คุณแหน : 27 พฤษภาคม 2569

คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569

คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ชุมชนที่ให้การสนับสนุนและอนุเคราะห์ข้อมูลด้านคติชนในการถ่ายทำภาพยนตร์ประกวด โดยมี ภาสกร วรอาจ รองอธิการบดี ม.ราชภัฏนครสวรรค์ กล่าวรายงาน

..ll บุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานมอบโฉนดที่ดิน ตามโครงการ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุข คลายทุกข์ให้ประชาชน ปีงบประมาณ 2569 เพื่อส่งมอบ
กรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่ ปชช.ในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างทั่วถึง..

ll บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ประธานกรรมการ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิถีคน วิถีช้าง ในผืนป่าเดียวกัน” สร้างมิติใหม่แห่งการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยมีจงกลนี แก้วสด ร่วมด้วย ณ โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์..ll ชื่นชม รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายไต จากผู้บริจาคสมองตาย ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด(Robotic Surgery) เป็นครั้งแรกของประเทศไทยนับเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยในการยกระดับการรักษาที่มีความแม่นยำสูง ลดเจ็บเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังการผ่าตัด..

llมิตรสหายชาว Digital CEO#6 ร่วมยินดีกับธานี ศรีกุญชร ที่ได้เป็น ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM)..ll เกษสุดา ไรวา วันเกิดบริจาคช่วยการศึกษาเด็กพิเศษ ของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์และฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..

ll ศรีวิรัตน์ฉัตรจุฑามาส, ปภัสรา เตชะไพบูลย์, ภิราพัณณ์วงษ์มณีกิจชัย, ภาวดี เครื่องกาศ และโชติกา กำลูนเวสารัช สมาชิกกลุ่ม 5 สาวแก๊งส์ วัดก็เข้าเหล้าก็กิน ได้ร่วมทริปญี่ปุ่นไปตะลุยเมืองคุซัตสึ เมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ติดต่อกันกว่า 22 ปีพักฟินเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นสุดหรู ห้องนอนกว้างถึง 88 ตร.ม. พร้อมออนเซ็นส่วนตัว เมืองน่ารักมี ออนเซ็น ให้เดินแช่เท้า อบหน้า ล้างมือ ทั่วเมืองทั้งกลางวันกลางคืน ก่อนกลับ ยังได้แวะนครโตเกียวกินและช้อปกระจาย หมด 1 สัปดาห์แบบชิลๆ..

ll ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม พร้อมเพื่อนๆ Digital CEO#8 มาสังสรรค์อัปเดตชีวิตงานนี้ ณัฐพงศ์ โกวิทยานันต์, นพ.วีรฉัตรกิตติรัตนไพบูลย์, ดร.วิชัย สีสุด, ภิภพ วาสนาอาชาสกุล, วิวรรธน์ เทียนศิริ, ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, ศศิพัชร์ จ่างจรูญโรจน์, สลิล ติระวัฒน์,ภัทริณี ภูมิวาร, ไพโรจน์ เกียรติศิริขจร, ณัฐพงษ์ จอมบดินทร์, นาลิวัน ชินะผา ไม่พลาด..ll VFC ในเครือ รพ.เวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ร่วมกับ BB Clinic จัดงานเปิดตัว VFC & BB Clinic(Sukhumvit 11) ศูนย์ผู้มีบุตรยากและสุขภาพองค์รวมครบวงจรแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท
ที่พร้อมดูแลตั้งแต่การวางแผนมีบุตร การดูแลสุขภาพและความงาม ไปจนถึงการดูแลคุณแม่และลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล โดยมี สมใจนึก เองตระกูล เป็นประธานในพิธี และ ดร.ชาคริต ศึกษากิจ, ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ร่วมด้วย..

ll วันเกิดปีนี้ ปิติ ธนวัฒน์ ได้ทำบุญกับเพื่อนๆ ที่ไม่สบายและขาดแคลน แล้วทานข้าวฉลองกับน้องๆ และครอบครัว..

ll ศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต รับมอบเงินบริจาค จาก บจ.บ้านม่วนใจ โดย นงลักษณ์ ธำรงวรสิทธิ์ พร้อมครอบครัว สมทบทุนมูลนิธิ รพ.สวนดอก เพื่อการปรับปรุงหอผู้ป่วยวิกฤติอุบัติเหตุและศัลยกรรมและหอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก..

น้องใหม่

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN จัดงาน ‘International Day for Biodiversity 2026’

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN จัดงาน 'International Day for Biodiversity 2026'

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN จัดงาน ‘International Day for Biodiversity 2026’

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.51 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพฯ  เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ผ่านความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (UNDP BIOFIN) จัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ภายใต้ธีม “Acting Locally for Global Impact” รวมผู้นำนานาชาติ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และชุมชน สร้างต้นแบบการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้ชื่อ “NEXTOPIA Gaming Application – Digital Finance for Nature” นวัตกรรมการเงินดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในเมืองกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น ผ่านกลไกเกมการศึกษา (edutainment) และการระดมทุนสาธารณะ (crowdfunding) บนแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp โดยเปิดพื้นที่ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บริเวณชั้น 5A ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จากระดับชุมชนไทยสู่เวทีโลก ระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569

งานครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพโลก (Global Biodiversity Framework) ภายใต้แนวคิด “Acting Locally for Global Impact” สะท้อนความเชื่อว่า การลงมือทำในทุกระดับ ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านธรรมชาติของโลกทั้งใบ ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ได้แก่ นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย, เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย, ศลยา ณ สงขลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), ศรสวรรค์ พงษ์เผ่า ผู้จัดการความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย, รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ดร.พรชัย จุฑามาศ เลขานุการมูลนิธิโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.), อรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (Big Trees Project), เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี, ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการอิสระ, Environman สื่อและคอมมูนิตี้ออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อมชั้นนำของไทย ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการปกป้องระบบนิเวศและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน

เวทีเสวนานานาชาติ: จากนโยบายโลก สู่การลงมือทำจริง

ไฮไลต์สำคัญของงาน “International Day for Biodiversity 2026” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 คือการรวมตัวผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ นักการทูต นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำ และภาคประชาสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกรณีศึกษาการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงระดับนโยบาย การลงทุน และการลงมือทำจริงในพื้นที่

โดยเวทีเสวนาแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ “The Global Vision” ว่าด้วยภาพรวมสถานการณ์ธรรมชาติของโลก บทบาทภาคเอกชน และการลงทุนด้าน ESG การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติอย่างยั่งยืน, “The Collaboration: Local Roots & Heart of Nature” เปิดกลยุทธ์การขับเคลื่อน Biodiversity Finance Plan ที่มุ่งเน้นการปิดช่องว่างด้านการเงินเพื่อธรรมชาติของไทย ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Siam Piwat และ UNDP BIOFIN ผ่านการสร้าง NEXTOPIA Digital Gaming เป็นกลไกการเงิน crowdfunding สนับสนุนการขับเคลื่อนงานของมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และมูลนิธิ อพ.สธ. เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศที่มีค่าของประเทศไทย  และ “The Blue Frontier” บทบาทความร่วมมือในการผนึกกำลังปกป้องชายฝั่งทะเลไทย ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Workshop : Crafting for the Planer เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของงานคือ Workshop : “Crafting for the Planet” เวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ งานคราฟต์ และวิทยาศาสตร์ เช่น การจัดสวนขวดเพื่อเข้าใจระบบนิเวศและพันธุกรรมพืช งานคราฟต์จากวัสดุทางทะเลเพื่อเรียนรู้ทรัพยากรชายฝั่ง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน ผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปไม่เพียงได้รับความรู้ แต่ยังได้แสดงเจตจำนงในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านคำมั่นสัญญาเล็ก ๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติจริง สะท้อนแนวคิดว่า “การเปลี่ยนโลก เริ่มต้นได้จากมือของเราเอง”

Bangkok Urban Biodiversity : เชื่อมเมือง เชื่อมป่า: การสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตในเมืองหลวง

วันที่ 23 พฤษภาคม เวลา 14.00-16.00 น. จะได้พบกับพลังพลเมืองอาสา มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมและนวัตกรรมท้องถิ่นที่จะทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองสีเขียว อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ “Citizen Science for Biodiversity” พูดคุยถึงความสำเร็จและบทบาทของโครงการ City Nature Challenge (CNC) ซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสำรวจและเก็บข้อมูลสิ่งมีชีวิตในเมืองหลวง โดยกลุ่ม Nature Plearn Club พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (GYBN Thailand), และวังหินแล็บ แหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านวิทยาศาสตร์และศิลปะ “Urban Forest and Plant Diversity in Bangkok” ร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวของป่าในเมืองและความหลากหลายของพืชพรรณในกรุงเทพมหานคร นำโดยโครงการ Onnut Urban Forest โมเดลการเปลี่ยนพื้นที่จัดการขยะเดิมให้กลายเป็นปอดของเมือง เชื่อมโยงการจัดการต้นไม้ใหญ่ของกลุ่ม Big Trees Project ควบคู่ไปกับงานวิจัยด้านความหลากหลายของพรรณไม้จาก Mahidol Flower Lab ยกระดับการปลูกต้นไม้ทั่วไปสู่งานวิจัยเชิงลึก เพื่อคัดเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับระบบนิเวศเมือง และความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์พื้นที่บนบกและท้องทะเลให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมดภายในปีค.ศ.2030 โดยกลุ่ม 30×30 Thailand Coalition

ภาพถ่ายที่เล่าเรื่องธรรมชาติ: เมื่อวิทยาศาสตร์พบมนุษย์

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม NEXTOPIA ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอีกมิติหนึ่งของธรรมชาติผ่านนิทรรศการภาพถ่าย โดย จิตรทิวัส พรประเสริฐ ช่างภาพสารคดี ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “Hidden Paradise ” พื้นที่ธรรมชาตินอกเขตอนุรักษ์ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากเสียจนหลายครั้งอาจถูกมองข้าม หรือไม่เคยหยุดมองอย่างลึกซึ้งผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความรู้สึกและประสบการณ์ของมนุษย์ นิทรรศการชวนผู้ชมมองเห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และดำรงอยู่ร่วมกับผู้คนในทุกๆพื้นที่ โดยจิตรทิวัส พรประเสริฐ จะมาร่วมพูดคุยถ่ายทอดเรื่องราวภาพถ่ายความหลากหลายทางชีวภาพที่นำมาจัดนิทรรศการในวันที่ 23 พฤษภาคม เวลา 14.00 น.

NEXTOPIA: พื้นที่ต้นแบบ Regenerative Design ของเมือง

การจัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ตอกย้ำบทบาทของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ในฐานะแพลตฟอร์มด้าน Regenerative Design และนวัตกรรมความยั่งยืน ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดง ห้องทดลอง และสะพานเชื่อมระหว่างผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่น องค์กรระดับโลก และสังคมเมือง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และธรรมชาติ

งาน “International Day for Biodiversity 2026” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ NEXTOPIA บริเวณชั้น 5A สยามพารากอน เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ช่วยยกระดับบทสนทนาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยสู่เวทีสากล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ ภายใต้โครงการ Citizen of Earth ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

บี.กริม มอบเงินสนับสนุน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

บี.กริม มอบเงินสนับสนุน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

บี.กริม มอบเงินสนับสนุน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล ด้วยการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมของ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปี 2569 จำนวนเงิน 500,000 บาท โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีรับมอบ พร้อมด้วย นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ผู้แทนจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารซี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และที่ปรึกษากิติมศักดิ์ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะลไทย เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะระบบนิเวศใต้ท้องทะเลซึ่งเป็นหัวใจของความสมดุลทางธรรมชาติ และฐานรากของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจทางทะเลของประเทศ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงมีพระดำริในการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการฟื้นฟูแนวปะการังและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล ตลอดจนกระตุ้นปลูกจิตสำนึกของประชาชนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์แนวปะการัง รวมทั้งเผยแพร่ให้สาธารณชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้ทราบถึงประโยชน์และการให้ความร่วมมือและตระหนักรู้ในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืนสืบไป 

สำหรับกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่ร่วมมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 11 ราย ประกอบด้วย บริษัท เดอะทับแขก รีสอร์ท จำกัด บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบา (Toba Aquarium) บริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

พลิกโฉมเยาวชนไทยสู่ยุค AI! ปิดฉาก ‘Thailand Robot & Coding Challenge 2026’

พลิกโฉมเยาวชนไทยสู่ยุค AI! ปิดฉาก 'Thailand Robot & Coding Challenge 2026'

พลิกโฉมเยาวชนไทยสู่ยุค AI! ปิดฉาก ‘Thailand Robot & Coding Challenge 2026’

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.19 น.

ผ่านพ้นไปได้อย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ สำหรับงานแข่งขันหุ่นยนต์และโค้ดดิ้งระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี “Thailand Robot & Coding Challenge 2026” ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ตื่นเต้นและเสียงเชียร์จากผู้ปกครองและผู้เข้าชมงานอย่างคึกคักตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ นับเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน โดยพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี โตแก้ว ทองรัตนะ หัวหน้าโครงการ Thailand Robot & Coding Challenge 2026 และ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ร่วมให้การต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 7-17 ปี ได้แสดงความสามารถด้านเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจสู่อาชีพวิศวกรในอนาคต

ภายในงานนอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นแล้ว ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักเรียนและผู้ปกครอง คือ กิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชั้นนำ, การเจาะลึกหลักสูตร “อัจฉริยะสร้างได้” รวมถึงเวทีเสวนาสุดเข้มข้นในหัวข้อ “เด็กยุค AI จะไม่ใช้ให้ใช้ไม่เป็น” ที่ช่วยจุดประกายแนวคิดการเลี้ยงลูกและพัฒนาทักษะเด็กในยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจ

สรุปผลการแข่งขันและรายชื่อผู้ได้รับรางวัลทุกประเภทดังนี้

Alpha – I league มัธยมศึกษาตอนปลาย

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 13AL — จิตติพัฒน์ ระวังภัย, สิปปกร จิตเขม้น และ จิระเมศร์ พรสุทธิไพจิต

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 22AL — ธรรมสรณ์ เลิศมิ่งชัยมงคล, ศิวัชย์พสิษฐ์ เมฆินทรางกูร และ ธีรภพ สุอัครยา

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 3AL — กฤตัชญ์ สีแสด, ภคิน นันทจิวากรชัย และ ปุญญพัฒน์ พรหมภานุเสถียร

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 28AL — ณัฐภัทร สืบเลย, ณัฐวรรธน์ สืบเลย และ ณัฎฐบุรุษ ปาลี

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 12AL — ธนกร เลิศสุรวัฒน์, นราวิชญ์ ลือขจร และ ชวกร ทองประดับเพชร

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 10Al — พงศ์ภัค สุรวัฒนานันท์, ตรอง ด่านอุดมกิจ และ ธนากร จันทร

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 4AL — กฤษฎา รวีสวัสดิ์, นรภัทร์ สว่างอำไพพงษ์ และ ธนากฤต ม่วงแก้ว

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 2AL — นิพพิชฌน์ วัฒนเสถียร และ ลภัสรดา ทองเชื้อ

Alpha – I league มัธยมศึกษาตอนต้น

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 24AL — เด็กหญิงปาณสิรา ขัณฑ์ชลา, เด็กชายปวีณ ดอนพรทัน, เด็กชายปุณณ์ณัฐ แถวเพณี

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 27AL — เด็กชายภัทรชนน ตุยาสัย และ เด็กชายณัฐพัชร์ แน่นอุดร

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 14AL — นายภาสกร ศรีวารินทร์, นายเบญจมิน พิชิตปฐพี และ นายอรุณภาส ด่านอุดม

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 18AL — เด็กชายภรัณยู สุรินทร์, เด็กชายนิพพิชฌน์ ตรีวิศวเวทย์ และ นาย ฐิติคุณ ไหมทอง

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 5AL — บุญดี วสุสินสุข และ พิชามญชุ์ ตรีชวา

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 31AL — เด็กชายคณินณัฏฐ์ สังข์ศิริ และ เด็กชายพัธนิสร์ เทอดวงศ์วรกุล

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 17AL — เด็กชายนราวิชญ์ คำนิล, เด็กชายหมิงซัน จาง และ เด็กชายอัศวิน มูลศิริ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 23AL — เด็กชายอัครวิชช์ กิ่งไทร, เด็กหญิงพริมา ชาญเทศน์ และ เด็กหญิงเขมิกาภัค อาษาเสน

Nova-x league มัธยมศึกษาตอนต้น

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 12E — เด็กหญิงพิมพ์ลภัส ทองดี , เด็กหญิงกัญญาณัฐ ขจรไชยา และ เด็กชายโสพัส วรรณผ่อง

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 13E — เด็กชายพิเชษฐชัย ธาระพันธ์, เด็กชายพงศ์วรินท์ นาคประเสริฐ และ เด็กชายศุภกฤต น้อยปรีชา

Nova-x league มัธยมศึกษาตอนปลาย

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 1E — นายธราธร ธนากิจ, นายภูมิพัฒน์ บุญยรัตน์วุฒิกร และ นายพศวัต เครื่องพันธ์

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 11E — นายภาคิน หาญวัฒนาศิริ, นายเตชินท์ บุญวิเศษ และ นายคริษฐ์ จันทระ

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 3E — นายวรพงษ์ หอมจันทร์, นายณัฐนันท์ เศรษฐ์สรไกร และ นายวริทธิ์ มีคุณ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 8E — นายพีรพงศ์ อุ่นเรือนงาม, นายณฐพล ดวงประวัติ และ นายธนพล ฉายอรุณ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 7E — นายนิติวัฒน์ กันทะวะ, นายพชร บุญริมสนอง และ นายธนกฤต ธรรมเจริญ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 10E — นายนิธิศ ศรีสวัสดิ์, นายกมลโชค ชลนภากุล และ นางสาวภคพร เพชรพันธ์

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 2E — นายพัชร เพ็ชรเขียว, นายปริญยากรณ์ ไชยเสริม และ นายทัตเทพ ศรีสุวรรณ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 5E — นายณัฐพงศ์ ทาศรีงาม, นายปฏิภาณ สมเกียรติสกุล และ นายตันติกร เจริญกจิ รุ่งโรจน์

ROBO-G league รุ่น 7-9 ปี

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 2A — กรัณย์พล พันธ์พิกุล, นนธเดช แก้วกันตี และ รัฐกรณ์ กันทาดี

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 18A — กันต์ณภัทร ประสูตร์แสงจันทร์ และ สรธร คูหาเรืองรอง

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 11A — ณัฐรัชต์ โรจน์พานิชกิจ, ปริติณรงษ์ อยู่บาง และ ภัทรดนัย ชูระหงษ์

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 9A — ปวิช เห็นการไกล, รัชพล กะชามาศ และ หาญ หาญทองคำ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 14A — ปิยธิดา ทรัพย์รุ่งโรจน์, พรรวินท์ เปรมโยธิน และ ภูมิภัสสร เชวงโชติก

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 6A — ณภวดล ทองสว่าง และ ภูมิรินทร์ แก้วเวียงกัน

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 8A — กฤตชญวิชร์ แก้วกันยรัตน์, กวิน คุณะดิลก และ ณภูร์วิน อุทาเลิศ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 10A — ณัฐวิชช์ ธิติพิริยากรณ์ และ ปิยภัทร มีมะโน

ROBO-G league รุ่น 10-12 ปี

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 9C — โชติชัยณัฏฐ์ ชินวรพิทักษ์, ณัฏฐนันท์ สุทธิกมลสกุล และ ปภินวิช ธีระพงษ์

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 6B — กิจธนาพัฒน์ กองนาค, ธนกร เหลืองทอง และ ภณิชชา สุวรรณคล้าย

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 5C — ธยาน์ วิทยาประภากร และ สายฟ้า กิติกร

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 1C — ธนกฤต เอกลักษณานันท์ และ นันท์นภัส ดิสโต

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 7C — ภณสิริ จำรัส และ ภัคพนธ์ มหัทธนตระกูล

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 14B — กฤษพิสิษฐ์ โชคศิลปะสารท และ ทิวัตถ์ เทียนวัง, ปราณต์ ปิ่นเสม

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 12B — เตชินท์ ปริยธาดา และ ธธัช นิรามัย

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 13C — ณัฐชนนต์ ชัยสุริยเทพกุล, นภัทร หวังสัจจะ และมนัสวิน สิงห์ทอง

ROBO-G league รุ่น 13-15 ปี

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 1D — จิรภัทร จารุกีรติ, ชินาธิป ทองห่อ และ สรันพัชรญ์ เศรษฐโกมุท

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 14D — ชีระวิทย์ โยมา, ณัฐกรณ์ พิกุลทอง และ พัชรวัฒน์ สุมารสิงห์

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 6D — ชันชิต จันทร์สุวรรณ และ นิรวิทธิ์ โกวิทวัฒนชัย

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 16D — กัญญาภัค จินะทอง, พิพ์ณดา คูหา และ ภูมิภัช เดชะวรวุฒิ

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 2: ทีม 15D — จิตติพัฒน์ มณีจันทร์, ณฐาภพ สุนทรานนท์ และ วัศพล โกมลสิริโชค

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 3: ทีม 4D — ดนุพัฒน์ รอดเรือน, ทรงคุณ อารีวัฒนากุล และ ภูริต รักสินสกุล

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 4: ทีม 11D — ชยกฤต ดอนมูล, บวรทัช ทองอาภรณ์ และ รัชชานนท์ สุระศิรานนท์

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 5: ทีม 18D — ณัฎฐ์รดา วัฒนาพรศิริโชติ, ณัฏฐ์วิรัช ทิพนงค์ และ วรัญญา บุญลับ

ROBO-G league รุ่น 16-17 ปี

รางวัลชนะเลิศ: ทีม 23D — รุจิเวธน์ ลุนสายยา, วรัญญา อภิวันทนกุล และ ศรีพสิษฐ์ ประพันธ์

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 1: ทีม 22D — เฌอ อยู่ประยงค์ และ ศตพล นรินทรางกูร ณ อยุธยา

