อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ตกใจ! คนดังล่าสุด มีชื่อโผล่ใน ‘เอกสารปานามา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602465

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 เม.ย. 2559 12:35

 

จีอันนี อินฟานติโน อดีตเลขาฯ ยูฟ่า และปัจจุบันเป็นประธานฟีฟ่าโดนด้วย… มีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ จน ตร.สวิส ต้องขอเข้าค้นสำนักงานใหญ่ยูฟ่า ในเมืองนียง จากการที่ อินฟานติโน ได้เซ็นสัญญามอบลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกของยูฟ่า แก่นักธุรกิจสองพ่อลูกชาวอาร์เจนตินา ที่เอาไปขายต่อทันทีในราคาแพงกว่าเดิมเกือบ 3 เท่า

เมื่อ 7 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายจีอันนี อินฟานติโน อดีตเลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และปัจจุบันเป็น ประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) กลายเป็น ประธานองค์กรดังล่าสุด ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ในเอกสารปานามา (Panama papers) ที่หลุดรั่วออกมาจากบริษัทกฎหมาย มอสแซค ฟอนเซกา ในปานามา เมื่อนายจีอันนี อินฟานติโน ซึ่งเป็นชาวสวิสเชื้อสายอิตาลี ได้ถูกกล่าวหาว่า เขาได้เซ็นสัญญากับ นายฮิวโก และ มาริอาโน จินกีส สองพ่อลูกนักธุรกิจชาวอาร์เจนตินา เจ้าของบริษัท ครอสส์ เทรดดิ้ง (Cross Trading) ที่ได้ซื้อลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลแชมป์เปียนลีก ของยูฟ่า ในปี 2549 ซึ่งตอนนั้น นายอินฟานติโดนั่งเก้าอี้เลขาฯยูฟ่า จากนั้น นายจินกีส ได้ขายลิขสิทธิ์ดังกล่าวให้แก่ บริษัทสถานีโทรทัศน์ เทเลมาโซนาส ในเอกวาดอร์ ในราคาที่แพงกว่าตอนซื้อลิขสิทธิ์มาครั้งแรกถึงเกือบ 3 เท่า

บีบีซี รายงานว่า หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว นายอินฟานติโน ได้ออกมาปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดในเรื่องนี้ และรู้สึกตกใจที่ ‘ความซื่อสัตย์ของเขาถูกตั้งข้อสงสัย’ โดย บีบีซี ยังอ้างแหล่งข่าวอาวุโสในฟีฟ่า เผยกับนักข่าวบีบีซี ว่า ข้อตกลงในสัญญาดังกล่าวระหว่างนายอินฟานติโนกับนักธุรกิจชาวอาร์เจนตินา สมควรได้รับการตรวจสอบจาก คณะกรรมการจริยธรรมของยูฟ่า เพื่อทำให้เรื่องนี้โปร่งใส ในขณะที่นักธุรกิจสองพ่อลูก คือทั้ง นายฮิวโก จินกิส ผู้เป็นพ่อ และ นายมาริอาโน จินกิส บุตรชาย ขณะนี้กำลังต่อสู้กับการถูกส่งตัวจากอาร์เจนตินาไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ในข้อหาติดสินบนหลายล้านดอลลาร์ แก่เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลในอเมริกาใต้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อได้ซื้อสิทธิ์ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลในอเมริกาใต้ในราคาที่ถูก และขายลิขสิทธิ์ต่อเพื่อทำกำไรจากราคาที่สูงขึ้น

สำนักงานใหญ่ของยูฟ่าในเมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ด้าน ซีเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า ตำรวจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสวิส ได้บุกเข้าตรวจค้น สำนักงานใหญ่ของยูฟ่า ในเมืองนียง เพื่อต้องการดูสัญญาเกี่ยวกับสิทธิ์ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกของยูฟ่า ขณะที่ ทางโฆษกของยูฟ่ายืนยันว่าตำรวจสวิสได้มาที่สำนักงานใหญ่ยูฟ่าโดยมีหมายค้น ซึ่งทางยูฟ่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่

ปานามาฯพ่นพิษ ไขก๊อกแล้ว1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602299

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2559 07:30

 

(ภาพ : AFP)

อึ้ง‘นายกฯ’ ไอซ์แลนด์ โดนกดดัน จนลาออก

นายกฯไอซ์แลนด์ ลาออกหลังเจอพิษ “ปานามา เปเปอร์ส” แฉจนกระเด็นตกเก้าอี้ ด้านหนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา โอดครวญถูกคนลอบเจาะข้อมูลจนนำไปสู่การเปิดโปง ขณะที่ทางการปานามาประกาศจะสอบสวนเรื่องเอกสารลับรั่วไหล เลขาฯ ปปง.สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง “ปานามา เปเปอร์ส”

กรณีข้อมูลลับของสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกาในประเทศปานามา ทวีปอเมริกากลาง หลุดรั่วไหลสู่สาธารณะนับ 11.5 ล้านชุด หรือที่เรียกว่า “ปานามา เปเปอร์ส” เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เปิดเผยการปกปิดซ่อนเร้นการทำธุรกรรมการเงินนอกอาณาเขต ซึ่งสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา เก็บไว้นานกว่า 40 ปี และไม่เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดยหนังสือพิมพ์ชื่อดังในเยอรมนี ได้รับมาจากแหล่งข่าวนิรนามและถูกแบ่งปันในกลุ่มสื่อมากกว่า 100 แห่ง นำโดยองค์กรผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) ซึ่งเอกสารที่รั่วออกมา มีทั้งชื่อนักการเมือง ดารานักแสดง บุคคลในวงการธุรกิจและกีฬา รวมทั้งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นทายาท และคนใกล้ชิด ขณะที่ผู้ที่มีรายชื่อระบุใน “ปานามา เปเปอร์ส” รวมทั้งผู้ใกล้ชิดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และญาติๆของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ต่างออกมาปฏิเสธพัวพันการทำธุรกรรมผิดกฎหมายทั้งฟอกเงินและหลบเลี่ยงภาษี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เรื่องข้อมูลลับที่กำลังสั่นสะเทือนผู้คนทุกวงการทั่วโลกดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่า นายกรัฐมนตรีของไอซ์แลนด์ นายซิกมุนดูร์ เดวิด กุนน์ลัคส์สัน กลายเป็นเหยื่อทางการเมืองคนแรก ของการหลุดรั่วของเอกสารปานามา เปเปอร์ส โดยได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 เม.ย. หลังปฏิเสธมาตั้งแต่ต้นและถูกชาวไอซ์แลนด์ชุมนุมประท้วง กดดันให้ลาออกกรณีปานามา เปเปอร์ส ระบุว่านายซิกมุนดูร์และภรรยา ได้ลงทุนหลายล้านดอลลาร์ในบริษัทนอกอาณาเขต (offshore company) ที่ถือหุ้นในธนาคาร 3 แห่งของไอซ์แลนด์ที่ขาดทุน จนต้องปิดกิจการในปี 2551 และทำให้เศรษฐกิจประเทศถลำลึกเข้าสู่ภาวะถดถอย

แถลงการณ์การลาออกของนายซิกมุนดูร์ระบุยืนยันไม่มีการกระทำผิดกฎระเบียบของรัฐสภาในเรื่องที่ต้องเปิดเผยทรัพย์สิน หรือแม้แต่ข่าวตามสื่อหลายสำนักรวมทั้ง นสพ.เดอะ การ์เดียน ก็ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่านายซิกมุนดูร์และภรรยา เกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีหรือการได้ทรัพย์สินเงินทองใดๆมาโดยไม่ถูกต้อง

ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหลังนายเอียน บิดาผู้ล่วงลับของนายคาเมรอน มีชื่อปรากฏในปานามา เปเปอร์สเหมือนกันและกำลังถูกสังคมอังกฤษตั้งคำถาม เพราะนายคาเมรอนตั้งตนเป็นผู้ต่อสู้การเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะในดินแดนที่เชื่อมโยงกับอังกฤษ เช่น หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น และหมู่เกาะเคย์แมน ล่าสุดโฆษกของนายคาเมรอน แถลงว่า นายคาเมรอน ภรรยาและลูกๆจะไม่รับผลประโยชน์จากกองทุนหรือทรัพย์สินอื่นใดนอกอาณาเขต อีกในอนาคตและว่า ปัจจุบันนายคาเมรอน และครอบครัวก็ไม่ได้รับผลประโยชน์จากกองทุนที่ว่านี้อยู่แล้ว รวมทั้งไม่ได้เป็นเจ้าของกองทุนหรือถือหุ้นนอกอาณาเขต

ด้านนายรามอน ฟอนเซกา หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา เปิดเผยว่า บริษัทมอสแซคฯ ถูกคนลอบล้วงเจาะข้อมูล (แฮก) จากต่างแดนและได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อสำนักอัยการของปานามาแล้วและว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่ปรากฏเป็นข่าวไม่มีใครพูดถึงการแฮกข้อมูล ทั้งที่นั่นคืออาชญากรรมคดีเดียวที่เกิดขึ้นและไม่เข้าใจเลยที่ (เหตุใด) โลกได้ยอมรับว่าความเป็นส่วนตัวไม่ใช่เรื่องสิทธิมนุษยชนไปแล้ว

ขณะที่ทางการปานามา แถลงให้คำมั่นจะทำการสอบสวนเรื่องเอกสารลับที่รั่วไหลออกมาเช่นเดียวกับออสเตรเลีย ฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ที่ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเปิดสอบสวนรวมทั้งสเปนได้เปิดสอบสวนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องสำนักงานกฎหมายมอสแซคฯแล้ว

ในส่วนความเคลื่อนไหวที่ไทย ภายหลัง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. ได้ออกแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชนว่า ได้กล่าวในที่ประชุมหน่วยงาน ปปง.ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ถึงข่าวการเปิดเผยเอกสารจากต่างประเทศที่อ้างว่ามีข้อมูลกว่า 11 ล้านฉบับ โยงถึงนักการเมือง และผู้นำทั่วโลกกว่า 72 คน เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี โดยมีลูกค้า 21 คนในประเทศไทยและเชื่อมโยงกับบริษัท 963 บริษัทที่อาจเข้าข่ายเลี่ยงภาษี วันเดียวกัน มีรายงานว่า พ.ต.อ.สีหนาท สั่งให้เจ้าหน้าที่ ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงเอกสารปานามา เปเปอร์ส รวมทั้งเตรียมประสานไปยัง ปปง.ที่มีอยู่ทั่วโลก 150 ประเทศ และเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists : ICIJ) ที่ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Suddeutsche Zeitung ของประเทศเยอรมนี เปิดเผยข้อมูลบุคคลและหน่วยงานผู้มีรายชื่อเป็นเจ้าของบริษัทนอกอาณาเขตทั่วโลก เพื่อหาข้อมูลดังกล่าว ก่อนนำข้อมูลไปแจ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ทราบ

ทรัมป์แพ้ศึกวิสคอนซิน-เสียฐานเสียงสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602251

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2559 05:45

 

(ภาพจาก : AP)

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายเท็ด ครูซ ส.ว.รัฐเท็กซัส วัย 45 ปี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้แทนพรรครีพับลิกันประจำรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา โดยได้คะแนนสัดส่วน 48.25 เปอร์เซ็นต์ เหนือคู่แข่งหลักคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัดวัย 69 ปี ที่ได้คะแนนตามเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 35.12 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ศึกเฟ้นหาตัวแทนพรรคไปลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ยังคงยากที่จะคาดเดาทิศทาง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากชัยชนะดังกล่าวแม้จะไม่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในลำดับตัวเต็งของพรรครีพับลิกัน นายทรัมป์ยังคงครองคะแนนเสียงผู้แทนเป็นอันดับ 1 ขาดอีก 497 เสียง ส่วนนายครูซอยู่อันดับ 2 ขาดอีก 723 เสียงในการได้รับเลือกเป็นผู้แทนพรรค แต่กรณีนี้อาจกลายเป็นตัวแปรส่งผลถึงการโหวตคัดเลือกตัวแทนพรรคในการประชุมใหญ่แนชนัล คอนเวนชั่น ปลายเดือน ก.ค. เพราะหากไม่มีผู้สมัครของพรรคคนใดได้คะแนนเสียงครบ 1,237 เสียงตามเกณฑ์แล้ว การคัดเลือกตัวแทนก็จะตกเป็นหน้าที่ของแกนนำพรรคในการเลือกผู้สมัครไปลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งย่อมไม่ใช่นายทรัมป์แน่นอน

ด้านนายทรัมป์กล่าวว่า แม้จะแพ้ในรัฐวิสคอนซินแต่ตนก็จะชนะในท้ายที่สุด นายเท็ด ครูซเป็นอะไรที่แย่ยิ่งกว่าหุ่นเชิด เขาเป็นเหมือนม้าโทรจันที่เหล่าแกนนำของพรรครีพับลิกันส่งมา หวังจะมาขโมยตำแหน่งตัวแทนพรรคไปลงแข่งศึกประธา-นาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นายทรัมป์พ่ายแพ้ในรัฐวิสคอนซิน เนื่องมาจากว่านายทรัมป์ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ว่าหญิงที่ทำแท้งควรจะถูกลงโทษ การกล่าวโจมตีภริยาของนายครูซ รวมถึงกรณีที่ผู้จัดการการหาเสียงของนายทรัมป์ใช้กำลังกับผู้สื่อข่าวหญิง ทำให้สูญเสียคะแนนนิยมจากฐานเสียงสตรี

สำหรับการเลือกตั้งผู้แทนพรรครีพับลิกันลำดับถัดไป จะมีขึ้นในวันที่ 19 เม.ย. ที่รัฐนิวยอร์ก ตามด้วยวันที่ 26 เม.ย. การเลือกตั้งพร้อมกัน 5 รัฐ ที่คอนเนกติกัต เดลาเแวร์ แมรีแลนด์ เพนซิลเวเนีย และโรดส์ไอแลนด์ โดยคะแนนเสียงทั้ง 6 รัฐดังกล่าวจะอยู่ที่ 267 เสียง

วันเดียวกัน นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ วัย 74 ปี ได้รับชัยชนะเหนือนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งผู้แทนพรรคเดโมแครตในรัฐวิสคอนซิน แต่คะแนนยังตามเป็นอันดับ 2 ขาดอีก 1,327 เสียง ส่วนนางฮิลลารีขาดอีกประมาณ 640 เสียง ในการได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค.

ประหารชีวิตทั่วโลกสูงสุดใน 25 ปี-เอไอจี้ยุติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602249

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2559 05:30

 

องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” (เอไอ) เผยแพร่รายงานประจำปีเรื่องการประหารชีวิต เมื่อ 6 เม.ย. โดยระบุว่าเท่าที่รู้ มีผู้ถูกประหารชีวิตในปี 2558 อย่างน้อย 1,634 คนทั่วโลกมากกว่าปี 2557 ถึง 54% และสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 สาเหตุใหญ่เพราะมีผู้ถูกประหารชีวิตเพิ่มขึ้นมากในอิหร่าน ปากีสถานและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมี 977, 326 และ 158 คนตามลำดับ

ซาลิล เชตตี เลขาธิการเอไอ เผยว่า สถิติผู้ถูกประหารชีวิตสูงสุดในรอบ 25 ปี ซึ่งน่าวิตกกังวลยิ่ง ผู้ถูกประหารในอิหร่าน ปากีสถานและซาอุฯ หลายรายถูกดำเนินคดีอย่างไม่ยุติธรรม การประหารชีวิตในอิหร่านยังสูง แม้เริ่มเปิดประตูรับโลกตะวันตกหลังบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่วนปากีสถาน มีผู้ถูกประหารสูงขึ้นมากหลังนำโทษประหารกลับมาใช้อีกในปี 2557 อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ถูกประหารในปี 2558 นี้ยังไม่รวมจีน ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ถูกประหารหลายพันคนต่อปี แต่ถูกปิดเป็นความลับเช่นเดียวกับเวียดนามและเบลารุส แม้ปี 2558 มีสัญญาณว่ามีผู้ถูกประหารในจีนลดลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกถึง 102 ประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสิ้นเชิงแล้วในปี 2558 รวมทั้งฟิจิ มาดากัสการ์ ซูรินาเม คองโก ส่วนสหรัฐฯประหารชีวิตนักโทษ 28 คนในปี 2558 สูงเป็นอันดับ 5 ซึ่งเอไอเรียกร้องให้ทั่วโลกยุติ “การฆ่าอย่างทารุณ” นี้.

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยิงเป้า นักโทษชาย ดื่มเลือดเหยื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602247

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2559 05:15

 

(ภาพจาก : รอยเตอร์)

ศาลสูงสุดสหรัฐฯตัดสินลงโทษประหารชีวิตนายพาโบล ลูซิโอ วาสเกวซ นักโทษชายชาวรัฐเท็กซัส อายุ 38 ปี ด้วยการยิงเป้าในช่วงค่ำวันพุธที่ 6 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หลังถูกตัดสินให้มีความผิดข้อหาฆาตกรรม ด.ช.เดวิด คาร์เดนาส อายุ 12 ปี เมื่อปี 2531 อย่างโหดเหี้ยม ถือเป็นการประหารชีวิตคนที่ 11 ของประเทศ และคนที่ 6 ของรัฐเท็กซัส

ทั้งนี้ นายวาสเกวซ ให้การว่า ในขณะนั้นอยู่ในอาการเมาและเสพยาจนเพ้อ ได้ยินเสียงให้ฆ่าเหยื่อด้วยการใช้ท่อแป๊ปน้ำกระหน่ำทุบตี แล้วเชือดคอยกร่างเหยื่อปล่อยให้เลือดไหลหยดลงใบหน้าแล้วดื่ม ขณะที่นายคาเล็ด อัล-ฮามัด หรือ อาบู ซักการ์ หัวหน้ากลุ่มอัล-นุสรา เครือข่ายก่อการร้ายในซีเรีย ซึ่งเคยปรากฏตัวในคลิปวีดิโอควักหัวใจทหารรัฐบาลซีเรีย มากิน ถูกฝ่ายกบฏลอบยิงสังหารแล้ว.

ธรณีพิโรธซ้ำ! เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.9 เขย่าวานูอาตูอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602080

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 17:01

 

เกิดแผ่นดินไหวซ้ำที่วานูอาตู ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก  สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจวัด พบเกิดธรณีพิโรธ รุนแรงขนาด 6.9 และมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในทะเล บริเวณเดียวกับที่เพิ่งเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 3 วันก่อน

เมื่อ 6 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ​ ตรวจพบเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.9 ในทะเล ใกล้ประเทศหมู่เกาะ วานูอาตู ในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันที่ 6 เม.ย. โดยศูนย์กลางธรณีพิโรธ อยู่ห่างจากเมืองโซลา ของวานูอาตู ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ราว 109 กม. และมีความลึกจากผิวดิน 33.7 กม. เบื้องต้น ไม่มีการออกประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์ (สึนามิ) และไม่มีรายงานความเสียหายจากแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดธรณีพิโรธที่วานูอาตู และมีความรุนแรงเท่ากัน คือ 6.9 ในบริเวณเดียวกับที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ โชคดีที่ไม่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน.

พระทัย ‘หล่อ’ มาก!! เจ้าชายแฮร์รี่ทรงช่วยสร้าง ร.ร.ที่เนปาล พังยับจากธรณีพิโรธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602028

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 14:12

 

(ภาพ twitter จาก พระตำหนักเคนซิงตัน)

ชาวโลกสุดประทับใจ…ได้เห็นภาพ เจ้าชายแฮร์รี่ แห่งอังกฤษ ทรงช่วยทีมอาสาสมัคร ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ให้แก่เด็กๆ ชาวเนปาล หลังจากโรงเรียนพังเสียหายจากแผ่นดินไหวใหญ่ เมื่อปีก่อน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครม ชาวเนปาลและชาวโลกต้องชื่นชมพระจริยวัตรที่น่าประทับใจ ของเจ้าชายแฮร์รี่ พระโอรสองค์สุดท้องในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และเจ้าหญิงไดอานา ผู้ล่วงลับ ที่ได้ทรงช่วยทีมอาสาสมัคร ‘รูบิคอน ยูเค’ ในระหว่างการเสด็จเยือนเนปาล ก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวหลังใหม่ให้แก่เด็กๆ ที่หมู่บ้านลาปูเบซี เมืองโกร์คา ในประเทศเนปาล หลังจากอาคารบ้านเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้ได้พังเสียหายเกือบหมด จากแรงสั่นสะเทือนของการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.8 ที่เนปาล เมื่อ เม.ย.ปีก่อน

ข่าวแจ้งว่า นอกจากเจ้าชายแฮร์รี่และทีมอาสาสมัคร จาก ‘รูบิคอน ยูเค’ ได้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่แล้ว ยังได้ช่วยกันสร้างโซลาร์ฟาร์ม หรือโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ และซ่อมแซมกังหันไอน้ำที่พังเสียหายจากธรณีพิโรธครั้งใหญ่ เพื่อต้องการให้ชาวบ้านราว 300 หลังคาเรือนได้มีกระแสไฟฟ้าใช้ ก่อนที่ฤดูมรสุมจะมาถึง

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงช่วยก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้แก่เด็กๆชาวเนปาล

ทรงสนทนากับเด็กชายชาวเนปาล ที่ดูเขินอาย

ทั้งนี้ ทีมรูบิคอน ยูเค ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาล มาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว โดยมี เซอร์ นิค ปาร์กเกอร์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง และปัจจุบัน ได้ดำรงตำแหน่งประธานทีม รูบิคอน ยูเค โดยเรียกร้องให้ชาวอังกฤษและชาวยูเคที่มีจิตอาสา สละเวลาและใช้ทักษะความชำนาญในด้านต่างๆ ที่มีอยู่ มาให้ความช่วยเหลือชาวเนปาล ที่ประสบหายนภัยจากธรณีพิโรธอย่างทันท่วงที.

เจ้าชายแฮรี่ทรงจับมือทักทาย ประธานาธิบดี พิธยา เทวี พันทารี แห่งเนปาล ในการประชุม เยาวชนหญิงเนปาล 2016 ที่กรุงกาฏมาณฑุ เมื่อ 23 มี.ค. 59

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สวยมากที่ใจ! อดีตทหารหญิง โพสต์รูปถูกตัดขาซ้าย หลังร่วมเดินการกุศลโครงการเจ้าชายแฮร์รี่

คุณค่าทางมรดกโลก! มะกัน ส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์อายุ 70 ล้านปี ให้มองโกเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601959

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 11:30

 

ทางการสหรัฐฯ ส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์อีกหนึ่งชุด ให้แก่มองโกเลียแล้ว หลังถูก ‘มือดี’ ขโมยมา และเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ยึดไว้ได้ ต้องตะลึง…ฟอสซิลขนาดใหญ่สุด เป็นส่วนหัวกะโหลกของไดโนเสาร์พันธุ์หายาก อายุ 70 ล้านปีก่อน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการสหรัฐฯ ส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์ที่เหลืออยู่อีก 6 ชิ้น ประกอบด้วย ฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ และฟอสซิลอื่นๆ ของไดโนเสาร์ 6 สายพันธุ์ ให้แก่รัฐบาลมองโกเลียแล้วเมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 หลังจากฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งมีคุณค่าทางมรดกโลกอย่างยิ่ง ได้ถูกขโมยไปจากมองโกเลีย จากนั้นได้ถูกประมูลซื้อโดยตัวแทนหรือเอเย่นต์ในรัฐนิวยอร์กและยูทาห์ของสหรัฐฯ

สำหรับ ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ถูกส่งคืนให้แก่มองโกเลียเหล่านี้ ฟอสซิลที่ขนาดใหญ่ที่สุด เป็นฟอสซิลส่วนกะโหลกศีรษะของไดโนเสาร์ พันธุ์อลิโอรามัส ซึ่งเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์หายาก และเชื่อว่าอาศัยอยู่ในแถบทะเลทรายโกบี เมื่อประมาณ 66-70 ล้านปีก่อน

ฟอสซิลไดโนเสาร์ ที่สหรัฐฯ ส่งคืนให้แก่รัฐบาลมองโกเลีย

ข่าวแจ้งว่า กะโหลกศีรษะไดโนเสาร์ดังกล่าว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ตรวจยึดไว้ได้ หลังถูกส่งทางเรือมาจากฝรั่งเศส โดยได้แนบเอกสารเท็จ อ้างว่าสิ่งของที่ส่งมานี้ เป็นหัวกะโหลกไดโนเสาร์จำลอง ราคาถูก ทว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จึงได้ส่งเอกสารไปให้มองโกเลียตรวจสอบ จึงพบว่า ฟอสซิลเหล่านี้ เป็นฟอสซิลไดโนสาร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของประเทศมองโกเลีย ตั้งแต่ปี 2467 และห้ามนำออกจากประเทศโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ อัยการสหรัฐฯ ในเขตบรูคลิน นครนิวยอร์ก ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบฟอสซิลชุดล่าสุดนี้คืนให้แก่มองโกเลียเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทางการสหรัฐฯ ได้ทยอยส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ยึดไว้ได้ จำนวน 23 ช้ิน คืนแก่มองโกเลียในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

อดีตผู้นำหญิงกีวีขอนั่งเลขาฯUN

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601825

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2559 02:40

 

(ภาพ: AP)

นางเฮเลน คลาร์ก อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ วัย 66 ปี หัวหน้าโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 เม.ย.ว่า จะลงชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แทนนายบัน คี มูน ซึ่งจะหมดวาระสมัยที่ 2 ในปลายปีนี้ และรัฐบาลนิวซีแลนด์เสนอชื่อเธออย่างเป็นทางการแล้ว โดยนายกฯจอห์น คีย์ เผยว่า รัฐบาลจะทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์รณรงค์ให้เธอเป็นผู้นำยูเอ็นให้ได้

นางคลาร์กเป็นผู้เข้าแข่งขันคนที่ 8 และเป็นคนแรกจากนอกยุโรปที่เข้าชิง ถ้าเธอชนะจะได้เป็นผู้นำยูเอ็นหญิงคนแรก เธอประกาศว่าจะใช้ประสบการณ์การทำงานเกือบ 30 ปีปฏิรูปยูเอ็นในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ จะดึงเยอรมนี ญี่ปุ่น อินเดีย บราซิล รวมทั้งอีก 2 ชาติในแอฟริกาเข้าเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นด้วย เพื่อสะท้อนความเป็นจริงในศตวรรษที่ 21

อนึ่ง สมัชชาใหญ่ยูเอ็นซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศจะเป็นผู้ลงมติเลือกเลขาธิการยูเอ็นตามคำแนะนำของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศ นั่นหมายความว่าผู้ที่จะได้เป็นเลขาฯยูเอ็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกถาวรของยูเอ็น 5 ประเทศซึ่งมีสิทธิยับยั้งหรือ “วีโต้” คือสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน ด้วย.

นายกฯไอซ์แลนด์ลาออกแล้ว เซ่นพิษข่าวฉาว ‘เอกสารปานามา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601830

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 01:40

 

(ภาพ: AP)

นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว  เพียงไม่กี่วัน หลังจากถูกกดดันโดยนักการเมืองและประชาชน จากกรณีถูกแฉ แอบซุกทรัพย์สินในบริษัทต่างชาติ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซิกมุนเดอร์  กุนน์ลอคสัน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไอซ์แลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศที่ถูกแฉในเอกสารลับ ‘เอกสารปานามา’ (Panama Papers) ว่าซุกซ่อนทรัพย์สินของครอบครัวจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในบริษัทต่างชาติ

นายซิกกูร์เดอร์ โยฮาเนสัน รองประธานพรรคก้าวหน้า (เอฟเอสเอฟ) ประกาศเรื่องการลาออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีกุนลอคสันในวันอังคาร ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ‘อาร์ยูวี’

นายกุนน์ลอคสันถูกกดดันอย่างหนักให้ลาออกนับตั้งแต่เรื่องอื้อฉาวใน เอกสารปานามา ซึ่งรั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา ได้รับการเปิดเผยออกมาเมื่อวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเขากับบริษัทในต่างประเทศ จนเกิดการประท้วงขนาดใหญ่ในเมืองหลวงกรุงเรคยาวิก ขณะที่นักการเมืองในไอซ์แลนด์ก็จัดประชุมฉุกเฉิน และเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในกุนลอคสัน

ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจลาออก นายกุนน์ลอคสันระบุว่า เขาวางแผนจะยุบสภาและเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หากสมาชิกสภาจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่สนับสนุนรัฐบาลของเขา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โอลาฟูร์ แรกนาร์ กริมสัน กล่าวหลังหารือกับนายกุนลอคสันแล้วว่า เขาจะไม่พิจารณาคำขอยุบสภาของนายกรัฐมนตรี ก่อนที่เขาจะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 2 พรรค

ทั้งนี้ นายกุนน์ลอคสันเป็นบุคคลสำคัญคนแรกที่ได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนจากการรั่วไหลของ เอกสารปานามา ซึ่งเป็นชื่อเรียกของเอกสารจำนวน 11.5 ล้านฉบับ ที่หนังสือพิมพ์ ซุดดอยซ์ ไซตุง ของเยอรมนี ในรูปแบบข้อมูลขนาดใหญ่กว่า 2.6 เทราไบต์ เปิดเผยธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยของผู้นำประเทศ, นักการเมือง และคนที่มีชื่อเสียงจำนวนมากทั่วโลก.