หญิงฝรั่งเศสฟ้องหมอฟัน แพร่คลิปวงจรปิดเห็นเธอขโมยกระเป๋าในคลินิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614152

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

หญิงฝรั่งเศสวัย 52 ปี ฟ้องร้องหมอฟันผู้แพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพหลักฐานว่าเธอขโมยกระเป๋าถือในคลินิก โดยอ้างว่าได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักทางจิตใจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงฝรั่งเศสวัย 52 ปียอมรับว่าได้ขโมยกระเป๋าถือในคลินิกหมอฟันที่เมืองนองซี่ แต่เธอกลับจะยื่นฟ้องเหยื่อของเธอที่ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดขณะเธอกำลังทำการขโมยบนอินเทอร์เน็ต ทนายความของเธอเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“ลูกความของผมได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักทางจิตใจ เธอจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย” พอล เคเร ทนายความของหญิงหัวขโมยระบุ “การเผยแพร่ภาพที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นใครสู่สาธารณะ “เป็นกระบวนการที่โลดโผน และคาดไม่ถึง” ทนายความกล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี โดยจะทำการยื่นฟ้องต่อศาลในวันจันทร์ในข้อหา “ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว”

ทั้งนี้ เหตุขโมยของเกิดเมื่อวันอังคารที่ 26 เม.ย. ทันตแพทย์พบว่ากระเป๋าถือที่วางอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับในคลินิกที่มีเงินสดจำนวน 1,000 ยูโรหายไป เขาจึงทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะที่หญิงคนหนึ่งหยิบขโมยไปโดยเห็นใบหน้าชัดเจน เขาจึงได้อัดคลิปและโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า “หากใครที่รู้จักขโมยคนนี้ ขอให้ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยจะขอบคุณมาก ขอให้ช่วยแชร์ให้มากที่สุด”

จากการแชร์คลิปอย่างแพร่หลายไปทั่ว หญิงหัวขโมยได้รับข้อความหลายครั้งแจ้งให้ทราบว่า ภาพของเธอปรากฏอยู่บนอินเทอร์เน็ต “แม้แต่หลานสาวของเธอวัย 4 ปียังได้ยินเขาพูดกันที่โรงเรียน” ทนายเคเรกล่าว เธอได้ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้พบกระเป๋าที่เธอทิ้งใว้บนถนนแห่งหนึ่งแล้ว และเธอจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 31 พฤษภาคม

“เราเข้าใจดีว่า ผู้เสียหายต้องการหาตัวผู้ต้องหาให้ได้ แต่ขั้นตอนการดำเนินการนั้นไม่ถูกต้อง” บุตรสาวของหญิงหัวขโมยกล่าว “เขาควรที่จะนำคลิปวิดีโอไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่การเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการดำเนินคดีด้วยตนเอง เขาไม่ได้คำถึงผลกระทบที่มีอย่างมากต่อครอบครัว เป็นการเปิดเผยแบบหมดเปลือกให้กับคนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หมอฟันได้ลบคลิปวิดีโอจากหน้าเฟซบุ๊กของเขาที่มีคนดูถึง 175,000 ครั้ง เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”และยอมรับว่า “ผมเสียใจกับผลที่ติดตามมาจากการกระทำของผม” แต่เขาก็ดีใจที่ได้รับกระเป๋าถือคืน แม้ว่าจะไม่ได้เงินจำนวน 1,000 ยูโรคืนก็ตาม ขณะที่หญิงผู้ขโมยยืนยันว่าไม่พบเงินจำนวนดังกล่าวในกระเป๋าถือที่ตนขโมยไป

เบลเยียมเปิดอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614137

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 05:40

 

(ภาพ: AFP)

ชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีแห่งเบลเยียม เป็นประธานกล่าวในพิธีเปิดอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ พร้อมทั้งยืนยันว่ากรุงบรัสเซลส์กลับคืนเหมือนเดิมแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวาา วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคมนาย ชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีแห่งเบลเยียม เป็นประธานกล่าวในพิธีเปิดอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ ที่ถูกผู้ก่อการร้ายวางระเบิดสองลูกเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า “กรุงบรัสเซลส์กลับคืนเหมือนเดิม ยินดีต้อนรับสู่สนามบินบรัสเซลส์”

นายกเบลเยียมกล่าวว่า “ผู้เสียชีวิตจำนวน 32 คน บาดเจ็บ 340 คน และคนอีกจำนวนนับพันคนที่ได้รับความบอบช้ำ เป็นการโจมตีอย่างเทียบกันไม่ได้ต่อประเทศและประชาธิบไตย แต่พลังความร่วมมือร่วมใจภายหลังเหตุการที่ น่ารังเกียจ ขี้ขลาด และทารุณโหดร้าย แสดงให้เห็นว่า ประเทศของเราพร้อมที่จะรับมือกับการกระทำที่ป่าเถื่อน”

นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล (ภาพ: AFP)

นอกจากนี้ นายชาร์ลส์ยังชื่นชมเจ้าหน้าที่สนามบินและรวมทั้งคนเบลเยียมในความสามารถที่จะต้านทานและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว “พวกเราต่างได้รับผลกระทบที่รุนแรง แต่เราก็สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น อาคารผู้โดยสารขาออกแห่งนี้คือหลักฐาน” เจ้าหน้าที่ยังมีความสามารถที่จะซ่อมแซมอาคารผู้โดยสารขาออกให้กลับคืนใช้งานได้ภายในเวลาเพียง 40 วันหลังการก่อวินาศกรรม ซึ่ง “เป็นคำตอบที่ดีมากที่พวกเราจะสามารถให้กับผู้ก่อการร้ายได้” นายชาร์ล มิเชลกล่าว

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม จะมีการเปิดเคาน์เตอร์เช็คอินจำนวน 111 แห่งภายในอาคารผู้โดยสารขาออก และอีก 36 แห่งในอาคารเช็คอินชั่วคราว รวมแล้วมีจำนวนรวมเกือบ 150 เคาน์เตอร์สำหรับเช็คอินผู้โดยสารขาออก ทำให้ขีดการปฏิบัติงานสูงถึง 80% เป้าหมายคือจะสามารถรองรับการเช็คอินผู้โดยสารทั้งหมดภายในอาคารภายในหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้

สุดน่ารัก! ภาพใหม่ ‘เจ้าหญิงชาร์ลอตต์’ พระชนมายุครบ 1 พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614128

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 05:10

 

(ภาพ: Kensington Palace/REUTERS)

สำนักพระราชวังอังกฤษเผยแพร่พระฉายาลักษณ์ของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เมื่อวันอาทิตย์ 1 วันก่อนพระองค์จะมีพระชนมายุครบ 1 พรรษาในที่ 2 พ.ค. นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักพระราชวังเคนซิงตัน เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ (รูปถ่าย) ใหม่ของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จำนวน 4 ภาพ เนื่องในวโรกาสเจ้าหญิงชาร์ลอตต์จะมีพระชนมายุครบ 1 พรรษา ในวันที่ 2 พ.ค. นี้ โดยดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงฉายพระรูปทั้งหมดเอง

(ภาพ: Kensington Palace/REUTERS)

“ดยุคและดัชเชสทรงยินดีอย่างยิ่งที่สามารถแบ่งปันช่วงเวลาอันสำคัญของครอบครัวพระองค์ และทรงหวังว่าทุกคนเพลิดเพลินไปกับภาพที่น่ารักเหล่านี้มากเท่าๆกับพระองค์ทั้งสอง” สำนักพระราชวังเคนซิงตันเผยในทวีตบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์

(ภาพ: Kensington Palace/REUTERS)

อนึ่ง ก่อนหน้านี้สำนักพระราชวังเคนซิงตันเพิ่งเผยแพร่พระฉายาลักษณ์ของดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งถ่ายโดย จอช โอลินส์ ช่างภาพชาวอังกฤษ และภาพดังกล่าวจะถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร ‘โวก’ (Vogue) เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี ที่นิตยสารฉบับนี้ตีพิมพ์ในอังกฤษด้วย

(ภาพ: Kensington Palace/REUTERS)

เจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์บนปกนิตยสารโวก (Josh Olins/British Vogue/ AP)

ผู้ชุมนุมอิรักยังปักหลักยึดสภา-แกนนำจี้รบ.ปฏิรูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614088

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2559 02:35

 

(ภาพ: AP)

อิรักป่วนซ้ำซ้อน เมื่อสาวกผู้สนับสนุนนายม็อกตาดา อัล-ซาดร์ ผู้นำศาสนาชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ผู้ทรงอิทธิพลหลายพันคน บุกเข้าไปในเขตปลอดภัย หรือ “กรีน โซน” ในกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาล กระทรวง และสถานทูตต่างชาติ ตั้งแต่ 30 เม.ย. เพราะโกรธแค้นที่สมาชิกรัฐสภาเตะถ่วงการประชุมเลือกคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งต้องประกอบด้วยนักวิชาการที่โปร่งใสไร้คอร์รัปชันตามที่กลุ่มของนายอัล-ซาดร์ เรียกร้อง

เมื่อ 1 พ.ค. ผู้สนับสนุนนายอัล-ซาดร์ ซึ่งชุมนุมประท้วงมาหลายสัปดาห์ ยังปักหลักตั้งเต็นท์ชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภาหลายร้อยคน หลังจากทำลายกำแพงกั้น ขว้างปาก้อนหินใส่รถยนต์ และบุกเข้าไปในรัฐสภา จนกองกำลังรักษาความมั่นคงยิงปืนขึ้นฟ้าและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ส่วนนายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ซึ่งขึ้นกุมอำนาจตั้งแต่ปี 2557 เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมกลับไปยังจุดประท้วงก่อนหน้านี้และประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายอัล-ซาดร์ แถลงจากที่มั่นในเมืองนาจาฟทางภาคใต้ เตือนว่าประชาชนจะลุกฮือขับไล่รัฐบาลอิรักจนล่มสลายถ้าไม่ปฏิรูป กำจัดนักการเมืองคอร์รัปชันและโควตาการเมืองที่เอาคนไร้ความสามารถเข้ามาเป็นรัฐบาล และว่านายกฯอบาดีต้องเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรีเป็นนักวิชาการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซื่อสัตย์ ไม่คอร์รัปชัน

ระบบโควตาแบ่งปันตำแหน่งในคณะรัฐบาลให้กลุ่มการเมืองต่างๆ รวมทั้งชาวสุหนี่ ชีอะห์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าส่งเสริมคอร์รัปชันและได้คนด้อยคุณภาพเข้าไปทำงาน ส่วนนายอัล-ซาดร์ เป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธ “เมห์ดี” เคยสร้างชื่อโด่งดังหลังสหรัฐฯและพันธมิตรบุกยึดอิรักในปี 2546 และอัล-ซาดร์ นำกลุ่มเมห์ดีต่อสู้กองทัพสหรัฐฯ อย่างดุเดือด เขาถูกออกหมายจับในปี 2547 ในข้อหาพัวพันการสังหารผู้นำมุสลิมนิกายสุหนี่คู่อริ กลุ่มเมห์ดียังถูกกล่าวหาว่าทรมานเข่นฆ่าชาวสุหนี่หลายพันคนในปี 2549-2550 ขณะที่อัล-ซาดร์ หนีไปลี้ภัยในอิหร่าน ก่อนกลับเข้าอิรักในปี 2554 โดยมีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น และเรียกร้องเอกภาพและสันติภาพในอิรัก

อนึ่ง ก่อนถึงวันครบรอบ 5 ปีที่นายโอซามา บิน ลาดิน อดีตผู้นำเครือข่ายก่อการร้าย“อัล เคดา” ถูกหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯบุกจู่โจมสังหารที่เมืองอับบอตตาบัดในปากีสถานเมื่อ 2 พ.ค.2554 ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้กลุ่มอัล เคดา จะตกต่ำลง และมีกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรียผงาดขึ้นมายิ่งใหญ่กว่า แต่อัล เคดา ยังคงมีพิษสงและอันตราย เห็นได้จากเหตุสังหารหมู่ที่นิตยสารชาร์ลี เอบโด ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ในปีที่แล้ว และการโจมตีหลายระลอกในแอฟริกาตะวันตก ส่วนในซีเรียและเยเมนซึ่งมีสงครามกลางเมือง สาขาของอัล เคดา ยังฉวยโอกาสยึดพื้นที่ได้เป็นบริเวณกว้าง.

รถไฟขนสินค้ามะกันตกราง ทำสารอันตรายรั่วไหลในวอชิงตันดี.ซี.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614100

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 01:45

 

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุรถไฟขนสินค้าตกรางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ โดยมีรายงานว่าพบสารเคมีรั่วไหลออกมาด้วย แต่ไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. เกิดเหตุรถไฟขนส่งสินค้าตกรางในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา และทำให้ของเหลวอันตรายรั่วไหล บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งของเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

รถไฟที่ประสบเหตุมี 3 หัวรถจักรกับตู้สินค้าทั้งหมด 175 ตู้ เดินทางมาจากเมือง คิมเบอร์แลนด์ รัฐแมรีแลนด์ มีจุดมุ่งหมายที่เมืองแฮมเล็ต ในรัฐนอร์ท ดาโกตา

ตามการเปิดเผยในแถลงการณ์ของบริษัท ‘ซีเอสเอ็กซ์ คอร์ป.’ ผู้ให้บริการทางรถไฟในภาคเหนือของสหรัฐฯ ‘โซเดียม ไฮดรอกไซด์’ หรือ ‘โซดาไฟ’ ชนิดเหลวซึ่งใช้ในการผลิตของใช้ในครัวเรือนเช่น กระดาษ, สบู่ และผงซักฟอก รั่วไหลออกมาจากตู้รถตู้หนึ่ง แต่สำนักงานดับเพลิงของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (ดีซีเอฟดี) ระบุว่า พวกเขาไม่ได้ออกคำสั่งอพยพใกล้จุดเกิดเหตุซึ่งห่างจากทำเนียบขาวราว 5 กม.แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตม อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้สถานีรถไฟใต้ดิน โรด ไอส์แลนด์ และ ถนน โรด ไอส์แลนด์ ต้องถูกปิดทำการชั่วคราว

รอดปาฏิหาริย์! พบเฒ่าวัย 72 ปีเหยื่อดินไหวเอกวาดอร์ ติดใต้ซาก 13 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614078

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 23:50

 

(ภาพ: AFP)

หน่วยกู้ภัยช่วยเหลือผู้เฒ่าวัย 72 ปี เหยื่อแผ่นดินไหวเอกวาดอร์ขึ้นมาจากใต้ซากอาคารได้สำเร็จ หลังจากชายคนนี้ถูกซากปรักหักพังฝังอยู่นานถึง 13 วัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้เฒ่าวัย 72 ปี ขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังของอาคาร ซึ่งพังถล่มลงมาเพราะแผ่นดินไหวระดับ 7.8 เมื่อ 13 วันก่อนได้สำเร็จ ถือเป็นผู้รอดชีวิตรายล่าสุดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 654 รายครั้งนี้

สถานทูตประเทศเวเนซุเอลาประจำประเทศเอกวาดอร์ ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ที่ 30 เม.ย.ระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวเนซุเอลาซึ่งเข้ามาช่วยในปฏิบัติการค้นหาในเอกวาดอร์ พบนาย มานูเอล บาสเกวซ วัย 72 ปี ระหว่างกำลังตรวจสอบอาคารแห่งหนึ่งซึ่งถล่มลงมาบางส่วนในเมือง ฆารามิโฆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงลอดออกมาจากซากปรักหักพังของอาคารหลังนี้

แถลงการณ์ระบุอีกว่า นายบาสเกวซติดอยู่ใต้ซากอาการมาตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. เขามีอาการขาดน้ำและการรับรู้ต่อเวลา สถานที่สับสน (disorient) นอกจากนี้ยังมีอาการไตล้มเปลว, ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และเสียนิ้วเท้าไปหลายนิ้วด้วย โดยตอนนี้นายบาสเกวซกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ศาลสั่งจำคุก 100 ปี! หญิงมะกันสุดโหด ผ่าเอาทารกจากครรภ์สาวแปลกหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613772

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 05:15

 

(ภาพ: )

หญิงชาวรัฐโคโลราโด ถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 100 ปี ฐานล่อลวงหญิงท้องแก่มาทำร้ายก่อนจะผ่าท้องเอาทารกออกจากครรภ์ เพื่อไปหลอกผู้ชาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลสหรัฐฯมีคำสั่งลงโทษจำคุก หญิงชาวรัฐโคโลราโด คนหนึ่งเป็นเวลา 100 ปี หลังจากเธอก่อเหตุ ล่อลวงหญิงท้องแก่มาทำร้ายก่อนจะผ่าท้องเอาทารกอายุเกือบ 8 เดือนออกจากครรภ์ของผู้เคราะห์ร้าย เพื่อนำไปศพเด็กหลอกผู้ชายที่เธอคบหาอยู่

ผู้ต้องหาคือนาง ดีเนล เลน ถูกผู้พิพากษา มาเรีย เบอร์เคนคอตเตอร์ แห่งศาลเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาพยายามฆ่าน.ส. มิเชลล์ วิลคินส์ และทำให้ยุติการตั้งครรภ์ (termination of pregnancy) อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่นางเลน อายุ 36 ปี แสร้งว่าตัวเองตั้งครรภ์หลายเดือนเพื่อไปหลอกผู้ชายคนหนึ่งชื่อ เดวิด ริดลีย์ ว่าเป็นพ่อของเด็ก โดยดาวน์โหลดรูปภาพอัลตราซาวด์จากอินเทอร์เน็ตมาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าเธอท้องจริงๆอีกด้วย

ต่อมาในเดือนมี.ค. 2015 นางเลนล่อลวงน.ส.วิลคินส์ ซึ่งตอนนั้นอายุ 26 ปี ไปยังบ้านของเธอผ่านโฆษณาขายเสื้อผ้าสำหรับสตรีมีครรภ์ที่โพสต์ลงบนเว็บไซต์บนโลกออนไลน์, ก่อนจะทำร้ายน.ส.วิลคินส์และผ่าทารกออกจากท้องของผู้เคราะห์ร้าย ก่อนจะไปจากที่เกิดเหตุพร้อมกับศพเด็ก ขณะที่น.ส.วิลคินส์สามารถโทรศัพท์แจ้งตำรวจได้ แต่แทบไม่มีสติแล้วเมื่อตำรวจไปถึง

ในด้านนางเลน ตำรวจบอกว่าเธอบอกกับนายริดลีย์ว่า เธอแท้งลูก ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางไปโรงพยาบาลพร้อมกับศพเด็ก ตำรวจระบุด้วยว่า นางเลนไม่รู้จักกับน.ส.วิลคินส์แต่อย่างใด

ผู้พิพากษาเบอร์เคนคอตเตอร์ระบุในศาลว่า เมื่อพิจารณาจากความโหดร้ายของการโจมตี การตัดสินลงโทษนางเลยด้วยโทษสูดสุดเท่าที่จะทำให้ได้ภายใต้ข้อกล่าวหา ถือว่าชอบธรรมแล้ว ส่วนน.ส.วิลคินส์ซึ่งรอดชีวิตมาได้เชื่อว่า ผู้ต้องหาได้รับโทษที่สมควรได้รับแล้ว

ทั้งนี้ นางเลนไม่แสดงความสำนึกผิดใดๆในชั้นศาล และปฏิเสธไม่พูดอะไรเพื่อแก้ตัวระหว่างการพิจารณาคดี ขณะที่มารดาของนางเลนซึ่งมาร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย กล่าวขอโทษต่อน.ส.วิลคินส์และครอบครัวของเธอ พร้อมกับอ่านจดหมายขอโทษที่บิดาของนางเลนฝากมาด้วย

อนึ่ง ในคดีนี้อัยการไม่สามารถตั้งขอหาทางเลน ฐานฆาตกรรมเด็กทารกรายนี้ได้ เนื่องจากไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นเคยมีชีวิตอยู่ ทำให้ผู้แทนรัฐโคโลราโดจากพรรครีพับลิกันเสนอกฎหมายทำให้สามารถตั้งข้อหาฆาตกรรมในกรณีเช่นนี้ได้ แต่ถูกฝ่ายเดโมแครตปฏิเสธ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วในรัฐโคโลราโด ขณะที่อีก 38 รัฐทั่วสหรัฐมีกฎหมายกำหนดให้การฆ่าทารกในครรภ์เป็นการฆาตกรรมโดยเจตนา

แนวร่วมไอซิสแพร่ข้อมูลเป้าหมายสังหารในนิวยอร์ก 3,600 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613762

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 04:10

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มแฮกเกอร์แนวร่วมของกลุ่มไอซิส เผยแพร่รายชื่อเป้าสังหารเป็น ชาวนิวยอร์ก 3,600 คน ลงบนโลกออนไลน์ ขณะที่เอฟบีไอได้แจ้งเตือนต่อผู้ที่อยู่ในรายชื่อแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้เผยแพร่รายชื่อเป้าหมายสังหารซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยในนครนิวยอร์กจำนวน 3,600 คนลงบนโลกออนไลน์ และเรียกร้องให้ผู้ก่อการร้ายลงมือโจมตีบุคคลในรายชื่อ

เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ เผยว่า พวกเขากำลังพยายามติดต่อกับบุคคลในรายชื่อซึ่งหลายรายเป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อแจ้งพวกเขาถึงคำขู่ของกลุ่ม ‘คาลิเฟต ไซเบอร์ อาร์มี’ (Caliphate Cyber Army) ซึ่งเปิดเผยทั้งชื่อ, ที่อยู่ และที่อยู่อีเมลของพวกเขา

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยข่าวกรองระบุว่า รายชื่อว่า 3,600 รายนี้อาจถูกเลือกแบบสุ่มมาจากรายชื่ออื่นๆที่มีอายุหลายปีแล้ว เนื่องจากไม่มีชื่อบุคคลสำคัญ สถานะความมั่งคั่งแตกต่างกันไป และบางข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน ขณะที่ตำรวจนิวยอร์กไม่เชื่อว่าคำขู่นี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ กลุ่มไอซิสเคยเผยแพร่รายชื่อเป้าสังหารในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อปีก่อน โดยเป็นรายชื่อเจ้าหน้าที่ในกองทัพสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายชื่อมากขนาดนี้

สลด! มัสยิดในเมืองหลวงโซมาเลียถล่มทับคนดับ 15 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613748

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 02:20

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศโซมาเลียพังถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุมัสยิดแห่งหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย พังถล่มลงมาทับผู้ที่มาสวดมนต์เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 40 คน โดยเชื่อว่าอาจมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังด้วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ (29 เม.ย.) แต่รายละเอียดได้รับการเปิดเผยออกมาในวันเสาร์ โดยตอนเกิดเหตุมีคนหลายร้อยคนอยู่ภายในมัสยิดแห่งนี้ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า วิศวกรรซึ่งรับผิดชอบในครองการบูรณะอาคารหลังนี้ถูกจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยข้อหา กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้พังถล่มแต่อย่างใด แต่มีรายงานว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เกิดเหตุด้วย

เคนยาเผางาช้างของกลางหนักเกิน 100 ตัน ล็อตใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613736

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 00:40

 

(ภาพ: AP)

ทางการเคนยาดำเนินการเผาทำลายงาช้างของกลางที่ยึดมาได้จากขบวนการล่าสุดลักลอบล่าสัตว์และค้าสิ่งผิดกฎหมายแล้ว โดยเป็นการทำลายงาช้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ น้ำหนักรวมเกิน 100 ตัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี อูฮูรู เคนยัตตา แห่งประเทศเคนยา เป็นประธานจุดไฟเผางาช้างของกลางทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ยึดได้จากขบวนการลักลอบล่าสัตว์และค้าสิ่งผิดกฎหมาย รวมน้ำหนักมากกว่า 105 ตันจากช้างกว่า 6,700 ตัว แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. ที่อุทยานแห่งชาติไนโรบี เพื่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของเคนยาในการช่วยเหลือช้างสายพันธ์ุแอฟริกา

ริชาร์ด ลีกคีย์ ประธานสำนักงานคุ้มครองสัตว์ป่าเคนยา (ซ้าย) และประธานาธิบดี อูฮูรู เคนยัตตา แห่งเคนยา (ภาพ: REUTERS)

ก่อนลงมือจุดไฟ ประธานาธิบดีเคนยัตตากล่าวว่า “ความสูงของงาช้างที่กองอยู่ต่อหน้าพวกเรา แสดงถึงความแข็งแกร่งในการตัดสินใจของพวกเขา ไม่มีใคร ผมขอย้ำ ไม่มีใคร ควรมีธุรกิจใดๆเกี่ยวกับการค้าขายงาช้าง การค้าขายสิ่งนี้หมายถึงความตายของช้างของเรา และความตายของมรดกทางธรรมชาติของเรา”

ทั้งนี้ การเผางาช้างของเคนยาเกิดขึ้นหลังจากเหล่าผู้นำประเทศในทวีปแอฟริกาประชุมกันในเคนยา เพื่อกระตุ้นให้ยุติการค้างานช้างผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์บางคนแสดงการต่อต้านการเผางาช้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ของเคนยา โดยชี้ว่าการทำลายของหายากเช่นนี้อาจทำให้มูลค่าในท้องตลาดของมันสูงขึ้น ส่งเสริมทางอ้อมให้เกิดการล่าช้างเอางามากขึ้น โดยประเทศบอสวานา ก็ต่อต้านการเผางาช้างเช่นกัน และประธานาธิบดีของพวกเขาก็ไม่ไปร่วมประชุมในเคนยาด้วย

งาช้างน้ำหนักกว่า 105 ตันกำลังถูกเผาทำลาย (ภาพ: REUTERS)

อนึ่ง ทวีปแอฟริกาเป็นบ้านของช้างจำนวนประมาณ 450,000-500,000 ตัว แต่ในแต่ละปีมีช้างถูกล่่าเพื่อเอางามากกว่า 30,000 ตัว ประเทศแทนซาเนียสูญเสียประชากรช้างไปถึง 65% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การเผางาครั้งล่าสุดของเคนยา เป็นการเผางาจำนวนมากกว่าที่เคยทำลายมาจนถึงตอนนี้ทั้งหมดรวมกันถึง 7 เท่า มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคิดเป็น 5% ของจำนวนงาช้างที่เก็บเอาไว้ทั่วโลก