นักเคลื่อนไหวกระโดดลงทะเล! ขวางกรีซเนรเทศ ผู้อพยพชุด 2 กลับไปตุรกี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603217

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 17:10

 

ค้านสุดชีวิต…นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษย์ กระโดดลงทะเล พยายามขัดขวางเรือไม่ให้แล่นออกจากท่า เพื่อจะนำผู้อพยพชุดที่ 2 ที่ถูกทางการกรีซเนรเทศ ส่งตัวกลับไปยังตุรกี

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการกรีซส่งคืนกลุ่มผู้อพยพชุดที่ 2 ที่ไม่ได้ยื่นขอลี้ภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นเรือกลับไปยังประเทศตุรกี อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างสหภาพยุโรป(อียู) กับตุรกี เพื่อลดปริมาณผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ทะลักเข้ายุโรป โดยผู้อพยพชาวปากีสถาน 45 คน ได้ขึ้นเรือจากเกาะเลสบอส ของกรีซ ไปยังเมืองท่าดิกิลีของตุรกี เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เม.ย.

รอยเตอร์แจ้งว่า ก่อนเรือจะแล่นออกจากฝั่ง ได้มีนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน คัดค้านการส่งตัวผู้อพยพกลับไปยังตุรกี 2 คน ประท้วงด้วยการกระโดดลงน้ำที่บริเวณใกล้ๆ กับเรือผู้อพยพ เพื่อพยายามขัดขวางไม่ให้เรือแล่นออกจากท่า ทว่าคนทั้งสองได้ถูกเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของกรีซนำตัวขึ้นมาจากน้ำในเวลาต่อมา

กระโดดลงทะเล พยายามขัดขวางไม่ให้ส่งกลับผู้อพยพ

เรือนำผู้อพยพจากกรีซ กลับไปยังตุรกี

ทั้งนี้ ได้มีผู้อพยพถูกส่งตัวจากกรีซ กลับไปยังตุรกีแล้วเกือบ 250 คน ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้อพยพกลุ่มแรก จำนวน 202 คนที่ถูกส่งตัวจากกรีซกลับไปยังตุรกี ส่วนใหญ่มาจากปากีสถานและอัฟกานิสถาน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ถึงฝั่งฝัน! กรีซเนรเทศ ผู้อพยพชุดแรก ขึ้นเรือส่งกลับไปตุรกีแล้ว

ฉาว! อดีตทูตกัมพูชาประจำโสมขาว เจอคดีทุจริต รวยอู้ฟู่ผิดปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603125

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 15:20

 

(นายสุธ ดินา ขณะเดินทางไปถึงศาลในกรุงพนมเปญ เมื่อ 7 เม.ย.59)

อดีตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ โดนคดีฉาว ทุจริตคอร์รัปชัน จนมีทรัพย์สินอู้ฟู่ทั้งที่ดำรงตำแหน่งในกรุงโซล แค่ 2 ปี สะสมเครื่องประดับอัญมณีไว้เพียบ-ทองคำหนักกว่า 13 กก. ด้านสนง.ปราบปรามทุจริตแห่งชาติกัมพูชาชี้พบหลักฐานความผิดอื้อ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสุธ ดินา อดีตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ ถูกสำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของกัมพูชา ยื่นฟ้องดำเนินคดีในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน ระหว่างที่นายสุธ ดินาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตกัมพูชา ณ กรุงโซล ตั้งแต่ปี 2557 โดยกล่าวหาว่า นายดินาได้ประพฤติทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นการได้เงินจากการขายวีซาและการเก็บเงินประกันชีวิตของแรงงานชาวกัมพูชาที่เสียชีวิตในเกาหลีใต้ เป็นเงินรวมแล้วกว่า 100,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท

นายออม เย็นเตียง ประธานสำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของกัมพูชา แถลงข่าวว่า จากการสอบสวน พบหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ความผิดของนายสุธ ดินา อีกทั้งเขายังมีทรัพย์สินและเงินทองเพิ่มขึ้นมาก ทั้งที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ได้ 2 ปี โดยมีเครื่องประดับอัญมณีมากนับ 500 ช้ิน ทองคำถึง 12.7 กก. รวมแล้วมูลค่านับ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 17.5 ล้านบาท)

ด้าน นายสุธ ดินา ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. ได้เดินทางมาขึ้นศาลในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยกล่าวว่า การจับกุมเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องไม่ยุติธรรม ทั้งนี้ นายสุธ ดินา เคยเป็นนักศึกษาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ก่อนจะแปรพักตร์เปลี่ยนใจหันมาอยู่กับฝ่ายนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เมื่อปี 2552 จากนั้น นายสุธ ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตกัมพูชา ณ กรุงโซล เมื่อเดือน ก.พ.2557

เอกสารปานามาทำพิษ! ปธน.อาร์เจนตินา เจอโดนสอบอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603059

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 13:09

 

ประธานาธิบดีมาครีแห่งอาร์เจนตินา เจอโดนสอบสวนอย่างเป็นทางการ กรณีมีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ เจ้าตัว ถึงกับแถลงทางสถานีโทรทัศน์ ยืนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี แห่งอาร์เจนตินา กลายเป็นผู้นำรัฐบาลคนล่าสุดที่มีชื่ออยู่ในเอกสารปานามา (Panama Papers) จนต้องถูกดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยสื่อท้องถิ่นในอาร์เจนตินา รายงานว่า ประธานาธิบดีมาครี ตกเป็นข่าวอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับ เอกสารปานามา ซึ่งหลุดรั่วออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้อำนวยการของบริษัทจดทะเบียนในต่างแดน (ออฟชอร์) แห่งหนึ่งที่หมู่เกาะบาฮามาส แต่ไม่ได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน ตอนที่เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อปี 2550 และไม่ได้แจ้งตอนที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อ พ.ย.58

ประธานาธิบดีมาครี แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง ‘ผมรู้ว่ามีคนบางคนกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ในเอกสารปานามา ซึ่งมีผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยผมต้องการพูดอีกครั้งว่า ผมรู้สึกสงบมากๆ, ผมปฏิบัติตามกฎหมาย ผมพูดความจริงมาตลอด และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง’ ประธานาธิบดีมาครีกล่าว ก่อนมีกำหนดไปขึ้นศาลเพื่อให้การเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนี้ในวันศุกร์ที่ 8 เม.ย. ขณะที่ได้มีชาวอาร์เจนตินาจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีมาครีแล้ว

ชาวอาร์เจนตินาออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมาครี เคยเป็นผู้อำนวยการของบริษัทเฟลก เทรดดิ้ง (Fleg Trading) ที่หมู่เกาะบาฮามาส ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยบิดาของเขาผ่านบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา แต่ตอนนี้ บริษัทเฟลก เทรดดิ้ง ได้ถูกปิดกิจการไปแล้ว ขณะที่ ฝ่ายคณะทำงานของประธานาธิบดีมาครี โต้แย้งสาเหตุที่ทำให้ประธานาธิบดีมาครีไม่แจ้งว่ามีบริษัทแห่งนี้อยู่ในต่างแดนว่า เป็นเพราะไม่เคยมีรายได้จากบริษัทดังกล่าว จึงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สิน

แฉสะท้านโลก! เอกสารปานามา ‘พ่นพิษ’ สะเทือนทุกวงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602718

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 05:30

 

ทำเอาสั่นสะเทือนไปทุกวงการทั่วโลก นักการเมือง นักธุรกิจ คนดัง นักร้อง ดารา เศรษฐีมีเงินถังไม่รู้สักกี่มากน้อย ที่ป่านนี้ คงนั่งไม่ติดเก้าอี้ เกิดอาการหนาวๆ ร้อนๆ หากรู้ดีว่าตัวเองไปมีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ (Panama Papers/ปานามาเปเปอร์ส) ในฐานะลูกค้าของบริษัท ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ บริษัทกฎหมายในปานามา เพื่อให้ช่วยดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจต่างแดน (หรือเรียกว่า บริษัทออฟชอร์)

แน่นอนว่า การไปลงทุนตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจในต่างแดน ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ประเด็นที่กำลังโดนแฉอยู่นี้คือ การที่มีผู้นำ อดีตผู้นำ นักการเมือง และผู้คนในหลายวงการ จำนวนไม่น้อยเลยที่ได้ใช้ช่องทาง ‘ซิกแซก’ ในการไปก่อตั้งบริษัทออฟชอร์กับมอสแซค ฟอนเซกา (Mossack Fonseca) เพื่อต้องการเลี่ยงภาษี หรือฟอกเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บนดินแดนที่เรียกว่า ‘สวรรค์ของการเลี่ยงภาษี’

และผลจากการเปิดโปง ‘เอกสารปานามา’ ได้ทำให้ นายซิกมุนเดอร์ กุนน์ลอคสัน สังเวยเป็นรายแรก จนต้องยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ไปแล้ว!!

* ‘มือดี‘ ส่งข้อมูลมหาศาลหลุดรั่ว ออกมาจาก ‘มอสแซค ฟอนเซกา’

ย้อนกลับไป กว่าจะมาถึงวันนี้… วันที่ปานามาเปเปอร์สกำลังทำให้คนดังระดับโลกอยู่ไม่เป็นสุขนั้น เริ่มต้นมาจากการที่ นสพ.ซึดดอยต์ช ในเยอรมนี อ้างว่ามีแหล่งข่าวนิรนาม ที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน และไม่ต้องการได้เงินหรือสิ่งใดตอบแทน ได้ส่งเอกสารจำนวนมหาศาลถึง 11.5 ล้านฉบับ ขนาด 2,600 GB (กิกะไบต์) มายัง นสพ.ซึดดอยต์ช ในรูปของอีเมลไฟล์พีดีเอฟ, สำเนาข้อมูลจากฐานข้อมูลภายในของบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา รวมถึง ภาพถ่าย หนังสือเดินทาง และจดหมายย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 2513 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเอกสารขององค์กรต่างชาติจำนวนมากกว่า 214,000 แห่ง

หลังจากนั้น นสพ.ซึดดอยต์ช จึงได้ส่งต่อข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ไปยังสมาคมผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) และสื่อมวลชนในองค์กรสื่อนับ 107 แห่งทั่วโลก ใน 76 ประเทศ รวมทั้ง เดอะ การ์เดียน สื่อในสหราชอาณาจักร (ยูเค) เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และตรวจสอบ โดยใช้เวลานานนับปี ก่อนจะมีการเปิดเผยเอกสารปานามาสู่สายตาชาวโลก เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายน 2559

ตึกสูงเรียงรายในกรุงปานามา ซิตี้ เมืองหลวงของปานามา

* ‘ปานามาเปเปอร์ส’… แฉครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ว่ากันว่า การแฉข้อมูล ‘เอกสารปานามา’ นี้ เป็นการแฉข้อมูลครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของการเปิดโปงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนทั่วไปได้รับรู้ ยิ่งกว่าเมื่อตอนที่เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน แฉโครงการสอดแนมล้วงความลับบุคคลสำคัญของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ และข้อมูลมากกว่า วิกิลีกส์ (Wikileaks) เว็บไซต์จอมแฉที่เปิดโปงเรื่องลับของรัฐบาล บริษัทและคนดังต่างๆ ต่อชาวโลกเสียอีก

ตามรายงานของ ICIJ ระบุว่า ข้อมูลของเอกสารปานามา มีขนาดถึง 2,600 GB แต่ข้อมูลของ วิกิลีกส์ อยู่ที่ 1.7 GB เท่านั้น ขณะที่ข้อมูลความลับของบริษัทออฟชอร์ เลี่ยงภาษี-ฟอกเงิน ที่ถูกแฉออกมา เมื่อปี 2556 ก็มีขนาด 260 GB

นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน

อมิตาภ พัลจัน อดีตดาราบอลลีวูดชื่อดังของอินเดีย

* ใครบ้าง ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารปานามา?

เรื่องที่ชาวโลกอยากรู้มากที่สุดก็คือ มีผู้นำ นักการเมือง หรือคนดังใครบ้าง ที่มีชื่อเกี่ยวข้องอยู่ในเอกสารปานามา? โดยนับตั้งแต่มีการแฉข้อมูลออกมานั้น มีชื่อของอดีตผู้นำ และผู้นำประเทศและรัฐบาลชุดปัจจุบัน 12 คน ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา รวมทั้งอดีตผู้นำจอมเผด็จการ ที่ถูกกล่าวหาว่าปล้นชาติปล้นแผ่นดินประเทศของตนเอง นอกจากนั้นก็มีคนที่เป็นญาติหรือคนใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้นำประเทศ อีกกว่า 60 คน รวมถึง นักการเมืองในประเทศต่างๆ

ในจำนวนนี้ มีคนใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ไปจนถึง น้องเขยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน, บิดาของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ และบุตร 3 ใน 4 คน ของนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน

นายซิกมุนเดอร์ กุนน์ลอคสัน อดีตนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์

* นายกฯไอซ์แลนด์ สังเวย ปานามาเปเปอร์ส คนแรก

สำหรับผู้นำที่โดนแฉว่ามีชื่ออยู่ในเอกสารปานามานั้น ที่โดนเรื่องนี้ไปแล้วแบบเต็มๆ คือ นายซิกมุนเดอร์ กุนน์ลอคสัน นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ ซึ่งได้กลายเป็นอดีตนายกฯไปแล้ว เพียงไม่กี่วันหลังมีการแฉ ‘เอกสารปานามา’ ซึ่งได้เปิดเผยว่า อดีตนายกรัฐมนตรีกุนน์ลอคสันแห่งไอซ์แลนด์ ได้ไปซื้อบริษัท Wintris Inc. ในหมู่เกาะบริติช เวอร์จินผ่านบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา เมื่อปี 2550 แต่ไม่ได้แจ้งรายได้ของบริษัทในช่วงเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ในปี 2553 และ 8 เดือนให้หลัง เขาได้เทขายหุ้นของบริษัทนี้ถึง 50% ให้แก่ภรรยาของตนเอง ในราคาขายเพียงหุ้นละ 1 ดอลลาร์เท่านั้น

หลังจากถูกแฉสะท้านโลก ทำให้แค่ 2-3 วันต่อมา นายกุนน์ลอคสันต้องเผชิญหน้ากับเสียงเรียกร้องจากคนในประเทศให้ลาออกไปได้แล้วจากเรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ โดยมีประชาชนกว่า 26,000 คน ได้ร่วมลงชื่อกดดัน จนในที่สุด นายกุนน์ลอคสันได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา

สำนักงานใหญ่ของยูฟ่า ในเมืองนียง

* ตำรวจสวิส ถึงกับขอหมายค้น สำนักงานใหญ่ยูฟ่า

ท่ามกลางการออกมาปฏิเสธของนักการเมือง และดาราที่มีชื่ออยู่ในเอกสารปานามา ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโกแห่งยูเครน, นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ที่ได้แถลงข่าวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวว่า ลูกๆ ทั้ง 3 ของเขาไม่ได้ทำอะไรผิด รวมถึงอดีตดาราดังบอลลีวูดของอินเดีย อย่าง อมิตาภ พัลจัน ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองนั้น

คนดังที่มีชื่อเกี่ยวข้องอยู่ในเอกสารปานามา ที่ถึงกับทำให้ตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ ต้องขอหมายค้นจากศาลสำนักงานใหญ่ยูฟ่าในเมืองนียง ก็คือ นายจีอันนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) ที่ได้ไปเซ็นสัญญากับนายฮิวโก และนายมาริโอ จินกีส นักธุรกิจสองพ่อลูกชาวอาร์เจนตินา เจ้าของบริษัท ครอสส์ เทรดดิ้ง (Cross Trading) ขณะที่นายอินฟานติโน นั่งเก้าอี้เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) โดยได้มีการเซ็นสัญญามอบลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกของยูฟ่าในปี 2549 ให้แก่บริษัทครอสส์ เทรดดิ้ง แต่ ประเด็นที่ส่อฉ้อฉลอยู่ที่ หลังจากบริษัทนี้ได้สิทธิถ่ายทอดสดจากยูฟ่าแล้ว ได้ขายสิทธินี้ทันทีให้แก่บริษัทสถานีโทรทัศน์ เทเลมาโซนาส ในเอกวาดอร์ ในราคาที่แพงกว่าเดิมเกือบ 3 เท่า

นายจีอันนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า

* แฉ ‘แดนสวรรค์ของการฟอกเงิน’ 10 แห่งทั่วโลก

นอกจาก ICIJ จะมีการแฉชื่อของผู้ที่เกี่ยวข้องในเอกสารปานามา ออกมาบางส่วนแล้ว ยังได้เปิดเผยสถานที่ที่เป็น ‘แดนสวรรค์ของการฟอกเงิน’ ของบริษัทออฟชอร์ทั้งหลายทั่วโลก โดยปรากฏว่า หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน หรือ บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ ในทะเลแคริบเบียน เป็นแดนสวรรค์ฟอกเงินอันดับ 1 มีบริษัทออฟชอร์ไปจดทะเบียนตั้งบริษัทมากสุด ถึงประมาณ 110,000 บริษัท รองลงมาอันดับสองคือที่ ปานามา ประเทศที่อยู่ทางตอนใต้สุดของอเมริกากลาง ซึ่งมีบริษัทออฟชอร์ไปจดทะเบียนเกือบ 50,000 บริษัท

ตามด้วยอันดับ 3 ได้แก่ ประเทศบาฮามาส ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกของรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ อันดับ 4.หมู่เกาะซีย์เชลส์ 5.นิอูเอ (Niue) เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ 6.ประเทศซามัว (Samao)ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ 7.บริติช แองกวิลา (British Anguilla) อาณานิคมโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในทะเลแคริบเบียน 8.รัฐเนวาดาในสหรัฐฯ 9.ฮ่องกง และ 10.สหราชอาณาจักร

* เปิดโปงกว่า 500 ธนาคาร มีลูกค้าจดทะเบียนกับมอสแซค ฟอนเซกา

ข้อมูลของ ICIJ ระบุด้วยว่า มีธนาคารเกือบ 500 แห่ง ซึ่งรวมทั้งธนาคาร ‘ลูก’ และธนาคารสาขาต่างๆ ได้ทำธุรกรรมการเงินกับบริษัท ที่เรียกว่า ‘shell company’ (หรือบริษัทที่มีแต่เปลือก) ที่ได้จดทะเบียนกับมอสแซค ฟอนเซกา เกือบ 15,600 บริษัท โดยธนาคารที่มีบริษัทออฟชอร์ ซึ่งเป็นลูกค้าของมอสแซค ฟอนเซกา มากที่สุด อันดับแรกคือ ธนาคาร Experta Luxembourg S.A. รองลงมาได้แก่ Banque J.Safra-Luxembourg S.A. และอันดับ 3 คือ Credit Suisse Channel islands Limited.

รามอน ฟอนเซกา หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา

* มอสแซค ฟอนเซกา โต้ลั่น ตั้งบริษัทมานาน 40 ปี ไม่เคยโดนฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ถึงจะตกเป็นข่าวอื้อฉาวสนั่นโลก แต่ทางบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ยังออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของทางบริษัท โดยชี้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทกฎหมายแห่งนี้มานานนับ 40 ปี ยังไม่เคยโดนกล่าวหา หรือถูกฟ้องร้องว่าทำผิดในคดีอาญาใดๆเลย

ด้วยเหตุนี้ คงติดตามกันต่อด้วยความระทึกว่า ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารปานามา จะ ‘พ่นพิษ’ จนทำให้ นักการเมือง นักธุรกิจ เศรษฐี คนดังต่างชาติ รวมถึงจะมีนักธุรกิจ และคนดังในไทยหรือไม่ ที่ต้องเซ่นสังเวยให้กับการเปิดโปงการทุจริตฉ้อฉลในการซุกเงิน เลี่ยงภาษีในต่างแดนครั้งมโหฬารคราวนี้.

ยุโรปเล็งยกเลิกแบงก์ 500 ยูโร แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602861

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 05:00

 

(ภาพ: AFP)

สหภาพยุโรปกำลังหารือกันเรื่องการยกเลิกการใช้งานธนบัตรใบละ 500 ยูโร เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีธนบัตรมูลค่าขนาดนี้ และมันอาจถูกนำไปใช้เพื่อการฟอกเงินหรือการคอร์รัปชันได้…

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์แฟรงก์เฟิร์ตเตอร์อัลเกอไมน์ไซตุงของเยอรมัน ได้รายงานข่าว หากมีการประกาศยกเลิกใช้ธนบัตรใบละ 500 ยูโร ซึ่งไม่ค่อยจะมีการใช้หมุนเวียนมากนักในระบบเศรษฐกิจ อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยที่สุดถึง 500 ล้านยูโร (ราว 20,500 ล้านบาท) โดยเป็นการประเมินของผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางเยอรมนี

การถอนธนบัตรใบละ 500 ยูโร ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีการพิมพ์ธนบัตรมูลค่าต่ำกว่าออกมาทดแทนในจำนวนที่เท่ากับธนบัตรมูลค่าใบละ 500 ยูโร ที่จะเก็บออกจากระบบเศรษฐกิจ มีมูลค่ารวม 600 ล้านยูโร (ราว 24,600 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นธนบัตรใบละ 100 และ 200 ยูโร ที่จะต้องพิมพ์ออกมาทดแทน

หนังสือพิมพ์เยอรมันรายงานว่า ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นจากการพิมพ์ธนบัตรทดแทนธนบัตร 500 ยูโร ประเมินว่าในกรณีที่ต่ำที่สุดจะมีมูลค่ากว่า 500 ล้านยูโร (20,500 ล้านบาท)

‘ปูติน’ ปัดเพื่อนไม่ได้ทำผิด ชี้! ตะวันตกใช้ ‘เอกสารปานามา’ บ่อนทำลายรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602849

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 02:55

 

(ภาพ: AP)

วลาดิเมียร์ ปูติน ออกมาปกป้องเพื่อนที่ถูกเอกสารปานามากล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และกล่าวหาชาติตะวันตกว่ากำลังใช้เอกสารนี้เพื่อทำลายรัสเซีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการรั่วไหลของ ‘เอกสารปานามา’ (ปานามาเปเปอร์ส) เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดี โดยปฏิเสธว่าคนสนิทของเขาไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาในเอกสารดังกล่าว และระบุด้วยว่า ศัตรูของเขากำลังใช้ประเด็นนี้ในการบ่อนทำลายเสถียรภาพของรัสเซีย

ทั้งนี้ ‘เอกสารปานามา’ ของบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา ถือเป็นการแฉเอกสารลับครั้งใหญ่สุดในโลก เพราะมีจำนวนถึง 11.5 ล้านชิ้น ที่หลุดรอดออกมาจากบริษัทกฎหมายในปานามาแห่งนี้ โดยอ้างว่า ได้เปิดเผยให้เห็นถึงกลวิธีในการที่บริษัทมอนแซค ฟอนเซกาช่วยผู้นำประเทศ หรืออดีตผู้นำ ตลอดจนบรรดานักการเมือง เจ้าหน้าที่ทางการ คนร่ำรวยที่มีอิทธิพลทั่วโลกหลายสิบคน ฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี และซุกซ่อนทรัพย์สินในต่างประเทศ

เอกสารลับยังเปิดเผยวิธีการบริหารของ แบงก์ รอสซิยา ในรัสเซียเป็นครั้งแรก โดยธนาคารนี้โยกย้ายเงินผ่านบริษัทต่างประเทศหลายแห่ง และ 2 แห่งในนี้เป็นของ เซอร์เก โรลดูกิน หนึ่งในเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปูติน รวมทั้งเป็นพ่อทูนหัวของ มาเรีย ลูกสาวของนายปูตินด้วย ซึ่งในเอกสารระบุว่า นายโรลดูกินทำกำไรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากข้อตกลงที่น่าสงสัย

อย่างไรก็ตาม นายปูตินออกมาโต้แย้งผ่านรายการสดทางโทรทัศน์ว่า “ศัตรูในชาติตะวันตกของรัสเซียรู้สึกกังวลในความสามัคคีและความเป็นหนึ่งเดียวของรัสเซีย และนี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาพยายามจะสั่นคลอนเราจากภายใน เพื่อให้รัสเซียมีท่าทีที่อ่อนน้อมมากขึ้น” ปูตินยังกล่าวหาด้วยว่า ศัตรูของนายปูตินไม่สามารถไม่หาชื่อของเขาใน เอกสารปานามา ได้ พวกเขาจึงสร้างข้อมูลขึ้นมา

“พวกเขาพบชื่อผู้ช่วยและคนรู้จักของผม 2-3 คน และแต่งเรื่องขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน” นายปูตินกล่าว

นอกจากนี้ นายปูตินยังอ้างถึงข้อความที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ทวีตลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ซึ่งกล่าวหาหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐฯ คือ โครงการรายงานการคอร์รัปชันและองค์กรอาชญากรรม (OCCRP) และ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAid) เป็นผู้ออกเงินทุนและผลิตเอกสารปานามา เพื่อโจมตีนายปูติน.

เดนมาร์กรวบ 4 ผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกไอซิส พร้อมยึดปืน-กระสุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602810

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 01:20

 

(ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่ของประเทศเดนมาร์ก จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม ในประเทศซีเรีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 เม.ย. โดยเจ้าหน้าที่ยังยึดอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่งในปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตามแถลงการณ์ของตำรวจเดนมาร์ก ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกน เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจโคเปนเฮเกนและสำนักงานข่าวกรองและความมั่นคง หรือ เพ็ท (PET) แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย รวมทั้งจำนวนอาวุธที่ยึด และไม่ระบุด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนกำลังวางแผนก่อการร้ายหรือไม่ อ้างว่าเพื่อการสืบสวนขั้นต่อไป

อนึ่ง ผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 คน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกกลุ่มไอซิสในซีเรีย เพื่อก่อการร้าย โดยทั้งหมดจะถูกนำตัวเข้ารับการพิจารณาคดีโดยลับในวันศุกร์นี้.

เบลเยียมแพร่คลิปใหม่ โชว์ภาพผู้ต้องสงสัยบึมสนามบินบรัสเซลส์ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602765

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 เม.ย. 2559 23:35

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่เบลเยียมเผยคลิปวีดิโอใหม่ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นชายชุดขาว ผู้ต้องสงสัยร่วมวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม กำลังหลบหนีในหลายพื้นที่หลังจากเกิดเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศเบลเยียมเปิดเผยแพร่คลิปวีดิโอใหม่ แสดงให้เห็นภาพของ ‘ชายชุดขาว’ ผู้ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในการโจมตีสนามบิน ซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ด้วยระเบิดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. พร้อมเรียกร้องให้สังคมช่วยกันระบุชื่อของชายคนนี้

คลิปวีดิโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ในงานแถลงข่าวของสำนักงานอัยการกลางกรุงบรัสเซลส์ โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นผู้ต้องสงสัยรายนี้เดินออกจากสนามบินท่ามกลางผู้คน “เมื่อเวลาประมาณ 07.58 น. (วันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) ชายในชุดสีสว่างสวมหมวกเดินออกจากอาคารผู้โดยสาร, เดินผ่านโรงแรมเชอราตัน จากนั้นจึงเลี้ยวขวาไปยังลานจอดรถของบริษัทรถเช่า ‘อาวิส’ ก่อนออกจากพื้นที่สนามบิน” ผู้บรรยายระบุ

จากนั้นผู้ต้องสงสัยเดินภายในเมืองซาเวนเทม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงบรัสเซลส์ ก่อนทิ้งเสื้อแจ็กเกต “เสื้อแจ็กเกตที่เขาทิ้งไว้ มีสีสว่าง มีฮูดซึ่งภายในเป็นสีดำ และหากหาเสื้อตัวนี้พบ มันก็อาจให้ข้อมูลล้ำค่าแก่เจ้าหน้าที่สืบสวน”

(ภาพ: AP)

ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกพบเห็นอีกครั้งในเวลาประมาณ 08.50 น. ที่สี่แยกในเมืองซาเวนเทม โดยในตอนนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสว่างและพับแขนเสื้อขึ้น ใส่กางเกงขายาวสีดำและรองเท้าสีน้ำตาล มีพื้นรองเท้าขนาดใหญ่สีขาว จากนั้นเขาถูกกล้องวงจรปิดในเขตสการ์เบก ทางใต้ของเมืองซาเวนเทมบันทึกภาพเอาไว้ได้ในเวลา 09.42 น. และ 09.49 น. และถูกบันทึกภาพครั้งสุดท้ายที่สี่แยกบนถนน Avenue de la Brabançonne กับถนน Rue du Noyer ในเขตสการ์เบก ในเวลา 09.50 น.

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่เบลเยียมร้องขอให้ผู้ที่เห็นเสื้อแจ็กเกตที่ผู้ต้องสงสัยทิ้งเอาไว้ หรือหาผู้ต้องสงสัยระหว่างที่เขากำลังหลบหนี หรือรู้ว่าเขาหลบหนีไปทิศทางใด ติดต่อกับเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อให้ข้อมูล

ชมคลิปที่นี่

ปวดเฮดอีกแล้ว! ตัวอะไร? อยู่กลางแม่น้ำเทมส์ สัตว์ประหลาดหรือแค่ถังขยะ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602666

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 เม.ย. 2559 17:30

 

(ภาพจากยูทูบ:Apex TV)

มีเรื่องให้สงสัยกันอีกแล้ว…สิ่งประหลาด ลักษณะเหมือนสัตว์ตัวใหญ่ กำลังว่ายอยู่กลางแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน หลังมีคนตาไวบนรถไฟฟ้า เห็นสิ่งประหลาดลอยอยู่ในแม่น้ำ จึงรีบคว้ามือถือมาถ่ายไว้ และแชร์คลิปทางโซเชียล

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องฮือฮา ที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนโลกออนไลน์กันครึกโครม เมื่อมีคนผู้หนึ่งที่โดยสารอยู่บนรถไฟฟ้า ได้ใช้กล้องบนสมาร์ทโฟน ถ่ายวีดิโอบันทึกภาพ วัตถุปริศนาไว้ได้ทัน มีลักษณะเหมือนสัตว์ตัวใหญ่ ด้านหลังของมันมีขนาดใหญ่ สีดำ กำลังว่ายอยู่กลางแม่น้ำเทมส์ ใกล้กับ ‘O2 อารีนา’ ในเขตกรีนวิช ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษ แต่ไม่นานจากนั้น มันได้หายไปทันทีในแม่น้ำเทมส์ที่มีสีขุ่นข้น

ข่าวแจ้งว่า มีผู้บันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ได้เมื่อวันที่ 26 มี.ค.59 และทันทีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอผ่านทางโซเชียล มีเดีย เมื่อวันที่ 1เมษายน ซึ่งเป็น วัน ‘เอพริล ฟูลเดย์’ หรือวันโกหก ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากที่เข้ามาดูคลิป เชื่อว่าเป็นคลิปโกหก อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเช่นกัน คาดว่า มันอาจจะเป็นวาฬสเปิร์ม หรือวาฬหัวทุย ที่หายสาบสูญไปจากแม่น้ำสายนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเห็นวาฬหัวทุยในแม่น้ำเทมส์ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า สิ่งประหลาดที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำเทมส์นั้น น่าจะเป็นแค่ถังขยะเท่านั้น.

ชมคลิป ที่นี่

ช็อก! นักล่ามือโปรมะกันปราบจระเข้ยักษ์ หนักเกือบ 400 กก.ยิงร่วงคาสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602498

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 เม.ย. 2559 13:20

 

(ภาพจากยูทูบ:BBC)

สุดตะลึง… ตัวแอลลิเกเตอร์ หรือจระเข้ตีนเป็ดยักษ์ ตัวใหญ่มาก​ หนักเกือบ 400 กก. โดนนักล่าจระเข้มือโปร ในรัฐฟลอริดา ใช้ปืนไรเฟิลยิงปลิดชีพ ความใหญ่โตของจระเข้ยักษ์ตัวนี้ถึงกับต้องเรียกรถแทรกเตอร์มาช่วยยกออกไปจากริมสระ

สำนักข่าวบีบีซีเผยแพร่ภาพที่สร้างความตกตะลึง ได้เห็น ตัวแอลลิเกเตอร์ (alligator) หรือจระเข้ตีนเป็ด ซึ่งเป็นจระเข้น้ำเค็ม มีความดุร้าย ตัวใหญ่มาก มีความยาวถึง 4.5 เมตร และน้ำหนักถึง 360 กก. ถูกนายลี ไลต์ซีย์ นักล่าจระเข้มือโปร ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ได้ใช้ปืนไรเฟิล ยิงตายในสระที่ฟาร์มของเขา ระหว่างที่นายไลต์ซีย์ได้พยายามติดตามหาจระเข้ยักษ์ตัวนี้ หลังมันได้งาบวัวในฟาร์มของเขาไปกินหลายตัว โดยเขาและไกด์ล่าจระเข้อีกคน ได้เจอแอลลิเกเตอร์ยักษ์ตัวนี้ในสระ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา

บุตรชายของลี ไลต์ซีย์ (ซ้าย)ถ่ายรูปคู่จระเข้ตีนเป็ดยักษ์ ที่ต้องใช้รถแทรกเตอร์มายกมันออกจากสระ

‘ตอนที่มันโผล่ขึ้นเหนือน้ำ มันอยู่ห่างจากพวกเราแค่ประมาณ 6 เมตร เราจึงได้ระดมสาดกระสุนยิงใส่มันทันที จนมันสิ้นใจตาย’ นายไลต์ซีย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทจัดเตรียมเกี่ยวกับการล่าจระเข้ตีนเป็ด ให้แก่ผู้คนที่อยากเป็นนักล่าจระเข้ เล่านาทีระทึก พร้อมกับเผยด้วยความตื่นเต้นว่า จระเข้ตีนเป็ดยักษ์ตัวนี้เป็นสัตว์ดุร้ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยปลิดชีพในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา และด้วยความใหญ่โตของมัน ถึงกับต้องเรียกรถแทรกเตอร์ให้มาช่วยยกขนย้ายมันออกไปจากริมสระในฟาร์มของเขาเลยทีเดียว