สกู๊ปพิเศษ : ‘ECO-BRAND’ กาแฟใต้ร่มไม้ กับภารกิจคืนลมหายใจให้ผืนป่าและผู้คน

สกู๊ปพิเศษ : ‘ECO-BRAND’ กาแฟใต้ร่มไม้ กับภารกิจคืนลมหายใจให้ผืนป่าและผู้คน

สกู๊ปพิเศษ : ‘ECO-BRAND’ กาแฟใต้ร่มไม้ กับภารกิจคืนลมหายใจให้ผืนป่าและผู้คน

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ท่ามกลางปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมภาคเหนือในทุกฤดูแล้ง “ป่า” และ “คน” มักถูกมองว่าอยู่คนละฝั่งของสมการการพัฒนา แต่บนพื้นที่สูงหลายแห่งของประเทศไทย วันนี้มีโมเดลหนึ่งที่กำลังพิสูจน์ว่า การรักษาป่าและการสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถเดินไปพร้อมกันได้จริง ผ่านเมล็ดกาแฟเม็ดเล็กๆ ใต้ร่มเงาไม้

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. กำลังขับเคลื่อน “ECO-BRAND” ตรารับรองของสินค้าเกษตรบนพื้นที่สูงที่ผลิตด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อยกระดับผลผลิตให้เป็นมากกว่าสินค้าทางเศรษฐกิจ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่าง “คน ป่า และคุณภาพชีวิต” อย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญของ ECO-BRAND คือแนวคิด “No Burn” หรือ “ไม่เผา” การเปลี่ยนผ่านจากระบบเกษตรดั้งเดิมที่ต้องมีการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรก่อนเพาะปลูก มาเป็นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดจุดความร้อน และช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กลายเป็นวิกฤตร่วมของสังคมไทย

เมื่อ “เกษตรกรดี” ปรับวิถีการผลิตจากการทำลายสู่การเกื้อกูลป่า ไม่บุกรุกพื้นที่สีเขียวเพิ่ม แต่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงรายได้ที่มั่นคง หากยังนำไปสู่ “สินค้าดี” ที่ผ่านมาตรฐานการผลิต ทั้ง GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศอย่างแท้จริง และเมื่อสินค้าคุณภาพเหล่านี้เดินทางถึงมือ “ผู้บริโภคดี” คุณค่าที่ได้รับจึงไม่ใช่เพียงรสชาติหรือสุขภาพที่ดีขึ้น แต่คือความรู้สึกร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูผืนป่าและลดมลพิษทางอากาศไปพร้อมกัน

หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ สวพส. ส่งเสริมอย่างจริงจัง คือ “กาแฟ” พืชที่เติบโตได้ดีใต้ร่มเงาธรรมชาติ และกลายเป็นความหวังใหม่ของชุมชนบนพื้นที่สูง ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกาแฟภายใต้การส่งเสริมของ สวพส. รวม 37 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 39,138 ไร่ แบ่งเป็นกาแฟอะราบิกา 37,516.6 ไร่ และโรบัสต้า 1,621.4 ไร่ พื้นที่สำคัญในการปลูกกาแฟ ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงวาวี แม่สลอง พื้นที่อมก๋อย (แม่แฮหลวง ขุนตื่นน้อย ผีปานเหนือ ห้วยแห้ง)  ปางมะโอ ป่าเกี๊ยะใหม่ บ่อเกลือ สบเมย แม่สอง โหล่งขอด ปางหินฝน ห้วยฮะ และป่าแป๋ เป็นต้น โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 3,643 ราย สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนปีละกว่า 80 – 100 ล้านบาท

เบื้องหลังตัวเลขทางเศรษฐกิจ คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลมีอาชีพที่มั่นคง ผ่านระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปลูกกาแฟแบบ Shade-Grown Coffee หรือกาแฟใต้ร่มไม้ เป็นการช่วยอนุรักษ์ต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ และยังทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพสูง รสชาติซับซ้อน และมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

สิ่งที่น่าสนใจ คือ กาแฟกำลังเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่สูง จากพื้นที่ที่เคยถูกแผ้วถางเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวระยะสั้น กลายเป็น “วนเกษตร” ที่ช่วยหยุดการบุกรุกป่า และฟื้นฟูระบบนิเวศภายใต้ร่มเงา เมล็ดกาแฟจึงเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ทำให้ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”

ในวันที่โลกกำลังเผชิญความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อม ECO-BRAND คือตราสัญลักษณ์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้บริโภค และสังคม ให้ร่วมกันพิสูจน์ว่า “การพัฒนา” ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียผืนป่าเสมอไป

และเพื่อส่งต่อคุณค่าจากต้นทางสู่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค สวพส. เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า ECO-BRAND ผ่านเว็บไซต์ “ของดีบนดอย” เพื่อเชื่อมตรงระหว่างเกษตรกรบนพื้นที่สูงกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมสร้างความมั่นใจว่าสินค้าที่เลือกซื้อ มาจากระบบเกษตรที่ใส่ใจทั้งคนและผืนป่าอย่างแท้จริง

คุณแหน : 23 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 23 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 23 พฤษภาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.16 น.

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ เชิญศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 113 ปี แห่งการสถาปนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ (วันที่ 1 มิ.ย.) แต่เนื่องจากวันนั้นเป็นวันหยุด คณะวิศวฯจึงกำหนดจัดงาน ในวันที่ 29 พ.ค.แทน โดยมีพิธีถวายภัตตาหารพระสงฆ์ 9 รูป พร้อมตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ณ ลานเกียร์ เวลา 07.45 น.ต่อจากนั้นเวลา 11.00 น.มีพิธีมอบรางวัลต่างๆ ได้แก่ รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรคณะวิศวฯ ,รางวัลสร้างชื่อเสียงให้คณะวิศวฯ ,รางวัลแด่นิสิตผู้อุทิศตนเพื่อคณะฯ และรางวัลโครงการพัฒนาระบบงานคณะวิศวฯ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุม 117 ชั้น 1 อาคาร 3…ศิษย์เก่า – ศิษย์ปัจจุบัน มาร่วมแสดงความยินดีกันให้พร้อมหน้า…

ขอแสดงความยินดีกับ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 ประถมาภรณ์มงกุฏไทย เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา…

สัปดาห์ก่อน ผศ.นาฎยา ตนานนท์ แมสคอม มช.รหัส 15 พร้อมเพื่อนๆสาวชาวเชียงใหม่ ได้พากันไปท่องเที่ยว ชมและทานทุเรียนที่อุตรดิตถ์ เผอิญได้พบปะกับ รุ่นน้องแมสคอม มช.16 ศรีประภา นรานนท์กิตติกุล และเพื่อนร่วมรุ่น จึงได้จอยกันด้วยความสุขสนุกสนาน…

สมัยที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ บางครั้งได้ไปร่วมงานจัดเลี้ยงมีร้านหลากหลายมาออกร้าน สำหรับคุณนาย รุ่งนภา เธอติดใจในอาหารว่างอย่าง กล้วยแขกทอด กะหรี่พัฟไส้ไก่ ของ”ป้าอี๊ดกล้วยทอด” ซึ่งอยู่ซ.วิภาวดีรังสิต 64…เมื่อวันก่อนหลังจากท่านอดีต รมต.เสร็จจากการออกรอบกอล์ฟ ได้รับคำสั่งด่วนจาก คุณนายที่บ้าน ให้แวะ ร้านโปรด เพื่อซื้อไปฝากด้วย ปรากฎว่าได้ทานกล้วยแขกทอดตามความตั้งใจ เพียงแต่กะหรี่พัฟ ส้ไก่เหลือเพียง 3 ตัว เพราะไม่ได้สั่งไว้ล่วงหน้า งานนี้ คุณป้าเลยไม่ได้ทานอิ่มหนำ สมใจอยาก…น่าสงสารจริงๆ…

หลังลาเพื่อนฝูงไปรักษาสุขภาพมาระยะหนึ่ง ช่วงนี้ ดร.วณี สัมพันธารักษ์ อดีตเลขาธิการ สนง.นโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว พอหายป่วยก็กลับเข้าสังคมกับเพื่อนๆหลายกลุ่ม ทั้งเตรียมอุดมฯ24 เกษตรฯ23 รวมทั้งเพื่อนๆข้าราชการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น…เกิดเป็นคน ต้องขยันหายใจเข้าไว้ค่ะ…

บ.เอส แอนด์ พี ฯเชิญเยี่ยมบูธใน งาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 พบกับ “Delicious Business Solution” จาก S&P สัมผัสประสบการณ์ Premium Food & Bakery Solution ด้วยสินค้าที่รองรับ Food Service, OEM, ค้าปลีก และการส่งออก Highlight พิเศษ : Michelin Guide Experience: ชมการรังสรรค์เมนูพิเศษจากวัตถุดิบ ของ S&P โดย Chef ระดับ Michelin Guide Product Launch: ลิ้มลองสินค้าเปิดตัวใหม่ล่าสุดก่อนใคร Business Matching: ปรึกษาแนวทางธุรกิจเพื่อหาโซลูชันที่ใช่สำหรับคุณ…พบกันที่: IMPACT Arena เมืองทองธานี Hall 9 | Zone Fine Food – บูธ 9-EE27. วันที่ 26 – 30 พ.ค.

ขอแสดงความเสียใจกับ พรทิพย์ ปั่นเจริญ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันคือ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สูญเสียคู่ชีวิต สุวัฒน์ จัดพิธีทางศาสนาที่วัดธาตุทองไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา…

สวด พรรณี หนูพันธ์ มารดา พัฒนพงศ์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD ที่ ศาลาสหัท (ศาลา 15) วัดเทพศิรินทราวาส 22-26 พ.ค.18.30 น…ฌาปนกิจ 27 พ.ค.17.00 น..๐๐ ภูมิใจแทนครอบครัวอาจารย์ สุรพล ดวงแข ที่ยึดหลัก”การเผชิญหน้าระหว่างทุนนิยมกับวิถีชีวิตแบบพอเพียง” โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็ก เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนในกรุงเทพฯ แต่ไปต่อมัธยมปลายที่แคนาดา จนจบแล้วสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ อังกฤษ จบการศึกษาแล้ว ได้ทำงานดีๆ เป็นผู้บริหารระดับสูง ประสบความสำเร็จในชีวิต พอจะซื้อรถยนต์ใช้ส่วนตัว เธอเลือกรถยุโรป ใช้น้ำมันเบนซิน ไม่เอารถไฟฟ้าที่ฮิตกัน เพราะรถยุโรปคันนี้มีสัญญาดูแลกันนานหลายปี (BMW)…เป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า น่าชมเชยยิ่ง !!…

บารอนเนส

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เด็กชายปัญญากับพระทิเบต

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เด็กชายปัญญากับพระทิเบต

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เด็กชายปัญญากับพระทิเบต

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาสูง   แห่งประเทศทิเบต มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อว่า ปัญญา ปัญญาเป็นเด็กฉลาด แต่ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต

วันหนึ่ง ปัญญาถามแม่ว่า  “แม่ครับ สิ่งใดคือสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก?” แม่ตอบว่า  “ลูกเอ๋ย บางคนบอกว่าเป็นทองคำ บางคนบอกว่าเป็นกำลัง แต่ลูกต้องไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง”

ปัญญาจึงออกเดินทางเพื่อแสวงหาความจริง…เขาได้พบชายมั่งคั่งที่มีหีบเก็บทองคำจำนวนมาก ชายคนนั้นบอกว่า  “ทองคำคือทุกสิ่ง มันทำให้ข้าได้ทุกอย่างที่ต้องการ” แต่ปัญญาสังเกตว่า แม้ชายผู้นั้นมีทองคำและเงินมากมาย แต่ก็ยังดูไม่สุขใจ

ต่อมาเขาพบชายร่างใหญ่ที่มีพละกำลังมหาศาล ชายคนนั้นพูดว่า   “กำลังคือสิ่งสำคัญที่สุด ใครแข็งแรงที่สุดก็ครองโลกได้”  แต่ปัญญาเห็นว่า แม้ชายผู้นั้นแข็งแรง แต่ก็ถูกคนอื่นหลอกใช้ และถูกสั่งการโดยนายที่ตัวเล็กกว่า

ปัญญาเดินทางต่อไปถึงวัดบนยอดเขา ได้พบพระทิเบตผู้มีปัญญา พระทิเบตกล่าวว่า   “ ทองคำและกำลังนั้นมีค่ามากก็จริง   แต่หากไร้ปัญญา ก็จะไม่รู้จักใช้ให้เหมาะสม   เช่นเอาเงินไปเล่นการพนัน หรือเอากำลังไปรังแกคนอื่น   ปัญญาคือสมบัติสูงสุด เพราะเป็นสิ่งนำให้ชีวิตพบความสุขและพ้นทุกข์ที่แท้จริง”

 “ปัญญาไม่ใช่สิ่งที่ได้มาจากการสะสมความรู้หรือท่องจำ  แต่เกิดจากการฟัง แล้วคิด  ทำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิต   แล้วนำไปปฏิบัติ”  “ปัญญาที่แท้จริงคือการใช้ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์ในการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น”    “ความอ่อนน้อมถ่อมตน คือสมบัติของผู้มีปัญญา”

บทเรียนที่หนึ่ง: ภูเขาสามลูก      พระทิเบตพาปัญญาไปยืนบนเนินเขา ชี้ไปยังภูเขาสามลูกที่อยู่ห่างออกไป     “เจ้าเห็นอะไรบ้าง?” พระทิเบตถาม

 “เห็นภูเขาสามลูกครับ ลูกแรกสูงที่สุด ลูกที่สองต่ำกว่า และลูกที่สามต่ำที่สุด” ปัญญาตอบอย่างรวดเร็ว

“นั่นคือความฉลาด เจ้าสามารถสังเกตและบอกสิ่งที่เห็นได้” พระทิเบตกล่าว “แต่ถ้ามีปัญญา เจ้าจะเห็นอะไรอีก?”

ปัญญามองอีกครั้ง แต่ไม่เข้าใจ

พระทิเบตกล่าว “ถ้ามีปัญญา เจ้าจะเห็นว่า ภูเขาที่สูงที่สุดอาจไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุด เพราะอากาศหนาวและมีหุบเหวลึก มีสัตว์ดุร้าย อันตราย ภูเขาที่ต่ำอาจมีน้ำและหญ้าสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือมีแร่ทองคำอยู่ในธารน้ำ     ปัญญาคือการมองเห็นความหมายและความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าสิ่งที่ตาเห็น”

บทเรียนที่สอง: แม่น้ำที่ไหล   วันต่อมา พระทิเบตพาปัญญาไปยังแม่น้ำ ที่มีก้อนหินใหญ่ขวางทางน้ำ    “ถ้าหินก้อนนี้ขวางทาง เจ้าจะทำอย่างไร?” พระทิเบตถาม

 “จะเอาหินออก หรือทุบมันให้แตกครับ” ปัญญาตอบ

 “นั่นคือความฉลาด คิดหาวิธีแก้ปัญหา” พระทิเบตกล่าว “แต่ดูสิ น้ำแก้ปัญหาอย่างไร?”

ปัญญามองดู น้ำไหลอ้อมก้อนหิน โดยไม่ได้ต่อสู้ ไม่ใช้กำลังบังคับ แต่ก็ไหลผ่านไปได้

 “ปัญญาคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรต่อสู้ เมื่อไหร่ควรเดินอ้อม และเมื่อไหร่ควรหยุดรอ” พระทิเบตสอน “ความฉลาดต้องการพลัง แต่ปัญญาต้องการความเข้าใจ”

บทเรียนที่สาม: ดอกไม้สองดอก   พระทิเบตพาปัญญาไปยังสวน มีดอกไม้สองดอก ดอกหนึ่งคือกุหลาบสวยงามมีกลิ่นหอม  อีกดอกหนึ่งคือดอกกระบองเพชรมี่ไม่ค่อยสวยแต่ทนความแห้งแล้ง

“เจ้าจะเลือกดอกไหน?” พระทิเบตถาม

“เลือกดอกที่สวยครับ” ปัญญาตอบ

“ทำไม?”……..“เพราะมันสวยกว่าครับ”

พระทิเบตยิ้ม “นั่นคือการตัดสินจากสิ่งที่เห็น แต่ถ้ามีปัญญา เจ้าจะถามตัวเองว่า เลือกเพื่ออะไร? ถ้าเลือกเพื่อมอบให้คนที่รัก กลิ่นหอมและความสวยงาม อาจสำคัญ   แต่ถ้าเลือกเพื่อปลูกต่อในที่ขาดแคลนน้ำ  ต้นกระบองเพชรอาจเหมาะกว่าต้นกุหลาบ”

 “ปัญญาคือการตัดสินใจโดยพิจารณาสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์ และผลที่ตามมา ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก”

บทเรียนที่สี่: เทียนสองเล่ม  คืนนั้น พระทิเบตจุดเทียนสองเล่มไว้บนโต๊ะ

“เทียนสองเล่มนี้เหมือนกันทุกประการ แต่เล่มหนึ่งพระจะให้เจ้าเก็บไว้ไม่ให้ใครแตะต้อง อีกเล่มให้เจ้าใช้จุดไฟ เจ้าจะเลือกทำอย่างไร?” พระทิเบตถาม

 “จะเก็บเทียนไว้ไม่ให้ใครแตะต้องครับ เพื่อจะได้มีไว้ใช้นานๆ” ปัญญาตอบ

พระทิเบตจุดเทียนเล่มหนึ่ง แสงสว่างสว่างไสวทั่วห้อง

“ดูสิ เทียนที่ถูกใช้ให้แสงสว่าง ส่องทางให้คนอื่น อบอุ่นให้ผู้ที่อยู่ใกล้ แม้มันจะค่อยๆ หมดไป แต่มันมีคุณค่า”

“ส่วนเทียนที่ไม่ใช้ แม้จะคงรูปร่างสมบูรณ์ แต่มันไร้ประโยชน์ เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะเสื่อมสลายเช่นกัน”

“ปัญญาคือการรู้ว่า คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การเก็บรักษา แต่อยู่ที่การให้และการใช้ประโยชน์เพื่อผู้อื่น”

บทเรียนสุดท้าย: ถ้วยน้ำที่ว่าง   พระทิเบตเทน้ำให้ปัญญา แต่เทให้เต็มถ้วยพอดี  “หลวงพ่อครับ ถ้วยเต็มแล้ว ไม่สามารถเติมอะไรได้อีก” ปัญญาบอก

“ถูกต้อง” พระทิเบตยิ้ม “เหมือนความฉลาด เมื่อเจ้าคิดว่าตนรู้ทุกอย่างแล้ว จิตใจเต็ม เจ้าจะเรียนรู้อะไรใหม่ไม่ได้อีก”

พระทิเบตเทน้ำในถ้วยออก ให้เหลือครึ่งเดียว

 “แต่ปัญญาเหมือนถ้วยที่มีที่ว่างเสมอ พร้อมรับสิ่งใหม่ พร้อมเรียนรู้ พร้อมเปลี่ยนแปลง”

ความแตกต่างระหว่างความฉลาดกับปัญญา

พระทิเบตสอนปัญญาว่า:

ความฉลาด (Intelligence)  คือ การ รู้ข้อเท็จจริง รู้วิธีแก้ปัญหา ใช้สมองคิด วิเคราะห์ จดจำ    ตอบคำถามได้รวดเร็ว   เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ปัญญา (Wisdom) คือ การ เข้าใจความหมายที่แท้จริง  เข้าใจ ใช้ประสบการณ์พิจารณา    รู้ว่าเมื่อไหร่ควรตอบ เมื่อไหร่ควรเงียบ    เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เห็นความเชื่อมโยง เห็นผลในอนาคต

พระทิเบตกล่าวทิ้งท้าย:

“ ความฉลาดจะทำให้ประสบความสำเร็จในโรงเรียน แต่ปัญญาจะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต”

“ความฉลาดบอกว่า ‘ฉันรู้’ แต่ปัญญาบอกว่า ‘ฉันเข้าใจ’”

 “ความฉลาดทำให้พูดได้ดี แต่ปัญญาทำให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรฟัง”

“ความฉลาดทำให้ชนะการโต้วาที แต่ปัญญาทำให้หลีกเลี่ยงการทะเลาะที่ไม่จำเป็น”

ตั้งแต่วันนั้น ปัญญาจึงเข้าใจว่า การเป็นคนฉลาดนั้นยังไม่เพียงพอต้องฝึกฝนปัญญาด้วย เขาเริ่มสังเกต ฟัง ไตร่ตรอง และเรียนรู้จากทุกสิ่งรอบตัว

เมื่อโตขึ้น ปัญญาไม่เพียงแต่เป็นคนฉลาด แต่ยังเป็นคนมีปัญญา เขาช่วยเหลือชาวบ้านแก้ปัญหา ไม่ใช่ด้วยความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความเข้าใจในสิ่งแวดล้อมและความรู้สึกของคนรอบตัว

เขาไม่เคยลืมคำสอนของพระทิเบตว่า: “ปัญญาที่แท้จริงคือการรู้ว่าเรายังไม่รู้ทุกอย่าง และพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต”

เด็กชายปัญญา กลับบ้านไปเล่าให้แม่ ฟังว่า  “แม่ครับ ผมพบแล้ว สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือปัญญา เพราะมันทำให้เรารู้จักใช้สิ่งอื่นอย่างถูกต้อง”

แม่ยิ้มและกอดลูกชาย พร้อมกล่าวว่า   “ลูกได้พบคำตอบแล้ว และนั่นคือสิ่งที่จะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต”

ในนิทานนี้ พระทิเบตได้ทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 โดยให้ความรู้สั่งสอน ถ่ายทอดวิธีดำเนินชีวิต ใหผู้อื่น (ธัมมัสเทศนามัย)

นิทานเรื่องนี้สอนรู้ว่า: “ทรัพย์สินและพละกำลังมีค่า แต่ต้องมีปัญญากำกับ  ปัญญาเป็นสมบัติที่ไม่มีใครแย่งได้    การเรียนรู้และประสบการณ์คือหนทางสู่ปัญญา”

เรียบเรียงจากนิทานทิเบตเรื่อง เด็กชายกับปัญญา The Boy and wisdom  “བུ་ཆུང་དང་ཤེས་རིག” (Bu chung dang shes rig)

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

กรมประชาสัมพันธ์ ชวนร่วมงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “การพัฒนาแฟชั่นไทยจากภูมิปัญญาชุมชนสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล”

กรมประชาสัมพันธ์ ชวนร่วมงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “การพัฒนาแฟชั่นไทยจากภูมิปัญญาชุมชนสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล”

กรมประชาสัมพันธ์ ชวนร่วมงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “การพัฒนาแฟชั่นไทยจากภูมิปัญญาชุมชนสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล”

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.45 น.

กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “การพัฒนาแฟชั่นไทยจากภูมิปัญญาชุมชนสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล” ภายใต้ โครงการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น ระหว่างวันที่ 1 – 3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “THE SOFT POWER LEGACY: From Royal Wisdom to Global” เพื่อสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งได้รับการต่อยอดจากพระราชปณิธานสู่แฟชั่นร่วมสมัย พร้อมผลักดันผ้าไทยและสินค้าแฟชั่นไทยให้เป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งในเวทีโลก

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าแฟชั่นไทยทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ตลอดจนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทย พร้อมทั้งสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการชุมชน ศิลปิน และนักสร้างสรรค์ รวมถึงกระตุ้นความนิยมสินค้าแฟชั่นที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาไทยผ่านช่องทางออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้ชมนิทรรศการผลงานการออกแบบสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการชุมชน จำนวน 10 ชุมชน รวม 100 ผลิตภัณฑ์ พร้อมรับชมแฟชั่นโชว์ และร่วมรับฟังเสวนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย แฟชั่น การออกแบบ และ Soft Power เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากภูมิปัญญาชุมชนไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล

งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำของไทยเข้าร่วม อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและแฟชั่น คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตร แฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA คุณฝน สรลักษณ์ ติกขะปัญญา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ARCHIVE026 อ.ดร.แพรวา รุจิณรงค์ อาจารย์ วิทยาลัยอุตสาหกรรสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ.ดร.วุฒิไกร ศิริผล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะ การออกแบบพัสตราภรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Wisharawish

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์พิเศษกับแฟชั่นโชว์ โดย มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ศิลปิน นักแสดง และนายแบบชื่อดัง ที่จะร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของแฟชั่นไทยในมุมมองร่วมสมัยภายในงาน

สำหรับผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้โดยสแกน QR Code เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 1 – 3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

เดลี่ฟู้ดส์ ยกทัพนวัตกรรมเครื่องดื่มบุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

เดลี่ฟู้ดส์ ยกทัพนวัตกรรมเครื่องดื่มบุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

เดลี่ฟู้ดส์ ยกทัพนวัตกรรมเครื่องดื่มบุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด (Daily Foods เตรียมยกทัพนวัตกรรมเครื่องดื่มร่วมจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “นวัตกรรมความอร่อยที่เหนือระดับโดย Daily Foods” ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10 โมงเป็นต้นไป

พร้อมไฮไลท์สำคัญกับการเปิดตัวนมข้นหวานโฉมใหม่ของแบรนด์พาเลซ ที่ยกระดับความพรีเมียมและทันสมัยขึ้น แต่ยังคงรสชาติความอร่อยที่คุ้นเคย ตลอดจนการเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่ม OEM ที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก อาทิ กะทิข้นหวานทางเลือกใหม่สำหรับตลาด Plant-based, กาแฟสับปะรด นวัตกรรมเครื่องดื่ม RTD ผสมผสานรสชาติผลไม้ไทย และเครื่องดื่มชูกำลังสูตรใหม่เพื่อตลาดสากล โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสัมผัสและทดลองชิม ณ บูธเดลี่ฟู้ดส์  โซน 2-W57 Hall3

ภายในงาน เดลี่ฟู้ดส์ ได้จัดเตรียมประสบการณ์ทางรสชาติที่ยอดเยี่ยมผ่านโซน Expert Barista Station ที่จะมารังสรรค์เมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษจากบาริสต้าจากสมาคมกาแฟ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานแบรนด์ Palace ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยชูรสชาติและ “ไม่กลบกลิ่นเครื่องดื่ม” พร้อมกิจกรรม Daily Distribution แจกชิมเครื่องดื่มกว่า 500 แก้วต่อวัน ทั้งในรูปแบบกาแฟสด, Slushy และเครื่องดื่มจาก Dispenser เพื่อตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานความอร่อย ตลอดช่วงวันจัดงาน

และสำหรับไฮไลท์ที่ห้ามพลาด เตรียมพบกับการปรากฏตัวของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ในฐานะพรีเซนเตอร์แบรนด์พาเลซ ที่จะมาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รังสรรค์เมนูพิเศษ “Royal Thai Tea by Palace” ร่วมกับบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญ ณ จุดแลนด์มาร์คสำคัญภายในบูธ เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุกและสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด

เดลี่ฟู้ดส์ ขอเชิญชวนคู่ค้าทางธุรกิจ พันธมิตรด้าน OEM ผู้ประกอบการ และประชาชนผู้สนใจ ร่วมเปิดประสบการณ์นวัตกรรมความนัวเหนือระดับ ค้นหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจ และสัมผัสประสบการณ์รสชาติที่ยอดเยี่ยม ได้ที่ บูธเดลี่ฟู้ดส์ โซน 2-W57 Hall3  อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่ระดับสากล

Genetics Life Blueprint เมื่อการรู้ลึกถึงระดับพันธุกรรม กลายเป็น Big Data เพื่อการวางแผนครอบครัว

Genetics Life Blueprint เมื่อการรู้ลึกถึงระดับพันธุกรรม กลายเป็น Big Data เพื่อการวางแผนครอบครัว

Genetics Life Blueprint เมื่อการรู้ลึกถึงระดับพันธุกรรม กลายเป็น Big Data เพื่อการวางแผนครอบครัว

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

การวางแผนมีลูกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องความพร้อมด้านสุขภาพ ฐานะ และการจัดสรรเวลา (Work-Life Balance) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมในระดับพันธุกรรม เพื่อประเมินและลดความเสี่ยง ที่อาจถ่ายทอดสู่ลูก ผ่านการผสานการดูแลก่อนตั้งครรภ์ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น เด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี่ (IVF/ICSI) ในรายที่มีข้อบ่งชี้ และการตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมที่เหมาะสม

ในวันที่นิยามของการดูแลสุขภาพเปลี่ยนจากการ ‘รักษา’ เป็นการ ‘ป้องกัน’ การตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมของว่าที่ คุณพ่อ-คุณแม่ยุคใหม่ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจวางแผนครอบครัวได้อย่างมีข้อมูล ประกอบกับหลายครอบครัว เริ่มมี

ลูกเมื่ออายุมากขึ้น การปรึกษาแพทย์จึงมีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การตรวจหาพาหะธาลัสซีเมีย ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน การประเมินปัจจัยฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย รวมถึงการพิจารณาเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี่ (IVF/ICSI) เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการมีบุตรอย่างรอบคอบและเหมาะสมกับแต่ละครอบครัว

ความจริงที่ซ่อนอยู่ใน “พิมพ์เขียว” ของร่างกายที่สามารถส่งต่อสู่ลูกได้หลายครอบครัวมักมีความเชื่อว่า หากคุณพ่อคุณแม่แข็งแรงดี และไม่มีประวัติโรคในครอบครัว ลูกที่เกิดมาย่อมมีโอกาส แข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริงของโลกพันธุศาสตร์นั้นมีความซับซ้อนกว่านั้น

คุณหมอก้อง – นพ. ณัฐรุทธิ์ กุลภาวีสุวรรณ์ (ว.37453) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จาก SAFE Fertility Clinic อธิบายถึงกลไกที่น่าสนใจนี้ผ่านมุมมองของ “พิมพ์เขียวเชิงลึก (The Biological Blueprint)” โดยปกติแล้ว ร่างกายมนุษย์จะมียีนทำหน้าที่เป็นชุดคำสั่งในการสร้างและควบคุมการทำงานของร่างกาย โดยเราได้รับยีนเหล่านี้มาเป็น “คู่” ชุดหนึ่งจากคุณพ่อและอีกชุดหนึ่งจากคุณแม่ ในกรณีของโรคทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย (Autosomal Recessive) พ่อหรือแม่อาจมียีนที่ผิดปกติหนึ่งชุด แต่เนื่องจากยังมียีนอีกชุดหนึ่งที่ทำงานได้ ร่างกายจึงมักปกติแข็งแรงโดยไม่มีอาการ และอาจไม่ทราบได้จากการตรวจสุขภาพทั่วไป

ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ “ยีนชุดที่บกพร่อง” จากทั้งคุณพ่อและคุณแม่มาพบกันในตัวบุตร ทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดนั้น  ในจุดนี้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ร่วมกับการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน  เช่น  PGT-M  อาจช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่ไม่เป็นโรคจากยีนเป้าหมายที่ทราบแล้วได้   ก่อนการตั้งครรภ์   แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าทารกจะไม่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือสุขภาพอื่นทั้งหมด

