ข่าวร้ายกาแลคซี่ โน้ต 7! โดน 3สายการบินออสซี่ ห้ามใช้-ชาร์จแบตบนเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 19:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716575

 

ซัมซุงช้ำ กาแลคซี่ โน้ต 7 เจอข่าวร้ายถล่มซ้ำ… 3 สายการบินในออสเตรเลีย ทั้งแควนตัส เจ็ทสตาร์ และเวอร์จิน ออกคำสั่งเฉียบ ห้ามผู้โดยสารใช้และชาร์จแบตเตอรี่ กาแลคซี่ โน้ต 7 ระหว่างอยู่บนเครื่อง เนื่องจากวิตกเรื่องความปลอดภัย หลังเจอปัญหาเครื่องไฟไหม้ระหว่างชาร์จแบตเตอรี่

เมื่อ 8 ก.ย.59 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน สายการบิน 3 แห่งในออสเตรเลีย ประกอบด้วย สายการบินแควนตัส รวมถึงสายการบินเจ็ทสตาร์ และเวอร์จิน ประกาศห้ามผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบินของสายการบินทั้ง 3 ใช้สมาร์ทโฟนของซัมซุง รุ่น กาแลคซี่ โน้ต 7 รวมถึงห้ามชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเครื่องที่อาจเกิดไฟไหม้ระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่

ข่าวแจ้งว่า ถึงแม้ผู้โดยสารของทั้ง 3 สายการบิน จะได้รับอนุญาตให้นำมือถือ กาแลคซี่ โน้ต 7 ขึ้นเครื่องบินได้ แต่คำสั่งห้ามไม่ให้ใช้ และห้ามชาร์จแบตเตอรี่บนเครื่อง ยังครอบคลุมถึงการห้ามใช้กาแลคซี่ โน้ต 7 กับระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือการดูหนังฟังเพลงบนเครื่องบิน ซึ่งสามารถใช้ได้ผ่านช่อง USB


ทั้งนี้ บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทแม่ในเกาหลีใต้ เพิ่งสร้างความฮือฮาเมื่อสัปดาห์ก่อน จากการประกาศระงับการขาย และเรียกคืนกาแลคซี่ โน้ต 7 ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวและจำหน่ายใน 10 ประเทศทั่วโลกก่อนหน้าไม่ถึงสองสัปดาห์ หลังจากได้รับรายงานมีลูกค้าที่ซื้อมือถือรุ่นนี้ไป 35 ราย เจอปัญหาเครื่องไฟไหม้และระเบิดระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่(ซัมซุง ช็อกโลก! ประกาศระงับการขาย-เรียกคืน กาแลคซี่ โน้ต 7 แล้ว ).

 

โอบามา เงิบมั้ย ! ทรัมป์ ยก ‘ปูติน’ เป็นผู้นำที่ดีกว่าปธน.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716533

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯปลายปี ออกรายการทีวี พูดแทงใจบารัค โอบามา ยกย่องประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้นำประเทศที่ก้าวไปไกลกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯเสียอีก

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศึกชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พ.ย.ที่จะถึง ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน กับนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์ กับฮิลลารี ได้ไปออกรายการทีวี ‘TV forum’ ของสถานีโทรทัศน์ NBC ในรายการเดียวกันเป็นครั้งแรก โดยทรัมป์ ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเขากล่าวชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียอย่างเสียงดังฟังชัดว่า เป็นผู้นำที่ไปไกลกว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯเสียอีก

ทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัด จากนิวยอร์ก ชี้ว่า ที่ผ่านมา เรื่องทั่วๆ ไปในสหรัฐฯถูกทำให้มีอุปสรรคขัดขวาง โดยนโยบายต่างๆ ของโอบามา และนางฮิลลารี คลินตัน ซึ่งเคยนั่งเก้าอี้รมว.ต่างประเทศมาก่อน ซึ่งเขาคิดว่า ภายใต้ความเป็นผู้นำของบารัค โอบามาและฮิลลารี คลินตัน เรื่องทั่วๆ ไปในสหรัฐฯได้ถูกลดบทบาทลงให้กลายเป็นแค่เศษหินเศษปูน โดยคนเหล่านี้ได้ลดบทบาทเรื่องต่างๆ ให้ไปอยู่ในจุดที่เป็นเครื่องกีดขวางประเทศของเรา


โดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามพิธีกรในรายการ

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้พูดยกย่องปูตินว่า ข้อเสนอแนะของปูตินที่บอกว่าสหรัฐฯและรัสเซียควรจับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อปราบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ได้ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศประหลาดใจเพราะรู้สึกว่ารัฐบาลมอสโกกำลังเข้าไปแทรกแซงในสงครามกลางเมืองของซีเรีย โดยทรัมป์ยังบอกว่า เมื่อพูดเกี่ยวกับปูตินแล้ว ถ้าเขาเคยพูดสิ่งดีๆ เกี่ยวกับตนแล้วละก็ ตนก็จะพูดเรื่องดีๆ ของเขาเช่นกัน และแน่นอนว่า เขาเป็นผู้นำประเทศ ที่ไปไกลกว่าประธานาธิบดีของเรา

ทั้งนี้ ทรัมป์ เป็นผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ไม่ได้มองรัสเซียว่าเป็นชาติศัตรูของอเมริกา แต่ยังสามารถที่จะร่วมมือกันได้ ไม่เหมือนกับผู้นำสหรัฐฯที่ผ่านๆ มา ที่มองรัสเซียว่าคือชาติปรปักษ์ โดยไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังเรียกโอบามาว่า เป็นผู้สถาปนาให้กลุ่มไอซิส เกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ

 

ส.ส.อังกฤษฉุน นิตยสารบนแอร์ไชน่า แนะนักท่องเที่ยว เหยียดเชื้อชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716268

 

ส.ส.อังกฤษเชื้อสายอินเดีย ตกใจ นิตยสารบนเครื่องบินแอร์ไชน่าของจีน แนะนำนักท่องเที่ยวในเชิงเป็นการเหยียดเชื้อชาติ เตือนมาเยือนลอนดอน ให้ระวังเวลาไปในพื้นที่มีคนเชื้อสายอินเดีย ปากีฯ และคนดำอาศัยอยู่มาก

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน สมาชิกสภาผู้แทนอังกฤษ ได้กล่าวโทษสายการบินแอร์ไชน่า (Air China) เมื่อ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนกรุงลอนดอน ที่เป็นการ “เหยียดเชื้อชาติ” (racistes) โดยเขียนแนะนำกฎเกี่ยวกับความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ “ที่มีคนเชื้อสายอินเดีย ปากีสถาน และคนผิวดำอยู่หนาแน่น”

“กรุงลอนดอนโดยทั่วไปแล้วเป็นจุดหมายปลายทางที่มั่นใจได้ในความปลอดภัย ถึงกระนั้นขอให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายอินเดีย ปากีสถาน และคนผิวดำอยู่หนาแน่น” คือข้อความที่ปรากฏอยู่ในนิตยสาร Wings of China (วิงส์ ออฟ ไชน่า) ซึ่งเป็นนิตยสารบนเครื่องบินของสายการบินแอร์ไชน่า ขณะที่ภาพซึ่งถูกเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ CNBC มีข้อความระบุอีกว่า “เราขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวอย่าออกข้างนอกคนเดียวเวลากลางคืน และสุภาพสตรีต้องมีเพื่อนอยู่ด้วยเสมอ”

คำแนะนำดังกล่าวก่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจาก นายวิเรนทรา ชาร์มา สมาชิกสภาผู้แทนอังกฤษเชื้อสายอินเดียที่ย้ายเข้ามาอยู่ในอังกฤษตั้งแต่ปี 1960 โดยเขากล่าวว่า รู้สึกตกใจและใจหายเป็นอย่างมากที่ทุกวันนี้ ยังมีบุคคลบางคนที่มีความน่าเชื่อถือสามารถเขียนข้อความที่ไม่เป็นจริงและเหยียดเชื้อชาติได้ โดยนายชาร์มา ส.ส.อังกฤษ ยังได้ยกประเด็นดังกล่าวส่งถึงเอกอัครราชทูตจีน และเรียกร้องให้มีการขอโทษจากแอร์ไชน่าอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งยืนยันว่า จะต้องนำนิตยสารฉบับดังกล่าวออกจากเครื่องบินทั้งหมดอีกด้วย

ทั้งนี้ สายการบินแอร์ไชน่าและเอกอัครราชทูตจีน ยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ เพื่อให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของจีนและอังกฤษกำลังอยู่ในช่วงของภาวะความตึงเครียด โดยนางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเดินทางกลับมาถึงกรุงลอนดอนในสัปดาห์นี้ ภายหลังสิ้นสุดการประชุม G20 ที่ประเทศจีน ซึ่งเธอได้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จะเลื่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของโครงการการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีนักลงทุนจีนร่วมลงทุนด้วยส่วนหนึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ข่าวแจ้งว่า รัฐบาลนางเมย์ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดใน โครงการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ EPR 2 เครื่อง ที่เมืองฮิงค์ลีย์ พอยท์ (Hinkley Point) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ขณะที่ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม เอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงลอนดอนได้กระตุ้นให้รัฐบาลอังกฤษรีบเร่งอนุมัติโครงการดังกล่าวให้เร็วที่สุด มิฉะนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศได้

 

นักบินพลาด! ทำAir Asia X ซิดนีย์-กัวลาลัมเปอร์ บินผิดทิศ ไปลงเมลเบิร์น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716230

 

(ภาพประกอบ แอร์เอเชีย เอ็กซ์)

สำนักงานการบินพลเรือนออสเตรเลีย เผยรายงานการสอบสวนเหตุไม่คาดฝัน เครื่องบินโดยสารแอร์เอเชีย เอ็กซ์ จากซิดนีย์ ปลายทางกัวลาลัมเปอร์ เกิดบินผิดทิศไปลงเมืองเมลเบิร์น เมื่อปีก่อน เกิดจากความผิดพลาดของนักบิน กรอกตัวเลขผิดในระบบนำทาง

เมื่อ 8 ก.ย.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน สำนักงานการบินพลเรือนของออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานการสอบสวน กรณีเกิดเหตุการณ์เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส A330 ของสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ขณะนำผู้โดยสาร 212 คนทะยานออกจากนครซิดนีย์ ปลายทางกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 แต่ปรากฏว่าเครื่องบินเกิดบินผิดทิศทาง จนนักบินต้องรีบนำเครื่องลงจอดที่เมืองเมลเบิร์น ในออสเตรเลีย ว่า ผลการสอบสวน พบเกิดจากความผิดพลาดของนักบิน เนื่องจากนักบินได้พิมพ์ตัวเลขตำแหน่งจุดเริ่มต้นของเครื่องบินผิดลงในระบบนำทาง หรือเนวิเกเตอร์ของเครื่องบิน

รายงานการสอบสวนของสำนักงานการบินพลเรือนของออสเตรเลีย ระบุว่า การพิมพ์ตำแหน่งของเครื่องบินในระบบนำทาง เป็นระบบแบบแมนนวล คือ ใช้นักบินเป็นผู้พิมพ์กรอกข้อมูล โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ แทนที่นักบินจะใส่ตัวเลข 15109.8 east แต่กลับไปใส่ตัวเลข 01519.8 east แทน จึงส่งผลให้ตำแหน่งของเครื่องบินผิดพลาด มีระยะการบินเกินไปเป็น 11,000 กิโลเมตร ทำให้ระบบเนวิเกเตอร์และระบบเตือนบางอย่างบนเครื่องบินส่งสัญญาณแจ้งเตือน

ตามรายงานดังกล่าว ยังระบุว่ากัปตันและนักบิน มีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดพลาด แต่กลับไม่สังเกตปัญหา ทั้งที่มีข้อความหรือแมสเสจหลายข้อความ และมีเสียงแจ้งเตือนความผิดพลาด ก่อนเครื่องบินจะ เทค ออฟ ทะยานออกจากสนามบินในนครซิดนีย์ แต่กัปตันและนักบินกลับไม่สนใจคำเตือนเหล่านั้น จนกระทั่ง กัปตันและนักบิน เริ่มตระหนักว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น และพยายามจะแก้ไขระบบ แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

นอกจากนั้นแล้ว ระบบนำทางยังเกิดความผิดพลาดขึ้นอีก เมื่อนักบินขอบินกลับไปยังนครซิดนีย์ และจะลงจอดโดยไม่ใช้ระบบนำทาง แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย จึงทำให้นักบินต้องไปลงจอดที่เมืองเมลเบิร์นแทน และต้องเสียเวลาอยู่ที่สนามบินเมลเบิร์น 3 ชั่วโมง ก่อนจะทะยานขึ้นบินมุ่งหน้าไปยังกัวลาลัมเปอร์ (เมืองเมลเบิร์น อยู่ห่างจากนครซิดนีย์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 722 กม. และห่างจากกัวลาลัมเปอร์ 6,611กม.)

 

สหรัฐฯโวย SU-27 รัสเซียทำหวาดเสียว! ประชิดบินลาดตระเวน ห่างแค่10ฟุต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 11:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715995

 

(ภาพประกอบ เครื่องบินรบ SU-27ของรัสเซีย )

กระทรวงกลาโหมมะกันโวย..เครื่องบินรบรัสเซีย SU-27 ทำระทึก บินเข้ามาใกล้เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าทะเลดำ แบบใกล้มาก ห่างเพียงแค่ 10 ฟุต จนอาจชนกันได้ ขณะที่รัสเซียโต้ทันควัน เครื่องบินรบรัสเซียปฏิบัติตามหลักสากล จำเป็นต้องบินสกัดเพราะสหรัฐฯ กำลังบินรุกล้ำเขตแดนรัสเซีย

เมื่อ 8 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเกิดเหตุการณ์ เครื่องบินรบรัสเซีย SU-27 บินเข้ามาใกล้เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าในทะเลดำ เมื่อวันพุธที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ในระยะใกล้มาก โดยห่างกันเพียงแค่ 10 ฟุต หรือราว 3 เมตรเท่านั้น จนสามารถทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นปฏิบัติการแบบไม่เป็นมืออาชีพ

ร.อ.เจฟฟ์ เดวิส โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวถึงรายละเอียดเหตุการณ์ระทึกในครั้งนี้ว่า ขณะเกิดเหตุ เครื่องบินลาดตระเวน P-84 โพไซดอนของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนตามปกติในน่านฟ้าสากล โดยเครื่องบินรบรัสเซียบินเข้ามาใกล้ในระยะที่ไม่ปลอดภัย ร.อ.เดวิส ยังกล่าวว่า การกระทำเช่นนั้นของเครื่องบินรบรัสเซีย สามารถทำให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น และสามารถส่งผลให้เกิดการคำนวณผิดพลาด หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

ขณะที่ เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อนายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า เครื่องบินรบรัสเซียได้บินห่างเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯ ในระยะ 30 ฟุต ก่อนจะบินเข้ามาใกล้มากจนห่างแค่ 10 ฟุตเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ด้านกระทรวงกลาโหมรัสซีย ได้ออกมาตอบโต้ว่า เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ กำลังจะบินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของรัสเซีย จึงทำให้นักบินประจำเครื่องบิน SU-27 ต้องบินเข้าไปสกัดตามหลักปฏิบัติสากล เนื่องจากขณะนั้น รัสเซียกำลังปฏิบัติภารกิจซ้อมรบในทะเลดำอยู่

 

เยอรมนีเบรกผู้ดี ห้ามเจรจาการค้าเสรีกับประเทศใดๆ ก่อนออกจากอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 07:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715818

 

โฆษกของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาเตือนว่าสหราชอาณาจักรยังไม่สามารถเจรจาการค้าเสรีกับประเทศนอกสหภาพยุโรปได้ ตามกฎที่บัญญัติไว้ หลังผู้นำยูเคแสดงท่าทีต้องการเป็น ผู้นำการค้าเสรีโลก…

รัฐบาลเยอรมนีออกคำเตือนรัฐบาลอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน ว่า ยังไม่สามารถดำเนินการเจรจาความตกลงด้านการค้ากับประเทศใด ขณะที่ยังดำรงสถานะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอยู่ ทั้งนี้ นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้สหราชอาณาจักรเป็นประเทศ “ผู้นำของการแลกเปลี่ยนทางการค้าเสรีของโลก” (un “leader mondial du libre échange”)

นายสเตฟเฟน ไซเบอร์ท โฆษกของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมันกล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวันว่า “สถานการณ์มีความชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ขณะที่ยังดำรงสถานภาพสมาชิกอยู่ ไม่อาจที่จะทำการเจรจาความตกลงการค้าเสรีในระดับทวิภาคีกับประเทศนอกสหภาพยุโรปได้”

นายไซเบอร์ท มิได้ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพบปะเจรจาระดับทวิภาคีของ นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในที่ประชุม G20 ที่ประเทศจีน ขณะที่ นางเธเรซา เมย์ มีความกระตือรือล้นที่จะเจรจาความตกลงด้านการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรทันที่ที่สิ้นสุดการเป็นสมาชิกอียู โดยได้เริ่มเปิดการเจรจากับกับประเทศคู่ค้า เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย และเกาหลีใต้

อนึ่ง ขณะนี้สหราชอาณาจักรยังไม่ได้เริ่มกระบวนการเจรจา Brexit ตามผลการลงประชามติเมื่อสองเดือนที่แล้ว ทั้งที่ เมื่อเริ่มต้นกระบวนการเจรจาก็ยังจะต้องใช้เวลาอีกประมาณสองปีก่อนที่สมาชิกภาพจะสิ้นสุด

โฆษก นางอังเกลา แมร์เคิล กล่าวอีกว่า “เป็นเรื่องสหราชอาณาจักรเองที่จะต้องเป็นผู้กำหนดท่าทีความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในอนาคต” รวมทั้งจะต้องเป็นผู้ริเริ่มกำหนดการเจรจากระบวนการออกจากการเป็นสมาชิกอียูอีกด้วย ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีที่ประนีประนอมของเยอรมนีกับอังกฤษเสมอมา

 

ยูนิเซฟเผย เด็กพลัดถิ่นเพราะสงคราม-ความรุนแรงเกือบ 50 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715733

 

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อ 6 ก.ย.ว่า มีเด็กๆเกือบ 50 ล้านคนทั่วโลกพลัดถิ่นฐานบ้านเรือนเพราะสงคราม ความรุนแรง หรือการกดขี่ข่มเหงต่างๆ โดยในจำนวนนี้ 28 ล้านคนพลัดถิ่นฐานเพราะสงครามและความรุนแรง และเด็ก 10 ล้านคนเป็นผู้ลี้ภัย อีก 1 ล้านคนอยู่ระหว่างขอลี้ภัย และ 17 ล้านคนพลัดถิ่นฐานอยู่ในประเทศของตนเอง ขณะที่อีก 20 ล้านคนทิ้งถิ่นฐานจากหลายสาเหตุ รวมทั้งความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรและความยากจนแสนสาหัส

รายงานระบุว่า แม้ในปี 2558 เด็กมีจำนวนราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก แต่ในผู้ลี้ภัยทั่วโลกมีเด็กอยู่เกือบ 50% และผู้ลี้ภัยที่เป็นเด็กถึง 45% มาจากแค่ 2 ประเทศคือซีเรียและอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ เด็กราว 100,000 คนยังข้ามพรมแดนไปขอลี้ภัยเพียงลำพังใน 78 ประเทศในปี 2558 สูงกว่าในปี 2557 ถึง 3 เท่า

ขณะเดียวกัน ความรุนแรงในซีเรียยังไม่มีทีท่าจะบรรเทาลง โดยกลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือนในซีเรียกล่าวหาว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียทิ้งระเบิดถังน้ำมันบรรจุสารคลอรีนจากเฮลิคอปเตอร์ โจมตีย่านซูคาริชาน เมืองอเลปโป ทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 80 คน รวมทั้งเด็กๆซึ่งมีอาการหายใจลำบาก ต้องใช้หน้ากากช่วยหายใจ

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ส.ค. กลุ่มนี้ก็กล่าวหาว่าทัพรัฐบาลซีเรียโจมตีด้วยสารพิษคลอรีน และการสอบสวนของสหประชาชาติระบุว่า ทัพรัฐบาลใช้สารคลอรีนโจมตีจริงอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่รัฐบาลซีเรียปฏิเสธว่า ไม่เคยโจมตีด้วยอาวุธเคมีใดๆ.

 

ก่อการร้ายและพิพาททะเลจีนใต้ปัญหาใหญ่อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715730

 

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันพุธ 7 ก.ย. ประเด็นการหารือโดดเด่นที่สุดคือ ปัญหาพิพาททะเลจีนใต้ โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์เผยแพร่ภาพหลักฐานเรือยามฝั่งของจีนคุ้มกันอยู่ในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ขณะที่จีนยืนกรานเดินหน้าสร้างที่มั่นทางทหารบนหมู่เกาะอยู่ห่างจากเกาะใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์เพียง 230 กม. พื้นที่เกาะดังกล่าวของฟิลิปปินส์เป็นที่ตั้งของฐานทหารสหรัฐฯด้วย โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุจะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบุกระบวนการดังกล่าวของจีนถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุรัฐบาลสหรัฐฯเตรียมส่งมอบเครื่องบินให้ฟิลิปปินส์ 2 ลำในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อใช้ภารกิจบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับฟิลิปปินส์ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยจากกรณีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวสบถถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ อย่างรุนแรงก้าวร้าวก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้นำสหรัฐฯยกเลิกการเจรจาทวิภาคีกับผู้นำฟิลิปปินส์ใน สปป.ลาว

ส่วนการประชุมผู้นำอาเซียนกับเหล่าผู้นำชาติเอเชียตะวันออกอื่นๆ รวมทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย รัสเซีย และสหรัฐฯ ซึ่งต่างก็ให้ความสำคัญกับชาติอาเซียนท่ามกลางการแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ นายกรัฐมนตรีมัลคอมล์ เทิร์นบูลล์ แห่งออสเตรเลีย ระบุออสเตรเลียได้เสนอความช่วยเหลือแก่ชาติอาเซียนในภารกิจป้องกันปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค โดยเฉพาะแก่รัฐบาลอินโดนีเซียและมาเลเซียจากภัยคุกคามโดยสมาชิกกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ซึ่งแม้แต่ออสเตรเลียเองก็เคยเผชิญสถานการณ์ถูกก่อการร้ายโจมตีนครซิดนีย์และนครเมลเบิร์นมาแล้วจากผู้ก่อการร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียว หรือที่เรียกกันว่า “หมาป่าเดียวดาย” ซึ่งภัยคุกคามแบบนี้ยากป้องกันหรือทราบเบาะแสล่วงหน้า

ส่วนภารกิจประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ใน สปป.ลาว ได้พบผู้รอดชีวิตจากการทิ้งระเบิดของกองทัพสหรัฐฯใน สปป.ลาวเมื่อหลายสิบปีก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯประกาศจะช่วยอุดหนุนงบประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้แก่ สปป.ลาวตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อใช้กำจัดระเบิดที่ตกค้าง.

 

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย จอดรถซุกถังแก๊สใกล้โบสถ์ในปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715593

 

ตำรวจกรุงปารีสพบรถต้องสงสัยบรรทุกถังแก๊สจำนวนมากจอดอยู่ใกล้มหาวิหารน็อทร์-ดาม เบื้องต้นตำรวจจับกุมเจ้าของรถก่อนปล่อยตัวไป จากนั้นจึงจับกุมผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ อีก 2 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงปารีสของประเทศฝรั่งเศสจับกุมตัวชายคนหนึ่ง ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัยเป็นพวกหัวรุนแรงของหน่วยข่าวกรองฝรั่งเศส หลังจากพบรถยนต์ ‘เปอร์โย 607’ ซึ่งไม่มีป้ายทะเบียน ของชายคนนี้ เปิดไฟฉุกเฉินจอดอยู่ใกล้กับมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส โดยมีถังแก๊สถึง 7 ถังบรรจุอยู่ภายในตัวรถ

นอกจากนี้ ตำรวจพบด้วยว่า ถังแก๊ส 1 ถังที่อยู่บนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับ ว่างเปล่า และพบเอกสารภาษาอารบิกจำนวนหนึ่งอยู่ภายในรถ แต่ไม่พบอุปกรณ์จุดระเบิด ตำรวจยังตั้งข้อสังเกตว่า ไฟฉุกเฉินที่เปิดอยู่อาจมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดความสนใจ และชายคนนี้อาจกำลังพยายามทำการทดสอบวิ่ง

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาตำรวจปล่อยตัวเจ้าของรถเปอร์โยคันนี้เป็นอิสระ แต่ในขณะเดียวกันก็จับกุมตัวชายหญิงคู่หนึ่ง อายุ 34 ปี และ 29 ปี บนด่วนสายหนึ่ง ในพื้นที่ทางใต้ของฝรั่งเศส ในฐานะผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

ด้านนาย แบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสระบุว่า เขากำลังรอรายงานจากเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสกำลังอยู่ภายใต้กฎสถานการณ์ฉุกเฉิน นับตั้งแต่เกิดเหตุก่อการร้ายหลายจุดในกรุงปารีส เมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย. ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 ราย ขณะที่เมื่อเดือนก.ค. ก็เกิดเหตุชายคนหนึ่งขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนในเมืองนีส ทางใต้ของฝรั่งเศส จนทำให่้มีผู้เสียชีวิตถึง 84 คน โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามออกมาอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้ง 2 เหตุการณ์

 

อย่าลืมนัด! แอปเปิล เปิดตัวไอโฟนใหม่ แถมเอาใจสาวก ถ่ายสด ไลฟ์สตรีม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 18:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715390

 

แอปเปิล ยักษ์ใหญ่ไอที นัดสื่อมวลชนทั่วโลกมาร่วมงาน ‘เจอกันวันที่ 7’ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไอโฟนรุ่นใหม่ ที่ซานฟรานซิสโก แถมมีการถ่ายทอดสดแบบ ‘ไลฟ์ สตรีม’ ให้สาวกไอโฟนทั่วโลกร่วมชมไปพร้อมๆ กัน

เมื่อ 7 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานครึกโครม อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า สาวกของแอปเปิล เตรียมได้ยลโฉม ไอโฟนรุ่นใหม่ ที่รอคอยมาเนิ่นนาน หลังจากบริษัทแอปเปิล บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ส่งเทียบเชิญสื่อมวลชนทั่วโลก ‘See You on the 7th’ (เจอกันวันที่ 7) ให้มาร่วมงานใหญ่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ บ.แอปเปิล ที่ บิลล์ เกรแฮม ซิวิค ออดิทอเรียม ในนครซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐฯ และงานจะเริ่มขึ้นตอนเวลา 10.00 น. ของวันพุธที่ 7 เดือนกันยายน ตามเวลาท้องถิ่น

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที อย่างแอปเปิล จะมีการถ่ายทอดสดแบบ ไลฟ์ สตรีม (Live Stream) ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของแอปเปิล เพื่อให้บรรดาสาวกและผู้คนที่สนใจจากทั่วโลก สามารถติดตามชมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิลผ่านทางคอมพิวเตอร์ Apple Mac (แอปเปิล แมค) หรือมือถือไอโฟนที่เป็นระบบปฏิบัติการ ios (ไอโอเอส) ไปพร้อมๆ กัน



ทิม คุก (คนกลาง) ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล

ท่ามกลางการคาดเดาและข่าวหลุดข่าวรั่วของไอโฟนรุ่นใหม่ที่ออกมาตามสื่อต่างๆ และเชื่อว่า งานนี้ แอปเปิล จะเป็นการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ และน่าจะใช้ชื่อว่า ไอโฟน 7 แต่ด้วยความเป็นบริษัทแอปเปิล ที่มักซ่อนนัยในคำเชิญอยู่เสมอ ไม่ยอมบอกความจริงของผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวแบบหมดเปลือก เพื่อหวังสร้างความตื่นตาตื่นใจ รวมถึงความตื่นเต้นในวันงานจริง อย่างชื่องาน ‘See You on the 7th’ อาจมีจุดประสงค์เพื่อให้วันเปิดตัว เป็นวันที่ 7 เพื่อให้ตรงกับชื่อรุ่น ไอโฟน 7 พร้อมกันนั้น ภาพบนบัตรเชิญ ที่เป็นรูปวงกลมโปร่งแสง สีสันสวยงาม น้ำเงิน ทอง เทา ชมพู ส้ม เขียว แดง ราวกับหยดน้ำหลากสี อาจบอกเป็นนัยถึงข่าวลือที่ออกมาว่า แอปเปิลจะมีการออกสีใหม่ของไอโฟน รวมทั้งรูปวงกลม อาจหมายถึงหยดน้ำ ที่ไอโฟนรุ่นใหม่สามารถป้องกันน้ำได้ด้วย


อย่างไรก็ตาม ขณะที่แอปเปิลกำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับแวดวงไอทีอีกครั้ง หลังจากบริษัทซัมซุง ได้ช็อกโลกไปแล้วกับการระงับการขาย และเรียกคืน ‘กาแลคซี่ โน้ต 7’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่ถึง 2 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับรายงานร้องเรียนจากลูกค้า 35 ราย เจอปัญหาไฟไหม้ เครื่องระเบิดระหว่างชาร์จแบตเตอรี่นั้น สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานความจริงวันนี้ของผู้บริโภคในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นประเทศลูกค้ารายใหญ่ของแอปเปิลว่า ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิล ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ที่ผ่านมา ลดลงมากกว่าสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า ขณะที่ผู้ถูกสอบถามถึงครึ่งหนึ่งในจำนวน 12 คน บอกว่า พวกเขาจะต้องตรวจสอบขอดูฟังก์ชั่นใหม่ๆ ของไอโฟนรุ่นใหม่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ หรือไม่ก็จะรอซื้อตอนที่ราคาถูกลงกว่าตอนเปิดตัว โดยมีผู้ถูกสอบถามเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่มีแผนจะซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ทันทีที่ออกมา.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืนนี้มีอะไร? ในงาน ‘See you on the 7th’ เปิดตัวของใหม่แอปเปิล