อนามัยโลก เตือนดังๆ กลับจากพท.ไวรัสซิการะบาด ควรมีเซ็กซ์แบบปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 16:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715280

 

องค์การอนามัยโลก ออกคำเตือน หญิง-ชายกลับจากประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิกา ควรมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย 6 เดือน แม้จะไม่มีอาการป่วยของโรค ป้องกันความเสี่ยงแพร่ระบาดไวรัสซิกา ขณะที่ตอนนี้ พบการระบาดในกว่า 60 ประเทศ และมี 11 ประเทศที่มีคนติดเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกคำเตือน หญิงหรือชายที่เดินทางกลับจากพื้นที่หรือในประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิกา ควรมีเพศสัมพันธ์กันอย่างปลอดภัย เป็นเวลาอย่างน้อยถึง 6 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา อีกทั้ง ยังรวมถึงบุคคลที่ไม่ได้มีอาการจากการติดเชื้อไวรัสซิกาก็ตาม

คำเตือนขององค์การอนามัยโลก มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากมีคณะแพทย์ตรวจพบเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอสุจิของชายชาวอิตาเลียนคนหนึ่งทั้งที่เขาติดเชื้อไวรัสซิกาและมีอาการป่วยผ่านมาแล้วถึง 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกได้เตือน บรรดาผู้ชายที่กลับจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ถึงแม้ไม่มีอาการป่วยด้วยว่า ควรสวมถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ หรืองดเว้นการมีเซ็กซ์สัก 8 สัปดาห์ เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของไวรัสซิกา


ทั้งนี้ ไวรัสซิกา ซึ่งปกติแล้ว มียุงลายเป็นพาหะ สามารถติดต่อผ่านทางของเหลวในร่างกาย โดยผู้คนจำนวนมากที่ติดเชื้อไวรัสซิกา จะไม่ได้แสดงอาการป่วยออกมา หรืออาจแค่เพียงมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ เท่านั้น โดยบราซิล ซึ่งเพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ถือเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาหนักที่สุด แต่ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันว่ามีนักกีฬาหรือบุคคลที่ไปร่วมการแข่งขันโอลิปิกติดเชื้อไวรัสซิกากลับมา

ขณะเดียวกัน ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้มี 11 ประเทศที่มีรายงานมีประชาชนติดเชื้อไวรัสซิกา จากการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่มีมากกว่า 60 ประเทศและดินแดน รวมทั้งสิงคโปร์ (ยอดผู้ติดเชื้อซิกาสะสมในสิงคโปร์ ทะลุ 200 รายแล้ว )ยังคงมีการระบาดของไวรัสซิกาโดยมียุงในท้องถิ่นเป็นพาหะ

 

ชาวญี่ปุ่น ร้องยี้! สาวลูกครึ่งอินเดีย ครองมงกุฎ มิส เจแปน 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 15:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/715170

 

ชาวญี่ปุ่นร้องยี้ วิจารณ์อื้ออึง ปริยานกา โยชิกาวะ นางงามญี่ปุ่นคนใหม่ เป็นสาวลูกครึ่ง ผิวเข้ม ซ้ำรอยปีก่อนอีกแล้ว เพียงแต่ปีนี้ เป็นลูกครึ่งเชื้อสายอินเดีย

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานชาวญี่ปุ่นหัวอนุรักษ์รับไม่ได้ นางสาวปริยานกา โยชิกาวะ สาวงามชาวญี่ปุ่นลูกครึ่งอินเดีย วัย 22 ปี คว้ามงกุฎนางงามญี่ปุ่น (Miss Japan) คนใหม่ ประจำปี 2016 ซ้ำรอย นางงามญี่ปุ่นปีที่แล้ว ที่สาวญี่ปุ่นลูกครึ่งอเมริกัน-แอฟริกันได้ตำแหน่งนางงามในญี่ปุ่นเป็นคนแรก

น.ส.ปริยานกา โยชิกาวะ สาวลูกครึ่ง ผิวเข้ม ซึ่งได้รับใบอนุญาตสามารถฝึกช้างในญี่ปุ่น กล่าวว่า เธอมุ่งหวังให้การได้รับตำแหน่งนางงามญี่ปุ่นคนใหม่ของเธอ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมุมมอง การรับรู้ของชาวญี่ปุ่น ขณะที่คนบางส่วนได้พากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความที่ต้องการในมิสเจแปน มีสายเลือดชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ไม่ใช่ลูกครึ่งเช่นเธอ


ปริยานกา โยชิกาวะ บนเวทีประกวดนางงามญี่ปุ่น

ขณะเดียวกัน มิสเจแปนคนใหม่ ยังกล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีในฐานะที่เธอเป็นลูกครึ่งว่า พวกเราเป็นชาวญี่ปุ่น ถึงแม้พ่อของฉันเป็นชาวอินเดีย และฉันก็มีความภูมิใจ ที่มีสายเลือดชาวอินเดียอยู่ในตัว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ฉันไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น โดย น.ส.ปริยานกา โยชิกาวะ ยังกล่าวชื่นชม นางสาวอาเรียนา มิยาโมโตะ สาวงามชาวญี่ปุ่นลูกครึ่งอเมริกัน-แอฟริกัน ที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากสังคมชาวญี่ปุ่น หลังจากเธอเป็นสาวงามลูกครึ่งที่ได้ครองมงกุฎมิส ยูนิเวอร์ส เจแปน 2015 และกลายเป็นสาวงามลูกครึ่งคนแรกของญี่ปุ่น ที่ได้สวมมงกุฎนางงาม


นางสาวอาเรียนา มิยาโมโตะ สาวงามชาวญี่ปุ่นลูกครึ่งอเมริกัน-แอฟริกัน ขณะประกวดนางงามจักรวาล 2015 ที่สหรัฐฯ
 

ปูติน หวิดไป! รถประจำตำแหน่ง ชนสนั่นเก๋ง คนขับคู่ใจดับคาที่ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 12:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714870

 

(ภาพจากยูทูบ : Harold Westmoreland)

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ใจหายวูบ.. รถBMW ประจำตำแหน่งประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ชนตูมกับรถเมอร์ซิเดส ในกรุงมอสโก คนขับรถดับคาที่…

เมื่อ 7 ก.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุสุดระทึก รถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งเป็นรถเก๋งสุดหรู ยี่ห้อ BMW สีดำ ประสบเหตุชนกับรถเก๋งเมอร์ซิเดสอย่างรุนแรง บนถนนคูตูซอฟสกี ในกรุงมอสโก เมืองหลวง เป็นเหตุให้คนขับรถของประธานาธิบดีปูติน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ขณะที่ ประธานาธิบดีปูติน ยังโชคดี ไม่ได้นั่งอยู่บนรถขณะประสบอุบัติเหตุ

ข่าวแจ้งว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนถนน แสดงให้เห็นช่วงนาทีรถเก๋งเมอร์ซิเดส ชนกับรถ BMW ของประธานาธิบดีอย่างแรง จนทำให้รถหมุนคว้าง ก่อนสงบนิ่งกลางถนน ด้านหน้ารถพังยับ โดยสื่อท้องถิ่นในรัสเซีย รายงานว่า รถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีปูติน ขับโดยคนขับรถ (ไม่มีการเปิดเผยชื่อ) ซึ่งปูตินชื่นชอบฝีมือในการขับรถ ด้วยประสบการณ์ในการขับรถมายาวนานกว่า 40 ปี ส่วนคนขับรถเมอร์ซิเดส คู่กรณี ขับรถมาคนเดียวลำพัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล


ชมคลิป ที่นี่

 

หญิงฝรั่งเศส ผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้ารายแรกของโลก 11 ปีก่อน เสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 11:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714813

 

เศร้า…หญิงฝรั่งเศส อิสซาเบล ดินัวร์ บุคคลแรกที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้ารายแรกในโลก เสียชีวิตแล้ว หลังผลข้างเคียงจากการปลูกถ่ายใบหน้า ที่ต้องใช้ยากดภูมิต้านทานหลายขนาน ส่งผลร่างกายอ่อนแอ และป่วยด้วยโรคมะเร็งถึง 2 ชนิด

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นางอิสซาเบล ดินัวร์ หญิงชาวฝรั่งเศส วัย 49 ปี ซึ่งนับเป็นบุคคลที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าเป็นรายแรกของโลกเมื่อปี 2548 เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากผลจากการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้า ซึ่งต้องใช้ยากดการทำงานของระบบภูมิต้านทานโรคอย่างหนัก ทำให้ร่างกายดินัวร์อ่อนแอลง และป่วยด้วยโรคมะเร็งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะอายุ 49 ปี

