ธนาคารอียูจ่อย้าย-ธุรกิจแห่หนีเซ่น Brexit

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2559 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648899

 

เมื่อ 26 มิ.ย. 4 วันหลังสหราชอาณาจักร (ยูเค) ลงประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ แห่งฝรั่งเศส 2 ชาติยักษ์ใหญ่ในอียู กล่าวว่า พวกตนเห็นพ้องกันเต็มที่ว่าจะรับมือผลกระทบอย่างไร โอลองด์เตือนว่าถ้าแยกกันจะเสี่ยงแตกแยก ขัดแย้งและทะเลาะกัน แต่การตัดสินใจของยูเคที่เคยเป็นสิ่งไม่คาดฝันแก้กลับไม่ได้แล้ว

แมร์เคิลยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับโอลองด์ นายกฯแมตเตโอ เรนซี แห่งอิตาลี และนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานอียู ในกรุงเบอร์ลิน ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางไปกรุงลอนดอนและกรุงบรัสเซลส์เพื่อหารือผลกระทบเช่นกัน ผู้นำอียูส่วนใหญ่ยังต้องการยูเครีบใช้มาตรา 50 ในสนธิสัญญาลิสบอน เริ่มกระบวนการเจรจาถอนตัวโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้มีนายกฯใหม่ในเดือน ต.ค. ดังที่นายกฯเดวิด คาเมรอน ระบุ

แต่นายจอร์จ ออสบอร์น รมว.คลังยูเค กล่าวว่า ยูเคควรเริ่มกระบวนการเจรจาถอนตัวหลังมองออกชัดเจนแล้วว่าอนาคตของยูเคในอียูจะเป็นอย่างไร ส่วนนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ผู้นำฝ่ายรณรงค์ถอนตัว ตัวเก็งนายกฯคนใหม่ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องรีบเจรจาถอนตัว และยูเคยังเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป

เจ้าหน้าที่อียูยังเผยว่า อียูเตรียมย้ายธนาคารอียู (อีบีเอ) จากกรุงลอนดอนไปประเทศอื่น อาจเป็นกรุงปารีสในฝรั่งเศสหรือเมืองแฟรงก์เฟิร์ตในเยอรมนี ส่วนโพลของสถาบันผู้อำนวยการ (ไอโอดี) ระบุว่า ผู้นำธุรกิจของอังกฤษถึง 1 ใน 5 กำลังพิจารณาจะย้ายฐานธุรกิจไปต่างประเทศ ขณะที่ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์เผยว่าจะร่วมมือกันเจรจาหาข้อตกลงด้านการค้าและผู้อพยพกับอียูใหม่

ส่วนนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ฝ่ายค้านหลักของยูเค ยืนยันจะไม่ลาออก แม้รัฐมนตรีเงาของพรรคลาออกแล้ว 11 คนเพื่อกดดันให้เขาลาออก โทษฐานนำทีมรณรงค์หาเสียงสนับสนุนให้ยูเคอยู่ในอียูต่อไปอย่างไร้ประสิทธิภาพจนพ่ายแพ้ ด้านโพลล่าสุดของสำนัก “เซอร์เวชั่น” ระบุว่า ชาวสกอตส่วนใหญ่ร้อยละ 44.7 ไม่ต้องการให้มีการลงประชามติแยกสกอตแลนด์จากยูเคเป็นครั้งที่ 2 เทียบกับร้อย 41.9 ที่เห็นตรงข้าม

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก เรียกร้องให้อียูหาวิธีใหม่ที่สร้างสรรค์เพื่ออยู่ร่วมกันต่อไป ส่วนนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง แห่งจีน กล่าวว่าการที่ยูเคลงประชามติถอนตัวทำให้ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกทวีขึ้น ด้านนายจอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ฉายา “พ่อมดการเงิน” เผยว่าตนไม่ได้เก็งกำไรจากค่าเงินปอนด์ก่อนการลงประชามติ.

 

นักเรียนเคนยาเผาหอพัก-ทำลายข้าวของ ฉุนถูกห้ามดูบอลยูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 02:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648927

 

กลุ่มนักเรียนของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศเคนยา ก่อเหตุจุดไฟเผาหอพักหลายหลัง เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกห้ามดูการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศเคนยากำลังสืบสวนกรณี กลุ่มนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเคนยา ก่อเหตุจุดไฟเผาหอพักของโรงเรียนหลายหลังเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจที่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้นอนดึกเพื่อดูการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ทางโทรทัศน์

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ ‘เคทีเอ็น’ ของเคนยา โรงเรียนมัธยมชายล้วน ‘อิติเอริโอ’ ในเขตปกครองคีซี ไม่อนุญาตให้นักเรียนนอนดึกเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 คู่ระหว่างโครเอเชียกับโปรตุเกส ซึ่งเริ่มเตะในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนด้วยว่าโรงเรียนแห่งนี้ได้ออกกฎที่เข้มงวดขึ้นด้วย แต่ทางโรงเรียนปฏิเสธ

ขณะที่ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นโดยฝีมือของนักเรียนไม่กี่คนประท้วงด้วยการขว้างปาก้อนหิน และตะโกนเรียกร้องสิทธิ์ของพวกเขา ก่อนที่กลุ่มนักเรียนจะก่อเหตุจุดไฟเผาหอพัก 7 หลังของโรงเรียนแห่งนี้ และพยายามจะทำลายทรัพย์สินที่โรงเรียนหญิงล้วนที่อยู่ข้างเคียงด้วย

หลังเกิดเหตุ นายเจมส์ อองวาเอ ผู้ว่าการเขตปกครองคีซี โพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กของเขาในวันเสาร์ว่า นักเรียนที่ก่อเหตุพยายามขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมตอบสนองเหตุภัยพิบัติ นักเรียนกลุ่มนี้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายล้านชิลลิงเคนยา โดยนักเรียนที่เป็นหัวโจกจะต้องถูกลงโทษ

 

ผู้นำตุรกีส่งจดหมายขอโทษรัสเซีย กรณีสอย ‘ซู-24’ ร่วงชายแดนซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648826

 

ผู้นำตุรกีส่งจดหมายถึงประเทศรัสเซียเพื่อขอโทษต่อกรณี ยิงเครื่องบินรบรัสเซียตกบริเวณชายแดนซีเรียเมื่อราว 7 เดือนก่อนแล้ว หลังเผชิญการคว่ำบาตรอย่างหนักจากรัฐบาลมอสโก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศรัสเซียและตุรกีเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งประเทศตุรกี ได้ส่งจดหมายขอโทษถึงประเทศรัสเซีย ต่อกรณีตุรกีส่งเครื่องบินรบ เอฟ-16 โจมตี ซู-24 จนตกบริเวณชายแดนซีเรียเมื่อ 24 พ.ย. 2015 จนทำให้นักบินรัสเซียเสียชีวิต 1 รายแล้ว

นายอิบราฮิม คาลิน โฆษกของนายแอร์โดอันระบุว่า ผู้นำตุรกีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตก “ในจดหมาย ประธานาธิบดีระบุว่า เขาอยากแจ้งให้ครอบครัวของนักบินที่เสียชีวิตทราบว่า เขาร่วมแบ่งปันความเจ็บปวดของพวกเขา รวมทั้งขอแสดงความเสียใจ และหวังให้พวกเขาให้อภัยพวกเรา” นายคาลินเผย นอกจากนี้ นายแอร์โดอันยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศ และทำงานร่วมกันเพื่อแก้วิกฤติในภูมิภาคและร่วมมือกันต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย


วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย

ด้าน นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ระบุว่า นายแอร์โดอันแสดงความเห็นใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักบินที่เสียชีวิต และแสดงความขอโทษด้วย รัฐบาลเครมลินเผยด้วยว่า จดหมายของแอร์โดอันยังระบุว่า ทางการตุรกีจะดำเนินการสืบสวนพลเมืองเตอร์กิชคนหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ยิงสังหารนักบินตุรกีซึ่งดีดตัวออกจากเครื่องบินและกำลังลอยกลางอากาศด้วยร่มชูชีพด้วย

ทั้งนี้ เหตุสอยซู-24 ดังกล่าว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีและรัสเซียเลวร้ายลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัสเซียตัดสินใจดำเนินการคว่ำบาตรหลายประการทั้งห้ามขายแพ็กเกจทัวร์, แบนอาหารส่งออกของตุรกีเกือบทั้งหมด และเพิ่มข้อจำกัดต่อบริษัทก่อสร้างสัญชาติเตอร์กิช จนกระทบต่อเศรษฐกิจของตุรกี แต่การขอโทษอย่างเป็นทางการครั้งนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่รัสเซียเรียกร้องอาจเป็นการเปิดช่องให้ทั้งสองฝ่ายฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 

ไม่ใช่สวยอย่างเดียว! นายกเทศมนตรีหญิงคนแรก ลั่นจะพลิกฟื้นกรุงโรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 18:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648709

 

สวยด้วยเก่งด้วย…เวอร์จิเนีย รัจจี นายกเทศมนตรีหญิงคนใหม่ของกรุงโรม ประกาศเจตนารมณ์ จะพลิกฟื้นนครหลวงอิตาลีแห่งนี้ ให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง หลังเข้ารับตำแหน่งไม่กี่วันก่อน แถมยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของโรม

เมื่อ 27 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เวอร์จิเนีย รัจจี นักกฎหมายหญิงคนสวยราวกับนางงาม วัย 37 ปี ผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี ประกาศจะพลิกฟื้นกรุงโรมให้กลับมารุ่งเรืองและสวยงามอีกครั้ง หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และเข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนใหม่ของกรุงโรม เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

‘ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อพลิกฟื้นกรุงโรมให้กลับมาเป็นเมืองที่สวยงามสมควรแก่การอนุรักษ์รักษาไว้’ รัจจี บอกถึงจุดมุ่งหมายในการเป็นนายกเทศมนตรีกรุงโรม ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับประกาศภารกิจแรกในตำแหน่งนายกฯ เล็กกรุงโรม คือการส่งหนังสือเพื่อขอความกระจ่างชัดเกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะของกรุงโรม และการดูแลเรื่องความสะอาดของท้องถนน ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างหนัก


ปลาบปลื้มกับตำแหน่งใหม่ที่ได้รับ

ได้รับการแสดงความยินดีหลังเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนใหม่กรุงโรม

ทั้งนี้ เวอร์จิเนีย รัจจี ซึ่งจะมีอายุ 38 ปี ในวันที่ 18 ก.ค. เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีจากพรรคขบวนการ 5 ดาว (M5S หรือ เอ็ม 5 เอส) และสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งจนได้เป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของกรุงโรม อีกทั้งยังนับเป็นนายกเทศมนตรีกรุงโรมที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา เธอสามารถโค่นบรรดาผู้สมัครที่เป็นตัวแทนจากพรรคการเมืองเก่าแก่ในอิตาลีลงได้ เนื่องจากพรรคขบวนการ 5 ดาว ซึ่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2552 ต้องการเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ชาวอิตาลีที่เบื่อหน่ายระบบการเมืองของพรรคการเมืองเก่าๆและการทุจริตคอร์รัปชัน.


เวอร์จิเนีย รัจจี ก้าวสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีหญิงคนใหม่ของกรุงโรม
 

มะกันตีกันเองเลือดอาบ! กลุ่มชาตินิยมผิวขาวเดินขบวน เจอต้านโดนแทงเจ็บ 10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648652

 

แนวคิดไม่ตรงกัน… เกิดเหตุชาวอเมริกันถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน ในเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างกลุ่มชาตินิยมผิวขาว ‘นีโอ นาซี’ ออกมาเดินรณรงค์ ชูความยิ่งใหญ่ของชาวผิวขาว แต่ถูกกลุ่มคนที่เห็นต่างออกมาขัดขวางการเดินขบวน จนลงเอยด้วยเหตุนองเลือด

เมื่อ 27 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุการณ์แทงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อยนับ 10 คน ที่เมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ ระหว่างที่กลุ่ม ‘เทรดดิชั่นนัลลิสต์ เวิร์กเกอร์ ปาร์ตี้’ หรือ TWP ซึ่งอธิบายถึงกลุ่มของตนว่าเป็นพวกชาตินิยมผิวขาว หรือเรียกว่าพวก ‘นีโอ นาซี’ ได้รับอนุญาตจากทางการเมืองซาคราเมนโต ให้สามารถออกมาเดินรณรงค์ประกาศเจตนารมณ์ของกลุ่มไปตามท้องถนน ใกล้กับศาลาว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ในเมืองซาคราเมนโต  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่แล้ว ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มคนต่อต้าน นีโอ นาซี ออกมาขัดขวางการเดินรณรงค์ของกลุ่ม TWP จนนำไปสู่การต่อสู้กันและเกิดเหตุนองเลือดขึ้น มีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน

นายคริส ฮาร์วีย์ โฆษกกองดับเพลิงของเมืองซาคราเมนโต แจ้งทางทวิตเตอร์ว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทง เป็นชาย 9 คน และหญิง 1 คน มีอายุระหว่าง 19-58 ปี ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส 2 คน


ตำรวจในเมืองซาคราเมนโต ขี่ม้าจับตาดูสถานการณ์ใกล้ชิด ก่อนเกิดเหตุรุนแรง

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ในเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนของฝ่ายไหน ในขณะที่จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการในเมืองซาคราเมนโต ระบุว่า กลุ่มคนที่ออกมาขัดขวางการเดินขบวนของกลุ่ม TWP นั้น มีจำนวนประมาณ 300 คน ในขณะที่ ไม่ทราบว่ามีคนเข้าร่วมเดินรณรงค์กับกลุ่ม TWP จำนวนเท่าใด


กลุ่มชาวอเมริกันต่อต้าน ‘นีโอ นาซี’ ชาตินิยมผิวขาว
 

ผู้โดยสารสุดช็อก! ไฟไหม้เครื่องบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ขณะลงจอดฉุกเฉิน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 11:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648261

 

กว่า 200 ชีวิตสุดหวาดเสียว..เครื่องบินโดยสารสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส จากสิงคโปร์ ไปมิลาน เที่ยวบิน SQ368 เกิดไฟลุกเครื่องยนต์ทางปีกขวา ขณะนักบินต้องนำเครื่องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินชางงี

เมื่อ 27 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้โดยสารกว่า 200 คนบนเครื่องบินโดยสารสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ368 จากสิงคโปร์ ไปยัง เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต้องเผชิญสถานการณ์ สุดระทึก เครื่องยนต์ฝั่งปีกขวาของเครื่องบินได้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง หลังจากนักบินได้นำเครื่องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยาน ชางงี ในสิงคโปร์ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากมีสัญญาณเตือนเกิดปัญหาด้านน้ำมันเครื่อง เดชะบุญ ไม่มีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-300ER ได้เกิดไฟไหม้เครื่องยนต์ด้านขวา หลังจากนักบินได้นำเครื่องบินกลับมาลงจอดที่สนามบินชางงีเมื่อเวลาประมาณ 06.50 น.ของเช้าวันนี้ โดยพนักงานดับเพลิงได้รีบดับไฟที่ลุกไหม้เครื่องยนต์จนเพลิงสงบ และผู้โดยสาร 222 คนและลูกเรือ 19 คนบนเครื่องไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ


ไฟไหมไหม้รุนแรงบริเวณปีกเครื่องบิน

ข่าวแจ้งว่า เครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ368 ได้ทะยานออกจากท่าอากาศยานชางงี เมื่อเวลา 02.05 น. แต่เมื่อบินไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง นักบินได้ประกาศให้ผู้โดยสารทราบว่าเครื่องยนต์มีปัญหา จึงทำให้ต้องนำเครื่องบินกลับไปยังสิงคโปร์และได้เกิดไฟลุกไหม้เครื่องยนต์ฝั่งปีกขวา จนต้องมีการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือลงจากเครื่องบินอย่างเร่งด่วน



เครื่องบินสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ368 หลังเผชิญเหตุระทึก

ผู้โดยสารคนหนึ่งบนเครื่องบิน เปิดเผยกับนักข่าวของ นสพ.สเตรท ไทม์ส ว่า ผู้โดยสารเริ่มได้กลิ่นน้ำมันบนเครื่องบิน จึงได้แจ้งให้ลูกเรือทราบ และนักบินต้องนำเครื่องบินบินกลับมายังท่าอากาศยานชางงี ขณะที่ชาวเน็ตได้แพร่ภาพผ่านทางโซเชียล มีเดีย แสดงให้เห็นเหตุการณ์ไฟไหม้ปีกเครื่องบินฝั่งขวาของโบอิ้ง 777-300ER ลำนี้ซึ่งมีอายุ 10 ปี จนทำให้ได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นยังมีผู้โดยสารบันทึกภาพเหตุการณ์สุดช็อกครั้งนี้ไว้และนำมาอัพโหลดลงในยูทูบ.

ชมคลิป ที่นี่

ผู้ดีแห่ลง ‘3ล้านชื่อ’ แล้ว กดดันทำประชามติใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2559 07:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648056

 

ประชามติให้สหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ส่อพ่นพิษใส่อังกฤษ หลังคนแห่ลงชื่อทะลุ 3 ล้านชื่อ ขอให้จัดทำประชามติใหม่ อ้างคนมาใช้สิทธิ์ไม่ถึงร้อยละ 75 ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน และคะแนนสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ถึงร้อยละ 60 ขณะที่ “สกอตแลนด์” เอาบ้าง เล็งจัดลงประชามติแยกตัวจากสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 2 อ้างชาวสกอตส่วนใหญ่เลือกอยู่กับอียู ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอังกฤษเสียงแตก ลูกพรรครวมหัวกดดัน “เจเรมี คอร์บิน” ผู้นำพรรคแรงงาน ลาออก ฐานล้มเหลวรณรงค์ให้ยูเคอยู่กับอียู

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. หรือ 3 วันหลังจากสหราชอาณาจักร (ยูเค) ลงประชามติด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 52 ต่อ 48 ขอถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) สร้างความตกตะลึงและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั่วโลกนั้น โฆษกของนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานอียู เผยหลังการประชุมฉุกเฉินของบรรดาผู้นำประเทศผู้ก่อตั้งอียู 6 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก เมื่อ 25 มิ.ย.ว่า อียูมีมติให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ นำโดย นายดิเดียร์ ซีอิวส์ ชาวเบลเยียม คนสนิทของนายเฮอร์มาน ฟาน รอมปุย อดีตประธานอียูมายาวนาน ขึ้นมาเจรจากับสหราชอาณาจักรเรื่องการถอนตัวจากอียู

อียูยังชี้แจงขั้นตอนการเจรจาถอนตัว รวมทั้งให้สหราชอาณาจักรส่งจดหมายแจ้งหรือแถลงอย่างเป็นทางการต่อสภายุโรปว่า จะรื้อฟื้นมาตรา 50ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มต้นกระบวนการเจรจาถอนตัว จะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ผู้นำอียูยังเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรรีบเปิดเจรจาโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เสียก่อนในเดือน ต.ค. ตามที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมแห่งสหราชอาณาจักรระบุขณะประกาศลาออก เพราะยิ่งล่าช้าจะยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอน กระทบต่ออียูและตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นายแมทธิว เอลเลียตต์ ซีอีโอของทีมรณรงค์หาเสียงให้สหราชอาณาจักรถอนตัวจากอียูกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องรีบใช้มาตรา 50 เปิดเจรจาถอนตัว แต่ควรรอให้ทุกอย่างพร้อมเสียก่อน เช่นเดียวกับนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ชาติยักษ์ใหญ่ในอียู เตือนว่าอียูไม่ควรหยาบคายและกดดันให้สหราชอาณาจักรรีบเจรจาถอนตัว การเจรจาต้องเกิดขึ้นคล้ายการเจรจาธุรกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดี สหราชอาณาจักรจะยังเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับอียูซึ่งมีความผูกพันเชิงธุรกิจกันแนบแน่น

ผลการลงประชามติยังทำให้พรรคแรงงาน (เลเบอร์) ฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรแตกแยกอย่างหนัก โดยคณะรัฐมนตรีเงาของฝ่ายค้านอย่างน้อยครึ่งหนึ่งแสดงเจตนาจะลาออก เพื่อกดดันให้นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานลาออก หลังเขาถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ในข้อหานำการรณรงค์หาเสียงของฝ่ายที่ต้องการให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไปอย่างเหยาะแหยะไร้ประสิทธิภาพจนพ่ายแพ้ในที่สุด ก่อนหน้านี้ นายคอร์บินสั่งปลดนายฮิลารี เบนน์ รมว.ต่างประเทศเงาของฝ่ายค้านที่เป็นหัวหอกบีบให้ตนลาออก

นอกจากนี้ นายโจนาธาน ฮิลล์ สมาชิกคณะ กรรมาธิการยุโรปของสหราชอาณาจักร ยังประกาศลาออกเช่นกัน เพราะผิดหวังในผลการลงประชามติ แต่กล่าวว่า สิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วไม่สามารถแก้ไขกลับคืนได้

ส่วนนางนิโคลา สเตอร์เจียน มุขมนตรี หรือผู้นำสกอตแลนด์ ซึ่งลงมติท่วมท้นถึงร้อยละ 62 ต่อ 38 ให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไป กล่าวว่า ตนจะขอหารือกับอียูโดยทันที เพื่อปกป้องสถานภาพสกอตแลนด์ในอียู และว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่สกอตแลนด์จะจัดการลงประชามติแยกตัวจากสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 2 โดยคณะรัฐมนตรีสกอตแลนด์ตกลงให้เริ่มร่างกฎหมายลงประชามติแล้ว นางสเตอร์เจียน ยังกล่าวว่า สหราชอาณาจักรที่สกอตแลนด์ลงประชามติขออยู่ร่วมกันต่อไปในปี 2557 นั้น “ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว”

ด้านโพลล่าสุดของหนังสือพิมพ์ “ซันเดย์โพสต์” ระบุว่า ชาวสกอตส่วนใหญ่ร้อยละ 59 สนับสนุนให้สกอตแลนด์แยกเอกราชจากสหราชอาณาจักร ส่วนโพลของหนังสือพิมพ์ “ซันเดย์ ไทม์ส” ชาวสกอตร้อยละ 52 ก็ต้องการแยกเอกราชภายใน 5 ปี เทียบกับฝ่ายที่เห็นตรงข้ามร้อยละ 48 ขณะที่ผลการลงประชามติครั้งแรกในปี 2557 ชาวสกอตลงมติให้สกอตแลนด์อยู่ในสหราชอาณาจักรต่อไปในสัดส่วนร้อยละ 55 ต่อ 45

ส่วนกรณีที่มีผู้ร่วมลงนามในเว็บไซต์ของรัฐสภาสหราชอาณาจักร ขอให้จัดการลงประชามติเรื่องถอนตัวจากอียูใหม่นั้น จนถึงวันที่เมื่อ 26 มิ.ย. ยอดผู้ลงนามพุ่งสูงทะลุ 3 ล้านคน ถ้ายอดเกิน 100,000 รายชื่อ รัฐสภาต้องพิจารณาเปิดอภิปรายคำร้อง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า โอกาสที่จะมีการลงประชามติรอบ 2 มีน้อยมาก เพราะต้องออกกฎหมายย้อนหลัง ซึ่งทำไม่ได้ อีกทั้งขัดต่อมติมหาชนในการลงประชามติครั้งแรก ส่วนนายกฯ คาเมรอนก็ระบุแล้วว่าจะไม่จัดการลงประชามติครั้งที่ 2 ซึ่งจะเป็นการลงประชามติที่ไม่จบสิ้น (Neverendum)

ฝ่ายยื่นคำร้องขอลงประชามติใหม่อ้างว่า ถ้ามีผู้ออกมาลงคะแนนไม่ถึงร้อยละ 75 ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน และคะแนนสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ถึงร้อยละ 60 ก็มีสิทธ์ิร่วมล่ารายชื่อประชาชนขอลงมติใหม่ส่งให้รัฐสภาเปิดอภิปรายได้ โดยการลงประชามติครั้งนี้ มีผู้ไปออกเสียงร้อยละ 62.2 และลงมติให้ถอนตัวจากอียูร้อยละ 52

นอกจากนี้ ยอดผู้เข้าไปลงนามในเว็บไซต์ Change.org เรียกร้องให้นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนคนใหม่ประกาศแยกกรุงลอนดอนเป็นเอกราช และขอเข้าเป็นสมาชิกอียูใหม่ ก็มีผู้ร่วมลงนามแล้วกว่า 100,000 คน ส่วนนายข่านกล่าวว่า ตนไม่สงสัยเลยว่าลอนดอนจะเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จต่อไป แต่เรียกร้องให้สหราชอาณาจักรอยู่ในตลาดร่วม (Single Market) ของอียูต่อไป ด้านนายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักรเตือนว่าจะเกิด“หายนะ” ถ้าสหราชอาณาจักรไม่สามารถเข้าถึงตลาดร่วมอียู

ขณะที่โพลของสำนัก “คอมเรส” จัดทำให้หนังสือพิมพ์ “ซันเดย์ มิเรอร์” ปรากฏว่า ชาวสหราชอาณาจักรถึงร้อยละ 50 เห็นว่าควรเคารพผลการลงประชามติ เทียบกับร้อยละ 39 ที่เห็นตรงข้าม นอกจากนี้ ประชาชนวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 48 ยังพอใจในผลการลงประชามติ เทียบกับร้อยละ 43 ที่ไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ชาวสหราชอาณาจักรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากโกรธแค้นไม่พอใจกลุ่มคนสูงวัยซึ่งลงมติให้ถอนตัวจากอียูมากกว่า โดยโพลของสำนัก “ไมเคิล แอชครอฟต์” สุ่มถามประชาชน 12,000 คน ปรากฏว่า กลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 18-24 ปี และกลุ่มอายุ 25-34 ปี ลงคะแนนให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไปถึงร้อยละ 73 และ 62 ตามลำดับ ส่วนผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ลงคะแนนให้ถอนตัวจากอียูถึงร้อยละ 60

ด้านนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่อียู และกรุงลอนดอน ในวันจันทร์ 27 มิ.ย. เพื่อหารือผลกระทบเรื่องสหราชอาณาจักรถอนตัวจากอียู

 

ระทึก! รถไฟเหาะสกอตแลนด์หลุดจากรางดิ่งลงพื้น เจ็บ 10 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648019

 

เกิดเหตุเครื่องเล่นรถไฟเหาะของสวนสนุกในสกอตแลนด์ หลุดออกจากรางขณะให้บริการลูกค้า และร่วงลงสู่พื้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกาที่สวนสนุก ‘เอ็มแอนด์ดีส์’ (M&D’s) ในเมืองมอเธอร์เวลล์ ภายในเขตนอร์ท ลานาร์คเชอร์ ของสกอตแลนด์ หลุดออกจากราง และร่วงลงสู่พื้นเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เครื่องเล่นที่ชื่อว่า ‘สึนามิ’ โดยเก้าอี้รถไฟเหาะ 5 ตัวหลุดออกจากราง ชนเข้ากับโครงสร้างของรางรถไฟเหาะก่อนจะตกลงสู่พื้น โดยรถไฟเหาะที่เกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่ 9 คน ขณะที่ตำรวจลานาร์คเชอร์เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ใหญ่ 2 คน และเด็กอีก 8 คน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บจะถูกเปิดเผยในภายหลัง


เครื่องเล่นรถไฟเหาะ ‘สึนามิ’

ขณะเดียวกัน สวนสนุก เอ็มแอนด์ดีส์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เนื่องจากเหตุการณ์ร้ายแรง ทางสวนสนุกจะปิดให้บริการจนกว่าจะมีการแจ้งเพิ่มเติม อนึ่ง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของสวนสนุก เอ็มแอนด์ดีส์ เครื่องเล่นสึนามิจะวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิด 40 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 64.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีเล่น

 

ปานามาเปิดคลองใหม่ใหญ่ 3 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647987

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. คลองปานามา เส้นทางเดินเรือทางลัดเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดให้ใช้บริการผ่านเส้นทางส่วนขยายใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งประธานาธิบดี ฮวน คาร์ลอส วาเรลา แห่งปานามา เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้นำสำคัญจากประเทศต่างๆ ทั้งไต้หวัน ชิลีและในอเมริกากลาง โดยเรือสินค้า “นีโอปา-นาแม็กซ์-คลาส” สัญชาติจีน ได้รับเกียรติเปิดเส้นทางครั้งแรก หลังการก่อสร้างช่องทางเดินเรือที่ 3 เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2550 และกำหนดการเดิมต้องแล้วเสร็จภายในปี 2557 แต่กำหนดการล่าช้าและต้องเพิ่มงบประมาณก่อสร้าง โดยงบประมาณก่อสร้างขยายคลองปานามาเพิ่มขึ้นไปถึงราว 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 194,000 ล้านบาท

คลองปานามาสร้างแล้วเสร็จครั้งแรกเมื่อกว่า 102 ปีก่อน ด้วยระยะทางยาว 80 กม. แต่การขยายตัวของเส้นทางการค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งต้องสร้างขยายเส้นทางเดินเรือจากเดิมเพิ่มเป็น 3 ช่องทาง ทำให้เพิ่มการลำเลียงสินค้าผ่านเข้าออกเส้นทางเป็น 3 เท่า สามารถแล่นเรือสินค้าขนาดใหญ่เท่าสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกและยาวขนาดหอไอเฟลของฝรั่งเศสได้เพื่อรองรับการเติบโตทางการค้าอีก 1 เท่าตัวภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า และจะสร้างรายได้เฉลี่ยให้ปานามาเพิ่มถึงปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

 

นายกเล็กมะกันในรัฐฟลอริดา ถูกจี้ชิงรถหน้าบ้านตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647909

 

นายกเทศมนตรีเมืองแซนฟอร์ด ในรัฐฟลอริดา ถูก 3 คนร้ายใช้ปืนจี้ชิงรถไปจากหน้าบ้านของตัวเองเมื่อวันเสาร์ แต่ล่าสุดตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ 2 รายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย เจฟ ทริเพลตต์ นายกเทศมนตรีเมืองแซนฟอร์ด ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐอมริกา ถูกคนร้าย 3 คนใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถที่หน้าบ้านของตัวเองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนายกเล็กรายนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 รายแล้ว

ตามการเปิดเผยของตำรวจ นายทริเพลตต์อยู่ที่หน้าบ้านของตัวเองเมื่อเวลาประมาณ 14:15น. วันเสาร์ ก่อนที่ชาย 3 คนจะเดินตรงเข้ามาหาและใช้ปืนจี้และขโมยรถเมอร์เซเดซ เบนซ์ รวมทั้งกระเป๋าเงินของเขาไป อย่างไรก็ตาม นายทริเพลตต์บอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายแก่ตำรวจ จนสามารถจับกุมนาย เจอร์มัน ฮอร์เน อายุ 18 ปี และวัยรุ่นอายุ 17 ปีได้ในเวลาต่อมา และตำรวจกำลังล่าตัวผู้ต้องสงสัยคนที่ 3

นอกจากนี้ ตำรวจยังพบรถยนต์ที่ถูกขโมยไปของนายทริเพลตต์ด้วย โดยรถยนต์อยู่ในสภาพเสียหาย แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าความเสียหายเกิดจากอะไร