มะกันเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ ‘ไอซิส’ ในลิเบีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679166

 

สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศในลิเบีย เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม ในเมืองเซิร์ต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่สุดของกลุ่มไอซิสที่อยู่นอกประเทศอิรักและซีเรีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศลิเบียแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นตามคำขอของรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ (จีเอ็นเอ) ของลิเบีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

เพนตากอนระบุว่า การโจมตีทางอากาศในเมื่อวันจันทร์ ได้รับอำนาจจากประธานาธิบดี บารัค โอบามา เพื่อสนับสนุนกองทัพรัฐบาลลิเบียที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มไอซิส โดยทั้งการโจมตีนี้และก่อนหน้านั้น เพื่อให้ไอซิสไม่มีสถานที่ปลอดภัยในลิเบีย สำหรับก่อเหตุโจมตีสหรัฐฯและชาติพันธมิตร


ฟาเยซ ซาร์ราจ นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลจีเอ็นเอ

การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่กลุ่มไอซิสในเมืองเซิร์ต ฐานที่มั่นใหญ่ของไอซิสในลิเบีย ซึ่งนาย ฟาเยซ ซาร์ราจ นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลจีเอ็นเอ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ว่า การโจมตีนี้สร้างความสูญเสียอย่างหนัก ขณะที่นายปีเตอร์ คุก โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำ รวมถึงรถถังของไอซิส

ทั้งนี้ กองทัพลิเบียเริ่มการโจมตีกลุ่มไอซิสในเมืองเซิร์ตเมื่อเดือนพ.ค. และเปิดเผยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า พวกเขาสามารถยึดคืนพื้นที่เมืองเซิร์ตได้มากมาย

 

ตาลีบันเหิมถล่มโรงแรมคนต่างชาติในคาบูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ส.ค. 2559 04:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679118

 

คนร้าย 3 คน มีระเบิด ปืน จรวดอาร์พีจี เป็น อาวุธบุกโจมตีโรงแรม “นอร์ธเกต” ที่พักของผู้รับเหมาชาวต่างชาติ ใกล้สนามบินกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน เมื่อ 01.30 น. เช้าวันที่ 1 ส.ค. คนหนึ่งขับรถบรรทุกติดระเบิดพุ่งชนกำแพงชั้นนอกของโรงแรม อีก 2 คนบุกเข้าไปข้างในและยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและตำรวจถึง 7 ชม. คนร้ายทั้ง 3 คนเสียชีวิต ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 3 นาย แต่ผู้อยู่ในโรงแรมปลอดภัย

แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง หลังเกิดเหตุ กองกำลัง “ตาลีบัน” แถลงอ้างความรับผิดชอบ และอ้างว่า “ผู้รุกรานชาวอเมริกัน” เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 100 คน โรงแรมนี้เคยถูกกลุ่มตาลีบันโจมตีเมื่อเดือน ก.ค.2556 มีผู้เสียชีวิต 9 คน รวมทั้งชาวเนปาล 4 คน เหตุโจมตียังเกิดขึ้นแค่ 1 สัปดาห์หลังเหตุระเบิด 2 ลูก ในที่ชุมนุมประท้วงของชนกลุ่มน้อย “ฮาซารา” ชาวชีอะห์ ในกรุงคาบูล เมื่อ 23 ก.ค. มีผู้เสียชีวิต 80 ศพ บาดเจ็บกว่า 230 คน โดยกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างความรับผิดชอบ และเป็นการโจมตีกรุงคาบูลที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดตั้งแต่กลุ่มตาลีบันถูกโค่นอำนาจในปี 2544


หลุมจากการระเบิดของรถบรรทุกติดระเบิด

ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุโจมตีอื่นๆในคาบูล รวมทั้งในเดือน มิ.ย. กลุ่มตาลีบันโจมตีรถบัสของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวเนปาลซึ่งทำงานให้สถานทูตแคนาดา การโจมตีบ่อยครั้งบ่งชี้ให้เห็นถึงภาวะความมั่นคงปลอดภัยในอัฟกานิสถานลดต่ำลงเรื่อยๆ รวมทั้งในเมืองหลวง.

 

เทกซัสเริ่มใช้ ก.ม.ใหม่ ให้ นศ.พกปืนเข้าห้องเรียนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ส.ค. 2559 02:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679131

 

เทกซัสเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ ที่อนุญาต นศ.ที่ผ่านคุณสมบัติสามารถพกอาวุธเข้าของเรียนของมหาวิทยาลัยรัฐได้ เมื่อวันจันทร์ ท่ามกลางเสียงต่อต้านจากทั้งอาจารย์และนักศึกษา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กฎหมายข้อหนึ่งของรัฐเทกซัส ในสหรัฐฯ ซึ่งอนุญาตให้นักศึกษาบางกลุ่มสามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปในห้องเรียนได้ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. เพื่อป้องกันเหตุกราดยิง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการนี้จะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยภายในวิทยาลัย

กฎหมายดังกล่าว ถูกเรียกว่า ‘campus carry’ จะอนุญาตให้คนอายุ 21 ปีขึ้นไปและมีใบอนุญาตพกปืน สามารถนำปืนพกเขาไปในห้องเรียนและอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยของรัฐได้ทุกแห่ง รวมทั้งมหาวิทยาลัยเทกซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และมีนักศึกษามากกว่า 214,000 คน

นายเกรก แอบบ็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส ซึ่งสนับสนุนกฎหมายนี้ กล่าวว่า มือปืนสามารถนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานศึกษาได้อยู่แล้ว และกฎหมายนี้อาจสามารถป้องกันเหตุกราดยิงได้ เพราะใครบางคนที่มีใบอนุญาตพกปืนอาจพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนร้าย เขาย้ำด้วยว่า มาตรการนี้จะให้อำนาจพกปืนแก่ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่ต่อต้านกฎหมายนี้ เช่นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเทกซัส ซึ่งพยายามล็อบบี้การผ่านกฎหมายฉบับนี้แต่ไม่สำเร็จ โดยพวกเขาระบุว่า การรวมระหว่าง วัยรุ่น, อาวุธปืน และชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย อาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นอันตรายถึงตาย ส่วนนาย เกรโกรี แอล. เฟนเวส ประธาน ม.เทกซัส กล่าวว่า เขาจะอนุญาตให้มีการพกปืน เพราะเขาถูกบังคับให้ทำตามกฎหมาย

กฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้มหาวิทยาลัยเอกชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายข้อนี้ได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงของรัฐเทกซัส ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไม่ให้นักศึกษาพกปืน เพราะเรื่องนี้ขัดแย้งกับหลักการปกป้องความปลอดภัยของนักศึกษา

ด้าน คอร์ตนีย์ แดง นักศึกษาปี 3 ของมหาวิทยาเทกซัส วิทยาเขตเมืองออสติน กล่าวว่า ความคิดที่จะให้นักศึกษาพกปืนเข้าห้องเรียนเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะมีนักศึกษาหลายคนที่ต่อสู้กับความตึงเครียดให้รั้วมหาวิทยาลัย บางคนก็จิตใจไม่มั่นคง

ทั้งนี้ กฎหมาย campus carry มีผลบังคับใช้ในวันครบรอบ 50 ปี เหตุนักศึกษาชายชื่อว่า ชาร์ลส์ วิตแมน ใช้อาวุธปืนกราดยิงลงมาจากหอนาฬิกาของมหาวิทยาลัยเทกซัส วิทยาเขตออสติน สังหารผู้คนไปถึง 16 ราย

 

ตร.บราซิลบุกช่วยแม่ยายเจ้าของการแข่งรถ F1 ถูกจับเรียกค่าไถ่ได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ส.ค. 2559 00:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679091

 

ตำรวจบราซิลสามารถช่วยเหลือแม่ยายของนายเบอร์นี เอ็คเคิลสโตน มหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง ซึ่งถูกลักพาตัวไปเมื่อปลายเดือนก่อนได้สำเร็จแล้วเมื่อวันอาทิตย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศบราซิล ประสบความสำเร็จในการบุกช่วยเหลือนางอาปาเรซิดา ชังก์ แม่ยายของ นายเบอร์นี เอ็คเคิลสโตน มหาเศรษฐีพันล้านชาวสหราชอาณาจักร เจ้าของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือฟอร์มูลา วัน (Formula One) หรือ F1 ซึ่งถูกคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 28 ล้านปอนด์ (ราว 1,284 ล้านบาท) เมื่อ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

ตามการเปิดเผยของสำนักงานความปลอดภัยสาธารณรัฐเซาเปาโล นางอาปาเรซิดา ชังก์ ฟลอซี ปัลเมรา อายุ 67 ปี มารดาของนาง ฟาเบียนา ฟลอซี ภรรยาวัย 39 ปี ของนายเอ็คเคิลสโตน ถูกจับตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองโกเตีย ซึ่งห่างจากเมืองเซา เปาโลที่เธอถูกลักพาตัวไปทางตะวันตกประมาณ 22 กม. โดยตำรวจหน่วยต่อต้านการลักพาตัวสามารถบุกช่วยเหลือเธอออกมาได้สำเร็จเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ (31 ก.ค.)


เบอร์นี เอ็คเคิลสโตน และ ฟาเบียนา ฟลอซี ภรรยา

ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คนในปฏิบัติการนี้ ได้แก่นายบิคตอร์ โอลิเวรา อาโมริม และนายดาบี บิเซนเต อาเซเบโด ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจจะจับกุมนายฆอร์เก ยูริโก ดา ซิลบา คนขับเฮลิคอปเตอร์ของนายเอ็คเคิลสโตน ในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นคนวางแผนลักพาตัวครั้งนี้ หลังผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขาได้รับเงินค่าจ้างให้ก่อเหตุจำนวน 4,600 ปอนด์ (ราว 211,000 บาท) จากนายดา ซิลบา

ขณะที่นายเอ็คเคิลสโตนในวัย 85 ปี ออกมากล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่หน่วยต่อต้านการลักพาตัวชุดนี้ โดยระบุว่าพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นหนึ่ง ส่วนนางชังก์ กล่าวหลังได้รับอิสรภาพว่า “ฉันเพียงขอให้โจรกลุ่มนี้ถูกคุมขัง เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่สามารถลักพาตัวใครในเซา เปาโลอีก”

 

อดีตสมเด็จพระราชินี แอนน์ แห่งโรมาเนีย สวรรคตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679026

 

อดีตสมเด็จพระราชินี แอนน์ แห่งโรมาเนีย สวรรคตแล้ว ที่โรงพยาบาลในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันจันทร์ ขณะมีพระชนมพรรษา 92 พรรษา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. สำนักพระราชวังแห่งประเทศโรมาเนีย ประกาศผ่านแถลงการณ์ว่า อดีตสมเด็จพระราชินี แอนน์ แห่งโรมาเนีย พระมเหสีในอดีตสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 แห่งโรมาเนีย สวรรคตแล้ว ที่โรงพยาบาลในเขตมอร์กีส รัฐโว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะมีพระชนมพรรษา 92 พรรษา

สำนักพระราชวังระบุด้วยว่า อดีตสมเด็จพระราชินีแอนน์ สวรรคตขณะมีสมาชิกราชวงศ์รายล้อม ส่วนพระราชพิธีศพของพระองค์จะจัดขึ้นที่เมือง คูร์เตีย เด อาร์เจช ติดแม่น้ำอาร์เจช ในภาคกลางของโรมาเนีย

ทั้งนี้ อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 แห่งโรมาเนีย โดยพระองค์ถูกบีบให้สละราชสมบัติเมื่อปี 1947 หลังพรรคคอมมิวนิสต์ยึดครองอำนาจของรัฐบาล ทำให้พระองค์ต้องไปประทับในต่างประเทศจนกระทั่งในกลับโรมาเนียอีกครั้งในปี 1992 โดยในระหว่างนั้น พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงแอนน์ แห่งบูร์บง-ปาร์มา ในปี 1948 ที่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ และมีพระราชธิดา 5 พระองค์

