ทรัมป์สุดปลื้ม! รีพับลิกันยกเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.ค. 2559 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668387

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้า วัย 69 ปี ได้เป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือน พ.ย. กับว่าที่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตซึ่งก็คือนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างแน่นอนแล้ว หลังเหล่าผู้แทนเลือกตั้ง (เดเลเกตส์) ทำการเลือกและการเสนอชื่อทรัมป์เป็นผู้แทนพรรคอย่างเป็นทางการในที่ประชุมระดับชาติของพรรครีพับลิกัน (อาร์เอ็นซี) ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ วันที่ 2 เมื่อ 19 ก.ค.

โดยคาดว่า นายทรัมป์จะยอมรับการเสนอชื่อในวันพฤหัสฯ ที่ 21 ก.ค. ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญทางการเมืองสหรัฐฯ และเป็นชัยชนะที่ทุกคนตกตะลึงของผู้ชายที่ไม่มีประสบการณ์การเมืองและการประกาศตัวลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ยังถูกเยาะเย้ยถากถางอย่างกว้างขวางแม้แต่คนในรีพับลิกันบางส่วนยังไม่ยอมรับด้วยบุคลิกดุดันท้าชนไปทั่วและยังนำเสนอนโยบายค่อนข้างสุดโต่ง รวมทั้งจะสร้างกำแพงกั้นผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกและห้ามชาวมุสลิมเข้าประเทศชั่วคราวจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก

นายทรัมป์พูดผ่านระบบวีดิโอลิงก์ถึงเวทีประชุมอาร์เอ็นซีระบุรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการเสนอชื่อ ถึงเวลาลุยกันแล้ว เพื่อเอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากเดโมแครตในเดือน พ.ย. และว่านี่คือการเคลื่อนพล ด้านลูกๆของนายทรัมป์ รวมทั้งอีวานกา ทรัมป์ ลูกสาวคนโต สับเปลี่ยนพูดบนเวทีบอกเล่าความในใจและภูมิใจที่มีต่อผู้เป็นพ่อ


เมลาเนีย ทรัมป์

ก่อนหน้านั้น นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนฯของสหรัฐฯ กล่าวเรียกร้องให้เดเลเกตส์เป็นเอกภาพเพื่อสนับสนุนนายทรัมป์ หลังเดเลเกตส์มีความเห็นแตกแยกกันในการประชุมวันแรกซึ่งทีมหาเสียงของทรัมป์ยังถูกวิจารณ์และกล่าวหาว่าลอกสุนทรพจน์บางส่วนของนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 เมื่อครั้งพูดในที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต เมื่อปี 2551 มาอยู่ในสุนทรพจน์ให้นางเมลาเนีย ภรรยาคนที่ 3 และคนปัจจุบันของนายทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์บนเวที แต่ฝ่ายนายทรัมป์ปฏิเสธและตอบโต้ว่า ฝ่ายเดโมแครตกำลังเติมเชื้อไฟให้เกิดการโต้เถียงขัดแย้ง

ส่วนนางคลินตันไม่เสียเวลานานเพื่อฉวยประโยชน์จากชัยชนะของทรัมป์โดยได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์เพื่อรณรงค์หาเงินบริจาคทางการเมือง ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งได้เป็นผู้แทนพรรครีพับลิกัน ตอนนี้มาลงขันกันเถอะ เพื่อให้แน่ใจว่าทรัมป์จะไม่ได้เข้าห้องทำงานรูปไข่ (ห้องทำงานผู้นำสหรัฐฯในทำเนียบขาว)

นึกว่าระเบิด! ตร.เบลเยียมรวบชายมีสายไฟลอดจากชุด ที่แท้เป็นนศ.วิชารังสี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668377

 

มีผู้พบเห็นชายน่าสงสัย สวมเสื้อโค้ทหนาทั้งที่อากาศร้อน ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม และมีสายไฟลอดออกมาจากชุดของเขา ทำให้ตำรวจชุดใหญ่ต้องออกปฏิบัติการเนื่องจากคิดว่าเป็นมือระเบิด แต่สุดท้ายกลับพบว่าเป็นอุปกรณ์ศึกษารังสี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ตำรวจในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบเห็นชายคนหนึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากสวมเสื้อโค้ทหนาสำหรับฤดูหนาว ท่ามกลางอากาศร้อนอุณหภูมิกว่า 30 องศาเซลเซียสของฤดูร้อนในช่วงบ่ายวันพุธ และเห็นว่า มีสายไฟลอดออกมานอกเสื้อโค้ทของชายคนนี้ด้วย ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าเขาอาจเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตาย

หลังได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจสั่งให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธทั่วเมืองเฝ้าระวังภัยขั้นสูง และปิดถนนใกล้กับอาคาร ‘Place de la Monnaie’ ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ ส่งผลให้การเดินทางภายในเมืองบางจุดต้องหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังอพยพร้านค้าใกล้เคียง พร้อมทั้งส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดไปยังที่เกิดเหตุด้วย โดยเจ้าหน้าที่ปิดล้อมชายคนนี้เอาไว้ทุกด้านแล้ว แต่ยังไม่ดำเนินการจับกุมตัว

คริสติยง เดอ คอนนิค เจ้าหน้าที่ตำรวจบรัสเซลส์ บอกกับสื่อของเบลเยียมว่า พวกเขาจะไม่ยอมให้เกิดความเสี่ยงใดๆ ชายคนนี้ถูกหยุดและรักษาระยะห่างกับชายคนนี้ไว้ ตอนนี้พวกเขากำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว


ชาวกรุงบรัสเซลส์นั่ง-นอนอาบแดด ท่ามกลางอากาศร้อน

ตำรวจปิดพื้นที่และเผชิญหน้ากับชายคนนี้นานร่วม 2 ชั่วโมง ก่อนที่นายคอนนิค จะออกมาเปิดเผยว่า ชายคนนี้ถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นโลหะ และอื่นๆ ที่สามารถระเบิดได้ แต่จากการตรวจสอบในท้ายที่สุดกลับพบว่าชายคนนี้เป็นนักศึกษาวิชารังสีนิวเคลียร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งกำลังทำการวิจัยรังสีและกัมมันตภาพรังสีภายในเมืองหลวงแห่งนี้ และไม่เป็นภัยคุกคามใดๆ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ชาวเบลเยียมจะเฉลิมฉลองวันชาติของพวกเขาในวันพฤหัสบดีนี้ (21 ก.ค.) ขณะที่สำนักงานตำรวจยุโรป หรือยูโรโพล ออกมาเตือนถึงความยากในการค้นหาและขัดขวางการโจมตีแบบหมาป่าเดียวดาย หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เกิดเหตุชายชาวตูนิเซียขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนในเมืองนีซของฝรั่งเศส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 84 ราย

ตุรกีจับ-ปลดผู้ต้องสงสัยเอี่ยวรัฐประหารแล้วกว่า 50,000 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 01:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668374

 

ตุรกีขยายขอบเขตการล้างบางผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยล่าสุดมีผู้ที่ถูกจับกุม, ถูกปลด หรือถูกไล่ออกเพราะเหตุผลดังกล่าวแล้วกว่า 50,000 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศตุรกีดำเนินการจับกุม, ไล่ออก หรือพักงาน ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 50,000 คน แล้ว โดยการกวาดล้างขยายไปยังหน่วยงานการศึกษาทั้งครู และคณบดีมหาวิทยาลัย และสื่อ

ตามการเปิดเผยของสื่อตุรกี รัฐบาลได้ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่กองทัพไปแล้วกว่า 6,000 นาย และปลดตำรวจอีกเกือบ 9,000 นาย มีผู้พิพากษาถูกพักงานอีกกว่า 3,000 คน ขณะที่พนักงานของกระทรวงมหาดไทยถูกปลด 8,777 คน กระทรวงการคลังถูกไล่ออก 1,500 คน ผู้ที่ทำงานในสำนักงานนายกรัฐมนตรีถูกไล่ออกอีก 257 คน ครูและเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาอีก 15,200 คนถูกพักงาน คณบดีมหาวิทยาลัย 1,577 คนถูกสั่งให้ลาออก

เมื่อวันอังคาร หน่วยงานตรวจสอบสื่อของตุรกียังออกคำสั่งยกเลิกใบอนุญาตประกอบการของสถานีวิทยุ ’24 เรดิโอ’ และช่องโทรทัศน์ต่างๆ อีกหลายเจ้า

รัฐบาลตุรกีระบุว่า ผู้ที่ถูกจับกุมเป็นพวกของอิหม่าม เฟตุลเลาะห์ กูเลน อดีตมิตรซึ่งกลายเป็นศัตรูของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน และถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหารดังกล่าว ขณะที่นายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี กล่าวหานายกูเลนว่าเป็นผู้นำองค์กรก่อการร้าย และจะขุดรากถอนโคนพวกเขาให้สิ้น

นอกจากนี้ ตุรกียังกดดันสหรัฐฯ ให้ส่งตัวนายกูเลนกลับประเทศในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน โดยนายเอร์โดอันพูดถึงเรื่องนี้ระหว่างการคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดี บารัค โอบามา ของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร ขณะที่ อิบราฮิม คาลิน โฆษกรัฐบาลตุรกีแสดงความเห็นว่า สหรัฐฯ ควรสามารถส่งตัวนายกูเลนกลับมาได้แม้เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย แทนที่จะต้องรอข้อเท็จจริงว่าเขาเกี่ยวข้องกับการก่อรัฐประหาร

อย่างไรก็ตาม นายจอช เอร์เนสต์ โฆษกทำเนียบขาวออกมากล่าวแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า การตัดสินใจจะส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ควรเกิดขึ้นภายใต้สนธิสัญญาระหว่างทั้งสองประเทศ ด้านนายกูเลนกล่าวว่า คำอ้างของรัฐบาลตุรกีที่ว่าเขาอยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหาร เป็นเรื่องไร้สาระ และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะละเมิดกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วยความพยาบาททางการเมือง

สกอตแลนด์ดำเนินคดี 2 นักบิน ‘แอร์ ทรานส์แซต’ เมาสุราก่อนขับเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667856

 

ตำรวจสกอตแลนด์นำตัวนักบิน 2 คนของสายการบิน แอร์ ทรานส์แซต ขึ้นศาลในวันอังคาร หลังทั้งคู่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันจันทร์ ฐานต้องสงสัยมึนเมาสุราขณะกำลังจะนำเครื่องบินโดยสารขึ้นบิน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กัปตันและนักบินผู้ช่วยของสายการบิน ‘แอร์ ทรานส์แซต’ ของแคนาดา ถูกนำตัวขึ้นศาลในประเทศสกอตแลนด์ หลังจากถูกจับกุมที่สนามบินเมืองกลาสโกว์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฐานต้องสงสัยว่า ทั้งสองคนมึนเมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ข่าวระบุว่า กัปตัน ฌอง-ฟรองซัวส์ แปร์โร อายุ 39 ปี และ อิมราน ซาฟาร์ อายุ 37 ปี ถูกควบคุมตัวขณะกำลังจะนำเที่ยวบิน ทีเอส725 พร้อมผู้โดยสาร 345 และลูกเรืออีก 9 คน เดินทางเป็นระยะทาง 3,300 ไมล์ไปยังเมืองโทรอนโต ในแคนาดา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเที่ยวบินนี้ถูกชะลอการเดินทางข้ามคืน จนกระทั่งสามารถออกเดินทางได้ในเวลา 10.30 น. วันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้โดยสารหลายคนออกมาแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากพวกเขาถูกปล่อยให้รอนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีการแจ้งข้อมูลใดๆ ขณะที่ทาง แอร์ ทรานส์แซต ส่งจดหมายขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอชดใช้ด้วยการให้ส่วนลดการบินเที่ยวบินต่อไปเป็นเงิน 200 ดอลลาร์แคนาดา (ราว 5,380 บาท)

แอร์ ทรานส์แซต ระบุด้วยว่า พวกเขาจะรอผลการพิจารณาคดีในชั้นศาล ก่อนที่จะมีการแสดงความเห็นใดๆ เพิ่มเติม

 

จับผิดเมียทรัมพ์ลอกสุนทรพจน์มิเชลคำต่อคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667764

 

กระบวนการคัดเลือกว่าใครจะได้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันและเดโมแครต สหรัฐอเมริกาได้มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ในงานประชุมใหญ่พรรคหรือที่เรียกว่าแนชันนัล คอนเวนชัน ที่คณะผู้แทนพรรคในแต่ละรัฐเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อลงคะแนนโหวตตัวแทนพรรคไปลงสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่เดือน พ.ย.นี้ ซึ่งกระบวนการโหวตดังกล่าวจะเป็นไปตามผลการเลือกตั้งขั้นต้นเดือน ก.พ.-มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดบรรยากาศการประชุมใหญ่พรรคการเมืองสหรัฐฯ ที่จะเริ่มด้วยค่ายรีพับลิกัน ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ค. ที่สนามกีฬาควิกเคน โลนส์ แอเรียนา ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งตัวแทนพรรคที่จะได้รับเลือกในการประชุมครั้งนี้คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัดวัย 69 ปี ที่ได้รับคะแนนสนับสนุนในแต่ละรัฐอย่างถล่มทลาย สร้างประวัติศาสตร์การเมืองค่ายรีพับลิกันด้วยคะแนนดิบที่สูงถึง 13 ล้านเสียง

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมวันแรกของรีพับลิกันก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น หลังนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของนายทรัมป์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที โดยระบุว่า พ่อแม่ของตนได้กล่าวชื่นชมถึงคุณค่าของนายทรัมพ์ ที่เป็นคนทำงานหนักเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการในชีวิต และเป็นคนที่ยึดถือในคำพูดและเป็นคนทำตามสัญญา ทั้งเป็นคนที่ให้เกียรติคน รวมถึงเรื่องการถ่ายทอดคุณค่าของชีวิตแก่คนรุ่นหลัง และขีดจำกัดของความสำเร็จในชีวิตก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะฝันไปไกลแค่ไหน


โดนัลด์ ทรัมป์ และเมลานี ภริยา

ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว ผู้สื่อข่าวต่างระบุว่าถ้อยคำสุนทรพจน์ของนางเมลาเนียเหมือนกับสุนทรพจน์ของนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลขหนึ่ง ที่กล่าวในการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตเมื่อปี 2551 แบบคำต่อคำ กระนั้นนายเจสัน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ของนายทรัมป์ ชี้แจงว่า ทีมงานของนางเมลาเนียช่วยกันร่างสุนทรพจน์ดังกล่าวขึ้นมาหลังจากสอบถามความคิดและแรงบันดาลใจของนางเมลาเนีย ขณะที่สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯระบุด้วยว่า การขึ้นพูดบนเวทีครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนางเมลาเนียนับตั้งแต่นายทรัมป์ลงแข่งขัน

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ในการประชุมใหญ่วันแรก คณะกรรมาธิการพรรครีพับลิกันที่ต่อต้านนายทรัมพ์ได้มีความพยายามที่จะเปลี่ยนกฎการเลือกตัวแทนพรรคเสียใหม่ เพื่อให้ผู้แทนแต่ละรัฐเลือกตัวแทนพรรคได้ตามอิสระโดยไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกนายทรัมป์ตามผลการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายได้รับเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอที่จะผ่านกฎดังกล่าว และสำหรับการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 ก.ค. ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย.

 

ไอซิสแพร่คลิปผู้ลี้ภัยขู่โจมตีบนรถไฟเยอรมนี ก่อนลงมือจริงเจ็บ 4 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667777

 

กลุ่มไอซิสเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นวัยรุ่นผู้ขอลี้ภัยในเยอรมนี ประกาศจะโจมตีบนรถไฟขบวนหนึ่ง ก่อนจะลงมือก่อเหตุจริงๆ โดยใช้มีดและขวาน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอซิส เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงภาพวัยรุ่นผู้ขอลี้ภัยชาวอัฟกานิสถาน กล่าวคำขู่ ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดและขวานไล่ฟันแทงผู้คนบนรถไฟขบวนหนึ่งที่เมืองเวือร์ซบูร์ก ในรัฐบาวาเรีย ของเยอรมนี เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา จนนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงบาดเจ็บ 4 คน ในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนผู้ก่อเหตุถูกตำรวจยิงเสียชีวิต

คลิปวิดีโอความยาว 2 นาที 20 วินาทีดังกล่าว แสดงให้เห็นภาพ วัยรุ่นวัยเพียง 17 ปีรายนี้ ซึ่งไอซิสระบุชื่อว่า มูฮัมหมัด ริยาด กำลังกวัดแกว่งมีดไปมา พร้อมกับพูดว่า เขาเป็นทหารของกลุ่มไอซิส และเตรียมตัวทำภารกิจฆ่าตัวตาย ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้นจริงๆ ในเวลาประมาณ 21.15 น. วันจันทร์ บนรถไฟซึ่งวิ่งระหว่างเมืองทอยช์ลิงเกน กับเมืองเวือร์ซบูร์ก

ตามรายงานของสำนักข่าว เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ ของจีน นายริยาดลงมือทำร้ายชายอายุ 62 ปี, ภรรยาอายุ 58 ปีของเขา, ลูกสาววัย 27 ปี และแฟนหนุ่มวัย 31 ปีของเธอ ส่วนลูกชายวัย 31 ปีที่เดินทางมาด้วยกันไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายริยาดจึงหลบหนีออกจากรถไฟ แต่ถูกตำรวจที่ไล่ตามมายิงเสียชีวิต


ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านที่นายริยาดพักอาศัย

ด้าน นายโยอาคิม เฮอร์มันน์ รัฐมนตรีมหาดไทยรัฐบาวาเรีย เปิดเผยว่า ผลการตรวจค้นห้องของมือมีดรายนี้ในบ้านผู้ปกครองของเขาในเมืองโอคเซนเฟิร์ต ซึ่งเขาเพิ่งย้ายมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่พบธงสัญลักษณ์ของกลุ่มไอซิสวาดเองอยู่ในข้าวของของเขา รวมทั้งยังพบ ข้อความภาษาพัชโต ซึ่งใช้ในอัฟกานิสถานและปากีสถาน ซึ่งเป็นหลักฐานอย่างดีว่า วัยรุ่นรายนี้กลายเป็นคนหัวรุนแรงด้วยตัวเอง

นายเฮอร์มันน์เผยอีกว่า ผู้ที่ติดต่อกับวัยรุ่นรายนี้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อธิบายว่าเขาสงบนิ่งและเงียบขรึม ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจการกระทำของวัยรุ่นรายนี้ ผู้ก่อเหตุยังเดินทางไปมัสยิดในวาระพิเศษ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมรุนแรงใดๆ และยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าเขาเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครือข่ายกลุ่มญิฮาด

นอกจากนี้ รัฐมนตรีมหาดไทยรัฐบาวาเรียระบุด้วยว่า ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าชาวจีนเป็นเป้าหมายในการโจมตีของวัยรุ่นรายนี้ เขายังปกป้องตำรวจที่ตัดสินใจจบชีวิตมือมีดคนนี้ด้วย เนื่องจากผู้ก่อเหตุวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่โดยกวัดแกว่งขวานไปมา.

 

กระทรวงศึกษาฯ ตุรกี พักงานบุคลากร 15,200 คน ล้างบางเอี่ยวรัฐประหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667682

 

กระทรวงศึกษาธิการของตุรกีสั่งพักงานเจ้าหน้าที่กว่า 15,200 คน ตามปฏิบัติการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อรัฐประหาร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าหน้าที่ได้รับผลกระทบไปแล้วนับหมื่นนาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศตุรกียังคงกวาดล้างเจ้าหน้าที่ ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการสั่งพักงานบุคลากรด้านการศึกษาจำนวนกว่า 15,200 คน

กระทรวงศึกษาฯ กล่าวหาเจ้าหน้าที่ที่ถูกพักงานว่า มีความเกี่ยวข้องกับอิหม่าม เฟตุลเลาะห์ กูเลน อดีตมิตรซึ่งกลายเป็นศัตรูทางการเมืองคนสำคัญของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนรัฐประหารดังกล่าว แม้ว่าเจ้าตัวซึ่งขณะนี้อยู่ในสหรัฐฯ จะออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องก็ตาม

นอกจากนี้ คณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งตุรกี ยังออกคำสั่งให้คณบดีมหาวิทยาลัยกว่า 1,500 คน ลาออกจากตำแหน่งด้วย


อิหม่าม เฟตุลเลาะห์ กูเลน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดในตุรกีเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี บิลานี ยิลดิริม ประกาศจะจัดการกับผู้สนับสนุนนายกูเลน ทางการตุรกียังจับกุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและฝ่ายตุลาการซึ่งต้องสงสัยพัวพันกับการก่อรัฐประหารไปแล้วถึง 7,500 ราย และมีตำรวจถูกปลดจากตำแหน่งอีกกว่า 8,000 นาย

ขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้ตุรกีปฏิบัติตามกฎหมาย และปกป้องสิทธิมนุษยชนในการตอบโต้ความพยายามก่อรัฐประหาร ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 232 ราย และบาดเจ็บอีก 1,541 คน ตามข้อมูลของสำนักนายกรัฐมนตรีตุรกี

 

อดีตผู้นำฉะ รบ.ฝรั่งเศส สู้ผู้ก่อการร้ายล้มเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ก.ค. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/666984

 

เมื่อ 17 ก.ค. อดีตประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประธานาธิบดีฟรองซัวร์ โอลองค์ ว่าล้มเหลวในการป้องกันเหตุก่อการร้าย หลังคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนที่เมืองนีซ ทางภาคใต้ ระหว่างเฉลิมฉลองวันชาติเมื่อคืน 14 ก.ค. มีผู้เสียชีวิต 84 ราย บาดเจ็บยังอยู่ในโรงพยาบาล 85 ราย สาหัส 18 ราย

ซาร์โกซีเรียกร้องให้รัฐบาลขับไล่ชาวต่างชาติที่พบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงออกนอกประเทศ ให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงฝักใฝ่กลุ่มนิยมความรุนแรง และว่าประชาธิปไตยฝรั่งเศสต้องไม่อ่อนแอและจะชนะสงครามก่อการร้ายในที่สุด

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสถูกก่อการร้ายรุนแรงถึง 3 ครั้ง ในรอบ 18 เดือน ขณะที่กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสอ้างว่าคนร้ายที่เมืองนีซเป็นทหารของตน แต่ฝรั่งเศสยังไม่พบหลักฐานยืนยันชัดเจน และชี้ว่าเขาอาจถูกล้างสมองอย่างรวดเร็วจนก่อเหตุฉับพลัน.

 

อดีตผบ.ทอ.ตุรกีสารภาพวางแผนรัฐประหาร-ตร.โดนเด้งอีก 8,000 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/666986

 

สื่อตุรกีเผย อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศแห่งประเทศตุรกีซึ่งถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ยอมรับแล้วว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนก่อรัฐประหาร ขณะที่ทางการยังคงกวาดล้างผู้ต้องสงสัยมีส่วนร่วมกับเหตุดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง…

สำนักข่าว อานาโดลู ของตุรกีรายงานว่า พลเอก อาคิน ออซเติร์ก อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศแห่งประเทศตุรกี ยอมรับสารภาพแล้วว่า ตัวเองมีส่วนร่วมในการวางแผนการก่อรัฐประหารของกองทัพที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 232 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 1,400 คน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และสุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว

พล.อ. ออซเติร์ก เป็นหนึ่งในพลเอกจำนวน 112 คน ที่ถูกควบคุมตัวตามปฏิบัติการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารดังกล่าว ซึ่งล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการทหารและฝ่ายตุลาการถูกควบคุมตัวแล้วไม่น้อยกว่า 7,500 คน ขณะที่มีตำรวจถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกยึดอาวุธอีกมากกว่า 8,000 นาย

เมื่อวันจันทร์ อานาโดลู เผยแพร่ภาพ พล.อ. ออซเติร์ก ซึ่งมีบาดแผลหลายแห่งบริเวณศีรษะและร่างกายท่อนบน อานาโดลูยังอ้างด้วยว่า อดีตผบ.ทบ.รายนี้ สารภาพระหว่างการสอบปากคำว่า เขากระทำการโดยตั้งใจที่จะก่อรัฐประหาร ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขายืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนร่วมใดๆ และพยายามช่วยยับยั้งการรัฐประหารด้วย

ทั้งนี้ พันธมิตรชาติตะวันตกของตุรกี ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกวาดล้างจับกุมครั้งใหญ่ของตุรกี และเรียกร้องให้ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ให้จัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง ขณะที่นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกโรงเตือนว่า ความทะเยอทะยานของตุรกี ที่ต้องการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอาจต้องจบลง หากนายเอร์โดอันนำโทษประหารกลับมาใช้อีกครั้งตามที่เขาออกมาพูดก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน นายเมฟวุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตุรกี ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของนายโจฮันเนส ฮาห์น คณะกรรมาธิการยุโรปด้านนโยบายเกี่ยวกับเพื่อนบ้านยุโรปและการขยายการเจรจา ที่ระบุว่า รัฐบาลตุรกีเขียนลิสต์รายชื่อผู้ที่พวกเขาจะจับกุมไว้ก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร ชี้เป็นข้อกล่าวหาที่ยอมรับไม่ได้

 

มือซุ่มยิงตร.เมืองบาตัน รูจ 3 ศพ เป็นอดีตนาวิกฯ-โพสต์คลิปเกลียดชังจนท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/666927

 

แกวิน ลอง

คนร้ายผู้ก่อเหตุซุ่มยิงตำรวจในเมืองบาตัน รูจ รัฐลุยเซียนา จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 นายเมื่อวันอาทิตย์ เป็นอดีตนาวิกโยธิน และโพสต์คลิปวิดีโอแสดงความไม่พอใจตำรวจบนโลกออนไลน์มากมาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายผู้ก่อเหตุลอบโจมตีตำรวจในเมืองบาตัน รูจ รัฐลุยเซียนา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) จนทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 นาย ได้โพสต์คลิปวิดีโอหลายคลิป แสดงความไม่พอใจเรื่องการปฏิบัติต่อชาวแอฟริกันอเมริกันของตำรวจ รวมทั้งเรียกร้องให้ชาวแอฟริกันอเมริกันต่อสู้กลับ ก่อนที่เขาจะลงมือก่อเหตุและถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม

พันเอก ไมค์ เอ็ดมอนสัน ผู้กำกับการตำรวจรัฐลุยเซียนา ออกมาเปิดเผยในวันจันทร์ว่า พวกเขาสามารถระบุตัวมือปืนได้แล้วว่าคือ นายแกวิน ลอง อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ อายุ 29 ปี ด้วยการตรวจสอบลายนิ้วมือ และชายคนนี้ตั้งใจก่อเหตุโดยมีเป้าหมายที่ตำรวจ “ความเคลื่อนไหว, แนวทาง และความตั้งใจของชายคนนี้ อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ” พ.อ.เอ็ดมอนสัน กล่าว


ตำรวจร่วมงานศพเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในเหตุซุ่มยิงที่เมืองบาตัน รูจ ที่โบสถ์ เซนต์จอห์น เดอะ แบปติสต์ ในเมืองซาชารี รัฐลุยเซียนา

ขณะที่สื่อหลายสำนักเปิดเผยข้อมูลของนายลองเพิ่มเติม โดยพบว่าเขาเป็นชาวเมืองแคนซัส ซิตี ในรัฐมิสซูรี เคยสังกัดกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2005 ถึงเดือน ส.ค. 2010 มียศสิบโท และได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอิรักระหว่างเดือน มิ.ย. 2006 ถึงเดือน ม.ค. 2009 ได้รับเหรียญตราเชิดชูเกียรติจำนวนหนึ่ง และได้รับการปลดประจำการอย่างทรงเกียรติ

นายลองโพสต์คลิปวิดีโอหลายคลิปลงบนโลกออนไลน์โดยใช้นามแฝงว่า ‘คอสโม เซเตเปนรา’ (Cosmo Setepenra) เขาแสดงความไม่พอใจกับการปฏิบัติของตำรวจต่อคนผิวสี ซึ่งเขามองว่าเป็นความอยุติธรรม และมีครั้งหนึ่งที่เขาเรียกร้องให้คนผิวสีตอบโต้กลับด้วย

ในคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งของเขาที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ นายลองระบุว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในกลุ่มองค์กรใดๆ ขณะที่ในเว็บไซต์ชื่อว่า ‘convoswithcosmo’ มีข้อความระบุว่านายลองเดินทางไปยังเมืองดัลลัส ก่อนเกิดเหตุมือปืนไรเฟิลซุ่มยิงตำรวจเสียชีวิต 5 นาย เมื่อ 7 ก.ค. นายลองยังระบุในคลิปวิดีโออีกคลิปที่เขาโพสต์ในวันที่ 10 ก.ค. ด้วยว่า มีเพียงความรุนแรงและแรงกดดันทางการเงินเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้

นายลองยังทวีตข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ผ่านบัญชีผู้ใช้ของเขาซึ่งใช้ชื่อว่า ‘convos with cosmo’ ด้วยว่า “ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบเดียว (มันคือคำตอบหนึ่ง) แต่ตอนไหนที่คุณจะลุกขึ้นมา เพื่อที่คนของคุณจะได้ไม่กลายเป็นชนอเมริกันพื้นเมือง…ซึ่งสูญพันธุ์?” ขณะที่ข้อความสุดท้ายที่นายลองทวีตเมื่อ 16 ก.ค.ระบุว่า “แค่เพราะว่าคุณตื่นขึ้นมาทุกเช้า ไม่ได้หมายความว่าคุณยังมีชีวิต และแค่เพราะว่าคุณสละกายเนื้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณตาย”


เจ้าหน้าที่ แมทธิว เจอรัลด์, มอนเทรลล์ แจ็กสัน และ ผู้ช่วยนายอำเภอ แบรด จาราโฟลา

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุลอบยิงตำรวจเมื่อวันอาทิตย์ ตำรวจเดินทางไปยังถนนหลวง แอร์ไลน์ (Airline highway) ในรัฐลุยเซียนา หลังจากได้รับแจ้งว่ามีชายแต่งชุดดำเดินถือปืนไรเฟิลอยู่หลังร้านค้าแห่งหนึ่ง และเกิดเหตุยิงกันขึ้นทันทีที่ตำรวจไปถึง โดยนายคิป โฮลเดน นายกเทศมนตรีเมืองบาตัน รูจ ระบุว่าเป็นการโจมตีในลักษณะซุ่มยิง ซึ่งการยิงปะทะเกิดขึ้นต่อเนื่องนานประมาณ 8 นาที ก่อนที่คนร้ายจะถูกยิงเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 นาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจบาตัน รูจ มอนเทรลล์ แจ็กสัน อายุ 32 ปี กับ แมทธิว เจอรัลด์ อายุ 41 และผู้ช่วยนายอำเภอ แบรด จาราโฟลา อายุ 45 ปี นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน หนึ่งในนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่ตำรวจกำลังสืบสวนว่า คนร้ายเป็นผู้โทรศัพท์มาแจ้งความเพื่อล่อตำรวจออกไปหรือไม่