พบซากปริศนา มีตรา ‘โรลส์ รอยส์’ เกยหาดในแอฟริกาใต้ อาจมาจาก MH370

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595271

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 23:35

 

(ภาพ: twitter/ @mingalababya)

นักโบราณคดีในแอฟริกาใต้ พบชิ้นส่วนซึ่งอาจเป็นซากเครื่องบิน มีตราสัญลักษณ์ของบริษัท โรลส์ รอยส์ เกยหาดในภาคใต้ โดยทางการมาเลเซียกำลังเดินทางมารับไปตรวจสอบ ว่ามาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หรือไม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พบชิ้นส่วนซึ่งน่าจะมาจากเครื่องยนต์เครื่องบินของบริษัท ‘โรลส์ รอยส์’ เกยชายหาดในประเทศแอฟริกาใต้ จุดประกายความหวังที่จะพบซากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2014 ขึ้นมาอีกครั้ง

ชิ้นส่วนต้องสงสัยที่มีการพบล่าสุด แสดงให้เห็นสัญลักษณ์ของบริษัท โรลส์ รอยส์ ที่คาดว่าติดอยู่บนเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง ถูกพบโดยนาย นีลส์ ครูเกอร์ นักโบราณคดี ที่บริเวณชายหาดของเมืองมอสเซล เบย์ เมืองเล็กๆ ในจังหวัดเวสเทิร์น และหลังจากปรึกษากับนักบินหลายคน นายครูเกอร์จึงตัดสินใจส่งชิ้นส่วนชิ้นนี้ให้แก่สำนักงานการบินพลเรือแอฟริกาใต้ (เอสเอซีเอเอ)

ชิ้นส่วนที่พบอาจมาจากโลหะครอบเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง (ภาพ: twitter/ @mingalababya)

ด้านนาย คาเบโล เลดวาบา โฆษกของเอสเอซีเอเอ กล่าวว่า พวกเขากำลังเตรียมการเรื่องที่จำเป็นสำหรับเก็บชิ้นส่วนชิ้นนี้ จากนั้นจะส่งมอบต่อให้กับเจ้าหน้าที่ของประเทศมาเลเซีย ขณะที่ทางการมาเลเซียระบุว่า กำลังจะส่งทีมเจ้าหน้าที่มายังแอฟริกาใต้เพื่อรับชิ้นส่วนนี้ แต่จากรายงานเบื้องต้น มีความเป็นไปได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบอาจมาจากโลหะครอบเครื่องยนต์ของเครื่องบิน

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส หายสาบสูญไปพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คนเมื่อ 8 มี.ค. 2014 ขณะกำลังเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซียไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเรดาร์และอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า เครื่องบินลำนี้บินวกกลับ และมุ่งหน้าไปยังพื้นทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

การค้นหาจนถึงตอนนี้ มีเพียงชิ้นส่วนเครื่องบินส่วน แฟล็ปเพอรอน ที่พบบนเกาะเรอูนิยง ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย เมื่อเดือนก.ย. 2015 เพียงชิ้นเดียวที่ได้รับการยืนยันว่ามาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 รุ่นเดียวกับที่ใช้ในเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 และเป็นโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ลำเดียวที่ตกโดยไม่มีการพบชิ้นส่วน

ความหวังในการพบเอ็มเอช 370 เพิ่มสูงขึ้นหลังจากเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มีรายการพบชิ้นส่วนที่อาจเป็นเศษซากเครื่องบิน 2 ชิ้นในประเทศโมซัมบิก ทางเหนือของแอฟริกาใต้ และตอนนี้ชิ้นส่วนดังกล่าวถูกส่งถึงประเทศออสเตรเลียเพื่อรับการตรวจวิเคราะห์แล้ว

สื่อเบลเยียม แก้ข่าว ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ วางระเบิดสนามบินบรัสเซลส์ โดนจับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595196

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 18:31

 

สื่อเบลเยียม แก้ข่าว ตร.ตามล่าจับกุมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญวางระเบิดสนามบินซาเวนเทมได้แล้ว หลังระดมกำลังไล่ล่าอย่างหนัก คาดเป็น ‘ชายต้องสงสัย’ ที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการยังปิดเงียบ ไม่ยืนยันข่าวนี้

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน สื่อในเบลเยียม แก้ข่าว หลังจาก ก่อนหน้านี้ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมสามารถจักกุมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญร่วมก่อเหตุวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ได้แล้ว ที่เขตแอนเดอร์เลชต์ ขณะที่ เบื้องต้น ยังไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทางการ เกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยล่าสุด รวมทั้งการระบุรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 34 ราย และบาดเจ็บ 250 คนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมได้ปฏิบัติการตามไล่ล่า ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่หลบหนี หลังร่วมลงมือก่อเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม โดยภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่าชาย 3 คนซึ่งเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินทางมาด้วยกัน อยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบิน ตกเป็นผู้ต้องสงสัย โดยชายสองคนที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำเป็นมือระเบิดพลีชีพ และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปแล้ว ขณะที่สื่อเบลเยียม รายงานชายสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน ชื่อ คาลิด และบราฮิม เอลคราวี

นายนาจิม ลาคราวี ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ วางระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม

ส่วน ชายผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 สวมหมวกและเสื้อแจ็กเก็ตสีอ่อน อยู่ระหว่างหลบหนี ก่อนต่อมา มีการเปิดเผย ผู้ต้องสงสัยชายคนนี้ ชื่อ นาจิม ลาคราวี ด้าน บีบีซี รายงานว่า ตามความเห็นของนักวิเคราะห์หลายคน เชื่อว่านายนาจิม ลาคราวี เป็นมือประกอบระเบิดคนสำคัญ ขณะที่สื่อในฝรั่งเศส ชี้ว่า เขายังเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์โจมตีปารีส เมื่อ พ.ย.58 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 130 ราย.

ระดมกำลังไล่ล่า ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดเบลเยียม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอมตายคู่! เผย มือระเบิดพลีชีพบึมสนามบินบรัสเซลส์ เป็นพี่น้องกัน

ยอมตายคู่! เผย มือระเบิดพลีชีพ บึมบรัสเซลส์ เป็นพี่น้องกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595119

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 16:50

 

ตร.เบลเยียมสืบพบ สองมือระเบิดพลีชีพ ก่อเหตุระเบิดโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เป็นพี่น้องกัน แถมยังใช้ชื่อปลอมเช่าแฟลตแห่งหนึ่งในพื้นที่ที่พบกับรอยนิ้วมือของซาลาห์ อับเดซาม ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งโจมตีปารีส ด้านคนขับเท็กซี่ เผย 3คนร้ายตั้งใจจะขนกระเป๋าเดินทาง 5 ใบมายังสนามบิน แต่ท้ายรถใส่ได้แค่ 3 ใบ

เมื่อ 23 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่อง RTBF เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมสืบประวัติมือระเบิดพลีชีพชายสองคน ซึ่งก่อเหตุวินาศกรรมในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก พบว่า ชายทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน มีชื่อ ว่า คาลิด และบราฮิม เอล-บาคราวี โดยข่าวระบุว่า นายคาลิด เอล บาคราวี ได้ใช้ชื่อปลอมในการเช่าแฟลตแห่งหนึ่งในเขตฟอเรส์ ของกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่ตำรวจคอมมานโดเบลเยียมยิงสังหารมือปืนชาย ระหว่างการบุกจู่โจมเมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม หลังพบรอยนิ้วมือของนายซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในเหตุโจมตีปารีส พ.ย.58

นสพ.ในเบลเยียม ‘La Deniere’ ยังรายงานด้วยว่า นายคาลิด เอล บาคราวี อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากความผิดในข้อหาก่อการร้าย ขณะที่ นายบราฮิม อยู่ระหว่างการหลบหนีคดีหลังถูกลงโทษด้วยความผิดในคดีอาญาคดีอื่น ส่วนชายคนที่ 3 คนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมและอยู่ระหว่างการหลบหนีนั้น มีชื่อว่า นายนาจิม ลาคราวี

นายนาจิม ลาคราวี สวมหมวก และแจ็กเก็ตสีอ่อน อยู่ระหว่างถูกตามจับกุม

ข่าวแจ้งว่า ชายทั้งสามคนถูกกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินทางอยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่นาน โดยจากภาพในกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่านายคาลิด และนายบราฮิม สวมถุงมือสีดำอยู่ที่มือด้านซ้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า มีการติดตั้งที่จุดชนวนระเบิดไว้ ในขณะที่ นายนาจิม ไม่ได้ใส่ถุงมือ

ขณะเดียวกัน สื่อเบลเยียม ยังรายงานเพิ่มเติมกรณี คนขับรถแท็กซี่ที่ได้รับชายทั้งสามคนมายังสนามบินซาเวนเทม และเขาได้เข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุระเบิด จนกระทั่งตรวจพบสถานที่กบดานของผู้ต้องสงสัยในเขตสคาร์เบค กรุงบรัสเซลส์ ว่า คนขับรถแท็กซี่ได้ขับรถมารับชายทั้งสามคนก่อนเวลา 7.00 น. เล็กน้อย ที่ถนนแมกซ์รูส เขตสคาร์เบค ใกล้กับสถานีรถไฟสคาร์เบค โดยผู้ต้องสงสัยได้โทรเรียกรถแท็กซี่พร้อมระบุว่ามีผู้โดยสารสามคนพร้อมกระเป๋า 5 ใบ

เมื่อรถแท็กซี่มาถึงสถานที่นัดหมาย เขาก็บอกกับคนขับว่า อย่าแตะต้องกระเป๋า และเนื่องจากพื้นที่ในกระโปรงท้ายจำกัด ทำให้สามารถบรรจุกระเป๋าได้เพียง 3 ใบ เขาจึงต้องทิ้งกระเป๋าที่เหลือไว้อย่างไม่ค่อยพอใจนัก โดยรถแท็กซี่มาถึงสนามบินที่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาออกก่อนเวลา 08.00 น.เล็กน้อย ทั้งสามคนยกกระเป๋าวางบนรถเข็นแล้วเข็นเข้าไปภายในอาคาร หลังจากนั้น ได้ทำการจุดระเบิดเมื่อเวลา 07.58 น.

รักษาความปลอดภัยเข้มที่สนามบินซาเวนเทม

ด้านคนขับแท็กซี่ไม่ได้คิดเลยว่ากำลังพาผู้ก่อการร้ายไปก่อเหตุระเบิดที่สนามบิน เขาคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปขึ้นเครื่องบินตามปกติ เมื่อได้รับข้อมูลจากคนขับรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบเดินทางไปตรวจค้นบ้านพักที่รถแท็กซี่รับชายทั้งสามคน ทำให้พบกระเป๋าบรรจุวัตถุระเบิดพร้อมตะปู แต่ไม่มีร่องรอยของชายคนที่สามที่ตามล่าตัวอยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่า การที่ผู้ก่อเหตุเร่งทำการระเบิดหนึ่งสัปดาห์ก่อนช่วงวันหยุดอีสเตอร์ อาจจะเป็นเพราะเกรงว่า นายซาลาห์ อับเดซาลาม จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพาดพิงถึงตน นอกจากนั้น จากการตรวจพบอุปกรณ์จุดระเบิดที่อพาร์ตเมนต์ถนนดรีส์ เขตฟอเรส์ เจ้าหน้าที่คาดว่า ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม อาจจะมีการเตรียมการไว้ก่อเหตุในกรุงบรัสเซลส์ โดยที่นายซาลาห์ อับเดซาลามจะต้องร่วมลงมือด้วย

ยุโรปสยอง! ไอซิสขู่รอบใหม่ วินาศกรรมแรงกว่าบรัสเซลส์ กำลังตามมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594960

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 12:45

 

ไอซิส อหังการ ขู่รอบใหม่ เตือนเหตุวินาศกรรมเลวร้ายกว่าที่บรัสเซลส์ กำลังจะตามมา ชี้เลือกเป้าหมายลงมือโจมตีไว้แล้วอย่างรอบคอบ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนพลเมืองอเมริกัน มีความเสี่ยงสูงที่จะไปท่องเที่ยวยุโรปช่วงนี้
เมื่อ 23 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม คนร้ายวางระเบิดที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ‘ซาเวนเทม’ และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยต่อมา กลุ่มมุสลิมนิกายสุหนี่หัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ได้ประกาศอย่างอหังการผ่านสื่อออนไลน์ที่ให้การสนับสนุน อ้างความรับผิดชอบ อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายบรัสเซลส์นั้น

ข่าวแจ้งว่า ในเวลาต่อมา กลุ่มไอซิส ยังได้ประกาศคำขู่ครั้งใหม่ทางโลกออนไลน์ เตือน พวกตนได้เลือกเป้าหมายสถานที่โจมตีอย่างรอบคอบ พร้อมเตือนว่าเหตุวินาศกรรมเลวร้ายกว่านี้กำลังจะตามมา สำหรับ ‘พันธมิตรของรัฐนักรบครูเสดที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐอิสลาม’

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนถึงพลเมืองชาวอเมริกัน มีความเสี่ยงสูงในการเดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรป เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายยังคงมีแผนก่อวินาศกรรมทั่วยุโรป ในระยะเวลาอันใกล้ โดยพุ่งเป้าโจมตีบริเวณที่มีฝูงชนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา, สถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหาร, และสถานีขนส่ง

ขณะเดียวกัน กำลังตำรวจเบลเยียมกำลังเร่งไล่ล่าชายต้องสงสัยสวมเสื้อแจ็กเกตสีน้ำตาลอ่อน และสวมหมวก อาจเป็นมือระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ หลังกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะเดินอยู่กับชายต้องสงสัยอีก 2 คนที่สวมแจ็กเกตสีดำ ก่อนเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่นาน และชาย 2 คน คือมือระเบิดพลีชีพ ซึ่งเสียชีวิตในเหตุระเบิดที่อาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบิน

มีรายงานว่า ได้มีคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เบลเยียม หลังจากเขาได้เห็นภาพชายต้องสงสัยที่ทางการกำลังต้องการตัวมากที่สุด โดยคนขับรถแท็กซี่ได้ให้ข้อมูลสถานที่ที่เขารับชายคนดังกล่าวขึ้นรถ จนนำไปสู่การบุกจู่โจมค้นบ้านหลังหนึ่ง ในเขตแชร์เบค ชานกรุงบรัสเซลส์ ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ได้พบระเบิดตะปูลูกหนึ่ง สารเคมี และธงไอซิสในบ้านหลังดังกล่าว จนทำให้ตำรวจต้องปิดล้อมบ้านหลังนี้  เพื่อตรวจค้นหาหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมกับส่งเฮลิคอปเตอร์บินวนค้นหาผู้ต้องสงสัยที่อยู่ระหว่างการหลบหนี.

มะกันอพยพอาคารผู้โดยสารสนามบินเดนเวอร์บางส่วนหลังพบวัตถุต้องสงสัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594800

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สั่งอพยพพื้นที่บางส่วนในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติ เดนเวอร์ หลังจากพบวัตถุต้องสงสัย เมื่อวันอังคาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเดนเวอร์ดำเนินการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่บางส่วนของอาคารผู้โดยสารหลักฝั่งตะวันตก ตั้งแต่ประตูหมายเลข 600-610 ส่วนส่งผู้โดยสารและเช็กอิน (Level 6) และประตู 500-510 ส่วนรับกระเป๋าและจุดรับผู้โดยสาร (Level 5) ตามการเปิดผ่านทวิตเตอร์ของสนามบิน

เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภัยคุกคามที่สนามบินเดนเวอร์ นอกจากข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนวัตถุต้องสงสัยอยู่ ขณะที่ยานพาหนะไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งเข้าไปในเขตตะวันตกของอาคารผู้โดยสาร ขณะที่อาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออกยังให้บริการตามปกติ ไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินแต่อย่างใด

บึมเละ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594828

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2559 05:45

 

สภาพความเสียหายภายในอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินนานาชาติซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม หลังเจอระเบิด 2 ครั้งซ้อน และมีผู้โดยสาร (ภาพเล็ก) ได้รับบาดเจ็บนอนรอการช่วยเหลือ ตามด้วยเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟในย่านมาเอลบีคอีก.

บุก ‘วินาศกรรม’ บรัสเซลส์ ตาย34-เจ็บ126

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594816

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2559 05:30

 

บึมพลีชีพสนามบินนานาชาติอีกจุดระเบิดศูนย์รถไฟใต้ดินตอบโต้จับ‘หัวโจก’ถล่มปารีส

กลุ่มก่อการร้ายเหิม ก่อเหตุระเบิดพลีชีพกลางสนามบินนานาชาติซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม 2 ครั้งซ้อน แล้วต่อด้วยบึมในสถานีรถไฟใต้ดิน มาเอลบีค ย่านศูนย์ราชการใจกลางกรุง ซึ่งใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและสำนักงานสหภาพยุโรป ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอยู่ที่ 34 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 126 คน โดยผู้นำทั่วโลกร่วมประณามกลุ่มก่อเหตุ ขณะที่สถานทูตไทยในเบลเยียมยันยังไม่พบคนไทยประสบเหตุ แต่ให้รอดูสถานการณ์

สมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเล็ดลอดตาข่ายความมั่นคงยุโรปก่อเหตุสะเทือนขวัญ โดยคราวนี้เป็นที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อคนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุวินาศกรรม ทั้งที่สนามบินและสถานีรถไฟฟ้า

ช็อกเบลเยียม! ตูมสนั่นสนามบิน-สถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์

ทั้งนี้ สำนักข่าวท้องถิ่นเบลเยียมรายงานเหตุก่อการร้ายครั้งนี้เกิดเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 14.00 น.

วันเดียวกันตามเวลาไทย ที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินนานาชาติซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ โดยจากการเปิดเผยของพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปอย่างปกติเรียบร้อย ผู้โดยสารนับร้อยคนกำลังเช็กอินกับเคาน์เตอร์สายการบิน จู่ๆก็เกิดการระเบิดขึ้นดังสนั่น ตามด้วยระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งดังกว่าครั้งแรก แรงอัดของระเบิดอานุภาพรุนแรง ส่งผลให้กระจกรอบๆแตกกระจาย เพดานพังถล่มลงมาบางส่วน ท่อน้ำแตก น้ำไหลเจิ่งนองปนกับเลือดของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่นอนเกลื่อนในบริเวณดังกล่าว

เสียงปืนดังขึ้นก่อนตูมสนั่น

ขณะที่พยานบางส่วนเปิดเผยด้วยว่า จุดที่ระเบิดนั้นใกล้กับเคาน์เตอร์ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส และก่อนเกิดการระเบิดรุนแรง ได้ยินเสียงคนตะโกนดังลั่นเป็นภาษาอารบิก ทั้งยังมีเสียงการใช้อาวุธปืน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นของเจ้าหน้าที่หรือผู้ก่อเหตุ กระนั้นไม่มีใครทันสังเกตรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ส่วนเบื้องต้นยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 14 ศพ บาดเจ็บประมาณ 81 คน

ตามด้วยระเบิดในสถานีรถไฟ

จากนั้นเวลา 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 14.30 น.ตามเวลาไทย ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอีก โดยเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ในสถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีค ย่านศูนย์ราชการถนนรูย์ เด ลา ลอย กลางกรุงบรัสเซลส์ ใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและสำนักงานสหภาพยุโรป ที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน ซึ่งต่อมาจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบว่า สภาพที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความสยดสยอง ฝุ่นจากเศษปูนลอยคละคลุ้ง ปนกับเสียงกรีดร้องและความโกลาหล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ บาดเจ็บ 55 คน และยอดคนเจ็บอาจเพิ่มขึ้นอีก

ยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด

ต่อมาทางการเบลเยียมได้ออกคำสั่งปิดสนามบิน พร้อมระงับการให้บริการรถไฟทันที ขณะที่สนามบินนานาชาติซาเวนเทมได้ออกแถลงการณ์ พร้อมชี้แจงผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ว่า ขอให้ประชาชนอย่าเดินทางมาที่สนามบิน และหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน และสำหรับเที่ยวบินอื่นๆ ที่มีกำหนดลงจอดได้ถูกส่งไปยังสนามบินอื่นแล้ว ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า หลังจาก ทางการเบลเยียมส่งชุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่สถานีรถไฟมาเอลบีค ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหนึ่งครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ทีมเก็บกู้ระเบิดจะพบวัตถุต้องสงสัย และทำการทำลายทิ้ง ขณะที่นายยัน ฌอมบุน รมว. มหาดไทยเบลเยียม ออกแถลงการณ์เร่งด่วนว่า ทางการได้ตัดสินใจยกระดับเตือนภัยความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุก่อการร้าย จากระดับ 3 ขึ้นเป็นระดับสูงสุด 4 และขอเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัยหรือที่ตั้ง ขอให้งดการเดินทาง

คาดเป็นมือระเบิดพลีชีพ

ขณะที่นายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ออกแถลงการณ์ว่า ทางการอยู่ระหว่างจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญแก่เหยื่อเคราะห์ร้ายและผู้อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นอันดับแรก สิ่งที่เรากลัวได้เกิดขึ้นแล้ว ถือเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมและวันทมิฬของเรา ทั้งยังนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทางการเบลเยียมต้องยกระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด การโจมตีครั้งนี้ถือเป็น การกระทำที่มืดบอด รุนแรงและขี้ขลาด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนช่วยกันแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวและแสดงความสงบนิ่ง อย่าวิตกกังวล ด้าน นายเฟรเดอริค ฟาน ลีอิว อัยการกลางเบลเยียม ก็ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า เหตุระเบิดหนึ่งในสองครั้งที่เกิดขึ้นในสนามบินนานาชาติซาเวนเทม เชื่อว่าเป็นมือระเบิดพลีชีพ และเหตุการณ์โจมตี 3 ครั้งในกรุงบรัสเซลส์ ถือเป็นการโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้าย

ยุโรปยกระดับ รปภ.สนามบิน

ด้านชาติในยุโรปต่างประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินนานาชาติในประเทศ ไม่ว่าอังกฤษ เยอรมนี กรีซ เดนมาร์ก สวีเดน และฟินแลนด์ โดยเฉพาะที่ฝรั่งเศส ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าประจำอย่างหนาแน่นในอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติชาร์ล เดอ โกล กรุงปารีส และสถานีรถไฟหลักๆในกรุงปารีส ส่วนผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงยูโรสตาร์ ได้สั่งระงับให้บริการรถไฟสู่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม นอกจากนี้ ทางการฝรั่งเศส เยอรมนี รวมถึงเนเธอร์แลนด์ ยังสั่งมาตรการคุมเข้มการตรวจตราชายแดนอีกด้วย

เกิดเหตุหลังจับมือบึมปารีส

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้มีขึ้น 4 วัน หลังหน่วยงานความมั่นคงเบลเยียมจับกุมนายซาลาห์ อับเดสลาม ชาวฝรั่งเศส เชื้อสายโมรอกโก วัย 26 ปี หนึ่งในแนวร่วมกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่ลงมือโจมตีกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แบบพลีชีพ 6 จุด มีผู้เสียชีวิต 130 ศพ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 พร้อมผู้ต้องสงสัยอีก 4 คน ที่ย่านโมเลนบีค ในกรุงบรัสเซลส์ โดยนายอับเดสลามถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ซึ่งนายอับเดสลามเป็นผู้เดียวในทีมโจมตีกรุงปารีสที่รอดชีวิต เนื่องจากเปลี่ยนใจไม่กดระเบิดพลีชีพในนาทีสุดท้าย นอกจากนี้ จากการเปิดเผยของทางการเบลเยียมระบุอีกว่า หน่วยงานความมั่นคงยังอยู่ระหว่างการตามล่าตัวนายนาจิม ลาชเลาอุย วัย 24 ปี ไม่เปิดเผยสัญชาติ ที่เชื่อว่าเป็นผู้ประกอบระเบิดให้กับกลุ่มก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส เนื่องจากพบร่องรอยดีเอ็นเอบนอาวุธและระเบิดที่ถูกนำไปใช้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความมั่นคงยอมรับด้วยว่า การตามล่ายังคงไม่คืบหน้า และต้องใช้เวลาในการคลี่คลาย เพราะยังไม่พบเบาะแสแหล่งกบดานแต่อย่างใด

นักการทูตสโลวีเนียเจ็บ 1

ต่อมาสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ว่าไม่มีพนักงานของสายการบินได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดในสนามบินนานาชาติซาเวนเทม แต่มิได้ชี้แจงต่อกรณีที่มีรายงานว่า จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์สแต่อย่างใด ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสโลวีเนียออกแถลงการณ์ว่า จากเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟมาเอลบีค ในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม นั้น ได้ส่งผลให้นักการทูตของสโลวีเนียได้รับบาดเจ็บ 1 คน แต่ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย อาการไม่น่าเป็นห่วง ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า ทางการเบลเยียมได้ตัดสินใจเพิ่มกำลังทหารเข้ารักษาความปลอดภัยในกรุงบรัสเซลส์อีก 225 นาย

นานาชาติประณามผู้ก่อเหตุ

สำหรับปฏิกิริยาของผู้นำนานาชาติทั่วโลก ต่างรุมประณามการก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ โดยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ แห่งฝรั่งเศสแถลงว่าการโจมตีบรัสเซลส์เป็นการโจมตียุโรปทั้งหมด ซึ่งทั้งโลกวิตกกังวล และกระตุ้นให้ยุโรปใช้มาตรการที่จำเป็นขณะเผชิญภัยคุกคามร้ายแรง ส่วนนายกรัฐมนตรีมานูเอล วาลส์ แห่งฝรั่งเศส กล่าวว่า ยุโรปกำลังอยู่ในภาวะสงครามกับผู้ก่อการร้าย ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงปารีส สั่งให้เปิดไฟหอไอเฟลเป็นสีธงชาติเบลเยียมเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับเหยื่อการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ แถลงว่า รู้สึกช็อกและหวั่นวิตกยิ่งต่อการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ อังกฤษจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อช่วยเบลเยียม พร้อมเรียกประชุมคณะกรรมการรับมือภัยฉุกเฉิน “ค็อบบร้า” ด้านนายกรัฐมนตรีสเตฟาน โลฟเวน แห่งสวีเดน กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีประชาธิปไตยของยุโรป เราจะไม่มีวันยอมรับที่ผู้ก่อการร้ายโจมตีสังคมเปิดของยุโรป เช่นเดียวกับ นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสหภาพยุโรป กล่าวว่า การโจมตีอันน่าสยด สยองครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเลวทรามต่ำช้าอีกครั้งหนึ่งของผู้ก่อการร้าย และโฆษกทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนคิวบาครั้งประวัติศาสตร์ ได้รับฟังการบรรยายสรุปเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์อย่างใกล้ชิด ขณะที่องค์กรมุสลิมนิกายสุหนี่ชั้นนำ “อัล-อัซฮา” ในอียิปต์ แถลงว่า การโจมตีกรุงบรัสเซลส์ละเมิดหลักคำสอนของอิสลามที่ให้อดทนอดกลั้น และกระตุ้นให้ประชาคมโลกเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของการก่อการร้าย

ไม่พบคนไทยเจ็บ–ตาย

ส่วนไทย หลังเกิดเหตุไม่นาน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ รายงานว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว โดยทางการเบลเยียมได้อพยพผู้โดยสารออกจากพื้นที่ท่าอากาศยาน และได้ระงับเที่ยวบินทุกเที่ยว รวมทั้งการให้บริการรถไฟที่วิ่งไป-กลับท่าอากาศยานแล้ว ในส่วนของผลกระทบต่อคนไทยที่เดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทยสถานเอกอัครราชทูตฯได้ประสานกับนายสถานีการบินไทยประจำท่าอากาศยานทราบว่า สายการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 934 ได้ลงจอดก่อนเกิดเหตุ และไม่ได้รับผลกระทบ

เปิดสายด่วนให้สอบถาม

นายเสขกล่าวอีกว่า ส่วนเหตุระเบิดที่สถานีรถ ไฟใต้ดิน ใกล้สำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรป เมื่อเวลา 08.30 น.ในวันเดียวกัน และทางการเบลเยียมได้ประกาศระงับการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดแล้วนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ในระหว่างตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบหรือไม่ กระทรวงการต่างประเทศ จะได้ติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีคนไทยอาศัยอยู่ในเบลเยียมประมาณ 4,000 คน และอยู่ในกรุงบรัสเซลล์ประมาณ 1,000 คน ญาติพี่น้องของคนไทยในเบลเยียมที่มีความกังวล สามารถติดต่อเบอร์ฮอตไลน์ กรมการกงสุลได้ที่หมายเลข 0-2572-8442 และ 09-4003-7190 ถึง 92

เผยนาทีระทึกอพยพคนไทย

ด้านนางบุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดกลางกรุงบรัสเซลส์ว่า หลังเกิดเหตุ สถานเอกอัครราชทูตฯได้ตรวจสอบกับสนามบินและบริษัท การบินไทยฯ ซึ่งยืนยันว่าผู้โดยสารที่เป็นคนไทยทั้งหมดได้รับการอพยพออกมาทันเวลา โดยเหตุระเบิดเกิดที่อาคารผู้โดยสารขาออกส่วนผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางกับเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยวบินทีจี 934 กำลังรอรับกระเป๋าอยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมได้อพยพคนไทยส่วนนี้ และผู้โดยสารทั้งหมดออกจากสนามบินดังกล่าวทันที

สถานทูตเปิดสายด่วน

นางบุษยากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ติดต่อประสานงานผ่านทางแอพพลิเคชั่น “ไลน์” ไปยังคนไทยและชุมชนชาวไทยในเบลเยียมแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่สนามบิน ส่วนเหตุระเบิดที่บริเวณสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานของสหภาพยุโรป (อียู) เพียง 1 สถานี มีรายงานข่าวที่ยังไม่ได้ รับการยืนยัน ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน ทั้งนี้ เรากำลังตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟใต้ดินด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้เปิดโทรศัพท์สายด่วนติดตามสถานการณ์ที่หมายเลข +32470859667 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ +32 26406810 ต่อ 002, 003

แนะคนไทยหลีกเลี่ยงที่ชุมชน

นางบุษยากล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์โดยรวมในกรุงบรัสเซลส์ตอนนี้ ทางการเบลเยียมได้ปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ และปิดระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ประกาศห้ามประชาชนออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ขอให้คนไทยที่พักอาศัยในเบลเยียมอยู่แต่ในเคหสถาน หลีกเลี่ยงเดินทางไปในที่ชุมชน สาธารณะ กรณีที่มีความจำเป็น ขอให้ระมัดระวังตัว พร้อมกับติดตามรายงานข่าวความเคลื่อนไหว ตลอดจนคำประกาศจากทางการเบลเยียมอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ตรวจสอบกับ บมจ.การบินไทยแล้ว ได้รับแจ้งว่าเที่ยวบินการบินไทย ทีจี 935 เส้นทางบรัสเซลส์-กรุงเทพฯ ที่มีกำหนดจะออกเดินทางเวลา 13.10 น. จะเลื่อนไปจนกว่าท่าอากาศยานกรุงบรัสเซลส์จะให้บริการได้ตามปกติ โดยสถานการณ์ล่าสุดตำรวจเบลเยียมได้สั่งปิด และงดการเข้าพื้นที่ท่าอากาศยาน นอกจากนี้ เบลเยียมได้ยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายเป็นระดับ 4 (ระดับสูงสุด) ทั่วประเทศ พร้อมสั่งปิด ระบบรถไฟใต้ดิน รถบัส และรถรางของ STIV/ MIVB ทั้งหมดของกรุงบรัสเซลส์ และในชั้นนี้ ทางการเบลเยียมขอให้คนที่อยู่ในกรุงบรัสเซลส์ หากไม่มีความจำเป็นควรอยู่ที่บ้าน และคนที่อาศัยนอกกรุงบรัสเซลส์ควรหลีกเลี่ยงเข้าเมืองเช่นกัน ทั้งนี้ ทางการเบลเยียมได้เปิดเบอร์ฮอตไลน์ ศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เบอร์ 1771

ทีจี ยันไม่กระทบเที่ยวบินไทย

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช. คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายจรัมพร โชติกสเถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กรณีเกิดเหตุระเบิดที่สนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อเวลา 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีการปิดสนามบินดังกล่าวเที่ยวบินยังไม่สามารถขึ้นลงได้ ส่วนเที่ยวบินของการบินไทยเดินทางไปถึงก่อนเกิดเหตุจึงไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่คนใดได้รับบาดเจ็บ และได้รับแจ้งว่าเดินทางออกจากสนามบินปลอดภัยหมดแล้ว ส่วนเที่ยวบินของการบินไทยที่จะบินกลับมากรุงเทพฯ ยังไม่สามารถทำการบินได้ ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง ในขณะที่ทางการบินไทยจะต้องใช้วิธีการหมุนเวียนการใช้เครื่องบิน จนกว่าเที่ยวบินที่บรัสเซลส์จะทำการบินออกมาได้

การบินไทยแจงเลื่อนตารางการบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ตามที่เกิดเหตุระเบิดที่สนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในวันที่ 22 มี.ค.เป็นเหตุให้ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ประกาศปิดสนามบิน ทำให้ทุกสายการบินไม่สามารถทำการบินเข้า-ออก ประเทศเบลเยียมได้ บริษัทการบินไทยจึงไม่สามารถทำการบินไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมได้ตามปกติ ทั้งนี้ เที่ยวบินของการบินไทยที่ออกเดินทางไปแล้วคือ เที่ยวบินที่ทีจี 934 เส้นทางกรุงเทพฯ– บรัสเซลส์ บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 326 คน และลูกเรือจำนวน 20 คน ได้ลงจอดอย่างปลอดภัย รวมทั้งผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนไม่ได้รับอันตรายจากเหตุระเบิดดังกล่าว

สำหรับเที่ยวบินขากลับ ทีจี 935 เส้นทาง บรัสเซลส์–กรุงเทพฯ ซึ่งตามตารางการบินปกติจะออก เดินทางจากบรัสเซลส์ในเวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.10 น. ของวันรุ่งขึ้น คาดว่าจะเลื่อนเวลาทำการบินออกไปจนกว่าท่าอากาศยานบรัสเซลส์จะให้บริการได้ตามปกติซึ่งบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำการบินไปยังบรัสเซลส์สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ทำการบินทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER โดยเที่ยวไป เที่ยวบินทีจี 934 เส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์ ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 00.30 น. ถึงท่าอากาศยานบรัสเซลส์ เวลา 07.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันเดียวกัน และเที่ยวกลับ ทีจี 935 เส้นทางบรัสเซลส์-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากบรัสเซลส์ในเวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.10 น. ของวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดตามรายละเอียดตารางบินได้ที่ www.thaiairways.comหรือ THAI Contact Center 0-2356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

สนามบินสุวรรณภูมิคุมเข้ม

ด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อํานวยการท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประกาศความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้อยู่ในระดับที่ 3 โดยมีเรื่องการออกบัตรเข้าออกเพื่อรักษาความปลอดภัย การสุ่มตรวจผู้โดยสารที่จะเดินทาง และการสุ่มตรวจผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทาง รวมทั้งใช้สุนัขตำรวจในการตรวจความปลอดภัย ซึ่งการใช้มาตรการความปลอดภัยระดับที่ 3ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัยที่สูงแล้ว นอกจากนี้จะหารือกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจให้มีการตั้งชุดตรวจผสมเพิ่มเติมให้ตรวจนอกเหนือจากเวลาปกติที่ทำการตรวจอยู่แล้ว

“ยิ่งลักษณ์” เสียใจเหตุบอมบ์

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อเหตุระเบิดที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับประชาชนชาวเบลเยียม ญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงไม่ว่าในรูปแบบใดและขอประณามการกระทำดังกล่าว หวังว่าจะสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

อพยพวุ่นจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ต่อมาในช่วงค่ำ ตามเวลาในไทย สถานีโทรทัศน์ “วีทีเอ็ม” ของเบลเยียมรายงานว่า หลังเกิดเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์มาหลายชั่วโมง ทางการเบลเยียมได้สั่งอพยพผู้คนออกจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ “ทิเฮนจ์” ในเมืองวุย ห่างกรุงบรัสเซลส์ไปทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ 72 กม. แต่ไม่เผยรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับภัยก่อการร้ายหรือไม่ นอกจากนี้ ตำรวจยังค้นพบวัตถุต้องสงสัยและเข็มขัดติดระเบิดพลีชีพที่สนามบินซาเวนเทมด้วย และหน่วยเก็บกู้ระเบิดได้ทำลายทิ้งแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเบลเยียม ขอร้องให้สื่อมวลชนอย่ารายงานข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนคดีโจมตีกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อรูปคดี โดยสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่เบลเยียมในการสอบสวนคดีนี้ด้วย ขณะที่ทางการของมหานครนิวยอร์กกับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นขึ้น

“โอบามา” แถลงพร้อมช่วยเบลเยียม

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจเยือนคิวบา ได้แถลงแสดงปฏิกิริยาต่อเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในเบลเยียม ระบุรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมยืนเคียงข้างเบลเยียม ช่วยดำเนินการทุกอย่างเท่าที่จำเป็น เพื่อนำตัวกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในเบลเยียมมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งเรียกร้องถึงความร่วมมือกันของประชาคมโลกช่วยกันเอาชนะภัยคุกคามด้านก่อการร้ายและปกป้องชาวโลกให้รอดปลอดภัย ตลอดจนกล่าวประณามกลุ่มผู้ก่อการร้ายโจมตีเป้าหมายพลเรือนผู้บริสุทธิ์

ไทยประณามบึมบรัสเซลส์

ต่อมาเวลา 21.45 น. กระทรวงการต่างประเทศของไทยออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ มีเนื้อหาว่า ตามที่เกิดเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลไทยขอประณามเหตุการณ์การก่อการร้ายอันโหดร้ายนี้ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ในนามของประชาชนชาวไทยขอภาวนาและส่งกำลังใจให้แก่ประชาชนชาวเบลเยียมในห้วงเวลาแห่งการสูญเสียนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอยืนยันด้วยว่าพร้อมจะร่วมมือกับประชาชนชาวเบลเยียมและประชาคม โลกในการต่อสู้อย่างเต็มที่กับภัยคุกคามจากการก่อ การร้ายที่หฤโหดผิดมนุษยธรรมอย่างร้ายแรงเช่นนี้

นานาชาติร่วมไว้อาลียเหยื่อระเบิดบรัสเซลส์

ในเวลาต่อมา รัฐบาลเบลเยียมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 23 มี.ค.ขณะที่ชาติยุโรปและเกือบทั่วโลกต่างสั่งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยสนามบิน สถานีรถไฟ อาคารที่ทำการรัฐบาล และสถานที่สำคัญๆของเมือง ส่วนสายการบินของสหรัฐฯ รวมทั้งเดลต้า ยูไนเต็ด และอเมริกัน แอร์ไลน์ ต่างยกเลิกเที่ยวบินที่จะเดินทางเข้าเบลเยียมเพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับชาติยุโรป อื่นๆ สั่งระงับเที่ยวบินและขบวนรถไฟเชื่อมต่อกับเบลเยียมด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งอ้างข้อมูล จากเจ้าหน้าที่เบลเยียม ระบุถึงระเบิดที่เกิดขึ้นภายในสนามบินของเบลเยียมลูกหนึ่งเป็นระเบิดพลีชีพ ขณะที่อีกลูกเป็นระเบิดที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเดินทาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– เบลเยียมล่าผู้ต้องสงสัยบึมสนามบินบรัสเซลส์-ค้นบ้านพบระเบิด,ธงไอซิส

– ‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลังบึมบรัสเซลส์-ยอดเหยื่อพุ่ง 34 ศพ เจ็บ 170

– สะเทือนขวัญ! บึมสนั่น 2 ครั้งซ้อน สนามบินกรุงบรัสเซลส์ ตายเจ็บอื้อ (ชมคลิป)

เบลเยียมล่าผู้ต้องสงสัยบึมสนามบินบรัสเซลส์-ค้นบ้านพบระเบิด,ธงไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594786

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 04:10

 

(ภาพ: AP)

ตำรวจเบลเยียมประกาศจับ ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในบรัสเซลส์ ซึ่งถูกกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ ขณะที่ปฏิบัติการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่พบระเบิดอีก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศเบลเยียมออกประกาศจับ ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด 2 ครั้งที่สนามบิน ซาเวนเทม และอีก 1 ลูกที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน มาลเบค จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 30 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อวันอังคาร

ชายชุดขาว ผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจเบลเยียมออกประกาศจับและกำลังตามล่าตัว (ภาพ: AFP)

ตามการเปิดเผยของนายเฟรเดริค วาน ลิว อัยการกลางเบลเยียม ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ถูกกล้องวงจรปิดของสนามบินจับภาพเอาไว้ได้ โดยเป็นชายสวมแว่นตา, สวมเสื้อโค้ตสีขาวและสวมหมวกสีดำ กำลังเข็นรถขนกระเป๋าเดินทาง เดินอยู่ใกล้ชายสวมชุดสีดำ 2 คนซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นมือระเบิดฆ่าตัาวตาย และเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ไปแล้ว

ขณะเดียวกัน นายวาน ลิว เผยด้วยว่า ตำรวจกำลังออกปฏิบัติการตรวจค้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และในการเข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตสการ์เบก ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม เจ้าหน้าที่พบระเบิดตะปู, วัตถุเคมี และธงของกลุ่มรัฐอิสลาม 1 ผืนอยู่ภายใน

ตำรวจค้นสัมภาระของผู้ที่เดินผ่านไปมาใกล้สถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดหลังเกิดเหตุระเบิด (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 08:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเกิดระเบิดลูกแรกที่สนามบิน ซาเวนเทม ก่อนจะเกิดระเบิดลูกที่ 2 ในระหว่างที่ผู้คนพยายามหนีออกจากอาคาร หลายชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่พบระเบิดลูกที่ 3 ซึ่งยังไม่ระเบิดอยู่ในสนามบิน และได้ทำลายระเบิดลูกนี้ไปแล้ว

หลังเกิดระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เกิดระเบิดขึ้นที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานของสหภาพยุโรป ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20 รายเจ็บอีก 106 คน ส่วนระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีก 81 คน ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขเบลเยียม

ด้านนายฟรานซิส แวร์ไมเรน นายกเทศมนตรีเขตเทศบาลซาเวนเทม (ซาเฟินเตม) เผยว่า ผู้ต้องสงสัยโจมตีสนามบินซาเวนเทม 3 คน เดินทางมายังสนามบินด้วยรถแท็กซี่ โดยระเบิดของพวกเขาอยู่ในกระเป๋าเดินทาง “พวกเขานำกระเป๋าใส่ไว้ในรถเข็น ระเบิด 2 ลูกแรกระเบิด ส่วนลูกที่ 3 ซึ่งใส่ไว้ในรถเข็นเช่นกันแต่เขาอาจตื่นตระหนก ทำให้ไม่ได้กดระเบิด”

เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจรัฐบาลกลางเบลเยียม ออกค้นหาผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AFP)

เหตุระเบิดในครั้งนี้ทำให้เบลเยียมยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายสู่ระดับสูงสุด และประกาศให้มีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียมกล่าวว่า “นี่เป็นวันแห่งโศกนาฏกรรม วันที่มืดมน ผมอย่างขอให้ทุกคนแสดงให้เห็นถึงความสงบและความเป็นหนึ่งเดียว”

จนถึงตอนนี้ การขนส่งท้องถิ่นในบรัสเซลส์บางส่วนเริ่มกลับมาให้บริการแล้ว แต่เที่ยวบินต่างๆ ที่สนามบินซาเวนเทมถูกยกเลิกทั้งหมด และอาจยังไม่สามารถเปิดเผยให้บริการได้ไปหลายวัน บริการรถไฟยูโรสตาร์ทั้งในและนอกกรุงบรัสเซลส์ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน

ผู้คนจำนวนมากมาวางสิ่งของและดอกไม้ที่หน้าตลาดหลักทรัพย์เบลเยียม เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AP)

ประชาชนเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรอใช้บริการรถไฟที่สถานีรถไฟกลางในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AFP)

มะกันยกระดับความปลอดภัยหลังเหตุบึมบรัสเซลส์-ส่งตร.รับเครื่องบินจากเบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594782

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 03:40

 

ตำรวจนิวยอร์กและสุนัขเค 9 ลาดตระเวนในสถานรถไฟใต้ดินใต้สถานีแกรนด์ เซ็นทรัล (ภาพ: AP)

สหรัฐฯยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามสนามบินและระบบขนส่งในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 30 รายในวันอังคาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกายกระดับการรักษาความปลอยภัยในเมืองและสนามบินต่างๆ หลังจากเกิดเหตุระเบิดหลายระลอกที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย และกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามออกมาอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุ

ตำรวจติดอาวุธหนัก เดินลาดตระเวนตามถนนในย่านแมนฮัตตัน (ภาพ: AFP)

ที่รัฐนิวยอร์ก นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกคำสั่งให้ตำรวจยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญภายในรัฐรวมถึง สนามบิน, สะพาน, อุโมงค์ และระบบขนส่งขนาดใหญ่ต่างๆ ขณะที่นาย เจ. ปีเตอร์ โดนัลด์ โฆษกสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก (เอ็นวายพีดี) เผยว่า แม้จะมีการยกระดับการรักษาความปลอดภัย แต่ในตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการโจมตีในนครนิวยอร์ก

ด้านสำนักงานการขนส่งนครหลวง (เอ็มทีเอ) เผยด้วยว่ามีการเสริมความปลอดภัยที่สถานนี เพนน์ (Penn Station), เส้นทางรถไฟสายเหนือของสถานีรถไฟแกรนด์ เซ็นทรัล และสถานีรถไฟใหญ่ๆ แห่งอื่นเช่นสถานีแอตแลนติก ในบรูกลิน ส่วนตำรวจการท่า เสริมกำลังที่ 3 สนามบินใหญ่คือ สนามบินลาการ์เดียและสนามบินจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในนิวยอร์กและสนามบิน นิวอาร์ค ลิเบอร์ตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ตำรวจการท่าของสหรัฐฯ ยืนรักษาความปลอดภัยนอกอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี (ภาพ: REUTERS)

สนามบินในเมืองอื่นๆ ทั่วสหรัฐฯรวมถึง แอตแลนตา, บอสตัน, ชิคาโก, เดนเวอร์, ลอสแอนเจลิส, ไมอามี และฟิลาเดลเฟีย ก็ยกระดับความปลอดภัยหลังเกิดเหตุระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์เช่นกัน แม้จะยังไม่มีความเสี่ยงใดๆ ก็ตาม ส่วนที่กรุงวอชิงตัน ตำรวจของสำนักงานขนส่งนครหลวง จะเพิ่มจำนวนสุนัขดมกลิ่น เค 9 และเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวนที่ระบบรถไฟใต้ดิน

ขณะเดียวกัน น.ส.แชนนอน บัตเลอร์ นักข่าวชาวอเมริกันที่สนามบิน ออร์แลนโด แซนฟอร์ด รัฐฟลอริดา รายงานว่า เครื่องบินลำหนึ่งซึ่งเดินทางมาถึงจากกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ต้องเผชิญการต้อนรับจากตำรวจทันทีหลังเครื่องลงจอด เธอกล่าวเสริมด้วยว่า การรักษาความปลอดภัยของสนามบิน แน่นหนามาก

ทหารสหรัฐฯ เดินตรวจตราในสนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี (ภาพ: REUTERS)

‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลังบึมบรัสเซลส์-ยอดเหยื่อพุ่ง 34 ศพ เจ็บ 170

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594707

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 23:45

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันอังคาร ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 34 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิด 3 ลูก 2 จุด ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ‘ซาเวนเทม’ และสถานีรถไฟใต้ดิน ‘มาลเบค’ ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม เมื่อวันอังคาร เพิ่มขึ้นเป็น 34 รายแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็นกว่า 170 คน โดยรัฐบาลเบลเยียมประกาศไว้อาลัย 3 วัน ส่วนตำรวจเบลเยียมเริ่มออกปฏิบัติการตามหาตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด และผู้ที่อาจออกมาก่อเหตุซ้ำ

ควันลอยออกมาจากสนามบินซาเวนเทม (ภาพ: AP)

นายเฟรเดริค วาน ลิว อัยการกลางเบลเยียม กล่าวเมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ 22 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะรู้ได้ว่ามีผู้เสียชีวิตเท่าใดในเหตุระเบิดครั้งนี้ แต่สถานีโทรทัศย์ ‘อาร์ทีบีเอฟ’ ของเบลเยียมรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินว่า พบผู้เสียชีวิต 20 ราย ที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค และมีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย ที่สนามบิน ซาเวนเทม

รายงานของ อาร์ทีบีเอฟ สอดคล้องกับคำพูดของโฆษกหน่วยกู้ภัยกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล่าสุดว่า ที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค มีผู้บาดเจ็บ 10-20 ราย และบาดเจ็บอีกราว 80 คน ส่วนที่สนามบิน ซาเวนเทม มีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย และบาดเจ็บอีก 108 คน

ตำรวจปิดถนนหลังเกิดระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค (ภาพ: REUTERS)

ล่าสุดกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) โพสต์แถลงการณ์บนโลกออนไลน์ อ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเมื่อวันอังคาร มีใจความว่า

“นักรบของรัฐอิสลามก่อเหตุระเบิดหลายระลอกด้วยเข็มขัดและวัตถุระเบิดในวันอังคาร มีเป้าหมายที่สนามบินและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกล่าวในย่านใจกลางกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม ประเทศซึ่งเข้าร่วมในกองกำลังพันธมิตรนานาชาติต่อต้านรัฐอิสลาม โดยนักรบของรัฐอิสลามได้เปิดฉากยิงปืนในสนามบิน ซาเวนเทม ก่อนที่นักรบหลายคนจะจุดระเบิดที่เข็มขัดของตัวเอง ในขณะเดียวกับที่ มือระเบิดพลีชีพเพื่อศาสนา จุดระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค การโจมตีเหล่านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่า 230 คน”

กระจกของสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากทางการเบลเยียมจับกุมตัวนาย ซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส ของฝรั่งเศสเมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 ราย โดยกลุ่มไอซิสอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้เช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวในด้านอื่นๆ ตำรวจเบลเยียมข้าทำการตรวจค้นผู้ต้องสงสัยหลายรายที่คาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ในหลายพื้นที่ของกรุงบรัสเซลส์ โดยมีรายงานว่า ตรวจพบอาวุธปืนคาลาชนิคอฟและเข็มขัดระเบิดพลีชีพที่สนามบินกรุงบรัสเซลส์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ระเบิดได้ทำลายลูกระเบิดที่พบบริเวณทางเข้าอาคารสนามบิน

มีการเปิดเผยภาพของผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่สนามบินซาเวนเทม โดยจากภาพจะเห็นว่ามือซ้ายของผู้ต้องสงสัยสองคนที่คาดว่าเป็นคนจุดระเบิดพลีชีพ ได้ใส่ถุงมือที่คาดว่าเพื่อซ่อนที่จุดระเบิด ส่วนชายในชุดขาวสวมหมวกกำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล่าตัวอยู่

ผู้ต้องสงสัย 3 คนที่สนามบินซาเวนเทม ก่อนเหตุการระเบิด (ภาพ: DH/HLN)

ปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยเหลือเหยื่อระเบิดที่สนามบินกรุงบรัสเซลส์เสร็จสิ้นแล้ว โดยหน่วยกู้ภัยกำลังประเมินสภาพความมั่นคงของอาคาร ขณะที่นาย ชาร์ล มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม นายยาน แยมบอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคูน เกนส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมอัยการเดินทางไปยังสนามบินบรัสเซลส์เพื่อสำรวจพื้นท่ีเกิดเหตุระเบิด

ขณะที่ยังมีเสียงไซเรนรถตำรวจและพยาบาลดังอยู่เป็นระยะๆ ทั่วกรุงบรัสเซลส์ มีการแจ้งระเบิดที่โรงพยาบาลแซงต์ปิแอร์ ที่นายซาลาห์ อับเดซาลาม เข้ารับการรักษา และพบรถยนต์ต้องสงสัยที่ถนนเจเนรัล ฌากส์ แต่เมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น สถานีรถไฟหลัก 3 สถานีในกรุงบรัสเซลส์เปิดให้รถไฟเดินรถในปริมาณจำกัด เพื่อนำผู้โดยสารเดินทางกลับบ้าน โดยมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยท่ีเข้มงวด

สมาชิกสภาฝรั่งเศสยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AFP)

นอกจากนี้ โฆษกของบริษัท เอินชี ของฝรั่งเศสซึ่งดำเนินการกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเบลเยียม เผยว่า ได้รับคำสั่งจากทางการเบลเยียม ให้อพยพผู้คนออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทิฮังเก และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดเอล ในภาคตะวันออกและภาคเหนือของประเทศ โดยไม่มีการเปิดเผยเหตุผล ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำแหน่งสำคัญถูกส่งกลับบ้านหมดแล้ว