อิตาลีอ่วม! เจอแผ่นดินไหว 6.2 ลึก 10 กม. เสียหายหนัก คาดตายเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 11:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/700233

 

ธรณีพิโรธขนาด 6.2 เขย่าภาคกลางของอิตาลี สร้างความเสียหายอย่างหนัก คาดจะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เมืองและลึกเพียงแค่ 10 กม.เท่านั้น เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

เมื่อ 24 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.2 เขย่าภาคกลางของอิตาลี ใกล้เมืองเปรูเจีย เมื่อเวลา 03.36 น. ของวันที่ 24 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ว่า ตามรายงานของศูนย์ธรณีวิทยาสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ระบุถึงหายนะจากธรณีพิโรธครั้งนี้ว่า อาจทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงสร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สินจำนวนมาก เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่เมืองนอร์เซีย ใกล้กับเมืองเปรูเจีย และลึกจากผิวดินเพียงแค่ 10 กิโลเมตรซึ่งถือว่าเกิดตื้นมาก อีกทั้งยังเกิดอาฟเตอร์ช็อก แผ่นดินไหวต่อเนื่องรุนแรงถึงขนาด 5.5 ตามมา และศูนย์กลางอยู่ห่างเมืองนอร์เซียแค่เพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น


ภาพจากศูนย์ธรณีวิทยาสหรัฐฯ : แผ่นดินไหวเขย่าภาคกลางอิตาลี

นายราฟาเอล อับรู นักธรณีวิทยาของยูเอสจีเอส กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า จากพื้นฐานการประเมินของพวกตน แผ่นดินไหวที่ภาคกลางของอิตาลี สามารถสร้างความสูญเสียอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งระบุว่า อาจมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บถึง 35% ของจำนวนประชากรที่มีประมาณหลายแสนคน

บ้านพังราบกลายเป็นกองอิฐกองปูน ในเมืองอมาทริเซ

ขณะที่ซีเอ็นเอ็นและบีบีซี แจ้งว่า มีอาคารและตึกหลายหลังพังถล่มจากความรุนแรงของแผ่นดินไหว และเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตแล้ว  4 ราย ขณะที่  นสพ.ท้องถิ่นในอิตาลีรายงานว่า ที่กรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี แรงสั่นสะเทือนของธรณีพิโรธทำให้ตึกสูงหลายแห่งสั่นโยกนานถึงประมาณ 20 นาที จนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนอย่างมาก ส่วนนายกเทศมนตรีเมืองอมาทริซ กล่าวว่า เมืองอมาทริเซได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีอาคารบ้านเรือนหลายหลังพังถล่มจากแผ่นดินไหว.

 

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่เมืองเปรูเจีย ตอนกลางอิตาลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 09:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/700039

 

ด่วน!! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ทางภาคกลางของอิตาลี ใกล้เมืองเปรูเจีย แรงสั่นสะเทือนถึงกรุงโรม เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย…

เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 24 ส.ค.2559 ศูนย์ธรณีวิทยาสหรัฐฯ (United States Geological Survey) หรือ ยูเอสจีเอส รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.2 จุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณตอนใต้ของเมืองเปรูเจีย ทางภาคกลางของประเทศอิตาลี เมื่อเวลาประมาณ 08.36 นาฬิกา ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงกรุงโรม

สื่อท้องถิ่นของอิตาลีรายงานว่า ประชาชนในกรุงโรมแจ้งว่าอาคารบ้านเรือนเกิดการสั่นสะเทือนเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที

ล่าสุด สำนักนายกรัฐมนตรีอิตาลี ระบุว่า กำลังติดต่อกับสำนักงานป้องกันพลเรือนท้องถิ่นเมืองเปรูเจีย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความสูญเสีย.

