ผู้นำสหรัฐฯหนุนคลินตันผนึกแซนเดอร์สโค่นทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มิ.ย. 2559 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636454

 

เมื่อ 9 มิ.ย. ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนนางฮิลลารี คลินตัน ขึ้นเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ ทั้งเตรียมร่วมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้แก่นางคลินตันครั้งแรกในรัฐวิสคอนซินวันที่ 15 มิ.ย.นี้ โดยผู้นำสหรัฐฯระบุถึงนางคลินตันผ่านกระบวนการคัดเลือกจากชาวอเมริกันแล้วหลายสิบล้านคนและตนก็เป็นอีกหนึ่งคนสนับสนุนนางคลินตัน ทั้งไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะสมรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในการเลือกตั้งครั้งนี้อีกแล้ว

ก่อนหน้าการประกาศท่าทีสนับสนุนนางคลินตัน ผู้นำสหรัฐฯได้พบพูดคุยกับนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ คู่แข่งคนสำคัญของนางคลินตันชิงเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครต การพบกันมีขึ้นที่ทำเนียบขาว ซึ่งคาดว่าผู้นำสหรัฐฯได้ทำหน้าที่คนกลางเจรจาโน้มน้าววุฒิสมาชิกแซนเดอร์สให้ร่วมมือกับนางคลินตัน โค่นคู่แข่งคนสำคัญจากพรรครีพับลิกันคือ นายโดนัลด์ ทรัมป์

นางฮิลลารี คลินตัน ทวีตข้อความตอบถึงผู้นำสหรัฐฯ ระบุเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่นางเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตต์ ประกาศสนับสนุนนางคลินตันด้วย โดยให้เหตุผลไม่ต้องการให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้มีโอกาสเข้าใกล้ทำเนียบขาว

ขณะเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเต็งผู้แทนพรรครีพับลิกันขึ้นชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความถึงกรณีผู้นำสหรัฐฯสนับสนุนนางคลินตัน ระบุนายโอบามาคงอยากครอบครองอำนาจทำเนียบขาวต่ออีก 4 ปี ซึ่งไม่มีใครทำได้แบบนั้น ส่วนผลคะแนนผู้แทนเลือกตัวแทนพรรครีพับลิกันขึ้นชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายทรัมป์ ปรากฏว่านายทรัมป์คว้าคะแนนได้แล้วถึง 1,542 คะแนน เกินกว่าคะแนนที่ต้องได้รับคือ 1,237 คะแนน โดยคะแนนนายทรัมป์นำเหนือคู่แข่งคนสำคัญที่สุดคือ วุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส มากกว่า 2 เท่าตัว หรือหากเทียบคะแนนเสียงประชาชนคือ 13.4 ล้านเสียง ต่อ 7.7 ล้านเสียง.

 

ศาลอินเดีย ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 5 ชายร่วมปล้น-ข่มขืนหญิงเดนมาร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 19:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636260

 

ศาลกรุงนิวเดลี ลงดาบสั่งจำคุกตลอดชีวิต ชาย 5 คน ตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันปล้น และข่มขืนกระทำชำเรานักท่องเที่ยวหญิงชาวเดนมาร์ก ในเมืองหลวงอินเดีย 2 ปีก่อน

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลชั้นต้นในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงอินเดีย ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยชาย 5 คน ก่อคดีอุกฉกรรจ์ ร่วมกันปล้นและข่มขืนกระทำชำเรา นักท่องเที่ยวหญิงชาวเดนมาร์ก วัย 52 ปีคนหนึ่งในกรุงนิวเดลี เมื่อม.ค ปี 2557

ข่าวแจ้งว่า เหตุสะเทือนใจกับหญิงชาวเดนมาร์กรายนี้ เกิดขึ้นขณะที่เธอมาท่องเที่ยวในกรุงนิวเดลี และเกิดหลงทาง จำทางที่จะกลับไปยังโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ในย่านพาฮาร์กันจ์ ไม่ได้ โชคร้ายไปพบกับชายกลุ่มนี้เข้าพอดี จึงเข้าไปถามทางไปโรงแรม แต่แล้วเธอกลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ปล้นทรัพย์และร่วมกันข่มขืน

จากนั้น หญิงชาวเดนมาร์กจึงได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สถานทูตเดนมาร์ก ในกรุงนิวเดลี ก่อนที่เธอจะเดินทางออกจากอินเดียทันทีหลังเกิดเหตุร้าย

ข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาชายทั้ง 5 คน ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลอุทธรณ์ และศาลสูงต่อไป โดยก่อนหน้านี้ มีชาย 9 คน ถูกจับกุมในคดีนี้ ซึ่งคนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างการดำเนินคดี ส่วนอีก 3 คน ยังเป็นเยาวชน จึงถูกนำตัวไปขึ้นศาลเยาวชน ทั้งนี้ ทางการอินเดียได้มีการเพิ่มระวางโทษคดีข่มขืนหนักมากขึ้น หลังเกิดเหตุข่มขืนสะเทือนขวัญ บนรถประจำทาง จนทำให้นักศึกษาหญิงเสียชีวิตในปี 2555

 

เจอชิ้นส่วนคนในท้องจระเข้! สหรัฐฯปลิดชีพอัลลิเกเตอร์ งาบร่างชายคาปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636186

 

(ภาพประกอบ : อัลลิเกเตอร์ หรือจระเข้ตีนเป็ด)

ทีมเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไล่ล่าหาอัลลิเกเตอร์ หรือจระเข้ตีนเป็ดตัวใหญ่ จนเจอก่อนยิงปลิดชีพ หลังมีคนโทร.แจ้งตำรวจ เห็นร่างผู้ชายคาคมเขี้ยวในปากของมัน ที่ทะเลสาบในรัฐฟลอริดา สุดท้ายยิ่งตะลึง ผ่าท้องเจอช้ินส่วนมนุษย์

เมื่อ 10 มิ.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสยองในฟลอริดา มีคนพบเห็นร่างชายเคราะห์ร้ายอยู่ในปากของจระเข้ตีนเป็ด หรือ อัลลิเกเตอร์ ตัวหนึ่งในทะเลสาบเลค ฮันเตอร์ เมืองเลคแลนด์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ จนนำไปสู่การตามล่าหาอัลลิเกเตอร์ตัวนี้ในทะเลสาบ ในที่สุดทีมเจ้าหน้าที่ประมงและสัตว์ป่าในรัฐฟลอริดา ได้ติดตามหาอัลลิเกเตอร์ ยาว 9 ฟุตตัวนี้จนเจอ สามารถจับมันได้ ก่อนจะฆ่ามันแล้ว เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ผ่าท้องจระเข้ตัวนี้ ก็พบว่ามีช้ินส่วนร่างของมนุษย์อยู่ในท้องของมันด้วย

ก่อนหน้านี้ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาที่หมายเลข 911 แจ้งตำรวจว่าเขาเห็นอัลลิเกเตอร์ตัวหนึ่ง ซึ่งมีร่างของผู้ชายที่เสียชีวิตแล้ว คาคมเขี้ยวของมัน ขณะที่บางคนโทรแจ้งว่า เขาพบเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งลอยอยู่ในน้ำ และมีเป้ใบหนึ่งวางอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ แต่กลับไม่เห็นใครอยู่ในบริเวณนั้นเลย ขณะที่ มีอีกคนได้โทร.แจ้งตำรวจว่า มีอะไรก็ไม่รู้ขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบ และเขาเห็นจระเข้ตีนเป็ดว่ายล้อมรอบอยู่


ภาพจากทวิตเตอร์ :CandaceMcCowanWFL เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ออกไล่ล่าจระเข้ในทะเลสาบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จระเข้ยักษ์ได้คายร่างชายคนนี้ออกจากปากของมัน หลังตำรวจเดินทางมาถึงจุดที่มีคนโทร.แจ้ง จากนั้น ตำรวจจึงได้รีบดึงร่างชายเคราะห์ร้ายขึ้นมาจากในทะเลสาบ ขณะที่ เจ้าหน้าที่หน่วยสัตว์ป่าฯ ได้พยายามไล่ล่าอัลลิเกเตอร์ตัวนี้จนพบ และปลิดชีวิตมันในที่สุด ส่วนสาเหตุที่ทำให้ชายคนนี้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการสืบสวน ว่าเขาถูกจระเข้ตัวนี้ทำร้ายจนตาย หรือว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นก่อนจะถูกจระเข้มางาบร่างของเขาไว้ในปาก

 

โอบามา หนุน ฮิลลารี อย่างเป็นทางการ ตัวแทนเดโมแครต ชิง ปธน.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 15:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636062

 

เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คึกคักขึ้นแล้ว… ปธน.โอบามา ประกาศสนับสนุน ฮิลลารี คลินตัน อย่างเป็นทางการ เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมกับยังอัดคลิปอยู่ข้างฮิลลารี ยืนยันจุดยืนขออยู่ข้างฮิลลารี…

เมื่อ 10 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุน นางฮิลลารี คลินตัน อย่างเป็นทางการ ในการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีนี้ พร้อมกันนั้น ประธานาธิบดีโอบามา ยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ พูดสนับสนุนนางคลินตันว่า เธออาจเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยโอบามาได้สรุปในตอนท้ายว่า ‘ผมอยู่ข้างเธอ’

ข่าวแจ้งว่า การออกมาสนับสนุน นางคลินตัน เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโอบามา มีขึ้นหลังจากเขาได้พบกับ นายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ นางคลินตัน ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี ซี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา


นางฮิลลารี คลินตัน เคยดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาลโอบามา สมัยแรก

ประธานาธิบดีโอบามา พบหารือกับ นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ที่ทำเนียบขาว เมื่อ 9 มิ.ย.

บีบีซี ยังรายงานว่า นอกจาก ประธานาธิบดีโอบามา ได้ออกมาสนับสนุนนางคลินตันอย่างเป็นทางการแล้ว ด้าน ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน แกนนำนักการเมืองสายกลาง ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตต์ ยังประกาศให้การสนับสนุนนางคลินตันด้วย โดยกล่าวว่าเธอพร้อมจะต่อสู้ และทุ่มเททำงานให้กับ ฮิลลารี คลินตัน เพื่อเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ


ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน

เหมือนมีปาฏิหาริย์! ชายมะกันล่าMH370 พบซากเครื่องบินอีกที่มาดากัสการ์​

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 12:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635920

 

ชายอเมริกันยอมใช้เงินส่วนตัวติดตามหาซาก MH370 ในแอฟริกาตะวันออก พบช้ินส่วนซากเครื่องบินเพิ่มอีก 2ชิ้น ที่มาดากัสการ์ หลังเจอมาแล้วที่โมซัมบิก เชื่อ 99.9% มาจากเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สที่หายไปเมื่อกว่า 2 ปีก่อน

เมื่อ 10 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายเบลน กิบสัน ชายชาวอเมริกัน พบชิ้นส่วนเครื่องบินอีก2ชิ้น ของเครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของสาธารณรัฐมาดากัสการ์ ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย หลังจากก่อนหน้านี้ กิบสัน เคยพบชิ้นส่วน MH370 ที่ประเทศโมซัมบิกมาแล้ว ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ข่าวแจ้งว่า กิบสัน ทนายความชาวอเมริกัน จากเมืองซีแอตเติล ซึ่งใช้เงินส่วนตัวของเขาเอง ในการติดตามหาชิ้นส่วน MH370 ในแอฟริกาตะวันออก ได้พบชิ้นส่วนใหม่ของเที่ยวบิน MH370 ที่ชายหาดเรียกี บนเกาะโนซี โบราฮา หนึ่งในเกาะทางตะวันออกของมาดากัสการ์ โดยชิ้นส่วนที่พบนั้น ชิ้นหนึ่งเป็นส่วนของเก้าอี้ที่นั่งบนเครื่องบิน

ด้านนายดอน ทอมป์สัน วิศวกรชาวอังกฤษ ซึ่งเข้าร่วมในกลุ่มติดตามสืบสวน MH370 ชี้ว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินที่กิบสันพบ เชื่อว่าชิ้นหนึ่งเป็นส่วนด้านหลังของที่นั่งเก้าอี้บนเครื่องบิน และอีกชิ้นเป็นส่วนของแผ่นกรุบนปีกเครื่องบิน ซึ่งเขามั่นใจถึง 99.9% ว่า ชิ้นส่วนที่นั่งเครื่องบินนั้นมาจากเครื่องบินโดยสาร มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปตั้งแต่มีนาคม 2557

บีบีซี รายงานด้วยว่า กิบสันได้ส่งภาพถ่ายชิ้นส่วนเครื่องบินที่เขาพบอีกนี้ไปให้แก่ สำนักงานความปลอดภัยทางคมนาคมของออสเตรเลีย และเจ้าหน้าที่ในมาเลเซียแล้ว ขณะที่เขาพร้อมจะมอบชิ้นส่วนที่พบให้แก่เจ้าหน้าที่ในมาดากัสการ์.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

99.99% ! ยัน ซากเครื่องบินพบที่มอริเชียส-แอฟริกาใต้ มาจาก MH370

 

ระดมจนท.เกือบแสน! ฝรั่งเศสรักษาความปลอดภัยเข้ม ศึกบอลยูโร 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 11:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635860

 

ฝรั่งเศสระดมกำลังตำรวจ ทหาร รปภ.เกือบแสนนาย รักษาความปลอดภัยเข้ม ศึกฟุตบอลยูโร 2016 เปิดฉากวันนี้ (10 มิ.ย.) หลังโหมโรงด้วยคอนเสิร์ตที่หอไอเฟล ในกรุงปารีส เมื่อค่ำคืน ก่อนถึงวันเปิดการแข่งขันบอลยูโร

เมื่อ 10 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลฝรั่งเศส ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสุดๆ เปิดฉากศึกฟาดแข้งฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ Euro (ยูโร 2016) ในวันนี้ 10 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางการฝรั่งเศสได้มีการระดมกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเอกชน รวมแล้วกว่า 90,000 นาย คอยรักษาความปลอดภัย ขณะที่คาดว่าจะมีแฟนบอลนับ 7 ล้านคนเข้ามาดูศึกฟุตบอลยูโร ที่จะสลับสับเปลี่ยนสถานที่แข่งขันไปตามเมืองต่างๆ ของฝรั่งเศสถึง 10 เมือง

บีบีซี แจ้งว่า ทางการฝรั่งเศสต้องเจอบททดสอบในมาตรการรักษาความปลอดภัยในศึกยูโรคราวนี้ เริ่มจากการมีคอนเสิร์ตโหมโรง โดยดีเจ เดวิด เกตตา ชาวฝรั่งเศส บริเวณพื้นที่รอบหอไอเฟล ในกรุงปารีส เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถรองรับผู้คนได้มากถึง 90,000 คน นอกจากนั้น ทางการยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 13,000 นาย คอยสอดส่องตรวจตรารักษาความปลอดภัยที่บริเวณสนามฟุตบอล 2 แห่งในกรุงปารีส ซึ่งจะใช้เป็นสนามฟาดแข้งในการแข่งขันฟุตบอลยูโรคราวนี้



คอนเสิร์ตโหมโรง เปิดฉากฟุตบอลยูโร 2016 ที่หอไอเฟล

ข่าวแจ้งว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุก่อวินาศกรรมโจมตีกรุงปารีสหลายจุด เมื่อ 13 พ.ย.ปีกลาย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 130 ศพนั้น ฝรั่งเศสได้ตกอยู่ภายใต้การประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน โดยความหวาดวิตกภัยก่อการร้ายขณะที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ทำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และอังกฤษ ออกประกาศคำเตือนแฟนบอลชาติตนที่จะเดินทางมาดูการแข่งขัน อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร ทั้งยูฟ่า และทางการฝรั่งเศส ยืนยันจะทำทุกอย่างที่ทำให้แฟนบอลที่มาชมการแข่งขันฟุตบอลยูโรคราวนี้ทั้ง 51 แมตช์มีความปลอดภัยที่สุด


ทางการฝรั่งเศสระดมกำลังตำรวจ ทหาร รปภ.กว่า 9 หมื่นนายรักษาความปลอดภัยเข้มตลอดการแข่งขันบอลยูโร
 

เอฟ-5 ฝูงผาดแผลงทอ.สวิส ร่วงดีดรอด ซู-27 ฝูงรัสเซียนไนท์ตกนักบินดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 09:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635810

 

เครื่องขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 อี ฝูงบินผาดแผลง Patrouille Suisse เกี่ยวกัน ก่อนตกทางตอนเหนือของเนเธอร์แลนด์นักบินดีดตัวออกมาปลอดภัย ก่อนหน้านี้วันเดียวกัน ซู-27 ฝูงบินผาดแผลง รัสเซียนไนท์ ตกใกล้กรุงมอสโก นักบินเสียชีวิต…

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2559 เกิดอุบัติเหตุเครื่องขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 อี ไทเกอร์ทู ของฝูงบินผาดแผลง Patrouille Suisse หรือ (Swiss patrol) กองทัพอากาศสวิตเซอร์แลนด์ 2 ลำ เฉี่ยวชนกันกลางอากาศและตกในฐานทัพอากาศทางตอนเหนือของประเทศเนเธอร์แลนด์ ใกล้ชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัมไปทางเหนือราว 150 กิโลเมตร ขณะบินซ้อมเพื่อเตรียมบินแสดงในงานแอร์โชว์ช่วงสุดสัปดาห์นี้


ฝูงบินผาดแผลง Patrouille Suisse

ฝูงบินผาดแผลง Patrouille Suisse ขณะบินซ้อมก่อนที่เครื่อง 2 ลำจะเกี่ยวกันจนตกไป 1 ลำ

ชมคลิป

คลิป เอฟ-5 อีกลำประคองเครื่องลงจอดได้

เครื่องบินลำหนึ่งเสียหายหนักตกลงใกล้หนองน้ำ นักบินดีดตัวออกมาได้ปลอดภัย ส่วนอีก 1 ลำ เสียหายที่ส่วนหางเล็กน้อย นักบินสามารถประคองเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย และไม่มีรายงานคนบนพื้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน


ฝูงบินผาดแผลง รัสเซียนไนท์ บินซ้อมการแสดงก่อนจะตก 1 ลำ

ในวันเดียวกันไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สำนักข่าว rt ของรัสเซีย รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่ไอพ่น ซู-27 แฟลงก์เคอร์ ของฝูงบินผาดแผลง รัสเซียนไนท์ (Russian Knights) ของกองทัพอากาศรัสเซียตก ห่างจากกรุงมอสโกไปราว 30 กิโลเมตร นักบินเสียชีวิตคาเครื่องบิน หลังพยายามบังคับให้เครื่องร่อนออกห่างจากชุมชน โดยจุดตกเป็นเขตป่าที่ไม่มีผู้คนอาศัย ใกล้กับหมู่บ้านมูราโนโว เขตพุชคิโน่ ในกรุงมอสโก


เครื่องบินขับไล่ไอพ่น ซู-27 แฟลงก์เคอร์

ชมคลิป ซู-27 ตกใกล้กรุงมอสโก

ด้าน สำนักข่าว sputniknews รายงานอ้างแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย รายงานว่า เครื่องบินที่ตก คือ ซู-27 ที่ไม่มีการติดอาวุธ และนักบินยอมสละชีวิตนำเครื่องร่อนออกห่างจากชุมชน และเครื่องบินซู-27 ทั้งหมดถูกสั่งงดบิน เพื่อตรวจสอบจนกว่าจะทราบสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยล่าสุดจากข้อมูลเบื้องต้น สาเหตุน่าจะเกิดจากปัญหาทางเทคนิค.

ที่มา : swissinfo

 

ยิวห้ามปาเลสไตน์เข้าประเทศ หลังเกิดเหตุยิงในเทลอาวีฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2559 06:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635647

 

(ภาพ: AP)

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. หน่วยงานโคกัต ซึ่งดูแลรับผิดชอบด้านกิจการพลเรือนในเขตเวส แบงก์ พื้นที่ครอบครองของทางการอิสราเอลมีคำสั่งให้ระงับการอนุญาตเข้าประเทศแก่ชาวปาเลสไตน์ 83,000 คนเป็นการชั่วคราว ในช่วงระหว่างการถือศีลอดรอมฎอน รวมถึงชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในเมืองกาซา 200 คนซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าอิสราเอลเพื่อไปเยี่ยมญาติแล้วก็ถูกสั่งระงับเช่นกัน หลังเกิดเหตุชาวปาเลสไตน์ 2 คน บุกกราดยิงในตลาดกลางแจ้งซาโรนา มาร์เก็ต ศูนย์การค้าชื่อดัง ใกล้กระทรวงกลาโหมและสำนักงานของกองทัพอิสราเอล กลางเมืองเทลอาวีฟ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 คน ส่วนคนร้าย 1 คนถูกจับกุม อีกคนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นเหตุโจมตีครั้งนองเลือดสุดจากเหตุรุนแรงตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา

ด้านนายเบนจามิน เนธันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยว่า เป็นการฆาตกรรมของกลุ่มก่อการร้ายที่เลือดเย็น ขณะที่ มูชีร์ อัล-มัสรี เจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮามาส ซึ่งปกครองเมืองกาซา แสดงความยินดีกับเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่ไม่อ้างความรับผิดชอบ โดยมองว่าเป็นการปฏิบัติการที่หาญกล้า จากนั้นก็ออกแถลงการณ์ด้วยคำมั่นว่า กลุ่มชาตินิยมชาวยิวจะยิ่งประหลาดใจขึ้นในช่วงรอมฎอนนี้.

 

เจาะจุดแข็ง-จุดอ่อน ‘คลินตัน-ทรัมป์’ ว่าที่ผู้ท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635747

 

มาถึงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อคัดเลือกผู้แทนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ไปลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. 2016 นี้แล้ว โดยเหลือเพียงการประชุมใหญ่ของแต่ละพรรค เพื่อยืนยันตัวผู้แทนอย่างเป็นทางการที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ค.เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เกือบจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ผู้แทนของฝ่ายเดโมแครตคือ ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ส่วนฝ่ายรีพับลิกันคือ โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าจากนครนิวยอร์ก โดยพวกเขามีจุดแข็งที่จะใช้และจุดอ่อนที่จะถูกเล่นงานระหว่างการชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แตกต่างกันไป ซึ่งนาย จูเลียน เซลิเซอร์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์และกิจการสาธารณะ จากมหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน ได้วิเคราะห์เอาไว้ดังนี้


ฮิลลารี คลินตัน ทักทายผู้สนับสนุน (ภาพ: AP)

จุดแข็งของ ฮิลลารี คลินตัน

1. ความเป็นนักสู้ นางคลินตันได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งแล้วว่า เธอเป็นนักต่อสู้ทางการเมืองที่น่าเกรงขาม เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และตอบโต้ทุกอุปสรรคอย่างหนักหน่วง ทั้งระหว่างที่การเผชิญหน้าหลายครั้งหลายคราระหว่างเธอกับ เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ คู่แข่งชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตของเธอ และระหว่างการชี้แจงต่อสภาครองเกรสกรณีทูตสหรัฐฯ ถูกสังหารในเมืองเบงการซี ของลิเบีย เธอได้พิสูจน์ว่า เธอสามารถทำผลงานได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ แม้ต้องเผชิญหน้ากับนักการเมืองขั้วตรงข้าม ซึ่งตั้งคำถามในทุกคำพูดที่เธอเอ่ยออกมา

นอกเหนือจากเรื่องการโต้คารม นางคลินตันยังพิสูจน์ตัวเองว่า เธอเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้สามารถรับการโจมตีที่รุนแรงหลายครั้ง แต่ก็ยังคงสามารถยืนหยัดและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้ เมื่อสัปดาห์ก่อน เธอยังออกมาเตือนถึงอันตรายที่ประเทศและโลกจะต้องเผชิญ หากโดนัลด์ ทรัมป์ มีอำนาจสั่งการอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ทรัมป์ออกมาตอบโต้อย่างโกรธเคือง แต่คำพูดของเขากลับเหมือนเป็นสิ่งยืนยันคำเตือนของนางคลินตันเท่านั้น

2. การเป็นผู้สร้างความร่วมมือ ผลการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีในรัฐต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา คลินตันแสดงให้เห็นว่า เธอมีความสามารถในการสร้างคณะผู้เลือกตั้งที่รวมเป็นหนึ่งเดียวในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเลือกตั้งในรัฐที่คะแนนเสียงของประชาชนไม่เทให้ฝ่ายใดอย่างชัดเจน เรื่องนี้ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คลินตันชนะนายแซนเดอร์ส ผู้ได้รับการสนับสนุนเพียงจาก คนหนุ่มสาวและผู้ลงคะแนนอิสระ ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักกลุ่มเดียวของเขา

ขณะเดียวกัน ท่าทีของนางคลินตันในการเป็นผู้นำการเมืองแบบยึดแนวทางของพรรค ก็เป็นจุดดึงดูดสำคัญต่อผู้โหวตจากหลายกลุ่ม และเธอยังสร้างฐานเสียงที่แข็งแกร่งมากมายเช่นในหมู่ผู้โหวตชาว แอฟริกัน-อเมริกัน

3. เธอเป็นนักต่อสู้เพื่อความเสมอภาค คลินตันแสดงให้เห็นว่า เธอสามารถพูดถึงและปกป้องนโยบายเรื่องความเสมอภาคภายในประเทศได้อย่างตรงไปตรงมา แม้เธอจะถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยกลุ่มหัวก้าวหน้าอยู่บ่อยครั้งว่า เธออยู่ในจุดศูนย์กลางความสนใจมากเกินไป

ตลอดการเลือกตั้งขั้นต้นที่ผ่านมา เธอได้เห็นและได้ยินเรื่องการเพิ่มขึ้นของความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งฝ่ายเดโมแครต รวมทั้งเสียงเรียกร้องให้มีการออกนโยบายที่มีการปฏิรูปมากขึ้น ซึ่งเธอยินดี และสามารถที่จะปรับตัว ด้วยการเป็นกระบอกเสียงให้กับปัญหาต่างๆมากขึ้นเช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำในประเทศ และการเพิ่มความเข้มแข็งแก่ระบบสาธารณสุข

4. เธออาจกลายเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ เรื่องนี้ทำให้การลงรับสมัครเลือกตั้งของนางคลินตันกลายเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง แม้จะถูกปรามาศว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากเรื่องเพศ แต่ความเป็นไปได้ที่ชาวอเมริกันจะเลือกสตรีเป็นประธานาธิบดี ก็นับเป็นหนึ่งในหลักชัยที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯ แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จะกลายเป็นก้าวย่างที่สำคัญของประเทศซึ่งผู้หญิง ไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงจนถึงปี ค.ศ. 1920 และยังคงหลงเหลือความไม่เท่าเทียมและการกีดกันทางเพศอยู่ในส่วนลึกของวัฒนธรรม

5. มีสายสัมพันธ์กับศูนย์กลางอำนาจของพรรคเดโมแครต นางคลินตันพัฒนาสายสัมพันธ์ หรือ คอนเนคชั่น อันแข็งแกร่งกับเจ้าหน้าที่และผู้สมัครเลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ซึ่งมีหลายคนที่เธอให้การสนับสนุนในการชิงตำแหน่ง ส.ว.และ ส.ส. ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญมาก และจะกลายเป็นเครื่องมือสำหรับรับประกันความสัมพันธ์กับสภาคองเกรสที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากคลินตันชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี


(ภาพ: REUTERS)

จุดอ่อนของ ฮิลลารี คลินตัน

1. ความน่าเชื่อถือ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนางคลินตันในตอนนี้คือ เรื่องความน่าเชื่อถือ ซึ่งบางส่วนเป็นผลมาจาก บิล คลินตัน สามีของเธอและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายเดโมแครตบางคนรู้สึกว่าพวกเขาโดนหักหลังจากประเด็นต่างๆ ในช่วงปี 1990 เช่นการปฏิรูปสวัสดิการและความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) นอกจากนี้ นางคลินตันยังทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก ด้วยข่าวฉาวที่เธอใช้ใช้อีเมลส่วนตัวในการส่งข้อมูลทางราชการ สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และข้อมูลจำนวนหนึ่งเป็นข้อมูลลับสุดยอดด้วย

2. การปกปิดข้อมูล นางคลินตันแสดงให้เห็นนิสัยที่เลือกที่จะปิดบังข้อมูล แทนที่จะเสี่ยงเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเห็นได้จากวิธีการที่เธอรับมือกับข่าวฉาวเรื่องการใช้อีเมล ซึ่งเธอได้ออกมาให้คำอธิบายที่แตกต่างกันมากมาย เธอยังผิดสัญญาไม่ยอมเปิดเผยว่า เธอพูดอะไรในงานประชุมผู้ก่อสร้างและผู้บุกเบิกที่จัดโดยธนาคาร โกลด์แมน แซค เมื่อปี 2013 ซึ่งคลินตันได้รับค่าจ้างให้ไปพูดถึง 225,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย (ราว 7.9 ล้านบาท)

การปกปิดข้อเท็จจริงของนางคลินตัน ทำให้เกิดข้อถกเถียงและคำถามตามมามากมาย ยิ่งว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเสียอีก ยิ่งกว่านั้น การที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เข้ามาสืบสวนในคดีการใช้อีเมลของนางคลินตัน อาจส่งผลกระทบในด้านลบต่อชื่อเสียงของเธอ ต่อให้การสืบสวนจบลงโดยไม่มีการตั้งข้อหาก็ตาม

3. เรื่องวิสัยทัศน์ จุดอ่อนสำคัญอีกข้อของนางคลินตัน คือปัญหาในการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งอดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช นิยามไว้ว่า ‘vision thing’ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าว มักเป็นคำกล่าวเกินจริง บางครั้งผู้สมัครก็สามารถทำผลงานได้ดีโดยไม่ต้องมีถ้อยแถลงที่สวยหรูเกี่ยวกับภารกิจของพวกเขา

แต่ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ หลายคน สร้างแรงบันดาลให้แก่ผู้คนด้วยวิสัยทัศน์ของพวกเขา ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ซึ่งสัญญาจะเปลี่ยนแปลงการเมืองและนโยบายของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู.บุช ตั้งแต่รากฐาน และล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ประโยชน์จากสโลแกน ‘ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง’ ในขณะที่นางคลินตันกำลังประสบปัญหาในการหาเหตุผลในการลงสมัครของเธอ

4. ไม่ใช่นักหาเสียงโดยธรรมชาติ นางคลินตันประสบปัญหาในการสร้างสิ่งกระตุ้นความสนใจให้เทียบเท่ากับคู่แข่งอย่างนายแซนเดอร์ส หรือโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ตัวเธอยอมรับเองด้วยว่า การหาเสียงไม่ใช่จุดแข็งของเธอ ตรงข้ามกับ บิล สามีของเธอ


(ภาพ: REUTERS)

จุดแข็งของ โดนัลด์ ทรัมป์

1. เป็นเจ้าแห่งสื่อ ถ้าจะมีพลังอะไรที่อยู่เหนือสิ่งอื่นๆ ก็ต้องเป็นพลังของสื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะเพิ่งต่อว่านักข่าวในการแถลงเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาก็พิสูจน์แล้วว่า เขารู้หลักการทำให้ของสื่อและเครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคใหม่ และมีขีดความสามารถในการชี้นำบทสนทนาไปในทิศทางที่เขาต้องการ เขามีความสามารถที่ไม่อาจอธิบายได้ ในการสร้างวาทกรรมซึ่งจะทำให้เกิดการถกเถียงไปหลายวัน และชื่นชอบการโต้แย้งที่จะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจ

2. ใช้การกลับลำให้เป็นประโยชน์ ทรัมป์เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนท่าที ในอดีต นักการเมืองอย่าง จอห์น แคร์รี เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเลือกผิดฝั่ง แต่ทรัมป์กลับรอดมาได้อยู่บ่อยครั้ง เขาพูดเรื่องขัดแย้งมากมาย แต่เขาไม่จนมุมเมื่อถูกถามเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องเหล่านี้ และตอบโต้ว่า การยืดหยุ่นเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกับประธานาธิบดีที่ต้องเจรจากับสภาคองเกรสและผู้นำต่างชาติ

3. พร้อมจะทำเรื่องที่แตกต่าง ทรัมป์ไม่หวั่นเกรงที่จะสนับสนุนความคิดนอกกรอบ ในยุคที่นักการเมืองมากมายรวมถึงนางคลินตัน หยุดโดยสัญชาตญาณจากการแสดงความเก็นที่ขัดต่อหลักการของพรรค แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์จะพร้อมที่จะแสดงความเห็นโดยปล่อยตามอารมณ์อย่างไม่ลังเล และเป็นสิ่งที่ได้ผลมาจนถึงตอนนี้

ทรัมป์ทำให้เกิดการถกเถียงมากมาย เช่น ปกป้องนโยบายประกันสังคม หรือชื่นชมเรื่องการคุมกำเนิด ซึ่งหากเป็นในอดีตนักการเมืองรีพับลิกันที่พูดเช่นนี้จะไม่มีอนาคต ทรัมป์พบเส้นทางที่มากขึ้นด้วยการทำตัวให้แตกต่างจากนักการเมืองคนอื่นๆ เท่านั้น

4. พูดคุยกับผู้ลงคะแนนที่ไม่เป็นมิตรกับตัวเอง ทรัมป์เป็นผู้สมัครที่รู้วิธีที่จะพูดกับผู้ลงคะแนนที่เกลียดชังเขาในคณะผู้เลือกตั้ง เขายินดีที่จะพูดในสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการฟัง แม้จะมีความเสี่ยงในการทำเช่นนี้ และเขาสามารถเชื่อมโยงกับความเกลียดชังนี้ด้วยวิธีที่คงเป็นไปได้ยากสำหรับผู้สมัครคนอื่นๆ เช่น เจบ บุช นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่า ทรัมป์จะไม่มีขอบเขตจำกัดในถ้อยคำที่เขาจะใช้เพื่อโน้มน้าวใจคนเลย

5. การเป็นคนนอก ในช่วงเวลาที่ประชาชนเกลียดชังระบบการเมืองเดิมๆ นี่เป็นหนทางหนึ่งที่ทรัมป์สามารถใช้ความไร้ประสบการณ์ และสายสัมพันธ์ที่ห่างเหินของเขากับรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เกิดความได้เปรียบ ในช่วงเวลานี้ที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากไม่เชื่อใจทุกอย่างในรัฐบาลวอชิงตัน เขาสามารถอ้างได้ว่า เขาไม่มีส่วนร่วมกับวอชิงตัน


ภาพล้อเลียนโดนัลด์ ทรัมป์ ในนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน (ภาพ: AFP)

จุดอ่อนของ โดนัลด์ ทรัมป์

1. มุ่งสานสัมพันธ์กับลัทธิสุดโต่ง ทรัมป์มีท่าทีที่แสดงให้เห็นว่า เขาต้องการให้มีผู้นิยมความรุนแรงเป็นผู้มือสิทธิ์เลือกตั้งด้วย โดยระบุว่า ผู้อพยพ, ผู้หญิง และชาวมุสลิม ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในกลุ่มต่อต้านการตรวจคนเข้าเมือง (Nativism), กลุ่มผู้กีดกันทางเพศ และหวาดกลัวชาวต่างชาติ ต่างก็มีสิทธิ์เลือกตั้ง เขายังวิพากษ์วิจารณ์ผู้พิพากษา กอนซาโล คูเรียล และแสดงความกังขาว่า ผู้พิพากษามุสลิมจะตัดสินคดีอย่างเป็นธรรมหรือไม่ด้วย

2. คาดเดา, เอาแน่เอานอนไม่ได้ และขี้โมโห ทรัมป์เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรหากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหากมองในบางแง่มุม ทรัมป์อาจถูกจัดว่าเป็นภัยใหญ่หลวง เรื่องนี้เปิดช่องให้ฝ่ายเดโมแครตหยิบความสงสัยของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงมาเล่นงานทรัมป์ เขายังแสดงให้เห็นความโกรธเกรี้ยวหลายครั้ง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีว่าเขาจะเป็นอย่างไรหากได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด นอกจากนี้ยังทำให้เกิดคำถามมากมาย ว่าเขาจะยอมทำงานภายใต้ขอบเขตจำกัดของรัฐธรรมนูญหรือไม่

3. ได้รับการสนับสนุนอย่างไม่เต็มใจจากรีพับลิกัน ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันอย่างไม่เต็มใจนัก คล้ายถูกมัดมือชก เนื่องจากเขาเป็นผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของพรรค และเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบในการลงคะแนนเสียงเลือกเขาเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ ในการประชุมใหญ่ของพรรคในเดือน ก.ค. ซึ่งเขาจำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนจากคณะผู้เลือกตั้ง 90-95% และหากต้องการชนะเลือกตั้ง ก็จำเป็นต้องให้มีผู้ลงคะแนนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากในรัฐที่คะแนนเสียงแกว่งไปมาไม่แน่นอนด้วย

4. ประเด็นถกเถียงและเรื่องอื้อฉาวมากมาย ทรัมป์ถูกรายล้อมไปด้วยข้อถกเถียงและเรื่องอื้อฉาวมากมาย ทั้งเรื่องที่เขาไม่เปิดเผยข้อมูลการคืนภาษีของเขา หรือเรื่องข้อกล่าวหาที่ว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม รวมทั้งเรื่องราวอื้อฉาวส่วนตัวที่พร้อมจะถูกขุดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความกังขาในหมู่ผู้ลงคะแนนเสียง แต่ก็มีข่าวดีอยู่บ้างที่ฝ่ายต่างข้ามอย่างนางคลินตัน ก็มีข้อถกเถียงให้ถูกเล่นงานเช่นกัน แม้จะไม่มากเท่าทรัมป์ก็ตาม

5. มีความรู้ในประเด็นนโยบายไม่มาก ระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้น ทรัมป์แสดงให้เห็นบ่อยว่าเขาความรู้พื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับนโยบายน้อยมาก ซึ่งบางครั้งก็เห็นได้ชัดเจนจากถ้อยแถลงของเขา เช่น ตอนที่เขาสับสนในคำถามเกี่ยวกับ ‘nuclear triad’ (วิธีการยิงอาวุธนิวเคลียร์ทั้ง 3 วิธี) และคำถามเกี่ยวกับ ‘Brexit’ (การลงประชามติว่า สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่) แม้ว่าตอนนี้เขากำลังจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน แต่จุดอ่อนนี้จะสร้างผลร้ายต่อเขาอย่างมาก หากต้องเผชิญหน้ากับนางคลินตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีประสบการณ์และฉลาดที่สุดในวงการการเมืองสหรัฐฯ.

 

แพทย์เผย ‘แบร์ลุสโคนี’ ต้องเข้าผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 01:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635598

 

(ภาพ: AFP)

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิตาลี เตรียมเข้ารับการผ่าตัดในสัปดาห์หน้า หลังจากแพทย์พบว่า เขามีอาการลิ้นหัวใจรั่วอย่างรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิตาลี ซึ่งเพิ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองมิลานเมื่อวันอังคารที่ 7 มิ.ย. ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติค (aortic valve) ซึ่งกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและ เส้นเลือดเอออร์ตา ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีอาการลิ้นหัวใจรั่วอย่างรุนแรง

นายแพทย์ อัลแบร์โต ซานกริลโล ระบุว่า อดีตผู้นำและมหาเศรษฐีวัย 79 ปีผู้นี้ มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต เนื่องจากอาคารป่วยของเขารุนแรงว่าที่เพื่อนและครอบครัวของเขาบอก โดยทีมแพทย์ของโรงพยาบาล ซาน ราฟฟาเอลเลได้ตรวจร่างกายของแบร์ลุสโคนี และวินิจฉัยว่า เขามีอาการลิ้นหัวใจเอออร์ติครั่วอย่างรุนแรง ทำให้เหลือไหลย้อนทาง

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผย ดร.ซานกริลโล แบร์ลุสโคนี จะต้องเข้ารับการผ่าตัดนาน 4 ชั่วโมงในช่วงกลางสัปดาห์หน้า เพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจใหม่ จากนั้นเขาจะได้รับการดูแลในห้องไอซียูเป็นเวลา 1-2 วัน ก่อนจะเริ่มการทำกายภาพบำบัดซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน.