ฝรั่งเศสผลิตอุปกรณ์ช่วยสาวๆ ยืนฉี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697548

 

(เครดิตภาพ pissedebout.fr)

บริษัทฝรั่งเศสผลิตอุปกรณ์ช่วยที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถยืนปัสสาวะได้ เพื่อใช้ในการเดินป่าหรือต้องออกไปทำงานนอกสถานที่…

บริษัทฝรั่งเศสผลิตอุปกรณ์ช่วยปัสสาวะสำหรับผู้หญิงโดยการยืน เพื่อใช้ในการเดินป่าหรือต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ หรือต้องการหลีกเลี่ยงการนั่งห้องน้ำสาธารณะที่บางครั้งสกปรกมาก มีทั้งแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งหรือแบบใช้ได้ถาวรที่ผลิตจากพลาสติกหรือซิลิโคน

นางมากาลี ไชโยโล วัย 36 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัทปิสเดอบูท์ กล่าวว่า “คืนหนึ่งได้ออกเที่ยวกับเพื่อนศิลปินและได้พบเห็นเธอใช้อุปกรณ์ยืนฉี่สำหรับผู้หญิง จึงมีความคิดว่าน่าจะสามารถนำมาพัฒนาสำหรับการใช้ให้แพร่หลายในหมู่สตรีที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติ เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง” เธอจึงเริ่มสั่งมาขายทางอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Made in France ในปี 2014


อุปกรณ์ช่วยยืนปัสสาวะ (เครดิตภาพ pissedebout.fr)

อุปกรณ์ “ปิสเดอบูท์” (pisse-debout) เป็นอุปกรณ์สำหรับผู้หญิงใช้ยืนฉี่โดยไม่ต้องถอดกางเกงหรือกระโปรงทั้งหมด มีรูปแบบและขนาดที่เข้ารูปกับเรือนร่างของสตรี ผลิตจากกระดาษที่ผสมน้ำมันพืชและแป้ง กันน้ำ 100% ย่อยสลายเป็นปุ๋ยได้ง่าย ผลิตโดยยึดหลักเคารพต่อสิ่งแวดล้อม ในปีแรกมียอดขายที่ 22,000 ยูโร (880,000 บาท) และในปี 2015 มียอดขายถึง 55,000 ยูโร (2,200,000 บาท) บริษัทมีผลกำไร 10,700 ยูโร (428,000 บาท)

ถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวที่เคยถูกสบประมาทด้วยคำท้าว่า “มายืนฉี่แข่งกันไหมล่ะ” จะสามารถทำในสิ่งที่ชายหนุ่มทั้งหลายต้องตกตะลึง เมื่อเธอรับคำท้าที่จะยืนมองสบตาแล้วยืนฉี่โดยใช้อุปกรณ์ “ปิสเดอบูท์” (pisse-debout) ที่สะอาด สะดวก และปลอดภัย สามารถใช้ได้ทุกสถานที่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

ยูเอ็นเผย ประชากรโลกยังรอช่วยเหลือ 130 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ส.ค. 2559 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697429

 

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเนื่องในวันมนุษยธรรมโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ส.ค. ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็น นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ว่า มีประชากรโลก 130 ล้านคน หรือหนึ่งในสิบส่วนของประชากรทั้งโลก ที่ยังต้องการและรอคอยความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ วันมนุษยธรรมโลกเริ่มขึ้นเมื่อปี 2551 เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรม ทั้งที่เสียชีวิต บาดเจ็บหรือถูกลักพาตัวระหว่างปฏิบัติงาน ส่วนการเลือกวันที่ 19 ส.ค.นั้น เพราะเป็นวันรำลึกเหตุระเบิดสำนักงานใหญ่ยูเอ็นที่กรุงแบกแดดในอิรัก เมื่อปี 2546 ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเสียชีวิต 22 ศพ รวมทั้งนายเซอร์จิโอ วิเอียรา เดอ เมลโล ทูตยูเอ็นประจำอิรัก

ขณะที่นายฮาน เอเลียซซัน รองเลขาธิการยูเอ็น เผยว่า เมื่อปี 2558 เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต้องเสียชีวิต 109 ราย บาดเจ็บ 110 ราย ถูกลักพาตัว 68 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่อัฟกานิสถาน โซมาเลีย ซูดานใต้ ซีเรียและเยเมน ด้านนายสตีเฟน โอ’เบรียน หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมยูเอ็น เผยว่า วิกฤตการณ์ทั่วโลกทำให้ประชาชนถูกบีบให้เลือกในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ต้องเสี่ยงกับเหตุรุนแรงเรื่องอาหาร เสี่ยงกับการตะเกียกตะกายค้นหาที่ปลอดภัยจึงเรียกร้องทั่วโลกให้ร่วมกันแสดงถึงความสามัคคีปรองดอง และขอให้ผู้นำแต่ละประเทศลงมือหาทางออก.

 

แฉทรัมป์หนี้อื้อ-งบหาเสียงน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ส.ค. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697428

 

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานเมื่อ 20 ส.ค.ว่า บริษัทเอกชนกว่า 30 แห่ง ทั้งที่เป็นสำนักงานและสนามกอล์ฟของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีหนี้สินไม่ต่ำกว่า 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 22,500 ล้านบาท มากกว่าเอกสารชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะกว่า 2 เท่าตัว หลังทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ชี้แจงว่า มีหนี้สินอย่างน้อย 315 ล้านเหรียญ หรือราว 10,000 ล้านบาท

แม้ นสพ.ไทม์สไม่ได้กล่าวโทษทรัมป์ว่ากระทำความผิดใด แต่การสืบค้นครั้งนี้ย้ำให้เห็นว่ายังมีธุรกิจของทรัมป์ที่ไม่เปิดเผยอีกมากน้อยขนาดไหน ส่วนเจ้าหนี้รายใหญ่ของทรัมป์ มีทั้งธนาคารใหญ่หลายแห่งในจีน ซึ่งทรัมป์กล่าวโทษว่าเป็นศัตรูทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไปจนถึงธนาคารโกลด์แมน แซค ซึ่งทรัมป์กล่าวหาว่า มีอิทธิพลกับนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า แม้ทรัมป์จะเพิ่มงบหาเสียงในเดือนที่แล้วขึ้นเป็น 2 เท่า แต่ทีมหาเสียงของเขายังใช้เงินไปน้อยกว่าทีมหาเสียงของนางคลินตันอยู่มาก โดยเท่าที่ผ่านมา ทรัมป์ใช้งบหาเสียงไปแล้วราว 18.5 ล้านดอลลาร์ จากที่ระดมทุนได้ 37 ล้านดอลลาร์ ขณะที่คลินตันใช้ไปราว 38 ล้านดอลลาร์ จากที่ระดมทุนได้ 52 ล้านดอลลาร์.

 

โสมใต้เตือนเกาหลีเหนือ ลอบฆ่า-ลักพาตัว แก้แค้นผู้แปรพักตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ส.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697418

 

แธ ยอง โฮ อุปทูตเกาหลีเหนือ

เจ้าหน้าที่กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ที่ไม่ระบุชื่อเตือนเมื่อ 21 ส.ค.ว่า เกาหลีเหนืออาจใช้วิธีลอบสังหาร ลักพาตัว และการยั่วยุอื่นๆ เพื่อแก้แค้นที่มีชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ครั้งสำคัญเมื่อเร็วๆนี้ คำเตือนมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ก่อนที่กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯจะร่วมซ้อมรบครั้งใหญ่ เริ่มใน 22 ส.ค.

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คนนี้เผยว่า การที่นายแธ ยอง โฮ อุปทูตเกาหลีเหนือซึ่งทำงานอยู่ในสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงลอนดอน อังกฤษมา 10 ปี ประกาศแปรพักตร์ไปเกาหลีใต้พร้อมครอบครัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งกรณีพนักงานต้อนรับหญิง 12 คน ผู้จัดการร้าน 1 คน ชาวเกาหลีเหนือ ที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารในจีน แปรพักตร์ไปเกาหลีใต้เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ ทำให้เกาหลีเหนือตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมาก และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อาจใช้ความพยายามต่างๆ เพื่อป้องกันการแปรพักตร์อีกและการก่อความไม่สงบในหมู่ประชาชน โดยอาจใช้วิธีลอบสังหาร และก่อการร้ายต่อผู้แปรพักตร์ในเกาหลีใต้ รวมทั้งลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่คนนี้ยังเผยว่า คิม จอง อึน ส่งหน่วยล่าสังหารไปชายแดนจีนเพื่อทำร้ายชาวเกาหลีใต้ หลังการแปรพักตร์ของพนักงานต้อนรับและผู้จัดการร้านอาหารทั้ง 13 คน พร้อมทั้งยกกรณีที่เกาหลีเหนือพยายามลอบสังหารนายฮวาง จาง ยอป อดีตผู้นำด้านอุดมการณ์และอดีตครูของนายคิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ที่แปรพักตร์ไปเกาหลีใต้ในปี 2540 ก่อนเสียชีวิตในปี 2553


สื่อตั้งกล้องถ่ายภาพหน้าสถานทูตเกาหลีเหนือในลอนดอน

ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ประกาศปล่อยตัวพนักงานต้อนรับและผู้จัดการร้านอาหารที่แปรพักตร์ทั้ง 13 คนให้เข้าร่วมสังคมเกาหลีใต้ ทำให้เกาหลีเหนือโกรธจัด กล่าวหาว่า ทั้ง 13 คนถูกหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ลักพาตัวไป และขอให้ส่งตัวกลับเกาหลีเหนือ เกาหลี เหนือยังประณามว่านายแธ ยอง โฮ รองเอกอัครราชทูตผู้แปรพักตร์เป็น “ขยะมนุษย์” ผู้ยักยอกเงินของรัฐ ข่มขืนเด็ก เป็นสายลับให้เกาหลีใต้ และหนีความผิดไปเกาหลีใต้

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่าน และนายฮอสเซน เดห์กัน รมว.กลาโหม ไป เปิดตัวระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นใหม่ “บาวาร์ 373” ที่อิหร่านพัฒนาเอง ในกรุงเตหะราน มันถูก ออกแบบให้ยิงสกัดขีปนาวุธ จรวดร่อน โดรน เครื่องบินรบด้วยขีปนาวุธ “ซายัด 3” อีกทั้งให้เป็นทางเลือกหรือทำงานร่วมกับระบบป้องกันขีปนาวุธ “เอส-300” ของรัสเซีย ซึ่งอิหร่านสั่งซื้อแต่ถูกระงับการส่งมอบในปี 2553 ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ ก่อนที่รัสเซียจะอนุมัติส่งมอบให้อิหร่านในปี 2558.

 

ตุรกีช็อก! เด็ก 12 บึมฆ่าตัวตายกลางงานแต่งดับ 51 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ส.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697393

 

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่งานแต่งงานในประเทศตุรกีเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ผู้นำตุรกีเผยว่า มือระเบิดเป็นเด็กอายุเพียง 12-14 ปีเท่านั้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่งงานกลางแจ้งในเมืองกาซีอันเตป ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 69 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 17 คน


หลุมศพจำนวนมากถูกขุดเตรียมไว้สำหรับฝังร่างเหยื่อระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อคืนวันเสาร์

เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ย่านเบย์บาเจ ในเขตซาฮินเบย์ ของเมืองกาซิอันเตป เมื่อเวลาประมาณ 10:50 น. วันเสาร์ โดยเป้าหมายอยู่ที่งานแต่งงานของชาวเคิร์ด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว โดยบ่าว-สาว เป็นหนึ่งในผู้บาดเจ็บ แต่อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เจ้าหน้าที่ยังพบเศษซากเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตายในที่เกิดเหตุด้วย

อนึ่ง จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ระบุในแถลงการณ์ประณามเหตุระเบิด ว่า มือระเบิดเป็นเด็กอายุระหว่าง 12-14 ปีเท่านั้น และกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) น่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้


ญาติฝังศพผู้เป็นรักด้วยความโศกเศร้า

ด้านนายแอนดรูว์ ฟิงเคล ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นประจำตุรกี วิเคราะห์ว่ามีเหตุผลมากมายที่กลุ่มไอซิสจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ เนื่องจากกองกำลังชาวเคิร์ดมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับไอซิสในภาคเหนือของประเทศซีเรีย รวมถึงการขับไล่นักรบไอซิสออกจากเมืองมานบิจเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และการตัดเส้นทางขนส่งเสบียงจากตุรกีไปยังเมืองรักกาด้วย

 

ไม่ใช่ สตาร์วอร์ส! แต่ในอนาคตอันใกล้ โลกเราจะมี ‘แท็กซี่บิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ส.ค. 2559 08:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/696654

 

(ภาพจาก airbusgroup.com)

บริษัทแอร์บัสเฮลิคอปเตอร์มีโครงการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ทั่วโลก ให้บริการแท็กซี่บินในชื่อว่า”ซิตี้แอร์บัส”(CityAirbus) เผยเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2014 เริ่มแรกจะใช้กัปตันบังคับ จากนั้นเปลี่ยนเป็นยานยนต์อัตโนมัติ…

วันที่ 21 ส.ค. 59 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานว่า เมื่อปี 2014 จากผลการวิจัยของศูนย์การวิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Center for Economics & Business Research) ประเมินว่า เมื่อถึงปี ค.ศ. 2030 ฝรั่งเศสจะมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากปัญหาการจราจรปีละกว่า 25,000 ล้านยูโร (1 ล้านล้านบาท)ต่อปี ขณะที่สหราชอาณาจักรจะมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 29,000 ล้านยูโร (1,160 ล้านล้านบาท) ต่อปี

นอกจากนี้ ประเด็นหลักคือ คนจำนวนมากที่จะโยกย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ โดยคาดว่าในปี 2030 ประชากรโลก 60% จะอาศัยอยู่ในเมือง หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 10% จากปัจจุบัน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาการขนส่งในเมืองใหญ่อย่างแน่นอน จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ทำให้แอร์บัสเกิดประกายความคิดที่จะริเริ่มโครงการหลายอย่าง เพื่อรับมือกับปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน บริษัทที่ผลิตเครื่องบินเป็นหลัก จึงได้เสนอโครงการขนส่งในเมืองใหญ่ที่ล้ำหน้าสำหรับโลกในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทแอร์บัสได้เปิดเผยโครงการที่ได้มีการเริ่มมาตั้งแต่สองปีมาแล้วในวารสารภายในองค์กรชื่อว่า Forum เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการหนึ่งชื่อว่า “Vahana” ซึ่งเป็นยานยนต์บินได้อัตโนมัติ ที่สามารถขนส่งสินค้าหรือผู้โดยสารเพียงคนเดียว โดยบริษัทแอร์บัสคาดว่าจะสามารถนำยานยนต์บินได้อัตโนมัติรุ่นโปรโตไทป์ ออกทดลองบินภายในปลายปี 2017 ทางบริษัทประเมินว่าโครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ แม้ว่าจะยังขาดองค์ประกอบที่สำคัญคือ เทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง “นี่คือหนึ่งในประเด็นหลักที่เราจะต้องหาทางแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายโรแดง ลียาซอฟ หนึ่งในผู้รับผิดชอบโครงการยืนยัน

พร้อมกันนี้ ยังมีอีกโครงการหนึ่งที่มีความเลิศเป็นอย่างยิ่งคือ “โครงการแท็กซี่บิน” ตั้งแต่ปี 2014 บริษัทแอร์บัสเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแอร์บัสได้เริ่ม โครงการ “CityAirbus” ซึ่งเป็นยานยนต์ที่มีใบพัดบินได้คล้ายกับโดรน เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาค่าใช้จ่ายในการบินที่มีราคาสูง เนื่องจากแท็กซี่บินนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หลายคน มีลักษณะคล้ายกับรถแท็กซี่ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยในระยะเริ่มแรก ทางบริษัทอาจจะใช้กัปตันบังคับเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว หากทว่าในระยะยาว “แท็กซี่บิน” จะเปลี่ยนเป็นยานยนต์อัตโนมัติที่จะมีการนำเทคโนโลยี “Vahana” มาใช้

อย่างไรก็ตาม บริษัทแอร์บัสยังไม่ได้มีการเปิดเผยอะไรมากนักเกี่ยวกับโครงการ CityAirbus แต่คาดว่า ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งแท็กซี่บินผ่านโปรแกรมที่จะทำการแชร์ค่าใช้จ่ายกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต้องการให้ค่าแท็กซี่บินนี้ไม่แตกต่างจากค่ารถแท็กซี่ในปัจจุบันมากนัก

นายมาริอุส เบอเบอเซล ผู้รับผิดชอบโครงการแอร์บัสเฮลิคอปเตอร์ยอมรับว่า “ยังมีอีกหลายประเด็นปัญหาที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ อาทิ ทำอย่างไรยานยนต์เหล่านี้จึงจะสามารถติดต่อระหว่างกันได้ และจะสามารถแน่ใจได้อย่างไรว่า ยานยนต์เหล่านี้จะไม่ถูกลักโขมยไป แอร์บัสกำลังพยายามทุกวิถีทางในการที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้”

ด้านนายทอม เอนเดอร์ส ซีอีโอแอร์บัสกรุ๊ปกล่าวว่า “ผมไม่ใช่แฟนสตาร์วอร์ส แต่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระที่จะคิดว่า เมืองในอนาคตจะมียานยนต์บินได้ร่อนไปมาอยู่ทั่วไปหมด และในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถจองที่นั่งบนแท็กซี่บินอัตโนมัติผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ยานยนต์บินอัตโนมัติก็จะร่อนลงมาจอดรับเราตรงหน้าประตูบ้านเลยทีเดียว โดยที่ไม่มีคนขับด้วย”

“บริษัทแอร์บัสคาดว่า CityAirbus จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่และสวยหรูทีเดียว ตลาดยานยนต์บินนี้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เราสามารถนำยานยนต์บินมาใช้ให้เห็นได้จริงในเมืองใหญ่ และเราสามารถนำเสนอให้เห็นถึงข้อดีของการใช้ยานยนต์บินอัตโนมัตินี้ที่ เงียบ ไม่เกิดมลพิษ และราคาไม่แพงมาก” นายจอร์ก มูลเลอร์ ผู้รับผิดชอบแผนก Corporate Developpement ของแอร์บัสกล่าวในที่สุด

 

สนามบินรัสเซีย จะวางขายปืนอาก้า 47 (ปลอม) เป็นของที่ระลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ส.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/696599

 

(ภาพจาก© thinkstock)

บริษัทคาลาชนิคอฟ ผลิตปืนอาก้า 47 ที่โด่งดังไปทั่วโลก เตรียมเปิดร้านขายของที่ระลึกเป็นสินค้าจำลอง ผลิตภัณฑ์ของบริษัท รวมทั้งปืนกล อาก้า 47 ในสนามบินที่กรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซีย ขณะที่โฆษกสนามบินแถลง คณะผู้บริหารของสนามบินกำลังหารือเครียดถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมา

เมื่อ 21 สิงหาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน นักท่องเที่ยวท่ีเดินทางผ่านสนามบินกรุงมอสโกสามารถหาซื้อของที่ระลึกจากบริษัทผลิตอาวุธปืนกลอัตโนมัติ คาลาชนิคอฟหรือ อาก้า 47 ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีทั่วโลก พร้อมสินค้าอื่นๆ ของบริษัทอีกหลายอย่าง

ข่าวแจ้งว่า กลุ่มบริษัทคาลาชนิคอฟ ซึ่งก่อตั้งโดยนายมิคาอิล คาลสชนิคอฟ ผู้คิดค้นและผลิตปืนกลอาก้า 47 ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังจะเปิดร้านขายของท่ีระลึกเป็นสินค้าจำลองผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่สนามบินเชเรเมทิเอโว กรุงมอสโก “ร้านค้าของท่ีระลึกจะมีสินค้าจำพวก อาวุธปืนจำลองพลาสติกที่นักท่องเที่ยวอายุบรรลุนิติภาวะสามารถกาซื้อได้” แถลงการณ์ของบริษัทผลิตปืนชืื่อดัง  ที่กำลังปรับตัวให้ทันสมัยพร้อมกับการเสริมสร้างภาพลักษณ์ระบุ โดยมีภาพหน้าร้านที่วางสินค้าคือ ปืนกลจำลอง เสื้อยืด และหมวก เป็นต้น

ด้านนางแอนนา ซาคาโรวา โฆษกสนามบินเชเรเมทิเอโว กรุงมอสโก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ทางผู้บริหารสนามบินกำลังพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างเคร่งเครียดถึงผลกระทบ แม้ว่าจะยังไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ก็ตามแต่ หน่วยงานด้านความปลอดภัยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากเกิดความสับสนหรือกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็อาจจะต้องแจ้งให้คู่ค้าของเรานำสินค้าท่ีสุ่มเสี่ยงหรือกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยออกจากร้านค้า

ทั้งนีี้ ประเทศรัสเซียมีกฎหมายห้ามการมีอาวุธไว้ในครอบครอง และสนามบินทุกแห่งก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ภายหลังการเกิดเหตุที่สนามบินโดโมดิเอโดโว กรุงมอสโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 37 คน

 

รัฐบาลดัตช์ จ่อออก ก.ม.ห้ามขายรถยนต์เบนซิน-ดีเซล ในปี 2568

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 23:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/696404

 

(ภาพประกอบ)

รัฐบาลดัตช์ เตรียมออกกฎหมายห้ามขายรถยนต์เบนซินและดีเซล ในปี 2568 หลังพรรคแรงงาน ผลักดันจนผ่านการพิจารณา-รับรองจากสภาผู้แทนฯแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนว่าจะผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาหรือไม่…

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานว่า รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ กำลังเตรียมร่างกฎหมายห้ามขายรถยนต์ใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ตั้งแต่ปี 2025 (พ.ศ. 2568) หรือในอีก 9 ปี โดยร่างกฎหมายนี้เสนอโดยพรรคแรงงาน เสนอให้ห้ามขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลทุกชนิด แต่ได้มีการปรับแก้ไขเป็นห้ามขายเฉพาะรถยนต์ใหม่เท่านั้น โดยรถยนต์ท่ีซื้อก่อนปี 2025 ยังคงสามารถใช้ขับขี่ได้ต่อไป

สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณารับรองจากสภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์แล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา โดยนายยาน โวสเจ้าของความคิดที่จะออกกฎหมายดังกล่าว มั่นใจว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะต้องผ่านเป็นกฎหมายบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า การห้ามขายรถยนต์ใหม่อย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐบาลจะต้องหามาตรการสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายด้วย

ทั้งนี้ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำท่ีสุดในยุโรป และมีจำนวนการขายรถยนต์ไฟฟ้าท่ีสูงมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมียอดขายทำลายสถิติในเดือนธันวาคม 2558 แต่เนเธอร์แลนด์ก็ไม่ใช่ประเทศแรกที่จะห้ามขายรถยนต์เบนซินและดีเซล เนื่องจากประเทศนอร์เวย์ก็ได้มีการพิจารณาประเด็นนี้ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และประเทศฝรั่งเศสก็ได้ห้ามรถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 1997 เข้าวิ่งในกรุงปารีส.

 

รัสเซียโชว์คลิปยิง ‘จรวดร่อน’ จากเมดิเตอร์เรเนียนเข้าซีเรีย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695733

 

รัสเซียยิงจรวดร่อนจากเรือรบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โจมตีเป้าหมายกลุ่มติดอาวุธในประเทศซีเรียอีกครั้ง โดยเผยแพร่คลิปวิดีโอการยิงจรวดลงบนโลกออนไลน์ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของประเทศรัสเซียออกมาเปิดเผยว่า เรือรบ 2 ลำของพวกเขาในพื้นที่ทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยิง จรวดร่อน หรือ ครูส มิสไซล์ (cruise missile) โจมตีเป้าหมายกลุ่มติดอาวุธในประเทศซีเรียเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เรือคอร์เวต ‘เซอร์ปูคอฟ’ และ ‘เซเลนี ดอล’ ยิงจรวดร่อนพิศัยไกล ‘คาลิเบอร์’ 3 ลูกเข้าใส่กลุ่มติดอาวุธ ‘จาบัต ฟาตาห์ อัล-ชาม’ หรือชื่อเดิมคือ ‘อัล-นุสรา ฟรอนต์’ เมื่อเวลา 10:55 น. วันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น พวกเขายังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจำนวน 3 คลิปลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กและยูทูบ เพื่อแสดงภาพการยิงมิสไซล์และเป้าหมาย

รัสเซัยระบุอีกว่า มิสไซล์ที่ยิงออกไปทำลายศูนย์บัญชาการและค่ายของกลุ่ม จาบัต ฟาตาห์ อัล-ชาม ในเมืองอเลปโป

ชมคลิปที่นี่

 

 

ประธานทีมหาเสียงของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ลาออก หลังมีข่าวฉาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 04:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695668

 

พอล มานาฟอร์ต ประธานกรรมการทีมหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากตกเป็นข่าวอื้อฉาวมีผลประโยชน์พัวพันกับอดีตประธานาธิบดียูเครน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายพอล มานาฟอร์ต ประธานกรรมการทีมหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้ ทั้งที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเพียง 2 เดือน หลังจากเขาตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่ามีผลประโยชน์พัวพันกับนายวิคเตอร์ ยานูโควิช อดีตประธานาธิบดียูเครน แต่ไม่แน่ชัดว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาลาออกหรือไม่

นายทรัมป์ ระบุผ่านแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า “เมื่อเช้านี้ พอล มานาฟอร์ต ส่งเอกสารขอลาออกมา และผมยอมรับการลาออกจากทีมหาเสียงของเขา ผมรู้สึกขอบคุณสำหรับการทำงานที่ยอดเยี่ยมของเขา ในการช่วยให้เรามาถึงจุดที่เราอยู่ทุกวันนี้ และโดยเฉพาะงานของเขาในการชี้นำพวกเราผ่านกระบวนการลงคะแนนและประชุมใหญ่”


โดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายมานาฟอร์ตกำลังเผชิญการตรวจสอบจากสังคม หลังจากสำนักข่าว นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า รัฐบาลยูเครนค้นพบบัญชีลับที่บ่งชี้ว่ามีการจ่ายเงินให้เขาจำนวน 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่เขาทำงานให้แก่นายยานูโควิช ซึ่งหลบหนีไปรัสเซียตั้งแต่เกิดการลุกฮือประท้วงในยูเครนเมื่อเดือนพ.ย. 2013

ขณะเดียวกัน สำนักงานต่อต้านการคอร์รัปชันของยูเครนก็กำลังตรวจสอบ ข้อตกลงทางธุรกิจมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเชื่อมโยงกับนายมานาฟอร์ตด้วย ขณะที่ตัวนายมานาฟอร์ตออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างต่างๆ และบอกว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง