
ไวรัสตับอักเสบ ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนเกิด มะเร็งตับ
วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ไวรัสตับอักเสบ (Viral Hepatitis) คือการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เซลล์ตับอักเสบและถูกทำลาย มีทั้งติดเชื้อฉับพลันและเรื้อรัง หากไม่รักษาอาจนำไปสู่ ภาวะตับวาย ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ได้ โดยมีเชื้อไวรัส 5ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ A, B, C, D และ E โรคนี้มักมีอาการไม่ชัดเจน หรือมีอาการน้อยทำให้หลายคนไม่รู้ตัว จึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
แพทย์หญิงศศิพิมพ์ จามิกร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบที่ทุกคนควรรู้ พร้อมแนวทางการป้องกันและรักษา
.jpeg)
แพทย์หญิงศศิพิมพ์ จามิกร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล
ชนิดของไวรัสตับอักเสบ
ชนิดของไวรัสตับอักเสบแบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่ A, B, C, D และ E ซึ่งแต่ละชนิดมีวิธีการติดต่อ ความรุนแรง และแนวทางป้องกันที่แตกต่างกันดังนี้
ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) การติดต่อ : อาหารและน้ำปนเปื้อน, สัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย
ความรุนแรง : ไม่เรื้อรัง ส่วนใหญ่หายได้เอง
อาการระวัง : ไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง การป้องกัน : ดื่มน้ำต้มสุก อาหารปรุงสุก ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ฉีดวัคซีนได้ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
การติดต่อ : เลือดและสารคัดหลั่ง เช่น เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน, การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เช่น ผู้ใช้ยาเสพติด, บุคลากรแพทย์ถูกเข็มตำมือ, การติดเชื้อจาก แม่สู่ลูก มีโอกาสพบบ่อยมากที่สุด
ความรุนแรง : ติดเชื้อฉับพลันจนตับอักเสบรุนแรง และอาจเรื้อรัง เสี่ยงตับแข็ง มะเร็งตับ
การป้องกัน : วัคซีนป้องกันไวรัสบี ฉีดให้ทารกแรกเกิดทุกราย ช่วยลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)
การติดต่อ : เลือดเป็นหลัก เช่น เข็มร่วม ใช้อุปกรณ์สัก เจาะที่ไม่ปลอดภัย
ความรุนแรง : พัฒนาเป็นเรื้อรังได้สูง เสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ
การรักษา : ปัจจุบันมียารักษารูปแบบรับประทานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถหายขาดได้
การป้องกัน : ยังไม่มีวัคซีน ต้องเลี่ยงความเสี่ยงโดยตรง
ไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitis D)
การติดต่อ : ผ่านเลือด และเกิดร่วมกับไวรัสบีเท่านั้น
ความรุนแรง : ทำให้โรคตับอักเสบบีรุนแรงขึ้นมาก ตับแข็ง มะเร็งตับ
การป้องกัน : ฉีดวัคซีนไวรัสบี ป้องกันไวรัสดีได้เช่นกัน
ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E)
การติดต่อ : รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะเนื้อหมู หอย หรือน้ำดื่มไม่สะอาด
ความรุนแรง : ไข้สูง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่หายเอง แต่ใน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ อาจตับอักเสบรุนแรงได้
การป้องกัน : สุขอนามัยอาหารและน้ำดื่ม กินเนื้อหมูสุก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
.jpg)
อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ คันตามผิวหนังเรื้อรัง
ใครบ้างควรตรวจไวรัสตับอักเสบ?
ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หากคุณมีความเสี่ยงเหล่านี้ มีค่าตับผิดปกติ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ใช้ยาเสพติดทางเข็ม หรือสักเจาะตามร้านที่ไม่ปลอดภัย ใช้เลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือด บุคลากรทางการแพทย์ หญิงตั้งครรภ์ หรือมีคนในครอบครัวเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือไวรัสตับอักเสบซี
แนวทางการรักษาไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิด
การรักษาไวรัสตับอักเสบขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส ระดับความรุนแรงของการอักเสบของตับ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้
การรักษาไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) :: ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะทาง ส่วนใหญ่ อาการจะดีขึ้นได้เอง โดยเน้นพักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ และติดตามการทำงานของตับ อาการมักหายภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงเดือน
การรักษาไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) :: หากเป็นเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจหายเองได้ หรือจำเป็นต้องได้รับยารักษา แต่ถ้าเป็นเรื้อรัง แพทย์อาจให้ ยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมปริมาณเชื้อ ลดการอักเสบของตับ ต้องติดตามค่าตับและปริมาณเชื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันตับแข็งและมะเร็งตับ ผู้ที่เป็นพาหะ (Carrier) จำเป็นต้องตรวจติดตามสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีอาการ
การรักษาไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) :: จจุบันมี ยาต้านไวรัสชนิด DAAs ที่ให้ผลการรักษาสูงมาก มีโอกาสหายขาดมากกว่า 95% หากเริ่มรักษาเร็ว และควบคุมปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ผลดี และลดความเสี่ยงตับแข็ง มะเร็งตับ
การรักษาไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitis D) :: ต้องรักษาควบคู่กับไวรัสบี เนื่องจากเชื้อดีจะพบเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อบีมาก่อน จึงต้องดูแลโดย แพทย์ชำนาญการด้านโรคตับ อย่างใกล้ชิด
การรักษาไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) :: คล้ายกับไวรัสเอ คือเน้นรักษาตามอาการ ในผู้ป่วยตั้งครรภ์ ไตวายเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจเป็นรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิตได้
วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบ
ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอับเสบบีตามแพทย์แนะนำ, ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์, ใช้อุปกรณ์เข็มฉีดยาที่ปลอดภัย ไม่ใช้ร่วมกัน, เลือกกินอาหารสุก น้ำสะอาด,ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ



.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)



.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)





.jpg)


.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)