ลูฟร์” และพิพิธภัณฑ์ “ออร์แซ” ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง หลังได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกระดับน้ำในแม่น้ำแซนเอ่อล้นตลิ่ง จนต้องปิดเป็นการชั่วคราว พร้อมต้องย้ายงานศิลปะล้ำค่ากว่า 35,000 ชิ้นหนีน้ำ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ข่าวการเปิดพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยมาเข้าชม โดยเฉพาะจุดจัดแสดงภาพ “โมนา ลิซา” ที่ต้องต่อคิวเป็นแถวยาว

ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในยุโรปอยู่ที่ 19 ศพ โดยรายล่าสุดเป็นชายวัย 77 ปี รถถูกน้ำพัดจนทำให้จมน้ำตายอยู่ภายในรถ ทางภาคเหนือของฝรั่งเศส ส่วนความเสียหายรัฐบาลฝรั่งเศสประเมินไว้อย่างน้อย 1,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท.

 

‘โมดี-โอบามา’ ตกลงร่วมมือเสริมมั่นคง แลกเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 มิ.ย. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634939

 

(ภาพ: AP)

เมื่อ 7 มิ.ย. ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ต่างแลกคำมั่นเพิ่มความร่วมมือกันหลายด้าน ตั้งแต่ความมั่นคงระหว่างสองประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ทั้งแลกเปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธและพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงข้อตกลงการเดินเรือ แบ่งปันข้อมูลตรวจคัดกรองกลุ่มก่อการร้าย

โดยโอบามาเผยว่าเป็นวิธีทางธรรมชาติของสองประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสมควรร่วมมือกัน ทั้งนี้ ภารกิจเยือนสหรัฐฯของผู้นำอินเดียครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4.