 

ตุรกีอพยพปชช. หลังไอซิสในซีเรียยิงปืนครกถล่มเมืองชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699903

 

กลุ่มไอซิสทางเหนือของซีเรียโจมตีเมืองชายแดนของตุรกีจนทางการต้องอพยพ หลังจากตุรกีเปิดฉากกวาดล้างกลุ่มไอซิสบริเวณชายแดน เพื่อแก้แค้นเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศตุรกีออกคำสั่งอพยพประชาชนในเมืองคาร์คามิส ติดชายแดนประเทศซีเรีย หลังจากเมืองแห่งนี้ถูกกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม ในซีเรียยิงปืนครกเข้าใส่ เพื่อตอบโต้ตุรกีที่เปิดฉากกวาดล้างกลุ่มไอซิสบริเวณชายแดน

ทางการตุรกีกล่าวโทษกลุ่มไอซิสว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่งงานในเมืองทางใต้ของประเทศเมื่อคืนวันเสาร์ (20 ส.ค.) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 54 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ตุรกีออกมาประกาศกร้าวว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ต้องถูกกวาดล้างออกจากชายแดนของประเทศ และเริ่มเปิดฉากโจมตีทางอากาศข้ามชายแดนทางเหนือของซีเรียในวันอังคาร และคาดว่าจะเริ่มโจมตีทางภาคพื้นในเร็วๆ นี้

ด้านนายมาร์ค โลเวน ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตุรกีออกคำสั่งอพยพที่เมืองคาร์คามิส ด้วยเครื่องขยายเสียง ก่อนที่รถมินิบัสจะถูกส่งเข้าไปในเมืองเพื่อรับผู้คนที่ไม่มีรถเป็นของตัวเอง นายโลเวนระบุอีกว่า คำสั่งอพยพดังกล่าวอาจไม่ใช้สัญญาณบ่งบอกว่าตุรกีกำลังจะเริ่มใช้ปฏิบัติการภาคพื้น แต่อาจเป็นการตอบสนองต่อการโจมตีของกลุ่มไอซิส

ทั้งนี้ เมืองคาร์คามิสอยู่ติดกับเมืองจาลาบลัส ซึ่งถูกกลุ่มไอซิสยึดอยู่ และกลุ่มกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกีกำลังหมายตาจะยึดเมืองนี้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า

 

ปินส์ระงับฝังศพมาร์กอสในสุสานวีรชน-ตร. 300 ต้องสงสัยค้ายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ส.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699763

 

นายโรนัลด์ เดลา โรซา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ผู้สอบสวนคดีสังหารผู้คนโดยศาลเตี้ย เมื่อ 23 ส.ค.ว่า มีตำรวจราว 300 นายอยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัยพัวพันการค้ายาเสพติด ตำรวจเหล่านี้จะถูกปลดและส่งฟ้องศาลถ้าพบว่าผิดจริง

โรซายังเผยว่ามีผู้เสียชีวิตราว 1,900 รายในการกวาดล้างยาเสพติด หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต รับตำแหน่งได้ 7 สัปดาห์ แต่มีราว 40 รายไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด ส่วนราว 750 รายถูกฆ่าในปฏิบัติการของตำรวจอีก 1,067 รายอยู่ระหว่างการสอบสวน และมีผู้ค้าและเสพยามอบตัวแล้วเกือบ 700,000 คนเพื่อเลี่ยงถูกกวาดล้าง ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตที่โรซาระบุครั้งนี้สูงกว่าที่เขาแจ้งเมื่อ 1 วันก่อน ซึ่งมีราว 1,800 ราย ขณะที่โฆษกของดูเตร์เตปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ขู่ถอนตัวจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งตำหนินโยบายปราบยาเสพติดของดูเตร์เต

วันเดียวกัน ศาลสูงของฟิลิปปินส์สั่งให้รัฐบาลระงับแผนการนำศพของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน อี.มาร์กอส จอมเผด็จการ ไปฝังในสุสานวีรชนในกรุงมะนิลาตามข้อดำริของดูเตร์เตไว้ก่อนเป็นเวลา 20 วัน หลังถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน เหล่านักการเมือง รวมทั้งรองประธานาธิบดีเลนี โรเบรโด.

 

ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ส.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699749

 

บรรยากาศการเมืองช่วงชิงความได้เปรียบก่อนถึงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดือน พ.ย. ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันกล่าวโจมตีมูลนิธิ “คลินตัน” ของนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสามีนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ว่า เป็นองค์กรที่คอร์รัปชันมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง สมควรที่จะถูกปิด เพราะทำหน้าที่เป็นองค์กรเชื่อมสายสัมพันธ์ให้กับคนในแวดวงต่างๆ เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและดูแลนายทุนผู้บริจาคมากกว่าประชาชนชาวอเมริกัน นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2544 มูลนิธิคลินตันระดมทุนจากประเทศต่างๆ ได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบางประเทศพวกนี้ก็มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรี เอาจริงๆ ควรจะคืนเงินพวกนี้ไปให้หมด

ต่อมากลุ่มเฝ้าระวังกระบวนการยุติธรรม กลุ่มเคลื่อนไหวสายอนุรักษนิยมในสหรัฐฯ ได้นำอีเมลส่วนตัวบางส่วนของนางคลินตันมาเปิดเผยสู่สาธารณชน หลังศาลสหรัฐฯยินยอมให้นำอีเมลเกือบ 15,000 ฉบับของนางคลินตันมาเปิดเผยได้ตามกฎหมายเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร ซึ่งใจความบางส่วนของอีเมลปรากฏว่า นายทุนผู้บริจาคบางราย ได้ใช้เส้นสายในมูลนิธิคลินตัน เพื่อขอติดต่อกับนางคลินตัน ทั้งยังมีการติดต่อกับที่ปรึกษาของนางคลินตันเพื่อขอเข้าพบกับนักการทูตในกรุงลอนดอน อังกฤษ ขณะที่นายบิล คลินตัน ออกชี้แจงว่า มูลนิธิของตนช่วยเหลือคนเป็นล้านทั่วโลก และสัปดาห์ก่อนได้ประกาศไปแล้วว่ามูลนิธิจะไม่รับเงินจากรัฐบาลและบริษัทต่างชาติ


ฮิลลารี คลินตัน

ส่วนนางคลินตันได้ออกรายการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ โต้ข่าวกรณีทีมปรึกษาของนายทรัมป์ได้กล่าวโจมตีว่า นางคลินตันกำลังประสบปัญหาด้านสุขภาพอย่างหนัก โดยระบุว่าเป็นยุทธศาสตร์เพี้ยนๆ ของพวกนั้นไปแล้ว และตอนนี้รู้สึกว่าเกมการเมืองของพวกเขาไม่อยู่ในโลกความเป็นจริง แทนที่ตนจะได้มาโต้เถียงเรื่องนโยบาย กลับต้องมาพูดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ ขณะที่กรณีอีเมลส่วนตัวกำลังจะถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนนั้น มองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ตนเผยอีเมลไปแล้วกว่า 30,000 ฉบับ จะเพิ่มมาอีกคงไม่มีอะไรต่าง

วันเดียวกัน นายทรัมป์กล่าวหาเสียงถึงผู้สนับสนุนผิวสีและละตินอเมริกาว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ชีวิตจะปลอดภัยยิ่งขึ้นสามารถเดินบนถนนได้โดยไม่ถูกยิง และนโยบายด้านเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายคนต่างด้าว จะช่วยทำให้คนกลุ่มน้อยมีงานที่เงินเดือนสูงขึ้น.

 

‘เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์’ ครองบัลลังก์นักแสดงหญิงรายได้มากสุดปีที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699854

 

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เป็นนักแสดงหญิงที่มีรายได้มากที่สุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ของสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสาร ‘ฟอร์บส์’ ของสหรัฐฯ จัดอันดับนักแสดงหญิงที่มีรายได้มากที่สุดประจำปี 2016 โดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงหญิงชาวอเมริกันวัย 26 ปี ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันด้วยรายได้ประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,592 ล้านบาท)

ฟอร์บส์ระบุว่า ลอว์เรนซ์มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งผลกำไรจากภาคสุดท้ายของภาพยนตร์แฟรนไชส์ ‘Hunger Games’ (ชื่อไทย: เกมล่าเกม) รวมทั้งค่าตัวจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Passengers’ เกี่ยวกับการผจญภัยในอวกาศ ซึ่งกำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ของเธอลดลงจากจำนวน 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของปีก่อนราว 11.5%

ส่วนนักแสดงหญิงผู้มีรายได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 คือ เมลิสซา แมคคาร์ธี อายุ 45 ปี โดยมีรายได้ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,142 ล้านบาท) เพิ่มจากจากปี 2015 ราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยส่วนหนึ่งมาจากค่าตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘Ghostbusters’ ซึ่งนำกลับมาสร้างใหม่ แต่รายได้หลักของแมคคาร์ธีมาจากการแสดงซีรีส์ตลกบนจอโทรทัศน์เรื่อง ‘Mike and Molly’ เธอยังขายเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงร่างใหญ่ด้วย

ขณะที่อันดับ 3 คือ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Captain America: Civil War’ (ชื่อไทย: กัปตัน อเมริกา ศึกฮีโร่ระห่ำโลก) โดยมีรายได้ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 865 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ลดลงจากปีก่อนเกือบ 30%

ทั้งนี้ ฟอร์บส์ระบุว่า รายได้ดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2015 ถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2016 โดยยังไม่หักค่าธรรมเนียมการจัดการและภาษี


เมลิสซา แมคคาร์ธี, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน

รายชื่อ 10 อันดับแรกนักแสดงหญิงผู้มีรายได้มากที่สุด

1. เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รายได้ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2. เมลิสซา แมคคาร์ธี รายได้ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

3. สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน รายได้ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

4. เจนนิเฟอร์ อนิสตัน รายได้ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

5. ฟ่าน ปิงปิง รายได้ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

6. ชาร์ลิซ เธอรอน รายได้ 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

7. เอมี อดัมส์ รายได้ 13.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

8. จูเลีย โรเบิร์ตส์ รายได้ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

9. มิลา คูนิส รายได้ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

10. ทีปิกา ปาทุโกณ รายได้ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

สตาร์ทอัพไทยสนใจไหม? บริษัทรถบัส FlixBus ไม่มีรถบัสแม้แต่คันเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 01:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699724

 

บริษัท FlixBus เป็นสตาร์ทอัพที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2013 โดยนักธุรกิจหนุ่ม 3 คนจากเมืองมิวนิก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำหมายเลข 1 ของกิจการเดินรถบัสเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่ทั่วยุโรปถึง 900 เมืองใน 20 ประเทศ และในปี 2558 มีจำนวนผู้โดยสารถึง 20 ล้านคน

บริษัท FlixBus ดำเนินธุรกิจขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศและภายในประเทศสำหรับบางประเทศที่กฎหมายเปิดอิสระ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของรถบัส แต่โครงสร้างการบริหารจัดการโดยเทคโนโลยีบนอินเทอร์เน็ตและโปรแกรมบนสมาร์ทโฟน และทำหน้าที่เป็นตัวแทนบริษัทรถบัสท้องถิ่น โดยรถบัสเหล่านี้จะวิ่งให้บริการโดยใช้ชื่อ FlixBus และใช้สีสัญลักษณ์ของรถคือ เขียวและขาว

บริษัทสตาร์ทอัพทำหน้าที่หลักคือ การสำรองที่นั่งที่ผู้โดยสารจองผ่านอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟน และใช้วิธีการคำนวณราคาค่าโดยสารแบบเดียวกับสายการบินโลว์คอสต์ จัดเก็บค่าโดยสารและแบ่งสัดส่วนให้กับเจ้าของรถบัส บริษัทคาดว่าในปีนี้จะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 50% หรือ 30 ล้านคน

บริษัท FlixBus ได้ทำการควบรวมกิจการกับบริษัท MeinFernbus ซึ่งเป็นบริการรถบัสโดยสารระหว่างเมืองทั่วเยอรมนีในปี 2558 และมีโครงการที่จะซื้อกิจการ MegaBus และ Deutsche Post ในปีนี้อีกด้วย ความสำเร็จของบริษัทจากการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้กับการเดินรถแบบเก่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-ticketing system) บริการฟรีไวไฟบนรถ และนำระบบจีพีเอสติดตามรถ (GPS Live Tracking) ทำให้มีผู้โดยสารถึง 50 ล้านคนในเวลาเพียงสามปี

การเดินทางในยุโรปที่มีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ทางเครื่องบินซึ่งมีทั้งสายการบินพาณิชย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายการบินประจำชาติ และสายการบินโลว์คอสต์เช่น ไรอันแอร์ของไอร์แลนด์ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทางรถไฟก็มีให้บริการทั้งรถไฟด่วนเช่น TGV ที่เชื่อมกรุงปารีสกับภาคใต้ของฝรั่งเศส หรือ Eurostar ที่เชื่อมหว่างกรุงลอนดอนกับกรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์ และรถไฟระหว่างเมืองทั่วยุโรป การเดินทางด้วยรถบัสก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเดินทางระหว่างเมืองต่างๆ ในยุโรปที่มีความสะดวกสบายและราคาไม่แพงนักเมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางแบบอื่นๆ

 

ไนจีเรียเผย โจมตีทางอากาศดับชีพ ‘เชเกา’ หัวหน้า ‘โบโก ฮาราม’ แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699653

 

กองทัพไนจีเรียเผยว่า การโจมตีทางอากาศเมื่อสัปดาห์ก่อนของพวกเขา สามารถสังหารนายอาบูบาการ์ เชเกา หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม ได้แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศ กองทัพอากาศของประเทศไนจีเรียออกมาเปิดเผยในวันอังคารที่ 23 ส.ค. ว่า การโจมตีทางอากาศของพวกเขาอาจทำให้นายอาบูบาการ์ เชเกา หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มติดอาวุธ ‘โบโก ฮาราม’ ได้รับบาดเจ็บหนักจนเสียชีวิตแล้ว รวมทั้งสมาชิกระดับสูงของกลุ่มอีกหลายคน

นายซานี อุสมาน โฆษกของกองทัพอากาศไนจีเรีย ระบุในแถลงการณ์ว่า เชเกาได้รับบาดเจ็บถึงตายบริเวณหัวไหล่ หลังเครื่องบินของกองทัพรัฐบาลโจมตีป่าที่เป็นฐานที่มั่นของโบโก ฮารามในป่าซามบิซา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สมาชิกระดับผู้นำคนอื่นๆ รวมถึงนายอาบูบาการ์ มูบี, มาลาม นูฮู และ มาลาม ฮัมมาน ถูกสังหารด้วย และมีอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของนายอุสมานไม่ระบุว่ากองทัพได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากที่ใด แต่ก่อนหน้านี้ทางการไนจีเรียเคยอ้างว่าสามารถสังหารนายเชเกาได้หลายครั้ง ก่อนที่กลุ่มโบโก ฮารามจะเผยแพร่คลิปวิดีโอลบล้างคำอ้างเหล่านี้

การเปิดเผยของกองทัพไนจีเรียเกิดขึ้นในขณะที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนไนจีเรียเพื่อพบปะกับเหล่าผู้นำและหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการกำจัดกลุ่มโบโก ฮาราม

อนึ่ง ก่อนหน้านี้กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ประกาศผ่าน ‘อัล-นาบา’ นิตยสารภาษาอารบิกรายสัปดาห์ของพวกเขา ว่าได้แต่งตั้งนายอาบู มูซาบ อัล-บาร์นาวี ขึ้นเป็นหัวหน้าใหญ่คนใหม่ของกลุ่มติดอาวุธโบโก ฮาราม ซึ่งเป็นแนวร่วมของพวกเขา โดยไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่ต้องตั้งผู้นำคนใหม่ และไม่เปิดเผยความเป็นไปของนายเชเกา

 

ไต้ฝุ่น 2 ลูกถล่มญี่ปุ่น ตาย 1 วอนปชช.หลายแสนอยู่แต่ในที่พัก หลบพายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 18:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699434

 

ไต้ฝุ่น คอมปาซู และมินดอลเล ถล่มญี่ปุ่น ดับแล้ว 1 เจ็บกว่า 10 เที่ยวบินยกเลิกกว่า 500 เที่ยว ลำพังเฉพาะเที่ยวบินในประเทศ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารกว่า 5 หมื่นคน ทางการขอร้องให้ประชาชนหลายแสนอยู่แต่ในที่พัก

เมื่อ 23 ส.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าของอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นกำลังแรง 2 ลูก ถล่มญี่ปุ่น ทั้งไต้ฝุ่นคอมปาซู และ ไต้ฝุ่น ‘มินดอลเล’ ขึ้นฝั่งพัดผ่านญี่ปุ่น ทั้งเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือ รวมทั้ง กรุงโตเกียว เมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นช่วงวันอาทิตย์ และวันจันทร์ที่ผ่านมา จนสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่น และรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ข่าวแจ้งว่า อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นคอมปาซู ที่เคลื่อนตัวผ่านเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย โดยได้พบศพชายวัย 42 ปี จมน้ำเสียชีวิตบริเวณริมถนนในเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย ขณะที่ สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้พยากรณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนัก วัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 200 มิลลิเมตร ที่เกาะฮอกไกโด จนถึงช่วงเย็นวันที่ 23 ส.ค.

สถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า ทางการได้ขอร้องให้ประชาชนหลายแสนคนในกรุงโตเกียว ควรอยู่แต่ในบ้าน อาคารที่พัก ขณะพายุไต้ฝุ่นมินดอลเลพัดผ่าน ซึ่งก่อให้เกิดฝนตกหนัก และลมกระโชกรุนแรงมาก ขณะที่เที่ยวบินทั่วประเทศในเมืองใหญ่ๆ รวมทั้งกรุงโตเกียวกว่า 500 เที่ยว ต้องถูกยกเลิก อีกทั้ง รันเวย์ของท่าอากาศยานนาริตะในกรุงโตเกียว ต้องปิดชั่วคราว

ด้านสายการบิน เจแปน แอร์ไลน์ส ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินในประเทศถึง 145 เที่ยวบิน จนถึงช่วงเที่ยงวันอังคารที่ 23 ส.ค. ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับ 26,910 คน ขณะที่ สายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ ได้ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศ 96 เที่ยว กระทบต่อผู้โดยสารนับ 21,300 คน โดยข่าวแจ้งว่า ยังโชคดีที่พายุโซนร้อนลูกที่ 3 ไลออนร็อค ได้เคลื่อนตัวผ่านไปทางเกาะชิโกกุ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ไม่มุ่งหน้ามาถล่มญี่ปุ่นแบบเต็มๆ

 

ตุรกีแก้แค้น โหมยิงปืนใหญ่ถล่มไอซิสในซีเรีย กลับลำมือบึม อาจไม่ใช่เด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 11:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698868

 

ตุรกีใช้วิธี ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ โหมยิงปืนใหญ่โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิสและกบฏชาวเคิร์ด ทางภาคเหนือของซีเรีย ตอบโต้หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพสุดสยองในตุรกี ดับสลดกว่า 50 ขณะที่นายกฯ ตุรกี กลับลำ บางทีมือระเบิดพลีชีพ อาจไม่ใช่เด็ก ตามที่ออกมาเผยในตอนแรก

เมื่อ 23 ส.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน กองทัพตุรกีสั่งกองกำลังทหารปืนใหญ่กระหน่ำยิงปืนใหญ่โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส และกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด YPG ในเมืองจาราบลัส และมานบิจ ทางภาคเหนือของซีเรีย หลังจากเกิดเหตุระเบิดพลีชีพสุดสะเทือนขวัญในงานแต่งงานที่เมืองกาเซียนเตพ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ใกล้ชายแดนซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 54 ศพ ส่วนใหญ่เหยื่อเคราะห์ร้ายเป็นเด็ก และทางการตุรกีเชื่อว่า ชาวตุรกีราว 1,500 คนในเมืองกาเซียนเตพ ซึ่งให้การสนับสนุนกบฏในซีเรียรอที่จะลงมือก่อเหตุสยองครั้งนี้

ด้านนายเมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี กล่าวว่า กลุ่มไอซิสควรถูกกวาดล้างให้สิ้นซากจากภาคเหนือของซีเรีย อย่างไรก็ตาม นายมาร์ค โลเวน ผู้สื่อข่าวบีบีซีในเมืองกาเซียนเตพ มองว่าการโหมโจมตีกลุ่มไอซิสอย่างหนักในซีเรียอาจจะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดเหตุระเบิดพลีชีพมากขึ้น เพราะคาดว่าตัวการที่ก่อเหตุโจมตีตุรกีเป็นการทำงานของกลุ่มไอซิส(ตุรกีช็อก! เด็ก 12 บึมฆ่าตัวตายกลางงานแต่งดับ 51 ศพเจ็บอื้อ)


ชายตุรกีร่ำไห้เสียใจที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัว จากเหตุระเบิดพลีชีพที่เมืองกาเซียนเตพ

วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี บานาลี ยิดิริมแห่งตุรกี ออกมากล่าวถึงมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีงานแต่งในเมืองกาเซียนเตพนั้น ยังไม่ได้มีการยืนยันแน่ชัดว่ามือระเบิดเป็นใคร หลังจากเบื้องต้น นายกฯ ยิดิริม บอกว่า คาดว่ามือระเบิดเป็นเด็กชายอายุประมาณ 12-14 ปี โดยเด็กคนนี้มาในงานแต่งงานในฐานะเป็นแขกคนหนึ่ง.