รางวัลรองชนะเลิศ ลำดับที่ 2: ทีม 21D — ธนกฤต แสงจัง, นายวรพจน์ ชื่นแสน และ ภาสกร มะโนจันทร์

รางวัลชมเชย ลำดับที่ 1: ทีม 24D — ภควัต ขวัญจันทร์, ภูบดี คงเหมือน และ เสฏฐพงศ์ เจริญนพกิจ

ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคณะผู้จัดงาน ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ เยาวชนทุกคนและทุกทีมที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาทักษะด้าน Coding และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

ครบรอบ 100 ปี ‘โรงเรียนอำนวยศิลป์’ มอบรางวัลครูผู้อุทิศตนให้การศึกษา

ครบรอบ 100 ปี ‘โรงเรียนอำนวยศิลป์’ มอบรางวัลครูผู้อุทิศตนให้การศึกษา

ครบรอบ 100 ปี ‘โรงเรียนอำนวยศิลป์’ มอบรางวัลครูผู้อุทิศตนให้การศึกษา

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

โรงเรียนอำนวยศิลป์จดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2469 ด้วยนโยบายของครูจิตร ทังสุบุตร ผู้ก่อตั้งที่ได้ประกาศว่า ”กำไรของโรงเรียน คือ ความสำเร็จของนักเรียน“ โรงเรียนจึงใส่ใจในการจัดการศึกษา พัฒนาครู และสร้างความสำเร็จในการศึกษาของนักเรียนตั้งแต่ปีแรกที่เปิดเป็นโรงเรียนสอนเต็มเวลาด้วยผลสอบติดอันดับ 1 ของประเทศ

โรงเรียนได้ผ่านวิกฤติการณ์หลายครั้งแต่ด้วยจิตวิญญานที่สืบทอดมาในสายเลือดของนักการศึกษาสู่รุ่น 2 และ รุ่น 3 โรงเรียนอำนวยศิลป์ได้ยืนหยัดฝ่าฟันอุปสรรคจนมีความเข้มแข็ง สามารถปฏิรูปโรงเรียนพลิกโฉมโรงเรียนไทยให้ก้าวสู่กระแสการศึกษาของโลกสากลด้วยการบุกเบิกการศึกษาระบบสองภาษาและสร้างนวัตกรรมหลักสูตรบูรณาการไทย-อังกฤษ ขึ้นเมื่อปี 2539 สร้างโรงเรียนสองภาษา (Dual language) สองหลักสูตร (Dual curriculum) สองคุณวุฒิการศึกษา (Dual diploma) ด้วยการสอบ O-Net ควบคู่การสอบระบบอังกฤษหลักสูตรเคมบริจ ผลการสอบล่าสุด นักเรียนทำคะแนน Top in Thailand 5 วิชา ในการสอบ IGCSE และ A level โรงเนียนสอนภาษาจีนเป็นภาษาที่ 3 และเป็นศูนย์สอบ HSK Testing Centre ด้วย

ในการปฏิรูปการเรียนการสอน โรงเรียนอำนวยศิลป์มีการเรียนการสอนที่ทันสมัยโดยเป็นโรงเรียนสอนการคิดหรือ Thinking School ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์เป็นแห่งแรกในเอเซีย และเป็นโรงเรียนสอนการคิดที่มีความเชี่ยวชาญขั้นสูงแห่งที่ 21 ของโลก ห้องเรียนของอำนวยศิลป์จึงได้รับการปฏิรูปด้วยการเรียนการสอนแห่งศตวรรษที่ 21

นอกจากนี้ โรงเรียนอำนวยศิลป์ยังเป็นโรงเรียนสองภาษาไทย-อังกฤษแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจาก Council of International Schools หรือ CIS ซึ่งเป็นการรับรองการจัดการศึกษาในมาตรฐานของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของโลก

ในวาระการครบรอบ 100 ปี โรงเรียนได้มอบรางวัลให้กับครูและบุคลากรทั้งที่เกษียณอายุการทำงานแล้ว และครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันที่มีอายุงานนานปี  โดยได้อุทิศตนเพื่อการศึกษาของนักเรียนด้วยความเสียสละ และถือเป็นโอกาสดีที่ได้แสดงความขอบคุณพันธมิตรด้านการศึกษาและผู้มีอุปการคุณ ทั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ ได้ให้เกียรติมอบรางวัลเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณครู บุคลากร 97 และผู้มีอุปการคุณแก่โรงเรียน ได่แก่ โรงเรียนคิงส์ ประเทศนิวซีแลนด์ องค์กร โฟบิเซีย และกลุ่มนักธุรกิจที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนเอกชนในภูมิภาคต่างๆทั่วไทยให้เป็นส่งเสริมการคิด ภายใต้โปรแกรมดารพัฒนาครูสอนการคิดของโรงเรียนอำนวยศิลป์

1. International bilingual school แห่งแรกของไทย

โรงเรียนอำนวยศิลป์ได้เริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยนวัตกรรมหลักสูตรสองภาษาเมื่อปี 2539 โดยได้พัฒนาหลักสูตรขึ้นจากความร่วมมือกับ The Bell Educational Trust สหราชอาณาจักร ในการนำหลักสูตรของ สหราชอาณาจักร มาบูรณาการกับหลักสูตรของไทย โดยยังคงมาตรฐานของหลักสูตรไทยแต่ปรับปรุงให้มีความทันสมัยและเตรียมนักเรียนให้มึพื้นฐานสำหรับการสอบวัดความรู้สำหรับวุฒิการศึกษาตามมาตรฐานสากลหลักสูตรนานาชาติเคมบริจ มีการสรรหาครูจากประเทศอังกฤษเพื่อทำการสอนหลักสูตรอังกฤษและพัฒนาวิธีการสอนของครูไทยในการสอนหลักสูตรไทยโดยปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้จากการสอนตามหนังสือแบบเรียนเป็นวิธีการสอนที่นักเรียนเป็นผู้สร้างความรู้ได้เอง

โรงเรียนได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์การสอบเคมบริจแห่งที่ 26 ในประเทศไทยเมื่อปี 2548 ซึ่งเป็นศูนย์สอบในโรงเรียนสามัญแห่งแรกในประเทศไทย (โรงเรียนรัฐแห่งแรกที่เริ่มเป็นศูนย์สอบเคมบริจเป็นศูนย์ที่ 71 เมื่ปี 2554) ในปีล่าสุดนี้ นักเรียนสามารถทำคะแนนสูงสุดในประเทศทั้งในระดับ IGCSE และ A Level ถึง 5 วิชา ได้แก่ วรรณคดีอังกฤษ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ขั้นสูง และธุรกิจศึกษา

นอกจากการสอนด้วยหลักสูตรไทยควบกับหลักสูตรนานาชาติแล้ว วิธีการสอนของครูไทยก็ได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานสากล และโดดเด่นด้วยนวัตกรรมโรงเรียนสอนการคิด หรือ Thinking School ทำให้ห้องเรียนของอำนวยศิลป์เป็นห้องเรียนพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการคิด ทั้งนี้ วิธีการสอนที่ล้ำนำสมัยนี้    มีการรับรองมาตรฐานจากหน่วยการศึกษาเพื่อการพัฒนาสติปัญญา หรือ Department of Cognitive Education มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ สหราชอาณาจักร ให้โรงเรียนอำนวยศิลป์เป็นโรงเรียนสอนการคิด ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนการคิดแห่งแรกของเอเชีย เมื่อปี 2556 ทั้งนี้ โครงการพัฒนาโรงเรียนสอนการคิดของรัฐบาลมาเลเซีย (i-think) ได้ยุติไปก่อนที่จะโรงเรียนจะสามารถพัฒนาจนได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนสอนการคิด

โรงเรียนอำนวยศิลป์ได้พัฒนาการสอนคิดอย่างต่อเนื่องจนได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนการคิดเชี่ยวชาญขั้นสูง (Advanced Thinking School) จากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ เมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ 21 ของโลกที่ได้รับการรับรองขั้นสูง

นอกจากหลักสูตร ครู และวิธีจัดการเรียนการสอนคุณภาพระดับโลกแล้ว โรงเรียนอำนวยศิลป์ยังได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการ การคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียน การดูแลทั้งการเรียนและสุขภาวะของนักเรียนตามมาตรฐานสากล เป็นโรงเรียนสองภาษาอังกฤษ-ไทยแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของโลก จากการรับรองมาตรฐานสากลจากสภาโรงเรียนนานาชาติ Council of International Schools หรือ CIS สถาบันที่ให้การรับรองมาตรฐานโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก และการรับรองมาตรฐานจาก Council of British International Schools หรือ COBIS สร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณภาพการศึกษาสองภาษาของไทยที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษทั่วโลก และยังได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาพันธ์โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษในเอเชีย Federation of British International Schools in Asia หรือ FOBISIA เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันทั้งด้านวิชาการ ดนตรี และกีฬาในระดับภูมิภาคและครูได้รับโอกาสการพัฒนาวิชาชีพในระดับสากล

โดยที่โรงเรียนอำนวยศิลป์เป็นโรงเรียนสองภาษาแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่มีมาตรฐานระดับโลกทั้งด้านหลักสูตร การเรียนการสอน คุณวุฒิของนักเรียนที่จบการศึกษา และได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนนานาชาติจาก 2 สถาบัน ทั้งยังเป็นโรงเรียนสองภาษาแห่งแรกของไทยในสมาพันธ์โรงเรียนนานาชาติระดับภูมิภาค ในวาระครบรอบ 100 ปีของโรงเรียนอำนวยศิลป์ จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ได้มีบทบาทในการพัฒนาการศึกษาไทยโดยนำรูปแบบการศึกษาระบบสองภาษานานาชาติเพื่อยกมาตรฐานโรงเรียนไทยสู่มาตรฐานสากล

2. FOBISIA

FOBISIA ย่อมาจาก Federation of British International Schools in Asia ครับ

หากแปลเป็นไทยตรงตัวก็คือ “สมาพันธ์โรงเรียนนานาชาติอังกฤษในเอเชีย” —

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FOBISIA

• บทบาทสำคัญ: เป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่เป็นศูนย์รวมของโรงเรียนนานาชาติที่ใช้หลักสูตรระบบอังกฤษ (British Curriculum) ชั้นนำในทวีปเอเชีย

• กิจกรรมหลัก: เป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันร่วมกันระหว่างโรงเรียนสมาชิกในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น FOBISIA Games (การแข่งขันกีฬาชนิดต่าง ๆ เช่น ว่ายน้ำ กรีฑา ฟุตบอล), การแข่งขันวิชาการ (คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์), รวมถึงเทศกาลดนตรีและศิลปะการแสดง

• การควบคุมคุณภาพ: โรงเรียนที่จะเข้าเป็นสมาชิกของ FOBISIA ได้ จะต้องผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานโรงเรียนที่เป็นระบบและเข้มงวดมาก เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพเทียบเท่ากับโรงเรียนในสหราชอาณาจักรจริง ๆ

3. นักเรียนต่างชาติและหลักสูตรภาษาจีน

ในการพัฒนาหลักสูตรสองภาษาของโรงเรียนอำนวยศิลป์ซึ่งเริ่มเมื่อปี 2539 เดิมมุ่งที่จะพัฒนาเด็กไทยให้มีเป็นสากลทั้งความรู้ตามหลักสูตรนานาชาติ และความสามารถด้านภาษาอังกฤษเช่นเดียวกับการเข้าเรียนในโรงเรียนที่อังกฤษ โดยยังคงได้เรียนภาษาไทย เนียนตามหลักสูตรไทยในส่วนที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว

แต่ปรากฏว่า มีชาวต่างชาติเริ่มให้ความสนใจที่จะให้บุตรหลานรู้ภาษาไทย และมีนักเรียนในโรงเรียนอำนวยศิลป์ที่สนใจจะไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงเรียนจึงได้เริ่มเปิดสอนภาษาจีนเป็นภาษาที่ 3 และเป็นศูนย์สอบภาษาจีนของ HSK ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนสามารถผ่านเข้าไปเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ ณ มหาวิยาลัยชื่อดังด้านการแพทย์ของจีน โรงเรียนจึงเตรียมขยายการสอนภาษาจีนโดยจะเปิดห้อง Intensive Mandarin ในระดับมัธยมศึกษาในปีการศึกษา 2570 รองรับนักเรียนที่วางแผนการศึกษาต่อที่ประเทศจีน

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม  จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมกับชมรมบ้านท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ครั้งที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องในวันโรคท้าวแสนปมโลก (17 พฤษภาคม) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคท้าวแสนปม (NF1) และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย – Equity to Shine” มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นพ.มนูญ เลียวนรเศรษฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์คนที่ 2 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า “โรคท้าวแสนปม หรือ นิวโรไฟโบรมาโตซิสชนิดที่ 1 (Neurofibromatosis Type 1 หรือ NF1) เป็นโรคทางพันธุกรรมหายาก ทำให้เกิดเนื้องอกตามแนวเส้นประสาททั่วร่างกาย โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จะมีก้อนเนื้องอกที่โตผิดปกติจนกดทับอวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด บางรายเสี่ยงพิการ กลายเป็นมะเร็งและเสียชีวิตได้ การจัดกิจกรรมในวันนี้ เพื่อตอกย้ำนโยบายของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วย ทั้งการให้ความรู้และกำลังใจ การได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรสหวิชาชีพ รับการประเมินและคำปรึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไม่โดดเดี่ยว ที่สำคัญ เรายึดหลักการดูแลผู้ป่วยอย่างเท่าเทียม ไม่ให้ฐานะหรือพื้นที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา”

รศ. พญ.กิติวรรณ โรจนเนืองนิตย์ มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก กล่าวว่า “ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 2-3 ล้านคน จากโรคหายากมากกว่า 7,000 ชนิด โดยโรคท้าวแสนปมหรือ NF1 เป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต มีอัตราการเกิด 1 ใน 3,000 คนของประชากรทั่วโลก ผู้ที่เป็นโรคนี้ร้อยละ 50 มีประวัติครอบครัว ขณะที่อีกร้อยละ 50 เกิดจากการกลายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นเอง แม้โรคหายากแต่ละโรคจะพบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อรวมกันแล้วถือเป็นประเด็นสาธารณสุขที่สำคัญ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะการเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษา รวมถึงกลไกเชิงนโยบายและระบบในทางปฏิบัติยังไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย”

ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวถึงโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ว่าสามารถตอบโจทย์การวินิจฉัยโรคหายากที่ซับซ้อนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีการถอดรหัสพันธุกรรมผู้ป่วยหลายกลุ่มโรคแล้วกว่า 50,000 คน ในจำนวนนั้นเป็นผู้ป่วยโรคหายาก เช่น โรคท้าวแสนปม และครอบครัวกว่า 18,000 ราย ช่วยเพิ่มอัตราการวินิจฉัยได้ถึงร้อยละ 37 และร้อยละ 22 ได้รับการรักษาที่ตรงจุด เช่น การปรับเปลี่ยนโภชนาการหรือการให้ยาที่เหมาะสม ซึ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้จริง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่เข้าสู่ระบบสุขภาพของประเทศเพื่อให้ประชาชนไทยเข้าถึงการแพทย์แม่นยำได้อย่างเท่าเทียม

ด้าน ภมรมาส สาลีพัฒนา ผู้ก่อตั้งชมรมบ้านท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ป่วย NF1 และครอบครัวจำนวนมากต้องเผชิญความเจ็บปวดจากโรค การถูกตีตราทางสังคม สิทธิรักษาที่ยังไม่ครอบคลุม และภาระค่ารักษาพยาบาล กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ NF1 แต่ต้องการบอกผู้ป่วยว่า พวกเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่ลำพัง ทุกเสียงของผู้ป่วยมีความหมายและเป็นพลังในการผลักดันให้เกิดการรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง เรายึดแนวคิด ‘เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย’ เพื่อย้ำว่าผู้ป่วยไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของโรค แต่ควรได้รับการดูแลแบบองค์รวมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การขยายสิทธิประโยชน์ เช่น การผลักดันยาจำเป็นเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ การพัฒนานโยบายและกองทุนโรคหายาก ตลอดจนโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการยอมรับจากสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนแสดงศักยภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และเปล่งประกายเหมือนคนทั่วไป”

ภายในงานมีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือน อาการ การวินิจฉัย และแนวทางรักษา NF1 เวทีสะท้อนเสียงร่วมกันของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ชีวิตกับ NF1 พร้อมกิจกรรมเสริมพลังใจ โดยมีศิลปินแว่นใหญ่ (โอฬาร ชูใจ) ร่วมขับกล่อมบทเพลง สร้างบรรยากาศแห่งการให้กำลังใจ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชนทั่วไป สะท้อนความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล ภาคีเครือข่าย และผู้ป่วย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

สำหรับ “NF1 สัญจร” ครั้งที่ 2 จัดต่อเนื่องจากครั้งแรกในภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาเมื่อปลายปี 2568 มีเป้าหมายขยายเครือข่ายผู้ป่วยและครอบครัวสู่ภูมิภาคต่างๆ ส่งเสริมการพบแพทย์และตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระยะยาว และผลักดัน “ความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา” ให้เกิดขึ้นจริง

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN  สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ผ่านความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (UNDP BIOFIN) จัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ภายใต้ธีม “Acting Locally for Global Impact” รวมผู้นำนานาชาติ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และชุมชน สร้างต้นแบบการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้ชื่อ “NEXTOPIA Gaming Application – Digital Finance for Nature” นวัตกรรมการเงินดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในเมืองกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น ผ่านกลไกเกมการศึกษา (edutainment) และการระดมทุนสาธารณะ (crowdfunding) บนแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp โดยเปิดพื้นที่ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บริเวณชั้น 5A ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จากระดับชุมชนไทยสู่เวทีโลก

งานครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพโลก (Global Biodiversity Framework) ภายใต้แนวคิด “Acting Locally for Global Impact” สะท้อนความเชื่อว่า การลงมือทำในทุกระดับ ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านธรรมชาติของโลกทั้งใบ ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ได้แก่ นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย, เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย, ศลยา ณ สงขลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน),       

ศรสวรรค์ พงษ์เผ่า ผู้จัดการความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย, รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ดร.พรชัย จุฑามาศ เลขานุการมูลนิธิโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.), อรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (Big Trees Project), เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี, ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการอิสระ, Environman สื่อและคอมมูนิตี้ออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อมชั้นนำของไทย ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการปกป้องระบบนิเวศและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน

เวทีเสวนานานาชาติ: จากนโยบายโลก สู่การลงมือทำจริง

ไฮไลต์สำคัญของงาน “International Day for Biodiversity 2026”  ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569   ที่ผ่านมา คือการรวมตัวผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ นักการทูต นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำ และภาคประชาสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกรณีศึกษาการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงระดับนโยบาย การลงทุน และการลงมือทำจริงในพื้นที่

โดยเวทีเสวนาแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ “The Global Vision” ว่าด้วยภาพรวมสถานการณ์ธรรมชาติของโลก บทบาทภาคเอกชน และการลงทุนด้าน ESG การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติอย่างยั่งยืน, “The Collaboration: Local Roots & Heart of Nature” เปิดกลยุทธ์การขับเคลื่อน Biodiversity Finance Plan ที่มุ่งเน้นการปิดช่องว่างด้านการเงินเพื่อธรรมชาติของไทย ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Siam Piwat และ UNDP BIOFIN ผ่านการสร้าง NEXTOPIA Digital Gaming เป็นกลไกการเงิน crowdfunding สนับสนุนการขับเคลื่อนงานของมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และมูลนิธิ อพ.สธ. เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศที่มีค่าของประเทศไทย          และ “The Blue Frontier” บทบาทความร่วมมือในการผนึกกำลังปกป้องชายฝั่งทะเลไทย ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Workshop : Crafting for the Planer เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของงานคือ Workshop : “Crafting for the Planet” เวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ งานคราฟต์ และวิทยาศาสตร์ เช่น การจัดสวนขวดเพื่อเข้าใจระบบนิเวศและพันธุกรรมพืช งานคราฟต์จากวัสดุทางทะเลเพื่อเรียนรู้ทรัพยากรชายฝั่ง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน ผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปไม่เพียงได้รับความรู้ แต่ยังได้แสดงเจตจำนงในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านคำมั่นสัญญาเล็ก ๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติจริง สะท้อนแนวคิดว่า “การเปลี่ยนโลก เริ่มต้นได้จากมือของเราเอง”

ภาพถ่ายที่เล่าเรื่องธรรมชาติ: เมื่อวิทยาศาสตร์พบมนุษย์

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา NEXTOPIA ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอีกมิติหนึ่งของธรรมชาติผ่านนิทรรศการภาพถ่าย โดย จิตรทิวัส พรประเสริฐ ช่างภาพสารคดี ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “Hidden Paradise ” พื้นที่ธรรมชาตินอกเขตอนุรักษ์ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากเสียจนหลายครั้งอาจถูกมองข้าม หรือไม่เคยหยุดมองอย่างลึกซึ้งผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความรู้สึกและประสบการณ์ของมนุษย์ นิทรรศการชวนผู้ชมมองเห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และดำรงอยู่ร่วมกับผู้คนในทุกๆพื้นที่ โดยจิตรทิวัส พรประเสริฐ มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดเรื่องราวภาพถ่ายความหลากหลายทางชีวภาพที่นำมาจัดนิทรรศการ

NEXTOPIA: พื้นที่ต้นแบบ Regenerative Design ของเมือง

การจัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ตอกย้ำบทบาทของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ในฐานะแพลตฟอร์มด้าน Regenerative Design และนวัตกรรมความยั่งยืน ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดง ห้องทดลอง และสะพานเชื่อมระหว่างผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่น องค์กรระดับโลก และสังคมเมือง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และธรรมชาติ

งาน “International Day for Biodiversity 2026”  นับเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ช่วยยกระดับบทสนทนาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยสู่เวทีสากล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Citizen of Earth ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่  เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 - Everybody Changes’

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตพญาไท ร่วมกับ BrandThink และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน เตรียมจัดงาน ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’ เทศกาล Creative Hopping ที่จะชวนผู้คนออกมาเดินสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ ย่านอารีย์ กรุงเทพมหานคร

เทศกาล ‘ThinkFest 2026’ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงอีเวนต์เดินเที่ยว แต่คือการทดลองโมเดลใหม่ของการพัฒนาเมืองผ่าน Creative Economy และ Soft Power โดยใช้อารีย์เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ภาครัฐ เอกชน ครีเอเตอร์ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น เข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อทำให้อารีย์ไม่ใช่แค่ย่านคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือที่ทำงานของคนเมือง แต่กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ที่ทุกซอยมีเรื่องเล่า ทุกพื้นที่มีประสบการณ์ และทุกการเดินคือโอกาสในการค้นพบสิ่งใหม่

รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ThinkFest 2026 เป็นตัวอย่างของการทำให้เมือง ‘น่าอยู่’ และ ‘น่าเที่ยว’ ไปพร้อมกัน อารีย์มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการเป็นย่าน ที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ ความคิด และวิถีชีวิตร่วมสมัย เป็นทั้งพื้นที่ที่มีรากของเรื่องราวการบ้านการเมืองไทย เป็นย่านเดินได้ มีธุรกิจท้องถิ่นที่แข็งแรง และที่น่ายินดีมากไปกว่านั้น คือการที่อารีย์มีคนรุ่นใหม่เข้ามาใช้พื้นที่ สร้างกิจกรรม และตีความย่านนี้ ในรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง

งานนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรม แต่เป็นการชวนทุกฝ่ายมาช่วยกันดึงศักยภาพของย่านออกมาให้เห็นชัดขึ้น ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเมือง และคุณภาพชีวิตของคนในย่าน แนวคิดสำคัญของกรุงเทพมหานคร คือการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจาก ‘คนในพื้นที่’ เพราะไม่มีใครรู้จัก รัก และผูกพันกับย่าน ของตัวเองได้มากไปกว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นจริงๆ”

สายชล จังสมยา ผู้อำนวยการเขตพญาไท กล่าวเสริมว่า  “ในมุมมองของการบริหารจัดการเมือง ผมมีความเชื่อเสมอครับว่า การพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ไม่สามารถเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จได้จากนโยบายของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยพลังของผู้คนในพื้นที่เป็นฟันเฟืองหลัก อารีย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ย่านที่พักอาศัย หรือเป็นแค่แหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง แต่สำหรับผม อารีย์คือ ‘ต้นแบบของ Community ที่มีชีวิต’ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า เมื่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่าน รู้จัก รัก และผูกพันกับพื้นที่ของตนเอง พวกเขาจะสามารถร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด บทบาทของสำนักงานเขตพญาไท จึงไม่ใช่การเข้าไปขีดเส้นกำหนดว่าอารีย์ควรจะเป็นแบบไหน แต่หน้าที่ของเราคือการเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ คอยเชื่อมโยง สร้างโอกาส และปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ภาพฝันที่คนในย่านอยากเห็น สามารถเกิดขึ้นได้จริง

เอกลักญ กรรณศรณ์ Managing Director จาก BrandThink กล่าวว่า “บทบาทของ BrandThink ในฐานะ Creative Business Company ต้องการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมรัฐ เอกชน ครีเอเตอร์ และชุมชน เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดลของการสร้าง Creative District ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนท์หรือจัดอีเวนต์เป็นครั้งคราว แต่เป็นการใช้พลังของ Creator Ecosystem มาช่วยขับเคลื่อนเมือง สร้างโอกาสให้แบรนด์ และต่อยอดเศรษฐกิจของชุมชนได้พร้อมกัน

คอนเซ็ปต์ Everybody Changes เกิดจากอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต หลายคนรู้สึกว่าตัวเองถูกกำหนดด้วยอัลกอริทึม ความคาดหวังของสังคม และสูตรสำเร็จที่บอกว่าต้องเก่งขึ้น เร็วขึ้น หรือเป็นอะไร บางอย่างตลอดเวลา ThinkFest 2026 จึงอยากชวนทุกคนออกมา ‘เลือก’ ประสบการณ์ของตัวเองอีกครั้ง ผ่านรูปแบบ Self-Curated Experience ที่ผู้ร่วมงานสามารถ Hopping ไปตามสิ่งที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เพลง หนัง เวิร์กช็อป แฟชั่น ตลาดนัด หรือการเดิน สำรวจซอกซอยอารีย์”

เตรียมพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจใน ThinkFest 2026

ThinkFest 2026 จะชวนทุกคนมา Creative Hopping ทั่วอารีย์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เลือกจอยได้ตามสไตล์ของตัวเอง ทั้งการเดินกิน ฟังเพลง ดูหนัง เวิร์กช็อป ช็อปแฟชั่น และสำรวจย่านในจังหวะที่สนุกขึ้น

FOOD: พบกับ Sauce Tour ที่พาไปค้นหาร้านอาหาร Hidden Gems และร้านเด็ดในย่านอารีย์ ตั้งแต่โยเกิร์ตกรีก พิซซ่าร้านดัง เครปสมหวังขวัญใจคนอารีย์ ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ของการรู้จักย่านนี้มากขึ้น พร้อมอีกหนึ่งสีสันอย่าง ‘เตี๋ยวป๊อก Clubbing’ ที่หยิบก๋วยเตี๋ยวป๊อกมาสร้างบรรยากาศใหม่ด้วย DJ Clubbing ให้กลายเป็นโมเมนต์ Hyper-Local ที่ถ่ายคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

MUSIC: เปลี่ยนอารีย์ยามค่ำให้เป็น Music District ผ่านคอนเสิร์ตหลากหลายรูปแบบบนพื้นที่ GUMP’s Ari โดยความร่วมมือกับค่ายเพลงชั้นนำ อาทิ GMM, LOVEiS และ What The Duck

WORKSHOP: พบกับกิจกรรมที่ชวนทุกคนกลับมาสำรวจตัวเองในแบบสนุกและเข้าถึงง่าย เช่น Moody Universe ที่ชวนสำรวจ Mental Health ผ่านการเปิดตัว Moody Character ใหม่ และเวิร์กช็อปทำของฮีลใจในแบบของตัวเอง รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปและ Talk Session ในพื้นที่ White Cloud ซอยอารีย์ 3 

CINEMA & CONTENT: สายหนังและสายคอนเทนต์จะได้พบกับ BrandThink Cinema ที่เตรียมเปิดตัวหนัง  อาทิ Tame เลี้ยงไม่เชื่อง, I’m not your ladyboy, อรุณกาล และสารคดีที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลนานกว่า 30 ปี กับการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี ‘PARADOX’ ของวง ‘พาราดอกซ์’ พร้อมร่วมพูดคุยกับศิลปิน นักแสดงและผู้กำกับฯ

FASHION & COMMUNITY: พบกับ ‘ตราหลาด’ ตลาดมีตรา by CheezeLooker ภายใต้แนวคิด ‘ของเปลี่ยนมือ คนเปลี่ยนมุมมอง ความสัมพันธ์ใหม่เริ่มขึ้น’ หยิบพลังของ Street Fashion Community มาสร้างตลาดนัดริมถนน ริมกำแพง และพื้นที่ต่างๆ ในอารีย์ให้กลายเป็นจุดนัดพบของคนมีสไตล์

HOPPING: รู้จักอารีย์ให้ลึกขึ้นผ่านกิจกรรม Walk Ari by RollingRun ที่เปลี่ยนจาก Run Club มาเป็นการ ‘เดินเล่นชมย่านอารีย์’ เพื่อให้ผู้คนได้มองเห็นรายละเอียดของย่านมากขึ้น ทั้งร้านเก่า ร้านใหม่ Community Space จุดเช็กอิน และบรรยากาศของซอยที่หลายคนอาจเคยผ่าน แต่ไม่เคยหยุดมอง

ใครอยากจอยกิจกรรมไหน แนะนำให้เช็กตารางและสำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ https://restspace.me/event?utm_source=ig

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

ศูนย์การค้าบราโว่ บีเคเค ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางแห่งนางงามโลกอีกครั้ง กับการเปิดตัวสุดอลังการในงาน “WELCOME ALL THE STARS TO BANGKOK & SASHING CEREMONY”  รวม 56 สาวงามระดับแนวหน้าของโลกจากหลากหลายเวทีนานาชาติ  ร่วมชิงมงกุฎ  “The All Stars Crown” ในรอบตัดสิน 30 พฤษภาคม นี้

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนจากแฟนคลับทั่วโลก กับการปรากฏตัวของผู้เข้าประกวดที่ล้วนเป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จ เคยผ่านเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Miss Grand International, Miss Universe, Miss World, Miss Earth และอีกหลายเวทีชั้นนำ กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในเวทีที่รวม “ที่สุดของที่สุดของนางงาม” อย่างแท้จริง

ไฮไลต์ในค่ำคืนวันเปิดตัว และการปรากฏกายของพิธีกรคนพิเศษอย่าง ซีเจ โอเปียซา มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 เรียกความคึกคักด้วยแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำสุดร้อนแรง ตามด้วยโชว์ชุดค็อกเทลที่ถ่ายทอดความสง่างามและพลังของทั้ง 56 ดวงดาว ให้พวกเธอได้เปล่งประกายเรียกแสงแฟลซและยอดกดไลท์ถล่มทลายผ่านหน้าจอ Youtube : Grand TV  ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญ “พิธีสวมสายสะพาย” อย่างเป็นทางการ โดย บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งเวที Miss Grand International ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องทั้งฮอลล์

บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวถึงความสำคัญของเวทีนี้ว่า “MGI All Stars ไม่ใช่แค่เวทีประกวดนางงาม แต่คือเวทีของผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน ทุกคนเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่ยังเลือกกลับมาท้าทายตัวเองอีกครั้ง นี่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พิสูจน์ศักยภาพอย่างแท้จริง บนระบบการตัดสินที่โปร่งใส และยุติธรรมที่สุดในโลกครับ โดยคณะกรรมการและแฟนนางงามเป็นผู้ร่วมตัดสินทั้งหมด”

ในงานยังเผยโฉมคณะกรรมการ นำโดย Osmel Sousa Legendary ไอคอนระดับตำนานแห่งวงการนางงาม, Natalie Glebova Miss Universe 2005 , Isabella Menin Miss Grand International 2022 , Abena Appiah Miss Grand International 2020, Omar Harfouch นักเปียโนและนักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลก, Lupita Jones Miss Universe 1991, Jojo Bragais President and CEO of Jojo Bragais Shoes เซอร์ไพรซ์สุดกับการประกาศ ทราย สิรณัฐ สก็อต ร่วมเป็นกรรมการทุกรอบการแข่งขัน

ความพิเศษของ MGI All Stars คือระบบการตัดสินรูปแบบใหม่ โปร่งใส 100% โดยคะแนนจากคณะกรรมการคิดเป็น 70% และคะแนนจากผู้ชมทั่วโลกคิดเป็น 30% ผ่านระบบ Median Score โชว์ผลคะแนนพร้อมกับเห็นหน้ากรรมการผู้ให้คะแนน ซึ่ง บริษัท  มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ออกแบบมาเพื่อความยุติธรรมสูงสุดต่อผู้เข้าประกวด และเปิดโอกาสให้แฟนนางงามมีส่วนร่วมในการกำหนดผลลัพธ์ในทุกช่วงของการแข่งขัน

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลสำคัญ “World’s Choice Award” ให้ผู้เข้าประกวดที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ผ่านเข้าสู่รอบ Top 18 โดยอัตโนมัติ สร้างแรงกระเพื่อมให้แฟนคลับต้องร่วมพลังโหวตอย่างเข้มข้น และอีกหนึ่งไฮไลต์ของค่ำคืนนี้ที่สะกดทุกสายตา คือการเปิดตัวมงกุฎ “The All Stars Crown” จากแบรนด์ Beauty Star สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ที่จะถูกสวมให้กับผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวจาก 56 ประเทศทั่วโลก

หลังจากค่ำคืนแห่งการเปิดตัว ผู้เข้าประกวดทั้งหมดเดินทางไปทำกิจกรรมเก็บตัว ณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากนั้นเข้าสู่รอบการแข่งขันหลัก ได้แก่ 27 พฤษภาคม รอบ Preliminary Round 1 (ชุดราตรี และ Bareface)  28 พฤษภาคม รอบ Preliminary Round 2 (ชุดว่ายน้ำ และ Runway Challenge)  และรอบตัดสิน 30 พฤษภาคม

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่จุดเริ่มต้นของการแข่งขัน แต่คือการประกาศศักดาของเวทีใหม่ที่พร้อมยกระดับวงการนางงามโลก และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเวทีประกวดระดับนานาชาติMGI All Stars 2026 กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และทั้งโลกกำลังจับตามองว่า ดาวดวงใดจะได้เปล่งประกายสูงสุด คว้ามงกุฎแรกแห่งเวที MGI All Stars ไปครอง

ติดตามกิจกรรม MGI All Stars ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV  เฟสบุ้ค: Miss Grand International ,อินสตาแกรม : missgrandinternational และ TikTok

ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:00 น. ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.สันติ พิมพ์ใจใส นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาทาง(ประเทศไทย) 

รวมทั้งคณะผู้บริหาร สส.ศท. นาย พัชรวัฒน์  พุฒิชัยธนาสิริ  รองประธานกรรมการ/ ดร.สาวิกา สาวิสา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ / ดร.รชต. ลาตีฟี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ/นางสาว พัศญา เพชระพรรณ รองประธานที่ปรึกษา/นางสาว ชณันภัสร์ ไชยอักษรวิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ  /นางสาวชนนิศา สาวิสา /อ.ณัฏฐ์กานดา เทวรุ่งสัจจา คณะกรรมการ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี  เพื่อรับฟังโอวาส ณ วังวรดิศ ซึ่งเป็นที่พำนักและพิพิธภัณฑ์ของทายาทราชสกุลดิศกุล ตั้งอยู่เลขที่ 204 ถนนหลานหลวง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ท่านองคมนตรีได้มอบโอวาทและข้อคิดในการดำเนินชีวิต โดยเน้นย้ำถึงการทำความดี การพัฒนาตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น และการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ พร้อมทั้งให้สมาคมและองค์กรสมัชชาฯร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนส่งเสริมสนับสนุนระบบการศึกษาของประเทศไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และหลักการของวัฒนธรรมไทยด้วยความระลึกถึงและสำรวมในจิตไมตรีอันดียิ่ง ในโอกาสที่ได้รับความกรุณาให้เข้าพบครั้งนี้ ท่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล แสดงความรู้สึกว่าเป็นห้วงเวลาแห่งการร่วมถวายความอาลัย น้อมใจรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งขอขอบพระคุณในมิตรภาพและความเมตตาอันอบอุ่นที่มอบให้ข้าพเจ้าเสมอมา กราบเรียนขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง