นายกฯยูเครนประกาศลาออกในวันอังคาร พ้อสูญเสียแรงสนับสนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604222

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2559 06:00

 

(ภาพ: AP)

อาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรีของประเทศยูเครนประกาศจะลาออกจากตำแหน่งในวันอังคารนี้ เนื่องจากขาดแรงสนับสนุนจากนักการเมือง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรีของประเทศยูเครน ประกาศในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งในวันอังคารที่ 12 เม.ย. หลังจากล้มเหลวในการแก้วิกฤติทางการเมือง และไม่อาจปลดล็อกเงินช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

นายยัตเซนยุคประกาศเรื่องการลาออกผ่านทางโทรทัศน์ โดยให้เหตุผลว่า เขาสูญเสียแรงสนับสนุนจากนักการเมือง โดยประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก เคยขอให้เขาลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่เดือน ก.พ. เขายังกล่าวโทษนักการเมืองว่า ล้มเหลวในการออกกฎหมายเพื่อปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเพื่อขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

เขายังทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ด้วย โดยเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสียเสถียรภาพในการบริหารในภาวะสงครามกับกบฏฝักใฝ่ฝ่ายรัสเซียในภาคตะวันออก แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้อยู่ก็ตาม

ทั้งนี้ พรรครัฐบาลของนายโปโรเชนโก เสนอชื่อนายโวโลดีเมียร์ กรอยส์มัน ประธานรัฐสภาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่.

นายกฯผู้ดีตั้งทีมสอบ ‘ปานามา เปเปอร์ส’-เผยข้อมูลภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604202

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2559 04:15

 

(ภาพ: AP)

จากกรณีข้อมูลลับสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา ในปานามารั่วไหลหรือ ปานามา เปเปอร์ส เมื่อหลายวันก่อนที่เปิดโปงเหล่าผู้นำโลกและคนดังวงการต่างๆรวมทั้งญาติหรือคนใกล้ชิดพัวพันการครอบครองสินทรัพย์และบริษัทนอกอาณาเขตที่อาจเข้าข่ายหลบเลี่ยงภาษีและได้พ่นพิษทำให้นายกรัฐมนตรีของไอซ์แลนด์ตกเก้าอี้แล้วนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อ 10 เม.ย.ว่า นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งสหราชอาณาจักร ก็เป็นผู้นำประเทศอีกคนหนึ่งที่ต้องตอบคำถามสังคมหลังบิดาผู้ล่วงลับ มีชื่อใน ปานามา เปเปอร์ส โดยนายคาเมรอนต้องออกมายืนยันความบริสุทธิ์และประกาศจะไม่รับผลประโยชน์จากสินทรัพย์ที่อยู่นอกอาณาเขตของบิดา

ล่าสุด นายคาเมรอนได้แถลงตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อสอบสวนข้อมูลกรณีปานามา เปเปอร์ส หาผู้ต้องสงสัยทำผิดคดีฟอกเงินและเลี่ยงภาษี และจะรายงานผลภายในปลายปีนี้ นายเคเมรอนยังเผยแพร่ข้อมูลการได้รับคืนเงินภาษีช่วงปี 2552-58 เพื่อไขข้อสงสัยเรื่องการเงินส่วนตัวและขอน้อมรับความผิดที่จัดการกรณีปานามาเปเปอร์ส ไม่ดีพอ ขณะที่ทางการสหรัฐฯได้เริ่มทำการสอบสวนกรณีนี้เพื่อหากองทุนนอกอาณาเขตที่อาจใช้เลี่ยงภาษีด้วยเช่นกัน.

‘อาบรินี’ สารภาพอีก ตั้งใจโจมตีปารีสรอบ 2 ก่อนเปลี่ยนแผนบึมบรัสเซลส์แทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604209

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2559 03:15

 

(ภาพ: AFP)

โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโจมตีปารีส ซึ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ก่อน ยอมรับว่า ทีมโจมตีของพวกเขาตั้งใจจะโจมตีในกรุงปารีสรอบ 2 แต่ถูกตำรวจกดดันหนักจนต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีกรุงบรัสเซลส์แทน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางเบลเยียมเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ว่า กลุ่มติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 22 มี.ค. วางแผนจะโจมตีกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เป็นครั้งที่ 2 ตามหลังเหตุวินาศกรรมในวันที่ 13 พ.ย. ปีก่อน แต่ถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทน เนื่องจากตำรวจตามล่าหนัก

ข้อมูลดังกล่าวมาจากคำรับสารภาพของนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อน และเพิ่งถูกจับกุมตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า สมาชิกกลุ่มตัดสินใจก่อเหตุโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทนที่จะโจมตีกรุงปารีส หลังนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมโจมตีปารีสถูกจับกุมตัวในวันที่ 18 มี.ค.

นายอาบรินี ชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก วัย 31 ปี ยังยอมรับด้วยว่า เขาคือคนเดียวกับชายชุดขาว มือระเบิดคนที่ 3 ในทีมโจมตีสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ ที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ และตำรวจเบลเยียมกำลังตามล่าตัวอยู่ด้วย ซึ่งในวันอาทิตย์เขาถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย และการก่อการร้ายที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาอีก 3 คนคือ โอซามา เค. หรือที่สื่อในสวิตเซอร์แลนด์ระบุชื่อว่า โอซามา คราเยม ถูกตั้งข้อหาเดียวกันกับนายอาบรินี, นายเฮอร์วี บีเอ็ม. ชาวระวันดา และนายบิลาล อีเอ็ม. เป็นผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือนายโอซามาและนายอับเดลสลาม

ทั้งนี้ ทางการเบลเยียมเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่ถูกเปิดเผยชื่อต่อสาธารณะถูกจับกุมตัวหรือถูกสังหารหมดแล้ว แต่นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียมยืนยันว่า รัฐบาลของเขาจะยังไม่ลดระดับการเฝ้าระวังซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นสูงสุดลำดับ 2 เช่นเดียวกับนายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ที่ออกมาระบุว่าฝรั่งเศสจะยังไม่ประมาทภัยคุกคามที่ยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสกำลังเผชิญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ยอมรับ เป็นชายชุดขาวร่วมบึมสนามบินบรัสเซลส์

เบลเยียมรวบแล้ว ‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ผู้ต้องสงสัยสำคัญเอี่ยวโจมตีปารีส

‘ห่วงสวมองคชาต’ ทำวุ่น หลังตร.เยอรมัน นึกว่าระเบิด อพยพจากกาสิโน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604110

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2559 19:18

 

จนท.ตำรวจเยอรมัน เผย อพยพคนออกจากกาสิโนแห่งหนึ่งในเยอรมนี เนื่องจากคิดว่าระเบิดอยู่ในห้องน้ำชาย สุดท้ายตรวจพบไม่ใช่ระเบิด แต่เป็น ‘ห่วงสวมองคชาต’

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า กาสิโนแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีต้องอพยพคนออกเพราะคิดว่ามีระเบิดในถังขยะที่วางอยู่ในห้องน้ำชาย พอเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดมาเปิดออกกลับเจอ “ห่วงสวมองคชาต” ช่วงเวลาแห่งความหวาดกลัวระเบิดกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุก หัวระแหงในยุโรป ผู้รับผิดชอบดูแลกาสิโนแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีก็ไม่ยอมเสี่ยงเช่นกัน พนักงานของกาสิโน Spielothek เมืองฮัลเบอร์สตัดท์ ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นถังขยะในห้องน้ำชายสั่นและมีเสียง ติ๊กต่อก เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเดินทางมาทำการอพยพคนออกจากอาคาร มีการปิดถนนและแจ้งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่คาดคิดว่าจะพบวัตถุที่อาจจะทำอันตรายได้น้อยนิดเช่นนี้ในถังขยะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวกับนักข่าวหนังสือพิมพ์โฟล์คทิมเมอร์ว่า ผู้รับผิดชอบกาสิโนมีปฏิกิริยาที่เหมาะสม แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า ของเล่นผู้ใหญ่ชิ้นนี้ลงไปอยู่ในถังขยะได้อย่างไร

“ผมทำงานมา 36 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอเรื่องพิสดารขนาดนี้มาก่อนเลย” เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าว

ทั้งนี้ สื่อเยอรมันได้เคยรายงานเหตุพิสดารเกี่ยวกับห่วงสวมองคชาตในเยอรมนีเมื่อ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมันสวมใส่ห่วงโลหะจำนวนกว่าสิบอันที่อวัยวะเพศแล้วไม่สามารถถอดออกได้ ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยตัดออกให้

เบลเยียมผวา! นักรบไอซิสบอกแม่’อย่าออกมาที่มีคนพลุกพล่านวันจันทร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604076

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2559 18:12

 

เบลเยียม สุดผวา! หวั่นก่อการร้าย เมื่อสื่อฯในประเทศส่งข้อความ อ้างว่า นักรบไอซิสเป็นคนโทรบอกแม่ที่อยู่เมืองอันต์เวิร์ป ว่า “แม่จ๋า อย่าออกไปในที่ที่มีคนพลุกพล่านวันจันทร์นี้”

วันที่ 10 เมษายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า สื่อเบลเยียมได้รายงานว่า นักรบไอซิสจากเมืองอันต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ที่ได้เดินทางไปร่วมรบกับกลุ่มรัฐอิสลามในประเทศซีเรีย ได้โทรศัพท์บอกมารดาของเขาว่า “แม่จ๋า อย่าออกไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านวันจันทร์นี้” เป็นการเตือนมารดาของตนเพื่อไม่ให้ไปในสถานที่อาจจะมีการก่อการร้ายโดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง

สื่อเบลเยียมได้ส่งข้อความดังกล่าวทางเอสเอ็มเอสเมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบรายละเอียดของมารดาและบุตรชาย ที่เป็นคนโทรศัพท์แจ้งข้อความดังกล่าว ได้พิจารณาว่า เป็นเรื่องคอขาดบาดตายและได้ทำการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในสถานที่สาธารณะ เช่น โรงภาพยนตร์ ห้องจัดเลี้ยง ศูนย์การค้าของเมืองอันต์เวิร์ป

นายวูเตอร์ บรัยส์ โฆษกตำรวจเมืองอันต์เวิร์ป กล่าวกับนักข่าวหนังสือพิมพ์นิวส์บลัดว่า “เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากมากว่า คำขู่ดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่” แต่เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่า ไม่ควรมองเรื่องการข่มขู่แบบนี้ว่า เป็นเรื่องไร้สาระเป็นอันขาด

นายมิเชล ลิเอจจัวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการก่อการร้าย กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่า จากการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่กรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์หลายคน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการทลายเครือข่ายสำคัญอีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมว่า ความเสี่ยงจากการก่อการร้ายยังไม่หมดสิ้นไป”

ขณะที่ อาจารย์นักวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาวิกฤติและความขัดแย้งระหว่างประเทศ (centre d’étude des crises et des conflits internationaux) ของมหาวิทยาลัย ULB คนหนึ่ง กล่าวว่า “คล้ายกับเมื่อตอนที่มีการจับกุมตัวนายซาลาห์ อับเดซาลาม ต้องตั้งคำถามว่า เมื่อมีการจับกุมตัวนายอาบรินี เมื่อวันศุกร์ จะยังคงมีสมัครพรรคพวกของเขาบางคนที่มีศักยภาพ และยังไม่ถูกจับกุมอาจจะเกิดความรู้สึกว่า การสืบสวนสอบสวนเริ่มเข้ามาจวนตัวถึงตนเข้าทุกที และลงมือทำการก่อเหตุร้าย เป็นการแสดงปฏิกิริยาสนองตอบก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นจับกุมตัว”

ออสเตรียเล็งยึดบ้านเกิด ‘ฮิตเลอร์’ กันเป็นจุดศูนย์รวมลัทธินาซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603792

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2559 05:35

 

(ภาพ: AP)

ออสเตรียกำลังวางแผนจะยึดบ้านซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมัน เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นศูนย์รวมของลัทธินาซี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศออสเตรียกำลังวางแผนจะยึดบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการเยอรมันและผู้นำกองทัพนาซี ในเทศบาลเบราเนา อัม อินน์ ทางตะวันตกของออสเตรีย เพื่อหยุดไม่ให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดรวมตัวของผู้สนับสนุนลัทธินาซี

รัฐบาลออสเตรียเช่าอาคารหลังจาก แกร์ลินเดอ พอมเมอร์ เจ้าของตึกมาตั้งแต่ปี 1972 และใช้เป็นศูนย์ดูแลผู้ทุพพลภาพมานานหลายปี ก่อนจะถูกปล่อยร้างในปี 2011 หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับเจ้าของตึก ซึ่งปฏิเสธไม่อนุญาตให้มีการปรับปรุงอาคารใหม่

นายคาร์ล ไฮน์ซ กรุนด์เบิร์ค โฆษกกระทรวงมหาดไทยออสเตรีย ระบุว่า พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกฎหมายเพื่อบังคับให้มีการเปลี่ยนมือเจ้าของอาคารให้เป็นทรัพย์สินของรัฐ โดยแผนการนี้เกิดขึ้นหลังจากหารือกันมาหลายปีจนพบว่า การเวนคืนเป็นวิธีเดียวที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้อาคารหลังนี้ถูกใช้เพื่อลัทธินาซี

ทั้งนี้ นายกรุนด์เบิร์คไม่ระบุว่าจะทำอย่างไรกับบ้านเกิดของฮิตเลอร์ หลังจากที่ยึดมาเป็นของรัฐแล้ว แต่มีหลายเสียงยื่นข้อเสนอมาต่างๆ นานา ทั้งให้ทำเป็นอพาร์ตเมนต์, ศูนย์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก หรือ พิพิธภัณฑ์ บ้างก็เรียกร้องให้ทุบทิ้ง เช่น ส.ส.รัสเซียคนหนึ่งถึงกับเสนอจะซื้ออาคารหลังนี้ไปทุบทิ้งทีเดียว

อนึ่ง ฮิตเลอร์เกิดที่บ้านหลังนี้เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ปี ค.ศ. 1889 แต่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่นี่ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะย้ายไปยังบ้านหลังอื่นในเมืองเบราเนา อัม อินน์ และย้ายไปอยู่ในเยอรมนีเมื่อฮิตเลอร์มีอายุได้ 3 ขวบ.

‘โบโก ฮาราม’ เรียกค่าไถ่ 50 ล้านดอลลาร์ แลกตัว นร.หญิงเมืองชีบ็อค 200 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603789

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2559 04:10

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม เรียกเงินค่าไถ่จำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักเรียนหญิงกว่า 200 คน ที่พวกเขาลักพาตัวไปจากเมืองชีบ็อค เมื่อราว 2 ปีก่อน…

สำนักข่าว เทเลกราฟ ของอังกฤษรายงาน อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มโบโก ฮาราม ว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ กำลังเรียกร้องเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรัฐบาลไนจีเรีย เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักเรียนหญิงจำนวน 219 คน ที่พวกเขาลักพาตัวไปจากเมืองชีบ็อค ในรัฐบอร์โน เมื่อกว่า 2 ปีก่อน

ข่าวระบุว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการติดต่ออย่างลับๆ ระหว่างกลุ่มโบโก ฮาราม กับประธานาธิบดี มูฮัมมาดู บูฮารี แห่งไนจีเรีย ซึ่งประกาศอย่างชัดเจนว่ายินดีจะเจรจากับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เพื่ออิสรภาพของนักเรียนหญิงจากเมืองชีบ็อค

ทั้งนี้ ข่าวการเรียกร้องเงินค่าไถ่ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงวันครบรอบ 2 ปี เหตุลักพาตัวนักเรียนหญิงจากเมื่อชีบ็อค เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2014 ซึ่งสร้างความตกตะลึงและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก แต่จนกระทั่งตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถสืบหาที่อยู่ของนักเรียนหญิงกลุ่มนี้พบ

ในช่วงแรก อาบูบาการ์ เชเกา หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มโบโก ฮาราม เรียกร้องให้รัฐบาลไนจีเรียปล่อยตัวพรรคพวกของเขาที่ถูกคุมขังอยู่ แลกกับเหล่านักเรียนหญิง แต่การเจรจาซึ่งมีสภากาชาดเป็นผู้ผลักดัน ล่ม เนื่องจากผู้คุมเรือนจำออกมาระบุว่า สมาชิกที่โบโก ฮารามเรียกร้องให้ปล่อยตัวไม่ได้อยู่ในเรือนจำ.

‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ยอมรับ เป็นชายชุดขาวร่วมบึมสนามบินบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603781

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2559 02:50

 

(ภาพ: REUTERS)

โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีปารีส ซึ่งเพิ่งถูกจับกุมตัวในเบลเยียมเมื่อวันศุกร์ ยอมรับว่าตัวเองคือชายชุดขาวผู้ต้องสงสัยโจมตีสนามบินในกรุงบรัสเซลส์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีปารีส ผู้ถูกจับกุมตัวในประเทศเบลเยียมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าตัวเขาเป็น ‘ชายชุดขาว’ ผู้ต้องสงสัยร่วมกับมือระเบิดฆ่าตัวตายอีก 2 คน โจมตีสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค.

นายอาบรินีเป็น 1 ใน 6 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอัยการกลางเบลเยียม ระบุในแถลงการณ์ว่า นายอาบรินี ชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก วัย 31 ปี บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาอยู่ที่สนามบินซาเวนเทมในวันที่เกิดเหตุด้วย ก่อนจะยอมรับสารภาพว่าเขาคือชายในชุดขาว เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน “เขาบอกว่าเขาทิ้งเสื้อแจ็กเกตของเขาลงในถังขยะ และขายหมวกของเขาหลังจากเกิดเหตุ” แถลงการณ์ระบุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของเบลเยียมยังตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 3 คน ในวันเสาร์ ได้แก่ โอซามา เค., เฮอร์วี บีเอ็ม และ บิลาล อีเอ็ม

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า นายโอซามา เค. หรือที่สื่อในสวิตเซอร์แลนด์ระบุชื่อว่า โอซามา คราเยม เชื่อว่าเดินทางเขาไปในประเทศกรีซจากซีเรียพร้อมกับกลุ่มผู้อพยพเมื่อปีก่อน โดยใช้หนังสือเดินทางสัญชาติซีเรียปลอม จากนั้นเดินทางต่อเข้าไปในเยอรมนีและนั่งรถเข้าไปในเบลเยียมกับนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยโจมตีกรุงปารีสในเดือน ต.ค.

นายโอซามา เค. ถูกพบเห็นว่าอยู่กับมือระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน มาลเบค ก่อนเกิดเหตุ และยังเป็นผู้ที่นำกระเป๋าบรรจุระเบิดไปให้มือระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินซาเวนเทมในวันเดียวกันด้วย ส่วนนายเฮอร์วี บีเอ็ม. ชาวระวันดา และนายบิลาล อีเอ็ม. เป็นผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือนายโอซามาและนายอับเดลสลาม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบลเยียมรวบแล้ว ‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ผู้ต้องสงสัยสำคัญเอี่ยวโจมตีปารีส

เบลเยียมรวบแล้ว ‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ผู้ต้องสงสัยสำคัญเอี่ยวโจมตีปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603349

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 23:25

 

(ภาพ: AFP)

สื่อเบลเยียมเผย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีปารีสได้แล้ว หลังจากหลบหนีมาหลายเดือน นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ได้อีกหลายคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางของประเทศเบลเยียมยืนยันในวันศุกร์ (8 เม.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยมีส่วนเชื่อมโยงกับการวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค. ที่ผ่านมาได้อีกหลายคน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

ภาพนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี (ภาพ: AFP)

อย่างไรก็ตาม สื่อในเบลเยียมรายงานว่า นายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อวินาศกรรมกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน ได้แล้ว หลังเขาหลบหนีการจับกุมมานานกว่า 5 เดือน ก็ถูกรวบตัวได้แล้วเช่นกัน โดยเขาถูกจับในเขตอันเดอร์เลชท์ ในกรุงบรัสเซลส์

ทั้งนี้ นายอาบรินี วัย 31 ปี เป็นชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีในกรุงปารีส หลังจากเขาถูกกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบันทึกภาพได้ว่าร่วมเดินทางกับนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม หนึ่งในทีมโจมตีกรุงปารีส ซึ่งถูกทางการเบลเยียมจับกุมได้ก่อนหน้านี้เพียง 2 วันก่อนเกิดวินาศกรรมปารีส

ภาพชายชุดขาวผู้ต้องสงสัยร่วมวางระเบิดโจมตีสนามบินในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: REUTERS)

สื่อเบลเยียมยังรายงานด้วยว่า นายอาบรินีอาจเป็นคนเดียวกับชายชุดขาว ซึ่งร่วมกับมือระเบิดฆ่าตัวตายอีก 2 คน โจมตีสนามบินซาเวนเทม โดยทั้ง 3 คน ซุกซ่อนระเบิดไว้ในกระเป๋าเดินทาง แต่ระเบิดของชายชุดขาวไม่ทำงาน เขาจึงหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ และขณะนี้กำลังถูกทางการเบลเยียมล่าตัว.

ไทยจะได้อะไร? ทีวีเบลเยียม เสนอสารคดี ไทยแดนสวรรค์แห่งใหม่ของคนฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603270

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 19:04

 

ทีวีเบลเยียม ออกอากาศสารคดี ชาวฝรั่งเศสเข้ามาท่องเที่ยวในไทย แถมคนวัยหลังเกษียณยังนิยมมาอยู่ เพราะค่าครองชีพถูกกว่าฝรั่งเศสหลายเท่า แต่เรื่องที่ต้องคิดต่ออยู่ที่ไทยจะได้อะไรจากนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสเหล่านี้ ที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสังคมไทย เพราะยังนิยมกินเที่ยวที่ร้านอาหาร-บาร์ของชาวฝรั่งเศสที่มาทำมาหากินในไทย

เมื่อ 8 เมษายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานสถานีโทรทัศน์ลาเดอซ์ (La Deux) ของเบลเยียมได้ออกอากาศรายการสารคดีความยาว 97 นาที เกี่ยวกับคนฝรั่งเศสที่เข้ามาท่องเที่ยวจำนวน 650,000 คนและตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยหลังเกษียณจำนวนกว่า 50,000 คน เป็นตัวเลขที่เพิ่มจำนวนขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบสิบปี นักท่องเที่ยววัยรุ่นฝรั่งเศสชื่นชอบว่า “เป็นดินแดนแห่งเสรีที่จะทำอะไรก็ได้”

สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสนิยมเดินทางมาเที่ยวกันมาก คือเกาะภูเก็ต และเกาะสมุย โดยมีคู่รักหลายคู่ที่เดินทางมาจัดงานแต่งงานริมชายหาดบนพื้นทราย ขณะที่นักท่องเที่ยววัยรุ่นที่อาศัยอยู่แถบชานกรุงปารีสก็นิยมมาเที่ยวในไทย เพราะได้ใช้ชีวิตหรูหราเหมือนมหาเศรษฐี หากพวกเขาไปเที่ยวชายทะเลทางตอนใต้ของฝรั่งเศสหรือตามหาดที่มีชื่อเสียงก็อาจจะถูกมองด้วยสายตาอีกแบบ แต่มาประเทศไทย เขาเช่ารถยนต์เปิดหลังคา เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่โดยไม่ต้องใช้ใบขับขี่ และจะขับผาดโผนหวาดเสียวแค่ไหนก็ได้
ริชาร์ดเป็นคนฝรั่งเศสวัยเกษียณทำงานขายเนื้อและไส้กรอกมากว่า 38 ปี ได้เดินทางมาอยู่ไทยอย่างถาวร โดยซื้อบ้านเป็นหลังอยู่ที่หัวหินในราคา 180,000 ยูโร (7,400,000 บาท) บ้านเนื้อที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร พร้อมสระน้ำขนาด 80 เมตร โดยต้องทำสัญญาค่าเช่าที่ดินครั้งละ 30 ปี สร้างโดยผู้รับเหมาชาวเนเธอร์แลนด์ เป็นชีวิตในความฝันของเขา ค่าครองชีพที่ถูกกว่าฝรั่งเศสสามถึงสี่เท่าตัว
ส่วน มารีนเป็นบุตรสาวเชฟร้านอาหารติดดาวมิชลินได้มาเปิดร้านอาหาร “แจมย์” (J’aime) เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่โรงแรมหรูในกรุงเทพฯ โดยนำเข้าผลิตวัตถุดิบส่วนใหญ่จากประเทศฝรั่งเศสไม่ว่าจะเป็นหอยนางรม ไก่ หรือเนื้อวัว และต้องทำมีการอบรมบริกรคนไทยให้เข้าใจกระบวนการเสิร์ฟแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม และชีวิตของสองพี่น้องนักมวยปินโตที่มาอยู่ที่อำเภอบางสะพานตั้งแต่อายุสิบปี ปัจจุบันทำงานเป็นนายแบบและเปิดค่ายซ้อมมวยสำหรับสตรีในกรุงเทพฯ โดยนำเงินที่ได้จากการชกมวยมาลงทุน

สารคดีดังกล่าว เผยให้เห็นชีวิตราตรีของภูเก็ตที่เต็มไปด้วยแสงสี นักท่องเที่ยวชายส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเซ็กซ์ทัวร์ ชายชาวฝรั่งเศสลงทุนเปิดบาร์เบียร์มีหญิงไทยคอยเชียร์ดื่มหลายคนกล่าวว่า “หญิงไทยเหล่านี้มีเสรีภาพที่จะออกไปกับแขกที่ชอบพอเธอ โดยลูกค้าต้องจ่ายให้ทางร้าน 300 บาท เป็นรูปแบบการค้าประเวณี ทั้งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่ตำรวจไทยก็จะทำเป็นมองไม่เห็น ผู้หญิงไทยที่ทำงานบริการทางเพศมีจำนวนหลายแสนคนทั้งที่เป็นอาชีพผิดกฎหมาย

ส่วนคนฝรั่งเศสที่มาอยู่หลังเกษียณหรือมาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทยมักจะนิยมใช้ชีวิตกับสังคมคนฝรั่งเศสด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะอุปสรรคด้านภาษาและหรือต้องการอยู่ร่วมกลุ่มกับคนที่พูดภาษาเดียวกันเพื่อความรู้สึกที่ปลอดภัย ได้กินอาหารฝรั่งเศสหรือฮาลาลแบบที่คนมุสลิมในฝรั่งเศสกิน ซื้อเนื้อวัวหรือวัตถุดิบจากฝรั่งเศส บ้านก็ซื้อจากผู้รับเหมาชาวต่างชาติเป็นผู้บริหารจัดการ

“พวกคนฝรั่งเศสไปเที่ยวหรืออยู่ประเทศไทยเพียงแต่ตัวเท่านั้น เขาไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับสังคมพื้นเมือง เที่ยวบาร์ของคนฝรั่งเศส กินอาหารร้านที่คนฝรั่งเศสเป็นเจ้าของ” คนเบลเยียมที่ได้ชมสารคดีคนหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม “ผิดกับคนเบลเยียมหรือคนยุโรปชาติอื่นๆ ที่มักจะนิยมชมชอบอาหารท้องถิ่นใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนพื้นเมือง” เขากล่าวเน้น จนทำให้เกิดคำถามว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหรือคนวัยเกษียณที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากนั้น สร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด.