ตร.แอลเอทลายซ่องจับเกือบ 300 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695522

 

เมื่อ 18 ส.ค. ตำรวจนครลอสแอนเจลิส (แอลเอพีดี) รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ ประสานงานร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) และสำนักงานรักษากฎหมายอีกหลายแห่ง ภายใต้ภารกิจที่ชื่อว่า “ปฏิบัติงานกู้ภัยภาคฤดูร้อน” ตลอดระยะเวลา 3 วัน ในช่วงวันที่ 10-12 ส.ค. แถลงผลงานเกี่ยวกับการเข้ากวาดล้างกระบวนการค้ามนุษย์ทั่วนครลอสแอนเจลิส สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้ 286 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาค้าประเวณี ช่วยเหลือเหยื่อได้ 10 คน ผู้หญิง 9 คน ผู้ชาย 1 คน ในจำนวนนี้ 8 คน เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15-17 ปี ซึ่งถูกบังคับขู่เข็ญให้ค้าบริการทางเพศ และถูกนำตัวส่งไปให้ศูนย์สงเคราะห์ที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลคุ้มครองต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์แหล่งข้อมูลการค้ามนุษย์แห่งชาติสหรัฐฯ เผยว่า คดีที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์มักเกิดขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียมากกว่ารัฐอื่นในประเทศ เช่นเมื่อปีกลาย เกือบ 1 ใน 5 สายที่ทางศูนย์ฮอตไลน์ของศูนย์ได้รับโทรศัพท์มาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย และปี 2559 นี้ พบว่า มีคดีที่เกี่ยวข้องและได้รับรายงานทั่วสหรัฐฯถึงกว่า 4,000 คดี ขณะที่นายทิม สแต็ก หนึ่งในทีมแอลเอพีดี เผยว่า เหยื่อส่วนใหญ่มาจากครอบครัวมีปัญหา เคยถูกคุกคามทางเพศหรือความรุนแรงภายในบ้าน ทำให้คนร้ายหลอกเหยื่อว่า จะทำให้ชีวิตสบายและหาเงินได้มาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง.

 

รายงานชี้ ตร.จังโก้กราดยิงพลเรือนดับ 22 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695514

 

เมื่อ 18 ส.ค. นายอิสมาเอล เอสลาวา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเม็กซิโก แถลงว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ของปีกลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารพลเรือนเสียชีวิต 22 ศพ ระหว่างออกปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติด “ฮาลิสโก นิว เจนเนเรชั่น” (เจเอ็นจี) ซึ่งหนีไปซ่อนตัวภายในฟาร์มแห่งหนึ่ง ที่รัฐมิโชอากัน ภาคตะวันตกของประเทศ และผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 42 คน รวมตำรวจ 1 นาย บาดเจ็บเพียง 1 ราย ถือเป็นเหตุปะทะกันครั้งนองเลือดมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งนับแต่รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี เอ็นริเก พีนา นีเอโต ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อ 4 ปีก่อนและประกาศทำสงครามปราบปรามแก๊งยาเสพติด

ฝ่ายเจ้าหน้าที่เองก็ยอมรับว่า ละเมิดสิทธิชีวิตผู้อื่น โดยใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการเข้าปราบจนนำไปสู่การวิสามัญฯ 22 ศพ และมีการใช้ความรุนแรงทรมานผู้ที่ถูกคุมขัง 2 คนอีกด้วย ขณะที่นายเรนาโต ซาเลส คณะกรรมการรักษาความมั่นคงแห่งชาติอ้างว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่ยอมวางอาวุธ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านสิทธิฯ เผยว่า จากการตรวจชันสูตรศพชี้ให้เห็นว่า ตำรวจมีการเคลื่อนย้ายศพและวางอาวุธปืนใกล้กับศพ และกำลังตำรวจขึ้นเฮลิคอปเตอร์กราดกระสุน 4,000 นัดกระหน่ำฟาร์มที่แก๊งคนร้ายซ่อนตัว.

 

มะกันคืนเงินอิหร่าน 400 ล้านดอลลาร์ ยันไม่ใช่ค่าไถ่แลกนักโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 01:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695510

 

สหรัฐฯยอมรับต่อสาธารณะครั้งแรกเมื่อ 18 ส.ค.ว่าได้คืนเงิน 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,831 ล้านบาท) บวกกับดอกเบี้ยอีก 1,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 44,953 ล้านบาท) ให้อิหร่านหลังอิหร่านรับประกันยอมปล่อยนักโทษชาวอเมริกัน 5 คนแต่ยืนยันไม่ใช่การจ่ายเงินค่าไถ่ นอกจากคืนเงินให้ สหรัฐฯยังลดหย่อนโทษให้ชาวอิหร่าน 7 คน และถอนหมายจับของชาวอิหร่านอีก 14 คนด้วย

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงถึงเรื่องนี้ในวันเดียวกันว่า เพราะวิตกว่าอิหร่านอาจไม่ทำตามสัญญาเพื่อปล่อยนักโทษ พวกเราจึงยื้อการจ่ายเงินก้อนนี้ไว้จนกว่าชาวอเมริกันจะได้รับการปล่อยตัว และนั่นคือภารกิจสำคัญแรกเริ่มสูงสุดของพวกเราเงินจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนทรัสต์ที่อิหร่านใช้ก่อนมีปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 เพื่อซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ และถูกยึดไว้ตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งอิหร่านฟ้องร้องเรียกเงินคืนที่ศาลอนุญาโตตุลาการอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์มายาวนาน ถูกสหรัฐฯส่งคืนให้เมื่อ 17 ม.ค.ปีนี้ หรือหลังข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกับชาติมหาอำนาจกลุ่มพี 5+1 ที่รวมทั้งสหรัฐฯและรัสเซียมีผลบังคับใช้ 1 วันนับแต่เจรจาได้ข้อสรุปกันเมื่อปีที่แล้ว

ฝ่ายพรรครีพับลิกันออกมาประณามและตั้งคำถามถึงช่วงเวลาของ 2 เหตุการณ์ที่เกิดไล่เลี่ยตามกันมาและว่ารัฐบาลจ่ายค่าไถ่แลกกับการปล่อยนักโทษ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 8 พ.ย. กล่าวว่าตอนนี้คงรู้แล้วว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ พูดโกหกเรื่องเงิน 400 ล้านดอลลาร์ เคยปฏิเสธเรื่องตัวประกัน แต่ความจริงก็เห็นกันแล้ว ส่วนที่บอกว่าไม่จ่ายค่าไถ่ก็จ่ายแล้ว

ส่วนกรณีภาพเด็กชายวัย 4 ขวบนั่งตัวมอมแมม มีคราบเลือดและฝุ่นติดเต็มตัวในรถพยาบาลหลังได้รับช่วยเหลือจากเหตุโจมตีในเมืองอะเลปโปของซีเรีย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจไปทั้งโลก นายเคอร์บี ระบุว่า ภาพเด็กชาย คือโฉมหน้าที่แท้จริงของสงครามซีเรียซึ่งพวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันผลักดันเพื่อให้สงครามนี้ยุติ

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเผยว่า นายจอห์น เคอร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมพบหารือนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ที่สวิตเซอร์แลนด์ ใน 26 ส.ค.นี้ เพื่อหาทางยุติสงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามในสงครามแต่มีศัตรูร่วมคือกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และเครือข่ายก่อการร้ายอัล เคดา.

 

ผลวิจัยใหม่ชี้! ไวรัส ‘ซิกา’ อาจทำร้ายสมองผู้ใหญ่ด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695537

 

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาใหม่ซึ่งบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสซิกาจะทำร้ายเซลล์ประสาทในสมองของผู้ใหญ่ ในลักษณะเดียวกับที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลการศึกษาใหม่เกี่ยวกับเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ ซึ่งกำลังแพร่กระจายเป็นวงกว้างในทวีปอเมริกาใต้ บ่งชี้ว่า ไวรัสตัวนี้อาจส่งผลกระทบต่อสมองของผู้ใหญ่ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ทั่วโลกมุ่งเน้นการเฝ้าระวังไม่ให้หญิงมีครรภ์ติดเชื้อซิกา เนื่องจากมีหลักฐานมากมายว่าเชื้อตัวนี้ทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในเด็กในครรภ์

ผลการวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ร็อกเคเฟลเลอร์ ในนิวยอร์ก และสถาบันโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาเมืองลา ฮอยยา (เจไอเอไอ) ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำการทดลองในหนูพบว่า เซลล์สมองของผู้ใหญ่บางจุดเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิกาเช่นเดียวกัน โดยในจำนวนนี้รวมไปถึงเซลล์ที่ทำหน้าที่ทดแทนเซลล์ประสาทที่เสียหายตลอดช่วงวัยผู้ใหญ่ และคาดว่าเป็นอันตรายต่อการเรียนรู้และความทรงจำด้วย

ศ.โจเซฟ กลีสัน ศาสตราจารย์วุฒิคุณของ ม.ร็อกเคเฟลเลอร์ หัวหน้าห้องทดลองโรคสมองในเด็ก ระบุว่า นี่เป็นการศึกษาแรกที่ตรวจสอบเกี่ยวผลกระทบของการติดเชื้อไวรัสซิกาที่มีต่อสมองของผู้ใหญ่ “จากการค้นพบของเรา การที่ผู้ใหญ่ติดเชื้อซิกา อาจไม่ใช่เรื่องไร้พิษภัยเหมือนที่ใครๆ คิด”

ทั้งนี้ สำหรับเด็กในครรภ์ที่กำลังพัฒนา สมองจะสร้างเซลล์ต้นกำเนิดประสาทพื้นฐานขึ้น ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเซลล์ชนิดจะเสียงต่อการติดเชื้อไวรัสซิกามากเป็นพิเศษ ทำให้พัฒนาการและการติดโตของสมองทารกถูกรบกวน ขณะที่เชื่อว่าเซลล์ประสาทของผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้านทานเชื้อซิกาได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมผู้ใหญ่จึงดูเหมือนมีความเสี่ยงจากไวรัสซิกาน้อยกว่า

แต่ทว่าเซลล์ต้นกำเนิดประสาทบางส่วนยังคงหลงเหลือในสมองผู้ใหญ่ เพื่อทดแทนระบบประสาทที่เสียหายไปตลอดชีวิต เซลล์ต้นกำเนิดตัวนี้ยังสำคัญต่อการเรียนรู้และความทรงจำด้วย ซึ่งศ.กลีสัน และเพื่อนร่วมงานสงสัยว่า หากไวรัสซิกาสามารถติดต่อที่เซลล์ต้นกำเนิดประสาทของเด็ก มันก็อาจจะก็ติดต่อเซลล์ต้นกำเนินในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน และนี่คือเรื่องที่พวกเขาค้นพบ

“เราตั้งคำถามว่า เซลล์ต้นกำเนิดประสาทเหล่านี้เสี่ยงเป็นอันตรายจากซิกา ในรูปแบบเดียวกับสมองของเด็กในครรภ์หรือไม่ คือตอบคือ ใช่อย่างแน่นอน” ศ.กลีสันกล่าว อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงก้าวเบื้องต้นของการค้นหาว่า ไวรัสซิกาสามารถทำอันตรายสมองผู้ใหญ่ได้หรือไม่ เท่านั้น ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อแปลงค่าที่ได้จากหนูทดลองเป็นค่าของมนุษย์ และหาว่าความเสียหายต่อสมองของผู้ใหญ่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาทในระยะยาว หรือส่งผลต่อพฤติกรรมหรือไม่ด้วย

 

ไม่ทันระวัง! หนุ่มอิหร่านหงายหลังตึง ช่วยกันยกเสาไฟล้ม เจอไฟช็อต (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 18:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695397

 

(ภาพจากยูทูบ : KingBang Channel)

แห่ดูคลิป…หนุ่มๆ ชาวอิหร่านช่วยกันยกเสาไฟฟ้าที่ล้มลง ไม่คาดฝัน จะเกิดไฟช็อตลุกพึ่บสว่างวาบ จนหงายหลัง ล้มระเนระนาด โชคดีไม่ถึงตาย แค่บาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ชาวเน็ตพากันดูคลิป ที่นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์โดย LiveLeak เป็นที่แรก ก่อนจะถูกแชร์และนำมาโพสต์บนยูทูบ หวังเตือนใจให้ผู้คนได้มีความระมัดระวังเวลาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้เข้า โดยเป็นคลิปบันทึกเหตุการณ์ ขณะมีชายหนุ่มหลายคน ได้ช่วยกันยกเสาไฟต้นหนึ่งที่ล้มลงอย่างขะมักเขม้น แต่แล้วไม่คาดคิด ทันใดนั้น ได้เกิดไฟช็อตจากเสาไฟต้นนี้ จนเห็นแสงไฟสว่างวาบลุกพึ่บขึ้นมา ส่งผลให้หนุ่มๆ ที่ช่วยกันยกเสาไฟ ต้องหงายหลังล้มตึง

ภาพจากในคลิป จะเห็นว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งก้มลงไปดึงสายไฟที่ห้อยตกอยู่ขึ้นมา และบรรดาชาวเน็ตได้แสดงความเห็นว่า สายไฟเส้นนี้คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดไฟช็อตขึ้น จนทำให้ชายหนุ่มเกือบทั้งหมดที่กำลังช่วยกันยกเสาไฟ โดนไฟช็อต จนล้มระเนระนาด เดชะบุญ ที่ตามรายงานข่าว ระบุว่า หนุ่มๆ ที่โดนไฟช็อตเหล่านี้ แค่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ขณะที่สถานที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีรายงานแจ้งแน่ชัด แต่อยู่ในประเทศอิหร่าน

ชมคลิป ที่นี่

 

รัสเซียเจ๋ง ผลิต ‘สเปรย์วิเศษ’! สร้างจากโมเลกุลเทียม รักษาแผลสดหายวับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 16:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695262

 

(ภาพจากยูทูบ: international on the planet)

ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซีย สุดเจ๋ง .. สร้างซุปเปอร์โมเลกุล ทำเป็น สเปรย์ รักษาแผลสดให้หายเป็นปลิดทิ้งในเวลารวดเร็ว ชี้ เป็น ‘โมเลกุลเทียม’ ที่สร้างขึ้นมา สามารถเร่งซ่อมแซมเซลล์ บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ และถูกตั้งชื่อว่า ‘อเซกรัม’

เมื่อ 19 ส.ค. 59 เว็บไซต์ อาร์ที รายงาน ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่ห้องทดลองในเมืองเชลยาบินสก์ ประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า พวกเขาได้สร้างโมเลกุลเทียม ‘มหัศจรรย์’ ที่สามารถเร่งซ่อมแซมรักษาบาดแผลได้ในเวลารวดเร็ว อีกทั้ง ยังมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสและแบคทีเรีย ขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นการเติบโตของสเต็มเซลล์ไปพร้อมกันด้วย โดย โมเลกุลเทียม หรือโมเลกุลประดิษฐ์ ที่สร้างขึ้นมานี้ถูกตั้งชื่อว่า อเซกรัม (Acegram)

นายอเล็กซานเดอร์ ซูรอชกา หัวหน้าการวิจัยครั้งนี้ กล่าวกับนักข่าวอาร์ที ซึ่งมีการบันทึกคลิปวิดีโอ ว่า โมเลกุลเทียม อเซกรัมนี้ สามารถซ่อมแซมเซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บบนร่างกายของมนุษย์ให้กลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็วมาก โดยสามารถรักษาบาดแผลโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น อีกทั้ง หากเป็นบาดแผลที่เกิดจากถูกไฟไหม้แล้ว โมเลกุลเทียม อเซกรัม ก็สามารถซ่อมแซม และสร้างเนื้อเยื่อใหม่เหนือบริเวณบาดแผลที่ถูกไฟไหม้ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการวิจัยของห้องทดลองที่เมืองเชลยาบินสก์ ที่คิดค้นวิจัย จนสามารถสร้างโมเลกุลเทียม อเซกรัม นี้ ได้ถูกทำให้อยู่ในรูปของสเปรย์ และเจล โดยประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมจากการนำไปทดสอบกับสัตว์ ‘สเปรย์สามารถใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บที่คอหอย แผลร้อนในในช่องปาก จมูกอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เช่นเดียวกับอาการเจ็บป่วยอื่นๆ’ นายซูรอชกา ย้ำ

ขณะที่ ตามรายงานของ นสพ. Yuzhnouralskaya Panorama ชี้ว่า ศักยภาพของโมเลกุลเทียม อเซกรัม สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้อีกในอนาคต ที่สามารถแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากไวรัสกลายพันธุ์ได้.

 

รัสเซียหนุนหยุดยิงที่อเลปโป ขณะโลกสลด ด.ช.ซีเรียเลือดอาบแต่ไม่มีน้ำตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 13:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695074

 

รัสเซียหนุนหยุดยิงที่เมืองอเลปโป 48 ชม. เปิดทางส่งความช่วยเหลือด้านการแพทย์และเครื่องบรรเทาสาธารณภัยไปช่วยเหลือชาวซีเรียที่ติดอยู่ในเมือง อีกทั้งชาวโลกกำลังสะเทือนใจกับภาพหนูน้อยวัย 5 ขวบในเมืองอเลปโป นั่งนิ่ง ไม่มีน้ำตา ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บจนเลือดอาบใบหน้า เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่น

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการรัสเซียแจ้งต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อ 19 ส.ค.ว่า รัสเซียพร้อมจะสนับสนุนการหยุดยิงในเมืองอเลปโป ของซีเรีย เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อเปิดทางให้นำความช่วยเหลือด้านการแพทย์ สาธารณสุขและเครื่องบรรเทาสาธารณภัยไปช่วยแก่ชาวซีเรียในเมืองอเลปโป ที่ต้องมีชีวิตท่ามกลางสงครามกลางเมือง ขณะที่วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียเพิ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์เครื่องบินรบรัสเซียบินทิ้งระเบิดโจมตีกลุ่มไอซิสที่จังหวัดเดียร์ อัซ ซอร์ ในซีเรีย

ข่าวแจ้งว่า การสู้รบและการโจมตีทางอากาศที่เมืองอเลปโปได้ทวีความดุเดือดมากขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่กองทัพซีเรียซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรัสเซีย ได้ยึดเมืองอเลปโปและปิดถนนคาสเทลโล ซึ่งเป็นการตัดเส้นทางสำคัญในการส่งเสบียงและกำลังสนับสนุนไปยังพื้นที่ที่กบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียยึดครองอยู่


สภาพเมืองอเลปโป ที่ถูกทิ้งระเบิดโจมตี

สำหรับการโจมตีเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนในเมืองอเลปโป ที่ผ่านมา ยังคงดำเนินต่อเนื่อง และผลการโจมตี ได้ทำให้ชาวโลกได้เห็นภาพชีวิตจริงที่สุดสะเทือนใจภาพหนึ่ง เป็นภาพของเด็กชายออมราน ดัคนีช วัย 5 ขวบ ที่นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ร้องไห้ออกมาให้เห็น ทั้งที่หนูน้อยได้รับบาดเจ็บ เลือดไหลอาบใบหน้า และร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่น หลังจากเด็กชายดัคนีชได้รับความช่วยเหลือออกมาจาก ซากปรักหักพังของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งบอมบ์โจมตี


อุตุฯ มะกันเตือน ไฟป่าแคลิฟอร์เนียยาวถึงสิ้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ส.ค. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694670

 

ไฟไหม้ป่าบริเวณช่องเขาทางตอนใต้รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เผาผลาญพื้นที่แล้ว 30,000 เอเคอร์ หรือราว 75,000 ไร่ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 80,000 คน ต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ท่ามกลางความพยายามดับไฟอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายไมเคิล วากอสกี หัวหน้างานดับเพลิงแถลงเมื่อ 17 ส.ค.ระบุตลอดระยะเวลาการทำงานมา 40 ปี ยังไม่เคยเห็นความรุนแรงของไฟป่าขนาดนี้ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า สภาพอากาศแห้งแล้งประกอบกับอุณหภูมิอบอุ่น อาจทำให้ไฟป่าครั้งใหญ่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียลากยาวไปถึงเดือน ธ.ค.

ขณะเดียวกัน เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวชื่อดังบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรัฐหลุยเซียนา 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว34.5 ล้านบาท.

 

จีนส่งดาวเทียม ‘ควอนตัม’ ไปอวกาศ ก้าวสำคัญสู่ยุคสื่อสารไร้แฮกข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694765

 

เมื่อวันอังคารที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ประเทศจีนสร้างความฮือฮาด้วยการส่งดาวเทียมสื่อสารเชิงควอนตัมสู่อวกาศเป็นชาติแรกของโลก เพื่อทดลองการสร้างเครือข่ายการสื่อสารเชิงควอนตัม ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่า ปลอดการเจาะข้อมูล ขึ้นมา ซึ่งหากจีนประสบความสำเร็จในการทดลองครั้งนี้ แดนมังกรจะนำหน้าประเทศคู่แข่งอื่นๆ ในการแข่งกันด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ทั่วโลก

ดาวเทียมสื่อสารควอนตัมดวงแรกสู่อวกาศ

เมื่อเวลา 01:40 น. วันที่ 17 ส.ค. ตามเวลาประเทศจีน จรวด ‘ลอง มาร์ช-2ดี’ (Long March-2D) ถูกยิงออกจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน ในทะเลทรายโกบี เพื่อส่งดาวเทียมทดลองควอนตัมในระดับอวกาศ (Quantum Experiments at Space Scale: QUESS) น้ำหนัก 600 กก. สู่วงโคจรของโลก ที่ความสูงประมาณ 500 กม.

ดาวเทียมดวงนี้ยังมีชื่อเล่นว่า ‘ม่อจื๊อ’ ซึ่งตั้งตามชื่อของนักปรัชญาในอดีตของจีน โดยโครงการทดลองครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิทยาศาสตร์จีน, มหาวิทยาลัยเวียนนาของออสเตรีย และสถาบันวิทยาศาสตร์ออสเตรีย เพื่อพัฒนาการเข้ารหัสเชิงควอนตัม (quantum encryption) และเทคโนโลยีส่งข้อมูลระหว่างอะตอม (quantum teleportation)


ส่งข้อมูลจากนอกโลก

ภารกิจของดาวเทียมม่อจื๊อ

ดาวเทียมม่อจื๊อจะมีอุปกรณ์สำหรับสร้าง โฟตอน ซึ่งเป็นอนุภาคย่อยของอะตอมของแสง ขึ้นมาเป็นคู่ๆ เรียกว่าโฟตอนพัวพัน และจะยิงครึ่งหนึ่งของแต่ละคู่ลงไปยังสถานีบนโลกในจีนและออสเตรีย ซึ่งภารกิจของดาวเทียมดวงนี้คือการพิสูจน์ว่า การส่ง โฟตอนพัวพัน จากอวกาศสู่พื้นโกลซึ่งเป็นระยะทางไกลมากนั้นสะดวก และพิสูจน์ว่า หนึ่งในคู่ของโฟตอนพัวพัน สามารถถูกส่งลงมายังโลก ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งยังอยู่บนดาวเทียมได้

โดย QUESS จะกระจายกุญแจรหัสเชิงควอนตัมระหว่างศูนย์สังเกตการณ์ดาราศาสตร์ซินเจียง ในเขตปกครองตนเองซินเจียง กับศูนย์สังเกตการณ์ซิ่งหลง ใกล้กรุงปักกิ่ง ซึ่งมีระยะทางห่างกันประมาณ 2,500 กม. เพื่อสร้างเครือข่ายสื่อสารปล่อยภัยระหว่างกรุงปักกิ่งและเมืองอุรุมฉี นอกจากนี้ยังจะส่งโฟตอนจากตัวมันเองไปยังเมืองอาลี ในเขตปกครองตนเองทิเบต เพื่อทดสอบการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างอะตอมอีกด้วย

แต่การส่งโฟตอนจากอวกาศมายังเป้าหมายบนโลก ต่้องอาศัยความแม่นยำในการโคจรสูงมาก ดาวเทียมดวงนี้จึงจำเป็นต้องมีวงโคจรรอบโลกสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ซึ่งจะทำให้ระนาบของวงโคจรทำมุมกับดวงอาทิตย์คงที่ตลอดเวลาทั้งปีที่โลกโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลให้ดาวเทียมผ่านพื้นที่บนโลกตำแหน่งหนึ่ง ณ เวลาท้องถิ่นที่คงที่ ไม่ขึ้นกับลองจิจูดหรือวัน ทำให้คุณลักษณะของแสงจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบพื้นโลกบริเวณที่ต้องการตรวจ ติดตามเป็นมาตรฐานตลอดทั้งปี

และเมื่อการทดลองภายในประเทศจีนสำเร็จ QUESS จะพยายามสร้างกระจายกุญแจรหัสเชิงควอนตัมระหว่างประเทศ ระหว่างจีนกับสถาบันเพื่อการศึกษาทัศนศาสตร์ควอนตัมและข้อมูลควอนตัม ในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ซึ่งมีระยะทางห่างจากสถานีในจีนถึง 7,500 กม. และอาจทดลองกับสถานีอื่นๆ ในยุโรปด้วย


รหัสตัวเลข (binary code)

ความปลอดภัยของการสื่อสารเชิงควอนตัม

หากการส่งครึ่งหนึ่งของโฟตอนจากอวกาศลงมาบนโลกสำเร็จ โฟตอนพัวพันก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงเพื่อการส่งข้อมูล เช่นการส่งรหัสตัวเลข (binary code) ด้วยการเปลี่ยนขั้วของโฟตอนจาก 1 เป็น 0 สลับกัน ซึ่งสถานีบนพื้นโลกจะเหตุโฟตอนสลับขั้วไปมาและบันทึกผลของข้อมูลเอาไว้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้จะช้าสุดๆ แต่ยังเร็วพอสำหรับการสร้างกุญแจรหัสและแลกเปลี่ยนกุญแจ หลังจากนั้นข้อมูลเข้ารหัสนี้จะถูกส่งต่อได้อย่างปลอดภัยด้วยวิธีปกติธรรมดากว่าได้

สิ่งที่ยอดเยี่ยมของการใช้โฟตอนหรืออะตอมเป็นสื่อในการนำพาข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งคือ มันเป็นการส่งข้อมูลโดยไม่มีตัวกลางมาเกี่ยวข้อง หรืออย่างน้อยก็ไม่มีในรูปแบบที่เราเข้าใจหรือดักจับได้ เหมือนหายแวบจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอะไรก็ตามที่เชื่อมโยงโฟตอนทั้ง 2 ส่วนเอาไว้นั้นเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และไม่สามารถตรวจจับได้ เราไม่สามารถใส่อนุภาคตัวที่ 3 เข้าไปเพื่อดักฟัง แยกโฟตอนทั้ง 2 ตัว หรือคัดลอกได้

แต่ต่อให้ทำได้ ข้อมูลเหล่านี้ก็ได้รับการเข้ารหัสไว้ในสภาวะควอนตัม ซึ่งการดักจับข้อมูลจะส่งผลกระทบถึงอนุภาคตัวอื่นๆ ในระบบทันที ทำให้ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะสามารถรู้ได้ทันทีว่า มีคนพยายามดักฟังหรือพยายามขโมยข้อมูลอยู่ ด้วยเหตุนี้การติดต่อสื่อสารเชิงควอนตัมจึงถูกมองว่าเป็นการส่งข้อมูลที่ปลอดภัยสูงต่อการถูกดักฟังหรือถูกขโมยข้อมูลมากที่สุดในขณะนี้


การเจาะระบบข้อมูลเป็นภัยคุกคามขึ้นเรื่อยๆ

มีชาติอื่นทดลองการสื่อสารเชิงควอนตัมอีกหรือไม่?

ในปัจจุบันนอกจากประเทศจีนแล้วยังไม่มีประเทศอื่น ที่ส่งดาวเทียมสื่อสารเชิงควอนตัมสู่อวกาศ แต่มีหลายประเทศที่ทำการทดลองการสื่อสารรูปแบบนี้บนโลก โดยใช้เครือข่ายรหัสลับควอนตัมผ่านใยแก้วนำแสง เช่น ในสหรัฐฯ, ชาติต่างๆ ในยุโรป และในจีน แต่สัญญาณจะอ่อนลงตามระยะทางที่ไกลขึ้น และทำลายสถานีการพัวพันของควอนตัม จึงต้องหาทางลดภาระด้วยการส่งผ่านอวกาศ

ตลอดช่วงที่ 5 ปีผ่านมา จีนทุ่มเทงบประมาณกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการวางแผนโครงการ QUESS โดยจีนกำหนดในแผนพัฒนาประเทศ 5 ปี ให้การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของประเทศ ซึ่งการเป็นผู้นำในเทคโนโลยีสื่อสารเชิงควอนตัม จะกลายเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของแดนมังกรในอนาคตอย่างแน่นอน

ขณะที่หลายประเทศก็เคยมีโครงการทดลองเทคโนโลยีเชิงควอนตัมในอวกาศเช่นกัน ทั้งแคนาดา, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, สำนักงานอวกาศยุโรป และอื่นๆ แต่โครงการมีขนาดเล็กกว่าและความเสี่ยงน้อยกว่า ขณะที่มหาวิทยาลัยสแตรตไคลด์ ของสหราชอาณาจักร เคยจับมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ทำการทดลองควอนตัมบนดาวเทียมขนาดเล็ก แต่โครงการของจีนนับว่าเป็นโครงการที่มีความทะเยอทะยานที่สุดจนถึงตอนนี้


การปล่อยจรวดส่งดาวเทียมที่ประเทศเม็กซิโก

จีนแค่เริ่มก่อนเท่านั้น

ช่องทางการสื่อสารทางดิจิตอลที่ปลอดภัยและไม่สามารถตรวจจับได้เช่นนี้ จะมีความเป็นไปได้มากมายไรที่สิ้นสุดด้วยเหตุผลนานัปการ ประเทศจีนเริ่มเล่นในเกมนี้ก่อนแล้วด้วย QUESS แต่ทว่า จีนไม่ใช้ผู้เล่นเพียงฝ่ายเดียว ในอนาคตอันใกล้จะมีดาวเทียมควอนตัมถูกส่งขึ้นสู่อวกาศอีกมาก และหากการทดลองครั้งนี้สำเร็จ ผู้เล่นฝ่ายอื่นๆ จะยิ่งพยายามเพื่อไล่ตามพญามังกรให้เร็วที่สุด

 

ชุมชนไทยในซิดนีย์ มอบเงินถวายเป็นพระราชกุศล งานวันแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 05:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694617

 

ชุมชนไทยในซิดนีย์ และคณะผู้จัดงาน “ราตรีไทยไนท์” ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล รวมกว่า 1 หมื่นเหรียญ ออสเตรเลีย โดยมีกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ เป็นผู้แทนรับมอบ

วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุมชุนไทยในมหานครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นำเงินรายได้จากการจัดงานวันแม่เทิดพระเกียรติฯ ราตรีไทยไนท์ จำนวนเงิน 10,555 เหรียญออสเตรเลีย ณ สถานกงสุลใหญ่ซิดนีย์ โดยท่านกงสุลใหญ่ ณัฐพล ขันธหิรัญ เป็นตัวแทนรับมอบเงินที่จะนำทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล เป็นยอดเงิน 7,050 เหรียญ ส่วนยอดเงิน 3,505 เหรียญ ทางชุมชนไทย จะเป็นตัวแทนมอบให้ 3 โครงการ คือ 1. บวชอินเดีย 2. เขตพุทธาวาส วัดธัมมธาโร 3. วัดสร้างใหม่ที่ newcastle สตาร์มิวสิคอลแบนด์ ผู้จัด ขอกราบขอบคุณผู้สนันสนุนงานนี้ทุกๆ คน ไว้อย่างสูงมา ณ ที่นี้