เศร้า! น้ำท่วมกลางดึกในเท็กซัส คร่าหญิงมะกัน-หลานอีก 4 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613722

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 23:50

 

(ภาพ: AP)

เกิดเหตน้ำท่วมฉับพลันในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กถึง 4 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุน้ำท่วมบ้านเรือนในเมืองแพลลิสทีน ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้หญิงวัย 64 ปี และหลายอีก 4 คน อายุ 6, 7, 8 และ 9 ปีเสียชีวิต แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อของพวกเขา

เจมส์ มูนิซ ผู้บังคับการตำรวจเมืองพาเลสทีน ระบุว่า กระแสน้ำพัดมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว น้ำก็ท่วมถึงเอว, หน้าอก จากนั้นก็ท่วมถึงแนวหลังคา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมากมาย และได้รับโทรศัพท์จากหญิงวัย 64 ปีรายนี้ แจ้งว่าหลานๆของเธอหายไปในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานอื่นๆช่วยออกตามหา จนกระทั่งพบศพของพวกเขาเมื่อน้ำลงในเวลา 3:45น.

ทั้งนี้ เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุรุนแรงที่พัดถล่มในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ โดยพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเท็กซัส, ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโอกลาโฮมา, ทางตะวันออกเฉียงหนือของรัฐลุยเซียนา และทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐอาคันซอ ยังคงเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน

ทางการรัฐเท็กซัสต้องประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติในเขต ลินเดล เคาน์ตี และ สมิธ เคาน์ตี นอกจากนี้ยังทำให้เกิดฝนตกหนักทุบสถิติเมืองลิตเติล ร็อค รัฐอาคันซอ และคาดว่าจะทำใหเกิดฝนตกหนักในพื้นที่บางส่วนของรัฐลุยเซียนาและเท็กซัสด้วย

เคนยาช็อก! ฝนตกหนัก ทำตึก 6 ชั้นถล่ม ฝังทับคนอื้อ พบศพแล้ว 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613654

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 18:54

 

โศกนาฏกรรมสลด…ตึกที่พักอาศัยสูง 6 ชั้นในกรุงไนโรบี เมืองหลวงเคนยา ทรุดตัวถล่มครืน หลังฝนตกหนักไม่ลืมหูลืมตาทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดับแล้วอย่างน้อย 7 ทางการเร่งระดมส่งทีมกู้ภัยช่วยเหลือผู้ติดอยู่ใต้ซากตึก ซึ่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีจำนวนเท่าใด

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสลด อาคารที่พักอาศัยสูง 6 ชั้นแห่งหนึ่ง ในกรุงไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนยา เกิดทรุดตัวถล่มลงมาฝังทับร่างผู้เคราะห์ร้ายในอาคาร หลังจากเกิดฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 คน ขณะที่ ทางการเคนยา ได้ระดมส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมาอย่างเร่งด่วน ซึ่งไม่ทราบว่ามีจำนวนมากน้อยเท่าใด และมีผู้ได้รับความช่วยเหลือออกมาได้แล้วอย่างน้อย 121 คน

ข่าวแจ้งว่า ฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนัก เป็นเหตุให้เกิดดินถล่ม และไหลลงมาซัดบ้านเรือนจนพังเสียหายหลายหลัง ตลอดจนน้ำท่วมถนน โดยมีผู้เสียชีวิตจากฝนตกหนักในกรุงไนโรบีอีก 4 คน เนื่องจากฝาบ้านพังถล่มทับ รวมกับผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม ทำให้มีเหยื่อเคราะห์ร้ายจากฝนตกหนักรวมแล้วถึง 14 คน

สถานีโทรทัศน์ช่อง KTN ในเคนยา รายงานด้วยว่า มีการอพยพผู้คนที่พักอยู่ในตึกใกล้เคียงกับอาคารที่พักอาศัยที่พังถล่ม เพราะเกรงว่าตึกจะถล่มตามมา ขณะที่มีบ้านเรือนกว่าพันหลังในกรุงไนโรบีได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน

เด็กหญิงรัสเซียทำยังไง? แอบขึ้นเครื่องบินฉลุย แบบไม่มีตั๋ว (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613638

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 17:00

 

(ภาพจากยูทูบ:worldBreakNews)

‘ซนจริงๆ นะหนู’…เด็กหญิงรัสเซียวัย 11 ขวบ อยากนั่งเครื่องบินดูบ้าง ฉวยโอกาสหลังเลิกเรียน แอบมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินในมอสโก ไปยังเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก โดยไม่มีตั๋วโดยสาร แถมยังผ่านด่านตรวจเช็กความปลอดภัยของสนามบิน และเล็ดลอดสายตาพนักงานสายการบินจนขึ้นเครื่องฉลุย

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงานความซุกซนแถมใจกล้า ของเด็กหญิงชาวรัสเซีย วัยเพียง 11 ขวบ ซึ่งไม่เคยขึ้นเครื่องบินไปไหนไกลๆ มาก่อน อยากจะลองนั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต ถึงขั้นฉวยโอกาสหลังเลิกเรียน มายังสนามบินวานูโคโว ในกรุงมอสโก และรอจังหวะแฝงตัวไปกับกลุ่มผู้โดยสาร เพื่อจะได้เล็ดลอดสายตาพนักงานของสายการบินรอสซิยาจนสามารถขึ้นเครื่องบิน โดยไม่มีตั๋ว ไปยังนครเซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก ได้สำเร็จ ก่อนต่อมา พ่อแม่ต้องตกตะลึงอย่างหนักเมื่อโทรหาลูกสาวแล้วรู้ว่าลูกไปอยู่ถึงที่สนามบินนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก หลังจากไม่เห็นลูกสาวกลับจากโรงเรียน

เว็บไซต์ เดลี่เมล รายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ขณะเด็กหญิงรัสเซียวัย 11 ขวบคนนี้ ซึ่งมีกระเป๋าเป้สะพายหลัง อาศัยจังหวะเดินตามหลังผู้โดยสารหลายคนผ่านเคาน์เตอร์เช็กตั๋วผู้โดยสารแอบขึ้นเครื่องบิน โดยไม่มีตั๋วโดยสารและไม่ต้องแสดงตัว อีกทั้งยังไม่มีพนักงานสายการบินสังเกตเห็นหรือสอบถามว่าเด็กหญิงคนนี้มีบอร์ดดิ้งพาสหรือไม่แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องนี้ดังครึกโครมขึ้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่รัสเซียต้องดำเนินการสอบสวนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินในรัสเซีย ที่ทำไมจึงมีเด็กผู้หญิงสามารถผ่านจุดตรวจความปลอดภัยเข้ามาได้โดยตลอดจนสามารถขึ้นเครื่องบินจากกรุงมอสโกไปถึงนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กได้ เมื่อวันจันทร์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา และหลังจากเด็กหญิงมาถึงสนามบินพูลโคโว ในนครเซนต์ ปีตอร์สเบิร์ก ในอีก 90 นาทีต่อมาแล้ว หนูน้อยก็นั่งอยู่ที่สนามบินและทันใดนั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์จากพ่อแม่ดังขึ้น เพื่อถามลูกว่าอยู่ที่ไหน

ข่าวแจ้งว่า หลังจากหายช็อกแล้ว พ่อแม่จึงได้โทรไปยังเจ้าหน้าที่สนามบินแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาลูกของพวกเขาและมอบตัวลูกให้กับเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เพื่อจะได้เป็นธุระส่งตัวลูกสาวกลับมายังกรุงมอสโก.

ชมคลิป ที่นี่

อเมริกาชักจะยุ่ง! ทรัมป์ เจอม็อบต้านเดือดที่แคลิฟอร์เนีย สกัดหาเสียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613512

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 11:35

 

โดนัลด์ ทรัมป์ เจอม็อบชาวอเมริกันต้านรุนแรงแล้ว.. กลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนค้านนโยบายของทรัมป์ เผชิญหน้าตำรวจปราบจลาจล ถึงขั้นลุกฮือฝ่าแนวแท่งแบริเออร์ปาไข่ใส่ ตร.และกรูเข้าไปในบริเวณด้านหน้าโรงแรมในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทรัมป์จะมาปราศรัยหาเสียง

เมื่อ 30 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดม็อบชาวอเมริกันต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯขึ้นแล้ว เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านจำนวนหลายร้อยคนได้รวมพลังชุมนุมต่อต้านทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์กที่จะมาหาเสียงที่ โรงแรมไฮแอต รีเจนซี ในเมืองเบอร์ลินเกม รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เม.ย. โดยนอกจากจะเผชิญหน้ากับตำรวจปราบจลาจลแล้ว มีบางส่วนยังได้กรูฝ่าแนวแท่งแบริเออร์ที่ตำรวจนำมากั้นบริเวณทางเข้าโรงแรม ขว้างปาไข่ใส่ตำรวจและเข้าไปใช้ทุบทำลายหน้าโรงแรมด้วยความไม่พอใจ

การชุมนุมประท้วงที่ด้านนอกโรงแรม ทำให้การปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ต้องเลื่อนล่าช้าออกไป หลังจากเขาและทีมงานได้ขึ้นเฮลิคอปตอร์ มาลงบริเวณใกล้กับโรงแรมและเข้าไปในโรงแรมโดยใช้ประตูด้านข้าง โดยระหว่างกล่าวหาเสียงกับผู้สนับสนุนที่ห้องประชุมในโรงแรมไฮแอต รีเจนซี โดนัลด์ ทรมป์ ยังพูดติดตลกถึงความยากลำบากกว่าที่จะได้เข้ามาในโรงแรมแห่งนี้ว่า ถือเป็นทางเข้าที่ไม่ง่ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา และทำให้รู้สึกเหมือนกำลังข้ามชายแดนยังไงยังงั้น

ประท้วงต้านโดนัลด์ ทรัมป์

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่ทรัมป์ หาเสียงอยู่นั้น กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ จำนวนมาก ยังคงปักหลักประท้วงที่ด้านนอกโรงแรม ต่อต้านจุดยืนของทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองที่จะสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก ซึ่งรัฐบาลเม็กซิโกจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ ในฐานะที่ชาวเม็กซิโกที่ลักลอบเข้าเมืองได้เข้ามาก่อคดีอาชญากรรมและนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศสหรัฐฯ

เผชิญตำรวจปราบจลาจล

ทุบกระจกด้านหน้าโรงแรม

ทั้งนี้ จากนโยบายด้านคนเข้าเมืองของทรัมป์ ทำให้เขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันเชื้อสายลาติน ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐที่มีประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิโกจำนวนมาก จึงคาดว่าการประท้วงต่อต้านทรัมป์ในรัฐแคลิฟอร์เนียจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย วันที่ 7 เดือนมิถุนายน ขณะที่ การเลือกตั้งขั้นต้นในหลายๆ รัฐที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้สมัครของพรรครีพับลิกันที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุด จนทำให้ทรัมป์กล้าจะเรียกตัวเองว่า น่าจะได้เป็นตัวแทนของพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯปลายปีนี้

ฮ.นอร์เวย์ร่วงดับ 13 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613354

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 เม.ย. 2559 05:15

 

เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีผู้โดยสาร 11 คน และนักบิน 2 คน ตกใกล้เกาะทูรอย ใกล้เมืองเบอร์เกน ทางภาคตะวันตกของนอร์เวย์ เมื่อ 29 เม.ย. คาดว่าคนบนเครื่องทั้ง 13 คน เสียชีวิตทั้งหมด เพราะหน่วยกู้ภัยค้นไม่พบผู้รอดชีวิต ฮ.ลำนี้บินออกจากบ่อน้ำมัน “กัลแฟคส์” ของบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ “สแตทออยล์ เอเอสเอ” ของรัฐบาลนอร์เวย์ในทะเลเหนือ เพื่อมุ่งสู่เมืองเบอร์เกน พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ฮ.เกิดระเบิดและไฟลุกไหม้ควันขโมงขณะตก หลังเกิดเหตุ นางเออร์นา ซอลเบิร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่ารู้สึกสยดสยองมากและเฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่บริษัทสแตทออยล์ สั่งห้าม ฮ.รุ่นนี้ขึ้นบินทั้งหมดชั่วคราว.

พบไหสมบัติโรมัน เหรียญอายุกว่าพันปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613352

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 เม.ย. 2559 05:01

 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. กลุ่มแรงงานก่อสร้างชาวสเปน ได้ขุดพบสมบัติยุคโรมันโบราณโดยบังเอิญ ระหว่างขุดเจาะวางระบบท่อน้ำ ใกล้เมืองโทมาเรส จังหวัดเซวิลล์ ทางภาคใต้ของสเปน เป็นไหจำนวน 19 ชิ้น ภายในบรรจุเหรียญสำริดและเหรียญสำริดชุบเงิน น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม โดยนางอานา นาวาร์โร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์โบราณคดีจังหวัดเซวิลล์ เปิดเผยว่า จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเหรียญดังกล่าวมีอายุอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 200-300 หรือเมื่อกว่า 1,800 ปีก่อน สภาพสมบูรณ์เพิ่งถูกทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งตอนนั้นอาจเตรียมมาเพื่อใช้จ่ายเงินเดือนให้แก่กองทัพโรมันหรือข้าราชการที่ประจำอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรียหรือสเปนในปัจจุบัน การค้นพบครั้งนี้ถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องการประเมินค่านั้นประมาณการเบื้องต้นอยู่ที่ 2-3 ล้านยูโร หรือประมาณ 80-120 ล้านบาท ขณะที่ทางการท้องถิ่นสั่งให้ยุติการวางท่อน้ำชั่วคราว เพื่อให้นักโบราณคดีมาขุดสำรวจต่อไป.

ชมลั่นโซเชียล! ดูแล้วน้ำตาจะไหล นศ.สาวเปรู ให้ไออุ่นสุนัขจรจัดเปียกฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613247

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 17:35

 

(ภาพจากยูทูบ : Random Topic)

ภาพที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น…สาวน้อยนักศึกษาในเปรู สงสารสุนัขจรจัดตัวเล็กนิดเดียวเปียกฝน ไม่รีรอเข้าช่วยเหลือถึงขั้นเช็ดตัวให้แห้งและให้มันได้รับความอบอุ่นจากเสื้อวอร์มของเธอเอง ขณะที่มีคนเห็นเหตุการณ์ประทับใจเข้าพอดี จึงบันทึกภาพและเผยแพร่ทางโซเชียล จนชาวเน็ตแห่ดูและชื่นชมล้นหลาม

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.59 เว็บไซต์มิเรอร์ ในอังกฤษ เผยแพร่ภาพที่สร้างความซาบซึ้งใจมาก จนชาวเน็ตเข้ามาดูและแชร์ภาพสนั่นบนโลกออนไลน์ในเวลารวดเร็ว เป็นภาพของ นักศึกษาหญิงอายุน้อยคนหนึ่ง ที่เมืองฮวนคาโย ในประเทศเปรู ได้ให้ความช่วยเหลือสุนัขจรจัดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ที่เธอเดินมาเห็นมันกำลังหลบฝนอยู่ริมชายคาบ้าน แต่ไม่อาจรอดพ้นจากสายฝนและความหนาวเย็นไปได้ จึงทำให้นักศึกษาหญิงที่อยู่ในชุดกีฬาไม่รีรอที่จะให้ความอบอุ่นแก่เจ้าสุนัขตัวน้อยตัวนี้ด้วยความสงสาร ถึงขนาดให้มันเข้ามาอยู่ในเสื้อวอร์มและเช็ดตัวมันให้แห้งด้วยเสื้อวอร์มของเธอ

ภาพประทับใจนี้ ถูกบันทึกโดยคนที่เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ขณะสาวน้อยก้มลงให้ความช่วยเหลือสุนัขจรจัดตัวน้อยไม่ให้มันเปียกฝน จากนั้นก็ได้เผยแพร่ภาพนี้ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความว่า ‘ดูสิ… ยังมีคนที่ห่วงใยสัตว์ จนทำให้ฉันตื้นตันด้วยความสุข ที่ได้เห็นเธอเช็ดตัวสุนัขตัวเล็กด้วยเสื้อวอร์มโดยไม่สนใจคนอื่นว่าจะคิดอย่างไร ถ้าพวกเราได้ทำตามสิ่งที่เธอทำ ฉันมั่นใจว่าคุณจะอยู่ในประเทศที่แตกต่างไปจากเดิม’

มิเรอร์ ออนไลน์ ยังรายงานว่า มีชาวเน็ตเข้าไปดูภาพประทับใจนี้แล้วกว่า 250,000 ครั้ง และมีการแชร์ภาพส่งต่อแล้วเกือบ 1,230 ครั้ง พร้อมกับเขียนข้อความชื่นชมสาวน้อยผู้นี้อย่างมากมาย ขณะที่เพื่อนๆ ร่วมชั้น เผยในเวลาต่อมาว่า หญิงสาวในภาพ มีชื่อว่า ดาเนียลา เซกูรา โมราเลส เป็นนักศึกษาวิศวะ ขณะที่สาวน้อยได้ตอบข้อความที่ชื่นชมเธอมาอย่างมากมายเพียงสั้นๆ ว่า ‘เธอไม่รู้จะพูดอะไร’.

ทำเสียชื่อ! ครอบครัวชาวอังกฤษโดนทำร้ายที่หัวหิน ประกาศไม่มาไทยอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613209

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 16:30

 

ประเทศชาติเสียชื่อหมด…สื่อแดนผู้ดีตีข่าวไปทั่วโลก ครอบครัวชาวอังกฤษตระกูลโอเว่น ประกาศจะไม่กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกแล้ว หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกายที่อ.หัวหิน ขณะเดินเที่ยวเล่นน้ำในวันสงกรานต์ จนได้รับบาดเจ็บทั้ง3คน พ่อโดนเย็บไป 6 เข็ม ส่วนลูกชายซึ่งทำงานเป็นกราฟิก ดีไซเนอร์ที่สิงคโปร์ เจอเย็บ 16 เข็ม

เมื่อ 29 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศ เว็บไซต์ เดลี่ เมล์ในอังกฤษ รายงานเกาะติดเหตุการณ์ครอบครัวชาวอังกฤษตระกูลโอเว่น ประกอบด้วยพ่อแม่ลูก 3 คน โดนกลุ่มชายฉกรรจ์คนไทยทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดการกระทบกระทั่งจากการเดินชนกัน ขณะที่ครอบครัวชาวอังกฤษทั้ง 3 คนเดินเที่ยวฉลองวันสงกรานต์ในอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ครอบครัวตระกูลโอเว่นทั้ง 3 คน ประกอบด้วย ผู้เป็นพ่อวัย 68 ปี นางโรสแมรี่ มารดา วัย 65 ปี และนายลูวิส โอเว่น บุตรชายวัย 43 ปี ประกาศว่าพวกเขาจะไม่กลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกแล้ว

เดลี่ เมล์ แจ้งว่านายลูวิส โอเว่น ซึ่งทำงานเป็นกราฟิก ดีไซเนอร์ ในประเทศสิงคโปร์ เผยว่าเขาและครอบครัวมาพักผ่อนที่อำเภอหัวหินขณะถูกทำร้ายร่างกาย โดยพ่อและแม่ของเขามาจากประเทศเวลส์ ซึ่งทั้งคู่เคยมาเที่ยวในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน

ภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่พ่อแม่ลูกชาวอังกฤษโดนทำร้ายร่างกายที่ อ.หัวหิน

‘ผมจะไม่กลับมาประเทศไทยอีก พ่อและแม่ของผมก็เหมือนกัน จะไม่กลับมาเมืองไทยอีกแล้ว’ ลูวิส โอเว่น กล่าว พร้อมบอกว่า ตอนนี้พ่อและแม่ของเขาอาการดีขึ้นแล้ว หลังจากพ่อ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทด้านเครื่องจักรกลในเมืองคาร์ดิฟฟ์ โดนเย็บที่ศีรษะไป 6 เข็ม ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ และตาทั้งสองข้างก็เขียวคล้ำจากการถูกทำร้าย ส่วนแม่นั้น เขามีความเป็นห่วงน้อยกว่า เพราะตอนนี้อาการปูดบวมที่ศีรษะไม่ส่งผลกระทบต่อสมอง แต่คงต้องตรวจเช็กบางอย่างอีก ส่วนตัวเขานั้น ได้รับบาดเจ็บเหนือตีนผมบนศีรษะ จนโดนเย็บไป 16 เข็ม

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นช่วงเวลาเกิดเหตุ ตอนค่ำของวันที่ 13 เมษายน 59 โดยนายลูวิส โอเว่น โดนกลุ่มผู้ชายผลักล้มลงไปก่อน ขณะที่แม่ของเขาพยายามจะเข้ามาชี้แจง จากนั้น พ่อของนายลูวิสก็โดยต่อยจนล้ม โดยเมื่อวันที่ 29 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน สามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุรุนแรงทำร้ายร่างกายครอบครัวชาวอังกฤษทั้ง 3 คน รายที่ 4 ได้แล้ว.

ไทยร้อนจัดขั้นวิปริต!! นาซาโชว์ภาพดาวเทียม อุณหภูมิสูงสุดในรอบ56ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613136

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 14:20

 

(ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์ gizmodo.com)

คนไทยเผชิญสภาพอากาศร้อนสุดๆ ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซาแสดงให้เห็นคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมประเทศไทย ในเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงสุดถึง 44.4 องศา ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 56 ปี

เว็บไซต์ gizmodo.com เผยแพร่ภาพคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทย โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ชี้ให้เห็น สภาพอากาศของไทยในเดือนเมษายน 2559 ร้อนจัดมาก ถึงแม้ อากาศในเดือนเมษายนของไทยในหลายปีที่ผ่านมา จะร้อนเสมอเพราะเป็นฤดูร้อน แต่เมษายน ปีนี้ แตกต่างไปจากปีที่ผ่านๆ มา อากาศร้อนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศในไทย ช่วงเดือนเมษายน ทะลุกว่า 40 องศาเซลเซียส และสูงสุดถึงขั้น 44.27 องศาเซลเซียส

สำหรับภาพถ่ายดาวเทียม แสดงคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยดังกล่าวของนาซา จัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศ 2 ดวง คือ เทอร์ราและอาคัวของนาซา ซึ่งแสดงให้เห็น บริเวณประเทศไทยทางภาคกลางตอนบน ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสีเหลือง ซึ่งถือเป็นบริเวณอากาศร้อนจัดที่สุด ขณะที่ประเทศอินเดีย ในภูมิภาคเอเชียใต้ก็มีสีเหลือง คือเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนจัดเช่นกัน ซึ่งจากอากาศที่ร้อนจัดในประเทศไทย ได้สร้างสถิติ อุณหภูมิสูงสุดถึง 44.44 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 56 ปีเลยทีเดียว

ดินแตกระแหง ฝนไม่ตกมานาน

นอกจากนั้นแล้ว จากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรงที่สุดในช่วง 65 ปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลไทยได้แจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลสุขภาพ ไม่ควรทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด ดื่มน้ำให้มาก และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วย อย่างเช่น ท้องเสีย

ที่มา http://gizmodo.com/thailands-insane-heatwave

สหรัฐฯชี้ไทยติดกลุ่มต้องตรวจสอบลิขสิทธิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612888

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 เม.ย. 2559 07:30

 

(ภาพ: AFP)

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เผยแพร่รายงานประจำปี “สเปเชียล 301 รีพอร์ต” (Special 301 Report) ศึกษาและสำรวจการละเมิดลิขสิทธิ์และลอกเลียนแบบทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯในประเทศหุ้นส่วนการค้า 73 ชาติทั่วโลกในรอบปี 2558 ระบุจีน รัสเซียและอินเดียอยู่ในกลุ่ม 11 ประเทศปล่อยให้มีละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าของสหรัฐฯอย่างรุนแรงทั้งเพลง ภาพยนตร์และสินค้าอื่นๆ อยู่ในข่าย “รายชื่อที่ต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษ” (Priority watch list) ส่วนอีก 8 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย อาร์เจนตินา ชิลี อินโดนีเซีย คูเวต ไทย ยูเครนและเวเนซุเอลา อยู่ในกลุ่มที่ต้องทุ่มเทความสนใจและตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกคว่ำบาตรถ้าสหรัฐฯนำเรื่องฟ้องร้องถึงองค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่เอกวาดอร์และปากีสถาน ถูกปรับหลุดโผรายชื่อดังกล่าวในปีนี้ เพราะเอกวาดอร์นำบทลงโทษคดีอาญามาใช้แก่ผู้กระทำผิด ส่วนปากีสถานได้ตั้งศาลขึ้นไต่สวนคดีทำนองนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์จัดให้อีก 23 ประเทศ อยู่ในกลุ่ม “รายชื่อที่ต้องจับตามอง” (Watch list) ซึ่งจำเป็นต้องพูดคุยปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาด้วย รวมถึงแคนาดา ตุรกีและเวียดนาม ยูเอสทีอาร์ยกตัวอย่างสวิตเซอร์แลนด์โดยทั่วไปถือเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา แต่กลับพบว่ากลายเป็นแหล่งที่ตั้งของเว็บไซต์ขายสินค้าปลอมหรือลอกเลียนแบบอยู่หลายแห่ง.