เริ่มแล้ว! ‘Franchise Expo Thailand & TESE 2026’ ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

เริ่มแล้ว! 'Franchise Expo Thailand & TESE 2026' ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

เริ่มแล้ว! ‘Franchise Expo Thailand & TESE 2026’ ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

สตาร์ทวันนี้ Franchise Expo Thailand & TESE 2026 วันที่ 6-9 ส.ค.69 ฮอลล์ 6-8 เมืองทองธานี พบทัพธุรกิจ&แฟรนไชส์ ซัพพลายเออร์สินค้า เติมรายได้ช่วยเศรษฐกิจไทย ลดใหญ่กว่า 250 บูธ คาดเงินสะพัด 220 ลบ.

เปิดงานวันแรก Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จัดใหญ่จัดเต็มด้วยทัพธุรกิจ&แฟรนไชส์ ซัพพลายเออร์สินค้าศักยภาพและโมเดลธุรกิจสร้างอาชีพไว้อย่างครบวงจรในงานเดียว พร้อมแนวร่วมแฟรนไชส์โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ที่รัฐช่วยจ่ายค่าแฟรนไชส์ 50% มาเสริมทัพในงาน รวมกว่า 250 บูธ บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร หวังเป็นทางเลือกสร้างรายได้เพิ่มและพยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว เสิร์ฟครบจบในงานด้วยสินเชื่อ และทำเลทองทั่วประเทศ พร้อมเสวนาให้ความรู้โดยผู้ทรงคุณวุฒิคับคั่ง และกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6-8 อิมแพ็คเมืองทองธานี คาดเม็ดเงินสะพัดในงานราว 220 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งาน ” Franchise Expo Thailand & Thailand E-Commerce Selection Expo (TESE 2026) เป็นเวทีแสดงธุรกิจแฟรนไชส์และโซลูชั่นส์แบบครบวงจร ที่มากกว่างานแสดงสินค้าทั่วไป โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Events, Media และ Partnership Networks

สำหรับปีนี้กระทรวงพาณิชย์จัดในรูปแบบ DBD Pavilion เป็นการออกบูธของธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้การส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 50 บูธ ประกอบด้วย อาหาร 17 ราย เครื่องดื่ม 14 ราย การบริการ 6 ราย การศึกษา 10 ราย ความงามและสปา 1 ราย และค้าปลีก 2 ราย ในนี้ยังมีแฟรนไชส์ในโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” มาร่วมด้วย และยังมีกิจกรรมไลฟ์จากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงตลอดทั้ง 4 วัน การให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์แบบตัวต่อตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ อัปเดตเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์จากผู้เชี่ยวชาญ และธุรกิจแฟรนไชส์ตัวจริงที่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีพิธีมอบรางวัล Thailand Franchise Award : TFA 2026 เผยโฉมสุดยอดผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยภายในงานอีกด้วย

นางสาววิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ผู้จัดงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 กล่าวว่า “งาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จัดโดยบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกแนวร่วมกับสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายที่ผลักดันให้เกิดงานดี ๆครั้งนี้ขึ้น อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สถาบันอาหาร สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด และ ทิพยประกันชีวิต นับว่าเป็นเวทีที่รวมสุดยอดธุรกิจ แฟรนไชส์ รวมทั้งซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้าจากจีนและอาเซียน ที่ครบวงจรภายในงานเดียว

ภายในงานพาเหรดธุรกิจแฟรนไชส์ 250 แบรนด์ชั้นนำจัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ อาทิ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว, กะเพราขุนช้าง, GIVORA Wellness Ecosystem Partner, ร่ำรวยเย็นตาโฟ xข้าวมันส์ ฯลฯ

ครบจบด้วยแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย พร้อมทำเลค้าขายทั่วประเทศ ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีเสวนาให้ความรู้จากเหล่าวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกคับคั่ง กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ขอเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ คนว่างงาน วัยเกษียณ รวมทั้งผู้สนใจลงทุน มาเดินงานนี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถจุดประกายไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจและอาชีพ รวมทั้งเติมองค์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่างาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จะมีส่วนช่วยสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้มแข็งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป งานนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดราว 220 ล้านบาท” นางสาววิมลณ์เกศกล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยงานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6-8 อิมแพ็คเมืองทองธานี

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80 พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’  พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80  พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80 พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตลอดเดือนสิงหาคม  2569  พิเศษ ! เฉพาะผู้บริจาคโลหิต  ระหว่างวันที่ 10 – 14  สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ จะได้รับตราไปรษณียากร ฯ 80 พรรษา อันทรงคุณค่า เป็นที่ระลึก (จำนวนจำกัด)

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2499 จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 70 ปี ใต้ร่มพระบารมีที่สภากาชาดไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในการประกอบพระราชกรณียกิจคุณูปการแก่สภากาชาดไทย ทำให้กิจการของสภากาชาดไทย มีความก้าวหน้ายั่งยืน ดำเนินงานเพื่อมนุษยธรรม ตามหลักการกาชาดสากล สร้างความผาสุกให้แก่ประชาชน และประเทศชาติจวบจนปัจจุบัน  ทั้งนี้ ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนงานด้านการบริการโลหิตมาตั้งแต่ต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตตามที่สภากาชาดไทยกำหนด นับเป็นแรงจูงใจ  และเป็นความปิติภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิต จนทำให้มีผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตในโครงการ รวมใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 

พิเศษ ! ผู้บริจาคโลหิตระหว่างวันที่ 10 – 14  สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ  จะได้รับ ตราไปรษณียากรที่ระลึก “พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย” อันทรงคุณค่า จัดทำขึ้นเมื่อปี 2555 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา    

เงื่อนไขการรับ “ตราไปรษณียากร ฯ ที่ระลึก” (จำนวนจำกัด) บริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ผู้บริจาคโลหิต ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรมล่วงหน้า ทางเฟซบุ๊กศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และต้องเป็นเพื่อนกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ผ่านทาง LINE Official Account (@nbctrc) เท่านั้น ! จึงจะมีสิทธิ์รับตราไปรษณียากร ฯ 80 พรรษา เป็นที่ระลึก 

ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต

กราบสุขสันต์วันเกิด 99 ปี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

กราบสุขสันต์วันเกิด 99 ปี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

กราบสุขสันต์วันเกิด 99 ปี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่,ผรณเดช พูนศิริวงศ์ รองประธานฯ อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าว, ปรเมษฐ์ ภู่โต บรรณาธิการอำนวยการ หนังสือพิมพ์แนวหน้าและ Youtube แนวหน้าออนไลน์ จัดงานฉลองวันเกิดล่วงหน้าอบอุ่นท่ามกลางนักข่าวและพนักงานบริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด แด่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ  อดีตผู้อำนวยการและอดีตคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ซึ่งจะมีอายุก้าวสู่ปีที่ 99 ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยมี ประเสริฐ คำพลงาม,จีระพงศ์ เต็มเปี่ยม,ดร.มนู มณีวัฒนา,เสริมสุข กษิติประดิษฐ์,พีระพัฒน์ วัฒนาภิรมย์,บุญระดม จิตรดอน ร่วมอวยพร ที่ลองนา คาเฟ่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

“ฟังเสียงเตือนจากมดลูก” ปลุกพลัง Peach ในตัวคุณ หยุดมะเร็งมดลูกก่อนสาย!

“ฟังเสียงเตือนจากมดลูก” ปลุกพลัง Peach ในตัวคุณ หยุดมะเร็งมดลูกก่อนสาย!

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ปักหมุดเชิญชวนผู้หญิงไทยมาร่วมรู้ทัน ตรวจเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในงาน “Peach Power พลังผู้หญิงไทย สู้ภัยมะเร็งมดลูก” กับศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  

กิจกรรมภายในงาน  รับฟังเสวนาทางการแพทย์ Peach Power : Uterine Cancer Awareness Talk ‘รู้ไว รักษาได้ นวัตกรรมขั้นสูงเพื่อหญิงไทยห่างไกลมะเร็งมดลูก’ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร หัวหน้างานสูตินรีเวชกรรม แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวชและการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , นายแพทย์รวย กิตติคุณ ประธานคณะทำงานศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษามะเร็งมดลูก และ แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวชและการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

และเสวนาสร้างแรงบันดาลใจและปรับพฤติกรรมในหัวข้อ “เมื่อความอ้วน ชวนมะเร็งเข้ามาทักทาย: ปรับโภชนาการพลิกชีวิตใหม่ให้แข็งแรง” พบกับ แพทย์หญิงฐานิตา เวชโช และ แพทย์หญิงหทัยภัทร สุขเจรียงพร แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช พร้อมด้วย แพทย์หญิงวทันยา คุวัฒนานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านโภชนศาสตร์คลินิก ร่วมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี 

พร้อมทั้ง ร่วมรู้ทันและป้องกันภัยมะเร็งมดลูกไปกับ 3 กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน: 
•    Peach Power: ตรวจอัลตราซาวด์ทางนรีเวชสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่ได้รับการคัดกรองว่า “มีความเสี่ยง” มะเร็งมดลูกตามเกณฑ์ที่กำหนด (จำกัดสิทธิ์เพียง 30 ท่านแรกเท่านั้น)
•    Peach Care: นิทรรศการความรู้นวัตกรรมทางการแพทย์ พร้อมโซนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสตรีและโภชนาการ เพื่อช่วยให้คุณรู้ทันและป้องกันภัยมะเร็งมดลูก
•    ร่วมรณรงค์กระบอกเสียงพลัง Peach: แชร์พลังความรู้และแรงบันดาลใจผ่านการถ่ายภาพ และเขียนข้อความรณรงค์ร่วมกัน

มาร่วมรณรงค์ปลุกพลังความพีชในตัวคุณ เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากมะเร็งมดลูกด้วยกัน

ขั้นตอนลงทะเบียนร่วมงาน คลิก https://cra-event-registration.vercel.app เพื่อเข้าสู่ระบบลงทะเบียนกิจกรรมกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 
สำหรับการ “สมัครสมาชิกใหม่” ครั้งแรก (First-Time Registration) ทำเพียงครั้งเดียวสำหรับการสมัครใช้งาน เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการจองเข้าร่วมงานครั้งต่อ ๆ ไป โดยกรอกข้อมูลส่วนบุคคลพื้นฐาน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์มือถือ, วันเดือนปีเกิด อายุ และอีเมล พร้อมตั้งชื่อผู้ใช้งาน (Username) รหัสผ่าน (Password) สำหรับใช้เข้าสู่ระบบในครั้งถัดไป 

เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว คลิกลงทะเบียนเข้าร่วมงาน “Peach Power พลังผู้หญิงไทย สู้ภัยมะเร็งมดลูก” เพื่อรับ QR Code Ticket สำหรับเช็กอินเข้างานได้เลย !!

เปิดตัวเทคโนโลยีเพื่อเด็ก LD ในงาน NCPD 2026 “ทองก้อนใหญ่” ชูนวัตกรรมช่วยงานแพทย์และนักฟื้นฟู

เปิดตัวเทคโนโลยีเพื่อเด็ก LD ในงาน NCPD 2026

เปิดตัวเทคโนโลยีเพื่อเด็ก LD ในงาน NCPD 2026 “ทองก้อนใหญ่” ชูนวัตกรรมช่วยงานแพทย์และนักฟื้นฟู

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.26 น.

งาน NCPD 2026 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หนึ่งในบูธที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน คือ บูธของ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด(Thongkornyai Holding Co., Ltd.)  ผู้นำนวัตกรรมด้านพหุปัญญา และช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งนำโดย แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด นำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ 2 รายการที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดูแลเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disorder: LD) รวมถึงภาวะออทิสติก (Autism) ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และผู้พิการ

แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด

แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด และแขกผู้มีเกียรติ

รายการแรกคือ Eyetronix(อายทรอนิค) เครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ เพื่อรายงานข้อมูลความสามารถด้านการรู้คิด และพหุปัญญาให้แก่แพทย์และทีมสหวิชาชีพ รวมถึงครูการศึกษาพิเศษนำไปใช้ประกอบการพิจารณาดูแลเด็ก และผู้พิการแต่ละราย ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีข้อมูลเชิงพฤติกรรมประกอบการวางแผนดูแลที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น

แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ (คนที่สองจากซ้าย )ร่วมต้อนรับ นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)(คนขวาสุด)

รายการที่สองคือ NeuroSight(นิวโรไซต์) โปรแกรมฝึกทักษะทางปัญญาผ่านเทคโนโลยี VR ที่ออกแบบเกมและกิจกรรมฝึกทักษะเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนการฝึกและฟื้นฟูทักษะการเรียนรู้ พหุปัญญาและการทำงานของสมองในเด็กกลุ่ม LD รวมถึงภาวะออทิสติก (Autism) ภาวะสมาธิสั้น (ADHD)   และผู้พิการ ภายใต้การดูแลและกำกับของบุคลากรทางการแพทย์

บรรยากาศภายในบูธ ของ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด

การนำเทคโนโลยีทั้งสองมาจัดแสดงใน “งาน NCPD 2026” หรือ “งานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569″ (The 18th National Conference on Persons with Disabilities: NCPD 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Learning to Earning: Innovation for Persons with Disabilities in an Inclusive Society” ถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคการแพทย์ ในการผลักดันให้เด็กกลุ่ม LD รวมถึงภาวะออทิสติก (Autism) ภาวะสมาธิสั้น (ADHD)   และผู้พิการคนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม
ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม Eyetronix และ NeuroSight สามารถติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด โทร.096-962-9297

เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.42 น.

รายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร”เสาร์นี้ “เต้ย พงศกร” มาพร้อมศิลปินเสียงดี “ต้น ธนษิต” ร่วมเดินทางสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์แห่งเมืองน่าน ชมโบราณสถานสําคัญ ” กําแพงเมืองเก่า ” ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและสถาปัตยกรรมป้องกันเมืองอันทรงคุณค่าในอดีต ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง “วัดภูมินทร์” แลนด์มาร์กระดับตํานานที่งดงาม ด้วยพระอุโบสถทรงจตุรมุขอันเป็นเอกลักษณ์ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน”ภาพกระซิบรักบันลือโลก ที่ตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก

จากนั้นแวะชิมอาหารเหนือที่ “เฮือนเจ้านาง” เรือนไทยโบราณริมแม่นํ้าน่านที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศสงบร่มรื่น ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติอาหารพื้นเมืองเหนือแบบดั้งเดิม

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด  มาทําความรู้จักกับ ชีวาร์ เนเจอร์ (Chewana Nature) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทยสู่นวัตกรรมร่วมสมัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพ เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมการยกระดับผักพื้นบ้านอย่าง “ผักเชียงดาอินทรีย์ 100%” ชีวาร์ เนเจอร์ มุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรพื้นบ้านในจังหวัดน่าน นํามาผ่านกระบวนการสกัดอย่างพิถีพิถันเพื่อรังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง อาทิ แชมพูสมุนไพร เซรั่มบํารุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ที่ปราศจากสารเคมีอันตราย การเติบโตของชีวาร์ เนเจอร์ ไม่เพียงแต่นําเสนอทางเลือกแห่งการดูแลสุขภาพ ที่ปลอดภัยและบริสุทธิ์ให้แก่ผู้บริโภค ยังเป็นส่วนสําคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนท้องถิ่น โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์ สําคัญที่คอยสนับสนุน ตั้งแต่การทําแปลงปลูกไปจนถึงนวัตกรรมการแปรรูป เพื่อสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงคืนสู่เกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

มาร่วมค้นหาคําตอบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านจะกลายเป็นสินค้าโมเดิร์นคราฟต์ ที่โกอินเตอร์ได้อย่างไรในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD กด 30

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival  หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.15 น.

Mango Art Festival ประกาศจัดงานเทศกาลศิลปะในพื้นที่เมืองสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Urban Collectibles” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมเปิดประสบการณ์การเสพศิลป์รูปแบบใหม่ เปลี่ยนพื้นที่ห้องพัก Luxury Guest Suite และบริเวณโดยรอบของโรงแรม The StandardX, Bangkok Phra Arthit ให้กลายเป็น “Living Gallery” ภายใต้ธีม “MOVING CITY: เมืองไม่เคยหยุดนิ่ง…” ตั้งแต่วันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 เวลา 13:00 – 21:00 น.

ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ (Hyper-velocity) แสงนีออน สายน้ำ และความวุ่นวายบนท้องถนน นิทรรศการ Urban Collectibles 2026 มาพร้อมแนวคิด “MOVING CITY” เพื่อเป็น “จุดหยุดนิ่ง” ให้กับทุกคน ภายใต้ Key Message “ในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ศิลปะจะหยุดเราไว้ เพื่อให้หัวใจเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่”

ศิลปะในงานนี้มีหน้าที่ฉายภาพดึงเวลาให้หยุดหมุน (Freeze-frame) เพื่อให้ผู้ชมได้หยุดพัก ทบทวน ตกตะกอนความหมายของชีวิต และสำรวจรายละเอียดที่อาจเคยถูกมองข้ามไป โดยหลุดพ้นจากกรอบหอศิลป์สีขาวแบบเดิมๆ ด้วยคอนเซปต์ Living Gallery ที่เชื่อมโยงผลงานศิลปะเข้ากับพื้นที่การใช้ชีวิตจริง ช่วยให้นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะได้สัมผัสด้วยตาตนเองว่า ภาพวาดระดับ Masterpiece, งานดิจิทัล, งานปั้น, อาร์ตทอยไวนิลรุ่นสะสม หรือผลงานดีไซน์สุดล้ำ สามารถเติมเต็มจิตวิญญาณและมอบชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างไร

งานในครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานทรงคุณค่าแก่การสะสมจากศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศ นำโดย JOAN CORNELLÀ, MUKLAY, Ping Hatta, NINJA•ROMAN•PARE•LOLAY พร้อมด้วยศิลปินมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ La chambre de Kesvita, Jaemy C Studio, Pang Torsuwan, Supmanee Chaisansuk, kazi Istela imam  เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากแกลเลอรี อาร์ตสเปซ และแบรนด์สร้างสรรค์ระดับแนวหน้า อาทิ Art Zone Asia, gallery. sort of., Boo X Project, Texture Printing Thailand, Mobella, eufyMake, Ming Art Space, Street Star Gallery, Mr.Zen Art Studio, Art Bridge Chiang Rai และ Dadsada Studio

ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ Facebook: Mango Art Festival และ Instagram: mangoartfestival

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ขานรับนโยบายภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’  ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ผนึกความร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ 130 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดทัพสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 30 รายการ ลดราคาสุดสูงสุดกว่า 40% ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนายสามารถ ธะสุข ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส กลุ่มร้านค้าปลีกท้องถิ่น กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนร่วมเปิดงาน ที่ร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จ. อุดรธานี

ภายใต้โครงการดังกล่าว ยูนิลีเวอร์ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า ทำความสะอาด เส้นผม ดูแลผิวกาย และอาหาร อาทิ บรีส, โอโม, คอมฟอร์ท, ซันไลต์, ซันซิล, เคลียร์, โดฟ, วาสลีน, ซิตร้า, ลักส์, แอ็กซ์, เรโซนา และคนอร์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกคนในครอบครัว

ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปีที่อยู่คู่คนไทย ยูนิลีเวอร์มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทย เพราะเราเชื่อว่าทุกครอบครัวควรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่การบริหารค่าใช้จ่ายยังเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของยูนิลีเวอร์ ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จัดขึ้นโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 08.15 น.

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 66 โดยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่คนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมค่ายเรียนรู้นอกห้องเรียนภายใต้แคมเปญ “New Gen Change the World : คนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากพื้นที่จริง พร้อมจุดประกายให้เยาวชนนำศาสตร์พระราชาไปต่อยอดสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม 

วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เลือกศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ “จากนภาผ่านภูผา สู่มหานที” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำและชายฝั่งทะเล โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างครบวงจร ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การประมง และการพัฒนาอาชีพของชุมชน ควบคู่การอนุรักษ์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา

ตลอดระยะเวลา 2 วัน ครูและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่าน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ลงพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน เรียนรู้เรื่องพะยูนหรือ “หมูดุด” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวคุ้งกระเบน ศึกษาการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ตลอดจนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล อาทิ ธนาคารปูม้า ปล่อยลูกปูคืนสู่ทะเล เขี่ยไข่ปู สร้างบ้านปลา และให้อาหารฉลามเสือดาว ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชาไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้ด้านการเกษตร แต่เป็นหลักคิดในการพัฒนาคน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนเป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระราชดำริมาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ จนเกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์และสร้างอาชีพให้กับชุมชน เราต้องการให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เพราะเมื่อได้ลงมือทำ ได้สัมผัสธรรมชาติ และเห็นผลลัพธ์ด้วยตนเองจะเกิดความเข้าใจศาสตร์พระราชาอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้”

มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯ จันทบุรี

นอกจากกิจกรรมภาคสนาม ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม The King’s Innovation และ The King’s Journey ซึ่งถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและกระบวนการทรงงานผ่านบอร์ดเกมการเรียนรู้ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล รวมถึงกิจกรรม Storytelling Lab ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนฝึกเล่าเรื่องและสร้างสรรค์คอนเทนต์จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปเผยแพร่และสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่กิจกรรม Awakening Walk และ Design Your Life ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสำรวจคุณค่าของตนเอง ฝึกสติ และออกแบบเป้าหมายชีวิตบนพื้นฐานของคุณธรรม 5 ประการ

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั่วประเทศร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านกิจกรรม New Gen Change the World โดยเชิญชวนเยาวชนอายุ 15–25 ปี ศึกษาแนวคิดศาสตร์พระราชาจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วถ่ายทอดมุมมองผ่านคลิปวิดีโอในหัวข้อ “ศาสตร์พระราชา สามารถนำไปเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร” ความยาว 3–5 นาที เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และส่งผลงานผ่านระบบของโครงการ เปิดรับสมัครทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม (ไม่เกิน 5 คน) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ก่อนประกาศผลในเดือนพฤศจิกายน 2569

ผู้ได้รับการคัดเลือก 100 ทีม จะได้รับทุนการศึกษาทีมละ 5,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณสำหรับผู้เข้าร่วมและสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายขับเคลื่อนนวัตกรรมศาสตร์พระราชา อาทิ โอกาสฝึกงาน การร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานพันธมิตร และสิทธิพิเศษจากองค์กรเครือข่าย โดย 10 ทีม ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดจะได้รับเชิญขึ้นนำเสนอผลงานบนเวทีสำคัญ เนื่องในโอกาส 100 ปี พระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่ายกว่า 30 องค์กร เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง Facebook: ตามรอยพระราชา – The King’s Journey, Line: @dfoundation หรือโทร. 094-403-4245 และ 086-614-1662

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงสังคมไทย “โรคพาร์กินสัน” ซึ่งเคยพบประมาณ 1 คนในประชากร 1,000 คน วันนี้ขยับขึ้นเป็น 1 คน ใน 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนปรากฏการณ์ “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” ซึ่งไม่อาจอธิบายได้จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคพาร์กินสัน โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง ส่งผลให้การผลิตสารโดปามีนลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง และอาจมีอาการมือสั่นร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษา อาการจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ 

สาเหตุสำคัญของโรคเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีน alpha-synuclein ที่ผิดปกติ ซึ่งในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม เมื่อร่างกายไม่สามารถกำจัดโปรตีนชนิดนี้ได้ โปรตีนจะสะสมจนกลายเป็น “โปรตีนขยะ” โดยมีข้อสันนิษฐานว่าจุดเริ่มต้นอาจเกิดขึ้นที่ลำไส้ ก่อนส่งผ่านเส้นประสาทเข้าสู่ก้านสมองและสมองส่วนอื่นๆ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก แน่นท้อง หรือเรอบ่อย ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาระบบย่อยอาหาร ทั้งที่อาจเป็นสัญญาณระยะเริ่มต้นของโรคได้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัสสารเคมีกลุ่มยาฆ่าแมลง มลพิษทางอากาศ PM2.5 การสะสมของไมโครพลาสติก และสารเคมีจากบรรจุภัณฑ์อาหาร อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคได้

สัญญาณเตือนที่หลายคนมักมองข้าม ได้แก่ การนอนละเมอ ท้องผูกเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้อาจเป็น “เสียงเตือน” จากสมอง และอาจเกิดขึ้นก่อนอาการสั่นถึง 10–20 ปี หมายความว่า เมื่อเริ่มมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เคลื่อนไหวช้า มือสั่น หรือเดินสะดุด อาจเป็นช่วงที่เซลล์สมองสูญเสียไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60

ทั้งนี้ จากสถิติเดิมที่พบผู้ป่วย 1 คนต่อประชากร 1,000 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 1 คนต่อ 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายใน 10 ปี โดยประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ภาพรวมของเอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเร็วที่สุดในโลก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อน “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” อย่างชัดเจน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น คือ อายุของผู้ป่วยที่ลดลง จากเดิมที่มักพบในวัยประมาณ 60 ปี ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ราว 50 ปี และเริ่มพบมากขึ้นในกลุ่มอายุ 40 ปี บางรายที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมอาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 30 ปีเศษ สะท้อนว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของผู้สูงอายุหลังเกษียณอีกต่อไป แต่กำลังกระทบประชากรวัยทำงานโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่สามารถวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

หัวใจสำคัญของการรับมือโรคพาร์กินสันคือแนวคิด “รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้” เพราะโรคไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการมือสั่นเสมอไป ระยะแรกอาจแสดงอาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลที่รุนแรงขึ้น การนอนผิดปกติ หรือท้องผูกเรื้อรัง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยการ  รู้เร็วมีสองมิติ คือ รู้ว่าเป็นโรคเร็วเพื่อเริ่มรักษาได้ทันเวลา และรู้วิธีดูแลเร็วเพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง

แม้ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาดหรือหยุดการเสื่อมของเซลล์ประสาทได้โดยตรง แต่การดูแลแบบองค์รวมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ถึง 80–90 เปอร์เซ็นต์ หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม

สำหรับขั้นตอนการรักษาโรคพาร์กินสัน มีตั้งแต่การใช้ยาเพิ่มระดับสารโดปามีนในสมอง การผ่าตัดฝังอิเล็กโทรดในสมองด้วยเทคโนโลยี Deep Brain Stimulation (DBS) ซึ่งช่วยลดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และลดการพึ่งพายาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (Focused Ultrasound) เป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงยิงเข้าไปในสมองเฉพาะจุดเพื่อหยุดวงจรที่ผิดปกติ และมีแนวโน้มว่าเทคโนโลยีนี้จะขยายผลได้ดีในกลุ่มผู้ป่วยระยะแรก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน สามารถรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันเบื้องต้นได้ที่แอปพลิเคชัน “Check PD”

“โรคพาร์กินสัน” ไม่ใช่จุดจบของชีวิต หากตรวจพบเร็ว ดูแลอย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยยังสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เพราะการรู้เร็วและดูแลอย่างถูกต้อง คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง