นาซาลงมือ สกัดดาวเคราะห์น้อยชนโลก ส่งยานโอซิริส-เร็กซ์ ไปดาวเบนนูแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 17:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717443

 

นาซาเริ่มลงมือหาทางสกัดดาวเคาะห์น้อย เบนนูอาจชนโลก ส่งยานอวกาศโอซิริส-เร็กซ์ ไปติดตามเก็บตัวอย่างแล้ว หลังจัดให้เป็นหนึ่งในก้อนหินจากห้วงอวกาศอันตรายที่สุด เพราะอาจพุ่งชนโลกในอนาคต

เมื่อ 9ก.ย.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน องค์กรบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ(นาซา) ส่งยานอวกาศ OSIRIS-REx (โอซิริส-เร็กซ์) ไปติดตามดาวเคราะห์น้อย ‘Bennu’ (เบนนู)ในห้วงอากาศที่มืดมิด เพื่อศึกษาและเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูแล้ว หลังจากบรรดานักดาราศาสตร์นาซาได้จัดให้ ดาวเคราะห์น้อยเบนนู เป็นหนึ่งในเทหวัตถุนอกโลกที่อันตรายที่สุด และวันหนึ่งในอนาคต อาจเป็นอันตราย หรือพุ่งชนโลกได้

ข่าวแจ้งว่า นาซาได้ส่ง ยานอวกาศอากาศ โอซิริส-เร็กซ์ ขึ้นไปกับจรวด United Launch Alliance V Rocket จากฐานปล่อยจรวดที่แหลมคานาเวอรอล ในสหรัฐฯ เมื่อเวลา 07.05 น. ของวันที่ 8 ก.ย. ตามเวลา โดยนาซาได้ทวีตข้อความว่า ‘ยานอวกาศของเรา โอซิริส กำลังอยู่บนเส้นทาง และทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเวลา เฝ้าดูกันต่อไป’


ดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ตามกำหนดการที่นาซาวางไว้ ยานอวกาศเบนนูจะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยเบนนู ในเดือนสิงหาคม 2561 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อปฏิบัติภารกิจทั้งถ่ายรูป สแกนพื้นผิวและทำแผนที่บนดาวเคราะห์น้อยเบนนู ส่งกลับมายังโลก จากนั้นในเดือนก.ค. 2563 ยานเบนนู จะใช้แขนหุ่นยนต์ความยาว 11 ฟุต ที่เรียกว่า TAGSAM สัมผัสกับพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยเบนนูประมาณ 5 วินาที โดยจะใช้การระเบิดของก๊าซไนโตรเจนเพื่อยกหินและฝุ่น เพื่อพยายามเก็บตัวอย่างฝุ่นบนดาวเคราะหน้อยดวงนี้


ภาพจำลองเหตุการณ์ แขนกลของยานอวกาศโอซิริส-เร็กซ์ เก็บฝุ่นตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยเบนนู มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 492 เมตร โดยนักดาราศาสตร์คาดว่าอาจจะชนโลกในปี ค.ศ.2135 หรือปีพ.ศ.2678 ขณะผ่านวงโคจรของดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม การส่งยานอวกาศ โอซิริส-เร็กซ์ เพื่อไปเก็บตัวอย่างบนดาวเคราะห์น้อยเบนนูกลับมายังโลก ไม่ใช่ภารกิจครั้งแรก เนื่องจากยานอวกาศของญี่ปุ่น ‘ฮายาบูสะ’ ได้เคยเก็บตัวอย่างฝุ่นจากดาวเคราะห์น้อย อิโตคาวะ และกลับมายังโลกเมื่อปี 2553

 

คิม จอง อึน เย้ยโลก! ประกาศความสำเร็จ ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ครั้งที่ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717128

 

โสมแดงสุดกร้าว… ประกาศก้องโลก ประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ครั้งที่ 5 หลังสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯตรวจวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดินใกล้สถานที่ทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 5.3

เมื่อ 9 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ คิม จอง อึน ประกาศประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ เป็นครั้งที่ 5 ขณะที่ รัฐบาลเกาหลีใต้ คาดว่าการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้เมื่อเช้าวันที่ 9 ก.ย.นี้ ถือเป็นการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหญ่สุดเท่าที่เกาหลีเหนือเคยมีการทดสอบมาก่อน เนื่องจากสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ใกล้กับสถานที่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์  ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ ห่างจากเมืองซุงจีแบกัม ประมาณ 18กิโลเมตร เทียบเท่ากับการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.3 เลยทีเดียว


สำนักธรณีวิทยาเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน เท่าธรณีพิโรธขนาด 5.3 ใกล้สถานที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ของเกาเหลีเหนือ

ด้านประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ของเกาหลีใต้ เรียกการกระทำของเกาหลีเหนือที่เดินหน้าทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ว่า เป็นการทำลายตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความบ้าระห่ำแบบบ้าคลั่งของคิม จอง อึน

 

45 ชีวิตสุดระทึก! ติดในกระเช้าลอยฟ้า บนยอดมองบลังก์ สูง 3พันม.ทั้งคืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717098

 

(ภาพประกอบ)

นักท่องเที่ยว 45 ชีวิต อกสั่นขวัญแขวน ติดอยู่ในกระเช้าลอยฟ้าบนยอดเขามองบลังก์ในฝรั่งเศส สูงนับ 3,800 เมตร ตลอดทั้งคืน หลังสายเคเบิลมีปัญหาท่ามกลางกระแสลมแรง ขณะที่ทางการแดนน้ำหอมระดมทีมกู้ภัยพร้อมเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ ช่วยชีวิต…

เมื่อ 9 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสุดระทึกกับนักท่องเที่ยวนับ 45 คน ที่ต้องอยู่ในกระเช้าลอยฟ้าบนยอดเขามองบลังก์ ในประเทศฝรั่งเศส ตลอดทั้งคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นจัด หลังจากสายเคเบิลเกิดเหตุขัดข้อง ขณะสภาพอากาศด้านบนมีกระแสลมแรง จนทำให้กระเช้าลอยฟ้าต้องห้อยต่องแต่งอยู่บนสายเคเบิล ที่ระดับความสูงจากพื้นนับ 3,800 เมตร ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น. ของเย็นวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา


ภาพประกอบ กระเช้าลอยฟ้าระหว่างยอดเขา Aiguille du Midi และHelbronner

ข่าวแจ้งว่า ทางการฝรั่งเศสต้องปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งใหญ่ ส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ถึง 4 ลำ ในการช่วยอพยพนักท่องเที่ยวบนกระเช้าและนักท่องเที่ยวอีกประมาณ 110 คน ที่ต้องติดอยู่บนยอดเขามองบลังก์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของแนวเทือกเขาแอลป์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เนื่องจากสายเคเบิลของกระเช้าไฟฟ้า ระหว่างยอดเขา Aiguille du Midi และ Helbronner เกิดปัญหาขัดข้องและเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของปัญหา

 

แผ่นดินไหว 5.3 เกาหลีเหนือ สื่อโสมใต้ชี้ อาจเป็นการลองระเบิดนิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 08:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716975

 

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่เกาหลีเหนือ ที่ความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร โดยจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับจุดทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ด้านสื่อเกาหลีใต้คาด อาจเป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์…

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 9 ก.ย.2559 เมื่อเวลาประมาณ7นาฬิกา30นาที ตามเวลาในประเทศไทย สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯรายงานการเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.3 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ บริเวณเมืองซุงจีแบกัม ห่างออกไปประมาณ 18 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนอยู่บนพื้นดิน ในพื้นที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ


สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ได้รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในจากรัฐบาลของเกาหลีใต้ว่า แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น เป็นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 แต่ทางการเกาหลีเหนือยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าจริงหรือไม่

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ได้เตรียมเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้มีการเรียกรวมกองกำลังทหารเกาหลีใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น.

 

ทรัมป์โวขยายกองทัพ-ชมปูติน, โพลแซงคลินตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716833

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรครีพับลิกัน และเดโมแครตไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคง แต่คนละช่วงเวลา ภายใต้หัวข้อ “แม่ทัพ” บนอดีตเรือรบ “ยูเอสเอส ทริปิด” ซึ่งถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่นิวยอร์ก จัดโดยสถานีโทรทัศน์ “เอ็นบีซี” โดยมีทหารและทหารผ่านศึกร่วมซักถาม เมื่อคืน 7 ก.ย. ก่อนการ “ดีเบต” ประชันวิสัยทัศน์ 3 รอบในเร็วๆนี้

ทรัมป์ชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ว่าเป็นผู้นำที่ดีกว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามามากนัก สามารถควบคุมประเทศได้แข็งแกร่ง ก่อนขึ้นเวทีทรัมป์ปราศรัยที่เมืองฟิลาเดลเฟียว่า ถ้าได้เป็นประธานาธิบดีจะขยายเสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเพิ่มงบประมาณ เพิ่มทหารเป็น 540,000 นาย เพิ่มเครื่องบินรบและเรือรบ สันติภาพต้องคู่กับความแข็งแกร่ง และจะสั่งให้เหล่าผู้บัญชาการทหารเสนอแผนทำลายกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ภายใน 30 วัน


ฮิลลารี คลินตัน

เขายังชี้ว่าพวกนายพลในยุคโอบามาตกต่ำจนเป็นเศษซาก และว่าคลินตันเป็นคนใจเร็วและโลเล ส่วนคลินตันกล่าวว่า ตนจะเป็นแม่ทัพที่ดีกว่าทรัมป์พร้อมทั้งปกป้องตนเองกรณีถูกโจมตีว่าใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวสนับสนุนสงครามอิรักและลิเบีย

ขณะที่โพลล่าสุดของซีเอ็น/โออาร์ซี ชี้ว่าคะแนนนิยมของทรัมป์แซงคลินตันที่ 45% ต่อ 43% ส่วนโพลของรอยเตอร์/อิปซอส ทรัมป์แซงคลินตัน 40% ต่อ 39%.

 

กี่ความเจ็บปวดกว่าจะเป็น ‘มหานครเซี่ยงไฮ้’ เมืองเศรษฐกิจที่น่าหลงใหล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716413

 

รับรู้ด้วยตา สัมผัสด้วยใจ “มหานครเซี่ยงไฮ้” เมืองเศรษฐกิจที่ไม่หลับใหล กับอดีตอันแสนเจ็บปวดแต่น่าจดจำ จนกระทั่งเติบโตอย่างสง่างาม พยายามเป็นที่สุด และยังไม่คิดหยุดพัฒนา…

หลายคนคงคุ้นตากับความเจริญและแสงสียามค่ำคืนของมหานครเซี่ยงไฮ้ 1 ใน 4 มหานครที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลจีน แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่ากว่าจะเป็นเซี่ยงไฮ้อย่างทุกปัจจุบัน มหานครแห่งนี้เคยผ่านความเจ็บปวดอะไรมาบ้าง หากจะเริ่มย้อนกลับไปถึงจุดพลิกผัน คงเป็นหลังจากสงครามฝิ่นเมื่อ ค.ศ.1840 ที่จีนแพ้สงคราม และอังกฤษบังคับให้จีนทำสนธิสัญญานานกิง ระบุว่าให้เปิดเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองท่าเสรี ที่แต่เดิมมีเพียงเมืองกวางโจว เป็นเมืองท่าเพียงแห่งเดียว และเซี่ยงไฮ้เองก็ใช้แม่น้ำหวงผู่ เป็นเส้นทางเพื่อออกทะเลทำการประมง ต่อมา ค.ศ.1845 อังกฤษก็บังคับให้จีนกำหนดเซี่ยงไฮ้เป็นเขตเช่า ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาครอบครองอุตสาหกรรมในเซี่ยงไฮ้ และพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

กระทั่ง ค.ศ.1899 อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ขยายพื้นที่และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเช่าสาธารณะ” ยิ่งทำให้ช่าวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ขูดเลือดขูดเนื้อคนท้องถิ่น และอังกฤษ ยังประกาศว่าจะทำให้แม่น้ำหวงผู่ เหมือนแม่น้ำเทมส์อีกด้วย แต่ถึงแม้คนเซี่ยงไฮ้จะถูกเอารัดเอาเปรียบทางการค้า ในทางกลับกันก็ได้วิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นายทุนต่างชาตินำเข้ามาใช้ในภาคการผลิต ผลักดันให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของเซี่ยงไฮ้ถูกยกระดับอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของจีนในที่สุด


เมืองเซี่ยงไฮ้ ในอดีตเมื่อ ค.ศ.1937 (ภาพจาก AFP)

หลังจากสงครามจีน-ญี่ปุ่น (ค.ศ.1937-1945) ปะทุไม่นาน เซี่ยงไฮ้ก็ถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดครอง เขตเช่ากลายเป็นเขตการค้าเสรี เศรษฐกิจของเซี่ยงไฮ้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ต่อมาเมื่อสงครามเอเชียแปซิฟิก (ค.ศ.1941-1945) เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเขตเช่า เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรวดเร็วทหารญี่ปุ่นปล้นทรัพย์สินชาวเมืองเซี่ยงไฮ้ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน ทำให้คนเซี่ยงไฮ้ มีความเป็นอยู่อย่างลำบาก

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อสนธิสัญญานานกิงสิ้นสุดลงในวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.1949 นอกจากจะได้อธิปไตยในพื้นที่เขตเช่าคืน สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่มาจนปัจจุบันคืออาคารต่างๆ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเมืองเซี่ยงไฮ้จนได้รับสมญาว่า “ปารีสแห่งตะวันออก” ที่ผสานวัฒนธรรมจีนและตะวันตกไว้อย่างกลมกลืน อีกทั้งเป็นเมืองหนึ่งที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากที่สุดในจีนอีกด้วย

ก่อนการสถาปนาเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมืองเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางทางการเงิน เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการลงทุน ซึ่งหลังจาก “เติ้งเสี่ยวผิง” อดีตผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และคนดังแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ ดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ จากนั้นมาเซี่ยงไฮ้ก็ถูกกำหนดให้เป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ที่นำมาซึ่งเงินลงทุนมหาศาลจากต่างประเทศ ส่วนเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจยุคปัจจุบันคือการพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร เทคโนโลยีอวกาศ เป็นต้น


เมืองที่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียม

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ หลังจากได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนและรับรู้หลายเรื่องราวคือ การอยู่อาศัยและการคมนาคมของคนเซี่ยงไฮ้ หากใครเคยเดินทางมายังที่แห่งนี้ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียม ส่วนราคาย่านใจกลางนั้นอยู่ที่ราว 60,000-80,000 หยวนต่อตารางเมตร (หรือราว 300,000-400,000 บาทต่อตารางเมตร) และไม่ใช่แค่คนรวยที่อยู่ในคอนโดฯ เหล่านี้ได้ คนที่มีฐานะน้อยลงมาก็สามารถอยู่ได้เช่นกัน เพราะรัฐบาลจีนเล็งเห็นถึงความสำคัญของคนกลุ่มนี้ ที่ต้องเดินทางมาทำงาน ทำให้ในคอนโดฯ หนึ่งหลังแต่ละชั้นจะมีห้องหลายขนาด ให้คนต่างฐานะอยู่ร่วมกันได้ แต่หากใครฐานะดี ร่ำรวย อยากสร้างบ้านเดี่ยว ต้องไปสร้างย่านชานเมืองแล้วขับรถเข้ามาในตัวเมือง นับเป็นข้อดีที่รัฐบาลคิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง


รถไฟฟ้า 14 สาย เชื่อมต่อทั่วมหานครเซี่ยงไฮ้

สำหรับการคมนาคมที่อำนวยความสะดวกนั้น ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้ มีรถไฟฟ้า 14 สาย เชื่อมต่อทั่วเมืองเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ทั้งยังมีการตั้งเป้าว่าใน ค.ศ.2020 ประชาชนจะเจอสถานีรถไฟฟ้าหลังเดินทางออกจากที่พักในระยะ 500 เมตร เพื่อให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์หันมาใช้ขนส่งสาธารณะแทน ขณะที่อีกหนึ่งวิธีที่จะลดการใช้รถยนต์คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั้นต้องมาจากการประมูลราคา ที่ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 หยวน หรือประมาณ 400,000 บาท (ไม่มีเงินก็อดใช้รถส่วนตัวนะ)


โฉมหน้ารถไฟความเร็วสูง

ชานชาลาที่ผู้คน-นักเดินทางต่างมารอรถไฟความเร็วสูงเพื่อเดินทางไปสนามบินเซี่ยงไฮ้ผู่ตง

บรรยากาศภายในรถไฟความเร็วสูง

รถไฟความเร็วสูงวิ่งที่ 431 กม./ชม.

เมื่อพูดถึงรถไฟฟ้า ก็ต้องไม่พลาดเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่ขึ้นชื่อคือ “Shanghai Maglev” หรือรถไฟพลังแม่เหล็ก ที่ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของเขตผู่ตง ไปยังสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ภายในเวลา 8 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกว่านั่งไม่ทันหายเมื่อยก็ถึงแล้ว


3 ตึกผู้ยิ่งใหญ่แห่งเซี่ยงไฮ้ (ซ้ายไปขวา) จินเม่าทาวเวอร์ เซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ และ “เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์”

รับชมบรรยายการก่อสร้าง กว่าจะเป็น “เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์” ตึกสูง 632 เมตร สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

เมื่อขึ้นลิฟต์ที่ความเร็ว 18 เมตร/วินาที จะพาเราขึ้นมาที่ชั้น 118 ความสูงที่ 546 เมตร

วิวบนเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์

อีกมุมหนึ่ง

และอีกด้านหนึ่ง

ภาพเทียบความสูงที่สุดของตึกทั่วโลก

ไหนๆ ก็ไปถีงเซี่ยงไฮ้ ถ้าไม่ไปตึกสูงที่สุดก็คงจะไม่ได้ งานนี้ก็ไม่พลาดที่จะชมความเจริญของมหานครแห่งนี้อย่างแน่นอนที่ “Shanghai Tower” ที่เพิ่งตัวไปไม่นาน อีกทั้งปัจจุบัน (กันยายน ค.ศ.2016) ยังเป็นตึกที่สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก “Burj Khalifa” (เบิร์จ คาลิฟา) ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ มีความสูง 632 เมตร 128 ชั้น ส่วนลิฟต์วิ่งขึ้นด้วยความเร็วที่สุดในโลกที่ 18 เมตรต่อวินาที เพื่อชมความงดงามและความเจริญของมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ความสูง 546 เมตร ที่ชั้น 118 เคลื่อนลงด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที หรือเวลา 1 นาที โดยประมาณก็ถึงชั้นล่างสุดแล้ว และยังเป็นกลุ่ม 3 ตึกติดกันที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ เซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ และจินเม่าทาวเวอร์

ส่วนไฮไลต์ยามค่ำคืนที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับเซี่ยงไฮ้ไม่น้อย คือการล่องเรือชื่นชมบรรยากาศแสงสียามค่ำคืนของมหานครในแม่น้ำหวงผู่ ที่จะทำให้เห็นความสวยงาม รวมถึงอาคารทั้งทันสมัยและเก่าแก่ทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำที่แบ่งกันอย่างชัดเจน จนกลายเป็นจุดเด่นที่ต้องมาเมื่อได้มาเยือน


ล่องเรือแม่น้ำหวงผู่ ชมบรรยากาศยามค่ำคืนของมหานครที่ไม่หลับใหล

ความสวยงามยามค่ำคืน

นอกจากนี้ สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มเม็ดเงินก็คงจะเป็น “เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์” หรือ เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ต ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากดิสนีย์แลนด์ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ที่เพียงเปิดตัวไปไม่ถึง 3 เดือน (16 มิถุนายน ค.ศ.2016) ก็มีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้วเกิน 1 ล้านคนแล้ว


เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สวนสนุกที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปสักครั้ง

ทางเดินก่อนเข้าสู่โลกแห่งความสนุก

ชาวจีน และนักท่องเที่ยวพากันมาเยือน Shanghai Disneyland

หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง คงทำให้ได้มองเห็นความเจริญทางเศรษฐกิจของที่แห่งนี้ มหานครที่ไม่หลับใหล มหานครที่กำลังพัฒนาไม่หยุดยั้ง มหานครที่กำลังเจริญเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ มหานครที่พยายามเป็นที่สุดในหลายๆ ด้าน และสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก็หวังว่าสักวันหนึ่ง ประเทศไทยของเรา จะสามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างสง่างามและเป็นที่กล่าวขานได้อย่างภาคภูมิเช่นนี้.

 

ตร.ฝรั่งเศสบุกรวบ 3 สาวหัวรุนแรง จ่อเริ่มแผนโจมตีในประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716893

 

รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสเผย ตำรวจบุกจับกุมตัวหญิง 3 คนซึ่งกำลังวางแผนจะก่อเหตุโจมตีในฝรั่งเศส ในเร็วๆ นี้ โดยจับกุมตัวได้ในพื้นที่ทางใต้ของกรุงปารีส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินปฏิบัติการตรวจค้นในเขต บูสซี-แซงต์-อองตวน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส และสามารถจับกุมตัวหญิง 3 คนซึ่งดูเหมือนว่ากำลังวางแผนจะก่อเหตุโจมตีในเร็วๆ นี้ได้

หญิงทั้ง 3 คนซึ่งนายกาเซเนิฟระบุว่า ถูกทำให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง มีอายุ 19, 23 และ 39 ปี ถูกจับกุมตัวฐานมีความเกี่ยวข้องกับ รถยนต์เปอร์โย 607 บรรทุกถังแก๊ส 7 ถัง ซึ่งถูกพบว่าจอดทิ้งเอาไว้ใกล้กับมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เมื่อวันพุธ โดยมีตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ หลังถูกหนึ่งในหญิงกลุ่มนี้จู่โจมด้วยมีด แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะที่หญิงผู้โจมตีถูกตำรวจอีกนายหนึ่งยิงได้รับบาดเจ็บด้วย


เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่พวกเขาบุกจับกุมตัวหญิงทั้ง 3 คน

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสกำลังกำลังอยู่ภายใต้กฎสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส ในเดือน พ.ย. ปีก่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาในการเฝ้าระวังพวกหัวรุนแรงในประเทศ โดยเกิดเหตุรุนแรงตามมาอีกหลายครั้ง เช่น เหตุคนร้ายขับรถบรรทุกชนผู้คนเมื่อเดือนก.ค. หรือเหตุมือมีดบุกสังหารบาทหลวงในภาคเหนือของฝรั่งเศสในเดือนเดียวกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย จอดรถซุกถังแก๊สใกล้โบสถ์ในปารีส

 

ตุรกีพักงานครู 11,000 คน ฐานเอี่ยว PKK สัปดาห์เดียวก่อนโรงเรียนเปิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716823

 

ทางการของประเทศตุรกีสั่งพักงานครูมากกว่า 11,000 คน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ พีเคเค เพียงสัปดาห์เดียว ก่อนที่โรงเรียนในตุรกีจะเปิดภาคการศึกษา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. กระทรวงศึกษาธิการของตุรกี ออกคำสั่งพักงานหรือให้หยุดงานโดยยังได้รับค่าจ้างเพื่อรอการสอบสวนแก่ครู จำนวน 11,285 คน และจำนวนครูที่ถูกพักงานอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 14,000 คน หากการสอบสวนโดยสำนักงานผู้ว่าราชการส่วนท้องถิ่นเริ่มต้นขึ้น

ด้านสำนักข่าวอานาโดลู ของรัฐบาลตุรกี รายงานว่า ครูกลุ่มนี้ถูกพักงานในข้อหาทำกิจกรรมสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน รวมทั้งแนวร่วมขององค์กรเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวคิดเป็น 2% ของจำนวนครูทั้งหมดของตุรกีที่มีจำนวนมากถึง 850,000 คน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการจำนวนกว่า 15,200 คนต้องตกงาน และมีครูโรงเรียนเอกชนอีก 21,000 คนถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ในปฏิบัติการกวาดล้างผู้สนับสนุน อิหม่าม เฟตุลเลาะห์ กูเลน ผู้ที่ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน กล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อ 15 ก.ค.

 

ทารกน้อยเกิดบนเครื่องบิน ‘บูรัก แอร์’ ได้ของขวัญ บินฟรีตลอดชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716805

 

พนักงานบนเครื่องบินของบูรัก แอร์ อุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน (ภาพจาก Buraq Air)

สายการบิน บูรัก แอร์ ในประเทศลิเบีย มอบสิทธิ์บินฟรีตลอดชีวิตให้แก่เด็กทารกคนหนึ่ง ซึ่งลืมตาดูโลกขณะที่มารดาของเขากำลังนั่งเครื่องบินไปประเทศไนเจอร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงคนหนึ่งให้กำเนิดเด็กทารกเพศชาย ขณะโดยสารเครื่องบินของสายการบิน ‘บูรัก แอร์’ ของประเทศลิเบีย จากกรุงตริโปลี ไปยังกรุงนีอาเม เมืองหลวงของประเทศไนเจอร์ เมื่อเดือนสิงหาคม โดยได้รับความช่วยเหลือในการทำคลอดจากพนักงานบนเครื่องบิน

ข่าวระบุว่า แม่ของเด็กตั้งชื่อลูกชายว่า อับดุล บาเซ็ต ตามชื่อกัปตันของเที่ยวบินนี้ ขณะที่ทางสายการบิน บูรัก แอร์ ซึ่งให้บริการทั้งเที่ยวบินในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศไปยุโรป, แอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง ก็ได้โพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กในเวลาต่อมาว่า พวกเขาขอมอบสิทธิ์ในการใช้บริการเที่ยวบินของพวกเขาโดยไม่่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตลอดชีวิตแก่เด็กคนนี้ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้เขา

ทั้งนี้ สายการบินส่วนใหญ่ไม่ได้บันทึกสถิติว่ามีเด็กเกิดขณะแม่เด็กโดยสารเครื่องบินกี่คน แต่นอกจากเด็กชาย อับดุล บาเซ็ตแล้ว ยังมีเด็กอีกอย่างน้อย 1 คนที่เกิดบนเครื่องบินคือเด็กหญิง เฮเวน โดยเธอลืมตาดูโลกขณะที่แม่ของเธอโดยสารเครื่องบินจากนครดูไบ ไปยังกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เมื่อ 14 ส.ค. โดยสายการบิน เซบู แปซิฟิก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินดังกล่าว มอบสิทธิ์ในการโดยสารเครื่องบินฟรี 1 ล้านไมล์อากาศ (ราว 1.8 ล้านกิโลเมตร) แก่เด็กหญิงเฮเวนด้วย

 

รัสเซียเร่งตรวจสอบ แม่น้ำใกล้โรงงานนิกเกิลกลายเป็นสีเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716710

 

(ภาพ: twitter / @golub)

เจ้าหน้าที่ของประเทศรัสเซียกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำสายหนึ่งในเมืองโนริลสก์ ตอนกลางของประเทศ กลายเป็นสีแดงเข้ม โดยสงสัยว่าอาจมีสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานนิกเกิลที่อยู่ใกล้เคียง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของประเทศรัสเซีย กำลังพยายามหาสาเหตุว่าทำไม แม่น้ำดัลดีคาน ซึ่งอยู่ใกล้กับ โรงงานอุตสาหกรรมของบริษัท ‘โนริลสก์ นิกเกิล’ ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลและพัลลาเดียม รายใหญ่ที่สุดของโลก ในเมืองโนริลสก์ จึงกลายเป็นสีแดงคล้ายเลือด

ข่าวระบุว่า แม่น้ำดัลดีคานเริ่มกลายเป็นสีแดงตั้งแต่เมื่อวันอังคาร โดยชาวบ้านท้องถิ่นได้โพสต์ภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำสายนี้ลงบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง จนทางการต้องเร่งเข้ามาตรวจสอบ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของรัสเซียยืนยันว่า พวกเขาได้รับรายงานว่าแม่น้ำสายนี้ปนเปื้อนสารเคมีที่ยังไม่อาจระบุชนิดได้ และอาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่โรงงานของ โนริลสก์ นิกเกิล


ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นแม่น้ำกลายเป็นสีแดงเป็นระยะทางยาวมาก (ภาพ: twitter / @golub)

ด้าน ผู้บริหารของโรงงาน โนริลสก์ นิกเกิล ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุในงานแถลงข่าวว่า จนถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ของบริษัทก็ยังไม่สามารถยืนยันว่าเกิดการรั่วไหลหรืออุบัติเหตุที่ทำให้ของเสียอุตสาหกรรมถูกปล่อยลงแม่น้ำดัลดีคาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะของแม่น้ำ

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทตัดสินใจที่จะลดการปฏิบัติงานลงชั่วคราว และตรวจสอบสถานะของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบโรงงานและบริเวณแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบ พวกเขายังเผยแพร่ภาพแม่น้ำใกล้โรงงานที่ถ่ายในวันเดียวกัน และแสดงให้เห็นว่าแม่น้ำยังมีสีตามธรรมชาติ ขณะที่สำนักงานนายกเทศมนตรีเมืองโนริลสก์ระบุว่า ไม่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อระบบน้ำประปาของเมือง