สร้างประวัติศาสตร์‘รอยัล บรูไน’! 3 นักบินหญิงสุดเก่ง ขับโบอิ้ง 787 ไปซาอุฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591683

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 11:50

 

(ภาพจาก Facebook: Royal Brunei Airlines)

เก่งไม่แพ้ผู้ชาย..3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกให้กับสายการบิน ร่วมกันขับและควบคุมเครื่องบินโดยสารลำโต โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ จากบรูไน ไปยังเมืองเจดดาห์ ในซาอุดีอาระเบีย

เมื่อ 16 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องฮือฮา 3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่บริษัทสายการบิน รอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส ด้วยการขับและควบคุมเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ เที่ยวบิน BI081 ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานบรูไน ปลายทางเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นครั้งแรก อีกทั้งยังถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้หญิง ที่ประจวบเหมาะกับการร่วมเฉลิมฉลองวันชาติของบรูไนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาพอดี

ข่าวแจ้งว่า การสร้างประวัติศาสตร์ของ 3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส ในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นหมุดหมายหลักไมล์ครั้งสำคัญของสายการบิน แต่ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่าง เพราะเครื่องบินโดยสารที่ 3 นักบินหญิงร่วมกันควบคุมนั้น ได้มาลงจอดในประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผู้หญิงยังไม่ได้รับอนุญาต แม้แต่การขับรถยนต์

ด้านกัปตันหญิงชาริฟา ซารีนา สุเรนี ซึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นกัปตันหญิงคนแรกของเครื่องบินโดยสารรอยัล บรูไน แอร์ไลน์สเมื่อ 3 ปีก่อน กล่าวว่า โดยปกติแล้ว ผู้คนมักเห็นผู้ชายทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบิน แต่ในฐานะผู้หญิง และเป็นผู้หญิงบรูไน นี่เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ที่แสดงให้ผู้หญิงรุ่นหลังหรือเด็กหญิงทั้งหลายที่มีความฝันว่า สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงได้.

‘แฮร์ริสัน ฟอร์ด-สตีเวน สปีลเบิร์ก’ หวนร่วมงานใน ‘อินเดียน่า โจนส์ 5’ ฉายปี 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591529

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 06:20

 

ภาพเมื่อปี 2008 แฮร์ริสัน ฟอร์ด ถ่ายรูปคู่กับโปสเตอร์หนังอินเดียน่า โจนส์ ภาค 4 อาณาจักรกะโหลกแก้ว ที่ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: AFP)

วอลต์ ดิสนีย์ ออกมาประกาศว่า แฮร์ริสัน ฟอร์ด และ สตีเวน สปีลเบิร์ก จะกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในภาพยนตร์ อินเดียน่า โจนส์ ภาคที่ 5 ซึ่งมีกำหนดฉายในปี 2019…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วอลต์ ดิสนีย์ บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดัง ประกาศในวันที่ 15 มี.ค. ว่า แฮร์ริสัน ฟอร์ด นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ จะหวนกลับมาร่วมงานกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนาน ในภาคที่ 5 ของภาพยนตร์ชุด ‘อินเดียน่า โจนส์’ หรือภาษาไทยคือ ‘ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า’ โดยมีกำหนดเข้าฉายในเดือนก.ค. ปีค.ศ. 2019

นายอลัน ฮอร์น ประธานของวอลต์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ กล่าวว่า “อินเดียน่า โจนส์ เป็นหนึ่งในวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และเราไม่อาจรอที่จะนำเขากลับมาโลดแล่นบนจอเงินในปี 2019” “มันเป็นเรื่องยากที่จะมีส่วนผสมอันลงตัวระหว่าง ผู้กำกับ, ผู้ผลิต, นักแสดง และบทบาท ซึ่งเราตื่นเต้นมากๆ ที่จะร่วมการเดินทางนี้ไปกับแฮร์ริสัน (ฟอร์ด) และสตีเวน (สปีลเบิร์ก)” อนึ่ง อินเดียน่า โจนส์ ภาค 5 จะได้แคธลีน เคนเนดี และ แฟรงค์ มาร์แชน จะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างเช่นเดิม

ทั้งนี้ อินเดียน่า โจนส์ ภาคที่ 5 ซึ่งยังไม่มีการกำหนดชื่อตอน จะเข้าฉายห่างจากภาคล่าสุดคือ ‘Kingdom of the Crystal Skull’ หรือ ‘อาณาจักรกะโหลกแก้ว’ นานถึง 11 ปี โดยในปี 2019 นักแสดงนำอย่างแฮร์ริสัน ฟอร์ด จะมีอายุ 77 ปีแล้ว ส่วนสตีเวน สปีลเบิร์ก จะมีอายุ 73 ปี

ฟอร์ดกับสปีลเบิร์กร่วมงานกันครั้งแรกในภาพยนตร์ อินเดียน่า โจนส์ ภาค 1 เมื่อปี 1981 ตามด้วยภาค 2 ตอนถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี ในปี 1984 และภาค 3 ตอน ศึกอภินิหารครูเสด ในปี 1989 โดยภาพยนตร์ชุดอินเดียน่า โจนส์ ทั้ง 4 ภาคทำรายในบ็อกซ์ออฟฟิศรวมเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายกฯเบลเยียมแถลง เหตุปะทะในบรัสเซลส์ตร.เจ็บ 4 คนร้ายดับ 1 เร่งล่าอีก 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591518

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 05:45

 

ชาร์ล มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม (ซ้าย) และ แยน แยมบอง รัฐมนตรีมหาดไทย ร่วมแถลงข่าวเหตุยิงปะทะในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: AFP)

นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ออกแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีมหาดไทยและยุติธรรม กรณีเหตุตำรวจยิงปะทะกับคนร้ายในกรุงบรัสเซลส์ ล่าสุดมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย คนร้ายถูกวิสามัญฯ 1 ราย และกำลังหลบหนีอีก 2 คน…

นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงาน เมื่อ 16 มีนาคม 2559 ว่านายชาร์ล มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม พร้อมด้วยนายแยน แยมบอง รัฐมนตรีมหาดไทย และนายคูณ เกนส์ รัฐมนตรียุติธรรม แถลงข่าวเมื่อคืนวันอังคารที่ 15 มีนาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) เกี่ยวกับการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการกราดยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำเภอฟอเรส์ “เราได้รับรายงานเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ว่า ระหว่างการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกผู้ร้ายที่อยู่ภายในกราดยิงออกมา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 4 นาย ซึ่งนับว่ายังโชคดีที่ไม่มีความเสียหายร้ายแรงมากกว่านี้” นายกรัฐมนตรีเบลเยียมกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสที่เข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย โดยนายคูณ เกนส์ รัฐมนตรีมหาดไทยเบลเยียมระบุว่า “มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย ขณะร่วมปฏิบัติการอยู่ในคณะปฏิบัติการในครั้งนี้”

ตำรวจเบลเยียมยังตรึงกำลังในกรุงบรัสเซลส์ เนื่องจากยังมีผู้ต้องสงสัยหลบหนี (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเบลเยียมจำนวน 11 คน ที่ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายกรุงปารีสคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 เป็นเบาะแสหลักที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของเบลเยียมและฝรั่งเศสออกปฏิบัติการจู่โจมเข้าตรวจสอบ เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในอำเภอฟอเรส์ กรุงบรัสเซลส์ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกคนร้ายยิงสวนออกมาขณะกดกริ่งจนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยไม่คาดคิดว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ภายใน

เจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะเป็นคนใกล้ชิดกับหนึ่งในผู้ต้องหาจำนวน 8 คน ที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 1 นาย

ผู้ต้องสงสัยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ 1 คน โดยมีอาวุธปืนคาลาชนิคอฟอยู่ในมือ ระหว่างการบุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งเมื่อเวลา 18:15 น. (00:15 น. เวลาประเทศไทย) โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ใช่นายซาลาส์ อับเดสลาม ผู้ต้องหาหมายเลข 1 ที่กำลังหลบหนีอยู่ และกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลบุคคลของผู้เสียชีวิต และทำการตรวจค้นบ้านอีกหลายหลังในพื้อนที่ใกล้เคียงเพื่อค้นหาผู้ต้องสงสัยที่อยู่ระหว่างการหลบหนีอีก 2 คน

อัยการเบลเยียมจะทำการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 16 มีนาคม เวลา 10:30 น. ทั้งนี้จะมีการประชุมคณะสภาความมั่นคงแห่งชาติที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงร่วมประชุมในวันพุธนี้

บ.ประกันจีนทุ่มทุนกว้านซื้อต่อโรงแรมมะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591468

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2559 04:35

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มบริษัทประกันภัย อันปัง ซึ่งเคยเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของจีน บุกตลาดด้านอสังหาริมทรัพย์จากหลายประเทศอย่างหนัก ด้วยการกว้านซื้อกิจการโรงแรมชื่อดัง เช่น เมื่อเดือน ต.ค.ปี 2557 เข้าซื้อโรงแรมวัลดอร์ฟ เอสตอเรีย ในย่านแมนฮัตตัน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริษัท ฮิลตัน เวิร์ดไวด์ โฮลดิ้ง และเมื่อ 14 มี.ค. กำลังยื่นข้อเสนอที่ไม่ได้เรียกร้องให้ถือครองหุ้นละ 76 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่า 12,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 456,000 ล้านบาท) กับบริษัท สตาร์วูด ซึ่งมีกิจการ โรงแรมราว 1,270 แห่ง ภายใต้แบรนด์เดอะ เวสติน แอนด์ ดับเบิ้ลยู ใน 100 ประเทศทั่วโลก

ขณะที่ทางสตาร์วูดเพิ่งตอบรับข้อเสนอจ่ายเป็นหุ้นละ 63.75 ดอลลาร์กับบริษัท แมร์ริออต อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อเดือน พ.ย.ปีกลาย ซึ่งทางแมร์ริออตเผยได้รับเรื่องจากทางสตาร์วูดแล้ว โดยข้อเสนอของทางอันปังจะสิ้นสุดนาทีสุดท้ายก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 17 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน บริษัท อันปัง กับแบล็คสโตน กรุ๊ป ซึ่งซื้อกิจการโรงแรมหรูในเครือสตราเจติกส์ โฮเต็ลส์ แอนด์ รีสอร์ต ของสหรัฐฯ ได้เพียง 3 เดือน ร่วมกันลงนามข้อตกลงซื้อกิจการโรงแรมดังกล่าวด้วยมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 228,000 ล้านบาท) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีการประกาศภายใน 2-3 วันข้างหน้า.

แฮกเกอร์ ‘แอโนนีมัส’ ประกาศทำสงคามไซเบอร์กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ในวันเอพริลฟูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591462

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 03:20

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มแฮกเกอร์ แอโนนีมัส ประกาศทำสงครามไซเบอร์กับ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคลื่อนไหวโจมตีเว็บไซต์ ขัดขวางการหาเสียงของนายทรัมป์ในวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งเป็นวันเอพริลฟูล หรือวันโกหก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ ‘แอโนนีมัส’ (Anonymous) ประกาศจะทำสงครามไซเบอร์กับนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคลื่อนไหวในวันที่ 1 เม.ย. เพื่อปิดเว็บไซต์ของมหาเศรษฐีรายนี้ รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และบ่อนทำลายการหาเสียงของเขา

คำประกาศล่าสุดของกลุ่มแอโนนีมัสอยู่ในคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่บนโลกออนไลน์เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยคลิปแสดงให้เห็นภาพชายสวนหน้ากากอ้างเป็นสมาชิกกลุ่มแอโนนีมัส พูดว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ที่รัก เราเฝ้ามองคุณมาอย่างยาวนาน และสิ่งที่เราเห็นมันน่าขุ่นเคืองสุดๆ”

“การหาเสียงด้วยความขัดแย้งและความเกลียดชังของคุณไม่เพียงช็อกสหรัฐอเมริกา แต่คุณยังช็อกคนทั้งโลกด้วยการกระทำและความคิดที่น่ากลัวของคุณ คุณพูดในสิ่งที่ผู้ชมของคุณต้องการได้ยิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนไม่ได้ยืนหยัดเพื่ออะไรทั้งนั้นนอกจากความโลภและอำนาจส่วนตัวของคุณเอง” ชาวสวมหน้ากากกล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ (ภาพ: AP)

การทำสงครามทางไซเบอร์กับนายทรัมป์ของกลุ่มแอโนนีมัสถูกเรียกว่าปฏิบัติการ ออปทรัมป์ (OpTrump) โดยชายสวมหน้ากากในคลิปวิดีโอระบุว่า เป็นการเรียกร้องให้มีการติดอาวุธ และเขาขอให้ แฮกเกอร์และนักเคลื่อนไหวทั่วโลก ปกป้องอนาคต, เสรีภาพ และวิถีชีวิตของตัวเอง

“เรากำลังกระตุ้นให้ทุกคนที่พร้อม มีคอมพิวเตอร์ และกำลังดูวิดีโอนี้ให้เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ คุณไม่จำเป็นต้องรู้วิธีการแฮก เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการครั้งสำคัญนี้” ชายสวมหน้ากากกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “นี่ไม่ใช่การเตือน นี่คือการประกาศสงครามเต็มรูปแบบ”

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่การประกาศสงครามต่อนายทรัมป์เป็นครั้งแรกของกลุ่มแอโนนีมัส โดยเมื่อช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2558 แอโนนีมัสเคยออกประกาศรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนร่วมโจมตีทางไซเบอร์ต่อต้านนายทรัมป์ หลังจากเขาเสนอให้มีการแบนชาวมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ

จบกระดานสุดท้าย! ‘อี เซดอล’ รับสภาพ พ่าย ‘อัลฟาโกะ’ 1-4 เกม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591425

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 00:45

 

(ภาพ: AP)

การแข่งขันหมากล้อมระหว่างเอไอ อัลฟาโกะ กับเซียนหมากล้อมระดับโลก อี เซดอล ชาวเกาหลีใต้ จบลงแล้วในวันอังคารที่ผ่านมา โดยนายอีพ่ายในเกมสุดท้าย สรุปอัลฟาโกะชนะ 4-1 เกม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การแข่งขัน โกะ หรือ หมากล้อม 5 เกมระหว่างปัญญาประดิษฐ์ ‘อัลฟาโกะ’ (AlphaGo) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ดีปมายลด์ ในเครือของกูเกิล กับนาย อี เซดอล เซียนหมากล้อมระดับ 9 ดั้งซึ่งเป็นระดับสูงสุดชาวเกาหลีใต้ โดยมีเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นรางวัล จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว หลังนายอีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการแข่งขันเกมที่ 5 เมื่อวันอังคาร สรุปผล อัลฟาโกะ ชนะ 4 เกม ส่วนนายอีชนะเพียงเกมเดียวเท่านั้น

หลังจากจบเกมที่ 5 นายอี ผู้เป็นนักเล่นโกะระดับต้นๆ ของโลก ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า เขารู้สึกเสียใจต่อผลการแข่งขันที่ออกมา แต่ไม่จำเป็นต้องคิดว่า อัลฟาโกะ อยู่เหนือกว่ามนุษยชาติ ตัวเขายังมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก และยอมรับด้วยว่า การแข่งกับอัลฟาโกะ ท้าทายความคิดบางอย่างที่เขามีต่อเกมหมากล้อม

ด้านนายเดมิส ฮาสซาบิส ผู้ก่อตั้งบริษัท ดีปมายด์ ก่อนจะถูกบริษัทกูเกิลซื้อไปในปีพ.ศ. 2557 ระบุว่า การแข่งขันเกมที่ 5 นี้ เป็นเกมที่น่าตื่นเต้นและตึงเครียดที่สุดสำหรับทีมงานของเขา

เดมิส ฮาสซาบิส (กลาง) ผู้ก่อตั้งบริษัท ดีปมายด์ รับกระดานโกะจาก อี เซดอล (ขวา) เพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการแข่งขัน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ การแข่งขันหมากล้อมเกมระหว่างอัลฟาโกะกับอี เซดอล เกมแรกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2559 ปัญญาประดิษฐ์เป็นฝ่ายชนะ แม้นายอีจะมีคะแนนนำมาตลอดการแข่งขัน แต่อัลฟาโกะสามารถพลิกกลับขึ้นนำได้ในช่วงปิดกระดาน ทำให้นายอีขอยอมแพ้ ส่วนเกมที่ 2 เกิดขึ้นในวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งอัลฟาโกะก็เป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง ทำให้นายอีถึงกับออกปากว่า เขาพูดไม่ออกเลย อัลฟาโกะเล่นเกมที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ

การแข่งเกมที่ 3 เกิดขึ้นในวันที่ 12 มี.ค. และผลปรากฏว่า อี เซดอล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญ 2 คน ซึ่งบรรยายเกมระบุว่า เกมนี้เป็นเกมที่ซับซ้อนยากที่จะติดตาม นายอีแสดงฝีมือในจุดสูงสุดของตัวเองออกมา แต่อัลฟาโกะสามารถเอาชนะไปด้วยวิธีการที่ยอดเยี่ยม ก่อนที่นายอีจะพลิกกลับมาเอาชนะได้เป็นครั้งแรกในเกมที่ 4 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 14 มี.ค. ซึ่งนายอีกล่าวว่า เขาไม่เคยดีใจที่ชนะได้ 1 เกมมากขนาดนี้มาก่อน

นักเล่นโกะรุ่นจิ๋วในเกาหลีใต้ ติดตามการแข่งขันระหว่างอัลฟาโกะกับอี เซดอลผ่านสมาร์ทโฟน (ภาพ: AP)

อนึ่ง ชัยชนะ 3 เกมรวดของอัลฟาโกะ หมายความว่าเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯตกเป็นของบริษัท ดีปมายด์ โดยบริษัทกูเกิลระบุว่า เงินดังกล่าวจะถูกนำไปบริจาคให้แก่ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ), มูลนิธิสเตม (STEM: Science, Technology, Engineering and Mathematics) และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวกับหมากล้อม

นายฮาสซาบิสกล่าวว่า “เราโชคดีที่ได้เห็นวัฒนธรรมอันน่าเหลือเชื่อ และความตื่นเต้นในเกมหมากล้อม ซึ่งแม้จะเป็นหนึ่งในเกมที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในสัปดาห์นี้เกมหมากล้อมสามารถดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนทั่วทั้งเอเชียและทั่วโลก”

รัสเซียยัน จะยังโจมตีทางอากาศใส่ผู้ก่อการร้ายในซีเรียต่อ แม้เริ่มถอนทัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591412

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 23:35

 

เครื่องบินรบของรัสเซียเดินทางกลับมาถึงรัสเซียแล้ว (ภาพ: REUTERS)

รมช.กลาโหมรัสเซียยืนยัน รัสเซียจะยังโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มก่อการร้ายในซีเรียต่อไป แม้รัสเซียเริ่มถอนกำลังในซีเรียกลับประเทศตามคำสั่งประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แล้วก็ตาม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายนิโคไล ปานคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศรัสเซีย ออกมากล่าวในวันอังคาร (15 มี.ค.) ว่า รัสเซียจะยังโจมตีทางอากาศใส่ผู้ก่อการร้ายในซีเรียต่อไป แม้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน จะออกคำสั่งถอนกองกำลังส่วนหลักกลับประเทศ ชี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจัดการกลุ่มก่อการร้ายได้แล้ว

ทหารรัสเซียตั้งแถวก่อนถอนกำลังออกจากฐานทัพอากาศเคมิม ในซีเรีย (ภาพ: AP)

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปูตินสร้างความประหลาดใจแก่หลายฝ่ายด้วยการออกคำสั่งถอนกองกำลังส่วนหลักของรัสเซียออกจากซีเรีย โดยระบุว่า กองทัพบรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่แล้ว

ต่อมาในวันอังคารกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นเครื่องบินรบของรัสเซียชุดแรกกำลังเดินทางออกจากฐานทัพอากาศ เคมิม ในเมืองลาตาเกีย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย ก่อนที่หลายชั่วโมงต่อมา สถานีโทรทัศน์ในรัสเซียจะเผยแพร่ภาพเครื่องบินโจมตี ซู-24, เครื่องบินโจมตี ซู-25, เครื่องบินโจมตี ซู-34 และเฮลิคอปเตอร์หลายลำ เดินทางมาถึงฐานทัพอากาศในเมืองบูตูร์ลินอฟกา ในแคว้นโวโรเนช ทางใต้ของรัสเซีย ท่ามกลางการต้อนรับของทหาร, บาทหลวง และฝูงชน

จะเห็นได้ว่า รัสเซียนำเครื่องบินรบที่เน้นความสามารถในการจู่โจมภาคพื้นกลับมาหลายลำ แต่สำนักข่าว ‘อาร์ไอเอ’ (RIA) รายงานว่า นายปานคอฟระบุว่า รัสเซียจะเหลือกำลังทางอากาศส่วนหนึ่งเอาไว้ “มีการบรรลุผลลัพธ์ในด้านบวกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องชัยชนะเหนือกลุ่มก่อการร้าย กำลังทางอากาศของรัสเซียมีหน้าที่ในการโจมตีฐานของผู้ก่อการร้ายต่อไป”

เครื่องบินรบของรัสเซียเดินทางกลับจากซีเรียถึงฐานทัพอากาศในเมืองบูตูร์ลินอฟกา ในแคว้นโวโรเนช ทางใต้ของรัสเซียแล้ว ในวันที่ 15 มี.ค. (ภาพ: REUTERS)

ขณะที่สำนักข่าวอินเทอร์แฟ็กซ์ (Interfax) ของรัสเซียรายงานอ้างคำพูดของนาย วิคตอร์ โอเซรอฟ ประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งสภาสูงรัสเซีย ว่า กองทัพจะเหลือทหารราว 2 กองพัน หรือประมาณ 800 นาย เอาไว้ในซีเรีย หลังจากถอนกำลังส่วนหลักออกไปแล้ว เพื่อเอาไว้คุ้มกันฐานทัพอากาศเคมิม และฐานทัพเรือที่เมืองตาตัส นอกจากนี้ที่ปรึกษาทางทหารซึ่งทำหน้าที่ฝึกฝนกองทัพรัฐบาลซีเรียก็อาจอยู่ในซีเรียต่อด้วย

ด้านนายเซอร์เกย์ อิวานอฟ หัวหน้าคณะบริหารของประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย (Kremlin Chief of Staff) เผยด้วยว่า รัสเซียจะคงระบบขีปนาวุธภาคพื้นสู่อากาศ ‘เอส-400’ เอาไว้ในซีเรียด้วย

ในขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพซีเรียระหว่างฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด และฝ่ายกบฏ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งผลักดันโดยสหประชาชาติก็เข้าสู่วันที่ 2 ในวันอังคาร โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ออกมา แต่นาย สตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำซีเรีย ออกมาชื่อชนการตัดสินใจถอนทัพของรัสเซีย และหวังว่าเรื่องนี้จำส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการเจรจา

ระทึก! เกิด คาร์บอมบ์ ในกรุงเบอร์ลิน คนขับดับสลด 1 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591346

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 18:20

 

ตำรวจเยอรมนีวุ่น…เกิดเหตุคาร์บอมบ์ ในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวง คร่าชีวิตคนขับ ดับ 1 ศพ เตือนประชาชนในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ปิดหน้าต่างอาคารบ้านเรือน และอย่าเพิ่งออกจากที่พัก จนกว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรถเก๋งคันเกิดเหตุเสร็จเรียบร้อยว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่อีกหรือไม่

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงเยอรมนีว่า เกิดเหตุรถยนต์ติดระเบิด (คาร์บอมบ์) ระเบิดขึ้นกลางถนน ที่เขตชาร์ลอตเต็นเบิร์ก ทางตะวันตกของกรุงเบอร์ลิน เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของเช้าวันที่ 15 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้คนขับรถ เสียชีวิต 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อสรุปเหตุระเบิดครั้งนี้ว่า วัตถุระเบิดถูกติดตั้งอยู่ภายในรถ หรือด้านนอกรถจนเป็นเหตุให้รถยนต์เกิดระเบิดขึ้น

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตำรวจพบว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าว กำลังแล่นอยู่บนถนน และได้ดำเนินการตรวจสอบรถเก๋งคันนี้ว่าอาจมีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่อีก โดยบีบีซีแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงเบอร์ลินได้บอกกับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุว่า ให้ปิดประตูหน้าต่างอาคารบ้านเรือน และควรอยู่แต่ในที่พักก่อนการตรวจสอบรถเก๋งคันที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย

ด้าน เดลี่ เมล ออนไลน์ รายงานด้วยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับชายคนขับรถที่เสียชีวิต หรือรุ่นของรถยนต์ แต่จากภาพที่สำนักงานตำรวจในกรุงเบอร์ลินเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ แสดงให้เห็นว่า เป็นรถเก๋ง สีเงิน VW Passat แบบสเตชั่น วากอน โดยกระจกรถแตกกระจาย ด้านหน้าและด้านข้างรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก

หลงยุค! ฆาตกรฆ่าหมู่นอร์เวย์ ยกมือขึ้นทำท่าวันทยาหัตถ์ทหารนาซี กลางศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591277

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 17:40

 

‘อังเดร เบรวิก’ ฆาตกรฆ่าหมู่สังหารเด็ก 77 ศพที่นอร์เวย์ ยัง ‘แรง’ไม่หยุด  ยกมือขึ้นทำท่าวันทยาหัตถ์ของทหารนาซี-เยอรมนี ทันทีที่ถูกนำตัวขึ้นศาล ฟ้องร้องดำเนินคดีทางการ ‘ละเมิดสิทธิมนุษยชน’ หลังถูกแยกขังเดี่ยว

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายอังเดร เบห์ริง เบรวิก ฆาตกรจอมโหด ก่อคดีสังหารหมู่ ทั้งวางระเบิดและกราดยิง เด็กนักเรียนที่ออกค่ายฤดูร้อน ‘ยุวชนแรงงาน’ บนเกาะอูโทย่า ในประเทศนอร์เวย์ 77 ศพ เมื่อปี 2554 ถูกนำตัวขึ้นศาล และถือเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในช่วงเวลากว่า 4 ปีนับตั้งแต่เขาก่อคดีสังหารหมู่ แต่แล้ว นายเบรวิกก็ทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงและเอือมระอากับพฤติกรรมของเขาอีก เมื่อได้ยกมือขึ้นทำท่าวันทยาหัตถ์ของทหารนาซี-เยอรมนี ระหว่างถูกนำตัวขึ้นศาลในคดีที่เขากล่าวหารัฐบาลว่า ‘ละเมิดสิทธิมนุษยชน’ ที่แยกคุมขังเขาแบบ ‘นักโทษขังเดี่ยว’

ข่าวแจ้งว่า นายเบรวิก วัย 37 ปี ซึ่งแต่งกายในชุดสูทสีเข้ม ได้ถูกนำตัวขึ้นศาล ก่อนเวลา 09.00 น. ของวันที่ 15 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขาได้ยกมือทำท่าวันทยาหัตถ์ของทหารนาซีทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถอดกุญแจมือ พร้อมกับยังได้จับมือทักทายทีมทนายความของเขา

นายอังเดร เบรวิก ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังก่อเหตุฆ่าหมู่เด็กนักเรียน 77 ศพ เมื่อปี 2554

ด้านทนายความของนายเบรวิก ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกจากความผิดในคดีสังหารหมู่ เป็นเวลา 21 ปี ตั้งแต่ปี 2555 กล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีว่า นายเบรวิกมีความเครียดอย่างมากที่ถูกนำตัวไปขังเดี่ยว ที่เรือนจำ Skien ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงออสโล เมืองหลวงนอร์เวย์ ประมาณ 100 กม. ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดคือการหยุดที่จะนำตัวนายเบรวิกไปแยกขังเดี่ยว โดยทนายความชี้ว่า การขังเดี่ยวนั้น มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของนายเบรวิกอย่างมาก

เรือนจำ Skien ที่คุมขังนายอังเดร เบรวิก ที่ถูกขังเดี่ยว

ทั้งนี้ เมื่อ ก.ย.ปีที่แล้ว นายเบรวิกเคยขู่ที่จะฆ่าตัวตายประท้วงการปฏิบัติต่อเขาในคุก ขณะที่ห้องขังของเขาที่เรือนจำ Skien มีโทรทัศน์ , คอมพิวเตอร์ เพียงแต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้นายเบรวิกได้เชื่อมต่อกับโลกภายนอก โดยนายเบรวิกยังเคยเขียนจดหมายไปฟ้องสื่อในนอร์เวย์และสวีเดนว่า การที่เขาถูกแยกขังเดี่ยว และมีเวลาออกไปสูดอากาศข้างนอกแค่วันละ 1 ชั่วโมง ทำให้เขาต้องหยุดพักการเรียนคณะรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออสโลด้วย

ผู้นำโสมแดงขู่ฟ่อ! มีระเบิดนิวเคลียร์ สามารถบึมย่านแมนฮัตตันแหลกเป็นจุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591138

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 15:00

 

คิม จอง อึน กร้าวไม่หยุด…ฝากเตือนถึงชาวอเมริกัน เกาหลีเหนือมีระเบิดนิวเคลียร์ที่สามารถทำลายย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก จนแหลกเป็นผุยผง ขณะที่ยังมีข่าวออกมาอีกว่า เกาหลีเหนือจะทดลองหัวรบนิวเคลียร์ย่อส่วนและขีปนาวุธพิสัยไกลในเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 เว็บไซต์เดอะ มิร์เรอร์ ออนไลน์ รายงานอ้างข่าวจากสำนักข่าว DPRK (Democratic People’s Republic of Korea) กระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เตือนนิ่มๆ เกาหลีเหนือสามารถทำให้ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์กกลายเป็นผุยผง ด้วยระเบิดนิวเคลียร์ พร้อมทั้งยังระบุว่า ระเบิดไฮโดรเจน ของเกาหลีเหนือนั้น มีขนาดใหญ่กว่า ระเบิดไฮโดรเจนที่อดีตสหภาพโซเวียตเคยสร้างขึ้นมาเสียอีก

สำนักข่าว DPRK รายงานอ้างการเปิดเผยของ นายโช ฮยอง อิล นักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่า ถ้าระเบิดไฮโดรเจนถูกนำไปติดตั้งบนขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกล ข้ามทวีปและถูกยิงไปตกที่เขตแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ แล้วละก็ ผู้คนที่นั่นทั้งหมดจะเสียชีวิตทันที และเมืองทั้งเมืองจะแหลกเป็นผุยผง ซึ่งมันจะเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

คิม จอง อึน ไปดูความคืบหน้าในการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ย่อส่วน จนมีขนาดเล็กพอถูกติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยไกล

มิร์เรอร์ แจ้งว่า ข่าวดังกล่าวจากสื่อกระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือมีขึ้น หลังจากมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการสืบสวนในเรื่องสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือได้เรียกร้องให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ดำเนินคดีกับคิม จอง อึน รวมทั้งลูกน้องที่เป็น ‘ลิ่วล้อ’ ของเขาในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศยังรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะทดลองหัวรบนิวเคลียร์ย่อส่วน และขีปนาวุธพิสัยไกลในเร็ววันนี้ หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว คิม จอง อึน เพิ่งอ้างว่า นักวิทยาศาสตร์เกาหลีเหนือ สามารถพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ย่อส่วนให้มีขนาดเล็กพอที่จะติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยไกลสำเร็จแล้ว.