มช. ร่วมกับ National University of Singapore มุ่งนำ AI พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลขั้นสูง
วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นเจ้าภาพจัดงาน “The Quantum Convergence: Launching Thailand’s first IBM Quantum Network academic member in collaboration with NUS (National University of Singapore)” โดยในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับบริษัท IBM (NYSE: IBM) เพื่อเข้าร่วมศูนย์วิจัยและนวัตกรรม IBM-NUS ซึ่งมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลขั้นสูง พร้อมกำหนดวาระนวัตกรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย ความร่วมมือในครั้งนี้ต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ลงนามร่วมกับ IBM เพื่อเข้าร่วมศูนย์วิจัยและนวัตกรรม IBM-NUS เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสามฝ่ายในด้านการวิจัย การเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร อันถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลเชิงควอนตัมในสิงคโปร์และประเทศไทย
การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสสำหรับความร่วมมือระดับนานาชาติในการพัฒนาและประยุกต์ใช้การประมวลผลเชิงควอนตัมในสาขาที่มีผลกระทบสูง อาทิ วิทยาศาสตร์วัสดุ การแพทย์ วิทยาการข้อมูล การประมวลผลสมรรถนะสูง ตลอดจนการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคนิคการจำลองและการหาค่าที่เหมาะสมขั้นสูง นอกจากนี้ งานยังเน้นย้ำบทบาทของนวัตกรรมควอนตัมเชิงประยุกต์ในการเสริมสร้างศักยภาพการวิจัย ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ไฮไลต์สำคัญของงาน ประกอบด้วย พิธีการลงนามเป็นสมาชิก IBM Quantum Innovation Center กับ National University of Singapore ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Mr.George Loh Associate Vice President (Strategic Partnership) National University of Singapore เป็นผู้ลงนาม ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านควอนตัมของภูมิภาค และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกฝ่ายในการพัฒนาขีดความสามารถด้านควอนตัมของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับนานาชาติ
ในช่วงเช้าของงาน ได้มีการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “IBM Quantum Computing with Qiskit Workshop” นำโดยผู้เชี่ยวชาญจาก IBM เพื่อเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติแก่นักวิจัยและผู้เข้าร่วม โดยเน้นการใช้งาน Qiskit ซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับการออกแบบ จำลอง และประมวลผลวงจรควอนตัมอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การสร้างและทดสอบวงจรควอนตัม รวมถึงการนำเครื่องมือเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ ต่อไป
แรงบันดาลใจ หรือแนวทางการออกแบบหลักๆ ของแฟชั่นปีนี้มาจากแนวคิดของ Bangkok Pride Festival 2026 “Patch the World With Pride” ซึ่งสื่อถึงการเยียวยาโลก ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความตึงเครียด ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ในพื้นที่ไพรด์ โดยตัวชุดออกแบบด้วยเทคนิค patchwork การปะและต่อผ้า ผสานผ้าฝ้ายทอมือจากจังหวัดเลยเข้ากับผ้าฝ้ายเหลือใช้ และย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ เพื่อสะท้อนทั้งความงามและความหมายของการเชื่อมโยงความหลากหลายเข้าด้วยกัน สีชุดก็ให้ล้อไปกับขบวนพาเหรดของงาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026” (Bangkok Pride Festival 2026) ที่ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride” (ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ) โดยทั้ง 6 ชุด 6 สี มีคาเรกเตอร์ที่แตกต่างกัน โดยแต่ละชุดจะสื่อความหมาย และบ่งบอกถึงตัวตนอย่างสร้างสรรค์ของผู้สวมใส่ที่ได้รับตำแหน่งทูตนฤมิตทั้ง 6 คนได้อย่างลงตัว
ขณะที่ 6 ทูตนฤมิต “Bangkok Pride Festival 2026” ผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น และทำงานร่วมกับเครือข่าย Pride City Network ทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ เป็นตัวแทนจากหลากหลายภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งล้วนมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเด็นความหลากหลายทางเพศในบริบทที่แตกต่างกัน ที่พิสูจน์ความสามารถ และศักยภาพแล้วว่า “โดดเด่น” เข้าตา ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ การทดสอบการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม และการแสดงความสามารถพิเศษ