บึมสนั่น ถล่มศูนย์กีฬาเมืองชีเมย์ ในเบลเยียม ตาย 1 บาดเจ็บ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 13:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702749

 

(ภาพประกอบ)

เกิดเหตุระเบิดกลางดึก ถล่มศูนย์กีฬา ชาลอง ในเมืองชีเมย์ ของเบลเยียม ดับสลด 1 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย เบื้องต้น ยังไม่ทราบใครอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุสะเทือนขวัญ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน เกิดเหตุระเบิดที่ศูนย์กีฬา “ชาลอง” เมืองชีเมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ ไปทางใต้ราว 110 กม.และใกล้กับชายแดนฝรั่งเศส เมื่อเวลา 00.01 น. ของวันที่ 26 ส.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น) แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 4 คน ซึ่งในจำนวนนี้ สองคนที่มีบาดแผลจากไฟไหม้รุนแรง ขณะที่ทางการเบลเยียมต้องประกาศใช้แผนฉุกเฉิน

นางฟรองซัวส์ ฟาสซิโอส์-ลูเต็น นายกเทศมนตรีเมืองชีเมย์ แถลงข่าวร่วมกับหัวหน้าหน่วยกู้ภัยเขตเมืองเอย์โนท์ และผู้กำกับการตำรวจเขตโบธา ระบุว่า การระเบิดที่บริเวณอาคารศูนย์กีฬาเมืองชีเมย์ ตั้งอยู่บนถนนชาลอง เมื่อเวลา 00.01 น. ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด โดยขณะเกิดเหตุ มีสมาชิกของชมรมนักวิ่ง 5 คนที่ยังอยู่ภายในอาคาร แรงระเบิดเป็นเหตุให้ตัวอาคารชั้นพื้นดินและด้านหน้าพังถล่มลง

ขณะที่ นายมิเชล เมออง หัวหน้าหน่วยกู้ภัยกล่าวว่า มีชายวัยสี่สิบปีเศษคนหนึ่ง เสียชีวิต นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีชายอีก 2 คนที่ถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน

หลังเกิดเหตุระเบิด นายกเทศมนตรีเมืองชีเมย์ ได้เรียกประชุมเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน และมีการประกาศแผนฉุกเฉินระดับอำเภอ พร้อมทั้งยังกล่าวว่า ท่ามกลางเหตุร้าย ยังมีเรื่องโชคดี เพราะปกติแล้ว ทุกวันพฤหัสบดีจะมีการแข่งมินิฟุตบอล แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ได้ถูกยกเลิกไปเสียก่อน มิฉะนั้น อาจจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ เบื้องต้น ยังไม่มีการสรุปสาเหตุระเบิด ขณะที่ตัวอาคารไม่มีการเดินท่อแก๊สสำหรับใช้งาน แต่ได้พบถังแก๊สวางอยู่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลที่จะสามารถสรุปสาเหตุระเบิดได้ในขณะนี้ ส่วนอัยการได้สั่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอัคคีภัยมาสำรวจรายละเอียดเพื่อหาสาเหตุการระเบิด และจะต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงของอาคารอีกครั้งหนึ่งด้วย

 

ช็อก โบลิเวีย! รมช.มหาดไทย โดนอุ้ม-ฆ่าโหด ขณะไปเจรจากับม็อบคนงานเหมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 11:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702720

 

ชาวโบลิเวียตกตะลึงกันทั้งประเทศ โรดอลโฟ อิลลาเนส รมช.มหาดไทย โดนสังหารเหี้ยม ระหว่างเดินทางไปเจรจากับกลุ่มคนงานเหมืองประท้วงปิดถนนในเมืองปันดูโร แต่กลับเกิดเหตุร้ายไม่คาดคิด ถูกคนงานเหมืองลักพาตัว ก่อนฆ่าทิ้ง

เมื่อ 26 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นายโรดอลโฟ อิลลาเนส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศโบลิเวีย โดนสังหารอย่างเหี้ยมโหด เมื่อเย็นวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังเขาถูกกลุ่มคนงานเหมืองแร่ซึ่งก่อหวอดนัดสไตรก์หยุดงานลักพาตัวไป เมื่อช่วงสายของวันเดียวกัน ขณะที่นายอิลลาเนสได้เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อต้องการมาเจรจากับกลุ่มคนงานเหมืองแร่ที่ประท้วงปิดถนน ในเขตเมืองปันดูโร ทางตอนใต้ของกรุงลาปาซ ทว่าเมื่อรถยนต์ของนายอิลลาเนสแล่นมาถึง กลับเกิดเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน เมื่อเขาได้ถูกกลุ่มคนงานเหมืองสกัดรถยนต์และจับตัวเขาไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 2 คน

ด้านนายคาร์ลอส โรมีโร รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จากหลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่านายอิลลาเนส ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม-ป่าเถื่อน ขณะที่ นสพ.ลา ราซอน ในโบลิเวีย ยังรายงานอ้างการเปิดเผยของ รมว.กลาโหม ว่า นายอิลลาเนสถูกทุบตีจนเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น


ทั้งนี้ คนงานเหมืองแร่ในโบลิเวีย ได้นัดสไตรก์หยุดงาน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมาย ทว่าสถานการณ์ประท้วงกลับเปลี่ยนไปสู่การเกิดความรุนแรงมากขึ้น จนถึงขั้นปิดถนนไฮเวย์ในเขตเมืองปันดูโร ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีคนงานถูกตำรวจยิงเสียชีวิต 2 นาย ในวันที่ 24 ส.ค. ระหว่างเกิดการปะทะต่อสู้กับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ 17 นาย


สำหรับสหพันธ์ความร่วมมือด้านเหมืองแร่แห่งชาติโบลิเวียนั้น ครั้งหนึ่งเคยถือเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของประธานาธิบดีเอโว โมราเลส แต่ความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหักเมื่อการเจรจาในการออกกฎหมายเหมืองแร่ระหว่างสหพันธ์ฯ กับรัฐบาลต้องพบกับความล้มเหลว จนทำให้ประกาศจะประท้วงรัฐบาลต่อไปแบบไม่มีกำหนด โดยกลุ่มผู้ประท้วงยังเรียกร้องขอสัมปทานในการทำเหมืองแร่มากขึ้น อีกทั้งการให้สิทธิคนงานได้ทำงานกับบริษัทเอกชน และการได้รับค่าจ้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น.

 

ผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยา ไม่ประหลาดใจ!? โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในอิตาลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702109

 

และแล้ว ชาวอิตาลีทางภาคกลางของประเทศ ต้อง ‘ฝันร้าย’ เผชิญหน้ากับมหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ รุนแรงขนาด 6.2 ช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา จนหลายเมืองได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารบ้านเรือนพังพาบราบเป็นหน้ากลองเกือบหมดทั้งเมือง ยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 250 รายแล้ว ท่ามกลางการทำงานแข่งกับเวลาของทีมกู้ภัยกว่าครึ่งหมื่น ที่ใช้ทั้งอุปกรณ์หนัก และ ‘สองมือเปล่า’ เร่งค้นหา-ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน

ความประหวั่นพรั่นพรึงกับหายนภัยทางธรรมชาติ ที่ไม่อาจรู้ล่วงหน้าแน่ชัดได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ปรากฏว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.8 เขย่าภาคกลางของเมียนมาอีก มีศูนย์กลางธรณีพิโรธที่เมืองเชาค์ ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี ลึกจากผิวดิน 84 กม. และใกล้เมืองพุกาม ‘เมืองแห่งทะเลเจดีย์’ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน และเจดีย์หักพังนับร้อยแห่ง ขณะที่แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งบังกลาเทศ อินเดีย ไทย ลาว และจีน ทำเอาผู้คนที่อยู่บนอาคารสูงแตกตื่นตกใจ หน้ามืด เวียนศีรษะไปตามๆ กัน

เพียงแต่ เหตุแผ่นดินไหวที่อิตาลี สร้างความเสียหายหนักหนาสาหัสกว่าที่ประเทศเมียนมาหลายเท่านัก เนื่องจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหวถือว่า ‘ตื้นมาก’ เพราะเกิดบริเวณลึกลงไปจากผิวดินเพียงแค่ 10 กม.เท่านั้น ขณะที่ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาก็ไม่แปลกใจอะไร ที่อิตาลีต้องประสบหายนภัยแผ่นดินไหวรุนแรงในครั้งนี้!!


**เคราะห์ร้าย…ตั้งอยู่ใกล้แนวรอยเลื่อน ทั้งยังมีรอยเลื่อนพาดผ่าน

ภาคกลางของอิตาลี ถือเป็นหนึ่งในภูมิภาค ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดของประเทศ เนื่องจากอยู่ใกล้รอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกแอฟริกา กับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย อีกทั้งยังมีรอยเลื่อนพาดผ่านตามแนวของเทือกเขาอะเพนไนน์ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณภาคกลางของประเทศบ่อยครั้ง

และเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ภูเขาอะเพนไนน์ เนื่องจากแผ่นเปลือกโลกแอฟริกาได้เคลื่อนตัวไป ‘มุด’ ใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย


เสียหายยับ..เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 เขย่าภาคกลางอิตาลี (ภาพจาก USGS)

** ‘ฝันร้าย’ แผ่นดินไหวเขย่าช่วงเช้ามืด

ไม่มีใครคาดคิด ขณะที่ผู้คนในอิตาลีกำลังนอนหลับอย่างเป็นสุขในบ้านเรือนอาคารที่พักอาศัยของตน แต่แล้ว เมื่อเวลา 03.36 น. ของวันที่ 24 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนอร์เซีย ใกล้เมืองเปรูเจีย และเกิดลึกจากผิวดินเพียง 10 กม.เท่านั้น โดยแรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนในหลายเมืองที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว พังถล่มลงมา โดยเฉพาะที่เมืองอมาทรีซ ปรากฏว่า อาคารบ้านเรือนพังเสียหายอย่างหนักไปถึง 3 ใน 4 ของเมือง จนแทบไม่เหลือเมืองนี้อีกต่อไปแล้ว


** เสียหายหนัก เพราะเป็นเมืองเก่า

เดวิด อ.โรเธรีย์ ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัย มิลตัน เคย์เนส ในประเทศอังกฤษ ชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้อาคารที่พักอาศัย สิ่งปลูกสร้างในเมืองอมาทริเซ รวมทั้งเมืองอัคคูโมลี และอาร์ควาตา เดลตรอนโต พังเสียหายอย่างมาก กลายเป็นกองซากปรักหักพัง เนื่องจากเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ สร้างกันมานานหลายร้อยปีแล้ว และผู้คนสมัยนั้น ก็ไม่รู้จักวิธีการสร้างบ้านให้แน่นหนาแข็งแรง รอดพ้นจากภัยแผ่นดินไหว


**ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบ 7 ปี

สำหรับแผ่นดินไหวขนาด 6.2 เขย่าภาคกลางของอิตาลีในครั้งนี้ นับเป็นการเกิดธรณีพิโรธครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ใกล้เมืองลากวีลา ในแคว้นอาบรุซโซ เมื่อปี 2552 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 ราย บาดเจ็บกว่าพัน และไร้ที่อยู่อาศัยถึงประมาณ 65,000 คน

เหตุแผ่นดินไหวในอิตาลี เมื่อ 7 ปีที่ก่อน ถึงขนาดนำไปสู่การจับกุมคณะกรรมการป้องกันความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ด้วยข้อหาล้มเหลวในการแจ้งเตือนความเสี่ยงว่าจะเกิดแผ่นดินไหวในเมืองลากวีลา และในปี 2555 ศาลชั้นต้นได้ตัดสินจำคุกคนละ 6 ปี ฐานกระทำความผิดในข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนา ก่อนต่อมา ปี 2557 คณะกรรมการเหล่านี้จึง ‘รอดคุก’ หลังจากได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และได้พิพากษาพลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้น


**ผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยาชี้ ไม่แปลกใจเสียหายหนัก

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.2 เขย่าภาคกลางอิตาลี เมื่อ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา เพราะความเสียหายรุนแรงเช่นนี้ เกิดขึ้นจากปัจจัยที่ผสมผสานกันระหว่างแนวรอยเลื่อนระดับตื้น และอาคารสิ่งปลูกสร้างที่เก่าแก่ เพราะถึงแม้อิตาลีได้ออกกฎหมาย ให้สร้างสิ่งปลูกสร้างที่ป้องกันเหตุแผ่นดินไหว สำหรับผู้จะสร้างบ้านอาคารที่พักใหม่มานานแล้ว แต่ก็มีน้อยมากที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของอาคารเก่าที่ยังคงอยู่

ผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยา ยังชี้ว่า แผ่นดินไหวที่อิตาลีครั้งนี้ มีกำลังน้อยกว่าการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งที่เกิดขึ้นบนโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างเช่นการเกิดแผ่นดินไหว ที่ประเทศเนปาล ขนาด 7.8 เมื่อเมษายน 2558 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 8,000 ราย และแผ่นดินไหวถือว่ามีพลังมากกว่าการเกิดแผ่นดินไหวที่อิตาลีถึง 250 เท่า


เรียกว่า สำหรับชาวอิตาลี โดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยบริเวณภาคกลางของประเทศแล้ว คงได้แต่ต้อง ‘ทำใจ’ กันสถานเดียว ในการเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหว เพราะเป็นหายนภัยธรรมชาติที่มิอาจรู้วันเวลา ‘แน่ชัด’ ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นที่ใดและเมื่อไหร่ได้เลย…

 

แคนาดาผวา! คนร้ายใช้หน้าไม้ยิงคนดับ 3ศพ ในโทรอนโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702479

 

เกิดเหตุคนร้ายทำรายคนจนเสียชีวิต ที่เขตสการ์เบอโร ของเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา โดยตำรวจระบุผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยหน้าไม้ซึ่งถูกพบตกอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้แล้ว…

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจนนิเฟอร์ ซิดู โฆษกหญิงของสำนักงานตำรวจเมืองโทรอนโต เผยต่อสำนักข่าวบีบีซี ว่า ตำรวจได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุแทงกันที่เมืองสการ์เบอโร ก่อนที่จะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 13:00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 01:00 น. วันศุกร์ตามเวลาไทย) และพบผู้บาดเจ็บ 3 คนอยู่ที่โรงรถแห่งหนึ่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน โดยอย่างน้อย 1 คนในจำนวนนี้มีบาดแผลคล้ายถูกยิงด้วยหน้าไม้ซึ่งพบตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ซิดูยืนยันด้วยว่า มีบุคคลที่ 4 ในที่เกิดเหตุ และคนผู้นี้ถูกตำรวจควบคุมตัวแล้ว โดยยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของคนร้าย

 

เริ่มระอุ! เรือลาดตระเวนมะกันยิงปืนเตือนเรืออิหร่านหลังถูกพุ่งเข้าหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702439

 

เรือพิฆาต ยูเอสเอส นิตเซ ของสหรัฐฯ

เมื่อวันพุธ เรือลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ยิงปืน 3 นัดเตือนเรือของอิหร่านให้ออกจากพื้น เนื่องจากฝ่ายหลังบังคับเรือเข้าใกล้เรือของสหรัฐฯ มากเกินไป…

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เรือลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในพื้นที่ตอนเหนือสุดของอ่าวเปอร์เซีย ยิงปืนเตือนเรือของกองกำลังปกป้องการปฏิบัติอิหร่านจำนวน 3 นัด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่อเมริกันออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาถูกเรือลำดังกล่าวของอิหร่านเข้ามาก่อกวน เช่นเดียวกับเรือลาดตระเวนของสหรัฐฯ อีกลำ รวมทั้งเรือของกองทัพเรือคูเวต

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า หลังจากเรือลาดตระเวนของพวกเขายิงพลุไฟเตือน และติดต่อสื่อสารทางวิทยุกับลูกเรือของอิหร่านแล้ว ฝ่ายอิหร่านก็ยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ และบังคับเรือเข้าใกล้หนึ่งในเรือของสหรัฐฯ ในระยะเพียง 200 หลา ทำให้เรือลาดตระเวน ‘ยูเอสเอส สควอลล์” ต้องยิงได้ยิงปืนเตือนจำนวน 3 นัดลงไปในน้ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการเดินทะเล เพื่อให้ฝ่ายอิหร่านเข้าใจว่าพวกเขาจำเป็นต้องออกจากพื้นที่ในทันที

ด้านนางเอลิซาเบธ ทรูโด โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เป็นการเพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น และสหรัฐฯ ไม่รู้ว่าอิหร่านตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

ทั้งนี้ เหตุตึงเครียดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร เรือของกองกำลังปกป้องการปฏิบัติอิหร่าน 4 ลำเข้าประกบเรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส นิตเซ’ ในน่านน้ำใกล้ช่องแคบเฮอร์มุซด้วยความเร็วสูง จนถูกสหรัฐฯ ออกมาโจมตีว่า เรือของอิหร่านละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและมาตรฐานการเดินเรือ ด้วยการมีพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยและไม่มีความเป็นมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะใกล้เคียงกันนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งการยิงจรวดและปล่อยโดรนบินผ่านใกล้เรือสหรัฐฯ รวมทั้งเหตุจับตัวลูกเรืออเมริกันเมื่อเดือนม.ค. ทั้งที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันได้ไม่นาน

 

รพ.ออร์แลนโดลั่น! ไม่เก็บค่ารักษาเหยื่อกราดยิงไนท์คลับเกย์สักบาทเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702414

 

โรงพยาบาลในเมืองออร์แลนโดที่รับรักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงในไนท์คลับชาวเกย์เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ประกาศจะไม่เก็บเงินค่ารักษาที่มีมูลค่ารวมกว่า 190 ล้านบาทกับผู้เคราะห์ร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา ออกมาประกาศว่าพวกเขาจะไม่เก็บเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงที่ไนท์คลับสำหรับคนรักเพศเดียวกัน ชื่อ ‘พัลส์’ (Pulse) เมื่อเดือนมิ.ย. ซึ่งค่ารักษาจนถึงตอนนี้มีมูลค่าสูงถึง 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 190 ล้านบาท)

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึง 53 คน โดย 44 คนในจำนวนนี้รักษาตัวอยู่ที่ ศูนย์พยาบาลท้องถิ่นเมืองออร์แลนโด (ไออาร์เอ็มซี) บริหารโดยบริษัท ‘ออร์แลนโด เฮลธ์’ ซึ่งพวกเขาประกาศว่า จะไม่เก็บค่ารักษาของผู้บาดเจ็บกลุ่มนี้ รวมไปถึงผู้บาดเจ็บ 9 คนที่เสียชีวิตระหว่างการรักษาด้วย

นายเดวิด สตรอง ประธานและซีอีโอของออร์แลนโด เฮลธ์ ระบุว่า “เหตุกราดยิงที่เดอะ พัลส์ เป็นโศกนาฏกรรมที่น่าหวาดกลัวทั้งสำหรับเหยื่อ, ครอบครัวของพวกเขาและชุมชนของพวกเขาเรา ระหว่างช่วงเวลาที่เหนื่อยล้านี้ หลายองค์กร, บุคคล และหน่วยงานการกุศลได้ติดต่อกับออร์แลนโด เฮลธ์ เพื่อแสดงการสนับสนุนของเขา นี่เป็นเพียงวิธีการง่ายๆ ของรายในการส่งต่อความเอื้อเฟื้อนั้นต่อไป”

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของออร์แลนโด เฮลธ์ เปิดเผยด้วยว่า ค่ารักษาบางส่วนจะถูกส่งไปเก็บกับบริษัทประกันที่ผู้บาดเจ็บเป็นสมาชิกอยู่ ส่วนอาการบาดเจ็บที่ไม่รวมอยู่ในเงื่อนไขประกัน ทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฟลอริดา ซึ่งรับผู้บาดเจ็บอีกส่วนไปรักษา ระบุว่า พวกเขาจะออกค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาทั้งหมด และไม่ส่งบิลไปเก็บเงินกับบริษัทประกันภัยด้วย

คำประกาศของโรงพยาบาลในเมืองออร์แลนโดสร้างความโล่งใจให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังรักษาตัวอยู่อย่างมาก โดยผู้บาดเจ็บที่ไม่มีประกันภัยคนหนึ่งกล่าวว่า เขารู้สึกโล่งใจมากที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 691,000 บาท)

ทั้งนี้ เหตุการณ์ยิงไนท์คลับ พัลส์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. โดยฝีมือของนายโอมาร์ มาทีน อายุ 29 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 49 คน ถือเป็นเหตุกราดยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ต่อมากลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แต่ไม่แน่จัดว่าจริงๆ แล้วพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องมาเพียงใด

 

มะกันยินดีโคลอมเบีย-ฟาร์ก บรรลุข้อตกลงยุติสงครามครึ่งศตวรรษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ส.ค. 2559 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702275

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย เมื่อ 24 ส.ค. เพื่อแสดงความยินดีกับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพพร้อมรายละเอียดขั้นตอนสุดท้ายเพื่อยุติศึกสงครามกับกลุ่มกบฏฟาร์กที่ต่อสู้มายาวนาน 52 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความขัดแย้งนองเลือดครั้งยาวนานที่สุดของโลก จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 220,000 คน อีกหลายหมื่นคนสูญหายและเกือบ 8 ล้านคนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และถือเป็นการสิ้นสุดของการเจรจาที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ที่ยาวนานเกือบ 4 ปี สร้างความยินดีให้กับประชาชนชาวโคลอมเบียที่ออกมาเฉลิมฉลองตามสวนและร้านอาหารที่กรุงโบโกตา ซึ่งต่อไปจะเป็นการลงประชามติชี้ขาดจากเสียงของประชาชนในวันที่ 2 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว กลุ่มกบฏฟาร์กจะต้องวางอาวุธและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ อีกทั้งมีสิทธิส่งตัวแทนเข้าสภาจนถึงปี 2561 และมีส่วนร่วมการเลือกตั้ง จากนั้นอดีตกบฏ 7,000 คนจะต้องใช้สิทธิหาเสียงเพื่อชนะการเลือกตั้งเหมือนพรรคการเมืองอื่น ทั้งหมดไม่เพียงแต่สิ้นสุดการสู้รบ แต่ยังรวมถึงการปฏิรูปที่ดิน ครอบครัวเหยื่อกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันใหม่ ซึ่งนายฮัมเบอร์โต เดอ ลา คัลล์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายรัฐบาลโคลอมเบีย เผยว่าสงครามยุติแล้ว ขณะที่นายอีวาน มาเกวซ ตัวแทนฝ่ายกบฏฟาร์ก ก็เผยว่า นับจากนี้จะเป็นการเริ่มโต้เถียงทางความคิด.

 

โจมตี ม.อเมริกันในอัฟกาฯ ดับ 13 ศพ-เชื่อตาลีบันอยู่เบื้องหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ส.ค. 2559 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702264

 

นายอับดุล เราะห์มาน ราฮิมี ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาลกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานแถลงเมื่อ 25 ส.ค.ว่า มีผู้เสียชีวิต 13 คน รวมทั้งนักศึกษา 7 คน ตำรวจ 3 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 3 นาย จากเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งอัฟกานิสถาน ในกรุงคาบูล นาน 10 ชั่วโมงตั้งแต่เย็นวันที่ 24 ส.ค. ถึงเช้าวันที่ 25 ส.ค. ก่อนที่ทหารและ ตำรวจ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และที่ปรึกษาทางการทหารของสหรัฐฯ จะควบคุมสถานการณ์ได้ โดยยิงคนร้ายเสียชีวิต 2 ศพ

นอกจากนี้ยังมีนักศึกษา 35 คน ตำรวจ 9 นายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราว 750 คนถูกช่วยชีวิตได้ โดยการโจมตีครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาราว 19.00 น. วันที่ 24 ส.ค.เวลาท้องถิ่น ทำให้เกิดการปะทะกันดุเดือด เสียงปืนและระเบิดดังระงมต่อเนื่อง นักศึกษาติดอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายร้อยคน บางส่วนต้องปิดล็อกห้องเรียนและโพสต์ข้อความใน “ทวิตเตอร์” ขอความช่วยเหลือ ผู้ติดอยู่ข้างในรวมทั้งนายมาสซูด ฮอสไซนี ช่างภาพและนักข่าวเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ซึ่งไปบรรยายพิเศษและติดอยู่ในห้องเรียนร่วมกับนักศึกษา 15 คน

ในเบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีครั้งนี้ แต่เหตุเกิดขึ้นขณะที่กองกำลัง “ตาลีบัน” ที่ต่อสู้กับรัฐบาลอัฟกานิสถานที่มีนาโตและพันธมิตรตะวันตกหนุนหลัง เพิ่มการรุกโจมตีในช่วงฤดูร้อน ส่วนประธานาธิบดีอัสราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถาน ประณามเหตุโจมตีครั้งนี้ว่าโหดร้ายและเป็นการก่อการร้าย


นักศึกษาจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้เมื่อ 7 ส.ค. ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ 2 คน เป็นชาวอเมริกันและออสเตรเลีย ก็เพิ่งถูกกลุ่มคนร้ายใช้ปืนจี้ลักพาตัวไปจากรถยนต์ที่ใกล้มหาวิทยาลัย จนบัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม และยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบ และการโจมตีครั้งล่าสุดนับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยสำคัญในอัฟกานิสถานถูกโจมตี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาที่เป็นความหวังแห่งอนาคตของประเทศ

มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เริ่มเปิดเมื่อปี 2549 มีนักศึกษาลงทะเบียนเข้าเรียนกว่า 17,000 คน และมีศาสตราจารย์ชาวต่างชาติไปช่วยสอน ถูกมองว่าอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมานานแล้ว เพราะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความสำเร็จของรัฐบาลและระบบการศึกษาอัฟกานิสถาน อีกทั้งมีนักศึกษาหญิงเข้าเรียนด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่กองทัพพันธมิตรขับไล่รัฐบาลตาลีบันสำเร็จในปี 2544.

 

ฟอร์บส์ยก ‘เดอะ ร็อค’ ขึ้นแท่นนักแสดงชายรายได้มากที่สุดปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702270

 

ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะ ร็อค จากภาพยนตร์ เร็ว…แรงทะลุนรก ครองอันดับ 1 นักแสดงชายที่มีรายได้มากที่สุดประจำปี 2016 ตามการจัดอันดับของนิตยสาร ฟอร์บส์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี นิตยสารฟอร์บส์ เปิดเผยผลจัดอันดับนักแสดงชายที่มีรายได้มากที่สุดประจำปี 2016 โดย ดเวย์น จอห์นสัน อดีตนักมวยปล้ำเจ้าของฉายา ‘เดอะ ร็อค’ อายุ 44 ปี เป็นผู้ที่ครองอันดับที่ 1 โดยมีรายได้ถึง 64.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,229 ล้านบาท) โดยมีรายได้จากการแสดงในภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่อง ‘Fast & Furious’ (ชื่อไทย: เร็ว…แรงทะลุนรก) และ ‘San Andreas’ (ชื่อไทย: มหาวินาศแผ่นดินแยก)