บีบีซี แจ้งว่า สาเหตุที่ทางโรงพยาบาลในเมืองอาเมียง เพิ่งแจ้งข่าวการเสียชีวิตของดินัวร์ในหลายวันต่อมา เพราะเคารพในความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของเธอต่อการจากไปของดินัวร์


อิสซาเบล ดินัวร์ เมื่อปี 2549 หลังได้รับการปลูกถ่ายใบหน้าเป็นรายแรกของโลก

ทั้งนี้ อิสซาเบล ดินัวร์ ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าเป็นคนแรกของโลก หลังจากใบหน้าของเธอต้องเสียโฉมอย่างหนัก โดยเฉพาะ จมูก ปาก และคาง จากการถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ขย้ำกัด โดยเมื่อปี 2552 ดินัวร์ เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวบีบีซีว่า ทุกครั้งที่เธอส่องกระจก เธอจะได้เห็นใบหน้าที่ผสมผสานกันระหว่างใบหน้าของเธอกับใบหน้าของคนที่บริจาคใบหน้ามาให้ ซึ่งเธอรู้สึกว่า ผู้บริจาคใบหน้านี้อยู่กับเธอตลอดเวลา

ด้าน นสพ.ฟิกาโร เคยรายงานว่า ดินัวร์ต้องเจ็บป่วยจากการที่ร่างกายของเธอปฏิเสธการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าอีกครั้ง ซึ่งอาการต่อต้าน ทำให้เธอป่วยด้วยโรคมะเร็ง ถึง 2 ชนิด

 

อึ้ง! ศุลกากรดัตช์จับกิ้งก่า 259 ตัว ซุกกระเป๋าเดินทาง 4 ใบคาสนามบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 02:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714508

 

กิ้งก่าชักวอลลา ซาน เอสเตบัน (ภาพ: wikipedia)

ศุลกากรของประเทศเนเธอร์แลนด์ตรวจจับกิ้งก่า 259 ตัวที่ถูกซุกซ่อนมาในกระเป๋าเดินทาง 4 ใบ ที่สนามบินในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และจับผู้ต้องสงสัยได้อีก 3 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กันยายน หน่วยงานศุลกากรประเทศเนเธอร์แลนด์ ตรวจจับกิ้งก่าถูกลักลอบขนส่ง โดยซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางจำนวน 4 ใบ ผ่านท่าอากาศยานอัมสเตอร์ดัม สคิปโพล ในกรุงอัมสเตอร์ดัม โดยมีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมตัวด้วยจำนวน 3 คนขณะที่กำลังจะเดินทางผ่านไปยังประเทศสเปน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและศุลกากรดัตช์กล่าวว่า “ในจำนวนสัตว์ที่ตรวจพบจำนวน 259 ตัว มีเสียชีวิตไปจำนวน 10 ตัว” โดยระบุว่าการตรวจค้นจับกุมพบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวจำนวน 3 คนเป็นคนสัญชาติสเปนที่เดินทางมาจากประเทศเม็กซิโก โดยถูกตั้งข้อหาลักลอบขนและกระทำการทารุณสัตว์ ทั้งนี้ สัตว์เลื้อยคลานที่ค้นพบมี กิ้งก่าชักวอลลา ซาน เอสเตบัน (San Esteban chuckwalla) ซึ่งเป็นกิ้งก่าสายพันธุ์ที่พบเฉพาะบนเกาะ ซาน เอสเตบัน ที่ตั้งอยู่ในอ่าวแคลิฟอเนียร์ ประเทศเม็กซิโกเท่านั้น

บรรดากิ้งก่าและสัตว์พันธุ์อื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นสัตว์ที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) เจ้าหน้าที่ศุลกากรดัตช์ประเมินมูลค่าสัตว์ป่าที่ตรวจจับได้ในครั้งนี้สูงถึง 80,000 ยูโร (3.2 ล้านบาท)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจดัตช์ได้ตรวจค้นจับกุมหนังและกระดูกสัตว์ป่าสงวนจำนวนมหาศาลทางตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์

 

9 ผู้ประท้วงล่ามตัวเองกลางรันเวย์สนามบินลอนดอน หลายชั่วโมงก่อนโดนรวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714443

 

นักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม แบล็ค ไลฟ์ส แมทเทอร์ 9 คนล่ามตัวเองกับเสา 3 ขาบนรันเวย์ของสนามบินในกรุงลอนดอน ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายเที่ยว ก่อนทั้งหมดจะถูกตำรวจจับกุมตัว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่อต้านการเหยียดผิว ‘แบล็ค ไลฟ์ส แมทเทอร์’ (Black Lives Matter) ในสหราชอาณาจักร จำนวน 9 คน ก่อเหตุประท้วงด้วยการล่ามตัวเองไว้กับเสาไม้ 3 ขา บนรันเวย์ของสนามบิน ลอนดอน ซิตี้ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ส่งผลให้เที่ยวบินถูกยกเลิกหลายเที่ยวบิน

ตำรวจกรุงลอนดอนระบุว่า ผู้ประท้วงกลุ่มนี้ถูกจับกุมตตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อการบุกรุก และทำผิดกฎของท่าอากาศยานลอนดอน ซิตี้ และถูกนำตัวไปคุมขังแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานลอนดอน ซิตี้ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นลำดับที่ 5 ของสหราชอาณาจักร แจ้งผ่านข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า รันเวย์ที่เกิดเหตุเปิดให้บริการตามปกติแล้ว


ผู้โดยสารเข้าคิวยาวเหยียด หลังเที่ยวบินที่พวกเขาจะขึ้นถูกยกเลิกหรือดีเลย์เพราะการประท้วง

ด้านกลุ่ม แบล็ค ไลฟ์ส แมทเทอร์ ยอมรับในแถลงการณ์ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการประท้วงต่อ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักรที่มีต่อชีวิตของคนผิวสีท้องในระดับท้องถิ่นและทั่วโลก หลังจากพวกเขาพบว่า ท่าอากาศยานลอนดอน ซิตี้ กำลังมีแผนจะขยายความจุ ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบแก่ชุมชนโดยรอบ

พวกเขาระบุอีกว่า 7 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ใต้ทะเลทรายซาฮารา ในแอฟริกา ซึ่งความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้เกิดผู้ลี้ภัยมากมาย

 

งงไหม! จดหมายไร้ชื่อที่อยู่ในไอซ์แลนด์ ส่งถึงมือผู้รับได้อย่างไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 17:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714243

 

(ภาพจากทวิตเตอร์ Nølly Glåss @Loss)

สื่อไอซ์แลนด์ รายงานครึกโครม เรื่องราวดีๆ ที่น่าทึ่ง เมื่อมีจดหมายไร้ชื่อที่อยู่ผู้รับฉบับหนึ่ง แต่บุรุษไปรษณีย์กลับสามารถนำส่งถึง เนื่องจากผู้ส่ง เจ้าของจดหมาย มีความทรงจำดีๆ จนสามารถวาดแผนที่รายละเอียดพร้อมระบุสภาพแวดล้อมได้อย่างชัดเจน

เมื่อ 6 กันยายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า หนังสือพิมพ์สเคสซุฮอร์นของในประเทศไอซ์แลนด์รายงานข่าว ไปรษณีย์ของหมู่บ้านโบดาร์ดาลูร์ (Búðardalur) ต้องประหลาดใจที่พบหน้าซองจดหมายฉบับหนึ่ง เป็นภาพวาดแผนที่ แทนที่จะเป็นชื่อและที่อยู่ของผู้รับตามปกติทั่วไป โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของจดหมาย สามารถวาดแผนที่พร้อมรายละเอียดแวดล้อมที่ค่อนข้างชัดเจนจากความทรงจำ

เจ้าของจดหมายเขียนข้อความบนหน้าซองว่า “ฟาร์มเลี้ยงม้าของคู่สามีภรรยาชาวไอซ์แลนด์กับแดนิช มีลูกสามคน และมีแกะอยู่มากมาย ภรรยาทำงานในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ Búðardalur” บุรุษไปรษณีย์ที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่รู้สึกทึ่งในความพยายามของเจ้าของจดหมายที่จะบรรยายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับ

สำหรับจดหมายฉบับดังกล่าวถูกส่งจากกรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ สามารถถูกนำส่งถึงมือผู้รับได้อย่างถูกต้อง เป็นเรื่องราวที่สวยสดงดงามในรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Skessuhorn ก่อนที่จะถูกกระจายอย่างแพร่หลายบนสื่ออินเทอร์เน็ต.

 

ปธน.ปินส์เสียใจ ด่าโอบามา ว่า‘ลูกหญิงโสเภณี’ จนยกเลิกหารือนอกรอบที่ลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 16:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714173

 

ประธานาธิบดีดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ มอบหมายให้โฆษกประจำตัว อ่านแถลงการณ์ แสดงความเสียใจต่อประธานาธิบดีโอบามา หลังด่าแรงเป็น ‘ลูกหญิงโสเภณี’ จนผู้นำสหรัฐฯยกเลิกการเจรจาทวิภาคีที่สปป.ลาว แจงไม่ได้มีเจตนาว่ากล่าวผู้นำสหรัฐฯแบบเฉพาะเจาะจง

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศยังคงเกาะติดเรื่องเด็ดประเด็นร้อนระดับโลก จากกรณีที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ด่าด้วยคำรุนแรงไปถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ เรียกว่า ‘ลูกหญิงโสเภณี’ หลังได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ จากการทำสงครามปราบยาเสพติด จนทำให้มีเครือข่ายแก๊งค้ายาถูกสังหารไปแล้วนับ 2,400 ราย โดยถ้อยคำรุนแรงดังกล่าวของประธานาธิบดีดูเตร์เต ทำให้ประธานาธิบดีโอบามายกเลิกกำหนดการเจรจานอกรอบกับประธานาธิบดีดูเตร์เต ระหว่างมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้วนั้น

ในเวลาต่อมา นายเออร์เนสโต อาเบลลา โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีดูเตร์เต ได้อ่านแถลงการณ์ของผู้นำฟิลิปปินส์ ที่ขอแสดงความเสียใจต่อการเรียกประธานาธิบดีบารัค โอบามา ว่า เป็นลูกของหญิงโสเภณี โดยระบุว่า เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะว่ากล่าวโอบามาเช่นนั้น แบบเป็นการว่ากล่าวเฉพาะเจาะจง


นายเออร์เนสโต อาเบลลา โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต อ่านแถลงการณ์

ขณะเดียวกัน นายอาเบลลา ยังอ่านแถลงการณ์ของประธานาธิบดีดูเตร์เต ที่ชี้แจงว่า คำพูดรุนแรงเช่นนั้น เกิดขึ้น ระหว่างที่ประธานาธิบดีดูเตร์เตตอบคำถามของผู้สื่อข่าวแบบโผงผางตามความคิดเห็นของเขา ด้วยเหตุนี้ จึงขอแสดงความเสียใจที่มันทำให้เข้าใจว่าเป็นการว่ากล่าวโดยตรงถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยนายอาเบลลา ยังกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีดูเตร์เต พร้อมที่จะเจรจาหารือระดับทวิภาคีกับผู้นำสหรัฐฯในโอกาสต่อไป (โอบามา ยกเลิกหารือ‘ดูเตร์เต’ที่ลาว หลังโดนด่าแรง ‘ลูกหญิงโสเภณี’!)


ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ
 

ไฟไหม้สยอง คุกเอธิโอเปีย ดับ 23 ศพ ส่วนใหญ่เหยียบกันจนขาดอากาศหายใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 15:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/713960

 

(ภาพจากยูทูบ:ESATtv Ethiopia)

สุดสลด ไฟไหม้เรือนจำในเอธิโอเปีย คร่าชีวิตผู้ต้องขังถึงอย่างน้อย 23 ศพ ส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจจนตาย หลังจากผู้ต้องขังจำนวนมากพยายามยื้อแย่งหนีพระเพลิง จนเกิดการเหยียบกัน

เมื่อ 6 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ไฟไหม้เรือนจำคิลินโต ชานกรุงแอสดิส อะบาบา เมืองหลวงของประเทศเอธิโอเปีย เมื่อวันเสาร์ที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้ต้องขังดับอนาถ อย่างน้อยถึง 23 ราย ในจำนวนนี้ ขาดอากาศหายใจจนตาย 21 ราย หลังจากบรรดาผู้ต้องขังเกิดการเหยียบกันเพื่อหนีเหตุเพลิงไหม้ นอกจากนั้น ยังมีผู้ต้องขังถูกเจ้าหน้าที่คุมเรือนจำยิงเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้สยองที่เรือนจำแห่งนี้

