รถไฟชนกันในเบลเยียม ดับ 3 ศพ เจ็บ 9 เชื่อฟ้าผ่าเป็นเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 00:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633312

 

(ภาพ: AFP)

รถไฟโดยสารวิ่งชนรถไฟขนสินค้าในภาคตะวันออกของประเทศเบลเยียม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ขณะที่ก่อนเกิดเหตุ เกิดฟ้าผ่าทำให้สัญญาณบนทางรถไฟสายนี้ถูกรบกวน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถไฟโดยสารคันหนึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงเข้าชนรถไฟขนสินค้าที่วิ่งช้ากว่า ในภาคตะวันออกของประเทศเบลเยียม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้โดยสารอีก 9 คนได้รับบาดเจ็บและต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีรายงานว่า เกิดฟ้าผ่ารบกวนสัญญาณของทางรถไฟสายนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่านี่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่


ตามการเปิดเผยของนาง บริจิตต์ เลอรอย อัยการชาวเบลเยียม รถไฟโดยสารวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. ขณะที่รถไฟขนส่งสินค้าวิ่งที่ความเร็วเพียง 10-15 กม./ชม. ก่อนที่รถไฟโดยสารจะพุ่งชนรถไฟขนสินค้าในเวลาประมาณ 23.00 น. วันอาทิตย์ ที่หมู่บ้าน เออร์มาลล์ ซูส์ อุย ใกล้แม่น้ำเมิซ ทำให้ตู้โดยสารของรถไฟโดยสารตกราง 2 ตู้

ขณะเดียวกัน นาย ฟรองซิส เดอฌอง นายกเทศมนตรีเมือง เซนต์ จอร์จส์-ซูร์-เมิซ ระบุในงานแถลงข่าวว่า ในกลุ่มผู้บาดเจ็บทั้ง 9 คน มีหลายคนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ และจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ตำรวจการทางรถไฟและอัยการรัฐของเบลเยียม กำลังสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้


นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียม เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ (ภาพ: AFP)

ด้านสถานีโทรทัศน์ ‘RTBF’ ของเบลเยียม รายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ประกอบด้วยผู้โดยสาร 2 คน และเจ้าหน้าที่ควบคุมรถของรถไฟโดยสาร ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมาประมาณ 40 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่กำลังเดินทางกลับไปโรงเรียน หลังเดินทางมาเยี่ยมบ้านในช่วงสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง บริษัท ‘SNCB’ ผู้ให้บริการรถไฟแห่งชาติของเบลเยียม ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า การส่งสัญญาณบนทางรถไฟสายนี้ถูกรบกวน แต่ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ขณะที่โฆษกของบริษัท ‘อินฟราเบล’ ซึ่งดูแลโครงสร้างพื้นฐานของรางรถไฟเบลเยียม เปิดเผยว่า ระบบกลไกบนทางรถไฟสายนี้ถูกฟ้าผ่า แต่ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่า นี่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้.
video-52250

ผวาเลย! หนุ่มฝรั่งเศสโดนยูเครนรวบ มีแผนโจมตี 15จุดถล่มศึกยูโร2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/633175

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 18:28

 

ยูเครน เผย หนุ่มฝรั่งเศสที่ถูกทางการยูเครนรวบตัวเดือนก่อน มีแผนจะก่อเหตุโจมตีศึกยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ วางแผนก่อวินาศกรรม 15 จุด อีกทั้งยังพบอาวุธและอุปกรณ์ก่อเหตุ รวมทั้งกระสุนนับ 5 พันนัด ระเบิด TNT หนักกว่า 100 กก.

เมื่อ 6 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักงานความมั่นคงของยูเครน หรือ SBU เปิดเผยชายหนุ่มชาวฝรั่งเศส ที่ถูกทางการยูเครนจับกุมตัวบริเวณชายแดนยูเครนติดกับโปแลนด์ เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มีแผนจะก่อเหตุวินาศกรรมโจมตีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2016 (EURO 2016) ที่ฝรั่งเศส

นายวาซิล ฮริตแซค หัวหน้าหน่วย SBU ระบุว่า ชายหนุ่มฝรั่งเศสรายนี้ ซึ่งสื่อท้องถิ่นในฝรั่งเศสระบุว่า เขา ชื่อ เกรกอรี่ เอ็ม อายุ 25 ปี มีแผนจะก่อเหตุโจมตีถึง 15 จุด โดยความคิดหัวรุนแรงของเขา ถูกปลุกระดมผลักดันโดยแนวคิดของพวกชาตินิยมสุดโต่ง โดยหัวหน้าหน่วย SBU เปิดเผยกับนักข่าวด้วยว่า นายเกรกอรี่ เอ็ม มีอาวุธปืนหลายกระบอก อุปกรณ์จุดชนวนระเบิด และระเบิดTNT น้ำหนัก 125 กก.ในครอบครอง

ด้านสำนักงานความมั่นคงยูเครน -SBU ยังเผยรายละเอียดว่า ได้จับตาดูผู้ต้องสงสัยรายนี้มา ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีก่อน และพบว่า เขามีปืนคาลาชนิคอฟ ถึง 5 กระบอก เครื่องยิงระเบิดโจมตีรถถัง 2 อัน กระสุนปืนประมาณ 5,000 นัด อุปกรณ์จุดชนวนระเบิด 100 อัน และระเบิดปริมาณมาก

บีบีซีแจ้งว่า ข่าวการจับกุม นายเกรกอรี่ได้รับการรายงานเป็นที่แรกโดยสถานีโทรทัศน์ ฝรั่งเศสทีวีเน็ตเวิร์ก ‘M6’ โดยอธิบายถึงผู้ต้องสงสัยคนนี้ว่า ทำงานอยู่ที่ฟาร์ม ทางภาคตะวันออกของฝรั่งเศส ไม่เคยมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมมาก่อน

อัยการสหรัฐฯ เตรียมแถลงจะฟ้องพ่อแม่ ปล่อยลูก 3 ขวบตกกรงกอริลลาหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/633098

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 16:48

 

(เจ้าฮารัมเบ ก่อนเสียชีวิต)

ลุ้นจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง… อัยการรัฐโอไฮไอ ในสหรัฐฯ เตรียมแถลงข่าวจะยื่นฟ้องพ่อแม่ของเด็กชายวัย 3 ขวบ หรือไม่ หลังลูกซุกซนปีนรั้วจนพลัดตกลงไปในกรงของเจ้าฮารัมเบ ทำให้ จนท.สวนสัตว์ซินซินเนติต้องยิงกอริลลาตัวนี้ดับอย่างน่าสลด

เมื่อ 6 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโจ ดีเทอร์ส อัยการประจำเขตฮามิลตัน เคาตี้ รัฐโอไฮไอ ในสหรัฐฯ เตรียมจะออกแถลงการณ์การตัดสินใจของเขา ตอนบ่ายวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น ว่าจะยื่นฟ้องครอบครัวของเด็กชายวัย 3 ขวบหรือไม่ หลังเกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบ ซุกซนปีนรั้วจนตกลงไปในกรงกอริลลา เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซินซินเนติ ต้องตัดสินใจใช้ปืนไรเฟิลสาดกระสุนยิงใส่ เจ้าฮารัมเบ กอริลลาเพศผู้ จนตาย เพื่อปกป้องเด็กชายท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังคับขันอย่างยิ่ง ทว่าอีกด้าน ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาของผู้คน และชาวเน็ตจำนวนมากที่เห็นว่าควรจะดำเนินคดีอาญากับพ่อแม่ของเด็ก ที่พวกเขาไม่ดูแลลูกให้ดีพอ

เด็กชายแสดงความเสียใจกับรูปปั้นกอริลลา ที่สวนสัตว์ซินซินเนติ หลังจากเจ้าฮารัมเบถูกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ยิงดับ เพื่อปกป้องเด็กชายที่ตกลงไปในกรง

เอพี แจ้งว่า นายดีเทอร์ส อัยการประจำการเขตฮามิลตัน จะมีการแถลงข่าวการตัดสินใจของเขา หลังจากได้ทบทวนถึงการกระทำของพ่อแม่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่ สวนสัตว์ซินซินเนติ ระบุว่า เหตุการณ์เด็กชาย 3 ขวบ ตกลงไปในกรง ถือเป็นครั้งแรกที่มีคนตกลงไปในกรงกอริลลาที่นี่ โดยกรงกอริลลาแห่งนี้ที่สวนสัตว์ซินซินเนติ จะถูกเปิดให้คนเข้าชมอีกครั้งในวันอังคารที่ 7 มิ.ย. หลังจากได้มีการปรับปรุงรั้วกรงให้สูงขึ้นกว่าเดิม

อาลัย! นักข่าวอเมริกัน ทำข่าวสงครามโชกโชน ดับในอัฟกานิสถาน พร้อมล่าม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632907

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 14:40

 

สุดเศร้า..‘เดวิด กิลคีย์’ นักข่าวอเมริกัน ‘มือรางวัล’ ทำข่าวสายสงครามในอัฟกานิสถานและอิรักมาโชกโชน เสียชีวิตแล้ว พร้อมล่าม ในอัฟกานิสถาน เผยถึงคราวเคราะห์ร้าย ถูกกลุ่มติดอาวุธยิงปืนใหญ่โจมตีระหว่างนั่งมากับรถทหารอัฟกานิสถาน

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวสะเทือนใจ นายเดวิด กิลคีย์ นักข่าว-ช่างภาพชาวอเมริกัน ประจำสถานีวิทยุ เนชั่นแนล พับบลิก เรดิโอ (เอ็นพีอาร์) วัย 50 ปีเสียชีวิต พร้อมนายซาฮุลเลาะห์ ทามันนา ล่ามชาวอัฟกานิสถาน ใกล้เมืองมาร์จาห์ จังหวัด เฮลมานด์ ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน เนื่องจากถูกกลุ่มติดอาวุธยิงโจมตีรถยนต์ ทหาร ซึ่งนายกิลคีย์ และล่ามชาวอัฟกานิสถาน เดินทางมาด้วย โดยเหตุการณ์นี้ ยังทำให้คนขับรถอีกคนหนึ่ง และทหารอัฟกานิสถาน 1 นายเสียชีวิต

สถานีวิทยุ เอ็นพีอาร์ ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุเอ็นพีอาร์ อีก 2 คนที่เดินทางไปด้วยกับนายกิลคีย์และนายทามันนา อายุ 38 ปี ไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ โดยนายทามันนา ยังทำหน้าที่เป็นช่างภาพ และนักข่าวประจำอัฟกานิสถานด้วย รวมถึงการเป็นล่าม

นายซาฮุลเลาะห์ ทามันนา ล่ามชาวอัฟกานิสถาน(ซ้าย)และนายเดวิด กิลคีย์ นักข่าว-ช่างภาพชาวอเมริกัน เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

นายไมเคิล โอเรสคีส์ รองประธานอาวุโสของสถานีวิทยุ เอ็นพีอาร์ ได้แสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของ นายกิลคีย์ โดยระบุว่า ‘เดวิด กิลคีย์ เป็นนักข่าวสายสงครามที่รายงานข่าวสงครามและความขัดแย้งในอิรักและอัฟกานิสถาน มาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 โดยเขาได้อุทิศตนทำงานเพื่อต้องการช่วยให้สาธารณชนได้เห็นความโหดร้ายของสงครามและประชาชนที่ต้องอยู่ท่ามกลางสงคราม และสุดท้าย เขาได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติตามภารกิจนี้’

ข่าวแจ้งว่า นายกิลคีย์ เป็นนักข่าวสหรัฐฯ คนแรกที่เสียชีวิตนอกพื้นที่ทหาร ในอัฟกานิสถาน โดยการทุ่มเททำงานของเขา ทำให้รับรางวัลมามากมาย รวมทั้งรางวัล Emmy ปี 2550 จากผลงานวิดีโอซีรีส์ เกี่ยวกับชีวิตของนาวิกโยธินสหรัฐฯ จากรัฐมิชิแกน ที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก โดยเมื่อปีที่แล้ว นายกิลคีย์ ยังรับรางวัล เอ็ดเวิร์ด อาร์ มูร์โรว์ จากผลงานข่าวต่างประเทศเบรกกิ้ง นิวส์, ความขัดแย้งทางทหาร และหายนภัยธรรมชาติ

เครื่อง A380 มาเลเซียแอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศผู้โดยสารเจ็บ 34 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632716

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 07:53

 

ภาพแอร์บัส เอ-380 มาเลเซียแอร์ไลน์ส จาก วิกิพิเดีย

เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ-380-800 ของสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH1 จากกรุงลอนดอน-กัวลาลัมเปอร์ ประสบเหตุตกหลุมอากาศเหนืออ่าวเบงกอล ทำให้มีผู้โดยสารเจ็บ 34 ราย ก่อนจะลงจอดอย่างปลอดภัย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2559 เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ-380-800 ของสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH1 เดินทางจากสนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน-กัวลาลัมเปอร์ เจอเข้ากับสภาพอากาศแปรปรวนกะทันหันจากพายุ ขณะบินอยู่เหนืออ่าวเบงกอล

ความเสียหายในเครื่อง เฟซบุ๊กแฟนเพจ A Fly Guy’s Cabin Crew Lounge

รถเข็นใส่อาหาร กระเด็นออกมาจากช่องเก็บ ภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ A Fly Guy’s Cabin Crew Lounge

โดยรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ ของมาเลเซีย รายงานว่า เครื่องบินตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อยราว 34 คน จาก 374 คน รวมทั้งลูกเรือ รถเข็นอาหาร ตู้ลิ้นชักของแกลเลอรี่ หรือครัวบนเครื่อง ล้มระเนระนาด ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนทางเดิน และมีความเสียหายจากแรงกระแทกตามฝาปิดช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ เก้าอี้โดยสาร และถาดหน้าที่นั่ง โดยระหว่างที่เกิดสภาพอากาศแปรปรวนนั้น บนเครื่องมีสัญญาณให้รัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา

ถาดหน้าที่นั่งหลุดออกจากเก้าอี้ ภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ A Fly Guy’s Cabin Crew Lounge

เที่ยวบิน MH1 ตกหลุมอากาศ ภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ A Fly Guy’s Cabin Crew Lounge

จนท.ของมาเลเซียแอร์ไลน์ส ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่มาก และได้มีการส่งต่อไปถึงมือแพทย์ทันทีที่เครื่องบินลงจอดถึงสนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างปลอดภัย รวมทั้งต้องขอโทษอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมได้.

ที่มา  : mirror.co.uk

คนแรกใน14ปี! สาวงามรัฐดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย คว้ามงกุฎมิสยูเอสเอ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632862

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 12:04

 

สาวงามรัฐดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย ทหารหญิงสวยคมประจำกองทัพสหรัฐฯ คว้าตำแหน่งมิสยูเอสเอคนล่าสุด 2016 ขณะที่สาวงามจากฮาวาย ได้รองอันดับ 1 ด้านกองประกวดนางงาม ยกให้เป็นสาวงามที่มีวินัยที่สุดในบรรดาสาวงามที่เข้าร่วมประกวดในปีนี้

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ในที่สุด นางสาว เดสฮอนา บาร์เบอร์ สาวงามผิวสี จากรัฐดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย วัย 26 ปี กลายเป็นสาวสวยที่คว้าตำแหน่งนางงามสหรัฐฯ หรือ Miss USA (มิสยูเอสเอ) คนล่าสุดประจำปี 2016 จากการประกวดนางงามสหรัฐฯ รอบสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นที่ที-โมไบล์ อารีน่าในนครลาสเวกัส  เมื่อค่ำคืนของวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนนับเป็นสาวงามคนแรกจากรัฐดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย ในรอบ 14 ปีที่ครองมงกุฎมิสยูเอสเอเลยทีเดียว ส่วนตำแหน่งนางงามสหรัฐฯ รองอันดับ 1 ได้แก่มิสฮาวาย เชลซี ฮาร์ดิน และรองอันดับ 2 คือ น.ส. เอมาไน เดวิส สาวงามจากรัฐจอร์เจีย

บนเวทีการประกวดรอบสุดท้าย บาร์เบอร์ ทหารหญิงประจำกองทัพสหรัฐฯ และนักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) วัย 26 ปี ได้ตอบคำถามได้อย่างน่าประทับใจเกี่ยวกับศักยภาพของผู้หญิงในกองทัพ โดยบาร์เบอร์ ไม่ลังเลที่จะตอบว่า “ในฐานะเป็นผู้หญิงในกองทัพสหรัฐฯ ฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่รัฐบาลของเราอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปทำงานในทุกหน่วย พวกเราแข็งแรงเท่าผู้ชาย และในฐานะที่ฉันเป็นหัวหน้าหน่วย ฉันมีพลัง อุทิศตน และมันเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้พวกเราตระหนักว่า เรื่องเพศนั้น ไม่ได้จำกัดพวกเราในกองทัพสหรัฐฯ แต่อย่างใด” ซึ่งคำตอบของบาร์เบอร์ได้เรียกเสียงปรบมือดังเกรียวกราว

เดสฮอนา บาร์เบอร์ คว้ามงกุฎนางงามสหรัฐฯ คนล่าสุด ปี 2016

กลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไม่อยู่..ขณะได้รับการสวมมงกุฎมิสยูเอสเอ 2016

ตามรายงานของกองการประกวดนางงามสหรัฐฯ ระบุว่า บาร์เบอร์ นางงามสหรัฐฯ คนล่าสุด จบการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การจัดการธุรกิจที่มหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย จากนั้นได้ไปทำงานด้านนักวิเคราะห์ไอที ที่กระทรวงพาณิชย์ และในฐานะที่พ่อของเธอ เป็นทหารยศจ่าสิบเอก เกษียณราชการ ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิรบในอิรัก หลังจากเกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11 จึงไม่แปลกใจที่เธอตัดสินใจเป็นทหาร และปัจจุบัน บาร์เบอร์ เป็นหัวหน้าหน่วยด้านโลจิสติกส์ ประจำหน่วย ควอเตอร์มาสเตอร์ ดีแทชเมนต์ ที่ฟอร์ต มีเด รัฐแมริแลนด์ โดยกองประกวดได้ยกให้บาร์เบอร์ เป็นสาวงามที่มีวินัยมากที่สุดในบรรดาสาวงามที่เข้าร่วมการประกวดมิสยูเอสเอประจำปีนี้

เดสฮอนา บาร์เบอร์ สาวงามจากดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย ในชุดราตรียาวสีทอง

นาทีแห่งความระทึก …3 สาวงามที่เข้ารอบสุดท้าย จากซ้ายสาวงามจากจอร์เจีย, ฮาวาย และดิสทริค ออฟ โคลัมเบีย

เดินโชว์ในชุดว่ายน้ำ

‘ซุปเปอร์บัก’ มหันตภัยเงียบสะพรึงโลก เมื่อยาฆ่าแบคทีเรียไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/630942

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มิ.ย. 2559 05:30

 

แบคทีเรีย สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส ต้านยาเมธิซิลลิน (ภาพ: gettyimages)

จากกรณีสหรัฐฯ รายงานการพบเชื้อแบคทีเรีย ‘อีโคไล’ ซึ่งพัฒนาเป็นซุปเปอร์บักที่ต้านทานยาปฏิชีวนะหลายชนิด รวมทั้ง ‘โคลิสติน’ ยาที่หมอจะใช้เมื่อยาปฏิชีวนะอื่นๆ ใช้ไม่ได้ผลแล้ว จนถูกเรียกว่าเป็นปราการด่านสุดท้าย ทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องอันตรายของเชื้อดื้อยา ซึ่งอาจคุกคามโลกของเราโดยคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

ยาปฏิชีวนะเป็นยาสำคัญซึ่งใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียให้แก่สิ่งมีชีวิตมานานกว่า 70 ปี โดยมันจะไปขัดขวางกระบวนการที่แบคทีเรียต้องใช้เพื่อการอยู่รอด หรือป้องกันไม่ให้พวกมันเพิ่มจำนวน แต่ทว่ายาเหล่านี้เริ่มมีประสิทธิภาพน้อยลงทุกที และอาจไม่ส่งผลใดๆในที่สุด โดยที่มนุษย์ยังไม่ทางเลือกอื่นๆ ที่จะมาทดแทนยาปฏิชีวนะได้เลย

ภาพเปรียบเทียบผลของยาปฏิชีวนะต่อแบคทีเรีย โดยพบว่า แบคทีเรียในถาดซ้ายซึ่งไม่มียีนดื้อยา รอบหยดยาปฏิชีวนะหายไปเป็นวงกว้าง ขณะที่แบคทีเรียดื้อยาในถาดขวาแทบไม่ลดลงเลย (ภาพ: gettyimages)

ซุปเปอร์บักเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อมนุษย์หรือสัตว์มีอาการป่วยจากเชื้อแบคทีเรีย ในร่างกายจะมีแบคทีเรียก่อโรคชนิดนั้นๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีบางเซลล์ที่มีโมเลกุลของดีเอ็นเอ หรือ ‘พลาสมิด‘ (plasmid) ซึ่งมียีนต้านทานยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือการกลายพันธ์ุ และเมื่อคนไข้ได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ แบคทีเรียเหล่านี้จะยังรอดชีวิต

จากนั้น แบคทีเรียที่ความต้านทานยาปฏิชีวนะก็จะแบ่งเซลล์สร้างแบคทีเรียที่มีพลาสมิดเหล่านี้มากขึ้น ทำให้การป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายต้องทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับเชื้อเหล่านี้

พลาสมิดต้านยาปฏิชีวนะยังสามารถแพร่กระจายภายในหมู่พลเมืองได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแบคทีเรียบางชนิดยังสามารถสร้างเชื้อรุ่นใหม่ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที พลาสมิดยังสามารถส่งผ่านจากแบคทีเรียตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งได้จากการสัมผัสโดยตรง หรือผ่าน พิไล (pili) เส้นใยคล้ายสะพานที่เชื่อมระหว่างเซลล์ นอกจากนี้ ไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า แบคเทอริโอเฟจ(bacteriophage) หรือเรียกย่อๆ ว่า เฟจ ซึ่งเป็นไวรัสที่ต้องอาศัยอยู่กับเซลล์ของแบคทีเรียเพื่อการเจริญและเพิ่มจำนวน ก็สามารถส่งผ่านพลาสมิดไปยังแบคทีเรียตัวอื่นได้เช่นกัน

สายพันธ์ุแบคทีเรียที่มียีนต้านยาปฏิชีวนะหลายๆ ชนิด จะถูกเรียกว่า ซุปเปอร์บัก เช่น เชื้อแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษ ‘สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส ต้านยาเมธิซิลลิน‘ (MRSA) หรือเชื้อ ‘อีโคไลต้านยาโคลิสติน‘ ซึ่งเพิ่งพบเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ โดยซุปเปอร์บักสามารถสร้างปัญหาใหญ่ให้แก่ผู้ให้บริการสาธารณสุข เนื่องจากเหลือยาปฏิชีวนะเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถฆ่าและหยุดการแบ่งตัวของแบคทีเรียพวกนี้ได้

มนุษย์ไม่พบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่มานาน (ภาพ: AFP)

มนุษย์กำลังจะไม่มียาปฏิชีวนะใช้แล้ว

ในขณะที่เชื้อแบคทีเรียกำลังพัฒนาตัวเองให้ต้านทานยาปฏิชีวนะที่มนุษย์มีอยู่ได้ ในทางกลับ การวิจัยเพื่อคิดค้นยาปฏิชีวนะชนิดใหม่เพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียกลับไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย โดยมนุษย์ไม่มีการค้นพบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่มานานถึง 25 ปีแล้ว นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 และในปัจจุบันแบคทีเรียบางสายพันธ์ุต้านทานยาปฏิชีวนะที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อจัดการกับมันเกือบทุกชนิดแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนด้วยว่า มนุษย์ล้าหลังในการแข่งขันกับซุปเปอร์บักนานหลายทศวรรษ พวกเราใช้ประโยชน์จากยาปฏิชีวนะที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเกือบทั้งหมดแล้ว ดังนั้น การสร้างยาตัวใหม่จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานและความรู้มากมาย แต่กลับมีการสนับสนุนทางการเงินให้ทำเช่นนั้นเพียงน้อยนิด เพราะบริษัทเภสัชกรรมต่างๆ มุ่งเน้นในการผลิตยาสำหรับโรคเรื้อรังมากกว่า เพื่อแสวงหาผลกำไรจากยาชนิดใหม่ให้ได้มากที่สุด

ตัวเลขประเมินผู้เสียชีวิตจากซุปเปอร์บักในทวีปต่างๆ (ภาพ: BBC)

ในปี 2050 แบคทีเรียดื้อยาจะฆ่าคนมากกว่าโรคมะเร็ง

ปัจจุบัน เชื้อแบคทีเรียดื้อยาทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700,000 คนทั่วโลกในแต่ละปี แต่ผลการศึกษาเมื่อปี 2014 ของนักเศรษฐศาสตร์ จิม โอ’นีลล์ ชี้ว่า ภายในปี 2050 ซุปเปอร์บักจะทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงปีละ 10 ล้านคน มากกว่าโรคมะเร็งทุกชนิดรวมกัน หากโลกไม่มีมาตรการเพื่อรับมือเรื่องนี้

โอ’นีลล์ระบุว่า ผลกระทบจากเชื้อดื้อยาจะส่งผลแต่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เกิดใหม่อย่างกลุ่ม บริค (Bric: บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน) และกลุ่มมินต์ (Mint: เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, ไนจีเรีย และตุรกี) มาที่สุด “ในปี 2050 ผู้เสียชีวิต 1 จาก 4 รายของไนจีเรียจะมีสาเหตุมาจากเชื้อดื้อยา ขณะที่อินเดียอาจมีประชากรเสียชีวิตเพราะซุปเปอร์บักถึง 2 ล้านคนทุกปี”

ทีมวิจัยเชื่อว่า รายงานชิ้นนี้แสดงให้เห็น การประเมินผลกระทบจากความล้มเหลวในการรับมือเชื้อดื้อยาต่ำเกินไปอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขที่ออกมายังไม่รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับระบบสาธารณสุขในโลกที่ยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะการผ่าตัด, การรักษามะรังด้วยวิธีคีโมบำบัด ล้วนต้องพึ่งพายาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทั้งสิ้น และเมื่อยาปฏิชีวนะใช้ได้ผลแล้ว แม้แต่แผลของมีคมบาด ก็อาจติดเชื้อจนทำให้ถึงตายได้

มนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยีนดื้อยาแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว (ภาพ: AFP)

มนุษย์นี่แหละ ทำปัญหาเลวร้ายขึ้น

ผลการวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า พฤติกรรมของมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยีนต้านยาปฏิชีวนะในแบคทีเรียแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและสาธารณสุข เพราะการต้านทานมักเกิดขึ้นในที่ที่แบคทีเรียสัมผัสกับยาปฏิชีวนะบ่อยๆ และมีมนุษย์หรือสัตว์จำนวนมากให้เป็นทีอยู่อาศัย แบคทีเรียต้านยาปฏิชีวนะสามารถแพร่กระจายจากฟาร์มต่างๆและโรงพยาบาลเข้าสู่สังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านระบบน้ำประปา จากนั้นผู้คนก็ส่งต่อแบคทีเรียเหล่านี้ให้แก่กันและกันด้วยการไอ หรือสัมผัสกับมือที่ไม่สะอาด

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 2015 องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า ประชาชนทั่วโลกกำลังสับสนอย่างน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับบทบาทของยาปฏิชีวนะและวิธีการใช้ยานี้ให้ถูกต้อง ซึ่งการเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ยิ่งทำให้ซุปเปอร์บักมีปริมาณมากขึ้น

ผลการสำรวจความตระหนักรู้ของสังคมของ WHO ซึ่งมีผู้รับการสำรวจ 10,000 คนจาก 12 ประเทศคือ บาร์บาดอส, จีน, อียิปต์, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ไนจีเรีย, รัสเซีย, เซอร์เบีย, แอฟริกาใต้, ซูดาน และเวียดนาม พบว่า ผู้รับการสำรวจถึง 64% เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิงว่า ยาจำพวกเพนิซิลินและยาปฏิชีวนะอื่นๆ สามารถรักษาโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อเชื้อไวรัสเลย

ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดเชื้อดื้อยามากขึ้น (ภาพ: gettyimages)

ผู้รับการสำรวจราว 1 ใน 3 มีความเชื่อผิดๆว่า พวกเขาควรหยุดรับยาปฏิชีวนะเมื่อพวกเขามีอาการดีขึ้นแล้ว แทนที่ทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง ขณะที่ผู้รับการสำรวจราว 30% คิดว่าการดื้อยาหมายถึง การที่ร่างกายต้านทานยาปฏิชีวนะ แต่ความจริงคือ เชื้อแบคทีเรียต่างหากที่ต้านทานผลของยา ทำให้การรักษายากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้รับการสำรวจประมาณ 66% เชื้อว่าพวกเขาไม่มีความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยา หากพวกเขาทานยาปฏิชีวนะครบตามแพทย์สั่ง และราว 50% คิดว่าการดื้อยาจะเกิดกับผู้ที่กินยาปฏิชีวนะบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าใคร, อยู่ที่ใด, อายุเท่าไร ก็สามารถติดเชื้อซุปเปอร์บักได้ทั้งนั้น

นายเคอิจิ ฟุคุดะ ผู้แทนพิเศษด้านเชื้อต้านยาต้านจุลชีพ กล่าวว่า “การค้นพบครั้งนี้ ชี้ให้ความเร่งด่วนของการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ” ส่วนนางมาการ์เร็ต ชาน ผู้อำนาจการ WHO เรียกร้องให้แพทย์ทำความเข้าใจกับคนไข้ ไม่ให้พวกเขาขอยาปฏิชีวนะเพื่อใช้รักษาโรคที่ยาไม่ได้ผล และขอให้คนไข้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ถูกต้อง

เครื่องฉายแสงแสดงให้เห็นเชื้อโรคบนมือ (ภาพ: gettyimages)

ประชาคมฯ แอฟริกาถกต้าน โบโก ฮาราม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632652

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มิ.ย. 2559 05:00

 

(ภาพ: AFP)

ผู้นำชาติภูมิภาคทวีปแอฟริกาตะวันตกร่วมประชุมสุดยอดประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) ที่กรุงดาการ์ เมืองหลวงเซเนกัล เพื่อพัฒนาความร่วมมือกันต่อต้านภัยก่อการร้ายจากกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรง “โบโก ฮาราม” ซึ่งก่อความไม่สงบในภูมิภาคตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ทางภาคตะวันตกของทวีป ทั้งในประเทศไนเจอร์และไนจีเรีย

เหตุรุนแรงระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธกับฝ่ายรัฐบาล ที่เมืองบอสโซ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไนเจอร์ ซึ่งมีชายแดนติดกับไนจีเรีย ทำให้ทหารไนเจอร์และไนจีเรียเสียชีวิตมากกว่า 32 ศพ บาดเจ็บเกือบ 70 นาย และถือเป็นการโจมตีของกลุ่มโบโก ฮารามครั้งนองเลือดสุดนับแต่เดือน เม.ย.ปีกลาย

นายแมคกี ซอลล์ ประธานาธิบดีเซเนกัล ซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานการประชุมครั้งนี้ เผยว่า ความร่วมมือของชาติภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกจะร่วมแบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรอง ขณะที่ผู้นำบางประเทศไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพราะยังมีปัญหากับเซเนกัลเรื่องพรมแดนพิพาท โดยเฉพาะผู้นำแกมเบียกับเจ้าภาพเซเนกัล

ทั้งนี้ ความรุนแรงอันเกิดจากภัยคุกคามของกลุ่มติดอาวุธโบโก ฮาราม นานกว่า 7 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20,000 คน ต้องพลัดพรากถิ่นฐานมากกว่า 2.6 ล้านคน.

ฝรั่งเศสโล่ง ระดับน้ำท่วมเริ่มลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632651

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มิ.ย. 2559 04:30

 

(ภาพ: AP)

ความคืบหน้าภัยธรรมชาติแม่น้ำแซนของฝรั่งเศสเอ่อล้นไหลท่วมกรุงปารีส ทำให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและขนย้ายงานศิลปะกว่า 250,000 ชิ้นออกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ชื่อดัง แต่เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลงมาอยู่ที่ 5.99 เมตร และอาจลดลงอีกเป็น 4 ม. ทำให้การจัดนิทรรศการที่กรองด์ ปาแล ริมน้ำในกรุงปารีส กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อ 5 มิ.ย. คงเหลือพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ สถานีรถไฟบางแห่ง และตามสถานที่สำคัญที่ยังคงปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ขณะที่น้ำท่วมยังกระทบหลายพื้นที่ของยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทางการหวั่นกระทบถึงการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากเฉลี่ยถึงปีละ 30 ล้านคน ให้ได้ภายในปี 2573 ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมยุโรปในฝรั่งเศสอย่างน้อย 4 คน เยอรมนี 11 คน โรมาเนีย 2 คน และเบลเยียม 1 คน

วันเดียวกัน เกิดพายุถล่มเข้ารัฐนิวเซาท์เวลส์ ชายฝั่งทะเลตะวันออกของออสเตรเลีย รวมถึงนครซิดนีย์ ลมพัดแรงในระดับสูงสุด 90 กม./ชม. ทำให้ต้นไม้ล้มหักโค่น ประชาชนหลายพันคนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ สนามบินซิดนีย์ต้องปิดรันเวย์ 2 ใน 3 เส้นทาง ส่งผลกระทบเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าหลายพื้นที่จะมีฝนตกตามมาในปริมาณน้ำฝน 100-200 มม.

ระทึก! มือปืนยิงรถบัสนักท่องเที่ยวในฝรั่งเศส เจ็บ 6 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632654

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 03:30

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุคนร้ายยิงปืนเข้าใส่รถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยวบนถนนสายหนึ่งในภาคตะวันตกของประเทศฝรั่งเศสเมื่อคืนวันเสาร์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ยังจับผู้ต้องสงสัยไม่ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุมือปืนไม่ทราบฝ่ายและจำนวนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถบัสนักท่องเที่ยวคันหนึ่ง บนมอเตอร์เวย์ในภาคตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 มิ.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังหาตัวผู้ต้องสงสัยไม่พบ

รถบัสที่ประสบเหตุกำลังพานักท่องเที่ยวชาวเช็ก ซึ่งบางส่วนเป็นเด็กนักเรียน เดินทางจากประเทศฝรั่งเศสไปยังสาธารณรัฐเช็ก ก่อนเกิดเหตุบนมอเตอร์เวย์สาย เอ7 ครึ่งทางระหว่างเมืองลียงกับเมืองมาร์แซย์ โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุใช้ปืนไรเฟิลล่าสัตว์ยิงจากสะพานเหนือถนนสายนี้

ด้านนาย อเล็กซ์ แพร์แรง อัยการฝรั่งเศสในจังหวัดโดรม ระบุว่า กระสุนปืน 2 นัดทำลายกระจกหน้าและหลังของรถบัสคันนี้ โดยเศษกระจกกระเด็นถูกผู้โดยสารจนได้รับบาดเจ็บ 6 คน ในจำนวนนี้มีเด็กด้วย 1 คน และมีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ตา “เรายังไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะเชื่อว่า รถบัสคันนี้ตกเป็นเป้าหมายแทนที่จะเป็นคันอื่น” นายแพร์แรง กล่าว

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ตำรวจถูกส่งไปประจำการบนสะพานเหนือถนน เอ7 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรายขึ้นอีก ขณะที่ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย.