ผวาเลย ไอซิสขู่อีกแล้ว! เตือน ลอนดอน เป้าหมายโจมตีรายต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601639

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 17:30

 

หนาวๆ ร้อนๆกันอีก..ไอซิส เผยแพร่คลิปขู่ล่าสุด เตือน ลอนดอน จะตกเป็นเป้าหมายก่อการร้ายครั้งใหม่ ต่อจากเหตุโจมตีปารีส และบรัสเซลส์

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 เว็บไซต์ มิร์เรอร์ ออนไลน์ เผยแพร่คลิปวิดีโอ คำเตือนครั้งใหม่ของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ให้ชาวโลกได้หวาดผวากันอีกแล้วเมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเตือนกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ จะตกเป็นเป้าหมายก่อการร้ายครั้งต่อไป หลังจากเกิดเหตุโจมตีกรุงปารีส ในฝรั่งเศส และกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม

ข่าวแจ้งว่า คลิปวิดีโอคำขู่ของไอซิส ถูกเผยแพร่โดย Alwa’ad (อัลวาอัด) ซึ่งเป็นฝ่ายสื่อประชาสัมพันธ์ของกลุ่มติดอาวุธสุดโหด ได้เผยภาพเหตุการณ์วินาศกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งเหตุการณ์ 9/11 ที่นิวยอร์ก กรุงปารีส และบรัสเซลส์ ก่อนจะเป็นภาพอาคารรัฐสภาของอังกฤษ และยังมีภาพหอไอเฟล ในปารีส ล้มกระแทกพื้น ที่ดูเหมือนได้ภาพมาจากเกมคอมพิวเตอร์

‘ถ้าเป็นปารีส เมื่อวานนี้..พรุ่งนี้ก็จะเป็น ลอนดอน หรือ เบอร์ลิน หรือโรม’ ไอซิส ขู่ พร้อมเตือนว่า ‘ชาติแห่งไม้กางเขนทั้งหลาย นี่เป็นสารที่มาถึงพวกแก จงรู้ไว้ ทางเลือกของพวกแกเหลือน้อยแล้ว’

แฉลูกค้าฟอกเงิน เจ๋งๆทั้งนั้น! โดนมะกันคว่ำบาตร-เอี่ยวโครงการนุกโสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601477

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 13:30

 

ทยอยแฉให้ใจระทึก..เผยข้อมูลใน ‘เอกสารปานามา’ ชี้ มอสแซค ฟอนเซกา มีลูกค้าและบริษัทต่างชาติกว่า 30 เจ้า ที่โดนสหรัฐฯคว่ำบาตร รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของโสมแดง ขณะที่ลูกชายนายกฯปากีสถาน ออกโรงโต้บริษัทของครอบครัวในต่างแดนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้ากรณี นสพ.ซึดดอยต์ช ในเยอรมนี และสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (ICIJ) สร้างความฮือฮาสะท้านโลก ออกมา แฉ ‘เอกสารปานามา’ (Panama Papers)เปิดเผยข้อมูลครั้งใหญ่ที่หลุดรั่วออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา ได้ช่วยลูกค้า ซึ่งมีทั้งอดีตผู้นำและผู้นำ ตลอดจนนักการเมือง บริษัท และนักธุรกิจจำนวนมาก ในการฟอกเงินด้วยการไปเป็นเจ้าของบริษัทออฟชอร์ บนดินแดนที่ถูกกล่าวขานว่า เป็น ‘สวรรค์ของการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี’นั้น

บีบีซี แจ้งว่า ตามเอกสารที่หลุดออกมาจำนวนกว่า 11 ล้านชิ้น ระบุ บริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ได้ทำงานให้กับลูกค้าทั้ง รายบุคคลหรือบริษัทต่างๆ รวม 33 เจ้า ที่ถูกขึ้นบัญชีดำ โดนดำเนินมาตรการคว่ำบาตรโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ รวมทั้งยังมีบริษัทในอิหร่าน ซิมบับเว และเกาหลีเหนือ รวมอยู่ด้วย และยังมีบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ช่าวใหญ่… นักข่าวรุมถามประธานาธิบดีฮวน คาร์ลอส วารีลา แห่งปานามา(กลาง) กรณีเอกสารลับปานามา ที่หลุดรอดออกมาจากบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา

บีบีซี เผยด้วยว่า บริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ได้จดทะเบียนบริษัทของลูกค้าเหล่านี้ เป็นชื่อของบริษัทใหม่ในต่างแดน ซึ่งทำให้ ชื่อแท้จริงของบริษัทดั้งเดิมเหล่านี้ ยากต่อการติดตาม เพราะไม่ได้นำมาเปิดเผยในเอกสารที่จะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานก่อนหน้านี้ว่า ผู้นำ ทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งนักการเมือง และคนดังที่เป็นลูกค้าของบริษัท มอสแซค ฟอนเซกา มีเป็นจำนวนมาก อาทิ บิดาของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ, นายกรัฐมนตรีซิกมุนเดอร์ กุนน์ลอกส์สัน แห่งไอซ์แลนด์, นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน, ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโกแห่งยูเครน, คนใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย รวมถึงคนในตระกูลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน

อย่างไรก็ตาม หลังมีชื่อเกี่ยวข้องในการให้บริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ช่วยเลี่ยงภาษี ฟอกเงิน ด้านนายฮุนเซน ชารีฟ บุตรชายของนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน ได้ออกมากล่าวปกป้องบริษัทของตระกูลชารีฟในต่างแดน ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินในลอนดอน โดยชี้ว่า ครอบครัวชารีฟไม่ได้ทำสิ่งใดผิด และดำเนินธุรกิจทั้งหมดในต่างแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯไอซ์แลนด์ยันไม่ลาออก หลังถูก ‘เอกสารปานามา’ แฉว่าเลี่ยงภาษี

ปูติน-สี จิ้นผิง คนใกล้ตัวมีชื่อเอี่ยวซุกเงิน! เตรียมแฉหมด‘เอกสารปานามา’

ผู้โดยสารสุดระทึก! เครื่องบินชนกันจนไฟลุก บนรันเวย์สนามบินอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601395

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 11:36

 

เครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 737-800 ของสายการบินบาติก แอร์ ชนกับเครื่องบินโดยสารอีกลำ บนรันเวย์ของสนามบินในกรุงจาการ์ตา เป็นเหตุให้ปีกเครื่องบินโบอิ้งเกิดไฟลุกไหม้  เดชะบุญ ผู้โดยสารและลูกเรือลงจากเครื่องบินทางบันไดสไลด์ฉุกเฉินอย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุสุดช็อก เครื่องบินโดยสารสองลำชนกันบนรันเวย์ ของสนามบินฮาลิม เปอร์ดานากุสุมา ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ลูกเรือต้องรีบอพยพผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่องบินทางบันไดสไลด์ฉุกเฉิน

ข่าวแจ้งว่า เครื่องบินที่ประสบเหตุชนกันนั้น ลำหนึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินบาติก แอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทไลออน แอร์ กรุ๊ป ที่กำลังจะทะยานขึ้นจากสนามบินฮาลิม เปอร์ดานากุสุมา ทว่าปีกของเครื่องบินได้ไปเกี่ยวกับหางของเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่า และกำลังถูกลากออกไปจากรันเวย์ เป็นเหตุให้ปีกของเครื่องบินโบอิ้งของสายการบินบาติก แอร์ เกิดไฟลุกไหม้ ทำให้พนักงานดับเพลิงต้องรีบระงับเหตุเพลิงไหม้อย่างเร่งด่วน ขณะที่มีรถพยาบาลหลายคันเตรียมพร้อมสำหรับนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

ต่อมา ด้านกระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดลงจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ ทางสนามบินได้ประกาศปิดการให้บริการเที่ยวบินในประเทศเป็นการชั่วคราว จนกว่าเหตุการณ์ในสนามบินจะเรียบร้อย

นายกฯไอซ์แลนด์ยันไม่ลาออก หลังถูก ‘เอกสารปานามา’ แฉว่าเลี่ยงภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601178

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 01:00

 

นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งประเทศไอซ์แลนด์ (ภาพ: AP)

นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง หลังพบว่าเขามีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ ซึ่งระบุว่าเขาและภรรยาใช้บริษัทต่างประเทศในการซุกซ่อนทรัพย์สินเพื่อเลี่ยงภาษี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งประเทศไอซ์แลนด์ ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าตัวเขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้เกิดเสียงเรียกร้องให้เขาก้าวลงจากอำนาจ หลังเอกสารรั่วไหลที่องค์กรสื่อทั่วโลกช่วยกันสืบสวนจะเชื่อมโยงเขาเข้ากับการซุกเงินในบริษัทต่างประเทศเพื่อเลี่ยงภาษี

ทั้งนี้ นายกุนลอคสันเป็นหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อใน ‘เอกสารปานามา’ (Panama Papers) ซึ่งเป็นเอกสารกว่า 11.5 ล้านฉบับที่รั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา และเปิดโปงการทำธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยซึ่งอาจเป็นการฟอกเงินหรือการเลี่ยงภาษีของผู้นำ, นักการเมือง และเหล่าเศรษฐีทั่วโลก

เอกสารดังกล่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีไอซิสและภรรยา ซื้อบริษัทชื่อ ‘วินทริส’ บนเกาะเวอร์จิน ของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2007 ด้วยความช่วยเหลือของ มอสแซค ฟอนเซกา และขายหุ้น 50% ของบริษัทนี้ที่เขาถือครองอยู่แก่ภรรยาในวันสิ้นปี 2009 ในราคาแค่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงวันเดียวก่อนที่กฎหมายไอซ์แลนด์ซึ่งบังคับให้นายกุนลอคสันประกาศความเป็นเจ้าของบริษัทวินทริสซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน จะมีผลบังคับใช้

ข้อมูลยังระบุด้วยว่า บริษัท วินทริส ซึ่งนายกุนลอคสันมีอำนาจบริหารไม่จำกัด นำเงินจำนวนมากไปลงทุนซื้อพันธบัตรจากธนาคารไอซ์แลนด์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่ง ซึ่งภายหลังล้มละลายเพราะวิกฤติการเงินปี 2008 บริษัทยังถูกระบุเป็นเจ้าหนี้เงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ ในคำร้องขอยื่นล้มละลายของธนาคารทั้ง 3 แห่งด้วย

หลังเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันอาทิตย์ นักการเมืองฝ่ายค้านของไอซ์แลนด์ออกมาเรียกร้องให้นายกุนลอคสันลาออกจากตำแหน่งจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน และเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กุนลอคสันในรัฐสภาด้วย ขณะที่มีผู้ลงนามในคำร้องออนไลน์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกกว่า 24,000 คน มากกว่า 7% ของประชากรในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายกุนลอคสันให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ แชลเนล 2 ในวันจันทร์ ยืนยันว่าเขาจะไม่พิจารณาเรื่องการลาออกเพราะเรื่องนี้อย่างแน่นอน ขณะที่ก่อนหน้านี้โฆษกนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ระบุว่า นางอันนา ซิกกุนลอก พัลส์ดอตตีร์ ภรรยาของนายกุนลอคสัน เปิดเผยทรัพย์สินของบริษัทวินทริสแก่รัฐเป็นประจำ ทำให้นายกุนลอคสันไม่จำเป็นต้องเปิดเผยผลประโยชน์ในวินทริส.

สุดฮือฮา งานวิวาห์กว่า 3 หมื่นล้าน! เศรษฐีรัสเซีย จัดงานแต่งลูกชายสุดเลิฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601094

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 19:08

 

(Youtube /pop sugar fashion)

งานวิวาห์ ที่สุดของที่สุด… มหาเศรษฐีรัสเซีย ทุ่มเงินกว่า 3.5หมื่นล้านจัดงานแต่งงานให้ลูกชายสุดรัก จ้างนักร้องซุปตาร์ระดับโลก ทั้งเจนนิเฟอร์ โลเปซ, เอ็นริเก้ อิเกลเซียส และสติง มาร่วมขับขานร้องเพลงในงานถึงกรุงมอสโก

เมื่อ 4 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศ และชาวเน็ตในโซเชียล มีเดีย เม้าท์สนั่น ฮือฮากับงานฉลองวิวาห์ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นที่สุดแห่งที่สุดของความอลังการ เพราะเป็นงานแต่งงานลูกชายของนายมิคาอิล กุสเซเรียฟ มหาเศรษฐีนักธุรกิจด้านพลังงานน้ำมันชาวรัสเซีย ที่ว่ากันว่า เขาทุ่มเงินมหาศาลแบบไม่อั้นและไม่หวั่นโดนครหานินทา “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” จัดงานฉลองวิวาห์ ให้กับความรักแสนหวานของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกับ เจ้าสาวแสนสวย เมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ด้วยเงินเบาะๆ กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35,000 ล้านบาท)

เว็บไซต์ เทเลกราฟในอังกฤษ แซวมหาเศรษฐีมิคาอิล ว่า ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะตกต่ำดำดิ่งขนาดไหน แต่ก็ไม่อาจจะหยุดยั้งมหาเศรษฐีมิคาอิลในการทุ่มเงินจัดงานวิวาห์ให้กับ ซาอิด บุตรชายสุดที่รักวัย 28 ปี กับคาดิจา อุซฮาโควา แฟนสาวนักศึกษาสาวสุดสวยวัย 20 ถึงขนาดว่าจ้างนักร้องซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก ทั้ง เจนนิเฟอร์ โลเปซ, เอ็นริเก้ อิเกลเซียส และนักร้องดัง Sting (สติง)มาร่วมขับขานบทเพลงในงานฉลองพิธีวิวาห์ ถึงกรุงมอสโก เลยทีเดียว

เทเลกราฟ เผยว่า บรรดาแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานฉลองวิวาห์ ต่างตื่นตะลึงจนพากันถ่ายคลิปวิดีโอและบันทึกภาพนำมาโพสต์ในโซเชียล มีเดียกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภาพความสวยงามของดอกไม้สีสันสวยงามจำนวนมากที่ถูกนำมาประดับตกแต่งในงานฉลองวิวาห์ รวมทั้ง ชุดเจ้าสาวที่สวยหรูแพงระยับ การจุดพลุดอกไม้ไฟฉลอง และเค้กแต่งงานอย่างใหญ่ สูง 2 เมตร และแน่นอนความสนุกสนานจากนักร้องซุปเปอร์สตาร์ทั้ง 3 คน โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เปลี่ยนชุดถึง 3 ชุดในการขึ้นเวทีร้องเพลงในงานแต่งครั้งนี้.

ปูติน-สี จิ้นผิง คนใกล้ตัวมีชื่อเอี่ยวซุกเงิน! เตรียมแฉหมด‘เอกสารลับปานามา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601053

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 17:14

 

สมาคมผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติ เตรียมเผยชื่อบริษัทและผู้นำประเทศทั้งหมด ที่มีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารลับปานามา’ พ.ค. นี้ หลังนสพ.เยอรมนี นำร่อง แฉสะท้านโลก มีผู้นำประเทศทั้งอดีตและปัจจุบัน นักการเมืองให้บริษัทกฎหมายในปานามา ฟอกเงิน เลี่ยงภาษี ซุกทรัพย์สินในต่างชาติ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณี นสพ.ซึดดอยต์ช์ ไซตุง แห่งเยอรมนี สร้างความฮือฮาสะท้านโลก แฉ ‘เอกสารลับปานามา’ ของบริษัทกฎหมายในปานามา ‘มอสแซค ฟอนเซนกา’ ซึ่งถือเป็นการแฉเอกสารลับครั้งใหญ่สุดในโลก เพราะมีจำนวนถึง 11.5 ล้านฉบับที่หลุดรอดออกมาจากบริษัทกฎหมายในปานามาแห่งนี้ โดยอ้างว่า ได้เปิดเผยให้เห็นถึงกลวิธีในการที่บริษัทมอนแซค ฟอนเซนกาช่วยผู้นำประเทศ หรืออดีตผู้นำ ตลอดจนบรรดานักการเมือง เจ้าหน้าที่ทางการ คนร่ำรวยที่มีอิทธิพลทั่วโลกหลายสิบคน ฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี และซุกซ่อนทรัพย์สินในต่างประเทศนั้น

สื่อต่างประเทศรายงานว่า นสพ.ซึดดอยต์ช ไซตุง ได้รับเอกสารลับของบริษัทมอสแซค ฟอนเซนกา ในรูปของอีเมล, ไฟล์ PDF, รูป จากแหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน และยังไม่ต้องการรับเงินหรือสิ่งใดตอบแทน จากนั้น นสพ.ซึดดอยต์ช ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) และองค์กรสื่อกว่า 100 แห่งในกว่า 80 ประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลและสืบในเรื่องนี้นานกว่าปี หลังจากได้รับเอกสารลับปานามา จนนำไปสู่การแฉครั้งใหญ่ ขณะที่ ICIJ มีกำหนดจะเปิดเผยชื่อบริษัทและบุคคลทั้งหมดที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับเอกสารปานามา ในต้นเดือนพฤษภาคม ที่จะถึง

บริษัทมอสแซค ฟอนเซนกา ในกรุงปานามา ซิตี้

ก่อนหน้านี้ นสพ.เยอรมนีอ้างว่า มีผู้นำและอดีตผู้นำประเทศ 12 คนเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งนายกรัฐมนตรีซิกมุนเดอร์ กุนน์ลอกส์สัน แห่งไอซ์แลนด์, นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ของปากีสถาน, ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย และประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน

นอกจากนั้น เอกสารปานามา ยังได้เปิดเผยบริษัทต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน รวมทั้งครอบครัวของคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับสูง และกรมการเมืองของจีน ที่ได้ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ในต่างแดน รวมทั้ง เอกสารปานามา ยังเผยข้อมูลการเคลื่อนไหวทางการเงินของนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ทางการ กว่า 120 คน ในประเทศต่างๆ รวมถึง เครือข่ายต้องสงสัยฟอกเงิน ที่ดำเนินการโดยธนาคาร รอสซิยา(Rossiya) ในรัสเซีย ซึ่งติดต่อกับนายเซอร์เก โรลดูกิน คนใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และยังเป็นพ่อทูนหัว บุตรสาวของปูติน ในขณะที่ธนาคารรัสเซียแห่งนี้ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม บริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ระบุว่า นับตั้งแต่บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นมานานนับ 40 ปี ยังไม่เคยโดนกล่าวหาหรือถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาแต่อย่างใด.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตะลึง! เอกสารรั่วแฉ บ.กฎหมายปานามา ช่วยผู้นำประเทศ ซุกเงิน

ไม่ถึงฝั่งฝัน! กรีซเนรเทศ ผู้อพยพชุดแรก ขึ้นเรือส่งกลับไปตุรกีแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600931

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 13:26

 

กรีซเนรเทศผู้อพยพชุดแรก ส่งกลับไปยังตุรกีแล้ว พยายามสกัดผู้ลี้ภัยทะลักเข้ายุโรป ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกโรงวิจารณ์ ชี้ ผู้อพยพบางคนไม่รู้ขั้นตอนการขอลี้ภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะโดนเนรเทศ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการกรีซ เนรเทศผู้อพยพจากกรีซ ให้นั่งเรือกลับไปยังตุรกี เป็นกลุ่มแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. ซึ่งเป็นมาตรการภายใต้แผนสหภาพยุโรป(อียู) ที่มุ่งหวังจะลดปริมาณผู้ลี้ภัยที่ทะลักเข้ายุโรป โดยผู้อพยพเหล่านี้ได้ขึ้นเรือจากเกาะเลสบอสของกรีซ ไปยังเมืองดิกิลี ทางภาคตะวันตกของตุรกี ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตุรกีคาดว่าที่เมืองดิกิลี จะสามารถรับผู้อพยพได้ประมาณ 500 คน

บีบีซี แจ้งว่า ข้อตกลงดังกล่าวระหว่างอียูกับตุรกี ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ เพราะพวกเขามีความวิตกกังวลเรื่องการขาดการเตรียมความพร้อมในการเนรเทศและรองรับผู้อพยพ โดยเอพีรายงานว่า หน่วยงานของอียูที่รับผิดชอบในการส่งตัวผู้อพยกลับนั้น มีจำนวนคนทำงานไม่ถึง 1 ใน 10 ของเจ้าหน้าที่ที่จำเป็นหรือเพียงพอสำหรับการทำงานดังกล่าว ขณะที่ยังมีบรรดาผู้ลี้ภัยในกรีซร้องเรียนว่าพวกเขาไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการขอลี้ภัย และบางส่วนก็บอกว่า พวกเขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะโดนเนรเทศส่งตัวกลับเสียด้วยซ้ำ

เรือนำผู้อพยพจากกรีซ ไปยังตุรกี

ข่าวแจ้งว่า ภายใต้ข้อตกลงระหว่างอียูกับตุรกี ระบุว่า ผู้อพยพที่เดินทางมาถึงกรีซอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คาดว่าจะถูกส่งตัวกลับไปยังตุรกี ถ้าพวกเขาไม่ได้ยื่นข้อลี้ภัยหรือคำอ้างในการขอลี้ภัยโดนปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ผู้อพยพชาวซีเรียหนึ่งคนที่ถูกส่งกลับไปยังตุรกีนั้น ทางอียูก็จะต้องรับชาวซีเรียอีกหนึ่งคนที่ยื่นคำร้องขอลี้ภัยอย่างถูกต้องเช่นกัน.

ไอซิสแก้แค้น แกนนำโดนลอบสังหาร! ประหารหมู่ 15 สมาชิก แอบเป็นสายลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600879

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 11:59

 

กลุ่มไอซิสเหี้ยมจริง ประหารหมู่สมาชิกไอซิสด้วยกันเอง ถึง 15 คน กล่าวหาแอบเป็นสายลับให้กับกองกำลังพันธมิตร จนทำให้แกนนำระดับสูงโดนโจมตีทางอากาศปลิดชีพ

เมื่อ 4 เม.ย. 59 เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงาน กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ ลงมือสังหารหมู่สมาชิกไอซิสด้วยกันเองถึง 15 คน ใกล้เมืองรักกา ในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาสมาชิกเหล่านี้ แอบเป็น ‘สายลับ’ หาข่าวให้กับกองกำลังพันธมิตร อันนำไปสู่การลอบสังหาร โจมตีทางอากาศปลิดชีวิต นายอาบู ฮิจา อัล-ตูนิซี หนึ่งในแกนนำระดับสูงของกลุ่มไอซิสได้สำเร็จ เมื่อวันพุธที่ 30 มี.ค. 59

ตามรายงานกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนในซีเรีย ระบุว่า การสังหารหมู่สมาชิกกลุ่มไอซิส 15 คนครั้งนี้ ถือเป็นการสังหารหมู่สมาชิกไอซิสด้วยกันเองครั้งใหญ่สุด โดยกลุ่มสังเกตการณ์ฯ เผยว่า สมาชิกไอซิส 15 คน ซึ่งถูกประหารบริเวณนอกเมือง ใกล้กับเมืองรักกา ถูกกล่าวหาว่า ก่อจารกรรม และทุจริตคอร์รัปชันแผ่นดิน พร้อมทั้งยังปลอมตัวเข้ามาเป็นตำรวจของไอซิส

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กองกำลังพันธมิตร นำโดยสหรัฐฯ ได้ระดมยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีเป้าหมายกลุ่มไอซิส ทางภาคเหนือของอิรัก ขณะที่ ยังส่งโดรนพิฆาตยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางภาคตะวันออกของซีเรีย เมื่อวันที่ 25 มี.ค. โดยแหล่งข่าวยังเผยว่า การส่งเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีกลุ่มไอซิส เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการบินเจาะเข้าไปโจมตีกลุ่มไอซิสครั้งใหญ่สุด เพราะมีการส่งเครื่องบินรบจากกองทัพอากาศอังกฤษ และจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศของอังกฤษเข้าร่วมด้วย

สาวเบลเยียมคึกคักร่วมขุดดิน “ตามล่าหาเซ็กซ์ทอย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600727

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 07:31

 

(ภาพ: Youtube / ottaviano carlo)

สาวเบลเยียมจำนวนกว่า 3,650 คน ร่วมกิจกรรมตามล่าหาเซ็กซ์ทอยครั้งที่ 6 ในจังหวัดนามูร์ โดยมีของเล่นสำหรับผู้ใหญ่หรือเซ็กซ์ทอยจำนวนกว่า 600 ชิ้นที่ฝังอยู่ใต้ดินกลางทุ่งกว้างเป็นของรางวัล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน สาวเบลเยียมจำนวนกว่า 3,650 คน พร้อมจอบขุดดินเข้าร่วมกิจกรรม “ตามล่าหาเซ็กซ์ทอย” (la chasse aux sextoys) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ที่เมืองเวปิอง จังหวัดนามูร์ โดยมีของเล่นสำหรับผู้ใหญ่หรือเซ็กซ์ทอยจำนวนกว่า 600 ชิ้นที่ฝังอยู่ใต้ดินกลางทุ่งกว้างเป็นของรางวัล และมีผู้มาร่วมงานด้วยอีกจำนวน 2,500-3,000 คน ทำให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 7,000 คน

นายนิโคลาส์ บุสแตง ผู้จัดการบริษัท Soft Love ซึ่งเป็นผู้จัดกิจกรรม “ตามล่าหาเซ็กซ์ทอย” กล่าวว่า “นอกเหนือจากเซ็กซ์ทอยจำนวนมากที่ฝังดินให้สาวๆ ขุดค้นหากันแล้ว ยังมีบัตรรางวัลของขวัญมูลค่าเกือบ 80,000 ยูโร เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน และทำให้มีเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงในหมู่สาวๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม”

ในปีนี้ นายนิโคลาส์ บุสแตง ในฐานะเป็นประธานองค์กร Elle-émoi ซึ่งเป็นเอ็นจีโอได้ร่วมมือกับ องค์กร Think-Pink ซึ่งเป็นองค์กรป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ได้ใช้กิจกรรม “ตามล่าหาเซ็กซ์ทอยเพื่อสื่อสารให้ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมทั้งในฐานะคู่ชีวิตหรือครอบครัวให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษาหรือภายหลังการรักษา

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ตามล่าหาเซ็กซ์ทอย” ต้องนำเสื้อยกทรงมามอบให้คนละ 1 ตัว เพื่อนำวางขายโดยองค์กร Think-Pink เพื่อนำรายได้ไปใช้ในโครงการต่อสู้มะเร็งเต้านม นอกเหนือจากค่าเข้าร่วมคนละ 2.50 ยูโร ที่จะมอบให้กับองค์กรดังกล่าวด้วย

นอกจากนั้น องค์กร Sida’Sos ยังได้นำถุงยางอนามัยจำนวนกว่า 6,000 ชิ้น มาแจกฟรีแก่ผู้มาร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สาธารณชนตระหนักถึงภัยร้ายของโรคเอดส์และโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ “ถ้า Soft Love มีส่วนช่วยกระตุ้นความสุขทางเพศ เราก็ควรมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาจากโรคติดต่อที่อาจจะติดตามมาด้วย” นายนิโคลาส์ บุสแตงกล่าวย้ำ.

ไนจีเรียรวบหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ค่าหัว 5 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600723

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

กองทัพไนจีเรียจับกุมหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธอิสลามคนสำคัญ ซึ่งถูกสหรัฐฯ ตั้งค่าหัวสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกกองทัพไนจีเรียเผยเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า คาลิด อัล-บาร์นาวี หัวหน้าของกลุ่มติดอาวุธอิสลาม ‘อันซารู’ (Ansaru) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา ผู้ถูกสหรัฐฯ ตั้งรางวัลนำจับไว้สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกจับกุมตัวได้แล้ว ที่เมืองโลโคจา เมืองเอกของรัฐโคกี ตอนกลางของประเทศ

พลจัตวา ราเบ อาบูบาคาร์ โฆษกกองทัพไนจีเรีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการต่อสู้ต่อต้านการก่อการร้าย เมื่อวันศุกร์ (1 เม.ย.) ด้วยการจับกุมตัวนาย คาลิด อัล-บาร์นาวี หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายในเมือง โลโคจา โดยชายคนนี้เป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด

ทั้งนี้ กลุ่ม อันซารู เป็นกลุ่มติดอาวุธที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มติดอาวุธญิฮาด ‘โบโก ฮาราม’ ซึ่งใหญ่ที่สุดในไนจีเรีย มีชื่อเสียงเรื่องการลักพาตัวชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังเคยก่อเหตุโจมตีเรือนจำความมั่นคงสูงสุดในกรุงอาบูจา เมืองหลวงของไนจีเรียเมื่อปี 2012 ปลดปล่อยนักโทษเป็นจำนวนมาก

ส่วนนาย คาลิด อัล-บาร์นาวี ถูกสหรัฐฯ ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 175.7 ล้านบาท) หลังจากประกาศให้นาย อัล-บาร์นาวี เป็น 1 ใน 3 ชาวไนจีเรียที่ถูกระบุเป็นพิเศษให้เป็นผู้ก่อการร้ายระดับโลก เมื่อปี 2012.