นายกฯ ฝรั่งเศสเตือน จะมีก่อการร้ายในประเทศรอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719408

 

มานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศฝรั่งเศส ออกมาเตือนในวันอาทิตย์ว่า จะมีการโจมตีรอบใหม่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส และมีคนจำนวนมากกำลังถูกทำให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ย. มานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศฝรั่งเศส ออกมาเตือนว่า จะมีการโจมตีรอบใหม่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส พร้อมทั้งตอบโต้ของเสนอของอดีตประธานาธิบดี นิโคลาส์ ซาร์โกซี เพิ่มการรักษาความปลอดภัย ว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการรับมือกับภัยคุกคาม

กรุงปารีสของฝรั่งเศส กำลังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสระบุว่า พวกเขาสลายกลุ่มลัทธิก่อการร้ายที่วางแผนจะโจมตีสถานีรถไฟใต้ดิน ตามการชี้นำของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งนายวาลส์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ ยุโรป 1 และสถานีโทรทัศน์ ไอเทเล (Itele) ว่า “ในสัปดาห์นี้ มีการโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้ง ที่ถูกขัดขวางเอาไว้ได้”

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเผยอีกว่า มีคนจำนวนกว่า 15,000 คน ที่อยู่ในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าวกรอง ที่กำลังอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนให้เป็นพวกหัวรุนแรง “จะมีการโจมตีรอบใหม่ จะมีเหยื่อผู้บริสุทธิ์ และนี้ก็เป็นบทบาทของผมในการบอกความจริงกับชาวฝรั่งเศส” นายวาลส์ กล่าว

นายวาลส์ยังตอบโต้นายซาร์โกซีที่เรียกร้องให้ก่อตั้งศาลพิเศษ และทัณฑสถาน เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยว่า เขาคิดผิดที่พยายามจะบีบคั้นกฎหมาย

 

แผ่นดินไหว 5.3 เขย่าเมืองหลวงมาซิโดเนีย เจ็บ 30 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719348

 

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.3 ใกล้เมืองหลวงของประเทศมาซิโดเนีย เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายเล็กน้อย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 30 คน…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติ (ยูเอสจีเอส) ของสหรัฐฯ รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ย. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.3 ในประเทศมาซิโดเนีย โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กม. ห่างจากกรุงสโกเปีย เมืองหลวงของมาซิโดเนีย ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 2 กม.


ชาวกรุงสโกเปียออกมาอยู่กลางแจ้งหลังเกิดแผ่นดินไหว

นางนาดิกา วิโควา แผ่นดินไหวสร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้คนในกรุงสโกเปีย ทำให้คนรีบหนีออกจากอาคาร จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยประมาณ 30 คน ขณะที่เกิดความเสียหายโดยกระจกหน้าต่างอาคารหลายบานแตกเพราะแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ยังพบรอยแตกที่กำแพงบางจุดด้วย

ทั้งนี้ กรุงสโกเปียตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก และเมืองแห่งนี้เกือบถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงในเหตุแผ่นดินไหว เมื่อปี ค.ศ. 1963 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในยุโรป


แผ่นดินไหวทำให้คอนกรีตตกลงมาใส่รถยนต์คนหนึ่งในกรุงสโกเปียจนได้รับความเสียหาย
 

อเมริกันชนร่วมรำลึก 15 ปี 9/11 วินาศกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719323

 

ชาวอเมริกันร่วมพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตเหตุวินาศกรรมโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน โดยงานจัดทั้งในพื้นที่ กราวด์ซีโร่ อดีตที่ตั้งของตึกดังกล่าว และที่อาคารกระทรวงกลาโหมเพนตากอน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ย. ชาวอเมริกันร่วมรำลึกวันครบรอบ 15 ปี เหตุวินาศกรรมโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ฝีมือกลุ่มก่อการร้ายอัลเคดา ที่เกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกันนี้เมื่อ 15 ปีก่อน และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ โดยจะมีการจัดพิธีอ่านชื่อเหยื่อผู้เสียชีวิต, ลั่นระฆังโบสถ์ และเปิดไฟไว้อาลัยบริเวณพื้นที่กราวน์ซีโร่ จุดที่ตึกแฝดถล่มลงมา


เจ้าหน้าที่ทำพิธีอ่านชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุวินาศกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ที่อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ 11 กันยายนแห่งชาติ ใน แมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์ก บริเวณพื้นที่กราวด์ซีโร่ ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มแรก ทำพิธีอ่านชื่อผู้เสียชีวิตที่มากเกือบ 3,000 คน อย่างช้าๆ และกล่าวคำอาลัยเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ นอกจากผู้เสียชีวิตจะเป็นผู้คนที่อยู่ในตึกแฝดทั้งสองแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกกว่า 360 นาย และตำรวจอีก 60 นายเสียชีวิต โดยผู้ที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มแรกจำนวนมากต้องเสียชีวิตเพราะพยายามขึ้นบันไดไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บนตึก ก่อนที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์จะพังถล่มลงมา


ผู้คนชูภาพของบุคคลอันเป็นที่รักขึ้นมาระหว่างร่วมพิธีรำลึกในนครนิวยอร์ก

ภายในพิธีจะมีการหยุดเพื่อสงบนิ่งไว้อาลัย 6 ครั้งเริ่มตั้งแต่เวลา 8:46น. อันเป็นเวลาที่เครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ 11 บินเข้าชนหอคอยเหนือ (North Tower) หนึ่งในตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์, ครั้งที่ 2 คือเวลา 9:03น. เมื่อเที่ยวบินที่ 175 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส บินชนหอคอยใต้ (South Tower) ตามด้วยในเวลา 9:37น. ซึ่งเป็นเวลาที่เที่ยวบินที่ 77 ของอเมริกัน แอร์ไลน์ส บินชนตึกกระทรวงกลาโหมเพนตากอน


ชายคนหนึ่งนำดอกไม้ไปวางไว้ที่อนุสรณ์สถาน 11 กันยายน ในแมนฮัตตัน

การสงบนิ่งครั้งที่ 4 จะมีขึ้นในเวลา 9:59น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่หอคอยใต้พังถล่มลงมาก ส่วนครั้งที่ 5 เกิดขึ้นในเวลา 10:03น. เมื่อเที่ยวบินที่ 93 ของยูไนเต็ด แอร์ไลร์ส ตกที่เมืองแชงค์สวิลล์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย เนื่องจากผู้โดยสารบนเครื่องขัดขืนผู้ก่อการร้ายที่จี้เครื่องบิน และการสงบนั่งครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นในเวลา 10:28น. เมื่อหอคอยเหนือพังถล่มลงมา ขณะเดียวกันโบสถ์ทั่วนิวยอร์กจะลั่นระฆังตามเวลาดังกล่าวด้วย


ภาพการฉายแสงจากพื้นที่กราวด์ซีโร่ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 10 ก.ย.

ขณะที่เมื่อตกกลางคืนจะมีการฉายแสงจากจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝด ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสระน้ำและน้ำตก ขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เพื่อแสดงถึงตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ก่อนที่แสงนี้จะจากหายไปในช่วงรุ่งเช้า


ผู้คนกำลังเดินทางไปยังอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เที่ยวบิน 93 ในเมืองแชงค์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจุดเทียนและนำไปวางไว้ที่ ‘วอลล์ ออฟ เนม’ ซึ่งจารึกชื่อของผู้โดยสารและลูกเรือของเที่ยวบินที่ 93 เอาไว้

อีกด้านหนึ่งที่ตึกกระทรวงกลาโหม เพนตากอน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ทำพิธีวางพวงหรีดไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 โดยเขากล่าวว่า “15 ปี อาจดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับครอบครัวที่สูญเสียส่วนหนึ่งของหัวใจไปในวันนั้น ผมจินตนาการว่า มันอาจเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง”


บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำพิธีวางพวงหรีดที่เพนตากอน
 

ระทึก! ธรณีพิโรธ 5.7 เขย่าแทนซาเนีย ดับ 11 ศพ เจ็บเกือบ 200

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718555

 

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.7 บริเวณชายแดนทางเหนือของประเทศแทนซาเนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเกือบ 200 คน…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.27น. วันเสาร์ ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ที่ประเทศแทนซาเนีย โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินที่ความลึก 10 กม. อยู่ห่างจากเมืองเอ็นซุงกา ติดชายแดนประเทศยูกันดาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 23 กม. และแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ถึงประเทศเคนยา

สื่อต่างประเทศระบุว่า แผ่นดินไหวลูกนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 192 ราย ในภาคเหนือของแทนซาเนีย ขณะที่ภาพที่มีการเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นว่าอาคารหลายแห่งในเมืองบูโคบา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

นายดีโอดาตุส คินาวิลา กรรมาธิการเขตของเมืองบูโคบา เผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า “เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายมากมาย โดยในขณะที่เราคุยกันอยู่นี้ จำนวนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 192 ราย และเสียชีวิตอีก 11 คน และเพราะว่าเรากำลังรวบรวมข้อมูล จำนวนผู้เสียชีวิตจึงอาจเพิ่มขึ้นอีก แม้แต่จำนวนผู้บาดเจ็บก็อาจเพิ่มขึ้นด้วย”

ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบอกกับบีบีซีว่า โรงพยาบาลท้องถิ่นหลายแห่งเต็มไปด้วยคนเจ็บ และไม่สามารถรับมือกับจำนวนผู้บาดเจ็บที่เพิ่มขึ้นได้ อาคารหลายหลังพังทลาย และผู้คนยังคงติดอยู่ในซากปรักหักพัง

 

‘ซัมซุง’ มาเอง! เตือนผู้ใช้ปิดเครื่อง ‘โน้ต7’-แนะรีบเอาไปเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ย. 2559 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718485

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท ซัมซุง ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ เตือนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน้ต 7 ให้ปิดเครื่อง และนำเครื่องไปเปลี่ยนโดยเร็ว หลังเกิดปัญหาแบตเตอรี่ติดไฟ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. บริษัท ซัมซุง อิเล็คทรอนิกส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก ออกมาเรียกร้องให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน ‘ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7’ ให้ปิดเครื่อง และนำเครื่องไปส่งศูนย์บริการของซัมซุงตามคำสั่งเรียกคืนสินค้าให้เร็วที่สุด เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาอุปกรณ์อาจลุกติดไฟ

นายโกห์ ดง-จิน ประธานฝ่ายธุรกิจสมาร์ทโฟนของซัมซุง ระบุในแถลงการณ์ว่า “เรากำลังเรียกร้องให้ผู้ใช้งานปิดเครื่องกาแลคซี่ โน้ต 7 ของพวกเขา และนำเครื่องมาเปลี่ยนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เขาระบุต่อว่า พวกเขากำลังเร่งเตรียมอุปกรณ์ทดแทน เพื่อนำไปให้ลูกค้าผ่านโครงการแลกเปลี่ยน


โกห์ ดง-จิน ประธานฝ่ายธุรกิจสมาร์ทโฟนของซัมซุง

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน บริษัท ซัมซุง ประกาศว่าพวกเขาจะรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน้ต 7 ทุกเครื่องใน 10 ประเทศ รวมทั้งในเกาหลีใต้และสหรัฐฯ หลังมีรายงานหลายสิบครั้งว่า แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เกิดลุกเป็นไฟขณะชาร์จ หรือขณะใช้งานตามปกติ จนทำให้ล่าสุดคณะกรรมการคุ้มครองความปลอดภัยสินค้า (ซีพีเอสซี) ของสหรัฐฯ ต้องประกาศให้หยุดใช้ โน้ต 7

ขณะที่ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) ของสหรัฐฯ รวมทั้งหลายสายการบินทั่วโลกก็ประกาศห้ามใช้งาน หรือแนะนำผู้โดยสารไม่ให้เปิด หรือชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ขณะที่อยู่บนเครื่องบินด้วย

อนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ กาแลคซี่ โน้ต 7 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อซัมซุง ซึ่งกำลังแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ โดยเฉพาะบริษัท แอปเปิล อย่างดุเดือด โดยปัญหานี้จะทำให้ซัมซุงต้องเรียกคืนโน้ต 7 ประมาณ 2.5 ล้านเครื่อง และอาจทำให้ซัมซุงสูญเสียรายได้ในปีนี้ไปถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ฮิลลารีด่าทรัมป์ชมปูติน ไม่รักชาติไร้แผน IS

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717800

 

นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 61 วัน ประณามคำพูดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน เมื่อ 8 ก.ย. หลังทรัมป์ชมเชยประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียว่ามีความเป็นผู้นำประเทศมากกว่าประธานาธิบดี บารัค โอบามา ว่า แทนที่จะพูดถึงกลยุทธ์การวางแผนในตะวันออกกลางนั้น ไม่เพียงไม่รักชาติ ไม่เพียงดูหมิ่นทำเนียบประธานาธิบดี และผู้ที่ทำหน้าที่บริหารทำเนียบฯ ถือว่าน่ากลัวและอันตรายมาก ส่วนแผนรับมือกลุ่มก่อการร้ายไอเอสก็ไม่มี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญสุดสำหรับประเทศชาติ แล้วทรัมป์ก็บอกว่าเป็นความลับ แต่ความจริงคือ เขาไม่มีเลย ไม่ใช่เพียงน่ากลัวเท่านั้น แต่เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดของประเทศ เช่นเดียวกับนายวิลเลียม ฮาร์ตุง ผอ.โครงการความมั่นคงและอาวุธประจำศูนย์นโยบายระหว่างประเทศ เผยว่า สิ่งที่ทรัมป์พูดไม่ใช่กลยุทธ์ แต่เป็นการขอให้สมหวัง.

 

รุมประณามโสมแดงทดสอบนิวเคลียร์รอบ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717798

 

เหล่าผู้นำโลกรวมทั้งนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนางปาร์ค กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ต่างออกมาประณามเกาหลีเหนือที่ทดสอบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดและนับเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เมื่อ 9 ก.ย. โดยทำเนียบขาวแถลงว่า ผู้นำสหรัฐฯได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือระหว่างเดินทางกลับสหรัฐฯ หลังเสร็จสิ้นร่วมประชุมกับเหล่าผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ สปป.ลาว จากนั้นได้โทรศัพท์หารือกับนางปาร์ค ผู้นำเกาหลีใต้และนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น และเน้นย้ำกับผู้นำทั้งสองประเทศซึ่งเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐฯในเอเชียว่า สหรัฐฯยังยึดมั่นเพื่อรักษาเสถียรภาพของพันธมิตรในเอเชียและทั่วโลก

ขณะที่นายยูกิยะ อามาโนะ ผู้อำนวยการทบวงพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) ระบุว่าการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือขัดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ชัดเจนและเป็นพฤติกรรมที่น่ากังวลและน่าเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง ส่วนกระทรวงต่างประเทศของจีน พันธมิตรหนึ่งเดียวของเกาหลีเหนือแถลงจะยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงปักกิ่ง


ก่อนหน้านี้ สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวเทียมขนาด 5.3 แมกนิจูด เมื่อเช้าตรู่วันที่ 9 ก.ย. ใกล้สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ปังกเยรี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ ที่มีการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา “แรงสั่นสะเทือนการระเบิดมีขนาด 10 กิโลตัน หรือรุนแรงเกือบ 2 เท่าของการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 แต่รุนแรงน้อยกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯทิ้งโจมตีเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นเมื่อปี 2488 ที่มีระดับรุนแรงราว 15 กิโลตัน” สำนักอุตุนิยมฯ เกาหลีใต้ระบุ


ต่อมา สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือ แถลงความสำเร็จการทดสอบนิวเคลียร์ โดยเป็นการทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่และนับเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพรุนแรงมากที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา ทั้งนี้ เกาหลีเหนือมักใช้วันสำคัญของชาติเป็นโอกาสแสดงอวดแสนยานุภาพกองทัพซึ่งการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ล่าสุดนี้ก็มีขึ้นในวันศุกร์ 9 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันชาติเกาหลีเหนือ หรือครบรอบวันก่อตั้งพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือพอดี และเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งทดสอบขีปนาวุธหลายลูกในช่วงที่ผู้นำโลกร่วมประชุมกลุ่มจี 20 ที่เมืองหางโจวของจีนและนับจากนี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์ต้องพยายามวิเคราะห์การระเบิดใต้ดินเพื่อพิสูจน์ความล้ำหน้าการทดสอบ รวมทั้งพิสูจน์ด้วยว่า เป็นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ธรรมดา หรือจะเป็นนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าอย่างระเบิดไฮโดรเจนหรือระเบิดนิวเคลียร์ความร้อน (thermonuclear).

 

กำไลผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717788

 

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเริ่มใช้มาตรการจัดทำกำไลระบุตัวตนผู้แสวงบุญร่วมพิธีฮัจญ์ทุกคนสวมใส่ข้อมือระหว่างร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อระบุตัวตนใครเป็นใคร มาจากไหน หลังจากเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุผู้แสวงบุญเหยียบย่ำกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึงราว 2,300 คน

เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นหายนะร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์พิธีฮัจญ์และหลายคนยังไม่พบเจอร่างญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ทั้งนี้ ข้อมูลประจำตัวผู้สวมกำไลจะช่วยระบุตัวตนแต่ละคนได้ง่ายและสามารถติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ราคากำไลอันละไม่ถึง 20 บาท คาดว่า ปีนี้จะมีผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์จากทั่วโลกมากกว่า 1.4 ล้านคน.

 

สุดแต่ใจปรารถนา! ศาลฎีกาอิตาลีตัดสิน ช่วยตัวเองในที่สาธารณะไม่ผิด ก.ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 20:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717590

 

ศาลฎีกาอิตาลี มีคำพิพากษาตัดสินให้การช่วยตัวเองในสถานที่สาธารณะ ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ต้องไม่มีผู้เยาว์อยู่ในบริเวณนั้น หลังชายวัย 69 เคยถูกจับขณะปฏิบัติกิจต่อหน้านักศึกษาสาว

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 59 นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า ศาลฎีกาของประเทศอิตาลี ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้การช่วยตัวเองในสถานที่สาธารณะ ไม่ถือว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด เว้นแต่ว่ามีผู้เยาว์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ เมื่อปี 2015 ชายอิตาลีวัย 69 ปี ถูกจับกุมขณะกำลังช่วยตัวเองต่อหน้านักศึกษาสาวของมหาวิทยาลัยคาตาเนีย เกาะซิซิลี และศาลฎีกาอิตาลี มีคำพิพากษาว่าไม่ใช่ความผิดทางกฎหมาย แต่ถ้าหากว่ามีผู้เยาว์อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุอาจจะต้องถูกจำคุกถึง 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ในคดีดังกล่าว เขาถูกสั่งฟ้องให้ต้องโทษจำคุก 3 เดือน และเสียค่าปรับจำนวน 3,200 ยูโรด้วย ต่อมา ศาลฎีกาตัดสินให้เขาได้รับอิสระ แต่ได้เพิ่มโทษปรับ โดยให้ศาลชั้นต้นพิจารณากำหนดโทษปรับเป็นเงินจำนวนระหว่าง 5,000-30,000 ยูโร หรือราว 200,000-1,000,000 บาท.

 

หุ้นซัมซุงร่วง กาแลคซี่ โน้ต7 ช้ำ! สหรัฐฯแนะห้ามใช้-ชาร์จแบตบนเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 18:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717538

 

สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯ ออกคำเตือนแนะนำผู้โดยสาร ไม่ควรใช้-ชาร์จแบตเตอรี่ กาแลคซี่ โน้ต7 บนเครื่องบิน หวั่นเครื่องไหม้ -ระเบิด หลังจากเพิ่งโดนสั่งห้ามจาก 3สายการบินในออสเตรเลียไปก่อนหน้าวันเดียว ส่งผลหุ้นซัมซุงร่วง 3%

เมื่อ 9ก.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหรัฐฯ(FAA) ออกคำเตือน แนะนำไปยังผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ไม่ควรเปิดใช้สมาร์ทโฟน ยี่ห้อ ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต7 หรือชาร์จแบตเตอรี่ ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน พร้อมทั้งแนะว่าควรเก็บกาแลคซี่ โน้ต7 ไว้ในกระเป๋าเดินทางที่ผ่านระบบเช็กอินก่อนขึ้นเครื่อง โดยคำเตือนของFAA นับเป็นคำประกาศที่ออกมา ต่อจากสายการบินในออสเตรเลีย 3 สายการบิน ทั้งแควนตัส เจ็ทสตาร์และเวอร์จินที่ได้ประกาศห้ามผู้โดยสารใช้หรือชาร์จแบตเตอรี่กาแลคซี่ โน้ต 7 บนเครื่องบินไปก่อนหน้าหนึ่งวัน เมื่อวันที่8ก.ย.ที่ผ่านมา

ข่าวแจ้งว่า กลุ่มบริษัทสายการบินในสหรัฐฯกำลังเฝ้าติดตามประเด็นเครื่องกาแลคซี่ โน้ต 7ไฟไหม้ และระเบิดระหว่างชาร์จแบตเตอรี่อย่างใกล้ชิด โดยสายการบินแต่ละสายในสหรัฐฯจะต้องตัดสินใจกันเองว่าจะอนุญาตให้ใช้หรือชาร์จแบตเตอรี่บนเครื่องหรือไม่ เนื่องจากคำประกาศเตือนของFAA เป็นเพียงคำเตือนพิเศษ แนะนำให้ระมัดระวัง ยังไม่ถึงกับออกเป็นคำสั่งห้าม


ซัมซุงต้องเรียกคืนและระงับการขายกาแลคซี่ โน้ต 7 หลังเพิ่งเปิดตัวไม่ถึง 2สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีคำประกาศห้ามใช้-ชาร์จแบตเตอรี่เครื่องกาแลคซี่ โน้ตจาก3 สายการบินในออสเตรเลีย ตามด้วยคำแนะนำของFAA ที่ออกมาในทำนองเดียวกัน ทำให้ดัชนีหุ้นของบริษัทซัมซุงในตลาดหลักทรัพย์ ร่วงลงไปถึง 3%หลังเปิดตลาดซื้อขายเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 9ก.ย. ถึงแม้ทางซัมซุงได้เรียกคืนและระงับการขายกาแลคซี่ โน้ต 7ไปแล้ว หลังเพิ่งเปิดตัวไม่ถึง 2สัปดาห์