โพยมนาวาใหม่ ลอยค้างฟ้า 5 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591847

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2559 12:01

 

เครดิตภาพ : Hybrid Air Vehicles Air lander อัพโหลดลงยูทูบ

มนุษย์มีโอกาสจะได้เห็นโพยมนาวายุคใหม่ ซึ่งมีขนาดลำตัวใหญ่กว่าเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 ถึง 1 ใน 4 และสามารถที่จะลอยอยู่บนฟ้าได้นานถึง 5 วัน

โพยมนาวาลำใหม่นี้มีชื่อว่า เดอะแอร์แลนเดอร์ 10 อาจจะถือได้ว่า เป็นกึ่งเรือบินกึ่งเรือเหาะ มีลำตัวยาว 90 เมตร สร้างอยู่ที่โรงงานอากาศยานไฮบริด ที่เมืองเบดฟอร์ดเชอร์ ทางเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทผู้สร้างได้กล่าวว่า ยานยุคใหม่นี้ต่างกับยุคเก่า สมัยเรือเหาะฮินเดนเบิร์ก ที่เกิดระเบิดเมื่อคราวลงจอดที่เมืองนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ.2443 แต่ยานลำใหม่นี้บรรจุด้วยแก๊สฮีเลียม ซึ่งไม่ไวไฟ มันได้มาเปิดยุคโพยมยานใหม่ซึ่งกำลังก่อความตื่นเต้นไปทั่วทั้งยุโรปและอเมริกาเหนือ ข้อดีของยานยุคใหม่นี้ที่เห็นชัดๆ ก็คือ กินน้ำมันน้อยกว่าเครื่องบินไอพ่นถึง 1 ใน 3 และยังมีวี่แววว่าจะสามารถติดแผงรับแดดได้ ค่าก่อสร้างตกเพียง 30 ล้านปอนด์ เทียบกับเครื่องบินโดยสารไอพ่นซึ่งสูงถึง 250 ล้านปอนด์

สิ่งที่พวกเขาเห็นคุณค่าของมันก็คือ มันเหมาะกับงานบรรเทาทุกข์ทั้งหลาย เนื่องจากมันสามารถบินอยู่ได้นานแรมวันแรมคืน ยิ่งกว่านั้นยังเห็นกันว่ามันอาจแข่งกับเครื่องบินโดยสารไอพ่นของทุกวันนี้ได้ ลองนึกถึงยานแบบนี้ลำยักษ์สามารถที่จะบรรทุกสินค้าและคนได้ถึง 50 ตัน ทำให้วงการสร้างเครื่องบินของสหรัฐอเมริการู้สึกนั่งไม่ติด และได้ว่าจ้างให้บริษัทสร้างเครื่องบินล็อกฮีด มาร์ติน ให้คิดสร้างคู่แข่งขึ้นแล้ว.

โสมแดงจะว่ายังไง!! รบ.สหรัฐฯ เรียกร้องปล่อยตัว นศ.มะกัน โดนลงโทษหนักทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592223

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 11:26

 

รัฐบาลสหรัฐฯ ออกโรงเรียกร้องทางการเกาหลีเหนือให้อภัยโทษและปล่อยตัว ‘อ็อตโต วอร์มเบียร์’ นศ.อเมริกันทันที หลังถูกศาลสูงเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษ ให้ใช้แรงงานหนักนานถึง 15 ปี ขณะที่ ปธน.โอบามา กร้าว ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่จัดการโสมแดงเพิ่มอีก

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ความคืบหน้ากรณี นายอ็อตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาหนุ่มอเมริกัน วัย 21 ปี ถูกศาลสูงเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษให้ใช้แรงงานหนัก เป็นเวลานานถึง 15 ปี เนื่องจากพบกระทำความผิดในคดีอาญาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อทางการเกาหลีเหนือ โดยนายวอร์มเบียร์ได้พยายามขโมยป้ายชวนเชื่อทางการเมืองของทางการเกาหลีเหนือ ที่ติดอยู่ในโรงแรมที่พัก ระหว่างมาเที่ยวเกาหลีเหนือเมื่อ 2 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น ด้าน นายจอช เออร์เนสต์ โฆษกประจำทำเนียบขาวได้ออกโรงเรียกร้องในฐานะตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ทางการเกาหลีเหนือปล่อยตัวนายวอร์มเบียร์ โดยทันที

นายเออร์เนสต์ กล่าวโจมตีเกาหลีเหนือว่า กำลังใช้พลเมืองสหรัฐฯ เป็น ‘ตัวประกัน’ ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงขอเรียกร้องอย่างจริงจังต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ ให้อภัยโทษแก่นายวอร์มเบียร์ เป็นกรณีพิเศษ และปล่อยตัวเขาโดยทันที ทั้งนี้ การที่ศาลเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษนายวอร์มเบียร์ให้ใช้แรงงานหนักนาน 15 ปี จากความผิดดังกล่าวแล้ว ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อีกทั้งคำตัดสินยังมีขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลคิม จอง อึน กับรัฐบาลสหรัฐฯ ทวีความตึงเครียดมากขึ้น

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพ นายอ็อตโต วอร์มเบียร์ หลังศาลสูงเกาหลีเหนือมีคำตัดสินลงโทษให้ทำงานหนัก 15 ปี เมื่อ 16 มี.ค. 59

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ลงโทษเกาหลีเหนืออีก จากการที่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ยูเอ็นเคยนำมาลงโทษรัฐบาลเกาหลีเหนือ.

นายอ็อตโต วอร์มเบียร์ ยกมือเช็ดน้ำตา ขณะถูกนำตัวแถลงข่าวเมื่อ ก.พ. 59

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอตก! นศ.หนุ่มมะกัน โดนศาลโสมแดงตัดสินลงโทษ ใช้แรงงานหนัก 15 ปี

ลอนดอนใช้ ‘นกพิราบ’ ลาดตระเวน-ทวีตรายงานคุณภาพอากาศ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592076

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: twitter / @PigeonAir)

บริษัทเทคโนโลยี พลุม แล็ปส์ (Plume Labs) และทวิตเตอร์ จับมือทำโครงการใช้นกพิราบช่วยในการตรวจวัดสภาวะมลพิษในอากาศในกรุงลอนดอนและส่งรายงานบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และแอพพลิเคชั่น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นกพิราบจำนวน 10 ตัวของกรุงลอนดอนถูกติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสภาวะมลพิษในอากาศและส่งรายงานบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หลังจากที่นกพิราบโดนกล่าวหาว่า เป็นสัตว์ปีกที่เป็นพาหะนำพาเชื้อโรค ในที่สุด นกพิราบก็สามารถแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวได้สำเร็จ โดยไม่ได้หน้าที่เพียง “นกพิราบสื่อสาร” เท่านั้น แต่ยังสามารถรายงานสภาวะมลพิษในพื้นที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

การตรวจวัดสภาวะมลพิษในอากาศ วัดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระดับโอโซนและก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอยู่ทั่วไปในกรุงลอนดอนอยู่แล้ว แต่การนำนกพิราบมาใช้ช่วยให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมและในระดับที่สูงขึ้นไปในท้องฟ้าอีกด้วย ผลของข้อมูลที่จัดเก็บจะมีการประมวลผลและส่งรายงานผ่านทางทวิตเตอร์ของ “นกพิราบลาดตระเวนทางอากาศ” (Pigeon Air Patrol @PigeonAir) ของนกพิราบทั้ง 10 ตัว นอกจากนั้น นักท่องเน็ตยังสามารถที่จะส่งตำแหน่งที่อยู่ของตนเอง และจะได้รับรายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ ปฏิบัติการนกพิราบลาดตระเวนทางอากาศได้เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาและดำเนินต่อไปเป็นเวลา 3 วัน นอกเหนือจากการรายงานบนทวิตเตอร์แล้ว ยังมีโปรแกรมที่สามารถใช้ได้บนสมาร์ทโฟนหรือไอแพด หรือเว็บไซต์ เป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนลอนดอนได้เห็นความสำคัญของคุณภาพอากาศ ซึ่งจากผลการวิจัยล่าสุดพบว่า มลพิษเป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจำนวนถึง 9,400 คน และหลังจากทดลองใช้กับนกพิราบแล้ว ก็จะมีการทดลองติดตั้งกับคนจำนวน 100 คน ไม่ว่าจะเป็นคนวิ่งจ๊อกกิ้ง คนขี่จักรยาน หรือคนเดินเท้า

ชมคลิปที่นี่

‘ทรัมป์-คลินตัน’ ชนะหยั่งเสียงต่อเนื่อง-‘รูบิโอ’ ถอนตัวหลังแพ้คาถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592055

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 05:10

 

โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตัน (ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตัน คว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องในศึกหยั่งเสียง หรือเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐต่างๆ ขยับเข้าใกล้ความเป็นตัวแทนพรรคไปลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีมากขึ้นทุกขณะ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนางฮิลลารี คลินตัน ผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันและเดโมแครต (ตามลำดับ) ไปลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คว้าชัยชนะในการหยั่งเสียงหลายรัฐในศึกซุปเปอร์ทิวส์เดย์ครั้งที่ 2 เมื่อ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ ประกาศถอนตัวจากการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันหลังจากพ่ายแพ้ในการหยั่งเสียงรัฐฟลอริดาที่เขาเป็นผู้ว่าฯอยู่

มาร์โก รูบิโอ ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ปธน.สหรัฐฯแล้ว หลังแพ้ให้นายทรัมป์ ในรัฐฟลอริดาที่เขาเป็นผู้ว่าฯอยู่ (ภาพ: AP)

ในศึกซุปเปอร์ทิวส์เดย์ครั้งที่ 2 มีการจัดการหยั่งเสียงพร้อมกันถึง 5 รัฐในวันเดียว โดยฝั่งรีพับลิกัน นายทรัมป์คว้าชัยในรัฐฟลอริดา, อิลลินอยส์ และนอร์ทแคโรไลนา แต่พ่ายให้แก่นาย จอห์น คาซิช ที่รัฐโอไฮโอ ซึ่งถือเป็นชัยชนะรัฐแรกของเขา

ส่วนฝั่งเดโมแครต นางคลินตันกำชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่างนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ทั้งที่รัฐ ฟลอริดา, โอไฮโอ, อิลลินอยส์ และนอร์ทแคโรไลนา ขณะที่ยังไม่มีการประกาศผู้ชนะในการหยั่งเสียงที่รัฐมิสซูรีสำหรับทั้ง 2 พรรคเนื่องจากคะแนนสูสีกันมา

จอห์น คาซิช ชนะรัฐแรกที่โอไฮโอ (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เชื่อว่าชัยชนะอย่างต่อเนื่องของนายทรัมป์จะสร้างความปวดหัวให้กับพรรครีพับลิกัน ต้นสังกัดของเขาอย่างแน่นอน เพราะสมาชิกระดับอาวุโสหลายคนไม่พอใจและกังวลในท่าทีและนโยบายแข็งกร้าวของนายทรัมป์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติและละเมิดสิทธิมนุษยชน

การถอนตัวของนายรูบิโอ ทำให้ขณะนี้จำนวนผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเหลือเพียง 3 คน คือนายทรัมป์ ซึ่งตอนนี้มีคะแนนเสียงจากตัวแทนผู้ลงคะแนน (delegate: เดเลเกท) อยู่ที่ 673 คะแนน ขาดอีก 564 คะแนนจะถึง 1,237 คะแนนหรือเกิดนครึ่ง เพื่อรับประกันความเป็นตัวแทนพรรคของเขา คนที่ 3 คือ นายเท็ด ครูซ มีคะแนนเดเลเกทอยู่ที่ 411 คะแนน และคนที่ 3 คือนายจอห์น คาซิช ซึ่งเพิ่งชนะหยั่งเสียงที่โอไฮโอเป็นรัฐแรก มีคะแนนเดเลเกท 143 คะแนน

เบอร์นี แซนเดอร์ส (ภาพ: AFP)

ส่วนฝ่ายเดโมแครต เหลือผู้ท้าจริงที่ชัดเจนเพียง 2 คนคือ ฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนเดเลเกท 1,606 คะแนน ขาดอีกเพียง 777 คะแนน หรือราว 42% ของคะแนนในรัฐที่เหลืออยู่ก็จะทำให้เธอมีคะแนนเกินครึ่ง (2,383 คะแนน) รับประกันการเป็นตัวแทนพรรคของเธอ ส่วนนายเบอร์นี แซนเดอร์ มีคะแนนเดเลเกทเพียง 851 คะแนน ทำให้เขาต้องการชัยชนะอย่างมากหากหวังจะพลิกกลับมาแซงนางคลินตัน

อ.เฒ่าวัย 61 ปีในอังกฤษ ลาออก หลังถูกจับได้ว่าเล่นหนังโป๊

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592023

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 03:50

 

(ภาพ: wikipedia / Mike Peel)

อาจารย์สอนวิชาวิศวกรรมเคมีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในอังกฤษ ตัดสินใจลาออกหลังจากถูกจับได้ว่า เขามีอีกอาชีพหนึ่ง เป็นนักแสดงภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่…

หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ของอังกฤษรายงานข่าว นิโคลัส กอดดาร์ด วัย 61 ปี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งอาจารย์สอนวิศวกรรมเคมีที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ที่เขาสอนมายาวนานถึง 25 ปี หลังจากนักศึกษาคนหนึ่งของเขาพบเห็นเขาเล่นเป็นดารานำชายในภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่

ข่าวระบุว่า เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ นิโคลัส กอดดาร์ด ได้ใช้ชีวิตในสองรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นหนึ่งในดาราที่มีชื่อเสียงของเว็บไซต์พอร์นฮับ ซึ่งเป็นเว็บไซต์หนังโป๊ยอดนิยมบนอินเทอร์เน็ต ก่อนที่เรื่องจะแดงออกมาหลังจาก นักศึกษาคนหนึ่งดูวิดีโป๊ธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่เขาต้องตกใจเมื่อเห็นดาราชายที่แสดงนำมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ “นิค” อาจารย์สอนวิชาวิศวกรรมเคมีในมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ อาจารย์ที่นักศึกษารู้จักกันดีในชื่อว่า “Old Nick”

“วันที่ผมเห็นเขาในวิดีโอโป๊ เป็นช่วงบ่ายวันหนึ่งที่ผมมักจะเปิดดูหนังโป๊ และก็ต้องตกใจที่เห็นดารานำคนหนึ่งเหมือนกับนิคมากเลย และเมื่อเขาพูดออกมาเท่านั้นแหละ ใช่แล้วเขานั่นเอง ผมไม่อยากจะเชื่อเลยทีเดียว” นักศึกษาหนุ่มกล่าวกับนักข่าวเดลีเมล์

ทั้งนี้ นายนิโคลัส กอดดาร์ด ได้รับปริญญาด้านวิศวกรรมเคมีจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้เลิกเล่นหนังเอ็กซ์แล้วตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาบอกว่า “มันเยอะเกินไป” ทางด้านมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ได้มีแถลงการณ์ออกมาว่า “อาจารย์นิโคลัส กอดดาร์ด ได้ขอลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 เป็นต้นไป”

เดนมาร์กเฮ! ยึดคืนแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดในโลก-ไทยขึ้นที่ 33

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592000

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 02:35

 

(ภาพ: worldhappiness.report)

ประเทศเดนมาร์ก กลับมาครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกอีกครั้ง ดีดแชมป์เก่าอย่างสวิตเซอร์แลนด์ตกไปอยู่อันดับที่ 2 ขณะที่ประเทศไทยอันดับความสุขดีขึ้น 1 อันดับ ไปอยู่ที่ 33…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Solutions Network) แห่งสหประชาชาติ เผยแพร่รายงานความคืบหน้าความสุขโลกประจำปี 2016 เมื่อวันพุธที่ 16 มี.ค. ที่กรุงโรม และบนเว็บไซต์ของพวกเขา โดยผลปรากฏว่า ประเทศเดนมาร์ก กลับมาเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกอีกครั้ง ตามด้วยแชมป์เก่าจากรายงานเมื่อปีก่อนอย่าง สวิตเซอร์แลนด์, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์ และฟินแลนด์

10 อันดับแรกประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก (ภาพ: worldhappiness.report)

สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับที่ 13 ตามหลังจีน (6), เนเธอร์แลนด์ (7), นิวซีแลนด์ (8), ออสเตรเลีย (9), สวีเดน (10), อิสราเอล (11) และออสเตรีย (12) เยอรมนีอยู่อันดับที่ 16 ส่วนชาติมหาอำนาจอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักรรั้งที่ 23, ญี่ปุ่นอยู่ที่ 53, รัสเซียอยู่ที่ 56 และจีนอยู่ที่ 83 ขณะที่บุรุนดีเป็นประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดใน 157 ประเทศที่ได้รับการสำรวจ รองลงมาคือ ซีเรีย (156), โตโก (155), อัฟกานิสถาน (154) และ เบนิน (153)

ส่วนในกลุ่มชาติอาเซียน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุด อยู่อันดับ 22 ตามด้วย ประเทศไทย (33), มาเลเซีย (47), อินโดนีเซีย (79), ฟิลิปปินส์ (82), เวียดนาม (96), ลาว (102), เมียนมา (119) และ กัมพูชา (140) โดยไม่มีการสำรวจข้อมูลของประเทศบรูไน

ประเทศไทยอันดับดีขึ้น 1 อันดับจากรายงานคราวก่อน ไปอยู่ที่ 33 (ภาพ: worldhappiness.report)

ทั้งนี้ เครือข่ายเอสดีเอสเอ็น มีหลักสำคัญอย่างน้อย 7 อย่างเป็นเกณฑ์ในการวัดค่าความสุขของประชาชนในแต่ละประเทศ โดยประชาชนผู้อาศัยในประเทศที่มีความสุขมากกว่าจะมีความคาดหวังที่จะมีอายุยืนยาวกว่า, ได้รับการสนับสนุนทางสังคมมากกว่า, มีเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตมากกว่า, มีภาพลักษณ์เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันน้อยกว่า, มีความเอื้อเฟื้อมากกว่า, มีความไม่เสมอภาคน้อยกว่า และมีรายได้รวมต่อหัวประชากร (GDP per capita) มากกว่าผู้อาศัยในประเทศที่มีความสุขน้อย

นายเจฟฟรีย์ แซคส์ ผู้อำนวยการของสถานบันเอิร์ธ (Earth Institute) ในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และผู้ร่วมเขียนรายงานความสุขโลกประจำปี 2016 ระบุว่า การวัดค่าจากการประเมินตนเองด้านความสุขและสวัสดิภาพ ควรเป็นนโยบายของทุกประเทศ เพื่อการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป้าหมายนี้ได้รวมแนวความคิดที่ว่า สวัสดิภาพของมนุษย์ควรได้รับการบ่มเพาะผ่านวิธีการแบบองค์รวม ทั้งทางเศรษฐกิจ, สังคม และสิ่งแวดล้อม มากกว่าวิธีการแคบๆ ที่มุ่งเน้นไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว

คืบหน้าเหตุปะทะในบรัสเซลส์ ตร.ค้นเจอธงไอซิส-กระสุน คนร้ายลอยนวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591985

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 00:55

 

(ภาพ: AFP)

อัยการเบลเยียมแถลงความคืบหน้าเหตุยิงปะทะในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร โดยตำรวจค้นพบธงของกลุ่มไอซิส, ปืน และเครื่องกระสุนในอพาร์ตเมนต์ต้องสงสัย แต่คนร้าย 2 คนหลบหนีไปได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอริค วาน เดอ ชิปท์ อัยการกลางเบลเยียม เปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการบุกตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ในกรุงบรัสเซลส์ ที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีปารีสเช่าอยู่ จนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 3 คนเมื่อวันอังคาร (15 มี.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่ค้นพบธงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) รวมทั้งปืนไรเฟิลคาลาชนิคอฟและเครื่องกระสุน แต่ผู้ต้องสงสัย 2 คน สามารถหลบหนีไปได้หลังยิงต่อสู้กับตำรวจอย่างดุเดือด

นายเอริค วาน เดอ ชิปท์ อัยการกลางเบลเยียม และนายเธียร์รี เวิร์ตส์ โฆษกสำนักงานอัยการกลางเบลเยียม แถลงความคืบหน้าเหตุยิงปะทะในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (ภาพ: AP)

นายวาน เดอ ชิปท์ เผยด้วยว่า ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัย 1 ราย ในการบุกตรวจค้นเมื่อวันอังคาร โดยสืบทราบว่าชื่อนายเบลคาอิด โมฮัมหมัด ชาวแอลจีเรีย อายุ 35 ปี ซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบเขตค้นหาของเจ้าหน้าที่มาก่อน โดยนายโมฮัมเหม็ดถูกสังหารด้วยคมกระสุนของพลซุ่มยิงของกองกำลังพิเศษ ในขณะที่เขาพยายามจะยิงตำรวจจากหน้าต่างอาคารหลังหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบปืนไรเฟิล และหนังสือของลัทธิซาลาฟี (Salafism) ตกอยู่ข้างศพของนายโมฮัมหมัด นอกจากนี้ยังพบซองบรรจุกระสุนของปืนกลคาลาชนิคอฟที่บรรจุกระสุนไว้เต็มอีก 11 ซอง แต่ไม่พบวัตถุระเบิด

ทั้งนี้ เหตุปะทะกันอย่างดุเดือดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมและฝรั่งเศสออกปฏิบัติการร่วมตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ในเขตฟอเรต์ ทางใต้ของกรุงบรัสเซลส์ โดยเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสวนกรณีการโจมตีกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส เมื่อ 13 พ.ย. 2015 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน

โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านอีกหลังในคืนวันอังคาร และมีผู้ถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำ 1 คน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนผู้นี้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุยิงปะทะหรือไม่ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า มีชายได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองฮัลเล ซึ่งห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปทางใต้ราว 20 กม. โดยเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติคือ ผู้ที่พาชายคนนี้มาส่งโรงพยาบาลหลบหนีไปทันทีที่ตำรวจท้องถิ่นเดินทางมาถึง แต่ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถสอบปากคำชายที่บาดเจ็บได้

หน้าต่างอพาร์ตเมนต์ได้รับความเสียหายในเหตุปะทะเมื่อวันอังคาร (ภาพ: REUTERS)

โหดเหี้ยม! บึมสนั่น รถบัสโดยสารปากีฯ ดับสลดอย่างน้อย 15 เจ็บเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591867

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 17:30

 

ชาวปากีสถานช็อก! เกิดเหตุวางระเบิดรุนแรงบนรถโดยสารคันหนึ่ง ในเมืองเปชวาร์ คร่าชีวิตผู้โดยสาร ดับสลดอย่างน้อย 15 ศพ บาดเจ็บราว 30 ราย คาดเป็นฝีมือกลุ่มตาลีบัน ในปากีฯ อีกตามเคย แม้ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญชาวปากีสถานอีกแล้ว คราวนี้เป็นเหตุระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ในรถบัสโดยสารคันหนึ่งและเกิดระเบิดขึ้นขณะรถบัสกำลังวิ่งอยู่บนถนนซึ่งเต็มไปด้วยยวดยานพาหนะคับคั่ง ในเมืองเปชวาร์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อเช้าวันที่ 16 มี.ค. โดยแรงระเบิดเป็นเหตุให้ผู้โดยสารบนรถบัส เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 30 คน

สถานีโทรทัศน์ในปากีสถานออกอากาศเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ รถบัสโดยสารคันดังกล่าว ในสภาพพังยับเยินจากแรงระเบิด ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยหลังเกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ ปรากฏว่า ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ ทว่าที่ผ่านมา เมืองเปชวาร์ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ตาลีบัน ในปากีสถาน มาโดยตลอด

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สถานีวิทยุของทางการ โดยประณามกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุวางระเบิดรถโดยสาร ว่าเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดตาขาว และไม่อาจจะหยุดยั้งความพยายามแก้ปัญหาก่อการร้ายให้หมดไปจากประเทศ

ทั้งนี้ เหตุวางระเบิดบนรถโดยสาร เกิดขึ้นในพื้นที่ที่กำลังทหารกองทัพปากีสถานยกระดับการปราบปรามกลุ่มตาลีบันและกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่นๆ ตามแนวชายแดนระหว่างปากีสถานติดกับอัฟกานิสถานมากขึ้น หลังเกิดเหตุโจมตีโรงเรียนทหารในเมืองเปชวาร์ เมื่อเดือน ธ.ค.2557 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน

คอตก! นศ.หนุ่มมะกัน โดนศาลโสมแดงตัดสินลงโทษ ใช้แรงงานหนัก 15 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591811

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 16:00

 

‘ทำผิดพลาดครั้งใหญ่สุดในชีวิต’…นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกัน ‘คอตก’ ถูกศาลเกาหลีเหนือตัดสินให้ใช้แรงงานหนักในแดนเกาหลีเหนือนานถึง 15 ปี หลังโดนจับขณะพยายามจะขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อของทางการ จากโรงแรมแห่งหนึ่งที่เขาพักระหว่างมาเที่ยว

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอ็อตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกัน วัย 21 ปี ถูกศาลเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษให้ใช้แรงงานหนักในเกาหลีเหนือ เป็นเวลาถึง 15 ปี จากความผิดในคดีอาญาที่ถือเป็นการต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือ หลังจากนายวอร์มเบียร์ได้ถูกทางการเกาหลีเหนือจับกุมเมื่อ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเขากำลังพยายามจะขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อของทางการเกาหลีเหนือช้ินหนึ่งที่ติดอยู่ในโรงแรมที่เขาพำนักระหว่างมาท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือ

หลังถูกจับกุม ต่อมา สถานีโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือ ได้ออกอากาศแพร่ภาพนายวอร์มเบียร์ ซึ่งได้ยอมรับสารภาพว่า กลุ่มศาสนิกชนของโบสถ์แห่งหนึ่ง ได้ขอให้เขานำสัญลักษณ์ของเกาหลีเหนือติดไม้ติดมือกลับไปด้วยจากการเดินทางมาเที่ยว ขณะที่ นายวอร์มไบเออร์ ซึ่งกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ยังกล่าวด้วยความเสียใจว่า เขาได้ทำผิดพลาดใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของเขาเลยทีเดียว จากการกระทำในครั้งนี้

สถานีโทรทัศน์ทางการเกาหลีเหนือ ออกอากาศแพร่ภาพ นายอ็อตโต วอร์มเบียร์รับสารภาพทำความผิดเมื่อ ก.พ. 59

ด้าน สตีเฟน อีวานส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำเกาหลีใต้ กล่าวว่า การลงโทษให้นายวอร์มเบียร์ต้องใช้แรงงานหนักในเกาหลีเหนือนานถึง 15 ปี ถือว่าเป็นโทษที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติคนอื่นๆ ที่เคยถูกตัดสินหลังโดนจับกุมดำเนินคดีในเกาหลีเหนือ และเป็นที่น่าสังเกตว่า การตัดสินในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น.

ไม่มีแตะเบรก! ชายจีนระบายแค้น ขับเก๋งพุ่งชนโครม โชว์รูมขายรถ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591755

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 14:33

 

อั้ยหยา!! ชายจีนแบกความแค้นเต็มอก ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมขายรถในกรุงปักกิ่งจนพังยับ โชคดีไม่มีคนเจ็บ สื่อแดนมังกรเผย ชายคนนี้โกรธบริษัทเจ้าของโชว์รูมรถที่ขายรถให้กับเขา แต่ไม่ได้ดีตามที่คุยโวจนถึงขนาดเคยยื่นฟ้องดำเนินดคี…

เมื่อ 16 มี.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ระทึก ชายชาวจีนโกรธสุดๆ ขับรถเก๋งสีขาวพุ่งชนโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เต็มแรง จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เดชะบุญไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในจีน เปิดเผยเพียงแค่ว่า ชายผู้นี้ชื่อ นายไป๋ และเขาได้เคยฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับบริษัท ออโตโมบาย 4S ซึ่งเป็นเจ้าของโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์แห่งนี้ เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่ขายรถเก๋งคันนี้ให้กับเขา แต่เมื่อนำไปขับจริงๆ แล้ว กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพอใจกับสมรรถนะของรถเก๋งแต่อย่างใด

จากภาพในกล้องวงจรปิดในโชว์รูมขายรถยนต์ บันทึกไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และถูกสื่อจีนนำไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่ นายไป๋ ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมชนิดไม่มีแตะเบรก และยังถือเป็นความโชคดีของชายคนหนึ่ง ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกโชว์รูม และเดินออกไปจากบริเวณนั้นพอดี จึงรอดพ้นจากการถูกรถเก๋งชนไปอย่างฉิวเฉียด

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้ นายไป๋ มีความโกรธแค้นโชว์รูมแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลังจากเขาได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทขายรถยนต์ออโตโมบาย 4S แล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บริษัทได้ โทร.มาข่มขู่ภรรยาของเขาให้ถอนฟ้อง จนเขายอมถอนฟ้องในที่สุด เมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา และด้วยความโกรธสุมอกจึงทำให้นายไป๋ลงมือก่อเหตุรุนแรงไม่คาดคิดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายไป๋ ได้มีการโทรศัพท์มาเตือนโชว์รูมแห่งนี้ก่อนหน้าแล้วว่า เขากำลังจะมา ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ชมคลิป ที่นี่