ผู้ต้องหาจี้ ‘อียิปต์แอร์’ อ้าง ก่อเหตุเพราะอยากเจอหน้าลูกเมีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598745

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2559 00:01

 

เซอิฟ เอลดิน มุสตาฟา ผู้ต้องหาจี้เครื่องบินโดยสารของอียิปต์แอร์ (ภาพ: AP)

ชายผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินในประเทศอียิปต์และบังคับให้ไปลงจอดที่ประเทศไซปรัส อ้างว่า เขาก่อเหตุเพราะต้องการพบหน้าลูกและภรรยาที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายสิบปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายชาวอียิปต์ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘อียิปต์แอร์’ เที่ยวบิน เอ็มเอส 181 (MS181) ด้วยเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตายปลอม และบังคับให้เครื่องไปลงจอดในประเทศไซปรัส บอกกับตำรวจว่า เขาก่อเหตุเพราะต้องการพบหน้าลูกๆ และภรรยาที่ห่างเหินกันไป

ตำรวจไซปรัสพาผู้ต้องหาจี้เครื่องบินโดยสารของอียิปต์แอร์ไปขึ้นศาลเมื่อวันพุธ (ภาพ: AP)

ผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ของประเทศไซปรัสและอียิปต์ระบุว่าคือ นายเซอิฟ เอลดิน มุสตาฟา อายุ 59 ปี ยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันอังคาร หลังจากบังคับให้เครื่องบินโดยสารของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินในประเทศ ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองอเล็กซานเดรียไปยังกรุงไคโรพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 72 คน เปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศไซปรัส

นายมุสตาฟาบอกกับตำรวจไซปรัสหลังถูกจับกุมว่า “เมื่อใครบางคนไม่ได้เจอครอบครัวมา 24 ปี และต้องการเจอภรรยากับลูกๆ แต่รัฐบาลอียิปต์ไม่ยอม เขาควรทำอย่างไร?”

ล่าสุดในวันพุธ ศาลเมืองลาร์นากา เมืองใหญ่อันดับ 3 ของไซปรัสมีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายมุสตาฟาเอาไว้เป็นเวลา 8 วัน ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาจี้เครื่องบิน, ลักพาตัว, ข่มขู่คุกคามด้วยเสียง, ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย และข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองวัตถุระเบิดอีก 2 กระทง แม้ว่าระเบิดที่เขามีจะเป็นระเบิดปลอมก็ตาม

รถบัสพาผู้โดยสารจากเครื่องบินของอียิปต์แอร์ที่ถูกจี้มาลงจอดในไซปรัส ออกจากรันเวย์ของสนามบินเมืองลาร์นากา (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของนาย แอนเดรส แลมเบรียนู เจ้าหน้าที่สืบสวนของไซปรัส นายมุสตาฟาโดยสารเครื่องบินดังกล่าวในช่วงเช้าวันอังคาร และเริ่มก่อการจี้เครื่องบินหลังจากเครื่องออกเดินทางได้เพียง 15 นาที ด้วยการแสดงให้เข็มขัดติดสายไฟพลาสติกเชื่อมต่อกับรีโมตคอนโทรลให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินดู และสั่งให้แจ้งนักบินว่าเครื่องถูกจี้ และสั่งผ่านกระดาษโน้ตให้นำเครื่องบินไปลงจอดที่สนามบินในตุรกี, กรีซ หรือไซปรัส แต่เขาระบุว่าอยากไปไซปรัสมากที่สุด เขาย้ำในกระดาษโน้ตด้วยว่า หากเครื่องบินลงจอดในอียิปต์เขาจะจุดระเบิดตัวเอง

หลังจากเดินทางถึงไซปรัส นายมุสตาฟาทิ้งซองจดหมายจ่าหน้าถึงผู้หญิงชาวไซปรัสคนหนึ่งซึ่งทราบในภายหลังว่าคือภรรยาเก่าของเขา โดยในซองจดหมายดังกล่าวมีข้อความเรียกร้องให้รัฐบาลอียิปต์ปล่อยนักโทษหญิง 63 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจปล่อยตัวประกันบนเครื่องทั้งหมด และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่.

ขอ’แชะ’!หนุ่มอังกฤษ ยิ้มแป้น ถ่ายรูปคู่สลัดอากาศ จี้อียิปต์ แอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598643

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 17:58

 

(ภาพจาก oneindia News อัพโหลดลงยูทูบ)

ผู้โดยสารหนุ่มชาวอังกฤษ ไม่ได้กลัวสลัดอากาศสูงวัย ยิ้มแฉ่งขอถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึก ก่อนเหตุการณ์จี้เครื่องบินโดยสารอียิปต์ แอร์บังคับให้ไปลงไซปรัส จะยุติ ผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวต่อตำรวจ และถูกนำตัวขึ้นศาลรับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อ 30 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณี นายซาอิฟ เอลดิน มุสตาฟา ชายชาวอียิปต์ ผู้ก่อเหตุระทึก จี้เครื่องบินโดยสารสายการบิน อียิปต์ แอร์ เที่ยวบิน MS181 จากเมืองอเล็กซานเดรีย ไปยังกรุงไคโร โดยบังคับให้กัปตันนำเครื่องบินไปลงจอดที่สนามบินลาร์นาซาในไซปรัส ประเทศบนเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อ 29 มี.ค. จนสร้างความระทึกใจนานถึง 6 ชั่วโมง ก่อนเหตุการณ์จี้เครื่องบินจะยุติลงว่า  ได้เกิดเรื่องฮือฮา เกี่ยวกับภาพถ่าย ของนายเบน อินน์ส ผู้โดยสารชาวอังกฤษ ซึ่งยิ้มแป้นถ่ายรูปคู่กับนายมุสตาฟา สลัดอากาศ ที่คาดเข็มขัดระเบิด (ปลอม) บนเครื่องบินระหว่าง

นายอินน์ส หนุ่มอังกฤษวัย 26 ผู้นี้ เป็นหนึ่งในผู้โดยสารชาวต่างชาติ 3 คน และลูกเรืออีก 4 คน ที่ยังถูกจับให้เป็นตัวประกันบนเครื่องบินต่อไป ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ อีกกว่า 50 คน ได้รับการปล่อยตัวจากเครื่องบินลงไปหมดแล้ว โดยนายอินน์ส ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบด้านสุขภาพและความปลอดภัย เผยว่า เขาได้มีโอกาสมองเข็มขัดระเบิดที่ชายสลัดอากาศพันรอบเอวในระยะใกล้ และคิดว่าถ้าเป็นระเบิดจริง ผมก็ไม่มีอะไรเหลือ เดชะบุญที่เหตุการณ์จี้เครื่องบินยุติลงด้วยดี เมื่อนายมุสตาฟาได้ยอมมอบตัวต่อตำรวจ และเดินลงมาจากเครื่องบิน พร้อมกับยกสองมือขึ้นเหนือศีรษะ และต่อมา เจ้าหน้าที่ไซปรัส พบว่าเข็มขัดระเบิดที่นายมุสตาฟาคาดรอบเอวนั้น เป็นระเบิดปลอม

ผู้โดยสารทยอยลงจากเครื่องบินอียิปต์ แอร์ ที่ไซปรัส

ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์คนหนึ่งกล่าวถึงนายมุสตาฟา ที่ลงมือก่อเหตุจี้เครื่องบินว่า เขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แต่เป็นคนบ้า ขณะที่มูลเหตุจูงใจที่ทำให้นายมุสตาฟาจี้เครื่องบินนั้น ยังไม่มีรายงานแน่ชัด เพียงแต่ก่อนหน้า มีข่าวออกมาว่า ระหว่างที่เขาจี้เครื่องบินนั้น เขายื่นข้อเรียกร้องต้องการพบอดีตภรรยาที่อยู่ในไซปรัส

วันเดียวกัน เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ แจ้งว่า เมื่อเช้าวันที่ 30 มี.ค. นายมุสตาฟาได้ถูกนำตัวขึ้นศาลในเมืองลาร์นาซา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ขู่กัปตันเที่ยวบิน MS181 ด้วยเข็มขัดระเบิดปลอม ก่อนบังคับให้ขับเครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงจอดที่ไซปรัส โดย นายมุสตาฟาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวขณะรับฟังข้อหาในศาล จากนั้นเขาได้ถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำ คาดว่านายมุสตาฟาจะยื่นคำให้การแก้ข้อกล่าวหา ในวันต่อไป.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอนหายใจได้เฮือกใหญ่!! อียิปต์แอร์โดนจี้ยุติแล้ว ผู้ก่อเหตุถูกตร.คุมตัว

ช็อก!! เครื่องบินโดยสาร อียิปต์ แอร์ โดนจี้กลางอากาศ ไปลงจอดที่ไซปรัส

ปธน.บราซิลเครียด! พรรคใหญ่สุด PMDB โบกมือลา ถอนตัวจากพรรคร่วม รบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598569

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 16:16

 

ประธานาธิบดี ดิลมา รูสเซฟฟ์ แห่งบราซิล เจอพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใหญ่สุด ‘PMDB’ มีมติเอกฉันท์ ตัดสินใจในเวลาไม่กี่นาที ขอถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หลังจาก รมว.ท่องเที่ยวลาออกไปก่อนหน้าวันเดียว

เมื่อ 30 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเสถียรภาพของนางดิลมา รูสเซฟฟ์ ในตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลง่อนแง่นหนัก เมื่อสมาชิกพรรคการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย (Democratic Movement Party) หรือ PMDB ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุด ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ ภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที ในการตัดสินใจขอถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก นายเฮนริเก เอ็ดดัวร์โด อัลเวส ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง รมต.ท่องเที่ยว ไปหนึ่งวันก่อนหน้า

ข่าวแจ้งว่า ภายใต้การปกครองระบอบการปกครองประเทศโดยประธานาธิบดีของบราซิลนั้น นางรูสเซฟฟ์ ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ต่อไป เพียงแต่นางจะกลายเป็นผู้นำรัฐบาล ที่มีเสียงข้างน้อยในสภา ทำให้ ‘อ่อนเปลี้ย’ ในการต่อสู้กับกระบวนการของสภาเพื่อถอดถอน (อิมพีชเมนต์) นางให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ ผู้สื่อข่าวบีบีซี แจ้งว่า ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ สามารถถูกพักการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวโดยสภา เร็วที่สุดในเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านของบราซิลกำลังกดดันให้เกิดกระบวนการอิมพีชเมนต์ถอดถอนนางรูสเซฟฟ์พ้นจากตำแหน่ง โดยกล่าวหานางทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณที่ผิดปกติ ขณะที่นางรูสเซฟฟ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ และชี้ว่า ความพยายามที่จะให้นางพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการก่อรัฐประหารยึดอำนาจ.

ชาติบุรุษสิ้นลาย ขี้แงง่ายกว่าสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597910

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มี.ค. 2559 08:01

 

สุภาพบุรุษอังกฤษผู้ดีสมัยก่อน ทุกวันนี้ได้หมดลายเสียแล้ว เป็นบุรุษอาชาไนยทั้งแท่ง แต่ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นประจำ ไม่รู้สึกอับอายหรือเสียศักดิ์ศรีแต่ก่อน สถานีโทรทัศน์อังกฤษได้ทำการสำรวจผู้ชาย 2,000 คน ต้องพบว่าผู้ชายอังกฤษปัจจุบันเคยร้องไห้ออกมากลางถนนมากกว่าคนรุ่นพ่อถึง 2 เท่า นับได้ว่าผู้ชายวัยกลางคนเคยร้องไห้ต่อหน้าธารกำนัล คนคนหนึ่งเฉลี่ยแล้ว 14 ครั้ง ในขณะที่รุ่นพ่อของเขาจะมีเพียงคนละ 5 หนเท่านั้น

ผู้ดีอังกฤษสมัยนี้ยังเจ้าน้ำตายิ่งกว่านางเอกหนัง เพราะว่าเรื่องที่ไม่เป็นสาระอันใดก็ทำน้ำตาไหลเสียแล้ว คนที่ถูกสอบถามมากถึง 8 ใน 10 จะพากันร้องไห้ขี้มูกโป่ง เมื่อดูโทรทัศน์ตั้ง 8 ใน 10 คน อย่างไรก็ดี ผู้สำรวจความเห็นได้ให้ความเห็นว่า รายการโทรทัศน์เดี๋ยวนี้สามารถตวงน้ำตาคนได้มาก เพราะมักจะปล่อยให้ผู้แสดงปล่อยความเศร้าโศกออกมาอย่างถึงอกถึงใจ.

หน่วยงานผู้สูงอายุมะกันแจงทั่วโลกเตรียมรับสังคมสูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598229

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มี.ค. 2559 05:05

 

(ภาพ: AFP)

สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐฯ (NIA) เปิดเผยรายงานเรื่อง “โลกผู้สูงอายุ 2015”–An Aging World : 2015 เนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายเรื่องโอกาสและงานด้านสาธารณสุขในอนาคตอันใกล้สืบเนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุหรือผู้คนอายุตั้งแต่ 65 ปีทั่วโลกภายในปี 2593 หรือราว 34 ปีข้างหน้า อาจเพิ่มถึงกว่า 1,600 ล้านคน คิดเป็น ประชากรโลกเกือบ 17 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ ปัจจุบันประชากรโลกกลุ่มผู้อายุตั้งแต่ 65 ปี มีมากกว่า 600 ล้านคน อัตราการขยายตัวเฉลี่ย 8.5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอัตราการเติบโตเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องจะทำให้มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัวภายในปี 2593

ริชาร์ด โฮดส์ ผู้อำนวยการเอ็นไอเอ ระบุงานศึกษาวิจัยชิ้นนี้หวังให้ทั้งภาครัฐและเอกชนทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นและหาทางเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหา ขณะที่รายละเอียดของงานวิจัยพบว่า ภายในปี 2593 ค่าเฉลี่ยอายุผู้คนชาวโลกจากปัจจุบันอยู่ที่ 68.6 ปี จะเพิ่มเป็น 76.2 ปี หรืออายุยืนยาวขึ้นเฉลี่ยเกือบ 8 ปี ทำให้กลุ่มผู้คนอายุ “แก่มากที่สุด” คือกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 80 ปี ขยับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันราว 126.5 ล้านคน เป็นถึง 446.6 ล้านคนภายในปี 2593 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า.

สลด! เครื่องบินเล็กตกในควิเบก คร่าอดีตรมต.แคนาดา-ญาติรวม 7 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598249

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 04:35

 

ฌอง ลาปิแอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแคนาดา (ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกในรัฐควิเบกของประเทศแคนาดาเมื่อวันอังคาร เป็นเหตุให้อดีตรัฐมนตรีแคนาดาและครอบครัวและคนอื่นๆรวม 7 คนเสียชีวิต โดยยังไม่ทราบสาเหตุการตกที่แน่ชัด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 29 มี.ค. เกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกในรัฐควิเบก ทางตะวันออกของประเทศแคนาดา โดยตำรวจประจำรัฐยืนยันว่า พบผู้เสียชีวิต 7 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงนาย ฌอง ลาปิแอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและสมาชิกครอบครัวอีกหลายคน

ข่าวระบุว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินใบพัดของมิตซูบิชิ ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยออกเดินทางจากสนามบินในเขตเซนต์ฮิวเบิร์ต ในรัฐควิเบกในช่วงเช้าตรู่วันอังคาร ก่อนตกในทุ่งในเวลาประมาณ 11.40น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะบินเข้าใกล้สนามบินบนเกาะ มาเดอลีน (Madeleine) นอกชายฝั่งทางตะวันออกของรัฐควิเบก

เจ้าหน้าที่ของแคนาดาระบุว่า นายลาปิแอร์, ภรรยา, น้องชาย 2 คน และน้องสาวอีก 1 คน กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมพิธีศพของ เรย์มอนด์ ซี. ลาปิแอร์ บิดาของนายลาปิแอร์ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ก่อนที่เครื่องจะตก โดยยังไม่มีการระบุตัวผู้เสียชีวิตที่เหลืออีก 2 ราย

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุการณ์ตกของเครื่องบินลำนี้ แต่สิบโท แดเนียล ธีโบโด เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐควิเบก กล่าวว่า สภาพอากาศในช่วงเวลาเกิดเหตุมรทั้งหิมะ, ลมแรง และฝนตก ขณะที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของแคนาดาก็มีคำเตือนเกี่ยวกับสภาวะลมแรงในพื้นที่เกิดเหตุด้วย

‘FBI’ ไม่ง้อ ‘แอปเปิล’! เจาะไอโฟนมือกราดยิง ‘ซาน เบอร์นาร์ดิโน’ ได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598158

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 23:30

 

(ภาพ: AFP)

เอฟบีไอ สามารถเจาะระบบเข้าถึงข้อมูลในไอโฟนของคนร้ายกราดยิงในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปลายปีก่อนได้แล้ว โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากบิดาของไอโฟนอย่างบริษัท แอปเปิล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ว่า สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) สามารถเจาะระบบสมาร์ทโฟน ‘ไอโฟน’ ของมือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงในเมือง ซาน เบอร์นาร์ดิโน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ ธ.ค.ปีก่อนได้แล้ว โดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท แอปเปิล ผู้ผลิตไอโฟน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยุติคดีความระหว่างทั้งเอฟบีไอกับแอปเปิลไปโดยปริยาย โดยแอปเปิลกำลังต่อต้านคำสั่งของศาลที่ออกเมื่อเดือนก่อน ที่ต้องการให้แอปเปิลเขียนซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในของ ไอโฟน 5ซี ของนาย ไซเยด ริซวาน ฟารูค ซึ่งร่วมมือกับภรรยาคือนาง ทัชฟีน มาลิค โจมตีสำนักงานแห่งหนึ่งในเมือง ซาน เบอร์นาร์ดิโน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 2 ธ.ค. 2015 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย ก่อนทั้งคู่จะถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ล่าสุดเอฟบีไอระบุว่า พวกเขาได้ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ เอฟบีไอต้องการเข้าถึงข้อมูลไอโฟนของนายฟารูค เพื่อหาว่าเขาและภรรยาทำงานร่วมกับคนอื่นๆ, มีเป้าหมายโจมตีอื่นๆ หรือ ได้รับการสนับสนุนจากใครหรือไม่ ขณะที่มีข้อมูลด้วยว่า นางมาลิคได้ประกาศตัวสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเธอในวันที่ก่อเหตุด้วย แต่แอปเปิลไม่ให้ความร่วมมือ

แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน อัยการสหรัฐฯ กล่าวว่า มีกลุ่มบุคคลที่ 3 ซึ่งไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร ได้แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะใช้วิธีอื่นในการปลดล็อกไอโฟนโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือของแอปเปิล ทำให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ของให้ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีกับแอปเปิลในสัปดาห์เดียวออกไป ในระหว่างที่พวกเขากำลังหาวิธีเจาะไอโฟนวิธีใหม่

ด้านบริษัท แอปเปิล ระบุว่า พวกเขาไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีใดในการเจาะระบบของไอโฟน และหวังว่ารัฐบาลจะบอกพวกเขาเกี่ยวกับจุดอ่อนของไอโฟนที่อาจถูกค้นพบ แอปเปิลระบุด้วยว่า พวกเขาจะยังคงเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาต่อไป เนื่องจากภัยคุกคามและการโจมตีต่อข้อมูลของพวกเขาเกิดบ่อยขึ้นและซับซ้อนขึ้น

อนึ่ง หนังสือพิมพ์ของอิสราเอลรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน อ้างว่า บริษัท เซลเลไบรต์ (Cellebrite) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอิสราเอลร่วมมือกับเอฟบีไอในการทำคดีนี้ด้วย.

ปธน.ฝรั่งเศสยืนยันจัดยูโร 2016 พร้อมรักษาความปลอดภัยเต็มพิกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598154

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 22:55

 

(ภาพ: AFP)

ประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสยืนยันจะจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ต่อ แม้ยุโรปกำลังเผชิญกับการโจมตีก่อการร้ายหลายระลอก โดยจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทุกอย่างที่จำเป็น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคมว่า “จะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยในทุกวิถีทางที่จำเป็น” เพื่อให้การจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ‘ยูโร 2016’ ดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย เขาได้เน้นว่า การจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโรในปีนี้เป็นการตอบโต้กับความเกลียดชังและความสยองขวัญจากเหตุวินาศกรรมกรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์

ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถาบันกีฬาและพละศึกษาฝรั่งเศส (INSEP) และกล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะเลื่อนหรือยกเลิกการแข่งขันยูโร 2016” เขาเน้นว่า การแข่งขันฟุตบอลยูโรในปีนี้จะเป็นการตอบโต้ความเกลียดชัง การแบ่งแยก ความหวาดกลัว และความสยองขวัญต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 มิถุนายนถึง 10 กรกฎาคม ในประเทศฝรั่งเศส คาดว่าจะมีผู้เข้าชมนับล้านคนและมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากจากทั่วโลก ทำให้เป็นเรื่องที่ยากลำบากในการที่จะให้ความคุ้มครองความปลอดภัยจากการก่อเหตุร้ายหรือวินาศกรรม

เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายคนหนึ่งไม่เปิดเผยนามให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า “ผมได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เขาได้กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุก่อการร้ายว่า ทำอย่างไรเราจะสามารถจัดการแข่งขันได้ในวันรุ่งขึ้นหรือวันถัดไป ผมได้ตั้งคำถามว่า จะต้องมีผู้เสียชีวิตจำนวนกี่คน เราถึงจะหยุดการแข่งขันทั้งหมด ที่แย่ที่สุดคือบริเวณ Fans-Zones (สถานที่มีการติดตั้งจอถ่ายทอดสดและมีผู้มาร่วมชมจำนวนนับหมื่นคนในพื้นที่สาธารณะ) ที่ยากต่อการรักษาความปลอดภัย”

แม้ว่าจะมีการป้องกันแฟนโซนที่มีคนมาร่วมชมการแข่งขันหน้าจอยักษ์นอกสนามจำนวนประมาณ 7 ล้านคน แต่ถ้ามีการวางระเบิดในบาร์ที่มีคนชมการถ่ายทอดทางทีวีหลายร้อยที่ตั้งห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรเพื่อก่อการร้ายเชิงสัญลักษณ์กับการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ก็ถือว่าเขาทำการสำเร็จแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า “การจัดกำลังตำรวจตั้งแถวรอรับผู้ก่อการร้ายที่จะบุกเข้าก่อเหตุด้วยปืนคาลาชนิคอฟในทุกเวลานั้น เป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ไม่สามารถที่จะปิดกั้นไม่ให้คนทั่วไปเข้าชมหรือการยกเลิกแฟนโซนนั้นก็ไม่ใช่ข้อสรุปที่ดี เรามีการเตรียมพร้อมที่จะลงมืปฏิบัติการในทันทีหากเกิดเหตุร้าย”.

ถอนหายใจได้เฮือกใหญ่!! อียิปต์แอร์โดนจี้ยุติแล้ว ผู้ก่อเหตุถูกตร.คุมตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598037

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 17:20

 

จี้เครื่องบินโดยสารอียิปต์แอร์จบแล้ว..ผู้ก่อเหตุโดนตำรวจควบคุมตัว หลังก่อเหตุจี้เครื่องบิน บังคับไปลงจอดที่ไซปรัส ทางการระบุชื่อผู้ลงมือก่อเหตุ เป็นชาวอีิยิปต์ ไม่เกี่ยวข้องก่อการร้าย แต่น่าจะมาจากมูลเหตุจูงใจที่เกี่ยวกับอดีตภรรยา

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารแอร์บัส A320 ของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS181 ซึ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศ โดนจี้หลังนำผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 81 คน ทะยานจากสนามบินในเมืองอเล็กซานเดรีย ทางภาคเหนือ มุ่งหน้าสู่กรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. และผู้ก่อเหตุได้บังคับให้กัปตันนำเครื่องบินไปลงจอดที่สนามบินลาร์นาซา ในสาธารณรัฐไซปรัส ประเทศบนเกาะขนาดใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตะวันออก โดยผลจากการเจรจาต่อรอง ผู้ก่อเหตุยอมปล่อยตัวผู้โดยสารลงมาจากเครื่องบินเกือบทั้งหมด เหลือแต่ผู้โดยสาร 3 คนและลูกเรืออีก4คนบนเครื่องนั้น

ในเวลาต่อมา ซีเอ็นเอ็น รายงาน กระทรวงการต่างประเทศของไซปรัส แจ้งว่า เหตุการณ์จี้เครื่องบินโดยสารอียิปต์แอร์ ได้ยุติลงแล้ว และผู้ก่อเหตุได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว  หลังจากโฆษกประธานาธิบดีไซปรัส ได้เปิดเผยกับนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบิน มีชื่อว่า นายเซอิฟ เอล ดิน มุสตาฟา เป็นชาวอีิยิปต์ โดยก่อนหน้า โฆษกคนเดียวกันนี้ บอกว่า ชายที่ก่อเหตุจี้เครื่องบิน ชื่อว่า นายอิบราฮิม ซามาฮา เป็นพลเมืองที่ถือสองสัญชาติคือ ทั้งอียิปต์และอเมริกัน

ยอมปล่อยตัวผู้โดยสารส่วนใหญ่ลงจากเครื่องบิน

ขณะที่ นายอีฮาบ ราสลัน โฆษกกระทรวงคมนาคมของไซปรัส กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินในครั้งนี้ดูเหมือนมีมูลเหตุมาจากอดีตภรรยา และไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย พร้อมกันนั้นยังเกิดข้อสงสัยว่า ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินไม่มีระเบิดตามที่อ้าง แต่ถึงกระนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอยู่ในสถานการณ์ที่เตรียมพร้อมว่ามีระเบิดจริงๆ โดยโฆษกกระทรวงคมนาคมของไซปรัส เผยว่าขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่ของอียิปต์กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบิน

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินโดยสารของอียิปต์แอร์ ขู่ว่า เขามีเข็มขัดระเบิดพันไว้รอบเอว พร้อมกับบังคับให้กัปตันนำเครื่องบินมาลงจอดที่ไซปรัส.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง –ช็อก!! เครื่องบินโดยสาร อียิปต์ แอร์ โดนจี้กลางอากาศ ไปลงจอดที่ไซปรัส

พ่นเถ้าถ่านสูง 2 หมื่นฟุต! ภูเขาไฟที่อะแลสการะเบิด ยกเลิกเที่ยวบินอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597992

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 16:00

 

ภูเขาไฟพาฟลอฟ ในรัฐอะแลสกา ระเบิดพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 2 หมื่นฟุตขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้สายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินเพิ่ม หลังยกเลิกไปแล้วกว่า 40 เที่ยว

เมื่อ 29 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน สายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส ประกาศยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอีก หลังจากยกเลิกไปแล้วถึง 41 เที่ยวบินในประเทศสหรัฐฯ อันเนื่องจาก ภูเขาไฟพาฟลอฟ (Pavlof) ที่รัฐอะแลสกา ระเบิดครั้งใหญ่ พ่นเถ้าถ่านสูงนับ 20,000ฟุต พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซีแอตเทิล แจ้งว่า การยกเลิกเที่ยวบินครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับ 3,300 คนเลยทีเดียว และทางสายการบินจะกลับมาให้บริการตามปกติ หากสภาพอากาศและทัศนวิสัยดีขึ้น

สำนักงานภูมิศาสตร์ของสหรัฐฯ รายงานว่า ภูเขาไฟพาฟลอฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในรัฐอะแลสกา และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4.4 ไมล์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมอะแลสกา ได้เริ่มระเบิดพ่นเถ้าถ่านออกมาอีกครั้ง ตั้งแต่บ่ายของวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ ภูเขาไฟพาฟลอฟได้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อปี 2556 และพ่นเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 27,000 ฟุต