นึกว่าปืน! ตร.มะกัน อพยพปชช.ออกจากสนามบินLA เช็กวุ่นที่แท้แค่เสียงดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ส.ค. 2559 11:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/705259

 

(ภาพจากทวิตเตอร์: Craix Reck)

ทำตื่นตระหนก.. ตำรวจสหรัฐฯ อพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส หลังได้รับโทรศัพท์หลายสาย แจ้งเหตุมีมือปืนในสนามบิน ก่อนต่อมา สถานการณ์ได้คลี่คลาย ตำรวจแอลเอ ระบุ เป็นแค่ เสียงดังเท่านั้น ไม่ใช่เสียงปืน

เมื่อ 29 ส.ค.59 สื่อต่างประเทศ รายงานด่วน เกิดเหตุระทึก ตำรวจสหรัฐฯ ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน อพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 28 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังมีผู้คนโทรแจ้งเข้ามาที่หมายเลข 911 จำนวนมากว่า มีมือปืนชายคนหนึ่งอยู่ในสนามบินลอสแอนเจลิส

เบื้องต้น ยังไม่สามารถตรวจสอบรายงานข่าวดังกล่าวได้ รวมทั้งมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบภายในสนามบิน พร้อมกับได้เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ อย่างไรก็ตาม ต่อมา หน่วยงานตำรวจของนครลอสแอนเจลิส Los Angeles Police Department แจ้งผ่านทวิตเตอร์ว่า เสียงที่สร้างความตื่นตระหนกในสนามบินนั้น เป็นแค่เพียง ‘เสียงดัง’ ไม่ใช่เสียงปืน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีมือปืนก่อเหตุยิงผู้คนจนได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่กำลังยังคงตรวจสอบที่มาต้นตอของเสียงดัง ดังกล่าวอยู่

 

สู้กันให้ตายไปข้าง! อังกฤษส่งเรือพิฆาตไปต.อ.กลาง เสริมทัพรบกับไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ส.ค. 2559 11:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/705219

 

ฝ่ายไหนจะชนะ…อังกฤษส่งเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดาริ่ง มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง เสริมทัพร่วมต่อสู้ปราบไอซิส รมว.กลาโหมอังกฤษประกาศ เรือพิฆาตลำนี้จะมีภารกิจในการคุ้มครองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มสุดโหด

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน นายไมเคิล ฟอลลอนรมว.กลาโหมอังกฤษ ประกาศกองทัพเรืออังกฤษจะส่ง เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดาริ่ง (HMS Daring) จากเมืองพอร์ตเมาธ์ ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ในอ่าวเปอร์เซีย วันศุกร์ที่ 2 ก.ย. เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส โดยเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดาริ่ง จะมีภารกิจในการช่วยคุ้มครองเรือบรรทุกเครื่องบินของกองกำลังสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดถล่มไอซิส

ข่าวแจ้งว่า เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดาริ่ง Type 45 destroyers ซึ่งเป็นเรือพิฆาตของกองทัพเรืออังกฤษ ติดระบบอำนวยการรบเทียบเท่าระบบ Aegis มีทั้งปืนประจำเรือหลายชนิด ตอร์ปิโด และเฮลิคอปเตอร์ โดยมีลูกเรือประจำการจำนวน 190 นาย จะแล่นผ่านน่านน้ำในบางพื้นที่ที่มีเรือสัญจรหนาแน่นไปยังตะวันออกกลาง เพื่อไปปฏิบัติภารกิจร่วมต่อสู้กับกลุ่มไอซิสที่เคลื่อนไหวในอิรักและซีเรีย


นายไมเคิล ฟอลลอน รมว.กลาโหมอังกฤษ

นายฟอลลอน รมว.กลาโหมยังกล่าวด้วยว่า กองทัพอังกฤษ จะมีทั้งกองกำลังทหารจากกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพบกในการสู้รบกับกลุ่มไอซิส ซึ่งจะถือเป็นงบประมาณด้านกลาโหมจำนวนมากที่สุดของประเทศในยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของชาติสมาชิกองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)


เรือพิฆาต HMS Daring

ทั้งนี้ เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดาริ่ง ซึ่งมีมูลค่านับ 1 พันล้านปอนด์ คงต้องเจอปัญหาในอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากเรือไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเผชิญกับสภาพอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

พีเคเคป่วนสนามบิน-ตุรกีถล่มซีเรียดับอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ส.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/704930

 

เกิดความรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีอีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 28 ส.ค. สมาชิกกองกำลังกบฏชาวเคิร์ดพรรคแรงงานพีเคเค ใช้อาวุธจรวดอาร์พีจียิงโจมตีสนามบินพลเรือนในเมืองดิยาร์บาเคียร์ แต่ตรวจสอบพบว่าจุดที่ได้รับความเสียหายคือป้อมตำรวจหน้าสนามบิน อาคารผู้โดยสารได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากแรงระเบิด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เหตุการณ์เกิดขึ้น 2 วันหลังสมาชิกพีเคเคจุดชนวนระเบิดพลีชีพรถยนต์ โจมตีสถานีตำรวจในเมืองซิซเร ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีตำรวจเสียชีวิต 11นาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 78 คน

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวความมั่นคงตุรกี ระบุว่า ในวันเดียวกันนี้ กองทัพตุรกีที่ออกปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือของซีเรีย เพื่อกวาดล้างฐานที่มั่นของกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอสนั้น ได้ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดและปืนใหญ่ยิงถล่มเป้าหมายของกองกำลังเคิร์ด–วายพีจี บริเวณทางตอนเหนือเมืองมันบิจ ที่กองกำลังเคิร์ดเพิ่งยึดคืนจากกลุ่มไอเอสมาได้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวของตุรกีส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 20 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 50 คน.

 

ระทึก! บิน ‘เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส’ เครื่องยนต์ระเบิด ต้องลงจอดฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ส.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/704814

 

(ภาพ: Twitter / @smillerddd3)

เครื่องบินโดยสารของสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ ในสหรัฐฯ ต้องลงจอดฉุกเฉิน หลังเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งเกิดระเบิด เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส’ เที่ยวบิน 3472 ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองนิวออร์ลีนส์ ในรัฐลุยเซียนา ไปยังเมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา จำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉิน หลังจากเครื่องยนต์ด้านซ้ายเกิดระเบิดกลางอากาศ


ภาพถ่ายโดยผู้โดยสารบนเที่ยวบิน 3472 แสดงให้เห็นเครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย

ผู้โดยสารบนเครื่องเป็นผู้สังเกตเห็นความผิดปกติของเครื่องยนต์ก่อน โดยนาง สเตฟานี มิลเลอร์ บอกกับสำนักข่าวเอบีซีว่า พวกเธอได้ยินเสียงตูมดังสนั่นขณะที่เครื่องบินอยู่ที่ความสูงประมาณ 10,000 ฟุต “เสียงของมันเหมือนกับยางรถ 18 ล้อระเบิด และเราก็เริ่มได้กลิ่นควัน”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให่เครื่องบินลำนี้ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังเมืองเพนซาโคลา ในรัฐฟลอริดา โดยข้อมูลจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินชี้ว่า เที่ยวบิน 3472 ลดระดับจากความสูง 30,000 ฟุต เหลือ 10,000 ฟุตในเวลาเพียง 8 นาที และมีการปล่อยหน้ากากออกซิเจนให้ผู้โดยสารใช้ด้วย อย่างไรก็ตาม เครื่องสามารถลงจอดฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย โดยผู้โดยสารทั้ง 99 คน และลูกเรืออีก 5 คนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด


หน้ากากออกซิเจนถูกปล่อยลงมาให้ผู้โดยสาร (ภาพ: Twitter / @smillerddd3)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนจากคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นทีเอสบี) ของสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินลำนี้ ส่วนทางสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส เผยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความขัดข้องทางเทคนิค

 

มะกันควัก 72,000 ล้านบาท สั่งซื้อรถไฟความเร็วสูง TGV จากฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ส.ค. 2559 21:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703985

 

(เครดิตภาพ : reuters)

อเมริกาสั่งซื้อรถไฟ TGV จากฝรั่งเศส 28 ขบวน มูลค่า 72,000 ล้านบาท นำไปทดแทนรถรุ่นเก่า วิ่งระหว่างเมืองบอสตันกับกรุงวอชิงตัน ดีซี ผ่านนครนิวยอร์ก และฟิลลาเดลเฟีย ระยะทาง 730 กิโลเมตร…

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า บริษัท อัลส์ตอม (Alstom) ของฝรั่งเศส ได้แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการลงนามสัญญาประวัติศาสตร์มูลค่า 1.8 พันล้านยูโร (72,000 ล้านบาท) ในการขายรถไฟความเร็วสูงรุ่นล่าสุด Avelia Liberty ให้กับบริษัทเดินรถไฟอเมริกันแอมแทรค (Amtrak) ของสหรัฐฯ จำนวน 28 ขบวน ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 400 คน เพื่อนำไปทดแทนรถไฟความเร็วสูงรุ่นเก่า Acela ที่ได้ให้บริการตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งผลิตโดยกลุ่มบริษัท บอมบาร์เดีย-อัลส์ตอม (Bombardier-Alstom) ซึ่งบริษัท อัลส์ตอม มีสัดส่วนหุ้นเพียง 25% เท่านั้น

สำหรับรถไฟความเร็วสูง TGV รุ่นใหม่นี้ จะให้บริการสำหรับการเดินทางระหว่างเมืองบอสตันกับกรุงวอชิงตัน ดีซี ผ่านนครนิวยอร์กและฟิลลาเดลเฟีย เป็นระยะทาง 730 กิโลเมตร เป้าหมายของบริษัทแอมแทรคคือ การเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร ลดระยะเวลาในการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

บริษัท อัลส์ตอม ระบุว่า ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงในปี 2558 มีจำนวน 3.5 ล้านคน รถไฟขบวนใหม่นี้สามารถที่จะขนส่งผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับรถไฟความเร็วสูงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ความเร็วสูงสุดในระยะแรกคือ 257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วขึ้นได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในภายหลัง

ทั้งนี้ ปัจจุบันการเดินทางโดยรถไฟจากนครนิวยอร์ก ถึงกรุงวอชิงตันดีซี ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ระยะทาง 350 กิโลเมตร หากเปรียบเทียบกับรถไฟความเร็วสูง TGV จากกรุงปารีส ถึงเมืองลียง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 55 นาที ระยะทาง 425 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม การประกาศลงนามสัญญาในครั้งนี้ อยู่ในช่วงเวลาของการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการหาเสียง เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการเดินทางโดยรถไฟน้อยมาก เมื่อเทียบกับรถยนต์ หรือเครื่องบิน.

 

โสมใต้ช็อก รองปธ. ‘ล็อตเต กรุ๊ป’ แขวนคอตาย เชื่อข่าวฉาวเป็นเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ส.ค. 2559 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703349

 

เมื่อ 25 ส.ค. เครือบริษัท ล็อตเต กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจหลากหลายของเกาหลีใต้ ยืนยันถึงการเสียชีวิตของนาย อี อิน วอน รองประธานบริษัท แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักข่าวยอนฮับย้ำแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อว่า ร่างของนายอีซึ่งสวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อกันลมสีดำ ถูกพบในสภาพใช้เนกไทแขวนคอตัวเองผูกใต้ต้นไม้ของช่องทางไต่เขานอกกรุงโซล และยังพบ จ.ม.ลาตายภายในรถของนายอี

ทั้งนี้ นายอีมีกำหนดเข้าพบอัยการช่วงเช้าวันเดียวกันหลังพนักงานอัยการบุกสำนักงานเมื่อเดือน มิ.ย. เพื่อหาหลักฐานที่อาจตั้งกองทุนติดสินบนเจ้าหน้าที่รวมถึงลอบกระทำความผิดด้านกองทุน


อี อิน วอน รองประธานบริษัท ล็อตเต กรุ๊ป

ศพของนาย อี อิน วอน ถูกขนย้ายไปยังโรงพยาบาลในเมืองยังพยอง
 

ตุรกียัน ไม่ยุติกวาดล้างไอซิสตามชายแดนซีเรีย แม้ตร.โดนบึมดับ 11 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ส.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703394

 

นายกรัฐมนตรีตุรกียืนยันว่า จะดำเนินปฏิบัติการทางทหารในซีเรียต่อไปจนกว่าจะกวาดล้างกลุ่มไอซิสออกไปจากชายแดนได้ ขณะที่กบฏพีเคเควางระเบิดรถบรรทุกโจมตีสำนักงานตำรวจในเมืองทางใต้ของตุรกี จนมีตำรวจเสียชีวิต 11 นาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค. นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งประเทศตุรกี ออกมายืนยันว่า กองทัพของตุรกีจะอยู่ในซีเรียต่อไป จนกว่าจะสามารถกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) และอื่นๆ ให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศได้ แม้ว่าจะเพิ่งเกิดเหตุระเบิดรถบรรทุกโจมตีสำนักงานตำรวจ ในจังหวัดซีร์เนค บริเวณชายแดนตุรกีจนมีตำรวจเสียชีวิต 11 นาย และบาดเจ็บอีก 78 คน


ซากของสำนักงานตำรวจในตุรกีหลังถูกโจมตีด้วยระเบิดรถบรรทุก

ตุรกีเร่ิมส่งกองทัพบุกโจมตีในซีเรียภายใต้ชื่อปฏิบัติการณ์ ‘โล่ยูเฟรทีส’ (Euphrates Shield) เป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ โดยมีเป้าหมายในการขับไล่กลุ่มไอซิสออกไปจากชายแดน และขัดขวางไม่ให้กองกำลังชาวเคิร์ดยึดดินแดนในซีเรียได้มากขึ้น โดยนายยิลดิริมระบุว่า “ตั้งแต่แรก เรากำลังปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของตุรกี เป้าหมายขององค์กรก่อการร้ายเหล่านี้คือ การสร้างรัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งพวกเขาจะไม่มีวันทำสำเร็จ”

“เราจะคงปฏิบัติการในซีเรียของเราต่อไป จนกว่าเราจะสามารถรับประกันความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองของเรา และความมั่นคงของชายแดนของเราได้อย่างเต็มที่ เราจะดำเนินการต่อไปจนกว่าดาอีช (ชื่อภาษาอารบิกของไอซิส) และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ จะถูกกำจัด”

หลังนายยิลดิริมแถลงจบไม่นาน โฆษกของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ในตุรกี ก็ออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในจังหวัดซีร์เนคทันที


นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งประเทศตุรกี

ด้านรัฐบาลซีเรียออกมาประณามปฏิบัติการ โล่ยูเฟรทีส ของตุรกี ซึ่งเป็นการส่งกองกำลังพิเศษ, รถถัง และเครื่องบินเจ็ต เข้ามาให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏในซีเรียในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิส ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศ ส่วนพันธมิตรพรรคชาวเคิร์ด 23 กลุ่มในซีเรีย ก็ออกมาประณามตุรกีเช่นกัน โดยมีแถลงการณ์เรียกร้องให้ตุรกีถอนกำลังทั้งหมดออกจากซีเรีย พร้อมทั้งกล่าวหารัฐบาลอังการาว่า พยายามจะยึดซีเรียโดยอ้างว่าจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย

 

นายกฯ อิตาลี ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังยอดเหยื่อดินไหวพุ่ง 281 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703260

 

นายกรัฐมนตรีอิตาลีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วเมื่อวันศุกร์ หลังจากประเทศต้องเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 281 รายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค. นายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี แห่งอิตาลี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และลงนามใช้มาตรการออกเงินฉุกเฉินจำนวน 50 ล้านยูโร (ราว 1,945 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.2 ในภาคกลางของประเทศ ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธ รวมทั้งเสนอให้มีการงดเว้นภาษีให้แก่ผู้เสียหายด้วย

ความเคลื่อนไหวของนายเรนซีเกิดขึ้นในขณะที่ จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเป็น 281 รายแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 387 คน กำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกจากใต้ซากปรักหักพังได้ถึง 238 คน


มัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี

วันเดียวกัน นายเซอร์จิโอ ปิรอซซี นายกเทศมนตรีเมืองอมาทริซ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวมากที่สุด ประกาศว่าจะปิดสะพาน 2 สายซึ่งเชื่อมต่อเมืองนี้กับโลกภายนอก เนื่องจากตัวสะพานได้รับความเสียหายอย่างหนัก และอาจก่อให้เกิดอันตราย

ก่อนหน้านี้สะพานทั้ง 2 สายถูกใช้ในการลำเลียงรถฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่เข้าไปในที่เกิดเหตุ รวมทั้งให้รถบรรทุกขนเศษซากคอนกรีต, หิน และเหล็กของอาคารที่ถล่มลงมาออกจากเมือง โดยนายปิรอซซีกล่าวว่า เขากำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาเส้นทางอ้อมเส้นทางใหม่ มิเช่นนั้นพวกเขาจะถูกตัดขาดจากถนนสายหลัก

นายปิรอซซีบอกกับสำนักข่าว อันซา (ANSA) ด้วยว่า เมืองอมาทริซของเขาซึ่งมีประชากรประมาณ 3,000 คน ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ “อมาทริซถูกทำลายลงอย่างราบคาบ” นายปิรอซซีเขาระบุด้วยว่าสิ่งปลูกสร้างเดียวที่ยังคงตั้งตระหง่านแข็งแรงคือ โบสถ์เซนต์ฟานซิส ที่เป็นสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์


หน่วยกู้ภัยใช้เครื่องจักรหนักขุดค้นหาผู้รอดชีวิต

ขณะเดียวกัน หน่วยกู้ภัยยังคงขุดค้นหาผู้ชีวิตรายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง แม้เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วหลังจากพบผู้รอดชีวิตคนล่าสุด ท่ามกลางแผ่นดินไหวอาฟเตอร์ช็อกเกือบพันครั้ง ซึ่งทำให้การขุดค้นหาในพื้นที่ใกล้เคียงอาคารที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้ว เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่นางอิมมาโกลาตา ปอสติโกลเน หัวหน้าสำนักงานป้องกันภัยพลเรือน ยืนยันว่าปฏิบัติการกู้ภัยจะดำเนินต่อไปด้วยความเร็วสูงสุด และจะยังไม่เปลี่ยนเป้าหมายเป็นปฏิบัติการเก็บกู้ศพ

 

หวั่นลอบสังหาร นายกฯแมร์เคิล! ตร.เช็กสกัดโฟร์วีล ซิ่งเข้าร่วมรถขบวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 17:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703100

 

ตำรวจเช็กรีบสกัดรถโฟร์วีล เมอร์เซเดส สีดำทะมึน เห็นผิดสังเกต พยายามเข้าร่วมขบวนรถนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ระหว่างเยือนสาธารณรัฐเช็ก หวั่นมีแผนร้าย คิดลอบสังหารนายกฯ เยอรมนี ควบคุมตัวชายคนขับ ค้นในรถเจอทั้งท่อนไม้ กระบอกแก๊สน้ำตา

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุระทึก ตำรวจเช็กรีบหยุดรถโฟร์วีล ยี่ห้อเมอร์เซเดส สีดำ เกรงมีแผนร้าย พยายามลอบสังหารนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ที่เดินทางมาเยือนสาธารณรัฐเช็ก เมื่อ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวพยายามจะเข้ามาร่วมในขบวนรถของนายกฯ แมร์เคิล อีกทั้งยังสกัดรถตำรวจที่พยายามให้รถคันดังกล่าวออกไปจากขบวนด้วย

ด้าน รัสเซีย ทูเดย์ รายงานว่า บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นถนนนอกเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางจากสนามบิน มายังตัวเมืองกรุงปราก ขณะที่ สื่อท้องถิ่นในเช็ก อ้างว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หยุดรถเมอร์เซเดสสีดำคันนี้แล้ว ได้เข้าจับกุมชายคนขับ (ไม่เปิดเผยช่ือ-นามสกุล) ขณะที่จากการตรวจค้นภายในรถ ยังพบท่อนไม้ กระบอกบรรจุแก๊สน้ำตา อิฐบล็อก และกุญแจมืออีกด้วย โดยข่าวแจ้งว่า ตอนแรก ชายคนขับรถได้เพียงแต่หยุดรถตามคำสั่งของตำรวจเท่านั้น โดยเขาไม่ยอมลงมาจากรถ กระทั่งตำรวจเตือนเขาไปว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะยิงเขาถ้าไม่ยอมลงมาแต่โดยดี จึงทำให้นายคนนี้ยอมลงจากรถในที่สุด


นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล รับช่อดอกไม้ต้อนรับจากประธานาธิบดี ไมลอส ซีแมนในโอกาสมาเยือนสาธารณรัฐเช็ก เมื่อ25ส.ค.

ส่วนโฆษกสำนักงานตำรวจเช็ก แถลงว่า ชายที่ลงมือก่อเหตุยังคงถูกควบคุมตัว และถูกสอบปากคำจากตำรวจสืบสวนในกรุงปราก เนื่องจากถูกตั้งข้อสงสัยว่ากำลังพยายามที่จะก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะ พยายามจะใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ทางการ พร้อมกันนั้นโฆษกสำนักงานตำรวจเช็กยังกล่าวขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นมืออาชีพ และชีวิตของนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ไม่เป็นอันตราย

 

ถิ่น จอ รุดสำรวจเจดีย์พังที่พุกาม หลังดินไหว ย้ำซ่อมให้เหมือนของเก่า!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ส.ค. 2559 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702909

 

ประธานาธิบดีถิ่น จอ รีบรุดไปสำรวจเจดีย์โบราณ ที่เมืองพุกาม ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเขย่าภาคกลางของเมียนมา ย้ำซ่อมให้เหมือนของเก่า โดยใช้ช่างฝีมือพื้นถิ่นบูรณะซ่อมแซมตามหลักการและเป็นระบบ ไม่อยากให้เหมือนกับยุครบ.ทหาร ที่การซ่อมเจดีย์โดนวิจารณ์ยับจากนักประวัติศาสตร์ทั่วโลก

เมื่อ 26 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีถิ่น จอ ของเมียนมา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ทางการ เดินทางไปยังเมืองพุกาม เมืองโบราณที่ได้ชื่อว่า ‘เมืองแห่งทะเลเจดีย์’ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เพื่อสำรวจดูความเสียหายของเจดีย์โบราณหลายแห่ง รวมทั้งเจดีย์สุลามณี ซึ่งยอดเจดีย์หักจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.8 เขย่าภาคกลางของเมียนมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และเจดีย์หักพังนับ 200 แห่ง (แตกตื่นทั่วภูมิภาค! เมียนมาแผ่นดินไหว 6.8 วัดเจดีย์พัง บังกลาฯเจ็บ20 )โดยประธานาธิบดีถิ่น จอ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์โบราณที่ได้รับความเสียหายเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และเป็นไปตามหลักการซ่อมแซมบูรณะโบราณสถาน

ข่าวแจ้งว่า มีเจดีย์ถึงประมาณ 200 เจดีย์ในเมืองพุกาม ได้รับความเสียหายจากธรณีพิโรธครั้งนี้ ซึ่งมีศูนย์กลางใกล้เมืองเชาค์ ในเขตภูมิภาคมาเกว และห่างจากเมืองพุกามไปเพียงประมาณ 30 กม. ลึกจากผิวดิน 84 กม. โดยประธานาธิบดีถิ่น จอ กล่าวว่า การซ่อมแซมบูรณะเจดีย์ที่พังเสียหาย ควรทำอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องใช้เวลา และการบูรณะ ควรทำโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์โครงสร้างของเจดีย์โบราณ


เจดีย์โบราณแห่งหนึ่งในเมืองพุกาม ยอดหัก จากแรงสั่นสะเทือนของธรณีพิโรธ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีถิ่น จอ ยังได้พบกับรัฐมนตรีกระทรวงศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้ง นาย จ่อ มยินต์ หม่อง มุขมนตรีเขตภูมิภาคมัณฑะเลย์ ที่เมืองพุกาม เพื่อหารือและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์บูรณะซ่อมแซมเจดีย์โบราณที่ได้รับความเสียหายโดยฝีมือช่างพื้นถิ่น และควรทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)

ข่าวแจ้งว่า เหตุผลที่ประธานาธิบดีถิ่น จอ เน้นย้ำถึงการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ที่พังจากแผ่นดินไหวให้ถูกต้องตามโครงสร้างของเจดีย์โบราณ เนื่องจากการซ่อมแซมเจดีย์ในเมืองพุกาม ที่พังเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ก่อนหน้านี้ในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งขณะนั้น ประเทศเมียนมาถูกปกครองโดยรัฐบาลทหาร ปรากฏว่าโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดานักประวัติศาสตร์และนักอนุรักษ์โบราณสถานทั่วโลก เนื่องจากการซ่อมแซมได้ใช้วัสดุรุ่นใหม่และทำลายรูปแบบเจดีย์โบราณไปเสียสิ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันที่เมืองพุกาม ยังคงมีเจดีย์และวัดโบราณหลงเหลืออยู่มากถึง 2,200 แห่ง และส่วนใหญ่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 10-13 ขณะที่เมื่อปี 2539 เจ้าหน้าที่เมียนมาได้เริ่มที่จะยื่นขอให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนโบราณสถานและเจดีย์โบราณในเมืองพุกาม เป็นมรดกโลก แต่ได้ถูกปฏิเสธ เนื่องจากมีการจัดการที่แย่ และงานซ่อมแซมบูรณะก็ทำอย่างไม่ถูกต้องตามหลักการของการซ่อมแซมโบราณวัตถุและโบราณสถาน.

 

ประธานาธิบดีถิ่น จอ รีบรุดไปสำรวจเจดีย์โบราณ ที่เมืองพุกาม ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเขย่าภาคกลางของเมียนมา ย้ำซ่อมให้เหมือนของเก่า โดยใช้ช่างฝีมือพื้นถิ่นบูรณะซ่อมแซมตามหลักการและเป็นระบบ ไม่อยากให้เหมือนกับยุครบ.ทหาร ที่การซ่อมเจดีย์โดนวิจารณ์ยับจากนักประวัติศาสตร์ทั่วโลก

เมื่อ 26 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีถิ่น จอ ของเมียนมา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ทางการ เดินทางไปยังเมืองพุกาม เมืองโบราณที่ได้ชื่อว่า ‘เมืองแห่งทะเลเจดีย์’ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เพื่อสำรวจดูความเสียหายของเจดีย์โบราณหลายแห่ง รวมทั้งเจดีย์สุลามณี ซึ่งยอดเจดีย์หักจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.8 เขย่าภาคกลางของเมียนมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และเจดีย์หักพังนับ 200 แห่ง (แตกตื่นทั่วภูมิภาค! เมียนมาแผ่นดินไหว 6.8 วัดเจดีย์พัง บังกลาฯเจ็บ20 )โดยประธานาธิบดีถิ่น จอ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์โบราณที่ได้รับความเสียหายเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และเป็นไปตามหลักการซ่อมแซมบูรณะโบราณสถาน