ครั้งแรกตั้งแต่สงครามเย็น! เยอรมนีเล็งแนะปชช.ตุนน้ำ-อาหาร เผื่อฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698619

 

เยอรมนีเตรียมประกาศให้ประชาชนกักตุนน้ำ-อาหาร เผื่อไว้สำหรับเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุคสงครามเย็นที่เยอรมนีมีการแนะนำเช่นนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศเยอรมนีเตรียมออกคำแนะนำให้ประชาชนกักตุนเสบียงอาหารและน้ำดื่มเพื่อไว้ใช้ในช่วงที่ประเทศเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นที่เยอรมนีจะออกคำแนะนำเช่นนี้ ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า คำแนะนำป้องกันพลเรือนใหม่ ซึ่งจะถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันพุธนี้ เป็นการปล่อยข่าวทำให้คนตกใจ

คำแนะนำดังกล่าวระบุให้ประชาชนกักตุนเสบียงอาหารให้พอประทังชีวิตเป็นเวลา 10 วัน สำรองน้ำดื่มให้ใช้ได้ 5 วัน คนละ 2 ลิตรต่อวัน เนื่องจากภัยพิบัติอาจทำให้บริการฉุกเฉินของประเทศไม่อาจให้บริการได้ทั่วถึง

เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยโดยเว็บไซต์ข่าว แฟรงค์เฟอร์เตอร์ อัลเจอไมน์ ไซตุง (เอฟเอแซด) โดยหลักการนี้ปรากฏอยู่ในเอกสารความยาว 69 หน้าของกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี ซึ่งระบุว่า “การโจมตีดินแดนเยอรมัน ที่จำเป็นต้องมีการป้องกันตามแบบแผน ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยคุกคามใหญ่ต่อประเทศในอนาคตออกไปได้ ดังนั้น มาตรการป้องกันพลเรือนจำเป็นสิ่งจำเป็น”


โธมัส ดี เมซิแอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี

ด้านนายโธมัส ดี เมซิแอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี บอกกับเหล่าเด็กนักเรียนในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งหนึ่งว่า เยอรมนีต้องเตรียมตัวตอบโต้หากน้ำดื่มหรืออาหารที่สำรองไว้ถูกวางยาพิษ หรือหากน้ำมันและแก๊สถูกตัดขาด

ขณะที่นายดีตมาร์ บาร์ตช์ หัวหน้าพรรค ‘ดี ลิงเคอ’ ฝ่ายซ้ายของเยอรมนี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของรัฐบาล ว่าทำให้ประชาชนไม่สบายใจด้วยการประกาศให้มีการกักตุนอาหาร ขณะที่นายคอนสแตนติน วอน ทอตซ์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคกรีน ระบุว่า นี่เป็นเรื่องมีเหตุผลที่จะอัพเดตคำแนะนำป้องกันพลเรือนซึ่งไม่มีการแตะต้องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 แต่ไม่ควรเอาไปรวมกับความเสี่ยงเกิดการโจมตีทางทหารหรือการก่อการร้าย

 

สลด! แม่ญี่ปุ่นฆ่าลูกน้อย 4 ศพ-แม่อีกคนโดดน้ำตายพร้อมลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ส.ค. 2559 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698453

 

เมื่อ 22 ส.ค. ตำรวจญี่ปุ่นสอบสวนคดีหญิงวัย 41 ปี ซึ่งสารภาพว่าฆ่าลูกทั้ง 4 คน เป็นลูกชายอายุ 10 ขวบ 1 คน ลูกสาวอายุ 6 ขวบ 2 คน และลูกสาวอายุ 3 ขวบ 1 คน ที่ จ.ฟูกูโอกะ ทางภาคใต้ จากนั้นเธอพยายามฆ่าตัวตายด้วยการเชือดข้อมือ แต่ได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อย

ตำรวจเผยว่าสามีของหญิงคนนี้เป็นผู้พบศพลูกๆในบ้านและแจ้งตำรวจ โดยศพเด็กอย่างน้อย 1 ศพ มีร่องรอยถูกบีบรัดคอ

วันเดียวกัน มารดาชาวญี่ปุ่นอีกรายและลูกชาย 2 คน อายุ 6 ขวบ กับ 1 ขวบ สูญหายไป ตำรวจเชื่อว่า เธอพาลูกกระโดดลงแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตายที่ จ.กุมมะ บนเกาะฮอนชู ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ คดีฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมักเป็นเหตุแม่ฆ่าลูก บางคดีมีสาเหตุจากความยากจน.

 

ผู้นำสิงคโปร์พักฟื้นหลังวูบแถลงวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ส.ค. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698448

 

นายกรัฐมนตรี ลี เซียง ลุง แห่งสิงคโปร์ วัย 64 ปี ถูกแพทย์สั่งให้พักงานเพื่อฟื้นร่างกาย 8 วัน ตั้งแต่ 22 ส.ค. จนถึง 29 ส.ค. หลังเป็นลมหน้ามืดเมื่อ 21 ส.ค. ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีนานกว่า 2 ชม. เนื่องในวันครบรอบ 51 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อ 9 ส.ค. ทำให้สถานีโทรทัศน์ต้องระงับการออกอากาศชั่วคราว สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวสิงคโปร์ทั้งประเทศ

หลังพักชั่วครู่ นายลีกลับมากล่าวสุนทรพจน์อีกครั้ง สาระสำคัญรวมทั้งหน้าที่เบื้องต้นของรัฐบาลในการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งต้องมีความพร้อมในการดำรงตำแหน่งหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2562 ขณะที่ นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ทวีตข้อความแสดงความห่วงใย พร้อมอวยพรให้หายป่วยโดยเร็ว

โฆษกของนายลีแถลงในเวลาต่อมาว่า นายลีเป็นลมเพราะยืนเป็นเวลานาน ประกอบกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และร่างกายขาดน้ำ แต่ตรวจเช็กหัวใจแล้วยังเป็นปกติ ไม่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหรือเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) ทั้งนี้ นายลี ผู้นำพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ขึ้นมาเป็นผู้นำแทนนายลี กวน ยิว บิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ในเดือน ส.ค. ปี 2547 หลังได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตั้งแต่อายุ 32 ปี เขาเคยเข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมากเมื่อปี 2558 และรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองช่วงทศวรรษ 1990 จนหายขาด.

 

ตุรกีเร่งระบุเอกลักษณ์เด็กมือระเบิดฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ส.ค. 2559 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698443

 

รัฐบาลตุรกีอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบระบุตัวตนมือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนโจมตีงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของชาวตุรกีเชื้อสายเคิร์ดที่เมืองกาเซียนเตพ ทางตอนใต้ติดพรมแดนซีเรีย เหตุร้ายเกิดเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ 20 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิต 54 ราย บาดเจ็บ 69 คน รวมทั้งเจ้าบ่าวบาดเจ็บไม่สาหัส ประธานาธิบดีเรเจป ตอยยิบ เออร์โดกัน ผู้นำตุรกีระบุมือระเบิดเป็นเด็กอายุ 12-14 ปี เกี่ยวข้องกับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ขณะที่ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ที่มากับมือระเบิดฆ่าตัวตาย แต่ทั้งคู่หลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุก่อนระเบิด

รายละเอียดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดพบว่า 29 จาก 44 ศพ อายุต่ำกว่า 18 ปี และอย่างน้อย 22 ศพ อายุต่ำกว่า 14 ปี ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ถูกตรวจสอบพบเป็นชนิดเดียวกับที่กลุ่มคนร้ายเคยใช้ระเบิดถล่มเป้าหมายกลุ่มผู้เคลื่อนไหวเรียกร้องสันติภาพกลางกรุงอังการาเมื่อช่วงปีที่แล้ว เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่เมืองซูรัค ใกล้ชายแดนซีเรีย ซึ่งเหตุรุนแรงทั้งหมดรัฐบาลตุรกีชี้เกี่ยวข้องกับกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส

เหตุร้ายเมื่อวันเสาร์เกิดขึ้นในช่วงงานฉลองพิธีแต่งงานใกล้สิ้นสุด แต่ยังมีผู้คนเต้นรำกันอยู่อย่างสนุกสนาน จังหวะนั้น มือระเบิดที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมงานได้กดชนวนระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย รวมทั้งเจ้าบ่าวบาดเจ็บแต่อาการไม่สาหัส พื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยภาพน่าสยดสยอง รอยเลือดและชิ้นส่วนมนุษย์เกลื่อนพื้นถนน ประตูหน้าต่างอาคารบริเวณนั้นพังเสียหายบางส่วน

หากเหตุร้ายครั้งนี้ยืนยันเป็นฝีมือกลุ่มไอเอสจะถือเป็นเหตุโจมตีของกลุ่มไอเอสครั้งล่าสุดในตุรกีนับแต่มือปืนสมาชิกไอเอส 3 คน บุกโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก กลางนครอิสตันบูลเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 44 คน และที่ผ่านมาตุรกีเผชิญทั้งเหตุโจมตีโดยฝีมือกลุ่มไอเอสและกองกำลังชาวเคิร์ดที่ต่อสู้แยกเอกราชจากตุรกีมานาน อีกทั้งเสถียรภาพรัฐบาลตุรกียังระส่ำระสายภายหลังเพิ่งเกิดความพยายามรัฐประหารโค่นอำนาจนายเออร์โดกัน เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สำเร็จ ก่อให้เกิดการไล่ล่ากวาดล้างจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องการรัฐประหารทั้งภายในและนอกประเทศ มีผู้ถูกจับกุมสอบสวน ถูกคุมขัง ถูกปลดจากตำแหน่ง รวมหลายหมื่นคนจากเกือบทุกวงการ.

 

สยอง! นศ.หนุ่มมะกัน กลายเป็น‘ซอมบี้’ แทะใบหน้าศพเหยื่อ เจอข้อหาฆาตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698268

 

(ภาพจากยูทูบ: DiseaseManiac)

นศ.หนุ่ม ‘ซอมบี้’ มะกัน แทงสองสามีภรรยาในรัฐฟลอริดาดับ ก่อนจะกัดกินใบหน้าเหยื่ออย่างสยดสยอง เจอข้อหาหนักก่อฆาตกรรมและพยายามฆ่า ขณะที่ตร.คาดเสพยา ‘Flakka’ ยาเสพติดตัวใหม่ ที่ทำประสาทหลอนอย่างหนัก ชนิดเปลี่ยนคนกลายเป็นซอมบี้

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.59 เว็บไซต์วอชิงตัน โพสต์ รายงาน โฆษกประจำที่ทำการอำเภอ มาร์ติน เคาตี้ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ แจ้งผ่านอีเมลมายังวอชิงตัน โพสต์ ความคืบหน้าของเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวอเมริกันอย่างหนัก เมื่อ นายจอห์น สตีเวน และมิเชลล์ มิชคอน สองสามีภรรยาในเมืองเทเควสตา รัฐฟลอริดา โดนนักศึกษาหนุ่มแทงจนเสียชีวิต เมื่อวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม หนำซ้ำฆาตกรหนุ่มรายนี้ ซึ่งต่อมา ทราบชื่อว่า นายออสติน ฮาร์รูฟฟ์ อายุ 19 ปี ยังได้กัดกินใบหน้าของชายเคราะห์ร้าย ราวกับเขากลายเป็นซอมบี้

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายฮาร์รูฟฟ์ อาจเสพยาเสพติดตัวใหม่ ที่เรียกว่า Flakka ซึ่งพอเสพแล้ว จะเปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้ ทำประสาทหลอนอย่างหนัก โดยข่าวแจ้งว่า นายฮาร์รูฟฟ์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดาจะถูกตั้งข้อหาหนัก คือ ก่อฆาตกรรม และพยายามฆ่า รวมทั้ง ขโมยอาวุธ และยังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ การตั้งข้อหาเล่นงานนายฮาร์รูฟฟ์ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะมีพิธีรำลึกถึงสองสามีภรรยาเหยื่อเคราะห์ร้าย

ด้านบุตรชายของนายสตีเวน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาต้องการให้อัยการเสนอโทษที่ฆาตกรรายนี้สมควรได้รับ คือโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม ด้านครอบครัวของนายฮาร์รูฟฟ์ ได้ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความเจ็บปวดและทุกข์ใจของคนในครอบครัวนายจอห์น สตีเวน จากการกระทำโดยออสติน ฮาร์รูฟฟ์

ทั้งนี้ ผู้ช่วยประจำที่ทำการอำเภอ ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเหตุจากเพื่อนบ้าน ที่โทร.มาแจ้งว่า เกิดเหตุการณ์สุดช็อกกับสองสามีภรรยา และขณะนี้ได้มีชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อ นั่งอยู่บนตัวของชายคนหนึ่งที่คาดว่าเขาเพิ่งถูกแทงจนเสียชีวิต พร้อมทั้งกำลังใช้ฟันกัดกินใบหน้าเหยื่ออย่างสยดสยอง และเมื่อผู้ช่วยนายอำเภอไปถึง ได้ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าไปที่ชายคนร้ายทันที แต่ไม่เกิดผล

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่เดินทางมาสมทบ ทั้งต่อยและเตะหนุ่มคนนี้ ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แม้แต่สุนัขตำรวจที่กระโจนเข้ากัดชายคนนี้ เขาก็ไม่สะทกสะท้าน จนถือเป็นคนที่แข็งแรงผิดปกติมาก ก่อนเหตุการณ์จะยุติลง เมื่อเจ้าหน้าที่ 4 คนและสุนัขตำรวจอีก 1 ตัว ได้ช่วยกันจับฆาตกรซอมบี้รายนี้ได้ในที่สุด จากนั้น จึงได้ส่งตัวเขาไปรักษาในโรงพยาบาล ก่อนจะหายและออกมาเจอกับข้อหาหนักที่รอเขาอยู่

 

ใช้เด็กได้ลงคอ! ตร.อิรักจับ ด.ช.ผูกระเบิดรอบเอว โดนใช้บึมพลีชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 14:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698003

 

น่าสลดใจ..ตำรวจอิรักจับเด็กชายถูกใช้มาเป็นมือระเบิดพลีชีพในเมืองเคอร์คุก ในช่วงไม่ถึง 24 ชม. หลังเกิดเหตุระเบิดสยองขวัญที่ตุรกี ขณะที่สื่อนอกเผยภาพช่วงนาทีระทึก เด็กชายถูกจับจนเกิดอาการตื่นตระหนก และโดนถอดเข็มขัดระเบิดที่ผูกติดไว้รอบเอว

เมื่อ 22 ส.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน และเผยแพร่ภาพตำรวจอิรักในเมืองเคอร์คุก สกัดจับเด็กชายคนหนึ่ง ถูกใช้มาเป็นมือระเบิดพลีชีพ โดยได้พบเข็มขัดระเบิดผูกติดไว้กับเอวของเด็กชาย เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพียงแค่ 24 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพสะเทือนขวัญ ถล่มงานแต่งงานที่ตุรกี ดับสลดถึง 51 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ส.ค. และต่อมา จึงทราบว่ามือระเบิดฆ่าตัวตาย เป็นเด็กชายวัยเพียง 12-14 ขวบเท่านั้น

จากภาพเหตุการณ์ที่ถูกสื่อนำมาเผยแพร่ แสดงให้เห็นช่วงเวลาขณะตำรวจอิรัก 4 นายได้ช่วยกันจับกุมเด็กชาย และถอดเข็มขัดระเบิดที่พันไว้รอบเอวเด็กชายคนนี้ โดยหลังจากนั้นได้มีการนำตัวเด็กชายขึ้นรถตำรวจไปสอบปากคำต่อไป


ข่าวแจ้งว่า การจับกุมเด็กชายที่ผูกเข็มขัดระเบิดไว้รอบเอว ที่เมืองเคอร์คุก มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 เหตุการณ์ ที่เมืองเคอร์คุกในวันเดียวกัน


ตะลึง หมออินเดียผ่ามีด 40 เล่ม ออกจากท้องคนไข้ เผยชอบรสชาติ จนติด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697923

 

(ภาพจากยููทูบ:Frog4System)

หมออินเดียผงะ ผ่าตัดคนไข้ชายรายหนึ่ง เจอมีดในท้อง 40 เล่ม เผยตั้งแต่เป็นหมอมานาน 20 ปี ไม่เคยพบเคยเห็น ชี้คนไข้ป่วยทางจิตอย่างแรง ขณะที่ ‘หนุ่มกินมีด’ เผยไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมถึงกินมีดเข้าไป แต่เริ่มจากชอบในรสชาติ จนติด

เมื่อ 22 ส.ค. 59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน ชายอินเดียคนหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) วัย 42 ปี ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอามีดออกจากกระเพาะอาหารของเขา เป็นจำนวนมากถึง 40 เล่ม หลังจากได้กลืนมีดเหล่านี้เข้าไปในท้อง ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดย นายแพทย์จาทินเดอร์ มัลโฮรา ประจำโรงพยาบาลในเมืองอัมริตสา รัฐปัญจาบ ทางภาคเหนือของอินเดีย เปิดเผยกับนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า เขาและทีมแพทย์ พร้อมเจ้าหน้าที่รู้สึกเครียดมากในระหว่างการผ่าตัดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้


มีดที่ผ่าตัดเอาออกจากท้องของคนไข้

ขณะเดียวกัน นายแพทย์มัลโฮรา ยังกล่าวว่า ตลอดการเป็นแพทย์ผ่าตัดมานาน 20 ปี เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์ผ่าตัดแบบนี้มาก่อนเลย โดยก่อนจะลงมือผ่าตัดให้แก่คนไข้รายนี้ เขาและทีมแพทย์ต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน ในการวินิจฉัยโรคและวางแผนในการผ่าตัด อีกทั้งในระหว่างการผ่าตัด ได้เจอมีดพับยาวนับ 7 นิ้ว รวมทั้งมีดอื่นๆ ที่ไม่ใช่มีดพับจำนวนนับ 40 เล่มในท้องของคนไข้ และเชื่อว่าคนไข้รายนี้มีอาการผิดปกติทางจิตอย่างแรง ที่ไม่ค่อยเกิดกับใครมาก่อน


ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า หลังได้รับการผ่าตัดจนปลอดภัยแล้ว คนไข้ชายรายนี้ได้อยู่ในการดูแลของทีมเจ้าหน้าที่จิตเวช และจะถูกนำไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตต่อไป ขณะที่ ชายกินมีดรายนี้ ได้กล่าวขอโทษครอบครัวที่เขาทำให้เดือดร้อน และขอบคุณแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ช่วยชีวิตเขาไว้ อย่างไรก็ตาม คำถามใหญ่ที่ยังคาใจอยู่คือ เขาไม่รู้สาเหตุที่เริ่มต้นกินมีดเข้าไป เขาแค่ชอบรสชาติและเกิดอาการติด ซึ่งชายคนนี้บอกว่าเขาคงเหมือนกับคนติดเหล้าและสารเสพติดอื่นๆ

 

ช็อก! นายกฯลี เซียน ลุง เป็นลมคาโพเดียม กล่าวสุนทรพจน์ ถ่ายทอดสดTV

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 11:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697808

 

ชาวสิงคโปร์ตกใจ…นายกฯ ลี เซียน ลุง หน้ามืด เป็นลม ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวี จนต้องถูกประคองลงจากโพเดียม เพื่อไปรับการปฐมพยาบาล แต่ผู้นำสิงคโปร์ยังมีสปิริตแรงกล้า กลับมาพูดต่อ หลังจากหยุดพักไปราวชั่วโมงกว่า

เมื่อ 22 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุไม่คาดฝันกับนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุงของสิงคโปร์ ที่ไม่สบายมาก ถึงขนาดหน้ามืด เป็นลม ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ฉลองวันชาติของสิงคโปร์ ปีที่ 51 ซึ่งมีผู้มาร่วมฟังจำนวนมาก และยังมีการถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา จนสร้างความตกอกตกใจให้แก่ผู้ฟังอย่างมาก ขณะที่การกล่าวสุนทรพจน์ของนายกฯ ลี เซียน ลุง ที่ดำเนินมานานกว่า 2 ชม. ต้องหยุดลงกะทันหัน และทีมเจ้าหน้าที่ได้รีบเข้ามาประคองนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ลงจากโพเดียม เพื่อไปรับการปฐมพยาบาลด้านล่าง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนายกฯ ลี เซียน ลุง ได้หยุดพักเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีแล้ว เขาสามารถกลับมากล่าวสุนทรพจน์ต่อได้อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องของผู้คนในห้องประชุม ‘ขอบคุณที่ทุกท่านรอผม…ผมทำให้ทุกคนตกใจกลัว’ นายกฯ ลี  ซึ่งเคยได้รับการผ่าตัดเนื่องจากเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อปีก่อน กล่าว พร้อมกับยังรับปากว่า หลังจากนี้เขาจะต้องไปตรวจเช็กสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบแน่นอน


ลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรี คนขยันของสิงคโปร์

ข่าวแจ้งว่า นายกฯ ลี เซียน ลุง วัย 64 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2547  ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับการเผชิญหน้าและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในอนาคต  ในงานที่ชื่อว่า ‘National Day Rally’ ในโอกาสวันชาติของสิงคโปร์ครบรอบปีที่ 51 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า สาเหตุที่นายกฯ ลี หน้ามืด เป็นลม เป็นผลมาจากการยืนกล่าวสุนทรพจน์เป็นเวลานาน จนร่างกายเกิดความร้อน และขาดน้ำ ขณะที่ผลการตรวจหัวใจออกมาว่า ไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้เกิดอาการสมองขาดเลือดแต่อย่างใด.

ชมคลิป ที่นี่

 

บึม-ถล่ม งานแต่งตุรกี ดับ51ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ส.ค. 2559 08:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697613

 

บาดเจ็บนับ100 เหยื่อ‘ชาวเคิร์ด’ คาดฝีมือไอเอส

“ตุรกี” ยังเผชิญเหตุรุนแรงนองเลือดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดระเบิด ฆ่าตัวตายในงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของชาวเคิร์ด มีเหยื่อสังเวยไปเกินครึ่งร้อย บาดเจ็บเกือบร้อยคน รวมทั้งเจ้าบ่าวด้วย ประธานาธิบดีตุรกีฟันธงเป็นฝีมือกองกำลังไอเอส ตำรวจเร่งล่าตัวสองผู้ต้องสงสัยที่มากับมือระเบิด ที่แอบหลบออกมาก่อนเกิดเหตุโจมตีเล็กน้อย

ตุรกี ยังเผชิญเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย โจมตีงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของชาวเคิร์ดในเมืองกาเซียนเท็ป มีผู้เสียชีวิตครึ่งร้อย บาดเจ็บเกือบร้อยคน รวมทั้งเจ้าบ่าว ก็บาดเจ็บแต่ไม่สาหัส

ทั้งนี้ เหตุโจมตีงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงาน ของชาวตุรกีเชื้อสายเคิร์ดที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ว่า เกิดขึ้นที่เมืองกาเซียนเท็ป ทางตอนใต้ของตุรกีและอยู่ใกล้พรมแดนซีเรีย ดินแดนมิคสัญญี ที่กำลังเกิดสงครามกลางเมืองสู้รบกัน และเกิดขึ้นขณะมีงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวชาวตุรกีเชื้อสายเคิร์ด เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในไทย 4 ชั่วโมง

นาทีชีวิตเกิดขึ้น ในช่วงงานฉลองพิธีแต่งงานใกล้สิ้นสุด แต่ยังมีผู้คนเต้นรำกันอยู่อย่างสนุกสนาน จังหวะนี้ มือระเบิดฆ่าตัวตาย ที่แฝงตัวเข้ามากับกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ได้กดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดสังหารแขกเหรื่อในงาน เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็กหลายคน มีผู้บาดเจ็บเกือบ 100 คน รวมทั้งเจ้าบ่าว จุดที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยภาพน่าสยดสยอง มีรอยเลือดและเศษชิ้นส่วนมนุษย์เกลื่อนพื้น อาคารบริเวณใกล้เคียงพังเสียหายบางส่วน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยว่า เจ้าบ่าวและเจ้าสาวรอดชีวิตจากเหตุโจมตี ตัวเจ้าบ่าวได้รับบาดเจ็บแต่อาการไม่สาหัส งานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงาน ฝ่ายครอบครัวเจ้าสาวเป็นผู้จัดขึ้นตามธรรมเนียมชาวเคิร์ด ขณะเดียวกัน ตำรวจยังพบเศษเสื้อกั๊กระเบิดฆ่าตัวตายในที่เกิดเหตุ และกำลังเร่งไล่ล่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนที่เข้ามาในงานกับมือระเบิดแต่หลบออกจากงานไปก่อน

ขณะที่ประธานาธิบดีเรเซฟ ทายยิป เออร์โดกันของตุรกี กล่าวว่า เหตุโจมตีครั้งนี้ น่าจะเป็นฝีมือกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และต้องการสร้างความ แตกแยกขึ้นในกลุ่มคนต่างๆในตุรกีที่มีทั้งชาวอาหรับ เคิร์ดและชาวเติร์ก รวมทั้งต้องการกระจายการยุยง ให้เกิดการเกลียดชังในกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากได้รับการยืนยันว่าเป็นฝีมือของไอเอส จะถือเป็นเหตุโจมตีของกลุ่มไอเอสครั้งล่าสุดในตุรกีนับแต่มือปืนสมาชิกไอเอส 3 คนบุกโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีผู้เสียชีวิต 44ศพ และที่ผ่านมา ตุรกีเผชิญทั้งเหตุโจมตีโดยฝีมือของกลุ่มไอเอสและกองกำลังชาวเคิร์ด ที่ต่อสู้แยกเอกราชจากตุรกีมานาน อีกทั้งตุรกียังกำลังระส่ำระสาย ภายหลังเพิ่งเกิดเหตุพยายามทำรัฐประหารโค่นอำนาจนายเออร์โดกันแต่ไม่สำเร็จเมื่อวันที่ 15 ก.ค. นำมาซึ่งการไล่ล่าตามเช็กบิล เครือข่ายต้องสงสัยเกี่ยวข้องการรัฐประหารทั้งภายในและนอกประเทศ ทั้งถูกจับไปสอบสวนและยังถูกคุมขังอยู่ รวมทั้งถูกปล่อยตัวแล้วรวมนับหมื่นๆคนในเกือบทุกวงการ

ด้านเหล่าผู้นำโลกรวมทั้งประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ของฝรั่งเศส ออกมาแถลงประณาม เหตุโจมตีข้างต้นแล้ว นายโอลองด์ประกาศด้วยว่า ฝรั่งเศสขออยู่เคียงข้างตุรกีต่อสู้กลุ่มผู้ก่อการร้ายทั้งหมด

สำหรับเมืองกาเซียนเท็ป ถือเป็นเมืองศูนย์กลางของกลุ่มผู้อพยพลี้ภัยชาวซีเรียที่หลบหนีสงครามกลางเมืองในบ้านเกิดและยังเป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายกลุ่มไอเอสหลายกลุ่มด้วย

ต่อมา นายเออร์โดกัน ผู้นำตุรกี แถลงข่าวที่นครอิสตันบูล ระบุว่า มือระเบิดพลีชีพผู้ลงมือก่อเหตุโจมตีงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของชาวตุรกีเชื้อสายเคิร์ดในเมืองกาเซียนเทป เป็นเด็กอายุระหว่าง 12-14 ปี และยืนยันยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 51 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมี 69 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 17 คน หลังข่าวระบุก่อนหน้านี้ว่า มีผู้บาดเจ็บเกือบ 100 คน

 

บึมงานแต่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ส.ค. 2559 08:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697574

 

รถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บที่ถูกมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตี ขณะร่วมงานฉลองพิธีแต่งงานที่เมืองกาเซียนเท็ปของตุรกีติดพรมแดนซีเรียไปส่งโรงพยาบาล โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตกว่า 51 คน บาดเจ็บเกือบ 100 คน รวมเจ้าบ่าว ผู้นำตุรกีเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มไอเอส.