ช็อก!! เครื่องบินโดยสาร อียิปต์ แอร์ โดนจี้กลางอากาศ ไปลงจอดที่ไซปรัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597921

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 13:59

 

เครื่องบินโดยสาร อียิปต์ แอร์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ ประมาณ 81 คน โดนจี้กลางอากาศ คนร้ายบังคับให้นำเครื่องบินไปลงจอดที่ไซปรัส ขณะที่กัปตันแจ้ง สลัดอากาศเป็นหนึ่งในผู้โดยสารและลงมือเพียงคนเดียว พร้อมขู่มีเข็มขัดระเบิดผูกติดไว้รอบเอว
เมื่อ 29 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์สุดระทึก เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส A320-200 ของสายการบิน อียิปต์ แอร์ เที่ยวบิน MS 181 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือราว 81 คน โดนจี้กลางอากาศ หลังทะยานขึ้นจากสนามบิน ในเมืองอเล็กซานเดรีย ทางภาคเหนือของอียิปต์ จะมุ่งหน้าไปยังกรุงไคโร เมืองหลวง โดยเบื้องต้น สลัดอากาศได้บังคับให้กัปตันนำเครื่องบินไปลงจอดที่สนามบินลาร์นาซา ในสาธารณรัฐไซปรัสแล้ว

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการอียิปต์ ระบุ นายโอมาร์ เอล กามัล กัปตันเที่ยวบินนี้ แจ้งว่า สลัดอากาศที่ลงมือก่อเหตุ เป็นชายผู้โดยสารคนหนึ่ง และลงมือเพียงคนเดียว โดยขู่ว่ามีเข็มขัดระเบิดผูกไว้รอบเอว พร้อมกับบังคับให้นำเครื่องบินไปลงจอดที่ไซปรัส

สลัดอากาศบังคับกัปตันให้นำเครื่องบินโดยสารอียิปต์แอร์มาลงจอดที่สนามบินในไซปรัส

ต่อมา โฆษกของสายการบินอียิปต์แอร์ แถลงว่า สลัดอากาศได้ทยอยปล่อยตัวผู้โดยสารเกือบทั้งหมดลงมาจากเครื่องบินแล้ว หลังมีการเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ทางการ คงเหลือเพียงแต่ ลูกเรือ 4 คน และผู้โดยสารชาวต่างชาติ อีก 3 คน รวม 7 คนอยู่บนเครื่องเท่านั้น

ด้านทางการไซปรัสได้สั่งปิดทำการสนามบินลาร์นาซาทันที ขณะเกิดเหตุเที่ยวบิน MS 181 โดนจี้มาลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ พร้อมกับได้ย้ายเที่ยวบินทั้งหมดที่จะทะยานออกจากสนามบินลาร์นาซาให้ไปที่สนามบินปาพอส ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไซปรัสแทน

ทั้งนี้ ไซปรัส เป็นประเทศที่อยู่บนเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตะวันออก และอยู่ทางตอนใต้ของซีเรีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอนหายใจได้เฮือกใหญ่!! อียิปต์แอร์โดนจี้ ไม่เกี่ยวก่อการร้าย

เบลเยียมปล่อยตัว ‘ชายชุดขาว’ แล้ว! ขาดหลักฐานร่วมบึมสนามบินบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597834

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 11:31

 

(นายไฟซาล เซฟฟู ขวาสุด)

ทางการเบลเยียม จำต้องปล่อยตัว ไฟซาล ซี ‘ชายชุดขาว’ หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุวางระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมแล้ว ชี้ ขาดหลักฐานที่จะเอาผิด หลังภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ ขณะเดินเข็นกระเป๋าเดินทางอยู่ใกล้กับมือระเบิดพลีชีพ ‘ชุดดำ’ 2 คน

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.59 ว่า สำนักงานอัยการเบลเยียมออกแถลงการณ์ว่า ทางการเบลเยียม ได้ปล่อยตัว นายไฟซาล เซฟฟู หรือเรียกย่อๆ ว่า ‘ไฟซาล ซี’ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา ร่วมก่อเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม แล้ว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้พิพากษาไม่พบหลักฐานใดๆ ที่จะเอาผิดกับนายไฟซาลได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ที่จะสามารถควบคุมตัวเขาต่อไป

บีบีซี รายงาน ก่อนหน้านี้ สื่อท้องถิ่นในเบลเยียม ระบุว่า นายไฟซาล ซี ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในฐานะที่เขาเป็น ชายปริศนาคนที่ 3 ที่ร่วมก่อเหตุวางระเบิดสนามบินซาเวนเทมและได้หลบหนีไป เนื่องจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะที่ นายไฟซาล ซี ซึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีขาวและสวมหมวก กำลังเดินเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินทาง อยู่ใกล้กับมือระเบิดพลีชีพสวมแจ็กเก็ตดำ 2 คน อยู่ที่สนามบินซาเวนเทม

ดอกไม้จำนวนมากถูกนำมาวางไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 22 มี.ค.59

จากนั้น  นายไฟซาล ซี ได้ถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 24 มี.ค. หรือ 2 วันหลังเกิดเหตุระเบิดโจมตีสนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินเมลเบค อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 35 ศพ บาดเจ็บกว่า 300 คน โดยนายไฟซาล ซี ได้ถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย, เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมด้วยการก่อการร้าย และพยายามจะก่อฆาตกรรมโดยการก่อการร้ายด้วย

ขณะที่ สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง และ นสพ. Le Soir ในเบลเยียม ได้ระบุว่า นายไฟซาล ซี ทำงานเป็น นักข่าวอิสระ โดยสื่อท้องถิ่นในเบลเยียม รายงานด้วยว่า ถึงแม้ นายไฟซาล ซี จะได้รับการปล่อยตัว แต่ยังไม่ได้พ้นจากข้อกล่าวหาทั้ง 3 กระทงดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยาของเบลเยียมได้ทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเหยื่อจากเหตุระเบิดที่บรัสเซลส์ 35 ราย พบว่า ในจำนวนนี้อย่างน้อย 12 ราย เป็นชาวต่างชาติ มาจากสหรัฐฯ, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร อิตาลี และจีน อย่างไรก็ตาม ในจำนวนผู้เสียชีวิต 35 ราย ไม่นับรวมมือระเบิดพลีชีพ 3 ราย ซึ่ง 2 ราย เสียชีวิตที่สนามบินซาเวนเทม และอีกราย เสียชีวิตที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค.

อ่่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบลเยียมตั้งข้อหา ‘ชายชุดขาว’ ผู้ต้องสงสัยบึมสนามบินบรัสเซลส์แล้ว

ตำรวจมะกันรวบชายมะกัน ชักปืนขู่จนท. ที่รัฐสภาสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597671

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 05:45

 

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุชายสูงวัยคนหนึ่ง ชักปืนขู่เจ้าหน้าที่หลังจากเข้าไปในศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ ก่อนถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ มีพลเรือนถูกลูกหลงด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ หรือ แคปิตอล ฮิลล์ ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ตัดสินใจยิงชายคนหนึ่งซึ่งชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของรัฐสภา ทำให้มีพลเรือนหญิงได้รับบาดเจ็บ 1 คนจากสะเก็ดกระสุน แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้บาดเจ็บ

ตามการเปิดเผยของ แมททิว เวอร์เดอโรซา หัวหน้าตำรวจประจำอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ พวกเขาเชื่อว่านี่เป็นการก่อการด้วยตัวคนเดียว ของชายผู้เคยมาเยี่ยมเยียนในพื้นที่ของแคปิตอล ฮิลล์บ่อยๆ และไม่มีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้เชื่อได้ว่า เหตุการณ์นี้เป็นมากกว่าการก่ออาชญากรรมธรรมดา

นายเวอร์เดอโรซาบอกด้วยว่า มือปืนซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุตัวว่า แลร์รี รัสเซล ดอว์สัน อายุ 66 ปี จากมลรัฐเทนเนสซี กำลังรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วนอาวุธถูกพบในที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่ผู้หญิงที่โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บไม่มาก และถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว

รถพยาบาลจอดอยู่หน้าศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของแคปิตอล ฮิล (ภาพ: AP)

ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า มือปืนรายนี้พยายามจะเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะบริเวณทางเข้าของศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวแคปิตอล ฮิลล์ แต่สัญญาณเตือนดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าหยุดเขา แต่เขากลับชักปืนออกมา ตำรวจนายหนึ่งจึงตัดสินใจยิงมือปืนรายนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตำรวจต้องปิดกั้นพื้นที่แคปิตอล ฮิลล์ เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง แม้สมาชิกสภาเกือบทั้งหมดจะไม่ได้อยู่ในรัฐสภา ก่อนเหตุการณ์จะกลับเข้าสู้ภาวะปกติ

ทั้งนี้ นายดอร์สันเคยถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจรวจเมื่อเดือนต.ค. ปีก่อน หลังจากอาละวาดในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯมาแล้ว เมื่อปี 2015

ป้าอังกฤษว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าไปแล้วพร้อมสามี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597662

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 04:15

 

(ภาพ: REUTERS)

หญิงสูงวัยชาวอังกฤษ กระโดดลงทะเลว่ายน้ำตามเรือสำราญไกลหลายร้อยเมตร เนื่องจากคิดว่ามีขึ้นเรือไปแล้ว ก่อนเธอต้องลอยคอกลางทะเลและได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของประเทศโปรตุเกสว่า เกิดเหตุนาง ซูซาน บราวน์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 65 ปี ว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าเรือฟุงชาล เกาะมาเดร์รา ประเทศโปรตุเกส ก่อนที่ชาวประมงจะให้ความช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ

“เธอต้องหนาวสั่นจากน้ำที่เย็นโดยมีกระเป๋าสะพายใบเดียวติดตัว เธอลอยอยู่ห่างจากฝั่ง 500 เมตรตอนเวลา 2 นาฬิกา และมีชาวประมงท่ีได้ยินเสียงร้องของเธอเข้าให้ความช่วยเหลือ” นายเฟลิกซ์ มาร์ค ผู้อำนวยการท่าเรือฟุงชาลกล่าว

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจาก นางบราวน์ และ ไมเคิล สามี ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่อังกฤษก่อนกำหนด โดยลงจากเรือสำราญ ‘มาร์โค โปโล’ ของบริษัท Cruise & Maritime Voyages ที่มาจอดเทียบท่าเรือฟุงชาล อย่างไรก็ตาม เธอพลัดหลงกับสามีที่สนามบินฟุงชาลหลังจากมีปากเสียงกัน

เธอเขาใจผิดคิดว่าสามีกลับขึ้นเรือ พอดีกับที่เธอเห็นเรือมาร์โค โปโล กำลังเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือ เธอจึงรีบวิ่งไปที่ชายหาดและกระโดดลงไปในทะเลที่อยู่ติดกับสนามบินและว่ายน้ำไปหาเรือตอนเวลา 22.00 น. (เวลา 04.00 น. เวลาประเทศไทย) ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในอีก 4 ชั่วโมงต่อมาและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฟุงชาล จากภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ แต่การไม่สาหัส

ส่วนสามีของเธอนั้นไม่ได้อยู่บนเรือดังกล่าวแต่อย่างใด โดยตำรวจยืนยันแล้วว่า เขานั่งเครื่องบินกลับถึงเมืองบริสตอล ในอังกฤษไปแล้ว และกำลังเตรียมเดินทางกลับมาหาภรรยาที่เมืองฟุงชาลอีกครั้ง

พายุแคธีถล่มอังกฤษ! บินโดยสารหลายสิบเที่ยววุ่น ลงจอดลอนดอนไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597484

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 17:36

 

พายุแคธี ถล่มอังกฤษและเวลส์ กระแสลมรุนแรงจัด  ส่งผลให้เครื่องบินโดยสารหลายสิบเที่ยวที่จะลงจอดสนามบินในกรุงลอนดอน ต้องเปลี่ยนไปจอดที่สนามบินเมืองอื่น ขณะที่สำนักงานอุตุฯ อังกฤษ ประกาศเตือนภัย ระวังอันตรายจากลมพายุ รุนแรงระดับ ‘สีเหลือง’

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิทธิพลของพายุแคธี เคลื่อนตัวถล่มอังกฤษและเวลส์ด้วยความเร็วลมสูงถึง 105 ไมล์ต่อชั่วโมง ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้เครื่องบินโดยสารหลายสิบเที่ยวบินต้องย้ายไปลงจอดสนามบินอื่น เนื่องจากกัปตันไม่สามารถนำเครื่องบินฝ่าพายุลงจอดได้ โดยบีบีซีแจ้งว่า มีเที่ยวบินกว่า 20 เที่ยว ปลายทางสนามบินแกตวิก ต้องย้ายไปลงจอดสนามบินอื่นในหลายเมือง รวมทั้งเบอร์มิงแฮม, ลิเวอร์พูล เช่นเดียวกับเที่ยวบินที่จะลงจอดท่าอากาศยานฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน ก็ต้องมีการเปลี่ยนสนามบินไปลงจอดสนามบินอื่นเช่นกัน

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ ได้ออกคำเตือนภัย ‘ขั้นสีเหลือง’ ให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมพายุรุนแรงพัดผ่านกรุงลอนดอน และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ รวมทั้งทางตอนใต้ของเวลส์ ขณะที่มีรายงานว่า มีบ้านเรือนอย่างน้อย 5,000 หลัง ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีพื้นที่ 23 จุด ได้รับคำเตือนให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สำนักงานทางหลวงอังกฤษ ได้ประกาศปิดสะพานข้ามแม่น้ำสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ ดาร์ตฟอร์ด ริเวอร์ ครอสซิ่ง, M48 เซเวน บริดจ์ และเชปปีย์ ครอสซิ่งแล้ว.

ประมวลภาพ พัลไมราช้ำ! โบราณสถานหลายแห่งพังยับ ใต้อุ้งมือไอซิสเกือบปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597393

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 14:50

 

สำนักข่าวซีเรีย เผยแพร่ภาพชุดใหม่ สภาพความเสียหายของเมืองโบราณ ‘พัลไมรา’ หลังจากต้องตกอยู่ใต้เงื้อมมือของกลุ่มไอซิสมานานเกือบปี และกำลังทหารรัฐบาลสามารถยึดเมืองพัลไมราคืนมาได้แล้ว

เมื่อ 28 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสำนักข่าวในซีเรีย เผยแพร่ภาพเมืองโบราณพัลไมรา ในประเทศซีเรีย เมื่อกำลังทหารรัฐบาลที่ภักดีต่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย สามารถตียึดเมืองพัลไมรา คืนมาได้จากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือ ไอซิส ได้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเมืองพัลไมรา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO) ต้องตกอยู่ใต้อุ้งมือของไอซิสมานานร่วม 10 เดือน หรือตั้งแต่ พ.ค. 2558

บีบีซี รายงานว่า สำนักข่าวในซีเรีย ได้เผยแพร่ภาพชุดใหม่ของเมืองพัลไมราในปัจจุบัน แสดงให้เห็นอนุสรณ์สถานหลายแห่งในเมืองได้ถูกกลุ่มไอซิสทำลายจนพังเสียหาย ขณะที่เศษชิ้นส่วนของโบราณสถานเหล่านั้นยังคงตกอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดย นายมามูน อับดุลคาริม หัวหน้ากองโบราณสถานของซีเรีย กล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีว่า ทางเจ้าหน้าที่กองโบราณคดีกำลังคาดว่าจะเจอความเสียหายที่เลวร้ายที่สุด แต่เบื้องต้นสภาพภูมิทัศน์โดยรอบของโบราณสถานหลายแห่งในเมืองพัลไมรา ยังถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีอยู่

ปฏิมากรรมโบราณ บริเวณทางเข้าเมืองพัลไมรา พังเสียหาย

ภายในพิพิธภัณฑ์ ที่อยู่ในสภาพพังยับเยิน

บีบีซี รายงานว่า เมืองโบราณพัลไมรา ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมในยุคโบราณที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเป็นศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1-2 ผสมผสานระหว่างศิลปะของกรีก-โรมัน กับศิลปะท้องถิ่นและอิทธิพลของศิลปะวัฒนธรรมเปอร์เซียที่แผ่ขยายมาถึง โดยก่อนจะเกิดสงครามกลางเมืองในซีเรีย และจากนั้นกลุ่มไอซิสเคลื่อนไหวบุกยึดเมืองต่างๆ ในซีเรีย รวมถึงเมืองพัลไมราได้นั้น มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองพัลไมรา ปีละมากกว่า 150,000 คน เป็นประจำทุกปี.

โบราณสถาน กลายเป็นแค่กองหิน

สภาพในตัวเมืองพัลไมรา หลังตกอยู่ใต้การยึดครองของกลุ่มไอซิส

โบราณสถานในเมืองพัลไมรา

ทหารซีเรียชูสองนิ้ว แห่งชัยชนะ ยึดเมืองพัลไมราคืนจากไอซิสได้แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซีเรียเฮ! ยึดคืนเมืองโบราณ ‘พัลไมรา’ จากไอซิสได้แล้ว

ชาวเน็ตจวกยับ! ส.ส.อินเดีย ‘สุดเถื่อน’ เตะคนแก่ซ้ำสองกลางงาน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597346

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 11:42

 

ส.ส.อินเดีย โดน ‘สวด’ ยับ เตะชายชรานั่งอยู่บนพื้น กลางงานพิธีทางศาสนา แต่มีคนอัดคลิปไว้ได้ นำมาเผยแพร่ทางโซเชียล ประจานพฤติกรรมไม่สมควรของ ส.ส.อินเดีย รายนี้

เมื่อ 28 มี.ค. 59 สื่อท้องถิ่นในอินเดียรายงาน และเผยแพร่คลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิ นายวิตธัล ราดาดิยา ส.ส.อินเดีย พรรคภารติยะ ชนะตะ (บีเจพี) ในรัฐคุชราต อย่างครึกโครม เนื่องจาก นายราดาดิยา ได้เข้าไปเตะชายสูงอายุคนหนึ่งซ้ำถึงสองครั้ง เพื่อไล่ตะเพิดให้ออกไปจากบริเวณดังกล่าว

สื่อในอินเดีย ระบุว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดเกี่ยวกับสถานที่ และวันเวลาที่ นายราดาดิยา เข้าไปเตะชายชราคนนี้ว่า เกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใด เพียงแต่ภาพจากคลิปวิดีโอ ดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีทางศาสนา ซึ่งมีผู้มาร่วมพิธีจำนวนมากได้เห็นการกระทำที่ไม่สมควรของ ส.ส.พรรคบีเจพี กันในครั้งนี้

สื่ออินเดียแฉว่า ก่อนหน้านี้ นายราดาดิยา เคยแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนโดนตำหนิกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาแล้ว จากการที่เขาได้กวัดแกว่งปืนในมือใส่ลูกจ้างฝ่ายจัดเก็บภาษี เมื่อ ต.ค. 2555

ชมคลิป ที่นี่

ตำรวจดัตช์รวบชายฝรั่งเศสที่รอตเตอร์ดัมเตรียมการก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597223

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 06:20

 

(ภาพ: AFP)

ตำรวจของประเทศเนเธอร์แลนด์ดำเนินการจับกุมตัวชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ตามคำขอของรัฐบาลฝรั่งเศส โดยชายคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยว่ากำลังเตรียมก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการของประเทศเนเธอร์แลนด์แถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวชายสัญชาติฝรั่งเศสวัย 32 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคมที่เมืองรอตเตอร์ดัมในข้อหาว่ามีส่วนพัวพันกับการเตรียมการก่อการร้าย โดยเน้นว่า เป็นการปฏิบัติการจับกุมตามคำร้องขอของรัฐบาลฝรั่งเศส

อัยการเนเธอร์แลนด์ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลฝรั่งเศสได้ทำเรื่องร้องขอให้จับกุมชายฝรั่งเศสคนดังกล่าว ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่า กำลังเตรียมการก่อวินาศกรรม” นอกจากนี้ยังระบุว่า ชายผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวจะถูกส่งตัวไปให้รัฐบาลฝรั่งเศสในเร็ววันนี้ โดยมิได้ระบุว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรมกรุงปารีสหรือไม่อย่างใด

ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า มีการอพยพผู้คนออกจากบ้านหลายหลังในเมืองรอตเตอร์ดัมตามมาตรการระวังภัยก่อนการจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้ด้วย

สร้างชื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597195

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 05:51

 

นายวิริยวัฒน์ ตุยรัมย์ ซึ่งมีความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว โชว์ฝีมือประดิษฐ์สามล้อปั่น สำหรับวางขวดไวน์จนได้เหรียญทอง สาขาประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ ในการแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่ฝรั่งเศส.

ตำรวจเบลเยียมจัดการม็อบป่วนคนไว้อาลัยเหยื่อบึมบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597217

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 05:40

 

(ภาพ: AP)

ตำรวจเบลเยียมเผชิญหน้ากับม็อบป่วนกลุ่มคนที่มาร่วมตัวกันในกรุงบรัสเซลส์เพ่ือแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุวินาศกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีผู้ถูกจับราว 10 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุมของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งบุกมายังลานหน้าตลาดหลักทรัพย์เบลเยียม ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดสนามบินและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ และก่อกวนกลุ่มคนที่มาแสดงความไว้อาลัย

ม็อบดังกล่าวมีชื่อว่ากลุ่ม ‘Casuals against Terrorism’ ออกมารวมกลุ่มกันจำนวนหลายร้อยคน โดยหลายคนสวมผ้าปิดหน้าหรือใส่หน้ากากกาย ฟอกส์ ปิดบังใบหน้า ส่วนใหญ่ยังส่วนชุดดำ บางคนเรียกตัวเองว่าเป็นนักเลงฟุตบอล (hooligan) ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ และอ้างว่าพวกเขาต้องการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน

ม็อบชุดดำป่วนผู้มาไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AP)

อย่างไรก็ตาม ตามการเปิดเผยของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ คนกลุ่มนี้เดินทางมายังจัตุรัส เปรส เดอ ลา บูร์ส ซึ่งประชาชนอีกกลุ่มรวมตัวกันอยู่เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ก่อนที่ม็อบฮูลิแกนจะเผชิญหน้ากับกลุ่มหญิงชายมุสลิม, แสดงท่าทำความเคารพแบบนาซี และบางคนจุพลุไฟด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลถูกส่งมาจัดการและจับกุมผู้ชุมนุมไปประมาณ 10 คน

ด้านนายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียมรวมถึงนาย อีวาน เมเยอร์ นายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ ออกมาประณามพฤติกรรมไม่เหมาะสมของกลุ่มฮูลิแกนอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 22 มี.ค. กรุงบรัสเซลส์เผชิญเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 จุดที่สนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค โดบล่าสุดทางการเบลเยียมได้ปรับลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงจาก 31 ราย เหลือ 28 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บราว 200 คน