แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

ขอแสดงความยินดีกับ ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา” รุ่นที่ ๑๕ วาระครบรอบ ๕๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ในงาน “วันเกียรติยศ นักเรียนเก่าดีเด่น บดินทรเดชา” ประจำปี ๒๕๖๙
ณ หอประชุมอาคารบดินทรพิพัฒน์  โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เมื่อเร็วๆนี้

โดยงานนี้ได้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ อันเป็นแรงบรรดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวไอ.ซี.ซี. และนักเรียนเก่าบดินทรเดชาอย่างแท้จริง

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กล่าวว่า “จากคำกล่าวที่ว่า ‘เสร็จศึกจะสร้างคน’ ของ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้นำมาสู่การก่อกำเนิดสถาบันที่มุ่งสร้างคนดี คนเก่ง และบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและประเทศชาติ ที่ยังคงสะท้อนคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน ดิฉันขอขอบพระคุณคณาจารย์ สมาคมนักเรียนเก่าฯ และคณะผู้บริหารโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้มอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติ และกำลังใจสำคัญในการมุ่งมั่นสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม และองค์กรต่อไปค่ะ”

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

-ฝรั่งอาจจะเรียกว่า “Throwing cold water over somebody” ในเหตุการณ์สัปดาห์ที่แล้วเมื่อ ประธานาธิบดี XI ให้การต้อนรับการมาเยือนจีนของ ประธานาธิบดี Trump อย่างยิ่งใหญ่ วันสุดท้ายของการเยือน ท่าน XI ได้ให้เกียรติเป็นกรณีพิเศษพา Trump ไปชมสถานที่ “ต้องห้าม” สวนโบทานิคธรรมชาติ “จงหนานไห่” ซึ่งเป็นที่พักและที่ทำการของผู้นำจีนในอดีตอยู่ในพระราชวังหลวงติดกับ “พระราชวังต้องห้ามปักกิ่ง” อีกทั้งกล่าวกันว่าเป็นสถานที่กุมความลับการเมืองจีนมากมาย และท่าน XI ยังภูมิใจกล่าวย้ำว่านอกจาก “จงหนานไห่” จะเป็นสถานที่ๆมีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์แล้วภูมิทัศน์ยังเต็มไปด้วยความสวยงามลึกซึ้ง Trump ได้กล่าวเสริมว่า “ดอกกุหลาบที่นี่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็น” ซึ่งท่าน XI ก็ได้ตอบสนองด้วยการตกลงจะส่งเมล็ดพันธุ์กุหลาบต้นนี้ไปให้ทรัมป์ที่สหรัฐฯ…มาถึงประเด็นการพูดคุยที่ว่า “จงหนานไห่” เป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ซึ่ง Trump ถามว่านอกจากเขาแล้วมีผู้นำอื่นอีกไหมที่ได้รับเกียรติ, ท่าน XI เป็นคนตรงอยู่แล้วตอบว่า คนแรกที่ได้รับเกียรติคือ ประธานาธิบดีปูติน !…

-นับเป็นความฝันอันสูงส่งของนักการเมืองแทบทุกคน หวังจะก้าวขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี ของประเทศ ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นได้ว่ากิเลสนี้สามารถก่อให้เกิดเหตุไม่คาดคิด อาทิ กรณีเพื่อนรักต้องมาหักเหลี่ยมโหด และแม้แต่พี่เขยแสนดียังต้องขัดใจกับน้องรัก นอกจากนั้นยังอาจเป็นทุกขลาภ โชคดีปลื้มใจได้ 5-6 เดือนแล้ว มักมีอาการปัญหาสุขภาพตามมา เพราะนายกฯไทยต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว…สมัยรัฐบาลของมิสเตอร์ “โน โพรเบล็ม” พล..ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีก็เคยปรารภในวงสนทนากับกลุ่มคอลัมนิสต์อาวุโสว่า ย้อนไปสมัยท่านมาเป็น รมต.อุตสาหกรรม บังเอิญเป็นยุคเศรษฐกิจไทยเริ่มเฟื่องฟูการงานเยอะมาก ญาติๆก็มาเตือนว่า “ท่าน อุตส่า-หา-กรรม” พอมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ถึงได้รู้ว่างานหนักกว่าหลายเท่า ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวเลย…

-ขอแสดงความยินดีกับ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กงสุลใหญ่  เมืองดูไบ และจะเดินทางไปรับตำแหน่งในเร็ววันนี้…

-ส่วน ปราโมทย์ ฐิติวงศ์ฤทธิ์ จากกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอแสดงความยินดีด้วย…

-ดีใจอีกเรื่องกับ พิชิต สุขไผ่ตา เจ้าของเพจอีจันที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ศิษย์เก่าดีเด่น ของโรงเรียนบดินทร์เดชาฯ ประจำปีนี้…-0- ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ รศ.ปิยะชาติ แสงอรุณ อาจารย์เกษียณอายุราชการ สาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ พิธีสวดพระอภิธรรม 22-26 พ.ค.19.00 น. ณ ศาลา 11 วัดธาตุทอง และ พิธีฌาปนกิจศพ 27 พ.ค.17.00 น…

-บินไปท่องเที่ยวที่เมืองจีนหลายวัน กลับมาถึง กทม.เรียบร้อยแล้ว มนฤดี เกตุพันธ์ุ แจ้งเตือนไปยังญาติสนิทมิตรสหายว่า อย่าลืมลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” (60-40)เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อใช้สิทธิตามมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อคนไทย…ปรากฏว่าเพื่อนๆพร้อมใจกันขานรับเพียบ…ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนากันนะทุกๆคน…รวยไม่ไหวแล้วจ้ะ !!…

บารอนเนส

‘ทีมยูนิฟายด์’ ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

'ทีมยูนิฟายด์' ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

‘ทีมยูนิฟายด์’ ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

ทีมฟุตบอลหญิงไทย เป็นหนึ่งใน 12 ทีม ที่เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันระดับโลก Special Olympics Unified Football World Cup 2026 ณ กรุงปารีส อันเป็นการจุดประกายพลังของการอยู่ร่วมกันทางสังคม ผ่าน ‘ฟุตบอล’ กีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งทุกวันนี้ มีนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคเกือยครึ่งล้านคนที่เล่นฟุตบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก

นับว่า เป็นครั้งแรก ที่นักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้มีโอกาสการเข้าร่วมรายการแข่งขันระดับบอลโลกครั้งนี้ เป็นการแสดงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และความภาคภูมิใจของประเทศไทยบนเวทีโลก

ทั้งนี้ ดร. ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมกีฬาในภาพรวม และความสำคัญของการแข่งขันในครั้งนี้ ว่า “ในมุมของการกีฬาแห่งประเทศไทย การที่ทีมฟุตบอลหญิงไทยได้ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ มีความสำคัญต่อวงการกีฬาไทย และต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญนั้น มิใช่เพียงเรื่องผลการแข่งขัน แต่คือการแสดงให้เห็นว่า กีฬาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับนักกีฬาทุกคน ที่รวมถึงนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญา การแข่งขันในรูปแบบกีฬายูนิฟายด์ ที่นักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาและนักกีฬาที่ไม่มีความพิการ ได้เล่นร่วมกันในทีมเดียว สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความเข้าใจ ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแท้จริง นับว่า “การเล่นกีฬา” มีความสำคัญและจำเป็น ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม และการสร้างทัศคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้พิการทางสติปัญญา”

ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของสมาคมฯ       ในการสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาไทย จากระดับรากหญ้า สู่ระดับโลก ว่า “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาศักยภาพความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาในประเทศไทย และ ฟุตบอลเป็นกีฬาสำคัญที่นำแนวคิด กีฬายูนิฟายด์ มาใช้ ทุกวันนี้ มีนักกีฬาฟุตบอลทั่วประเทศจำนวนมาก และ มีนักกีฬาฟุตบอลหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทีมชุดนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการคัดเลือก ผ่านระบบ “ฟุตบอลลีคหญิง” ทำ เพื่อให้ได้ทีมที่มีความพร้อมที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาฟุตบอลเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่ช่วยเปิดทางให้นักกีฬาได้พัฒนาตนเอง ฉะนั้น การเดินทางสู่เวทีโลกครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงความสำเร็จของนักกีฬากลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคทั่วประเทศ  รวมถึงครอบครัว และผู้ฝึกสอนทุกคน ด้วย”

ดร.ฤทธิรงค์ อินทรจินดา ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลชุด  Unified Football World Cup 2026 กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันบอลโลก ว่า “ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมทีมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคกีฬา สมรรถภาพร่างกายความแข็งแกร่งทางจิตใจ ประสบการณ์ในการแข่งขัน รวมถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกันอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา ทีมได้มีการฝึกซ้อมและเก็บตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาได้เรียนรู้ทั้งทักษะในสนาม การรับมือกับความกดดัน การปรับตัวระหว่างการแข่งขัน และการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันภายในทีม โดยเฉพาะก่อนเดินทางไปแข่งขันจริง จำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของนักกีฬา โภชนาการ การพักผ่อน การป้องกันการบาดเจ็บ และการเสริมกำลังใจให้ทุกคนมีความพร้อมเต็มที่ เพราะทีมหญิงไทยชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมที่ไปแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นทีมที่สะท้อนศักดิ์ศรี ความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความสามัคคีของนักกีฬาทีมชาติไทย”

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการสัมภาษณ์พิเศษกับ Special Olympics Thailand Group Ambassador BNK48 ที่ส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน ว่า “ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต หรืออยู่ในสนามฟุตบอล หัวใจสำคัญที่เหมือนกัน คือ การฝึกซ้อม ความสามัคคี การเชื่อมั่นในทีม และการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดใด ๆ”

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.36 น.

หนังไทยแรงไกลถึงคานส์ ฝรั่งเศส “คช Mahout” ทุ่มสร้างและนำแสดงโดย ปลา – เพียงฤทัย โกมารทัต ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับช้างไทยในหลากหลายมุมมอง ที่กระแสแรงตั้งแต่ยังไม่ฉาย  โดยได้รับการคัดเลือกและสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP Department of International Trade Promotion) กระทรวงพาณิชย์ ให้ไปออกบูทที่คานส์ ฝรั่งเศส “Cannes Film Festival 2026”

ปลา – เพียงฤทัย เปิดเผยว่า เทศกาลคานส์ปีนี้คึกคักมากๆ ปลาไปเดินพรมแดง ทั้งหมด 4 รอบ เพื่อเข้าไปดูหนังรอบ world premiere ซึ่งฉายครั้งแรกของโลก โดยปลาเป็นคนออกแบบชุดเองและสั่งดีไซเนอร์ตัดให้ อีกทั้งตนเองยังนำหนัง คช Mahout ไปออกบูทขายภายในงานอีกด้วย นับเป็นความสำเร็จของหนังไทยที่ คช Mahout ติด 1 ใน 15 หนังในโปรแกรม Thailand Where films Alive

ทั้งนี้ หนังคช Mahout ได้รับหลายรางวัลการันตีคุณภาพจาก Bangkok Movie Awards 2025 สาขา Best Narrative Feature รางวัลหนังเล่าเรื่องยอดเยี่ยม อินโดนีเซีย Dimension Independent Film Festival 2025 สาขา Best Narrative Feature หนังเล่าเรื่องยอดเยี่ยม และได้หนังอาเซียนยอดเยี่ยม Best Asian Feature Film จาก Moscow Asian Film Festival

สำหรับแฟนๆ สามารถฟังเพลงประกอบหนัง คช Mahout เหมือนกลับชาติมารัก Reborn Love ( https://www.youtube.com/watch?v=LB3ljBc0dtw ) ได้แล้ววันนี้ หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Youtube / Plah Blah Blah Official / FanPage แฟนเพจ : Plah Komaratat / Pla Blah Blah production / IG : plahblahblahofficial / TikTok : @plahkomaratat ผู้หญิงอย่าหยุดสวย http://www.plahblahblah.com และยังมี IG ไอจี + แฟนเพจ plah blah blah production

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดแถลงข่าวการประกวดสื่อสร้างสรรค์ สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ รวมถึงเป็นผู้ผลิตสื่อ และพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพของไทยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนที่เติบโตท่ามกลางสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ที่เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

กองทุนฯ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการผลักดันให้เกิดสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โครงการ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเป็นนักผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์หน้าใหม่ที่มีทักษะรู้เท่าทันสื่อ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ และทักษะที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อที่ตนเองผลิตได้ และเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยการสนับสนุนให้สถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ดังนั้น จึงควรมีการฝึกฝนเพื่อเสริมสร้างทักษะให้เด็กและเยาวชนมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อเพื่อรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม พร้อมกับส่งเสริมการใช้สื่อเป็นช่องทางในการศึกษาเรียนรู้ที่สำคัญไปพร้อมๆ กัน รวมไปถึงทักษะ Media Information and Digital Literacy (MIDL) เป็นกระบวนการสร้างสรรค์สังคมเพื่อให้พลเมืองมีทักษะในการตั้งคําถาม วิพากษ์วิจารณ์ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร และทักษะศตวรรษที่ 21 ที่ทั่วโลกให้ความสําคัญ และ Digital literacy จัดเป็นทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัลที่จำเป็นต่อการนำไปพัฒนาต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถงานดิจิทัลในด้านอื่นๆ

จากผลสำเร็จและการตอบรับของเยาวชนและโรงเรียน ที่ให้การตอบรับในการเข้าร่วมโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” ในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนไทยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศจาก 322 โรงเรียน จำนวนกว่า 2,444 คน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ จนได้มาซึ่งผลงานคุณภาพที่สะท้อนและสร้างความตระหนักเรื่องความสําคัญของการรู้เท่าทันสื่อ โดยฝีมือของเด็กและเยาวชนไทย จํานวน 30 ผลงาน โครงการได้ยกระดับกิจกรรมให้เข้มข้นขึ้น โดยการจัดกิจกรรมอบรมรณรงค์ส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Digi Camp On Tour) ที่จะนำความรู้ไปหาเยาวชน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก รถโรงเรียน (School Bus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพาหนะที่เชื่อมต่อโอกาสการรู้เท่าทันสื่อเข้ากับโรงเรียน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปผลิตผลงาน ที่สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตสื่อ เพื่อสร้างสรรค์สังคมต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานการผลิตคลิปสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” ความยาว 3-5 นาที ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 500,000 บาท โดยโครงการเริ่มเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศ ในเดือนตุลาคม 2569 นี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : Digi Camp และ Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือสามารถสอบถามได้ที่โทร. 095-723-1789, 095-257-8297

ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ” เชิญชวนคนโสดออกมา “เช็กอิน” และเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในช่วง Green Season ฤดูกาลที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดของปี ทั้งผืนป่าเขียวชอุ่ม สายหมอก ฝนโปรย และบรรยากาศแสนโรแมนติกที่ช่วยเติมเต็มทุกความรู้สึก พร้อมเตรียมปล่อยโปรโมชันสุดพิเศษรับหน้าฝน และกิจกรรมสุดฮอตท้าฝน เปิดรับสมัครคนโสดทั่วประเทศ ร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อออกไปพบปะผู้คนใหม่ ๆ และสร้างความทรงจำดี ๆ ท่ามกลางเสน่ห์ของฤดูฝน เปลี่ยนภาพจำของช่วง Low Season ให้กลายเป็น “Love Season” ฤดูกาลแห่งการเดินทาง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ และโอกาสในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ ๆ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์และความรู้สึกมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Coolcation และ Solo Travel ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้คนเริ่มมองหาธรรมชาติ บรรยากาศใหม่ๆ ความสงบ และช่วงเวลาที่ได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของ ททท. ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘Value is the New Volume’ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและความหมายของการเดินทาง ผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยโครงการ ‘LOVE Season’นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ททท. มุ่งหวังช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวหน้าฝน พร้อมกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน”

ไฮไลต์สำคัญของโครงการคือทริป “ปักหมุดรัก คึกคักฤดูฝน” ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 วัน 2 คืน ที่จะชวนคนโสดออกไปเปิดโหมดมีใจกลางธรรมชาติหน้าฝน กับกิจกรรมสุดฟินทั้ง Adventure, Speed Dating, และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในบรรยากาศแสนอบอุ่น ท่ามกลางเสน่ห์ของ Green Season ณ จังหวัดสระบุรี–เขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 18–20 มิถุนายน 2569 พร้อมเปิดรับสมัครคนโสดจากทั่วประเทศ จำนวนจำกัดเพียง 24 คนเท่านั้น เพื่อร่วมออกเดินทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ และสร้างโมเมนต์ดี ๆ ที่อาจทำให้หน้าฝนปีนี้พิเศษกว่าที่เคย นอกจากนี้ ภายในโครงการยังรวบรวมโปรโมชันและสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อร่วมสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในช่วง Green Season นี้

ททท. คาดหวังว่าโครงการ “LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ” จะช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวหน้าฝนของไทย ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสุข และประสบการณ์ที่มีความหมาย พร้อมกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เปิดรับสมัครคนโสดร่วมทริป ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569 จำกัดเพียง 24 คน เท่านั้น ติดตารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Love Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้ ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้  ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้ ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด(ประเทศไทย) จำกัด ขยายระยะเวลาแคมเปญ “แบรนด์คนละครึ่ง” โครงการภายใต้ลอยัลตี้แพลตฟอร์ม ‘ดื่มแบรนด์ สแกนเลขในขวด’ ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จากเดิม 19 มกราคม – 30 เมษายน 2569 หลังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านสิทธิ์เงินคืนทันที 50% สำหรับ 3 ขวดแรก พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด และสิทธิ์เงินคืนต่อเนื่องสูงสุด 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด ตลอดจนกิจกรรมชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมและลองดื่มแบรนด์ รับทันที 10 BRAND’S Points เพื่อส่งต่อทั้งสิทธิประโยชน์เงินคืนและคุณประโยชน์ของแบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับคนรอบตัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ซุปไก่สกัดในฐานะตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน

นางสาวจตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “โครงการ ‘แบรนด์คนละครึ่ง’ ได้เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นโครงการภายใต้ลอยัลตี้แพลตฟอร์ม ‘ดื่มแบรนด์ สแกนเลขในขวด’ ผ่านสิทธิ์เงินคืนทันที 50% สำหรับ 3 ขวดแรก และรับเงินคืนสูงสุด 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด รวมถึงสิทธิ์เงินคืนต่อเนื่องสูงสุด 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด โดยหลังการเปิดตัวแคมเปญ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศที่มองหาตัวช่วยเตรียมความพร้อมในชีวิตประจำวัน สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง มีผู้ร่วมสแกนจริงกว่า 250,000 คน และยอดสแกนสะสมกว่า 2.5 ล้านขวด จากกระแสตอบรับที่ดีนี้ แบรนด์จึงขยายระยะเวลาแคมเปญจากเดิม 19 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้เข้าร่วม และตอบแทนผู้บริโภคปัจจุบันที่ไว้วางใจให้แบรนด์ซุปไก่สกัดเป็นตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างทุกเช้าในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดพฤติกรรมการดื่มให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อรับคุณประโยชน์จากคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมได้ง่ายๆ เพียงลงทะเบียนผ่าน LINE Official Account @brandsworld และสแกนรหัสในขวด โดยมอบสิทธิ์เงินคืนสำหรับการดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด 3 ขวดแรก รับเงินคืนทันที 50% ผ่าน TrueMoney Wallet ระบบเติมเงินมือถือ และ BRAND’S Point ที่สามารถนำไปแลกเป็นบัตรของขวัญกว่า 60 รางวัล พร้อมสิทธิ์รับเงินคืนสูงสุดถึง 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด โดยเมื่อซื้อแบรนด์ซุปไก่สกัดขนาด 39 มล. ราคาขายปลีก 37 บาท, 42 มล. ราคาขายปลีก 39 บาท, 70 มล. ราคาขายปลีก 60 บาท และ 100 มล. ราคาขายปลีก 79 บาท ผู้บริโภคจะได้รับเงินคืนขวดละ 20 บาท สำหรับขนาด 39 และ 42 มล. รับเงินคืน 30 บาทสำหรับขนาด 70 มล. และรับเงินคืน 40 บาทสำหรับขนาด 100 มล. จำกัดสิทธิ์สำหรับ 3 ขวดแรก และ 1 สิทธิ์ต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมสิทธิพิเศษอย่างต่อเนื่อง ด้วยสิทธิ์เงินคืนสำหรับทุกขวดที่สแกนรวมสูงสุดถึง 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด

พร้อมกันนี้ แบรนด์ต่อยอดความพิเศษให้กับแคมเปญ ผ่านกิจกรรมและรางวัลใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ดังนี้

แบรนด์ยังชวนผู้บริโภคส่งต่อสิ่งดี ๆ ทั้งสิทธิ์เงินคืนและคุณประโยชน์ของแบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับคนรอบตัว เมื่อชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมและลองดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด พร้อมสแกนขวดแรก รับทันที 10 BRAND’S Points มูลค่า 10 บาท

ร่วมฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แฟนฟุตบอลทั่วไทยตั้งตารอ ด้วยรางวัลพิเศษสำหรับแฟนฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ เพียงสะสมครบ 4 BRAND’S Points รับสิทธิ์ลุ้นเสื้อฟุตบอลทีมชาติพร้อมลายเซ็นนักฟุตบอลระดับโลก จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 745,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับแบรนด์ซุปไก่สกัดขนาด 100 มล. รับคะแนนสะสม X3 ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

เอาใจผู้บริโภคที่ต้องเดินทางสัญจรด้วยรถยนต์ มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 84 รางวัล รวมมูลค่า 84,000 บาท สำหรับซุปไก่สกัดรสซุปไก่และซุปผัก เพียงสแกนเลขในขวด โดยขนาด 42 มล. รับ 1 สิทธิ์และขนาด 70 มล.รับ 2 สิทธิ

แคมเปญส่งเสริมการขายในร้านค้าปลีกรูปแบบดั้งเดิม ที่ผู้บริโภคสามารถนำยอดเงินที่ได้รับจากการสแกนมาแปลงเป็นคูปองส่วนลดร้านค้าที่ร่วมรายการ เพื่อใช้กับร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า เพื่อช่วยผู้บริโภคเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในชุมชนไปพร้อมกัน

“แคมเปญนี้ไม่ใช่เพียงโปรโมชัน แต่เป็นความตั้งใจของแบรนด์ในการสนับสนุนศักยภาพของคนไทยในทุกวัน พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ซุปไก่สกัดในฐานะ ‘ตัวช่วยในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน’ เพื่อให้คนไทยพร้อมลุยทุก การเริ่มต้นวันใหม่และใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกวัน”

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมภายใต้แคมเปญฯ สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @brandsworld

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร  สวัสดิวัตน์ รองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ เป็นประธานในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ อารยา อรุณานนท์ชัย รองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ  พร้อมด้วยคณะกรรมการทั้ง 2 มูลนิธิฯ ได้แก่ ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก, ดร.ประวิช รัตนเพียร, จิณณารัชต์  สัมพันธรักษ์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย  อัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรม ฯ รวมทั้งผู้แทนกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ ฯลฯ หน่วยราชการ – องค์การเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อถวายความอาลัย ด้วยความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระมหากรุณาธิคุณทรงรับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2526 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้งมูลนิธิ และประธานกรรมการดำเนินงานคนแรก เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงพระชนม์ชีพ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรร่วมกับคณะต่าง ๆ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา และได้ไปลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เป็นประจำทุกปี และมูลนิธิฯ ถวายความจงรักภักดี และถวายความกตัญญูกตเวทีแด่องค์พระบรมราชินูปถัมภ์แด่พระองค์ท่านโดย จัดกิจกรรมทางศาสนาถวายพระราชกุศลตั้งแต่ปี 2547 เป็นประจำทุกปี อาทิ 

จัดผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ ครั้งละประมาณ ๑๐๐ คน จากทุกจังหวัด บรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ด้วยความสนับสนุนของกระทรวงมหาดไทย จังหวัดนครปฐมและวัดพระปฐมเจดีย์ โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานในพิธี

จัดพิธีเจริญพระปริตรมหากุศลเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานในพิธี  ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมราชวัง ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา  ๘๐ พรรษา

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานโครงการ และประธานในพิธี นิมนต์พระสงฆ์ ครั้งละ ๙๙ รูป ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมราชวัง และพระอารามหลวง ประจำรัชกาลในสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เดือนละ ๑ แห่ง เป็นเวลา ๑๓ เดือน ด้วยความสนับสนุนของสำนักพระราชวัง กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ และพระอารามหลวงทุกแห่ง

จัดบรรพชาอุปสมบทหมู่ จำนวนมากถึง ๑๕๐ รูป จาก ๒๗ จังหวัด ณ วัดเทพประทานอธิพร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมาด้วยความสนับสนุนของ กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ กรมระชาสัมพันธ์ จังหวัดจันทบุรี  และวัดเทพประทานอธิพร โดยมีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานโครงการ และประธานในพิธี

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 63 ปี  ภายใต้แนวคิด “Partner of Your Success” ประกาศความพร้อมเดินหน้านำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านกลไก “TISTR Total Solution” ตอบโจทย์ภาคธุรกิจยุคใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในวันที่  25 พฤษภาคม 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ร่วมประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน และถวายราชสักการะ รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 10 เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคาร Admin

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าการ วว. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณประจำปี 2569 เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศชาติ ประกอบด้วย ผู้มีอุปการคุณภายนอก 2 ราย พนักงานทำคุณประโยชน์ 26 ราย พร้อมทั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานเพื่อองค์กรมาอย่างยาวนาน โดยแบ่งเป็น ผู้ปฏิบัติงานครบ 30 ปี จำนวน 18 ราย และครบ 20 ปี จำนวน 7 ราย ตามลำดับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการร่วมกันนำพาสถาบันฯ เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสังคมให้ยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว และ ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว.  

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว.  กล่าวถึงการดำเนินงานในปัจจุบันและภาพอนาคตสู่ความยั่งยืนว่า วว. มุ่งเน้นบูรณาการงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และสังคมผ่านกลไก “Total Solution” บ่มเพาะผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ ผ่านแผนงานเชิงรุกที่ตอบโจทย์กระแสโลก อาทิ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) การส่งเสริมนวัตกรรมปุ๋ยและเกษตรอัจฉริยะ (Net Zero Agriculture) รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทยเพื่อควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ เช่น นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาทุเรียน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย

สำหรับในส่วนของภาพอนาคตนั้น ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  กล่าวว่า  วว. ปักหมุดหมายเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล มุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงชั้นนำในภูมิภาค ที่ขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) พร้อมเคียงข้างเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จ และเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน

ผู้ประกอบการและผู้สนใจที่ต้องการรับบริการด้าน วทน. หรือร่วมมือทางธุรกิจและเทคโนโลยี สามารถเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อความสำเร็จไปกับ วว. ได้ที่ call center  โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” หรือติดตามข้อมูลข่าวสารนวัตกรรมที่ทันสมัยเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tistr.or.th

ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

เมื่อพูดถึงคำว่า “เมตาบอลิซึม” หลายคนมักจะนึกถึงการเผาผลาญแคลอรีหรือการลดน้ำหนัก ซึ่งแม้ว่าการลดน้ำหนักจะเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีเมตาบอลิซึมที่สมดุลคือสิ่งที่สำคัญ เพราะเมตาบอลิซึมคือรากฐานการทำงานของร่างกายทั้งหมด มีผลต่อความรู้สึกของเรา รวมถึงการชะลอวัยในระยะยาว

ดร. ลุยจิ แกรตตัน รองประธานสำนักงานสุขภาพและสุขภาวะ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ รวมทั้งยังเป็นแพทย์ที่ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพทั่วโลก จึงได้รวบรวมเคล็ดลับการดูแลเมตาบอลิซึมให้กับทุกคน โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างยั่งยืน

วิถีชีวิตแบบคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียด อาหารแปรรูป และการเคลื่อนไหวที่น้อยเกินไป สามารถทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสียสมดุลได้ ความเครียดเรื้อรังจะเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอลและกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมัน อาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลสูง ไฟเบอร์ต่ำ และขาดสารอาหารสำคัญจะทำให้การควบคุมความอยากอาหาร ระบบทางเดินอาหาร และความไวของอินซูลินบกพร่อง และการนั่งทำงานหรือนั่งรถนานๆ ก็จะลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้การเผาผลาญช้าลงและเกิดความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากเรื่องโภชนาการ การเคลื่อนไหว และการพักผ่อน สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เมื่อเราเติมพลังให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ เราจะสามารถฟื้นฟูระบบการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกายและมีสุขภาพดีได้ในระยะยาว

เคล็ดลับ แค่ปรับก็เปลี่ยนเมตาบาลิซึมให้กลับมาเป๊ะ

ปรับสมดุลอาหารในจาน : สิ่งที่เรากินคือรากฐานสำคัญของสุขภาพการเผาผลาญ และโภชนาการเองก็มีอิทธิพลต่อกระบวนการสำคัญต่างๆ ของการเผาผลาญ เช่น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเผาผลาญไขมัน การทำงานของลำไส้ การควบคุมฮอร์โมน และการอักเสบ  การกินโปรตีนไม่ติดมันจะช่วยสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญขณะพักที่สูงขึ้น รวมทั้งอาหารที่มีไฟเบอร์และสารอาหารจะช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี อิ่มนานขึ้น และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลนอกจากนี้ยังมีผักผลไม้บางชนิดที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น เช่น สารโพลีฟีนอล (polyphenols) ที่พบในส้ม เลมอน และเกรปฟรุต และสารแคปซิคัม (capsicum) ที่อยู่ในพริกชี้ฟ้าและพริกหวาน

ดังนั้น การจัดจานอาหารให้สมดุลไม่ได้หมายถึงการจำกัดอาหาร แต่มันคือการเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบำรุงระบบต่างๆ ที่ขับเคลื่อนการเผาผลาญของเรา

เคลื่อนไหวให้มากขึ้น : การเคลื่อนไหวคือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพเมตาบอลิซึมที่ดี การออกกำลังกายช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการใช้พลังงาน เพิ่มความไวของอินซูลิน และช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบจริงจังหรือแค่เดินเร็วๆ ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้นการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอจะเป็นตัวช่วยดูแลร่างกายได้ในระยะยาว เพราะทุกก้าวที่เดินจะช่วยส่งเสริมสุขภาพการเผาผลาญของเราในวันข้างหน้า

ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการฟื้นตัว    :  การนอนหลับมักถูกมองข้าม แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญต่อการควบคุมกระบวนการเมตาบอลิซึม เพราะในช่วงเวลาที่เราหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเผาผลาญ น้ำหนัก พลังงาน และความอยากอาหาร ทำให้การนอนแบบมีคุณภาพช่วยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน ควบคุมฮอร์โมนความหิว เช่น เลปติน (บ่งบอกความอิ่ม) และ เกรลิน (กระตุ้นความหิว) รวมถึงช่วยลดคอร์ติซอล ฮอร์โมนความเครียดที่บั่นทอนเมตาบอลิซึม ซึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การพักผ่อนมีคุณภาพ เช่น ลดเวลาอยู่หน้าจอก่อนนอน รักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ (7–9 ชั่วโมงต่อคืน) และมีกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน จะช่วยให้การพักผ่อนเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

สุขภาพเมตาบอลิซึมคือรากฐานของการมีชีวิตที่ดีที่สุดในทุกช่วงวัย และสร้างได้จากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอและรอบด้าน ทั้งการดูแลเรื่องโภชนาการ การเคลื่อนไหว และการพักผ่อนอย่างสมดุล

สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์  รับชมเคล็ดลับดีๆ จากเฮอร์บาไลฟ์ได้ทาง YouTube The Breakdown Mini-Series  หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพ สามารถติดตามได้ที่ Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial