สนง.อวกาศยุโรปตั้งเป้าสร้างบ้านบนดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ก.ย. 2559 05:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735266

 

โครงการอวกาศของมนุษยชาติยังคงมีความหวังที่จะพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างเอกสารเสนอโครงการของสำนักงานอวกาศแห่งชาติยุโรปหรือ อีเอสเอ ระบุว่า อีเอสเอมีแผนการลำดับต่อไปที่จะสร้างหมู่บ้านวิจัยบนดวงจันทร์ เพื่อส่งทีมวิจัยและหุ่นยนต์ขึ้นไปทำการตรวจสอบดวงจันทร์อย่างละเอียดไปจนถึงการขุดเหมือง นอกจากนี้ หมู่บ้านดังกล่าวอาจจะถูกใช้เป็นจุดพักสำหรับยานและนักบินอวกาศที่จะเดินทางต่อไปยังดาวอังคาร อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวเป็นโครงการขั้นต้นและทางอีเอสเออยู่ระหว่างประสานงานขอความร่วมมือกับสำนักงานอวกาศของชาติอื่นๆ

นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ยังมีแผนการที่จะส่งยานขึ้นไปดักจับอุกกาบาตในอวกาศ และลากจูงมายังวงโคจรของดวงจันทร์เพื่อทำการสำรวจสสารบนอุกกาบาตที่เชื่อว่าจะบ่งบอกได้ถึงต้นกำเนิดของระบบสุริยจักรวาล นำมาสมทบกับข้อมูลของยานสำรวจโรเซตตาของยุโรปที่ไม่นานมานี้เพิ่งประสบความสำเร็จในการลงจอดบนอุกกาบาตและเก็บข้อมูลขั้นต้นมา นอกจากนี้ ในปี 2563 ยุโรปและรัสเซียมีแผนปล่อยยานขุดเจาะไปยังดาวอังคาร เพื่อค้นหาสัญญาณสิ่งมีชีวิตเพิ่มเติม.

 

โคลอมเบียเซ็นสันติภาพกบฏฟาร์กหวังฟื้นศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ก.ย. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735262

 

ก่อนลงนามข้อตกลงสันติภาพกับกองกำลังปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย (กบฏฟาร์ก) ที่คาร์ตาเฮนา เมืองท่าแถบชายฝั่งมหาสมุทรแคริบเบียนของโคลอมเบียใน 26 ก.ย.นี้ตามวันเวลาท้องถิ่น เพื่อยุติสงครามสู้รบยืดเยื้อมากว่า 52 ปี คร่าชีวิตผู้คนกว่า 260,000 คน ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส วัย 65 ปี ของโคลอมเบีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า การบรรลุแผนสันติภาพกับกบฏฟาร์กจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตและทำให้ประเทศฟื้นคืนโครงสร้างทางสังคมที่แตกสลายไปกับสงครามความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ได้

นายซานโตสระบุด้วยว่า การลงนามข้อตกลงยุติความขัดแย้งนั้นไม่ยาก แต่งานหนักที่รออยู่คือการบูรณะประเทศ และมั่นใจชาวโคลอมเบียส่วนใหญ่จะสนับสนุนแผนสันติภาพกับกบฏฟาร์กดังกล่าวในการทำประชามติในวันที่ 2 ต.ค. เพราะสันติภาพคือชัยชนะของทุกคน

พิธีลงนามจะมีขึ้นในเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ผู้นำซานโตสจะร่วมลงนามข้อตกลงสันติภาพยุติสงครามกับนายติโมเลียน จิเมเนซ หรือติโมเชนโก ผู้นำกบฏฟาร์ก วัย 57 ปี ท่ามกลางเหล่าผู้นำโลกและคนอื่นๆกว่า 2,500 คนร่วมเป็นสักขีพยาน รวมทั้งนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งเหล่าผู้นำประเทศแถบละตินอเมริกาโดยเฉพาะประธานาธิบดีราอูล คาสโตรของคิวบาซึ่งเป็นเจ้าภาพเจรจาสันติภาพของทั้งสองฝ่ายมาเกือบ 4 ปี เพิ่งได้ข้อตกลงสุดท้ายกันเมื่อ 24 ส.ค.ทั้งนี้หลังกบฏฟาร์กซึ่งนิยมลัทธิมาร์กซิสต์ เปิดศึกสู้รบกับรัฐบาลโคลอมเบียมาตั้งแต่ปี 2507


ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย และ ติโมเลียน จิเมเนซ หรือติโมเชนโก ผู้นำกบฏฟาร์ก

ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ กบฎฟาร์กมีเวลา 180 วัน เพื่อปลดอาวุธและเคลื่อนพลนักรบที่มีอยู่ราว 7,500 คน จากป่ามาอยู่ที่เขตปลดอาวุธที่ยูเอ็นตั้งขึ้น และจะมีการอภัยโทษให้ผู้ก่อคดีอาญาทางการเมืองในช่วงสงครามสู้รบกันมา 52 ปี แต่ไม่รวมผู้ก่อเหตุร้ายๆ เช่น ฆ่าหมู่ ทรมานและข่มขืน กบฏฟาร์กยังยอมหยุดผลิตยาเสพติด ส่วนรัฐบาลให้คำมั่นช่วยเหลือชาวนาไม่ให้ปลูกพืชผิดกฎหมาย กบฏฟาร์กยังจะได้รับรองเป็นพรรคการเมือง ได้รับจัดสรรที่นั่งในสภาผู้แทนฯ 10 ที่นั่งจากทั้งหมด 268 ที่นั่ง ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นจัดหาที่ดิน เงินกู้และบริการพื้นฐานให้ผู้คนในเขตชนบท

ขณะที่กองทัพปลดแอกแห่งชาติ (อีแอลเอ็น) กลุ่มกบฏหัวเอียงซ้ายและเป็นกบฏกลุ่มใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโคลอมเบีย เห็นชอบที่จะหยุดยิงก่อนมีการทำประชามติ แต่รัฐบาลโคลอมเบียยังไม่เริ่มแผนเจรจาสันติภาพกับอีแอลเอ็น โดยยังตั้งเงื่อนไขให้กบฏอีแอลเอ็นต้องยุติการก่อเหตุลักพาตัวผู้คนก่อน.

 

มะกันชนนับล้านชม ‘ทรัมป์-คลินตัน’ ดีเบตนัดแรก-ผลโพลสูสี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ย. 2559 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735277

 

ชาวอเมริกันทั่วประเทศเฝ้าชมการโต้อภิปรายครั้งแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน และโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่เริ่มขึ้นในคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอเมริกันนับล้านเฝ้ารอชมการถ่ายทอดสด การโต้วาที หรือ ดีเบต รอบแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนฝ่ายรีพับลิกัน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีคะแนนนิยมที่เท่าเทียมสูสีกัน


ผู้ชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐ ขึ้นเวที

การดีเบตนาน 90 นาที ครั้งที่ 1 จาก 3 ครั้ง จะเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัย ฮอฟสตรา ในเมือง ลอง ไอส์แลนด์ ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งผู้ท้าชิงทั้งสองต่างมุ่งหวังที่จะลบความกังขาในใจของเหล่าผู้สนับสนุน และโจมตีจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดในเวลา 21:00 น. วันจันทร์นี้ (08:00 น. วันอังคารตามเวลาประเทศไทย) และคาดว่าจะมีผู้ชมถึง 80 ล้านคน เทียบเท่าการดีเบตของประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ และนาย โรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 1980


เวทีดีเบตที่นายทรัมป์และนางคลินตันจะโต้อภิปรายกันในคืนวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น

ในการโต้วาทีครั้งนี้นายทรัมป์ นักธุรกิจชาวนิวยอร์กและอดีตเจ้าของรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ จะได้โอกาสแสดงความหนักแน่นของผู้นำที่น่าเชื่อถือ หลังจากถูกโจมตีว่าด้อยความรู้เรื่องนโยบาย และเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่เหมาะกับการเป็นประธานาธิบดี ส่วนนางคลินตันจะมีโอกาสสื่อสารถึงผู้โหวตที่ไม่เชื่อถือเธอโดยตรง เพื่อลดทอนความเสียหายจากข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับกรณีใช้อีเมลส่วนตัวในการติดต่อกิจของรัฐแทนที่จะใช้อีเมลราชการ จนถูกโจมตีเรื่องความไม่โปร่งใส


ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต

โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนฝ่ายรีพับลิกัน

ด้านผลสำรวจคะแนนความนิยมก่อนเริ่มการดีเบต ปรากฏว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีคะแนนสูสีกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางคลินตันเป็นฝ่ายนำห่าง โดยผลสำรวจของ ซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี ระบุว่า ทรัมป์นำคลินตันอยู่ที่ 42% ต่อ 41% ในรัฐโคโลราโด ส่วนที่รัฐเพนซิลเวเนีย คลินตันนำทรัมป์อยู่เล็กน้อยที่ 45% ต่อ 44% ขณะที่ บลูมเบิร์ก โพลิติกส์ โพล ที่เผยแพร่ในวันจันทร์ ระบุว่าทั้งคู่มีความนิยมเท่ากันที่ 46%


ทั้ง 2 ดีเบตกันดุเด็ดเผ็ดร้อนในเรื่องนโยบายต่างๆ

แต่เมื่อถามในเรื่องความฉลาด, สุขภาพ และความซื่อสัตย์ พบว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยผู้โหวตคิดว่าทรัมป์มีความซื้อสัตย์มากกว่า และสุขภาพดีกว่า ส่วนคลินตันมีความฉลาดมากกว่านายทรัมป์ อย่างไรก็ตาม นายแดน ชเนอร์ อดีตนักยุทธศาสตร์ของรีพับลิกัน ซึ่งตอนนี้เป็นนักยุทธศาสตร์การเมืองของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ระบุว่า นายทรัมป์อาจได้ประโยชน์จากการที่เขาได้รับความคาดหวังจากผู้โหวตน้อยกว่า “เขาไม่จำเป็นต้องแสดงความหลักแหลม ขอเพียงแค่เขาไม่คุยโวเกินไปเท่านั้นก็พอ”

ส่วนนาย รอบบี้ มูค ผู้จัดการทีมหาเสียงของคลินตันบอกกับสำนักข่าวเอ็นบีซีว่า สิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการคือ ความ 2 มาตรฐาน ที่ฮิลลารี คลินตัน ถูกตัดสินในเรื่องนโยบาย ขณะที่นายทรัมป์กลับได้คะแนนในเรื่องพัฒนาการ


เลสเตอร์ โฮลต์ ผู้ดำเนินรายการโต้อภิปรายคนล่าสุด

ขณะเดียวกัน บทบาทของนายเลสเตอร์ โฮลต์ ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีซี นิวส์ ผู้ดำเนินรายการโต้อภิปรายครั้งนี้ ก็ได้รับการจับตามองอย่างมาก โดยทีมหาเสียงของนางคลินตันรวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้เขาแก้ไขคำพูดของนายทรัมป์ให้ถูกต้อง หากนายทรัมป์มีคำกล่าวอ้างผิดๆ ขณะที่นายทรัมป์ตอบโต้จุดนี้ว่า ผู้โต้อภิปรายควรเป็นผู้แก้ไขคำผิดเอง

ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดของ วอชิงตัน โพสต์/เอบีซี นิวส์ โพล ซึ่งเผยแพร่ในวันอาทิตย์ ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 78% กำลังติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่มีผู้มีสิทธิ์ฯ จะออกไปใช้สิทธิอย่างแน่นอนที่ 67%

ขณะที่ อีโคโนมิสต์/ยูโกฟ โพล ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. ระบุว่า ผู้รับการสำรวจ 44% จะไปลงคะแนนให้นางคลินตัน ขณะที่อีก 41% จะลงคะแนนให้นายทรัมป์

 

มะกันระทึกอีก! มือปืนกราดยิงในเมืองฮิวส์ตันเจ็บ 9 ก่อนโดนวิสามัญฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735152

 

เกิดเหตุมือปืนกราดยิงผู้คนที่ลานจอดรถของศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในเมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 9 คน ส่วนคนร้ายถูกตำรวจยิงเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายไม่ทราบชื่อใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนที่ลานจอดรถของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฮิวส์ตัน เมืองใหญ่ที่สุดในรัฐเทกซัส ของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 26 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ก่อนที่คนร้ายจะยิงปืนต่อสู้กับตำรวจและถูกวิสามัญฆาตกรรม

หลังเกิดเหตุ นาง มาร์ธา มอนตัลโว รักษาการผู้บังคับการตำรวจเมืองฮิวส์ตัน แถลงต่อสื่อว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คนในเหตุยิงกันครั้งนี้ โดย 3 คนได้รับการรักษาและเดินทางกลับได้แล้ว ส่วนอีก 6 คนยังตั้งพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งในจำนวนนี้มี 1 คนบาดเจ็บอาการสาหัส และอีกคนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนผู้ต้องสงสัยถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม นายมอนตัลโว ไม่เปิดเผยชื่อของผู้ต้องสงสัย แต่บอกกับสื่อว่า ชายคนนี้เป็นทนายความและกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับบริษัทกฎหมายของเขา

 

เครียด! ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบสกัดฝูงบินจีน โฉบใกล้เกาะโอกินาวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 19:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735022

 

(ภาพจากยูทูบ Oneindia News)

ญี่ปุ่นกับจีนเครียด..ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดฝูงบินรบกองทัพอากาศจีน บินโฉบเฉียดเกาะโอกินาวา จีนแจงแค่บินมาร่วมซ้อมรบตามปกติ

เมื่อ 26 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ญี่ปุ่นกับจีนตึงเครียด กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ตัดสินใจนำเครื่องบินรบขึ้นสกัดฝูงบินรบของจีน 8 ลำ ที่บินเข้ามาในช่องแคบมิยาโกะ ใกล้เกาะโอกินาวาและมิยาโกะจิมะของญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา

บีบีซี แจ้งว่า เครื่องบินหลายลำของกองทัพอากาศจีนที่บินเข้ามาใกล้เกาะโอกินาวาและมิยาโกะจิมะนี้ ประกอบด้วย เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินลาดตระเวน และมีเครื่องบินรบอีก 1 ลำ ขณะที่ ทางการจีน ชี้ว่า เครื่องบินเหล่านี้ของจีนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบิน 40 ลำที่ถูกส่งมาร่วมในการซ้อมรบป้องกันภัยทางอากาศตามปกติอยู่แล้ว

ข่าวแจ้งว่า เหตุตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีน เกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียว หลังจากญี่ปุ่นส่งกำลังทหารเข้าร่วมในการซ้อมรบร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ ขณะที่ โฆษกระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวทางทหารของจีนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ช่องแคบมิยาโกะ ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ อยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะโอกินาวา และใกล้ไต้หวัน รวมทั้งยังใกล้กับหมู่เกาะเซนกากุ หรือจีนเรียกว่า เตี้ยวหยู ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่กำลังเกิดข้อพิพาทกันระหว่างจีนและญี่ปุ่น ที่ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ

 

มีที่มา! ทำไม แกะในฟาร์มนี้ที่อังกฤษ ‘สีส้ม’ จนนักท่องเที่ยวแห่ดูตรึม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 17:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734927

 

(ภาพจากยูทูบ : USA Newsblok24)

นักท่องเที่ยวแห่มาดู แกะสีส้ม สดใส ที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง ในอังกฤษ แต่เบื้องหลังที่ทำให้เจ้าของฟาร์ม ตัดสินใจพ่นสีสเปรย์ให้กับแกะของเขา สุดซีเรียส…

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. สำนักข่าวบีบีซี ในอังกฤษ รายงานเสนอข่าวน่ารักๆของบรรดาแกะที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองคัมเบรีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ ที่กำลังได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมาก ที่ต่างพากันมาถ่ายรูปแกะที่ฟาร์มแห่งนี้ ด้วยความที่ขนของมันไม่ได้มีสีขาวเหมือนแกะทั่วๆ ไป เพราะเจ้าของฟาร์มได้พ่นให้แกะที่ฟาร์มของเขา กลายเป็นแกะสีส้ม จนมีสีสันสดใสตัดกับหญ้าสีเขียวขจี

บีบีซี เผยว่า เหตุผลจริงๆ ที่ทำให้นายปิพ ซิมป์สัน เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ที่เลี้ยงแกะนับ 800 ตัว พ่นสีส้มให้กับแกะของเขานั้น เนื่องจากเขาต้องเจอปัญหาใหญ่ สุดซีเรียส จากการที่แกะในฟาร์มของเขาโดนขโมยอยู่เรื่อยๆ เฉพาะแค่ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีแกะในฟาร์มของเขาโดนขโมยไปแล้วกว่า 300 ตัว จึงทำให้เขาเกิดความคิดพ่นสีส้มให้กับแกะของเขาเพื่อป้องกันการถูกขโมย หรืออย่างน้อยก็คงทำให้บรรดาหัวขโมยทั้งหลายฉุกคิดกันมากขึ้นหากจะมาลักแกะในฟาร์มของเขา เพราะพวกมันมีสีส้ม แตกต่างจากแกะทั่วไป


อย่างไรก็ตาม จากความเป็นห่วงว่าสีสเปรย์จะเป็นอันตรายต่อแกะหรือไม่ ปรากฏว่า เจ้าของฟาร์มบอกว่า เขาได้พ่นสีให้กับแกะแล้วประมาณ 12 เดือน ยังไม่พบว่า สีสเปรย์เป็นอันตรายต่อสุขภาพของแกะแต่อย่างใด


ชมคลิป ที่นี่

มะกันจวกรัสเซีย ‘ป่าเถื่อน’! อเลปโปโดนถล่มหนักกว่า200 เที่ยว ตายอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 16:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734833

 

คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นประชุมฉุกเฉิน เมืองอเลปโปในซีเรียโดนกองกำลังซีเรียและรัสเซียเริ่มกลับมาโจมตีอย่างหนัก ขณะที่ทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น ประณามรัสเซีย ‘ป่าเถื่อน’ ร่วมมือกับปธน.บาชาร์ อัล อัสซาด ทำสงคราม เรียกร้องยูเอ็นควรกล้าฟันธง ใครต้องรับผิดชอบ

เมื่อ 26 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประชุมฉุกเฉินหารือสถานการณ์รุนแรงในเมืองอเลปโป ทางภาคเหนือของประเทศซีเรียที่โดนกองกำลังซีเรียและรัสเซียหวนกลับมาระดมโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 213 ราย โดยนางสาว ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นกล่าวตำหนิรัสเซียว่า กระทำการ ‘ป่าเถื่อน’ จากการระดมทิ้งระเบิด โจมตีทางอากาศถล่มเมืองอเลปโป


นางสาวซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็น

เอกอัครราชทูตหญิงของสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น ยังกล่าวในที่ประชุมว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังให้การสนับสนุนรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย ซึ่งมีอำนาจมายาวนานในการที่จะหยุดยั้งเหตุรุนแรงในประเทศ “แทนที่จะทำเพื่อสันติภาพ, รัสเซียและอัสซาดกลับทำสงคราม แทนที่จะช่วยชีวิตพลเมืองชาวซีเรีย แต่รัสเซีย และอัสซาดกลับกำลังทิ้งระเบิดถล่มโรงพยาบาลและรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น’ ซาแมนธา พาวเวอร์ กล่าว พร้อมทั้งยังตำหนิรัสเซียว่ากำลังเตรียมตัวที่จะโจมตีทางตะวันออกของเมืองอเลปโปตลอดเวลา ทั้งที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังบอกยูเอ็นว่า รัสเซียตกลงรับเงื่อนไขข้อตกลงสันติภาพ


นางสาวพาวเวอร์ ยังเรียกร้องให้ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นควรกล้าที่จะชี้ว่าใครควรรับผิดชอบ และบอกรัสเซียให้หยุดโจมตีในซีเรีย อย่างไรก็ตาม ด้าน นายวิตาลี ชูร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ไม่ได้กล่าวคำพูดใดๆออกมากรณีรัสเซียเกี่ยวข้องกับการโจมตีเมืองอเลปโป หลังจากทางการรัสเซียได้ปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีทางอากาศถล่มขบวนรถบรรทุกยูเอ็น 18 คัน จากจำนวน 31 คัน ใกล้เมืองอเลปโป ที่กำลังนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือชาวซีเรีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยรัสเซียยังชี้ว่ากบฏต่อต้านรัฐบาลเป็นฝ่ายยิงปืน ค. หรือไม่ก็ อากาศยานไร้คนขับ(โดรนฉของสหรัฐฯ ต่างหากที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุสลด โจมตีขบวนรถยูเอ็นในครั้งนี้ ไม่ใช่รัสเซีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! โจมตีทางอากาศ 200 ครั้งถล่มอเลปโป ดับกว่า 100 ติดใต้ซากอื้อ

 

ก็ ฮ.น่าสนใจกว่า! เจ้าชายจอร์จ ทรงเมินทักทายนายกฯแคนาดา (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 12:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734430

 

‘ผู้ใหญ่ทำอะไรกันอยู่นะ’ เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ทรงเมินเฉยการทักทายของนายกฯ ทรูโด ขณะเสด็จเยือนแคนาดา ด้วยความที่ยังทรงพระเยาว์ ตรงไปตรงมา และน่าจะกำลังทรงสนพระทัยเฮลิคอปเตอร์ที่มาลงจอดพอดีมากกว่า

เมื่อ 26 ก.ย.สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวแคนาดาและชาวเน็ตที่ชื่นชอบนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด อาจใจสลาย เมื่อเห็นเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โตในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน (เจ้าหญิงเคท) ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเมินเฉยที่จะตอบรับการทักทายของนายกรัฐมนตรีทรูโด ขณะเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ซึ่งทรงพาเจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระโอรสและพระธิดาเสด็จพระดำเนินมาถึงเมืองวิคตอเรีย รัฐบริติช โคลัมเบีย เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ในโอกาสเสด็จเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ

เจ้าชายจอร์จ ซึ่งทรงหล่อเหลาในชุดโปรด กางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อเชิ้ตลายสกอตและเสื้อไหมพรมคอกลม แขนยาวสีฟ้าน้ำทะเล ทรงสั่นศีรษะ ไม่ตอบรับการทักทายของนายทรูโด นายกฯ ขวัญใจชาวแคนาดา ที่ได้คุกเข่าลงเพื่อจะทักทายแบบตีมือกับเจ้าชายพระองค์น้อย แม้นายกฯ ทรูโดจะพยายามขอจับพระหัตถ์ แต่เจ้าชายจอร์จก็ทรงปฏิเสธ ขณะที่ในช่วงนั้น เจ้าชายวิลเลียม พระบิดากำลังทรงทักทายกับนายเดวิด จอห์นสตัน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ประจำแคนาดา และบุคคลอื่นที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ


จากภาพข่าวจะเห็นว่า ระหว่างเจ้าชายวิลเลียมทรงจูงพระหัตถ์เจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์น้อย พระชันษา 3 ปี ขณะที่เจ้าหญิงเคททรงอุ้มเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระชันษา 1 ปี ขณะเสด็จพระดำเนินลงจากเครื่องบิน ช่วงนั้น ได้มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินมาลงจอดพอดี จึงทำให้เจ้าชายจอร์จ ได้ทรงหันไปดูเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นด้วยความสนพระทัย ขณะที่พระบิดาและพระมารดากำลังทรงทักทายนายจอห์นสตัน และภริยา รวมถึงนายกฯ ทรูโดและคณะที่มารอรับเสด็จ อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหญิงเคทได้ทรงหันมาพูดคุยกับพระโอรสแล้ว เจ้าชายองค์น้อยทรงแย้มยิ้ม และทรงโบกพระหัตถ์ให้กับผู้ที่มาต้อนรับอย่างน่าเอ็นดู


ชมคลิป :เจ้าชายจอร์จทรงเมินเฉยที่จะทักทายนายกฯแคนาดา

:เจ้าชายจอร์จทรงสนพระทัยเฮลิคอปเตอร์กำลังจะลงจอด

ชี้! ระเบิดบูดาเปสต์มุ่งโจมตีตำรวจ-เร่งล่าผู้ต้องสงสัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2559 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734184

 

ผบ.ตร.ฮังการี ยืนยันในวันอาทิตย์ว่า เหตุระเบิดในกรุงบูดาเปสต์เมื่อวันเสาร์ มีเป้าหมายที่ตำรวจ และขณะนี้กำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งอยู่ โดยตั้งรางวัลนำจับด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศฮังการีกำลังตามล่าตัวชายคนหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ วางระเบิดลูกปรายประดิษฐ์เองบริเวณวิทยาลัยดนตรี ‘ลิสต์ เฟเรนซ์’ อันมีชื่อเสียงโด่งดัง กลางเมืองหลวงกรุงบูดาเปสต์ โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายคาโรลี ปาปป์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฮังการีกล่าวในวันอาทิตย์ว่า ตำรวจเป็นเป้าหมายของการระเบิดครั้งนี้ แต่เขาไม่เปิดเผยมูลเหตุจูงใจของคนร้าย ขณะเดียวกับก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเป็นการก่อการร้ายออกไปเช่นกัน

ผบ.ตร.ฮังการี ยังได้เปิดเผยรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องสงสัย โดยเชื่อว่าเป็นชายอายุประมาณ 20-25 ปี สูงประมาณ 170 ซม. พร้อมเสนอเงินรางวัลนำจับจำนวน 10 ล้านโฟรินท์ (ราว 1.2 ล้านบาท) ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยด้วย “เราจะหาคนร้ายให้พบและหาแรงจูงใจของเขา” นายปาปป์กล่าว และเสริมด้วยว่าเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายมีส่วนร่วมในคดีนี้

ทั้งนี้ จนถึงเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ถนนหลายสายใกล้จุดเกิดเหตุยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังตรวจหาหลักฐาน ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ เจ้าหน้าที่หญิงอายุ 23 ปี มีอาการเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่นเดียวกับตำรวจชายคู่หูวัย 26 ปีของเธอ โดยทั้งคู่กำลังรักษาตัวในห้องไอซียู หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด

 

มะกันลุ้นอังคารนี้ ฮิลลารี-ทรัมป์โต้วาทีใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.ย. 2559 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734140

 

บรรยากาศการเมืองสหรัฐอเมริกาได้มาถึงจุดชี้วัดกันอีกครั้ง หลังผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน จะก้าวขึ้นสู่เวทีโต้วาทีใหญ่รอบแรก ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนนโยบายบริหารประเทศและจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ตามเวลาไทย

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การโต้วาทีใหญ่รอบแรกจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮาฟสตรา ที่ลองไอแลนด์ รัฐนิวยอร์ก ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 26 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือ 08.00 น.ของวันที่ 27 ก.ย.ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นสถานที่เคยจัดโต้วาทีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯมาแล้วในปี 2551 และปี 2555 โดยเวทีโต้วาทีครั้งนี้มีนายเลสเตอร์ โฮลต์ ผู้ประกาศข่าวช่องโทรทัศน์เอ็นบีซี เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับคำถามหลักๆ จะมี 3 หัวข้อ คือ 1.ทิศทางของอเมริกา 2.การสร้างความมั่งคั่ง และ 3.การปกป้องอเมริกา ภายในกรอบเวลา 90 นาที แบ่งเป็นคำถามละ 30 นาที ซึ่งภายใน 30 นาทีดังกล่าว ผู้สมัครจะมีเวลาตอบไม่เกิน 2 นาที และสามารถถูกโต้แย้งได้ ซึ่งผู้โต้แย้งก็จะพูดไม่เกิน 2 นาทีเช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า นางฮิลลารีมีภาษีดีกว่าด้วยประสบการณ์ แต่อุปสรรคสำคัญคือ ภาพลักษณ์ของนางฮิลลารีที่ถูกมองจากประชาชนเกินครึ่งว่ายังดูไม่จริงใจพอ ส่วนนายทรัมป์ประเด็นอยู่ที่ว่า จะพูดอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ามีดีพอที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และจะควบคุมตัวเองได้ดีแค่ไหน

วันเดียวกัน ทีมหาเสียงของนางฮิลลารีประกาศว่าจะเชิญนายมาร์ค คิวบัน มหาเศรษฐีผู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของนายทรัมป์ มานั่งฟังแถวหน้าเวทีโต้วาทีครั้งนี้ ส่งผลให้ทีมนายทรัมป์กล่าวตอบโต้ว่า ถ้าจะเชิญนายคิวบันมานั่งฟัง ตนก็จะเชิญนางเจนนิเฟอร์ ฟลาวเวอร์ส อดีตนางแบบที่เคยมีข่าวฉาวว่าแอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯและสามีของนางฮิลลารี มานั่งฟังเช่นกัน

ส่วนนายเท็ด ครูซ อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ที่เคยเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนายทรัมป์ กล่าวเปิดใจว่า รู้สึกทรมานมากที่ตนต้องมาประกาศสนับสนุนนายทรัมป์ในที่สุด แต่ไม่ว่าทางไหนตนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี พร้อมกล่าวว่าที่ตนออกตัวสนับสนุนนายทรัมป์ ไม่ใช่เพราะถูกพรรครีพับลิกันกดดันมา.