สื่อท้องถิ่นในเอธิโอเปีย แจ้งว่า หลังเกิดไฟลุกไหม้ก่อให้เกิดควันดำทะมึน ที่เรือนจำคิลินโตแล้ว ท่ามกลางความโกลาหล ยังได้ยินเสียงปืนดังมาจากเรือนจำแห่งนี้ด้วย โดยสื่อบางสำนักอ้างการเปิดเผยของพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่า เสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นเสียงปืนที่เจ้าหน้าที่คุมเรือนจำยิงสังหารนักโทษจนเสียชีวิตหลายราย

ทั้งนี้ เรือนจำคิลินโต เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดี โดยผู้ต้องขังสามารถถูกคุมขังอยู่ที่นี่ นานถึง 3 ปี หรือมากกว่านั้น ระหว่างรอคำตัดสินของศาล นอกจากนั้นแล้ว เรือนจำแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองประท้วงต่อต้านรัฐบาล นักเคลื่อนไหว และนักข่าว โดยระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้มีผู้ต้องขังถูกคุมอยู่ถึงประมาณ 3,000 คน

 

โอบามา ยกเลิกหารือ‘ดูเตร์เต’ที่ลาว หลังโดนด่าแรง ‘ลูกหญิงโสเภณี’!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 12:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/713765

 

ประธานาธิบดีโอบามา รับไม่ได้..ยกเลิกกำหนดการหารือนอกรอบกับประธานาธิบดีดูเตร์เต ที่ สปป.ลาวแล้ว หลังโดนผู้นำฟิลิปปินส์ด่าแรง เป็น ‘ลูกหญิงโสเภณี’ ดักคอโอบามา จะหยิบยกเรื่องสิทธิมนุษยชนมาตำหนิติติงรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่เดินหน้าปราบยาเสพติด จนวิสามัญเครือข่ายแก๊งค้ายาแล้วกว่า 2 พันราย

เมื่อ 6 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า กรณีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ด่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ สะท้านโลก ว่าเป็น ‘ลูกหญิงโสเภณี’ อย่ามาสอนเรื่องสิทธิมนุษยชน จากการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์เดินหน้าปราบปรามเรื่องยาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง และมีการวิสามัญฆาตกรรมเครือข่ายแก๊งค้ายาไปแล้วกว่า 2,400 ราย ในช่วงเวลาแค่ 2เดือน หลังจากดูเตร์เต ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำฟิลิปปินส์นั้น

ในที่สุด ทางการสหรัฐฯ ได้แจ้งว่า ประธานาธิบดีโอบามา ได้ยกเลิกหมายกำหนดการประชุมนอกรอบกับประธานาธิบดีดูเตร์เต ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ มีกำหนดการหารือ ระหว่างมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และประธานาธิบดีโอบามาได้พูดมาตลอดว่า เขาจะหยิบยกเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ ซึ่งทางการได้ตั้ง ‘ศาลเตี้ย’ สังหารผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในฟิลิปปินส์ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม


‘อย่ามายุ่งกับผม’ ประธานาธิบดีดูเตร์เต ด่าบารัค โอบามา สะท้านโลก

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ เดินทางถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 5 ก.ย.

นายเนด ไพรซ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ประธานาธิบดีโอบามา จะมีการหารือกับ ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ของเกาหลีใต้แทน ระหว่างมีการประชุมผู้นำอาเซียนที่ สปป.ลาว ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบามา ได้ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือจี 20 ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงของจีน เพื่อมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ สปป.ลาว ขณะที่ ประธานาธิบดีดูเตร์เต ได้กล่าววาจาดุเดือด ที่กรุงมะนิลา เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ด่าประธานาธิบดีโอบามาว่าเป็นลูกโสเภณี ก่อนมาประชุมผู้นำอาเซียน (‘ดูเตร์เต’ ด่า ‘โอบามา’ ลูกโสเภณี อย่ามาสอนเรื่องสิทธิมนุษยชน)