หลังทราบผลการจัดอันดับ เดอะ ร็อค ซึ่งเคยใช้ชีวิตโดยไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องเมื่อครั้งอายุ 23 ปี ก็มีข้อความแสดงความรู้สึกผ่านอินสตาแกรม ว่า “การได้รับข่าวเช่นนี้เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้ผมทำงานให้หนักขึ้นอยู่เสมอ”

ส่วนอันดับ 3 คือ แจ็คกี ชาน หรือ เฉิน หลง นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวฮ่องกง มีรายได้ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,108 ล้านบาท) ส่วนอันดับที่ 3 คือ แมตต์ เดมอน นักแสดงชาวอเมริกัน มีรายได้ 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,900 ล้านบาท) ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ตกไปอยู่อันดับที่ 8 ร่วมกับ ศาห์ รุข ข่าน โดยมีรายได้ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,140 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ฟอร์บส์ระบุว่า รายได้ดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2015 ถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2016 โดยยังไม่หักค่าธรรมเนียมการจัดการและภาษี


โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์

รายชื่อ 10 อันดับแรก นักแสดงชายผู้มีรายได้มากที่สุดในโลก

1. ดเวย์น จอห์นสัน รายได้ 64.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2. เฉิน หลง รายได้ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

3. แมตต์ เดมอน รายได้ 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

4. ทอม ครูส รายได้ 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

5. จอห์นนี เดปป์ รายได้ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

6. เบน แอฟเฟล็ค รายได้ 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

7. วิน ดีเซล รายได้ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

8. ศาห์ รุข ข่าน รายได้ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

8. (ร่วม) โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รายได้ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

10. อักษัย กุมาร รายได้ 31.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์’ ครองบัลลังก์นักแสดงหญิงรายได้มากสุดปีที่ 2

 

ทำคนตายจนได้! จับหนุ่มญี่ปุ่นล่าโปเกมอนขณะขับรถ ชนคนดับ 1 สาหัส 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701980

 

เล่นไม่ถูกที่ถูกเวลา…หนุ่มชาวอาทิตย์อุทัย โดนตำรวจจับ ขับรถชนคนเดินถนน ในเมืองโตกูชิมะ ตาย 1 เจ็บสาหัส 1 เพราะมัวแต่เล่นเกมโปเกมอน โก เพลิน ทั้งที่กำลังขับรถ จนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกในประเทศ…

เมื่อ 25 ส.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจจากการเล่นเกม โปเกมอน โก จนได้ เมื่อมีชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 39 ปีคนหนึ่ง เล่นเกมสุดฮิตนี้แบบไม่ถูกที่ถูกเวลา ออกตามล่าหาโปเกมอนขณะขับรถยนต์ จนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ ขับรถชนผู้หญิง 2 คนที่กำลังเดินอยู่ริมถนนในเมืองโตกูชิมะ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ ระบุว่า ชายคนขับรถคนนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังขับรถชนคนตาย ขณะเขาเล่นเกมโปเกมอน โก พร้อมกับยอมรับว่าเขาขับรถโดยไม่ได้ดูถนนอย่างระมัดระวัง โดยตำรวจญี่ปุ่นกล่าวว่า นี่เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกถึงขนาดทำให้มีคนตาย จากการเล่นเกมโปเกมอน โก เกมเสมือนจริงบนมือถือที่กำลังได้รับได้รับความนิยมจากประชาชนในญี่ปุ่นและทั่วโลก


ด้าน บริษัท Niantic ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเกมโปเกมอน โก ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากผู้เล่นเกมโปเกมอน โก ขณะขับรถยนต์ ทั้งที่แอพพลิเคชั่นของเกมนี้ได้มีการเตือนผู้เล่น ถ้าตรวจจับได้ว่าพวกเขากำลังอาจเล่นเกมอยู่บนยานพาหนะที่กำลังขับเคลื่อนอยู่