“หากเปรียบเทียบยีนเหมือน “รหัสคอมพิวเตอร์”   พ่อแม่อาจมีรหัสที่ซ่อนความผิดพลาดไว้ (Bug)   แต่โปรแกรมยังทำงานได้ปกติ   จนกระทั่งรหัสของพ่อและแม่มาผสมกันในจังหวะที่   Bug   นั้นมาเจอกันพอดี โ ปรแกรมในตัวลูกจึงแสดงความผิดพลาดออกมา นั่นคือเหตุผลที่ผมมักอธิบายกับคนไข้ว่า แม้ไม่มีประวัติโรคในครอบครัว ก็ยังอาจมีโอกาสเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมบางชนิดได้ การตรวจคัดกรองจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ครอบครัวมีข้อมูลมากขึ้นก่อนตัดสินใจวางแผนมีบุตร”

 จาก “ข้อมูลพันธุกรรมเชิงลึก” สู่ การวางแผนลดความเสี่ยงให้ลูก” ผ่านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Expanded Carrier Screening เราจึงสามารถสำรวจลงลึกถึงรายละเอียดที่ซ่อนอยู่

ในพิมพ์เขียวแห่งชีวิต เพื่อระบุความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมที่แฝงตัวอยู่ในประชากรไทยและเอเชียได้อย่างครอบคลุม เช่น

  • โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) โรคโลหิตจางทางพันธุกรรมที่พบพาหะได้บ่อยในประเทศไทย โดยมีรายงานประมาณ 30–40% ในบางประชากร/พื้นที่
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA (Spinal Muscular Atrophy) โรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเซลล์ประสาทสั่งการและกล้ามเนื้อ โดยข้อมูลประชากร พบความชุกของการเป็นพาหะโรคนี้ถึง 1.8–2.8% หรือประมาณ 1 ใน 56
  • G6PD Deficiency ภาวะพร่องเอนไซม์ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นบางชนิด โดยความชุกแตกต่างกันตามเพศและกลุ่มประชากรโดยรวมประมาณ 6–17% แล้วแต่เพศ ภูมิภาค รวมถึงวิธีตรวจ จึงควรประเมินร่วมกับประวัติและคำแนะนำของแพทย์

คุณหมอก้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจเชิงลึกว่า “จะเห็นได้ว่า เราพบพาหะธาลัสซีเมียในประชากรไทยได้

ค่อนข้างบ่อย ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งกลุ่ม Alpha และ Beta โดยบางชนิดอาจเป็น “พาหะเงียบ (Silent Carrier)”ที่ร่างกายภายนอกดูปกติ   การตรวจสุขภาพพื้นฐานทั่วไป เช่น ค่าเม็ดเลือด (CBC) หรือการตรวจชนิดฮีโมโกลบิน

(Hb Typing) เป็นข้อมูลสำคัญเบื้องต้น แต่อาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงบางชนิดในระดับ DNA การตรวจเชิงลึกด้วยเทคโนโลยี

ระดับพันธุกรรมจึงอาจเข้ามาเติมเต็มข้อมูลส่วนนี้ ในรายที่มีข้อบ่งชี้หรือมีความเสี่ยง เพื่อช่วยให้การวางแผนครอบครัวทำได้

รอบคอบขึ้น การรู้ความเสี่ยงก่อนไม่ได้หมายความว่าต้องกังวลมากขึ้น แต่คือการมีข้อมูลมากพอสำหรับการตัดสินใจร่วมกับ

แพทย์ เพื่อวางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละครอบครัว”

การให้คำปรึกษาด้านพันธุกรรม (Genetic Counseling) โดยแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาด้านพันธุศาสตร์จาก SAFE Fertility Clinic เป็นการให้คำปรึกษาในการวางแผนมีบุตรแบบเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม โดยอาจพิจารณาร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) และการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนชนิดจำเพาะโรค (PGT-M) เมื่อพบความเสี่ยงของโรคที่มีสาเหตุทางพันธุกรรมชัดเจน เพื่อช่วยเลือกแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดเท่าที่

ข้อมูลปัจจุบันรองรับ

การตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนเริ่มต้นวางแผนครอบครัว จึงไม่ใช่แค่เรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่คือการใช้ข้อมูล

อย่างรอบคอบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่ป้องกันได้บางส่วน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเริ่มต้นครอบครัวด้วยความ

เข้าใจ ความพร้อม และความรับผิดชอบต่ออนาคตของลูก

SAFE Fertility Clinic คลินิกเพื่อการมีบุตรที่มุ่งมั่นให้บริการด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและนักพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรมที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Expanded Carrier Screening ร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี่ (IVF/ICSI) และการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT-M) เพื่อช่วยให้ทุกครอบครัวก้าวสู่การมีบุตรด้วยข้อมูลที่รอบด้านและมั่นใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายพบแพทย์ได้ที่ http://www.safefertilitygroup.com หรือโทร +66 811021000

ภัคพล งามลักษณ์ และครอบครัว มอบกว่า 35 ล้านบาท สนับสนุน รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

ภัคพล งามลักษณ์ และครอบครัว มอบกว่า 35 ล้านบาท สนับสนุน รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

ภัคพล งามลักษณ์ และครอบครัว มอบกว่า 35 ล้านบาท สนับสนุน รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

นายภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยนางจิราภา งามลักษณ์ (คุณแม่) นางสาวณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ (ภรรยา) ร่วมสานต่อเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปันและช่วยเหลือสังคม ด้วยการมอบเงินบริจาคแก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมทั้งสิ้น 35,087,992.29 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์และการดูแลผู้ป่วย โดยมี ศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน รองคณบดี ฝ่ายวิรัชกิจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ รองคณบดีด้านระบบกายภาพ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นับเป็นสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศและเป็นที่พึ่งสำคัญของประชาชนทุกระดับ โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยยากไร้ รวมถึงพระภิกษุและสามเณรอาพาธจากทั่วประเทศเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระ พร้อมเสริมศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับการบริจาคครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่  จัดตั้งกองทุน “นายภัคพล งามลักษณ์ และครอบครัว” จำนวน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ รวมถึง อุปัฏฐากพระภิกษุและ สามเณรอาพาธที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

สนับสนุนห้องคลินิกโลหิตวิทยา อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ จำนวน 5,087,992.29 บาท (ห้าล้านแปดหมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยเก้าสิบสองบาทยี่สิบเก้าสตางค์) จากงานฉลองมงคลสมรส เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเลือดและระบบโลหิตวิทยา ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

การมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งการแบ่งปันที่ร่วมสนับสนุนภารกิจสำคัญของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการเสริมสร้างระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็ง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและทันท่วงที ตลอดจนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ด้อยโอกาส สอดคล้องกับปณิธานของโรงพยาบาลฯ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืน

สภากาชาดไทย ส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านบทเพลงในความทรงจำ ในคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert 1: Sing History”

สภากาชาดไทย ส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านบทเพลงในความทรงจำ  ในคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert 1: Sing History”

สภากาชาดไทย ส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านบทเพลงในความทรงจำ ในคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert 1: Sing History”

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

สภากาชาดไทย โดย Donation HUB ร่วมกับ เวิร์คพอยท์ กรุ๊ป ชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านซีรีส์คอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert” ภายใต้แนวคิด 3 Generations • 1 HEART เชื่อมหัวใจคนทุกวัยผ่านเสียงเพลง ประเดิมครั้งแรกกับ “The Giving Concert 1: Sing History เพลงรักในวันวาน” เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ซึ่งยกทัพศิลปินคุณภาพ นำโดย ตั๊ก ศิริพร, สุนารี ราชสีมา, ฮาย อาภาพร พร้อมด้วยศิลปินรุ่นใหม่และลูกทุ่งขวัญใจมหาชน อาทิ ไรอัล กาจบัณฑิต, ธัช กิตติธัช, อลิศ ธนัชศลักษณ์ และ แบ็งค์ เฉลิมรัฐ มาร่วมสร้างความสุขและความประทับใจบนเวทีเดียวกัน โดยผู้ชมได้สัมผัสเรื่องราวของสภากาชาดไทยผ่าน Story Concert ไปพร้อมกับบทเพลงจากภาพยนตร์และละครที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้ชมทุกยุคทุกสมัย

ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สนง.จัดหารายได้ พร้อมด้วย จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย รับมอบเงินบริจาคจำนวน 700,000 บาท จาก ปัญญา นิรันดร์กุล ผู้แทนมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย 

เสริมย้ำความประทับใจต่อเนื่องกับ The Giving Concert 2: Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ จัดขึ้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านบทเพลงยุค 90s – 2000s นำโดยวงเฉลียง พร้อมศิลปินรับเชิญ นัท มีเรีย และ ปาน ธนพร และ The Giving Concert 3: Sing Infinity เพลงเพราะไม่รู้จบ จัดขึ้นวันที่ 24 ตุลาคม 2569 รวมพลังศิลปินคนรุ่นใหม่จาก Gen Y และ Gen Z นำโดย นุนิว ชวรินทร์ พร้อมศิลปินรุ่นใหม่อีกมากมาย

สองผู้บริหารเวิร์คพอยท์ ปัญญา นิรันดร์กุล (ขวาสุด), ประภาศ ชลศรานนท์ (ซ้ายสุด), เกลือ- กิตติ เชี่ยววงศ์กุล พิธีกรประจำคอนเสิร์ต ร่วมต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหาร นสพ.แนวหน้า

ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ผ่านเสียงเพลง ติดตามรายละเอียด และร่วมบริจาคเพื่อรับบัตรคอนเสิร์ตได้ที่เว็บไซต์ www.iredcross.org รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตนำไปสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัยพิบัติ โดยผู้ร่วมบริจาคจะได้รับบัตรคอนเสิร์ต และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ฉีดวัคซีน HPV เหมาะกับใครบ้าง ผู้ชายควรฉีดไหม จำเป็นหรือไม่

ฉีดวัคซีน HPV เหมาะกับใครบ้าง ผู้ชายควรฉีดไหม จำเป็นหรือไม่

ฉีดวัคซีน HPV เหมาะกับใครบ้าง ผู้ชายควรฉีดไหม จำเป็นหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.20 น.

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “วัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำหรับผู้หญิง” หรือเข้าใจว่า “ฉีดเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น” แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายเองก็เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV มากกว่าที่คิดและในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์ทั่วโลกเริ่มแนะนำให้ ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV มากขึ้นอย่างชัดเจน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ผู้ชายฉีดได้ไหม แต่คือ ผู้ชายควรฉีดไหม และจำเป็นแค่ไหนสำหรับชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ข้อมูลครบ เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างสบายใจ

HPV คืออะไร และติดต่อได้อย่างไร

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและการมีเพศสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเป็นการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เท่านั้น การสัมผัสบริเวณผิวหนังที่มี เชื้อก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้

ซึ่งเชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. สายพันธุ์เสี่ยงต่ำ

มักทำให้เกิด หูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นตุ่มเนื้อหรือปุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก แม้จะไม่ใช่มะเร็งและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจของผู้ป่วย

2. สายพันธุ์เสี่ยงสูง

มีความเกี่ยวข้องกับการเกิด มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต รวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอ เชื้อกลุ่มนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง

จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV ได้ และในหลายกรณี ผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว

ความเสี่ยงของเชื้อ HPV ในผู้ชาย

แม้ผู้ชายจะไม่เสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก แต่เชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้ เช่น

● หูดหงอนไก่

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11

แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

● มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV

ที่เป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง ย่อมมีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งองคชาต, มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ แถมงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า มะเร็งเหล่านี้อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้การตรวจพบล่าช้า

● การเป็นพาหะโดยไม่รู้ตัว

ผู้ชายจำนวนไม่น้อยสามารถติดเชื้อ HPV โดยไม่รู้ตัว และอาจแพร่เชื้อให้คู่นอนหรือคนรักได้ แม้ตนเองจะไม่มีอาการใด ๆ

วัคซีน HPV ทำงานอย่างไร

วัคซีน HPV ทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อ HPV บางสายพันธุ์

วัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ช่วย ป้องกันการติดเชื้อใหม่ในอนาคต

ปัจจุบันการฉีดวัคซีน HPV ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก และมีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับในระยะยาว

ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV หรือไม่

แนวทางจากหลายองค์กรด้านสาธารณสุขระบุว่า ผู้ชายสามารถรับวัคซีน HPV ได้ และอาจได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคในอนาคต และประโยชน์ที่กล่าวถึง ได้แก่

● ลดความเสี่ยงของหูดหงอนไก่

● ลดความเสี่ยงของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV

● ลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

ผู้ชายอายุเท่าไหร่จึงเหมาะกับการฉีดวัคซีน HPV

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า วัคซีน HPV ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดในช่วงอายุ 9–26 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้ชายที่มีอายุมากกว่านี้ก็ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ แม้ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วอาจเคยสัมผัสเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ แต่วัคซีนยังสามารถช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้

วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม

จำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุและชนิดของวัคซีน โดยทั่วไปอยู่ที่ 2 เข็ม สำหรับผู้ที่เริ่มฉีดตั้งแต่อายุน้อย และ 3 เข็ม สำหรับวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ทั้งสองแบบนี้แพทย์จะเป็นผู้แนะนำตารางการฉีดที่เหมาะสมในแต่ละกรณี

วัคซีน HPV 2 เข็ม

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมักเป็นช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้น หรือเด็กอายุ 9-14 ปี และการฉีด 2 เข็มจะเว้นระยะห่างกันตามกำหนด เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางนี้ถูกนำมาใช้ในหลายประเทศ เนื่องจากให้ผลการป้องกันที่ดีในกลุ่มอายุดังกล่าว

วัคซีน HPV 3 เข็ม

มักใช้ในวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุมากขึ้น และการฉีด 3 เข็มจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น

แพทย์จะเป็นผู้กำหนดช่วงเวลาระหว่างเข็ม เพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

วัคซีน HPV มีกี่ชนิด

การเลือกชนิดวัคซีนขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ อายุ ความเสี่ยง และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยวัคซีน HPV ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

● วัคซีนที่ครอบคลุม 4 สายพันธุ์

วัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิด หูดหงอนไก่ และสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับ มะเร็งหลายชนิด

ถือเป็นวัคซีนที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานาน และมีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับค่อนข้างมาก

● วัคซีนที่ครอบคลุม 9 สายพันธุ์

วัคซีนชนิดนี้พัฒนาต่อยอดจากแบบ 4 สายพันธุ์ โดยเพิ่มการป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่น ๆ เข้าไป ช่วยขยายขอบเขตการป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ครอบคลุมมากขึ้น

ปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มักถูกแนะนำมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการการป้องกันในระยะยาว

ความปลอดภัยและผลข้างเคียง

จากข้อมูลการใช้งานทั่วโลก วัคซีน HPV ได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสูง ดังนั้นผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนใหญ่มักเป็นอาการเล็กน้อยและเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

● ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด

เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีดวัคซีน อาจมีอาการปวด ตึง หรือบวมเล็กน้อยบริเวณต้นแขน ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรักษาเป็นพิเศษ

● อ่อนเพลีย หรือมีไข้ต่ำชั่วคราว

บางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว หรือมีไข้ต่ำ ๆ หลังฉีดวัคซีน แต่อาการเหล่านี้ถือเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในเวลาไม่นาน

สรุป

วัคซีน HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่า “ผู้ชายก็มีความเสี่ยงจากเชื้อ HPV และสามารถได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน”

การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการป้องกันโรค ซึ่งควรพิจารณาร่วมกับข้อมูล ความเสี่ยงส่วนบุคคล และคำแนะนำจากแพทย์ และการตัดสินใจเรื่องสุขภาพ อาจเริ่มต้นจากการมีข้อมูลที่รอบด้าน และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในระยะยาว

‘ซอฟเฟล’ เดินหน้าภารกิจสู้ภัยจากไข้เลือดออก จัดกิจกรรมส่งต่อความห่วงใยสู่คนไทยทั่วประเทศ

‘ซอฟเฟล’ เดินหน้าภารกิจสู้ภัยจากไข้เลือดออก จัดกิจกรรมส่งต่อความห่วงใยสู่คนไทยทั่วประเทศ

‘ซอฟเฟล’ เดินหน้าภารกิจสู้ภัยจากไข้เลือดออก จัดกิจกรรมส่งต่อความห่วงใยสู่คนไทยทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ซอฟเฟล สเปรย์และโลชั่นทากันยุงยอดขายอันดับ 1ในประเทศไทย เดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญในปี 2569โดยยกระดับการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเข้มข้นทั่วประเทศท่ามกลางสถานการณ์การระบาดที่ยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกปี

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก ซอฟเฟล ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Soffell Garden Run 2026” ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กรุงเทพมหานคร เมื่อมกราคม 2569 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักวิ่งสายสุขภาพและประชาชนทั่วไปกว่า 1,000 คน โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิหมอชาวบ้าน เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรคสู่สังคมในวงกว้าง

 ขณะเดียวกัน ซอฟเฟลยังเร่งขยายการรณรงค์เชิงรุก ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ อาทิ โครงการ School Tour กว่า 20 โรงเรียนทั่วประเทศ กิจกรรมการประกวดแนวความคิดสร้างสรรค์ระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ผสานการเรียนรู้เข้ากับกิจกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนกิจกรรม Engagement รูปแบบใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างจริงจังในระดับชุมชน และซอฟเฟลยังได้มีการลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกัน พร้อมส่งมองผลิตภัณฑ์แก่ชุมชนในภาคต่างๆทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “ซอฟเฟลปกป้องชุมชน” อีกด้วย

เมนาท มีสมมนต์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ประจำประเทศไทย กลุ่มบริษัท เอเนซีส กรุ๊ป ผู้ผลิตซอฟเฟล ได้มอบผลิตภัณฑ์โลชั่นทากันยุงจำนวน 100,000 ชิ้น ให้แก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายผ่านสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง

  พร้อมกันนี้ คุณชนิดา เกิดอยู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ คุณพิลาสินี มยังพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท ซี.พี. คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด ยังได้มอบผลิตภัณฑ์อีก 100,000 ชิ้น ให้แก่กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี คุณจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว เสริมความปลอดภัยในสถานประกอบการ โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างมั่นใจและยั่งยืน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนบทบาทของซอฟเฟลในฐานะแบรนด์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำตลาด แต่ยังเป็น “พลังสำคัญของสังคม” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจ และพฤติกรรมการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน

ซอฟเฟลยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจระยะยาว เพื่อผลักดันให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากภัยยุงลาย และร่วมกันลดความเสี่ยงจากโรคไข้เลือดออกในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง