กบฏซีเรียบุกยึดอเลปโป-หยุดยิงส่อเค้าล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600710

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 เม.ย. 2559 05:30

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนในซีเรียเผยเมื่อ 3 เม.ย. ว่า ข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียซึ่งสหรัฐฯและรัสเซียผลักดันให้มีขึ้นตั้งแต่ 27 ก.พ. ส่อเค้าล่มอีกครั้งเมื่อกองทัพรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มกบฏ รวมทั้งกลุ่มอัล-นุสรา สาขาของเครือข่ายอัล เคดา เปิดฉากสู้รบดุเดือดทางใต้เมืองอเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 และพื้นที่อื่นๆ ทางภาคเหนือ ทำให้ทหารซีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 25 นาย ฝ่ายกบฏเสียชีวิต 16 คน

ฝ่ายกบฏและกลุ่มอัล-นุสรา ยึดเมืองอเลปโปได้บางส่วน ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงและดึงรัสเซียกลับมาร่วมศึกอีกครั้ง หลังช่วยรัฐบาลซีเรียโจมตีทางอากาศถล่มฝ่ายต่อต้าน จนทัพรัฐบาลซีเรียพลิกกลับมาเป็นฝ่ายเหนือกว่า รวมทั้งยึดคืนเมืองโบราณ “พัลไมรา” ที่กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ยึดไปเมื่อเดือน พ.ค. 2558 ได้

กองทัพรัฐบาลซีเรียยังค้นพบหลุมฝังหมู่ 42 ศพที่พัลไมรา รวมทั้งศพทหาร ตำรวจ และพลเรือน 24 ศพ เด็ก 3 ศพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ถูกไอเอสสังหารกว่า 280 ศพ ขณะบุกยึดเมือง การยึดพัลไมราคืนได้ทำให้ไอเอสเพลี่ยงพล้ำในฐานที่มั่น หลังอ้างว่าเป็นผู้โจมตีกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียมและกรุงปารีสในฝรั่งเศส ด้านกองทัพอิรักเผยว่าบุกยึดเมืองฮีตใน จ.อัลบาร์ ทางภาคตะวันตกได้บางส่วนแล้ว และช่วยเหลือนักโทษราว 1,500 คน ออกมาจากคุกใต้ดินขนาดใหญ่ของกลุ่มไอเอสได้.

กรีซส่งผู้ลี้ภัยให้ตุรกีวุ่นถูกต้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600707

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 เม.ย. 2559 05:00

 

(ภาพ: AFP)

ข้อตกลงอื้อฉาวระหว่างอียูกับตุรกี ซึ่งให้กรีซส่งตัวผู้อพยพลี้ภัยที่ผิดกฎหมายกลับไปให้ตุรกีแลกกับความช่วยเหลือด้านการเงิน เริ่มมีผลบังคับใน 4 เม.ย. โดยผู้ลี้ภัยชุดแรกมีราว 750 คน แต่ตุรกียังไม่พร้อมหลายด้าน รวมทั้งการตั้งศูนย์ลงทะเบียนผู้ขอลี้ภัย ประชาชนทั้งในกรีซและตุรกียังชุมนุมประท้วงข้อตกลงนี้ ส่วนผู้อพยพที่ติดค้างที่ค่ายชั่วคราวที่เมืองไอโดเมนิ ริมพรมแดนกรีซกับมาซิโดเนียก็ลุกฮือประท้วงเรียกร้องให้เปิดพรมแดนให้พวกตนเดินทางต่อไปยุโรปกลางและเหนือได้

รัฐบาลตุรกียังปฏิเสธข้อกล่าวหาขององค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) ที่ว่า ตุรกีบังคับส่งผู้ลี้ภัยกลับซีเรียทั้งที่มีสงครามกลางเมือง ส่วนอียูจะเปิดเผยแผนยกเครื่องระบบรับผู้ลี้ภัยใหม่ในเร็วๆนี้แต่คาดว่าจะจุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่.

ตะลึง! เอกสารรั่วแฉ บ.กฎหมายปานามา ช่วยผู้นำประเทศ ซุกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600714

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 04:30

 

(ภาพ: BBC)

สื่อต่างประเทศเผยข้อมูลเอกสารลับของบริษัทกฎหมายในปานามา โดยเอกสารเปิดเผยวิธีการที่คนรวยและผู้มีอำนาจใช้บริษัทในต่างประเทศเพื่อซุกซ่อนทรัพย์สิน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สื่อในประเทศเยอรมนีได้รับเอกสารลับจำนวนกว่า 11 ล้านฉบับของบริษัทกฎหมายในปานามา ชื่อ ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ โดยเอกสารแสดงให้เห็นวิธีการที่บริษัทนี้ ใช้ในการช่วยเหลือลูกค้าซึ่งรวมไปถึงอดีตผู้นำของประเทศต่างๆ 72 คน ฟอกเงิน และซ่อนทรัพย์สิน

หนังสือพิมพ์ ซึดดอยต์ช ไซตุง ของเยอรมนีได้รับเอกสารดังกล่าวโดยไม่มีการเปิดเผยที่มา ก่อนจะส่งข้อมูลให้แก่สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (ICIJ) และองค์กรสื่ออีก 107 แห่ง ใน 78 ประเทศ ร่วมวิเคราะห์ด้วย ซึ่งนายเจอราร์ด ไรล์ ผู้อำนวยการของ ICIJ กล่าวว่า เอกสารลับนี้ครอบคลุมข้อมูลธุรกิจของ มอสแซค ฟอนเซกา แบบวันต่อวันตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เอกสารลับเปิดเผยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทต่างประเทศกับครอบครัวและผู้ช่วยของนายฮอสนี มูบารัค อดีตประธานาธิบดีอียิปต์, โมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย และนายบาชาร์ อัล-อัสซาด นอกจากนี้ยังเปิดเผยเครือข่ายต้องสงสัยว่าฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ บริหารโดย ‘แบงก์ รอสซิยา’ ธนาคารในรัสเซีย ที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรด้วย

เอกสารลับยังเปิดเผยวิธีการบริหารของ แบงก์ รอสซิยา เป็นครั้งแรก โดยธนาคารนี้โยกย้ายเงินผ่านบริษัทต่างประเทศหลายแห่ง และ 2 แห่งในนี้เป็นของ เซอร์เก โรลดูกิน หนึ่งในเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปูติน รวมทั้งเป็นพ่อทูนหัวของ มาเรีย ลูกสาวของนายปูตินด้วย ซึ่งในเอกสารระบุว่า นายโรลดูกินทำกำไรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากข้อตกลงที่น่าสงสัย

ไม่เพียงเท่านั้น เอกสารของ มอสแซค ฟอนเซกา ยังแสดงกล่าวหา นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งไอซ์แลนด์ ว่า ซุกซ่อนเงินลงทุนหลายล้านดอลลาร์ในธนาคารในไอซ์แลนด์ไว้ในบริษัทนอกประเทศแห่งหนึ่ง ขณะที่เขาและภรรยาซื้อบริษัทต่างประเทศที่ชื่อ ‘วินทริส’ เอาไว้ตั้งแต่ปี 2007 และไม่มีการเปิดเผยทรัพย์สินของบริษัทในช่วงที่เขารับตำแหน่งนายกฯ ในปี 2009 จากนั้น 8 เดือนต่อมา เขาจึงขายหุ้นของวินทริส 50% ให้แก่ภรรยาในราคาเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ในปัจจุบันเขากำลังเผชิญเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากการกระทำนี้ แม้เขาจะยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำผิดกฎข้อใด และภรรยาของเขาไม่ได้รับประโยชน์ทางการเงินจากการตัดสินใจของเขา

ข้อมูลเปิดเผยกรณีที่ มอสแซค ฟอนเซกา จัดหาตัวแทนแสร้งทำเป็นว่าเป็นเจ้าของเงินจำนวน 1.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้เจ้าของตัวจริงสามารถถอนเงินออกจากธนาคารโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนด้วย

ด้านบริษัท มอสแซค ฟอนเซกา ออกมายืนยันว่า บริษัทปฏิบัติตามกฎข้อบังคับระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพื่อรับประกันว่าบริษัทจะไม่ถูกใช้เพื่อการเลี่ยงภาษี, ฟอกเงิน, แหล่งเงินทุนแก่ผู้ก่อการร้าย และการกระทำผิดอื่นๆ “ตลอด 40 ปี มอสแซค ฟอนเซกา ดำเนินกิจการโดยไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศบ้านเกิดและสาขาอื่นๆ บริษัทของเราไม่เคยถูกกล่าวหา หรือถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม”

“หากเราตรวจพบกิจกรรมต้องสงสัยหรือการกระทำผิด เราจะแจ้งไปยังทางการโดยเร็ว เช่นกัน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงหลักฐานว่าอาจเกิดการกระทำผิด เราก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เสมอ” มอสแซค ฟอนเซกา ระบุ.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูติน-สี จิ้นผิง คนใกล้ตัวมีชื่อเอี่ยวซุกเงิน! เตรียมแฉหมด‘เอกสารลับปานามา’

สนามบินเบลเยียมเปิดใช้แล้ว แต่ได้แค่ 20%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600706

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 เม.ย. 2559 03:00

 

(ภาพ: AP)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เม.ย. เบลเยียมประเดิมเปิดใช้สนามบินนานาชาติซาเวนเทมในกรุงบรัสเซลล์อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังต้องปิดตัวลง ตั้งแต่ 22 มี.ค. จากเหตุถูกกลุ่มคนร้ายระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินผู้โดยสารภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ทั้งเกิดเหตุคนร้ายระเบิดฆ่าตัวตายถล่มขบวนรถไฟใต้ดินกลางเมืองหลวงอีกแห่งในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากทั้งสองเหตุการณ์ 32 ศพ บาดเจ็บเกือบ 300 คน

ทั้งนี้ พื้นที่เช็กอินผู้โดยสารขาออกของสนามบินได้รับความเสียหายอย่างมาก ทำให้การ เปิดใช้สนามบินต้องถูกเลื่อนกำหนดแล้วหลายครั้ง ขณะที่เคาน์เตอร์เช็กอินยังเป็นแบบชั่วคราว โดยเที่ยวบินประเดิมครั้งแรกจำนวน 3 เที่ยวบินของสายการบินบรัสเซลล์ เดินทางไปยังกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงกรีซ เมืองตูรินของอิตาลี และเมืองฟาโรของโปรตุเกส

นายอาร์นัวด์ ฟิสต์ ประธานบริหารสนามบินนานาชาติกรุงบรัสเซลล์ ระบุสนามบินใหญ่ที่สุดของเบลเยียม ยังดำเนินการได้เพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของศักยภาพการรองรับผู้โดยสารผ่านเข้าออกสนามบินได้มากถึง 800 คนต่อชั่วโมง คาด ว่ากว่าจะดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาจนถึงต้นเดือน ก.ค. เพื่อรองรับผู้คนนักเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดฤดูร้อน

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินได้มีการเพิ่มเติมขึ้นอย่างมาก ภายหลังจากหน่วยงานตำรวจเบลเยียมขู่ประท้วงผละงานถ้าไม่มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบิน ทำให้สนามบินต้องประกาศแจ้งผู้โดยสารให้เดินทางมาถึงสนามบินก่อนเครื่องบินจะออกเดินทาง 3 ชั่วโมง เพื่อตรวจสัมภาระและเตรียม ความพร้อม

อย่างไรก็ตาม เพื่อความรวดเร็วของกระบวนการใหม่ เจ้าหน้าที่จะอนุญาตเพียงผู้โดยสารถือตั๋วเครื่องบินและถือเอกสารแสดงตัวเท่านั้นสามารถผ่านเข้าไปในอาคารผู้โดยสารขาออก ส่วนสัมภาระผู้โดยสารจะถูกตรวจคัดกรองก่อน กระทั่งไปเริ่มกระบวนการตรวจอีกครั้งภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ขณะที่ผลกระทบจากการปิดสนามบินซาเวนเทม ไปนานถึง 12 วัน ก่อให้เกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจมหาศาล แต่ทางการเบลเยียมไม่เปิดเผยตัวเลข ทั้งนี้ รายได้ของสนามบินซาเวนเทม แต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

รถไฟ ‘แอ็มแทร็ก’ในสหรัฐฯ ชนโครม แบ็กโฮ จนตกราง ดับ 2 เจ็บ 31

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600654

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 23:10

 

(ภาพ: AFP)

รถไฟโดยสารของ แอ็มแทร็ก ชนรถแบ็กโฮ บนรางรถไฟระหว่างทางไปเมืองซาวานนาห์ รัฐจอร์เจีย เป็นเหตุให้หัวรถจักรตกราง และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย…

สำนักข่่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนแห่งชาติ หรือ แอ็มแทร็ก ซึ่งกำลังเดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังเมืองซาวานนาห์ ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ พร้อมผู้โดยสาร 341 คน และพนักงานบนรถอีก 7 คน ชนเข้ากับรถแบ็กโฮ ซึ่งกำลังอยู่บนรางรถไฟ ในจุดที่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟีย ไปทางใต้ประมาณ 15 ไมล์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างประจำรถไฟแอ็มแทร็กเสียชีวิต 2 คน

แอ็มแทร็กระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8:00น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้หัวรถจักรของรถไฟ พัลเมตโต (Palmetto) หมายเลข 89 ตกราง ส่งผลให้เส้นทางเดินรถทางตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟียถูกระงับชั่วคราว และมีผู้โดยสาร 31 คนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ

ด้านสำนักข่าว ดับเบิลยูพีวีไอ ของฟิลาเดลเฟีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ขณะที่ตามการเปิดเผยของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้ควบคุมรถไฟของแอ็มแทร็กเปิดหวูดเตือนพนักงานก่อสร้างให้นำรถแบ็กโฮออกจากรางรถไฟแล้ว แต่คนงานดำเนินการไม่ทันเวลา.

แผ่นดินไหว 6.9 ที่วานูอาตู เตือนสึนามิ ไร้กระทบไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600603

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 17:38

 

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ที่วานูอาตู มีการเตือนสึนามิในรัศมี 300 กิโลเมตร จากศูนย์กลางแผ่นดินไหว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ไร้กระทบไทย …

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลา 15.23 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) วันที่ 3 เมษายน สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐ หรือยูเอสจีเอส รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ห่างจากวานูอาตู ไปทางเหนือถึงตะวันตกเฉียงเหนือ 151 กิโลเมตร ลึกลงไป 35 กิโลเมตร ก่อนที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ พีทีดับเบิลยูเอส จะแจ้งเตือนการเกินสึนามิ ในรัศมี 300 กิโลเมตร จากศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผลกระทบ หรือความเสียหาย

ขณะที่ สำนักเตือนภัยแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่วานูอาตู ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

บินเล็กไถลชนรถยนต์ จอดไหล่ทางที่แคลิฟอร์เนีย ดับ 1 เจ็บ 5 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600599

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 17:37

 

เกิดเหตุเครื่องบินเล็กในสหรัฐฯ ร่อนลงพื้น ก่อนไถลชนท้ายรถยนต์ ที่จอดอยู่ข้างทางหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 5 คน …

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินเล็ก รุ่นลังแคร์ 4 (Lancair IV) ในสหรัฐฯ ตกใส่รถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทางหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บ 5 คน ในจำนวนนี้มีนักบินและผู้โดยสารรวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้ เครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงสู่พื้น ก่อนที่จะไถลไปไกลเป็นระยะทางกว่า 76 เมตร และกระแทกเข้ากับด้านท้ายของรถยนต์ที่คนขับจอดอยู่เพื่อใช้งานโทรศัพท์มือถือ เป็นเหตุให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะหลังเสียชีวิต

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เครื่องบินเล็กลำนี้ ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาทางเทคนิค ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้ขึ้น สอดคล้องกับตำรวจลาดตระเวน ทางหลวงที่ระบุว่า ชายรายหนึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ใดๆ ขณะเครื่องบินบินผ่านเหนือศีรษะแต่อย่างใด.

ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการก่อการร้าย ร่วมประชุมที่กรุงบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600453

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 12:00

 

ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการก่อการร้าย 50 คน จากกว่า 30 ประเทศ เข้าร่วมประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เน้นการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมเบลเยียม ในระดับนานาชาติ…

วันที่ 3 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า สำนักงานตำรวจเบลเยียม แถลงข่าวการประชุมผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการก่อการร้ายจำนวน 50 คน จากกว่า 30 ประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจเบลเยียม สำนักงานตำรวจยุโรป (European Police Office-Europol) องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization-INTERPOL) และกลไกร่วมมือทางด้านกระบวนการยุติธรรม (Eurojust)

สำนักงานตำรวจเบลเยียม ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการประชุมคือ แสวงหาความร่วมมือเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมประเทศเบลเยียมในระดับนานาชาติ รวมทั้งกระตุ้นการติดตามสอบสวนทางคดีในประเทศที่สาม มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิธีการลงมือปฏิบัติการก่อวินาศกรรมและวิเคราะห์รายละเอียด นอกจากนั้น ยูโรโพลยังได้เน้น “กระชับความร่วมมือต่อประเทศเบลเยียม และประเทศสมาชิกในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนที่กำลังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการ” ในรูปแบบเดียวกับความร่วมมือภายหลังเหตุก่อวินาศกรรมกรุงปารีส

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยูโรโพล กำลังปฏิบัติการสนับสนุนที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อเป็นศูนย์รวมของการประสานความช่วยเหลือทางด้านการสืบสวน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่อย่างลงลึก และเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ในทุกแหล่งที่มีอยู่ นอกจากนั้น ยังมีการให้ข้อมูลจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญข้อมูลทางการเงินของการก่อการร้าย และกิจกรรมการปลุกระดมความคิดแบบหัวรุนแรงทางอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

ทหารอาร์เซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย ปะทะเดือดที่ ‘นากอร์โน-คาราบัค’ ดับ 31 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600362

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 05:05

 

ซากเฮลิคอปเตอร์ของอาร์เซอร์ไบจาน (ภาพ: AP)

ทหารของประเทศอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย ปะทะกันอย่างรุนแรงที่ สาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ดินแดนปกครองตนเองในอาเซอร์ไบจาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุปะทะต่อสู้กันระหว่างทหารของประเทศอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย ในสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ในดินแดนปกครองตนเองในประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันเสาร์ เป็นเหตุให้มีทหารเสียชีวิตราว 30 นาย และมีเด็กชายเสียชีวิตอีก 1 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่การทำสงครามเต็มรูปแบบเพื่อแย่งชิงดินแดน นากอร์โน-คาราบัค จบลงในปี 1994 ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมา พื้นที่หุบเขาแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียท้องถิ่น และกองทัพอาร์เมเนีย แม้จะถือว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอาร์เซอไบจานอย่างเป็นทางการก็ตาม

อาร์เมเนียยังควบคุมพื้นที่หลายแห่งนอกดินแดนนากอร์โน-คาราบัค โดยเขตของดินแดนเหล่านี้ถูกแบ่งแยกโดยเขตกันชนปลอดทหาร แต่มักเกิดการปะทะระหว่างทหารของทั้ง 2 ประเทศอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับเหตุปะทะครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุ โดยกระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียอ้างว่า อาร์เซอร์ไบจานพยายามส่งเครื่องบิน รถถัง และปืนใหญ่ บุกรุกดินแดน นากอร์โน-คาราบัค ส่วนกระทรวงกลาโหมอาร์เซอร์ไบจานอ้างว่า การปะทะเริ่มขึ้นเมื่อกองทัพอาร์เมเนียยิงปืนครกและปืนใหญ่มากกว่า 120 ลูกข้ามเขตแดนเข้ามา และกระสุนบางลูกไปตกในเขตที่อยู่อาศัยด้วย

กระทรวงกลาโหมของอาร์เซอร์ไบจานระบุในแถลงการณ์ว่า ทหาร 12 นายของพวกเขากลายเป็น ‘ชาฮิด’ (shahid) หรือผู้พลีชีพเพื่อศาสนาแล้ว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาลำหนึ่งถูกยิงตก แถลงการณ์ยังอ้างด้วยว่า มีทหารอาร์เมเนียถูกสังหารหรือบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย รถถัง 6 คัน และปืนใหญ่ 15 กระบอกถูกทำลายด้วย

ส่วนฝ่ายอาร์เมเนียอ้างว่า เหตุปะทะครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ทหารของอาร์เซอร์ไบจาน แต่ไม่ระบุจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายแซร์ช ซาร์กเซียน ประธานาธิบดีอาร์เมเนียบอกกับสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า มีทหารอาร์เมเนีย 18 รายถูกฆ่า และบาดเจ็บอีก 35 นาย และระบุว่านี่เป็นปฏิบัติการทางทหารวงกว้างที่สุดที่อาร์เซอไบจานพยายามทำให้เกิดขึ้น หลังมีข้อตกลงหยุดยิงในปี 1994

ด้านกระทรวงกลาโหมของสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค อ้างว่าเหตุปะทะทำให้ทหารอาร์เซอร์ไบจานเสียชีวิตมากกว่า 200 นาย แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะที่ นายเดวิด บาบาเอียน โฆษกประธานาธิบดีนากอร์โน-คาราบัค เผยว่า มีเด็กชายอายุราว 12 ปี เสียชีวิต และมีเด็กบาดเจ็บเพราะจรวดแกรด (Grad missile) ของอาร์เซอร์ไบจานอีก 2 คน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและแสดงความอดกลั้น ขณะที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของอาร์เซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย เพื่อหวังจะบรรเทาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เบลเยียมตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 โยงวางแผนโจมตีฝรั่งเศสรอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600332

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 01:45

 

(ภาพ: REUTERS)

ทางการเบลเยียมตั้งข้อหาชายคนที่ 3 ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนโจมตีก่อการร้ายครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ขัดขวางเอาไว้ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลเมืองชาวเบลเยียมวัย 33 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุเพียงชื่อย่อว่า วาย. เอ. (Y. A.) ถูกตั้งข้อหาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย ตามการเปิดเผยของสำนักงานอัยการกลางเบลเยียมในวันเสาร์ ขณะที่ผู้พิพากษาซึ่งเชี่ยวชาญคดีก่อการร้ายออกคำสั่งให้ควบคุมตัวชายคนนี้ด้วย

นาย วาย. เอส. เป็นบุคคลที่ 3 ในเบลเยียมที่ถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนาย เรดา คริเก็ต ชาวฝรั่งเศสอายุ 37 ปี ผู้ถูกจับกุมนอกกรุงปารีสเมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยเจ้าหน้าที่ฝรั่งเสสระบุว่า นายคริเก็ตเก็บรวบรวมอาวุธและอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก รวมทั้งวัตถุประกอบระเบิดที่ใช้โดยมือระเบิดฆ่าตัวตายในการโจมตีกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย. 2015 และเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเมื่อ 22 มี.ค.

ด้านกระทรวงมหาดไทยและอัยการฝรั่งเศสระบุว่า การจับกุมนายคริเก็ตเป็นการหยุดยั้งการโจมตีกรุงปารีสครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยนายคริเก็ตถูกตั้งข้อหาหลายคดีรวมทั้งสมรู้ร่วมคิดกับการก่อการร้าย และครอบครองอาวุธ

ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่ถูกจับกุมในเบลเยียมและถูกตั้งข้อหาช่วยเหลือนายคริเก็ตคือนาย อับเดเราะห์มาน อาเมรุด อายุ 38 ปี และชายผู้ถูกระบุชื่อว่า ราบาห์ เอ็ม. อายุ 34 ปี โดยทั้งคู่เป็นชาวแอลจีเรีย ถูกจับในกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 25 มี.ค. ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยสมรู้ร่วมคิดอีกคนคือนาย อานิส บาห์รี ชาวฝรั่งเศสอายุ 32 ปี ถูกจับในเมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อ 27 มี.ค. ตามคำขอของทางการฝรั่งเศส