ผวาทั่วเบลเยียม! บึมบรัสเซลส์ ยอดตายพุ่ง สื่อชี้ ฝีมือระเบิดพลีชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594631

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 17:50

 

ชาวเบลเยียมหวาดผวา…หลังบึมสนั่นสองครั้งซ้อน ถล่มสนามบินในกรุงบรัสเซลส์ ตามด้วยเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 28 แล้ว  ขณะที่สื่อท้องถิ่นในเบลเยียม รายงาน เหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม เป็นฝีมือของ ‘มือระเบิดพลีชีพ’

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ความคืบหน้าเหตุระเบิดรุนแรงสองครั้งซ้อน ที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ‘ซาเวนเทม’ ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม เบื้องต้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ บาดเจ็บกว่า 35 คน และอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ยังได้เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ ที่อยู่ห่างจากสถานีซูมาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป (อียู) เพียงสถานีเดียว จนทางการเบลเยียมได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่ท่าอากาศยานแห่งนี้ รวมถึงสั่งหยุดให้บริการเดินรถไฟใต้ดินทั้งหมด พร้อมยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายขั้นสูงสุดทั่วประเทศแล้ว

ต่อมา ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 28 คนแล้ว โดยแยกเป็นที่สนามบินซาเวนเทม 13 ราย และที่ สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค 15 ราย  บาดเจ็บ 55 ราย ขณะที่สื่อท้องถิ่นในเบลเยียม ยังรายงานว่า เหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมเป็นการก่อการร้าย โดยฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

ด้านสำนักงานกิจการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ได้แนะนำให้ชาวอังกฤษควรหลีกเลี่ยงการไปยังบริเวณที่มีฝูงชนจำนวนมากในเบลเยียม ส่วน คริสตาลินา จีออร์เจียวา รองประธานคณะกรรมการอียู ได้กล่าวให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ของอียู เตรียมพร้อมต่อระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด หรือขั้นที่ 4 สีส้ม พร้อมทั้งแจ้งยกเลิกการประชุมทั้งหมดของอียู รวมทั้งยังแนะนำให้ประชาชนทุกคนควรอยู่ในบ้านหรือในอาคารเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ นายชาร์ล มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียมแถลงข่าวว่า ‘สิ่งที่เรามีความกังวลได้เกิดขึ้นแล้ว ประเทศและประชาชนเบลเยียมถูกโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายแบบมืดบอด โหดร้าย ทารุณ นับเป็นช่วงเวลาที่ดำมืดสำหรับประเทศเรา” .

ผู้คนอยู่ในความตื่นตระหนก พากัน รีบออกจากอาคารผู้โดยสารสนามบินซาเวนเทม

ด้าน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจมายังกษัตริย์ฟิลิปแห่งเบลเยียม จากเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ โดยผู้นำรัสเซียยังได้กล่าวประณามว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และเน้นย้ำให้เห็นว่า การก่อการร้ายไม่มีพรมแดน และเป็นภัยคุกคามต่อชาวโลกทั้งมวล

ช็อกเบลเยียม! ตูมสนั่นสนามบิน-สถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะเทือนขวัญ! บึมสนั่น 2 ครั้งซ้อน สนามบินกรุงบรัสเซลส์ ตายเจ็บอื้อ (ชมคลิป)

สะเทือนขวัญ! บึมสนั่น 2 ครั้งซ้อน สนามบินกรุงบรัสเซลส์ ตายเจ็บอื้อ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594541

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 14:59

 

เบลเยียมสุดตึงเครียด!  เกิดเหตุระเบิดสองครั้งซ้อน ที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก ทางการเบลเยียมสั่งยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายขั้นสูงสุดทั่วประเทศ ขณะที่มีรายงานเกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง จนต้องสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งทั่วเมืองหลวง

เมื่อ 22 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระเบิดสองครั้งซ้อน ที่สนามบิน ซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเหตุระเบิด เกิดขึ้นภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก และเบื้องต้น มีรายงาน เป็นเหตุให้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 35 คน

กลุ่มควันที่เกิดขึ้นภายในสนามบิน ซึ่งมองเห็นได้จากด้านนอก

นอกจากนั้น ยังมีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดและอพยพผู้โดยสารออกจากสนามบิน และทางการแจ้งประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในสนามบินในช่วงเวลานี้ ขณะที่การบริการรถไฟภายในกรุงบรัสเซลส์ก็ได้หยุดให้บริการชั่วคราว

สนามบิน ซาเลนเทม ในกรุงบรัสเซลส์

ทั้งนี้ เหตุระเบิดถล่มสนามบินในกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นเพียง 4 วัน หลังจากทางการเบลเยียมบุกจู่โจมจับกุมนายซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง ในเหตุการณ์โจมตีกรุงปารีส เมื่อพ.ย.58  ได้เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่  ก่อนที่ต่อมา  กระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งว่า จากเหตุระเบิดในสนามบินบรัสเซลส์ เบื้องต้นไม่พบมีคนไทยได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน สำนักข่าวบีบีซี รายงานความคืบหน้า อ้างข่าวจากสื่อท้องถิ่น ว่า หน่วยฉุกเฉินของเบลเยียมได้เข้าเคลียร์พื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกเรียบร้อยแล้ว โดยได้พบระเบิดอีกหลายลูก ขณะที่ยังมีรายงานว่า มีคนยิงปืน และตะโกนเป็นภาษาอารบิก ก่อนเกิดเหตุระเบิดสองครั้งซ้อน อีกทั้งยังมีระเบิดอย่างน้อยหนึ่งลูกถูกวางไว้ใกล้เคาน์เตอร์เช็กอิน ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกด้วย เพียงแต่ขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันข่าวดังกล่าว

ต่อมา ยังมีรายงานเกิดเหตุระเบิด ที่สถานีรถไฟใต้ดินที่สถานีมาลเบค ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีซูมาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป (อียู) เพียงป้ายเดียว โดยทางการเบลเยียมได้มีคำสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งในกรุงบรัสเซลส์ และอพยพคนออกจากทุกสถานีอย่างเร่งด่วน ขณะที่ โฆษก รมต.มหาดไทยเบลเยียม แจ้งยกระดับการคุกคามจากการก่อการร้ายเป็นระดับ 4 ที่เป็นระดับสูงสุดทั่วประเทศเบลเยียมแล้ว  ส่วนการเดินรถไฟยูโรสตาร์จากหลายประเทศในยุโรปตะวันตกไปยังกรุงบรัสเซลส์ ได้ถูกยกเลิกทั้งหมดแล้วเช่นกัน

ด้าน บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า การบินไทยมีเส้นทางบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ-บรัซเซลส์ ประเทศเบลเยียม รวมไป-กลับ จำนวน 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งในวันนี้ (22 มี.ค.59) มีเที่ยวบินของการบินไทย เพิ่งทำการลงจอดที่สนามบินบรัสเซลส์เมื่อช่วง 1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา ขณะที่เที่ยวบินขากลับในช่วง เวลา 13.10 นาที ตามเวลาท้องถิ่น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทำการบินได้หรือไม่ เบื้องต้นต้องรอประเมินสถานการณ์และรอประกาศอย่างเป็นทางการของทางการเบลเยียมก่อน
ชมคลิป ที่นี่

‘โอบามา-คาสโตร’ หนุนยกเลิกห้ามค้าขายระหว่างสหรัฐฯ-คิวบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594265

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 05:30

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา และประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร (ภาพ: AP)

บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ และราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบา แถลงข่าวร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์บนแผ่นดินคิวบา โดยผู้นำทั้งสองต่างมีความเห็นตรงกันว่า การห้ามค้าขายระหว่างทั้ง 2 ประเทศควรถูกยกเลิก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งกลายเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกในรอบเกือบ 9 ทศวรรษที่เดินทางเยือนคิวบาเมื่อวันอาทิตย์ ร่วมแถลงการณ์พร้อมกับประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร แห่งคิวบาหลังการหารือในวันจันทร์ (21 มี.ค.) โดยมีนำทั้ง 2 ประเทศเห็นตรงกันว่า การห้ามค้าขายระหว่างทั้ง 2 ประเทศควรถูกยกเลิกโดยสมบูรณ์

นายโอบามา ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการห้ามค้าขายจะถูกยกเลิกเมื่อใด แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ “เหตุผลคือสิ่งที่เราทำมาตลอด 50 ปีไม่มีประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของเราหรือของประชาชนคิวบา” นายโอบามากล่าว และเสริมว่า รัฐบาลของเขาได้ทำสิ่งที่ทำได้เพื่อยกเลิกการห้ามค้าขายกับคิวบาแล้ว แต่การเคลื่อนไหวหลังจากนี้จำเป็นต้องพึ่งสภาคองเกรส

โอบามากล่าวด้วยว่า การผ่อนคลายการห้ามค้าหายเพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่ จะขึ้นอยู่กับท่าทีของคิวบาต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยยอมรับว่าเขาไม่สามารถบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศใดๆ ได้ มันต้องเกิดขึ้นจากภายใน ซึ่งนั้นเป็นยุทธศาสตร์ที่มีประโยชน์กว่า

ด้านนายคาสโตร กล่าวว่ายังมีเรื่องต้องทำอีกมากเพื่อการยกเลิกการห้ามค้าขายระหว่างสหรัฐฯกับคิวบา และค่ายกักกันที่อ่าวกวนตานาโม เบย์ จะต้องถูกปิด

นายคาสโตรยังตอบคำถามจากนักข่าวภายในงานที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยนักข่าวถามเกี่ยวกับนักโทษการเมืองในคิวบา ซึ่งนายคาสโตรปฏิเสธว่าไม่มี และหากมีขอให้นักข่าวมอบรายชื่อมา และคนเหล่านั้นจะถูกปล่อยตัวในคืนนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะตอบคำถามแต่นายคาสโตรก็บอกว่าคำถามเกี่ยวกับนักโทษการเมืองนี้ไม่สุภาพ

ชายปริศนากินเค้กย้อมใจ ก่อนจุดระเบิดฆ่าตัวตายคาเบเกอรี่ในเซอร์เบีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594259

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 04:55

 

(ภาพ: AP)

ชายไม่ทราบชื่อก่อเหตุจุดระเบิดมือฆ่าตัวตายภายในร้านเบเกอรี่ชื่อดังกลางกรุงเบลเกรดของเซอร์เบีย โดยก่อนก่อเหตุเขากินเค้กและไล่คนออกจากร้านก่อนแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านเบเกอรี่ชื่อดังในย่านใจกลางกรุงเบลเกรด และทานเค้ก 2 ก้อน จากนั้นจึงขอให้พนักงานและลูกค้าคนอื่นออกจากร้าน ก่อนจุดระเบิดมือทำให้ตัวเขาเสียชีวิต แต่ไม่มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ตามการเปิดเผยของทางการเซอร์เบีย และภรรยาเจ้าของเบเกอรี่แห่งนี้

กระทรวงมหาดไทยของเซอร์เบียระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นการโจมตีก่อการร้าย เนื่องจากชายคนนี้ขอให้พนักงานและลูกค้าคนอื่นซึ่งมีเพียง 1 คนออกไปจากร้าน ก่อนจุดระเบิดตัวเองในร้านเบเกอรี่ ซึ่งเป็นของนายบราติสลาฟ เพตโควิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเซอร์เบีย และห่างจากอาคารรัฐสภาเซอร์เบียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านนางเยเลนกา เพตโควิช ภรรยาของนายเพตโควิช บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯว่า ชายผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาในร้าน สั่งเค้ก 2 ก้อนไปทาน ก่อนบอกกับพนักงานหญิงคนหนึ่งในออกจากร้าน เธอถามเขาว่าทำไม ชายคนนั้นจึงตอบว่าเขามีระเบิดที่ใช้งานได้อยู่กับตัว ทำให้พนักงานหญิงและลูกจ้างอีกคนซึ่งกำลังทำงานและอยู่ใกล้กับประตู รีบวิ่งออกไปนอกร้าน จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น

นางเพตโควิชบอกด้วยว่า อาคารไม่ได้รับความเสียหายมากนัก ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเซอร์เบีย ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ตายรวมทั้งมูลเหตุจูงใจได้

ตร.เบลเยียม-ฝรั่งเศสเริ่มล่าตัว ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีปารีสรายใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594183

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 23:45

 

(ภาพ: AP)

ตำรวจฝรั่งเศสและเบลเยียมเริ่มตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยรายใหม่ที่อาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อนแล้ว หลังจับผู้ต้องสงสัยรายสำคัญได้เมื่อสัปดาห์ก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม เริ่มการปฏิบัติการล่าตัวนายนาจิม ลาชราววี ผู้ต้องสงสัยรายใหม่ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อเดือนพ.ย.ปีก่อน ซึ่งระบุตัวได้หลังการจับกุมตัวนาย ซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ร่วมก่อเหตุโจมตีดังกล่าวเพียงรายเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่เมื่อสัปดาห์ก่อน

นายอับเดสลาม ซึ่งตำรวจพบรหัสพันธุกรรมของเขาอยู่บนเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตายที่ถูกทิ้งเอาไว้บนถนนในกรุงปารีสหลังเกิดเหตุโจมตีเมื่อ 13 พ.ย. หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้นานกว่า 4 เดือน ก่อนจนมุมหลังยิงปะทะกับตำรวจที่เขตโมเลนเบคในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่า นายอับเดสลามพร้อมที่จะก่อเหตุโจมตีครั้งใหม่ในอนาคต รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายที่คบค้าสมาคมกันเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ยังเตือนด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) กำลังวางแผนโจมตีก่อการร้ายระลอกใหม่ในอนาคตด้วย

ซาเลาะห์ อับเดสลาม (ภาพ: AP)

ล่าสุดในวันจันทร์ สำนักงานอัยการเบลเยียมออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสของนายนาจิม ลาชราววี อายุ 24 ปี ผู้เคยใช้นามแฝงว่า ซูเฟียเน คายาล และเคยเดินทางรวมกับนายอับเดสลามไปยังกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศฮังการี เมื่อเดือนก.ย. ปีก่อน โดยเจ้าหน้าที่เตือนด้วยว่า นายลาชราววีถูกพิจารณาให้เป็นบุคคลอันตราย ประชาชนไม่ควรเข้าใกล้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของเบลเยียมเคยเปิดเผยว่า ชื่อ ซูเฟียเน คายาล นี้อยู่ในรายชื่อติดต่อผ่านโทรศัพท์กับนายอับเดลฮามิด อาบาอุด ผู้บงการโจมตีปารีส และถูกใช้ในการเช่าบ้านพักในเมืองออเวอเล (Auvelais) ซึ่งถูกใช้โดยนายอาบาอุด ขณะที่แถลงการณ์ของอัยการเบลเยียมเผยด้วยว่า ตำรวจพบรหัสพันธุกรรมของนายลาชราววี ภายในบ้านพักดังกล่าวในเมืองออเวอเล และที่บ้านอีกหลังในเขตสการ์เบค ในกรุงบรัสเซลส์ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้เป็นแหล่งกบดานด้วย

ขณะเดียวกัน ตำรวจก็กำลังพยายามค้นหาตัวนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยสมรู้ร่วมคิดกับนายอับเดสลาม โดยขับรถพาอับเดสลามเข้ากรุงปารีสเพื่อก่อเหตุวินาศกรรม ซึ่งกลุ่มไอซิสออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

ชาวเน็ตแห่ดูคลิปถล่มทลาย! หญิงที่สนามบินเดนมาร์ก หายวับไปกับตา (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594009

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 15:00

 

(ภาพจาก Must see อัพโหลดลงยูทูบ)

ชาวเน็ตสุดงง… หญิงที่ยืนกอดอกหายไปไหน ? หลังจากแห่ดูกันแล้วกว่าล้านวิว คลิปนักข่าวทีวีช่องกีฬาของเดนมาร์ก ถ่ายทอดสด สัมภาษณ์โค้ชทีมชาติแฮนด์บอลหญิงที่สนามบินแห่งหนึ่ง แต่ฉากหลังกลับเป็นเหตุการณ์หญิงสาวสองคนพูดคุยทักทายกัน แต่จู่ๆ หญิงอีกคนกลับหายไปอย่างปริศนา

เมื่อ 21 มี.ค. 59 เว็บไซต์ rt.com รายงานเผยแพร่คลิปวิดีโอที่สร้างปริศนา พิศวงงงวยให้แก่ผู้คนที่เช้าไปชมคลิปแล้วกว่าล้านวิวในยูทูบ เนื่องจากคิดไม่ตก หาคำตอบไม่ได้ว่าหญิงสาวในคลิปวิดีโอหายไปได้อย่างไร โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่มีการถ่ายทอดสด การสัมภาษณ์ นายคลาฟส์ บรุน จอร์เกนเซ่น โค้ชทีมนักกีฬาแฮนด์บอลหญิง ทีมชาติเดนมาร์ก อยู่ที่สนามบินแห่งหนึ่ง ขณะที่ด้านหลังของเขานั้น เป็นเหตุการณ์ที่ผู้หญิงสองคนพูดคุยทักทายกัน แต่แล้วหญิงคนหนึ่งที่ยืนกอดอกกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยต่อหน้าต่อตา

คลิปวิดีโอดังกล่าว เป็นคลิปที่ได้จากสถานีโทรทัศน์ช่องรายการกีฬาเดนมาร์ก TV2 ซึ่งมีการเผยแพร่ครั้งแรกตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 มี.ค. แต่เมื่อคลิปนี้ถูกนำเผยแพร่ในโลกออนไลน์โดย Imgur ปรากฏว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนเข้าไปดูคลิปนี้แล้วกว่า 9 ล้านวิว และแสดงความเห็นบนเว็บไซต์ Reddit แล้วเกือบ 1,500 คอมเมนต์ โดยส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ผู้หญิงคนที่เข็นกระเป๋านั้นได้บังหญิงสาวที่ยืนกอดอกไว้ และทั้งคู่ได้เดินไปด้วยกัน

เว็บไซต์ RT รายงานด้วยว่า แม้แต่หญิงสาวในคลิปเองก็ไม่สามารถพูดอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ในเหตุการณ์นี้ ทีวีเดนมาร์ก ก็ถ่ายทอดสด จึงไม่มีหลักฐานว่ามีการตัดต่อคลิปแต่อย่างใด.

ชมคลิป ที่นี่

ชาวกินีผวา! ไวรัสอีโบลา กลับมาอีก ตายแล้ว 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593962

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 13:45

 

อีโบลากลับมาแผลงฤทธิ์…คร่าชีวิตชาวกินี แล้ว 4 ราย หลังเคยระบาดอย่างรุนแรงในเซียร์รา ลีโอน, ไลบีเรีย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่าหมื่นราย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวกินี ในแอฟริกาตะวันตก ต้องผวาภัยไวรัสอีโบลากันอีก เมื่อมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ จากการติดเชื้ออีโบลา อีก 4 ราย โดยโฆษกศูนย์ประสานงานป้องกันไวรัสอีโบลาของกินี เผยว่า เหยื่อไวรัสอีโบลารายที่ 4 เป็นเด็กหญิง ซึ่งล้มป่วยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในเมือง Nzerekore ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 3 รายนั้น ได้เสียชีวิตตั้งแต่ ก.พ. ที่ผ่านมา และขณะนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังติดตามคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาจะติดเชื้อด้วยหรือไม่

เจ้าหน้าที่กินี เฝ้าระวังอีโบลาระบาด ..ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของประชาชน ที่มาโรงพยาบาล ในกรุงโกนากรี

ข่าวแจ้งว่า การเสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัสอีโบลา จำนวน 4 รายในกินี มีขึ้นหลังจากเชื้อไวรัสมรณะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 11,300 รายนับตั้งแต่เกิดการระบาดอย่างรุนแรงในเซียร์รา ลีโอน และไลบีเรีย ตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เตือนมาตลอดว่า ถึงแม้ การระบาดของไวรัสอีโบลา ใน 3 ประเทศของทวีปแอฟริกาตะวันตก ได้ยุติลง แต่ก็อาจจะเกิดการระบาดครั้งใหม่ได้ทุกเมื่อ

ตุรกีหวั่นบึม! เลื่อนศึกฟาดแข้ง ‘กาลาตาซาราย VS เฟเนบาห์เช’ ทำแฟนบอลฉุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593910

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 12:22

 

ทางการตุรกี เลือกความปลอดภัยไว้ก่อน ประกาศสั่งเลื่อนศึกฟาดแข้ง ระหว่างสองทีมฟุตบอลดัง ‘กาลาตาซาราย’ กับ ‘เฟเนบาห์เช’ แบบฉิวเฉียด หลังเพิ่งเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในอิสตันบูล ทำแฟนบอล ‘หัวเสีย’ ไม่ได้ดูแมตช์แข่งขันที่พวกตนรอคอย

เมื่อ 21 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการนครอิสตันบูล ของตุรกีขอขัดใจแฟนบอล ประกาศสั่งเลื่อนศึกฟาดแข้งระหว่างทีมฟุตบอลชั้นนำของอิสตันบูล ระหว่างทีมกาลาตาซาราย กับ ทีมเฟเนบาห์เช แบบกะทันหัน ด้วยความหวั่นเกรงอาจเกิดเหตุก่อการร้าย หลังจากหนึ่งวันก่อนหน้า (19 มี.ค.) เพิ่งเกิดเหตุมือระเบิดพลีชีพในนครอิสตันบูล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส

สำนักงานผู้ว่าการนครอิสตันบูล แถลงว่า การตัดสินใจสั่งเลื่อนการแข่งขันระหว่าง 2 ทีมฟุตบอลดังครั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ทางการได้วิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม การประกาศเลื่อนศึกฟาดแข้งก่อนการแข่งขันเพียงไม่นาน ทำให้บรรดาแฟนบอลพากันไม่พอใจอย่างหนัก เนื่องจากได้เดินทางมาถึงสนาม ‘เติร์ก เทเลคอม อารีนา’ ของสโมสรฟุตบอลกาลาตาซารายเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ชมศึกฟาดแข้งระหว่างสองทีมฟุตบอลดังที่พวกตนรอคอย ขณะที่ทางการได้ส่งกำลังตำรวจปราบจลาจลมาควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากหวั่นเกรงแฟนบอลจะก่อเหตุรุนแรงขึ้นได้.

ชาวตุรกีไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดพลีชีพ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตุรกีระทึกอีก! บึมฆ่าตัวตายในเขตท่องเที่ยวอิสตันบูล ดับ 4 เจ็บอื้อ

‘โอบามา’ เดินทางถึงฮาวานา ปธน.มะกันคนแรกเยือนคิวบาในรอบ 90 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593774

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 05:10

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา เดินทางถึงประเทศคิวบา (ภาพ: AP)

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เดินทางถึงประเทศคิวบาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ กลายเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกในรอบเกือบ 9 ทศวรรษ ที่เดินทางเยือนประเทศเกาะแห่งนี้ หลังจากประกาศฟื้นความสัมพันธ์เมื่อปี 2014…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางด้วยเครื่องบินประจำตำแหน่ง ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ โฮเซ มาร์ตี ในกรุงฮาวานา เมืองหลวงของประเทศคิวบาแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค. กลายเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกในรอบเกือบ 9 ทศวรรษ ที่เดินทางเยือนคิวบา

การเดินทางเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้น 15 เดือนหลังจากผู้นำสหรัฐฯและคิวบาประกาศการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน หลังจากเป็นศัตรูกันมานานหลายสิบปี

ประธานาธิบดีโอบามาและครอบครัว ทักทายกับนาย บรูโน โรดริเกซ รมว.ต่างประเทศคิวบา (ภาพ: REUTERS)

ประธานาธิบดีโอบามา เดินทางมาถึงคิวบาพร้อมกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งนางมิเชล โอบามา, ลูกสาวทั้ง 2 คนคือ ซาชา และมาเลีย พร้อมด้วยแม่ยายนางมาเรียน โรบินสัน โดยเขากับครอบครัวจะเที่ยวชมเขตเมืองเก่าของกรุงฮาวานาในวันอาทิตย์ และจะร่วมชมการแข่งขันกีฬาเบสบอลระหว่างทีมจากเมเจอร์ลีคอเมริกันและทีมจากคิวบาในวันอังคาร

ขณะเดียวกัน หลังเดินทางถึงคิวบา นายโอบามามีกำหนดเดินทางเยือนสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงฮาวานา ซึ่งเพิ่งเปิดเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และจะเดินทางเข้าพบพระคาร์ดินัล ไฮเม ออร์เตกา ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการประชุมลับซึ่งนำไปสู่การประกาศฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและคิวบาในช่วงปลายปี 2014 ต่อมาในวันจันทร์ นายโอบามาจะเข้าพบกับนาย ราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบา ที่พระราชวังแห่งการปฏิวัติ และเข้าพบกับผู้แทนจากกลุ่ม ‘สตรีชุดขาว’ ซึ่งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลคิวบาปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกสัปดาห์ ในวันอังคาร

นายโอบามายังพาสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ที่เห็นด้วยกับการยกเลิกการห้ามนำเข้าอาวุธต่อคิวบามาด้วยกันหลายคน นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจชาวอเมริกันหลายคนที่แสวงหาโอกาสลงทุนในคิวบาด้วย

สมาชิกกลุ่มสตรีชุดขาวถูกเจ้าหน้าที่จับกุมประมาณ 50 คน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางถึงคิวบา (ภาพ: REUTERS)

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เครื่องบินของนายโอบามาจะเดินทางมาถึง มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากกลุ่ม สตรีชุดขาว ชุมนุมกันที่หน้าโบสถ์แห่งหนึ่งที่เขตมิรามาร์ ในกรุงฮาวานา ทำให้มีผู้ถูกจับกุมหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นบททดสอบวิธีการรับมือผู้เห็นต่างทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีคิวบา ในระหว่างที่นายโอบามาเดินทางเยือน

ทรัมป์พร้อมเป็นผู้นำ-จวกฮิลลารีส่งม็อบป่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593728

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2559 03:15

 

(ภาพ: AP)

กระแสต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมพป์ มหาเศรษฐีวัย 69 ปี ผู้สมัครตัวเต็งจากพรรครีพับลิกัน เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆในสหรัฐฯ หลังเจ้าตัวยังคงคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องในศึกเลือกตั้งผู้แทนพรรค (Delegate) โดยครองคะแนนเสียงไปแล้วถึง 19 รัฐ ขาดอีกเพียง 559 เสียงสำหรับการได้รับโหวต เป็นตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ ขณะที่ตัวเต็งอันดับ 2 นายเท็ด ครูซ ส.ว.รัฐเท็กซัส วัย 45 ปี ครองคะแนนเสียง 8 รัฐ ยังขาดอยู่อีก 814 เสียง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนชาวอเมริกันกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้รวมตัวเดินขบวนประท้วงนายทรัมพ์ ในเขตแมนฮัสตัน นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยเดินทางเซ็นทรัล พาร์ค ไปยังตึกทรัมพป์ ทาวเวอร์ ก่อนมีรายงานการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้สเปรย์พริกไทย และมีรายงานผู้ถูก จับกุมอย่างน้อย 1 คน แต่จากสอบถามกรมตำรวจ นิวยอร์กยังไม่ได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติม

ส่วนที่รัฐอริโซนา ทางภาคใต้สหรัฐฯ ที่นายทรัมพ์มีกำหนดเดินทางไปหาเสียง ก่อนหน้าการ เลือกตั้งในรัฐอริโซนา วันที่ 22 มี.ค.นี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้ทำการเดินขบวนบนทางหลวง ปิดกั้นการ จราจรทั้งในเขตมาริโคปา เคาน์ตี้ และในพื้นที่เมืองทูซอน มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หลังมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอชาวบ้านขับรถฝ่ากลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งมีผู้หญิงรายหนึ่งร้องไห้และพยายามฟ้องให้ตำรวจจัดการคนขับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ

ฮิลลารี คลินตัน (ภาพ: AP)

วันเดียวกัน นายทรัมป์ซึ่งเดินทางไปหาเสียงในรัฐอริโซนาตามกำหนด ได้กล่าวกับผู้สนับสนุนว่า สิ่งที่กลุ่มผู้ประท้วงทำนับเป็นเรื่องน่าขายหน้า แต่หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม 3 คน พวกเขาก็ได้กลับบ้านไปแล้ว ผมรักตำรวจของเรา อยากให้จับกุมอีก เพราะจะได้มีคนมาป่วนการหาเสียงน้อยลง ประท้วงน้อยลง ก่อนกล่าวหาว่า นางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้สมัครตัวเต็งจากพรรคเดโมแครต เป็นคนส่งผู้ประท้วงมาป่วนการหาเสียง นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังกล่าวว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ก็จะพยายามทำตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่ง เพราะได้ให้สัญญากับลูกและภรรยาไว้แล้ว

ส่วนผลโพลล่วงหน้าในรัฐอริโซนาจัดทำโดยสำนักงานโพลรีล เคลียร์พอลิทิคส์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า นายทรัมป์มีคะแนนนำนายครูซอยู่ที่ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์.