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2004 ทั้งสองพระองค์เสด็จไปประทับที่เมืองออบอน ในเขตมอร์กีส ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเสด็จกลับโรมาเนียเป็นครั้งคราว และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำนักพระราชวังโรมาเนียประกาศว่า อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิล ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมพรรษา 94 พรรษาแล้ว ขอถอนพระองค์ออกจากกิจการสาธารณะ เนื่องจากอาการประชวรหลังทรงรับการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคมะเร็ง

 

ช็อก! ฮ.รัสเซีย โดนกบฏสอยร่วงที่ซีเรีย เหลือแต่ซาก ดับ 5 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 18:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678898

 

สุดเศร้า…เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง กองทัพรัสเซีย ถูกกบฏไม่ทราบฝ่าย ยิงตกอีกลำ ทางภาคเหนือของซีเรีย ดับสลด 5 ศพ ระหว่างเสร็จสิ้นภารกิจนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปช่วยชาวซีเรียในเมืองอเลปโป

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุสะเทือนใจ เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพรัสเซียลำหนึ่งโดนกลุ่มกบฏยิงตก ที่จังหวัดอิดลิบ ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 1 ส.ค.59 โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ที่โดนฝ่ายกบฏยิงตก เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง รุ่น Mi-8 มีนักบินและทหาร 3 นาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปรองดองของรัสเซียอีก 2 คน รวมเป็น 5 คน เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งหมด

แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ในกรุงมอสโก ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mi-8 โดนยิงตกในจังหวัดอิดลิบ หลังจากปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือชาวซีเรียในเมืองอเลปโป โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ถูกยิงตกระหว่างบินกลับฐานทัพอากาศรัสเซียในเมืองไคมิม


ด้านสื่อต่างประเทศรายงานว่า เพียงไม่นาน หลังเฮลิคอปเตอร์โดนยิงตก ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพซากเฮลิคอปเตอร์ที่กลายเป็นเศษเหล็กไหม้เกรียม มีไฟลุกไหม้ โดยมีชายหลายคนยืนมุงดูอยู่ ขณะที่สำนักข่าวอาร์ที ไม่สามารถยืนยันว่าวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นเป็นวิดีโอจากเหตุการณ์นี้จริงๆ หรือไม่



ทั้งนี้ ศูนย์ปรองดองในซีเรีย ของรัสเซีย จัดตั้งขึ้นในฐานทัพอากาศรัสเซีย ในเมืองไคมิม ตั้งแต่เดือนก.พ.ท่ีผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มกบฏสายกลาง ที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) รวมทั้งกลุ่มกบฏแนวร่วมอัล-นุสรา หรือกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มต่างๆ

 

แห่ดู ชายอเมริกัน ท้าความตาย ดิ่งพสุธา‘ไร้ร่ม’ จากเครื่องบิน 2.5หมื่นฟุต (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 17:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678836

 

แห่ดูคลิปสุดเสียวไส้ ลุค อัลคินส์.. นักดิ่งพสุธาชายอเมริกัน  กระโดดจากเครื่องบินที่ระดับความสูงถึง 2.5 หมื่นฟุต โดยไม่ใช้ร่มชูชีพ สำเร็จเป็นคนแรกของโลก แถมลงตรงตาข่ายได้อย่างพอดิบพอดี เผยเกือบจะยกเลิกแผนการกระโดดอยู่รอมร่อ เพราะหน่วยงานที่จัดต้องการให้เขาสวมร่มชูชีพ เพื่อ ‘เซฟ’ ชีวิต

เมื่อ 1 ส.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวเน็ตแห่ดูคลิปวิดีโอ ลุค อัลคินส์ นักดิ่งพสุธาชายอเมริกัน วัย 42 ปี สร้างประวัติศาสตร์ เป็นคนแรกที่สร้างสถิติกระโดดจากเครื่องบินที่ระดับความสูงถึง 25,000 ฟุต (7,620 เมตร) โดยไม่ใช้ร่มชูชีพช่วย แถมยังลงตรงตาข่ายขนาด กว้าง 100 x ยาว 100 ฟุต ที่กางเตรียมไว้รองรับได้อย่างเหมาะเหม็ง เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของผู้คน พร้อมทั้งภริยาและลูกชายของ ลุค อัลคินส์ ที่มารอดูการกระโดดจากเครื่องบินครั้งนี้ ที่ถือเป็นการโดดท้ามฤตยู เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างมาก


แจ๋วจริง… ลงสู่พื้นตรงเป๊ะตรงตาข่าย

บริเวณที่ ลุค อัลคินส์ ต้องมาลงให้ตรงตาข่าย หลังกระโดดจากเครื่องบินสูง 25,000 ฟุต

สถานีโทรทัศน์ช่อง ฟอกซ์ (FOX) ได้ถ่ายทอดสดนาทีระทึก นับตั้งแต่ อัลคินส์ กระโดดลงมาจากเครื่องบิน เหนือเมือง เซมิ วัลเลย์ ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ โดยช่วงเวลาที่ อัลคินส์ ลอยตัวอยู่ในอากาศ หลังกระโดดลงมาจากเครื่องบิน ใช้เวลานานประมาณ 2 นาที และเขามีความเร็วอยู่ที่ 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


กล้ากว่านี้มีอีกมั้ย.. ลุค อัลคินส์ นักดิ่งพสุธาท้ามฤตยู

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า กว่าที่ อัลคินส์ จะประสบความสำเร็จในการกระโดดท้ามฤตยูที่ระดับความสูงถึง 7.6 กม. ในครั้งนี้ เขาได้ฝึกซ้อมกระโดดมาแล้วกว่า 18,000 ครั้ง โดยอัลคินส์กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า ยังพูดไม่ออก และยอมรับว่า เขาเกือบจะยกเลิกแผนกระโดดจากความสูง 2.5 หมื่นฟุตแล้ว เพราะได้รับคำสั่งให้ใช้ร่มชูชีพเพื่อความปลอดภัย แต่เขาคิดว่าการสวมร่มชูชีพไว้กับตัวจะทำให้เกิดอันตรายในการลงสู่พื้นมาก เพราะจะทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานจัดกระโดดล่มครั้งนี้ได้ยกเลิกคำสั่งให้เขาสวมร่มชูชีพไม่กี่นาทีก่อนจะกระโดด.

ชมคลิป ที่นี่

น้ำตาซึม! นาทีสุนัขได้เจอเจ้าของ ไม่รู้ป่วยหนักนอนรพ.ในบราซิล (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 12:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678558

 

(ภาพจากยูทูบ:MultiMedia)

คนรักสัตว์ ต้องน้ำตาซึม.. ‘เจ้าริตชี’ สุนัขแสนรู้ แสดงความรักและคิดถึงสุดๆ ในนาทีที่ได้เห็นเจ้าของของมัน ครั้งแรก ทำเอาหมอ พยาบาลในบราซิล กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะมันไม่รู้เลยว่า เจ้าของมันป่วยหนัก ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้อีกไม่นานแล้ว

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.59 สื่อต่างประเทศเผยแพร่ข่าวและคลิปสุดสะเทือนใจ แสดงให้เห็นความรักและความซื่อสัตย์ของเจ้า ‘ริตชี’ สุนัขแสนรู้ ในนาทีที่มันได้เห็นเจ้าของเป็นครั้งแรก หลังไม่ได้เห็นหน้ากันมานาน โดยเจ้าริตชีหารู้ไม่ว่า ‘รีบานี ชิลลี ’เจ้าของที่เลี้ยงดูมันมานั้น กำลังป่วยหนัก ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และนอนใส่ท่อออกซิเจน อยู่บนเตียงคนไข้ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในประเทศบราซิล

ข่าวแจ้งว่า แพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้อนุญาตให้นำเจ้าริตชี สุนัขแสนรักของรีบานี ชิลลี ผู้ป่วยหญิงมาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลได้ เนื่องจากเป็นความปรารถนาครั้งสุดท้ายของเธอ ก่อนจะลาจากโลกนี้ไป ที่ต้องการจะได้เห็นหน้าและร่ำลาสุนัขที่เธอรัก โดยบรรดาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้คนในโรงพยาบาล ต้องสะเทือนใจ น้ำตาไหลไปตามๆ กันที่ได้เห็นความรักและความคิดถึงของสุนัขตัวนี้ ที่มีต่อ รีบานี ในนาทีที่ได้เห็นเธอ จนผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ประทับใจนี้ได้มีการถ่ายภาพและคลิปวิดีโอไว้

ตามรายงานข่าวของสื่อในบราซิล ระบุว่า รีบานี วัย 49 ปี ได้นอนรักษาตัวจากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลเออร์เนสโต ดอร์เนลเลส ในเมืองปอร์ตอูลาเกร และการพบกันระหว่างเจ้าริตชี กับรีบานีในครั้งนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ปีที่แล้ว (2558) และเพิ่งนำมาเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ในสัปดาห์นี้.

ชมคลิป ที่นี่

ตุรกีปิด ร.ร.นายร้อย-กลาโหมคุมนายพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678152

 

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายเรเซป ทายยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ของเอกชนแห่งหนึ่งว่า รัฐบาลจะปิดโรงเรียนนายร้อยทหารทุกแห่ง และให้กองทัพทั้งหมดอยู่ภายใต้การปกครองของกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารทั้งหมดจะต้องรายงานโดยตรงต่อรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ เพื่อการควบคุมอำนาจเหล่าทัพ ซึ่งมีกำลังพลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อย่างมีประสิทธิภาพ หลังมีกลุ่มทหารนอกแถวพยายามก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สำเร็จ จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง “ถ่ายเลือดใหม่”

วันเดียวกัน ที่ประชุมของ ส.ส.ในสภาตูนิเซีย ที่กรุงตูนิส เห็นสมควรไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีฮาบิบ อีซิด วัย 67 ปี ด้วยคะแนน 118 เสียงข้างมากจาก 191 เสียง ส่งผลให้นายอีซิดต้องพ้นจากตำแหน่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายเบจิ คาอิด เอซเซปซี ประธานาธิบดีตูนิเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในเดือน มิ.ย. วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่ประสบความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อและอัตราคนว่างงานที่สูงขึ้น พร้อมเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เพื่อสร้างความปรองดองภายในประเทศ.

 

ทัพตุรกีสังหารนักรบเคิร์ด 35 ราย หลังลอบบุกโจมตีฐานทัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677546

 

กองทัพตุรกีสังหารนักรบติดอาวุธของกองกำลังพีเคเคที่พยายามลอบบุกโจมตีฐานทัพในภาคตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 35 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของประเทศตุรกีสังหารนักรบติดอาวุธชาวเคิร์ด ที่พยายามจะลอบโจมตีค่ายทหารในเขต คูคูร์กา ในจังหวัด ฮัคคารี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศและติดต่อกับพรมแดนประเทศอิรัก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาไปทั้งสิ้น 35 ราย หลังจากปะทะกันนานหลายชั่วโมง ขณะที่มีทหารเสียชีวิต 8 นาย

เหตุปะทะล่าสุดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี เกิดขึ้นหลังจากหน่วยลาดตระเวนทางอากาศพบนักรบติดอาวุธ พีเคเค (พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน) แอบรุกคืบเข้าใกล้ฐานทัพแห่งนี้โดยอาศัยความมืด กองทัพตุรกีจึงออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศสังหารนักรบเคิร์ดไป 23 ราย ส่วนอีก 12 ราย ถูกสังหารระหว่างการปะทะกันภาคพื้น

ทั้งนี้ กองทัพของตุรกีกำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูป หลังรัฐบาลของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน สั่งกวาดล้างผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อ 15 ก.ค. ทำให้มีทหารเกือบ 1,700 นายถูกปลด และพลเอกกว่า 40% ของกองทัพถูกปลดด้วย