ความในใจพระฝรั่ง ที่ได้เป็นเจ้าคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มิถุนายน 2559 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/439565

ความในใจพระฝรั่ง ที่ได้เป็นเจ้าคุณ

โดย…สมาน สุดโต

เรื่อง ชอบไม่ชอบ เท่าๆ กัน เป็นบทเทศนาของพระวิเทศพุทธิคุณ หรือหลวงพ่ออมโร ภิกฺขุ เจ้าอาวาสวัด อมราวดี  ซึ่งเป็นวัดป่าสายหลวงพ่อชา ในสหราชอาณาจักร  ท่านเป็นพระฝรั่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะ หรือเจ้าคุณสายวิปัสสนา ได้แสดงความในใจ ในวันที่พระสายหลวงพ่อชา คณะกัลยาณมิตร และผู้ที่เคารพนับถือมาแสดงมุทิตาจิต  ที่วัดอัมพวัน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2558

ตามประวัตินั้น พระวิเทศพุทธิคุณ วิฺ (อมโร ภิกฺขุ) มีชื่อเดิมว่า เจเรมี ชาลี จูเลี่ยน ฮอร์เนอร์ (J.C.J.Horner) เกิดเมื่อเดือน ก.ย. 2499 ณ เมืองเท็นเทอร์เดน เคนท์ ประเทศอังกฤษ (เป็นลูกพี่ลูกน้องของ I.B. Horner นักวิชาการด้านพุทธศาสนา ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานชมรมบาลีปกรณ์ (Pali Text Society) ซึ่งล่วงลับไปแล้ว) อุปสมบทวันที่ 7 เม.ย. 2522 ณ พัทธสีมาวัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเลี่ยม หรือปัจจุบันคือพระราชภาวนาวิกรม เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปภากโร วัดป่านานาชาติ อ.วารินชำราบ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยลอนดอน สายวิทยาศาสตร์พร้อมกัน 2 สาขา คือ สาขาจิตวิทยา และสาขาสรีรวิทยา

ท่านมีผลงานในการประพันธ์หนังสือ รวมทั้งประพันธ์ร่วมกับผู้อื่นประมาณ 20 เล่ม เพื่อแจกเป็นธรรมทาน

ชอบไม่ชอบ เท่าๆ กัน

อาตมาขอแสดงความยินดีที่ได้มาที่วัดอัมพวัน วัดหลวงพ่อจันดี

เมื่อได้ทราบว่าเราจะรับสมณศักดิ์ในวันนี้ ก็มีความคิดกันว่า เอ… ลูกศิษย์วัดหนองป่าพงในกรุงเทพฯ และในภาคกลาง จะรวมตัวกันทำพิธีแสดงมุทิตาจิต ณ ที่ใด จึงจะสะดวกท่านอาจารย์เกวลีได้ติดต่อท่านอาจารย์จันดี ท่านว่าท่านอาจารย์จันดีรับให้จัดพิธีที่วัดท่านได้ และท่านบอกอาตมาว่า… ท่านอาจารย์จันดี super happy

นั่นเป็นเพราะว่าเรารู้จักและเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี เมื่ออาตมาบวชเป็นสามเณร ท่านอาจารย์จันดีมาจำพรรษาที่วัดป่านานาชาติ คิดว่าปีนั้นเป็นพรรษาที่ 5 ของหลวงพ่อปสนฺโน …เอ้อ…ต้องเรียกท่านว่า…ท่านเจ้าคุณโพธิญาณวิเทศ… โอ… ขี้ลืมเนอะ…อาจจะเป็นพรรษาที่ 3 ของหลวงพ่อจันดี ท่านเป็นตัวอย่างที่ดี ท่านสำรวมดีมาก สงบเงียบ และมีสติตลอดเวลา เราก็ว่า โอ…พระองค์นี้ดีมากมีสติตลอดเวลา เพราะว่าตอนนั้นอาตมายังหนุ่มๆ จิตใจก็วุ่นวาย ไม่มีสติ หลวงพ่อจันดีเป็นตัวอย่างดีๆ ในชีวิตพระของอาตมา ซึ่งบัดนี้ก็ 37 ปีแล้ว อาตมาจึงสบายใจมากที่ได้มาที่วัดนี้ซึ่งหลวงพ่อจันดีเป็นเจ้าอาวาส และมีโอกาสที่จะได้ร่วมกันพิจารณาพระธรรมในวันนี้และวันพรุ่งนี้

วันนี้เป็นวันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันเกิดของในหลวง เป็นวันพ่อ แต่เมื่อ 22 ปีที่แล้ว เป็นวันที่โยมพ่อของอาตมาเสียชีวิต ฉะนั้น วันนี้จึงเป็นทั้งวันที่ดีและวันที่ไม่ดีด้วย วันที่ชอบและวันที่ไม่ชอบ กลับมานึกถึงคำสอนของหลวงพ่อชา หลวงพ่อของเราท่านเคยว่า … ชอบไม่ชอบเท่าๆ กัน… เข้าใจไหม… ชอบไม่ชอบเท่าๆ กัน … เพราะว่าการรับสมณศักดิ์นั้น ก็เป็นเหมือนเรื่องพิเศษที่คนเราอาจจะชอบ โอ…ดีใจมาก โอ้…วันนี้เป็นวันดี เป็นวันเกิดของในหลวงเป็นวันดีมากๆ เป็นวันที่เราได้เป็นเจ้าคุณ… แต่ถ้าเรายึดถือความดี โอ้….เป็นเจ้าคุณแล้ว โอ… เก่งมาก…เก่งมาก… อาจจะนึกว่าเป็นของสูงสุด ถ้ายึดติดอย่างนั้นจะตกนรกแน่นอนถ้าเรายึดติดความดี ความดีจะเปลี่ยนเป็นทุกข์ และเมื่อมีความทุกข์แล้ว เราก็ยึดติดมัน เราก็จะเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น

แต่ถ้ามีความทุกข์หรือสิ่งที่เราไม่ชอบ เหมือนโยมพ่อเสียชีวิต เราก็อาจจะไม่ชอบหรือไม่สบายใจ แต่ถ้าเรามีปัญญาพิจารณาว่า เอ… โยมพ่อก็เกิดเมื่อ 102 ปีมาแล้วท่านตายเมื่ออายุ 80 ปี ชีวิตของท่านก็ดี และเมื่อคนเราเกิดแล้ว แน่นอนว่าต้องตาย ทุกๆ คนก็เหมือนกันเนอะทุกๆ คนในอุโบสถนี้ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย พระ ฆราวาส ทุกๆ คน ทุกๆ รูป วันหนึ่งต้องตายแน่นอน ใช่ไหม

แต่ถ้าเราไม่ยอมคิดอย่างนั้น กลับคิดว่า …โอ้… ไม่ใช่…ไม่ใช่… ต้อง… How to say we can negotiate? …ต้องต่อรอง… เราต้องการต่อรอง แต่มันต่อรองไม่ได้ พญามัจจุราชย่อมไม่สนใจแน่นอน ถ้าจะพิจารณาความตายด้วยปัญญา…อ้อ…ถ้าเกิดแล้วก็ต้องตายแน่นอน มันเป็นอย่างนั้น เป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติ ฉะนั้น เวลามีคนตาย เราก็เสียใจ แต่ถ้าไม่ยึดติด ก็จะไม่มีความทุกข์ เข้าใจไหม มีความเจ็บ แต่ไม่มีความทุกข์ ยังมีความสงบอยู่ในจิตใจ หรือในกรณีสิ่งของถ้าไม่ยึดติด เห็นเป็นสักแต่ว่าของเฉยๆ ของนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหา หรือนำความทุกข์มาให้เจ้าของ

เมื่อพ่อแม่ของเราตาย คนเราย่อมไม่สบายใจ แต่ถ้าเราเห็นว่า นี่เป็นเรื่องธรรมชาติกำลังแสดงธรรม ความหมายความคำว่า “ธรรมชาติ” คือ ธรรมะ และ ชา-ติ …เกิดจากธรรม… ถ้าเราเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมชาติกำลังแสดงธรรมเราก็จะ …โอ้…ใจสบาย เข้าใจไหม

เมื่อพิจารณาอย่างนี้ เราก็จะเห็นได้ว่า ความชอบหรือความไม่ชอบก็มีค่าเท่าๆ กัน หากเราวางใจไม่ถูกต้องทั้งความชอบและความไม่ชอบก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ได้ แต่ถ้าเรามีปัญญารู้เท่าทัน เราก็จะเป็นอิสระจากทั้งความชอบและความไม่ชอบนั้น

คิดว่าได้แสดงธรรมมาพอสมควรแล้วในคืนนี้ ขอโทษที่พูดภาษาไทยไม่ค่อยคล่อง ท่านเจ้าคุณโพธิญาณวิเทศพูดเพราะมาก อาตมาพูดไทยได้แค่นิดหน่อย ฉะนั้นจึงขอพูดเพียงเท่านี้ เพื่อพวกเราจะได้เตรียมตัวสำหรับพิธีในวันพรุ่งนี้

 

ร่วมอธิการกุศล… ณ เวียงโยนกในอดีต!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มิถุนายน 2559 เวลา 11:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/439563

ร่วมอธิการกุศล... ณ เวียงโยนกในอดีต!

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา … ได้เห็นภาพข่าวในสื่อฉบับหนึ่งรายงานเรื่อง การจัดงานรอยอดีตกาลตำนานเวียงหนองหล่ม ชมวิถีคนเชียงราย มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล รอง ผวจ.เชียงราย เป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๕๙ โดยมีกิจกรรมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่หลายชาติพันธุ์ในอาณาจักรโยนกเดิม และประวัติความเป็นมาของเวียงหนองหล่ม พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตลุ่มน้ำกก ซึ่งกินพื้นที่เทศบาลในปัจจุบัน คือ 1.เทศบาลตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย 2.เทศบาลตำบลท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย 3.อบต.ศรีโยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งสมัยก่อนประวัติศาสตร์มีตำนานตามพงศาวดารโยนก เล่าถึงเรื่องราวของเวียงโยนก สมัยเจ้าชายสิงหนวัติ ที่พาผู้คนมาหาที่ตั้งเมืองแถบริมโขงย่านดังกล่าวนี้ … จนถึงสมัยพระเจ้ามหาไชยชนะ ที่มีผู้คนจับปลาไหลเผือกขนาดใหญ่มาแบ่งกินกันทั่วเมือง ยกเว้นหญิงแม่ม่าย พอตกกลางคืน จึงเกิดแผ่นดินไหวเมืองถล่มลง …

เรื่องราวคำสาป … กฎแห่งกรรม … หรือวิถีแห่งธรรม จึงปรากฏมีเป็นเรื่องเล่าสืบเนื่องในเชิงตำนานและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อที่สื่อให้คนเข้าถึงด้วยสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ มากกว่าสิ่งที่เป็นจริง ดังปรากฏเป็นตำนานคู่กับภูมิวัฒนธรรม ที่ยากจะแยกกันออก เพราะบรรดาชื่อสถานที่ ชื่อบุคคลตามตำนาน ล้วนสื่อความหมายตามความเชื่อที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ

การเรียนรู้วิถีวัฒนธรรม และความเชื่อในท้องถิ่น จึงมักจะแอบอิงมากับศาสนา … ดังคำกล่าวของหลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่มีต่อ ศ.คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี ว่า “พื้นที่ดังกล่าวแถบทะเลสาบเชียงแสน อันเป็นส่วนหนึ่งของเวียงโยนกในอดีต ยากที่จะสร้างอุโบสถให้เกิดขึ้น เป็นคำสาปเป็นคำกล่าวที่ว่ากันมา …”

การสร้างวัดป่าญาณสัมปันโนอารยาราม เหนือทะเลสาบเชียงแสนแห่ง ต.ศรีโยนก จึงเกิดขึ้นด้วยกำลังศรัทธา หวังแผ่อุทิศบุญกุศลให้แก่ชาวเวียงโยนก … ชาวเชียงแสนแถบลุ่มน้ำโขง … ในอดีตที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ นานา ตามที่กล่าวมาโดยเฉพาะกรณีเวียงล่มสลาย …

ไม่ว่าตำนาน ความเชื่อ … จะเป็นจริงหรือไม่ … คำกล่าวคำสาปจะเป็นแค่คำพูดลอยลมมาอย่างมีสาระหรือไม่มีสาระ … แต่บัดนี้ ความมีสาระธรรมได้ถูกก่อรูปร่างขึ้น ด้วยการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา กำหนดเขตอุโบสถเหนือทะเลสาบเชียงแสน ณ วัดป่าญาณสัมปันโนอารยาราม … ที่ชาวอำเภอเชียงแสนและใกล้เคียงมีความรู้สึกปีติยินดียิ่ง ในมหากุศลที่ได้อุบัติเกิดขึ้นในเขตพุทธสถาน บนพื้นที่เวียงโยนกในอดีต เพื่อลบล้างความเชื่อคำกล่าวต่างๆ ให้สูญสิ้นไปด้วยอำนาจแห่งธรรม …

ดังปรากฏ การสวดถอนเขตพัทธสีมาของคณะสงฆ์ธรรมยุติจากทั่ว จ.เชียงราย นำโดยพระพรหมเมธี เจ้าคณะภาค ๔, ๕, ๖, ๗ (ธ) ในวันที่ ๒ ก.ค. ๒๕๕๙ นี้ และจะมีการสวดผูกพัทธ์ตัดลูกนิมิตตามเขตอุโบสถที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ ๓ ก.ค. ๒๕๕๙ และจะมีการบรรพชา-อุปสมบท เป็นครั้งแรกในอุโบสถดังกล่าว เหนือทะเลสาบเชียงแสน โดยมีศาสนิกชนชาวไทย-อินเดีย-จีน จำนวน ๒๑ คน เข้าสู่การบรรพชา-อุปสมบทในครั้งนี้ โดยได้รับพระมหากรุณาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในการพระราชทานผ้าไตรจีวรและบาตรแด่ผู้มุ่งอุปสมบท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ๑๓ ก.ค. ๒๕๕๙ ณ วังเทเวศร์ โดยมี ม.ล.สราลี กิติยากร ประธานคณะศิษย์ศรัทธาในพระอาจารย์อารยะวังโส เบิกตัวขอประทานอนุญาตเข้าเฝ้า … โดยจะมีการกำหนดให้มีการบรรพชา-อุปสมบท ในวันที่ ๑๖-๑๗ ก.ค. ๒๕๕๙ โดยส่วนหนึ่ง คือ พลีบุญอุทิศให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายในอาณาจักรโบราณแห่งนี้ด้วย … จึงบอกกล่าวมาเพื่อสาธุชนจะได้ร่วมกระทำการอนุโมทนา หรือไปร่วมงานดังกล่าวได้ตามศรัทธา … (ติดต่อ พิมพ์ปราง ๐๘-๑๕๙๕-๘๐๐๘)

เจริญพร

 

ถึงเวลาผู้นำต้องมีคุณธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มิถุนายน 2559 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/439562

ถึงเวลาผู้นำต้องมีคุณธรรม

โดย…ส.คลองเตย

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ผู้ดำรงตำแหน่งสมเด็จที่มีอาวุโสสูงสุดในบรรดาสงฆ์ไทย ในปัจจุบันนั้นเป็นที่ทราบกันดี พอๆ กับเรื่องที่ท่านถูกมรสุมรุมสกัดไม่ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ก็เป็นที่ทราบกันดี ว่าขบวนการสกัดมีแผนงานที่ชัดเจน พร้อมจะยกเรื่องใดมาดำเนินการในห้วงเวลาใดก็ได้ เพื่อบั่นทอนความเคารพในสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ที่สูงวัยถึง 92 ปี ให้ลดน้อยลง เหมือนขบวนการโค่นล้มรัฐบาลในอดีต

เรื่องของเรื่องมีผู้ขับเคลื่อนยื่นใส่ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ในวัยที่ใกล้ 100 ปี ครองสมณเพศตลอดชีวิต ตั้งแต่เป็นสามเณร จนเป็นพระมหาเถระตั้งอยู่ในศีลในธรรม และเมตตา ไม่เคยนำทัพมวลชนไปปิดเมืองขับไล่รัฐบาล ไม่เคยไปทำงานในกองทัพหรือองค์กรใดๆ หรือไม่มีข่าวคาวที่น่ารังเกียจเหมือนพระผู้ใหญ่บางรูปที่มีข่าวคาวกับเด็กหนุ่มหน้าตาดี แต่มีคนพยายามให้มีตำแหน่งใหญ่โต

เมื่อสมเด็จเป็นพระสุปฏิปันโน ก็ยังมีคนบางกลุ่มพยายามให้ท่านมีมลทินเช่นเรื่องรถโบราณ เมื่อเจอมารผจญขนาดนี้ก็ไม่ทำให้เจ้าประคุณสมเด็จมีอารมณ์ที่ว้าวุ่น ขาดสมาธิ จนทำให้กิจการงานของคณะสงฆ์เสียหาย  อันแสดงให้เห็นถึงคุณธรรม การครองตน ครองสติที่จะไม่ให้เรื่องเท็จมาทำลายตัว และงานของท่าน

กลับกันเรากลับได้ทราบข่าว การปฏิบัติภารกิจเพื่อส่วนรวมของท่านอยู่เนืองๆ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเมตตาต่อทุกผู้คน ขัดกับพระบางรูปที่ยิ้มเหมือนแสยะคอยใส่ฟืนเติมไฟ ต่อต้านสมเด็จพระมหา
รัชมังคลาจารย์ ไม่ให้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามมติของมหาเถรสมาคม

คำถามคือสมเด็จท่านครองตัวอย่างนี้ได้อย่างไร คำตอบคือจิตที่ฝึกมาดีมีความอดทนอดกลั้น มีความเมตตา มีความวิริยะ ความรับผิดชอบ  จึงเห็นสมเด็จท่านปราศจากอารมณ์ขุ่นมัว และยังคงปฏิบัติศาสนกิจ ช่วยสงเคราะห์ ด้วยความเข้มแข็งชื่นบาน  ในทุกที่ทุกสถาน ที่ท่านได้รับนิมนต์ทุกวันไม่เคยว่างเว้น

ยิ่งถ้านึกถึงผู้เป็นเณร เป็นพระ มาตั้งแต่เด็กจนอายุใกล้ร้อยปี ไม่เคยต้องคบค้าสมาคมกับผู้คนทางโลก ประเภทหน้าไหว้ หลังหลอก กลับกลอก ลับลวงพราง อ้างโน่นนี่นั่นเพื่ออำนาจ ลาภยศ อย่างที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในยุคปัจจุบัน ยิ่งน่าอัศจรรย์ใจในตบะบารมี ในเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ต่างกับสิ่งที่สังคมได้เห็นผู้บริหารบางประเทศ ที่แสดงออกต่อสื่อมวลชนทั้งคำพูดและกิริยาท่าทาง บ่อยครั้งทำให้คนสงสัยว่ามีคำพูดมากมาย ที่ควรพูดก็ไม่พูด กริยาท่าทางที่น่าเป็นแบบอย่างก็ไม่แสดง หากแต่ตำหนิติเตียนผู้บริหารก่อนหน้าการยึดอำนาจ ประจำจนรู้สึกขบขำ

จากพฤติกรรมบางส่วนที่ประจักษ์ จึงไม่แปลกใจที่จะมีพระสงฆ์จำนวนมากไม่เชื่อว่าการดึงเรื่องแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นเรื่องปกติ กระทำโดยสุจริตใจ เพราะพระสงฆ์ทั่วไปแคลงใจองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นผู้ตรวจการแผ่นดิน กฤษฎีกา ที่กลายเป็นกลไกในเรื่องนี้

ส่วนเสนาบดีต่างๆ ที่มีบทบาท ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะขนาดแต่งตั้งตำรวจยังตั้งผู้ตายแล้วให้ได้ตำแหน่ง บางโรงพักตั้งตำรวจ 2-3 นายให้ไปรับตำแหน่งเดียวกันก็ได้ ทำผิดพลาดขนาดนี้ยังมีความสุข โดยไม่ต้องแยแสสายตาของชาวบ้าน ที่มองด้วยความสมเพช ว่ากันว่าที่ทำผิดจนหน้าพัง เพราะพลเอกสองคนช่วยกันทำช่วยกันส่งรายชื่อ ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำต้องมีคุณธรรม โดยประชาสังคมต้องร่วมตรวจสอบ  มิเช่นนั้นเราก็จะมีผู้นำที่ทำให้คนร้องไห้ และหัวเราะเวลาเปิดโทรทัศน์ดูข่าวไปอีกนานเท่านาน

 

เรื่องง่าย ที่กลายเป็นยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 11:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438298

เรื่องง่าย ที่กลายเป็นยาก

โดย…ส.คลองเตย

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการจะเข้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเป็นที่สนใจของสื่อสารมวลชน ประชาชนคนทั่วไปทั้งประเทศ ในความสนใจนั้น บางคนทึกทักว่าเข้าใจในเรื่องราวถึงขั้นแบ่งฝ่ายคล้ายการเมือง บางคนแสดงอาการมั่นใจว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกระทำผิดต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดรวดเร็ว ความเห็นของคนมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน บางคนเป็นสัมมาทิฐิ และบางคนก็ตรงกันข้าม กลุ่มหลังนี้เป็นคนหน้าเดิมๆ ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็พอเดาออก

นอกจากนั้น คนอีกจำนวนมากที่งงกับข่าวสารระหว่างรัฐบาล ที่มี DSI เป็นกลไก เมื่อมีคนหน้าเดิม ทั้งพระและฆราวาส รวมทั้งศิษย์วัดพระธรรมกายเก่า คอยให้จังหวะและเติมเชื้อ ผลักดันด้วยวิธีการนานาชนิด จึงเห็นศิษย์เก่าธรรรมกายบางคนถึงกับโกนหัว เหมือนว่าไม่อยากลืมอดีตที่เคยเป็นพระ จึงทำให้คนที่งงๆ กับการทำงานของรัฐบาล ยิ่งไขว้เขวมากขึ้น

เรื่องนี้เหมือนบทละครตอนหนึ่งของการล้มล้างสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไม่ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชอย่างถาวร หากติดตามข่าวจะเห็นขบวนการนี้ชัดเจน จนทำให้เกิดตีความว่าเป็นขบวนจับพระพุทธศาสนามาทำหมันก็ไม่ผิด เพราะจับหัวหน้าขึงพืดได้ ลูกน้องก็เดินตามลำบาก กลายเป็นม้าขาเก

ส่วนฝ่ายจ้องล้ม จ้องจับ ยังเคลื่อนไหวโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อย น่าจะเอาพลังนั้นไปสืบค้นดูว่าธรรมกายช่วยพระพุทธศาสนาอย่างไร เอาแค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ธรรมกายเดินหน้าเป็นเพื่อนชาวพุทธที่ตกที่นั่งลำบากมา 12 ปี แล้วก็พอ แต่กลับไปหาความให้ธรรมกายล้ม อย่าให้คิดเลยเถิดไปมากกว่านี้ว่าท่านทำเพื่อใคร

เมื่อกลับไปดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างๆ ที่เคยจัดตั้งขบวนการขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้ลี้ภัยต่างประเทศ จะเห็นคนหน้าเดิมๆ ที่เป็นแกนนำในช่วงนั้นผสมเสมอ เหมือนขบวนการที่ตั้งหลักแถวศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะในอดีต เมื่อเห็นแล้วก็พอเข้าใจได้ว่า การเคลื่อนไหวเรื่องจับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เหมือนละครเเห่งการยึดอำนาจรัฐบาลสงฆ์ เพราะแต่ละตอนแต่ละเหตุการณ์รวมทั้งเรื่องเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเป็นเรื่องง่ายๆ แต่กลายเป็นเรื่องยากเรื่องยาว จนทำท่าจะวุ่นวายเกินควบคุมมากเข้าไปทุกขณะ

ส่วนการรับเงินบริจาคจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งผู้บริหารต้องโทษอยู่ในเรือนจำนั้น เม็ดเงินที่วัดได้รับบริจาค ได้รับการยืนยันจำนวนในเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งวัดได้บริจาคคืนให้จนทำให้สหกรณ์แห่งนี้มีทุนหมุนเวียน ดำเนินกิจการได้อยู่ทุกวันนี้ ผู้บริหารที่บริหารงานสหกรณ์ก็ไม่ติดใจในการดำเนินคดีใดๆ ต่อไป

เรื่องอย่างนี้ดูจะเป็นเรื่องง่ายในกรณีนี้ เพราะเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีและเป็นเรื่องยาก เพราะ DSI ได้ดำเนินการติดตามหาเงินที่สหกรณ์เสียหายเพิ่ม โดยตั้งเป้าไล่ล่าจับกุมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอย่างเกาะติด ในขณะที่เงินสหกรณ์อีกจำนวนมากที่เสียไปในการอื่นและบุคคลอื่น ในจำนวนที่มากกว่าที่บริจาคให้วัดและได้คืนแล้ว กลับไม่ปรากฏข่าวว่า DSI สนใจจะทำคดีแต่ประการใด ประหนึ่งว่าคดีนี้มีจำเลยคนเดียว คล้ายกรณีรถเบนซ์หรูหลายพันคัน หลายพันคดี แต่ DSI ตามติดจะดำเนินคดีต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์รูปเดียว

ครั้นเมื่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมีการแถลงข่าวว่าอาพาธ เชิญ DSI เข้าไปตรวจสอบในวัด ถ้าไปก็จบ ก็ง่าย แต่ DSI ก็มีกฎกติกาของตนจนกลายเป็นเรื่องยาก ตอนนี้จึงดูวุ่นวาย ราวกับรัฐบาลจะทำสงครามกับพระและศิษย์วัดพระธรรมกายไปแแล้ว ไม่น่าทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากเลย หรือต้องการให้มีแรงปิดกั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

 

เวียงโยนก…ยกขึ้นด้วยพุทธานุภาพ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 11:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438297

เวียงโยนก...ยกขึ้นด้วยพุทธานุภาพ!

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา… ๒-๓ ก.ค. ๒๕๕๙ พระพรหมเมธี เจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธ) และคณะสงฆ์ธรรมยุตมากกว่า ๕๐ รูป ใน จ.เชียงราย จะร่วมประกอบพิธีสวดถอนเขตสีมา (๒ ก.ค. ๒๕๕๙) ณ วัดป่าญาณสัมปันโนอารยาราม ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสังฆกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ด้วยเจตนาที่นอกจากสวดยกเลิกเขตสีมา/อุโบสถที่เดิมและประกาศเขตสีมาลงอุโบสถใหม่แล้ว… จะอาศัยพิธีครั้งนี้ขออำนาจสงฆ์อธิษฐานธรรมเพื่อถอดถอนเขตพุทธสถานวัดวาอารามที่จมอยู่ใต้น้ำ เพื่อผลแห่งความเป็นมงคลแด่สัตว์ทั้งหลายที่จะได้คลายสิ้นอุปาทาน และจักได้มีส่วนร่วมกันอนุโมทนาบุญกุศลที่กำลังศรัทธาได้อุทิศไปถึงในครั้งนี้ โดยเฉพาะชาวเวียงโยนกที่เคยประสบภัยพิบัติตามแรงกรรม… จากการประกาศเขตพุทธอาณาจักรที่ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบเชียงแสนในครั้งนี้ของคุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี และคณะ ที่ได้ประกาศเจตนาไว้ชัดว่า “การสร้างวัดป่าแห่งนี้ อันสำเร็จแล้ว ในความเป็นพุทธสถานที่ประกอบด้วยอุโบสถ ขอให้เป็นอานิสงส์ที่เผื่อแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิ โดยเฉพาะชาวอาณาจักรโยนกที่เคยประสบภัยพิบัติ จนบ้านเมือง วัดวาอาราม ล่มสลายอยู่ใต้น้ำ ดังหลักฐานที่ปรากฏเขตเชียงแสนปัจจุบัน”

การกำหนดเขตลูกนิมิตรอบพื้นที่วิสุงคามสีมาทั้ง ๙ ลูก ที่แสดงอาณาเขตอุโบสถ อันสงฆ์พึงทำสังฆกรรมในแต่ละทิศ จึงกำหนดชื่อพื้นที่เวียงโดยรอบอาณาจักรโยนกเป็นชื่อลูกนิมิต

ในแต่ละทิศ ได้แก่ ลูกนิมิตเชียงตุง (อุ.) เชียงแสน (อี.) เชียงของ (บู.) เวียงไชยนารายณ์ (อา.) เวียงไชยปราการ (ทัก.) เวียงเทิง (หร.) ภูกามยาว (ปัจ.) เวียงพานคำ (พา.) โดยนิมิตลูกเอกกลางอุโบสถ คือ เวียงโยนก… เพื่อผลสัมฤทธิ์ในการอธิษฐานด้วยคุณพระศรีรัตนตรัยให้ครอบคลุมไปทั่วอาณาจักรโยนกจรดเขตเมืองเหล่านั้น ที่จะสัมฤทธิ์ผลด้วยกำลังของคณะสงฆ์ที่บริสุทธิ์ในการกระทำการอธิษฐานสวดถอนในครั้งนี้… ให้มีอานิสงส์ครอบคลุมแผ่ไปทั่วเขตฐานของวัดวาอารามในอดีตที่ล่มจมธรณี หรืออยู่ใต้แม่คงคา จะได้คืนกลับมาเป็นมงคลสถานของพุทธศาสนจักร ด้วยอุโบสถที่ถูกยกขึ้นในวัดป่าญาณสัมปันโนฯ

 

และเมื่อผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตในวันที่ ๓ ก.ค. ๒๕๕๙ เสร็จสิ้น ก็ย่อมเกิดความสำเร็จแห่งอธิการกุศลของการสร้างอุโบสถให้ผุดปรากฏในอาณาจักรโบราณแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบเชียงแสน โดยจะมีการพลีบุญอุทิศกุศลแก่ญาติสาโลหิตทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนถึงเทพยดา สัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิ ที่รอคอยมายาวนาน จะได้ไปสู่สุคติภูมิ… นี่คือการกระทำอธิกุศลครั้งยิ่งใหญ่ให้กับอาณาจักรเวียงโยนกในกาลปัจจุบันที่ควรแก่การร่วมอนุโมทนา

อนึ่ง ในเขตทะเลสาบเชียงแสนที่คาดกันว่าเคยเป็นศูนย์กลางของเวียงโยนกที่ล่มสลาย ดังที่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งเรียกกันว่า เวียงหนองหล่ม หรือ เวียงหนองล่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตลุ่มน้ำกก ที่ตำนานพงศาวดารโยนกเล่าเรื่องชาวเมืองจับปลาไหลเผือกมาฆ่ากินกันนั้น ตามหลักฐานที่ปรากฏอาณาเขตพื้นที่ปัจจุบันกินพื้นที่ ๓ เทศบาล คือ ต.จันจว้า อ.แม่จัน ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน และ ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดป่าญาณสัมปันโนฯ ที่บัดนี้สมบูรณ์แล้วต่อฐานะความเป็นวัด ที่ผุดปรากฏอุโบสถผูกพัทธสีมาเหนือทะเลสาบเชียงแสน ที่จะมีการอุปสมบทครั้งใหญ่ครั้งแรกก่อนเข้าพรรษานี้ โดยจะมีชาวอินเดีย-ชาวไทย รวม ๑๕ ท่าน ที่จะเข้าสู่อุโบสถดังกล่าว เพื่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาต่อไปในอาณาจักรโยนก… อันจะนำมาสู่ความเป็นเขตพุทธสถานมงคลบ้านเมือง… สลายสิ้นซึ่งคำกล่าวใดๆ ที่เคยว่าไว้ในทางอกุศล ให้สิ้นไปด้วยอำนาจแห่งธรรม!! (ติดต่อขอข้อมูลได้ที่ พิมพ์ปรางค์ (๐๘-๑๕๙๕-๘๐๐๘)

เจริญพร

 

มจร ร่วมฉลอง 40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438295

มจร ร่วมฉลอง 40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา

โดย…สมาน สุดโต

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมจัดงานสมโภช 40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย. 2559 ณ วัดนวมินทรราชูทิศ เมืองเรย์นแฮม รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกำหนดให้มีการประชุมนานาชาติด้านพระพุทธศาสนาในคราวเดียวกัน

ในการนี้พระพรหหมบัณฑิต (ประยูร) อธิการบดี มจร เดินทางไปพร้อมด้วยคณะพระอนุจร 18 รูป ซึ่งมหาเถรสมาคม (มส.) อนุมัติ ตามที่ขอมา

คณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้รวมตัวก่อตั้งองค์กรการปฏิบัติงานของคณะสงฆ์ไทย ฝ่ายมหานิกาย โดยยื่นขอจดทะเบียนองค์การทางศาสนาที่ไม่แสวงหากำไรตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2519 (ค.ศ. 1976) โดยเรียกชื่อว่า สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา (ส.ท.ส.) The Council of Thai Bhikku in the USA (C.T.U.) ปัจจุบันพระเทพพุทธิวิเทศ (ประชัน) เป็นประธาน และพระครูสิริอรรถวิเทศ เป็นเลขาธิการ

อนึ่ง เมื่อพระครูสิริอรรถวิเทศเดินทางมาประชุมวิสาขบูชาโลก วันที่ 22-23 พ.ค. 2559 ที่ประเทศไทย ได้เมตตาให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ประเด็นแรกรายงานไปแล้ว วันนี้จะรายงานเรื่องแผนพัฒนาศักยภาพพระธรรมทูต เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเผยแผ่เข้าถึงชุมชนผู้สนใจได้มากที่สุด และให้สอดคล้องกับการขยายตัวของผู้นับถือพระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกาที่ขยายอย่างต่อเนื่อง

พระ ดร.มหาถนัด หรือพระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา มีความเจริญก้าวหน้า ตามข้อเท็จจริงแล้วคนอเมริกันเขานับถืออยู่ก่อน บางคนอาจไม่ได้ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ แต่เขาศึกษาหลักธรรม นำไปปฏิบัติ เพราะสมาธิอย่างเดียวก็ดับทุกข์ได้

สังคมอเมริกันเป็นสังคมแห่งการแข่งขันและต่อสู้ในการทำมาหากิน เพราะฉะนั้นจะเกิดความเครียด หรือ Stress เมดิเตชั่น หรือวิปัสสนานี้ช่วยได้ โดยท่านได้จัดอบรมนั่งสมาธิเพื่อการผ่อนคลายและได้รับความสนใจมาก ทุกคนเห็นว่าดีกว่าไปหาจิตแพทย์ เพราะนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ หลายคนหายปวดหัว บางคนเป็นไมเกรนต้องกินยาก็ได้แค่บรรเทา แต่นั่งสมาธิแล้วหายขาด นี่คือแนวปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาที่เป็น Practical

สรุปว่าชาวตะวันตกหรืออเมริกัน ประพฤติปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ประกาศตัวตนเท่านั้น สิ่งนี้ยืนยันจากการสอนการเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีเรียนมีสอนเรื่องพระพุทธศาสนา จะเห็นว่าโรงเรียนระดับมัธยมจะส่งนักเรียนมาเรียน มาทำรายงาน มาทัวร์วัดเป็นกลุ่มๆ แต่ละปีมีไม่น้อยกว่า 100 โรงเรียน เพราะพระพุทธศาสนาเป็นวิชาเลือก ก็เหมือนศาสนาทั่วไป

ถามว่า อเมริกันสนใจพระพุทธศาสนาขนาดนี้ จำนวนพระธรรมทูตเพียงพอหรือไม่ ท่านพระครูสิริอรรถวิเทศ กล่าวว่า งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและงานพระธรรมทูตต้องพัฒนาศักยภาพทางด้านภาษา เพื่อให้สามารถนำหลักธรรมเข้าสู่จิตใจชาวต่างชาติได้ จริงอยู่ เรามีมีวัด (ไทย) ร้อยกว่าวัด พระธรรมทูต 500 กว่ารูป ในสหรัฐอเมริกา ไม่รวมยุโรป ก็สามารถเสิร์ฟชุมชนที่เป็นชาวพุทธ ทั้งไทย กัมพูชา เวียดนาม และลาว ชาติอาเซียนและอเมริกันที่เป็นคนท้องถิ่นได้ แต่เมื่อเทียบกับปริมาณในการทำงานเชิงรุกที่จะเอาพระพุทธศาสนาไปสู่คนท้องถิ่น แท้จริงแล้วยังไม่เพียงพอ เราต้องพัฒนาศักยภาพด้านภาษา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญ

เรื่องหลักธรรมก็สำคัญ พระธรรมทูตต้องมีความหนักแน่น ต้องมี 2 อย่างคือ ภูมิธรรม และภูมิปัญญา หรือต้องแม่นพระปริยัติ และต้องชำนาญในการปฏิบัติธรรม

2 ข้อนี้เป็นหลักสำคัญ

ถามว่า ใครจะเป็นผู้ช่วยในการพัฒนาสิ่งนี้ให้พระธรรมทูต พระครูสิริอรรถวิเทศ ตอบว่า มหาจุฬาฯ (มจร) มหามกุฏฯ (มมร) มีโครงการอบรมพระธรรมทูต 3 เดือน โดยเลือกพระที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าอบรม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะพระธรรมทูตพูดภาษาอังกฤษยังไม่รู้เรื่อง หรือได้แค่สื่อสาร หรือทำความเข้าใจเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ภาษาธรรม หรือวิชาการ เช่น ไม่สามารถขึ้นกล่าวปาฐกถาได้ เป็นปมด้อยอย่างหนึ่ง

ในเรื่องนี้ มจร พยายามยกระดับการอบรมพระธรรมทูตขึ้นมาเป็นวิทยาลัยพระธรรมทูต ซึ่งเห็นด้วยที่ต้องพัฒนาจุดนี้

ในส่วนสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ก็มีโครงการเสริม เรียกว่า โครงการอบรมเสริมความรู้พระธรรมทูต นอกจากพระครูสิริอรรถวิเทศได้จัดโครงการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน และปริวาสกรรม ตอนนี้ทำที่วัดพุทธออเรกอน จัดมาเป็นปีที่ 6 โดยนิมนต์พระธรรมทูตระดับเจ้าอาวาสไปนั่งกรรมฐาน เข้าคอร์สเป็นสิบคอร์ส ก็ได้ผลระดับหนึ่ง

ที่กำลังเริ่มที่วัดมหาชนก ที่จอร์เจีย คือจัดตั้งวิปัสสนาคอลเลจขึ้นมา หลังจากนิมนต์พระเข้าคอร์ส 10 วัน ทำติดต่อกันมา 5 ปี พอขึ้นปีที่ 6 ไม่เอา 10 วัน เพราะน้อยไป เอาทั้งพรรษาเลย ปรากฏว่ามีพระเข้าโครงการ 20 กว่ารูป

ล่าสุดสมัชชามีมติในการประชุมล่าสุดที่วัดสุทธาวาส ริเวอร์ไซด์ ว่าต้องทำใน 4 ด้าน คือ บริหาร การเผยแผ่ การศึกษา และสาธารณูปการและศาสนาสงเคราะห์ เน้นการพัฒนาพระธรรมทูต และพัฒนาญาติโยมที่เข้ามาศึกษาทั้งนักธรรมและบาลี ภาษาอังกฤษ และภาษาถิ่นที่เขาต้องการ และการช่วยเหลือสงเคราะห์เมื่อเกิดอุบัติภัย

ตอนท้ายท่านกล่าวว่า พระธรรมทูตไปทำหน้าที่เผยแผ่ ธำรงรักษาพระศาสนาในต่างแดน ตามไปอำนวยความสะดวก และรักษาศรัทธาพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศในต่างแดน และทำงานหนักกว่าพระสงฆ์ไทยในประเทศไทยบางแห่ง เพราะต้องทำงานรอบด้านตั้งแต่เณรน้อย สมภาร นักบริหาร นักเผยแผ่ เป็นหมอและพยาบาลรอบตัว จึงขอให้เข้าใจว่าเราไปเพื่อประกาศศาสนา ประกาศความเป็นไทยวัฒนธรรม วัฒนธรรมชาวพุทธ

 

ธรรมะที่เหมาะกับมนุษย์ไอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438294

ธรรมะที่เหมาะกับมนุษย์ไอที

โดย…ราช รามัญ

ในยุคไอที โลกแห่งการสื่อสารซึ่งกันและกันนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับเมื่อยุค 50 ปีก่อน จากที่เคยต้องส่งจดหมายผ่านระบบ แต่วันนี้ทุกข้อความสามารถส่งผ่านระบบไอทีได้เอง ตามความเป็นจริงแม้ว่าโลกใบนี้จะมีการพัฒนาไปไกลเพียงไหนก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงร่วมสมัยอยู่ตลอดกาลไม่เคยเปลี่ยน คือ  ธรรมะ

คนรุ่นใหม่ในบางคนแม้ว่าจะเกิดและโตในอยู่ยุคนี้ แต่จิตใจกลับน้อมใฝ่มาทางธรรมะ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการที่จะศึกษาเรื่องราวของธรรมะ ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี

มนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตกินอาหาร ไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีชีวิตกินเงินเป็นอาหาร

แต่เงินเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความสะดวกสบาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เรื่องของธรรมะในใจ คนแต่ละคนต่างก็จะมีธรรมะในใจที่แตกต่างกันออกไป บางคนใช้เรื่องของทานบารมี บางคนใช้ความเมตตาเจริญในใจ และบางคนอาจจะอาศัยการภาวนา

ไม่ว่าจะใช้ธรรมะอะไรข้อไหนก็ตาม ก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ควรยกย่องในเรื่องของจิตใจที่ไม่ปล่อยทิ้งขว้าง มองแต่เรื่องผลประโยชน์ จนลืมเรื่องของจิตใจ

คนบางคนร่ำรวยขึ้นมาเพราะไปโกงเขามา แม้แต่ทำมาหากินค้าขายในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงห้าม แต่ทำแล้วเกิดความร่ำรวย เชื่อเถอะว่าไม่นานก็ย่อมจะต้องหายนะ

คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นคำจริง คำตรง และไม่มีคำว่า และ แต่ หรือ ทุกคำที่พระองค์ทรงสอนนั้นล้วนเป็นธรรมะอันยิ่ง ถ้ามนุษย์คนใดเปิดใจรับฟัง รับปฏิบัติย่อมจะพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในใจอย่างแน่นอน นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมระบบไอที บอกกับผมว่า

“ธรรมะมีหลายข้อ แต่เอาเพียงข้อง่ายๆ ที่ทำได้จริงนั้นมาปฏิบัติให้ได้เสียก่อนอย่างจริงจัง เดี๋ยวข้ออื่นๆ ก็สามารถทำให้เราเป็นผลสำเร็จได้”

นี่เป็นคำของ คุณเกียรติรัตน์ จินดามณี นักธุรกิจรุ่นใหม่ เป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ปันสวย และ เจ้าของน้ำดื่ม ปันรัก นอกจากนี้เมื่อถามว่า ธรรมะข้อใดที่ยึดนำเอามาใช้ในใจเสมอ เพียงแค่ข้อแรกก็ทำให้เรารู้สึกสัมผัสได้ถึงการเป็นนักสู้ของเขาได้ทันที

“ธรรมะที่ผมใช้มาเสมอในใจ คือ การพึ่งพาตัวเอง เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้มาเนิ่นนาน อัตตา หิ อัตตโน นาโถ เป็นคำจริงเสมอ ทุกครั้งที่ผมจะลงมือทำธุรกิจอะไรก็ตาม ผมจะต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด ส่วนคนอื่นๆ นั้นผมจะค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้ข้อมูลของเขา แล้วนำเอามาพัฒนาต่อยอดให้กับตัวของเราเอง เพราะถ้าเราทำธุรกิจแล้วต้องพึ่งพาคนอื่น เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดทิศทางต่างๆ ในสิ่งที่เราทำอยู่ได้เอง โอกาสประสบความสำเร็จจะยากมาก”

นอกจากนี้ คุณเกียรติรัตน์ ยังพาครอบครัวไปทำบุญกับพระวัดป่าที่แถวๆ คลอง 11 อยู่เป็นเนืองนิจ เพราะการเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์นั้น ควรจะต้องสร้างทั้งทาน ศีล และภาวนา

“เรื่องของการภาวนาเบื้องต้นเริ่มจากการสวดมนต์เป็นหลัก เพราะอย่างน้อยก็สามารถทำให้จิตใจของผมนั้นนิ่งได้มากขึ้น เวลาที่เกิดความทุกข์ ความทุกข์นั้นจะค่อยๆ คลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อได้เริ่มสวดมนต์ เจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ ครอบครัวผมเดินทางในสายธรรมะ ไม่ว่าเราจะคิด พูด หรือทำอะไรก็ตาม จะทำให้อยู่ในกรอบของธรรมะตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนตลอดเวลา

แม้แต่การดำเนินธุรกิจผมจะไม่สร้างทุกข์ให้กับใคร จะไม่เอาเปรียบใคร และจะไม่เอาเปรียบสังคม นี่เป็นปณิธานอันแรงกล้าของผม นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวันของผม ยังยึดตามคำสอนของในหลวง คือ เศรษฐกิจพอเพียง ผมยึดแนวนี้มาใช้อยู่เสมอ แม้ทุกวันนี้ทำทุกอย่างด้วยเหตุผล แต่ให้สมกับฐานะเพียงแค่ไม่ฟุ้งเฟ้อ”

นี่เป็นแนวคิดของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่เป็นตัวของเขาเอง เป็นไอดอลของนักธุรกิจสายเครื่องสำอางด้วยกัน บอกได้เลยว่า เขา คือ นักธุรกิจที่มั่นคงในธรรมะยิ่งนัก

ทาน ศีล ภาวนา เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงควรระลึกและน้อมปฏิบัติอย่างจริงจัง เรื่องของการภาวนานี้ก็มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป บางคนปฏิบัติเพื่อเป้าหมายใหญ่ คือ ความหลุดพ้น บางคนภาวนาเพื่อให้จิตใจนิ่งมีสมาธิเพื่อนำเอามาใช้กับชีวิตประจำวัน บางคนภาวนาเพื่อบำบัดให้สุขภาพร่างกายแข็ง

ขออนุญาตบอกข่าวเรื่องของการฝึกภาวนา ชื่อโครงการ How to ภาวนา ในวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. 2559 ซึ่งผมเป็นวิทยากรบรรยายสอนตลอดงาน ท่านที่สนใจการฝึกจิต ด้วยการภาวนาเพื่อจะนำเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันเพื่อบำบัดและสร้างสุขภาพ ติดต่อไปที่ 09-4520-7777 หรือที่ Line ด้วยการแอดid: Mayata 2222 (รับจำนวนจำกัด)

 

พระมงคล 3 เกจิอาจารย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 10:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438293

พระมงคล 3 เกจิอาจารย์

โดย…อาจารย์ชวินท์ chavintapoti@gmail.com

สบายๆ วันอาทิตย์กับคติธรรม ของ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ด้วยว่า คนที่ไร้คุณธรรม ขาดคุณภาพ จะมี 4 ขี้ คือ ขี้เกียจ ขี้โกง ขี้อิจฉา ขี้ริษยา

เปิดสนามพระวันนี้ด้วยพระที่ชื่อเป็นมงคลของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ เกจิอาจารย์แห่งแดนอีสาน ด้วยพระกริ่งปริสุทโธ เนื้อทองคำ ชื่อรุ่น “เสาร์ 5 คูณพันล้าน” และเหตุที่ได้ชื่อว่าคูณพันล้าน เนื่องจากจำนวนพระที่สร้างมีออกมาปลุกเสกในรุ่นนี้มีหลายพิมพ์มาก ทั้งพระปิดตา พระกริ่ง และเหรียญ จำนวนมากจนคะเนได้ว่าถ้าจำหน่ายได้หมดจะสามารถได้เงินถึง 1,000 ล้านบาท จนกลายเป็นที่มาของชื่อว่า คูณพันล้าน

พระกริ่งปริสุทโธ หลวงพ่อคูณ เนื้อทองคำรุ่นเสาร์ห้าคูณพันล้าน ของ กำพล รามอินทรา

ชื่อก็เป็นมงคล ทำมาค้าขายมีเงินพันล้าน องค์นี้มีจารด้วยลายมือหลวงพ่อคูณที่ก้นพระกริ่งด้วย ถึงแม้นเป็นเนื้อทองคำ ราคาเช่าหาก็ยังไม่แพงถึงพระกริ่งญาณวิทยาคม ของหลวงพ่อคูณ ครับ

องค์ถัดมาตามด้วยรูปหล่อทองคำ หลวงพ่อทวด รุ่นสร้างเจดีย์ เนื้อทองคำ สร้างปี 2533 สร้างโดยท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา พิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 2533 แรม 6 ค่ำเดือน 9 เวลา 11.29 น. ณ มณฑลพิธีวัดช้างให้ จ.ปัตตานี วัตถุประสงค์เพื่อสบทบทุนร่วมสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา ใต้ฐานบรรจุว่านปี 2497+เนื้อว่าน ปี 2524 ปลุกเสกในอุโบสถวัดช้างให้ โดยอาจารย์นอง วัดทรายขาว เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับท่านเจ้าคุณวัดนาประดู่ พ่อท่านทอง วัดปะนาเระ และพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมอีกหลายรูป รวมทั้งพระคณาจารย์สายเขาอ้อด้วย กล่าวได้ว่าเป็นรูปหล่อเบตง รุ่นที่ 2

 

หลวงปู่ทวดรุ่นสร้างเจดีย์ ชุดทองคำ ปี 2533 ครบชุดประกอบด้วย 4 องค์ สร้างจำนวน 399 ชุด 1.พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองคำน้ำหนัก 54.85 กรัม 2.พิมพ์กลาง เนื้อทองคำน้ำหนัก 33.20 กรัม 3.พิมพ์เล็ก เนื้อทองคำน้ำหนัก 11.90 กรัม 4.พิมพ์จิ๋ว เนื้อทองคำน้ำหนัก 5.85 กรัม และเนื้อทองคำบรรจุกล่องเดี่ยว คือ 1.พิมพ์กลาง น้ำหนักทอง 33.20 กรัม สร้าง 699 องค์ 2.พิมพ์เล็ก น้ำหนักทอง 11.90 กรัม สร้าง 999 องค์ 3.พิมพ์จิ๋ว น้ำหนักทอง 5.85 กรัม สร้าง 1,999 องค์ รุ่นนี้ออกแบบได้สวยงามมากครับ

รูปหล่อหลวงพ่อทวด ทองคำรุ่นสร้างเจดีย์พิมพ์ใหญ่ น้ำหนัก 54.85 กรัมของเสี่ยปอม ทวีวัฒนา

องค์ถัดมา พระที่ผู้อ่านทางบ้านส่งมาของจ่าชัย กิตติพงษ์ เยี่ยมนิยม จากนครสวรรค์ เป็นเหรียญจอบเล็ก ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน มีประสบการณ์เมื่อครั้งรับราชการตำรวจโดนดักยิง แต่ยิงไม่ออก ทำให้สามารถยิงต่อสู้กับผู้ร้ายได้ เป็นเหรียญดูง่ายถึงสภาพจะไม่สมบูรณ์เนื่องจากมีรูที่เกิดจากการหล่อโบราณนั่นเอง

เหรียญหล่อจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขาตรง ของ กิตติพงษ์ เยี่ยมนิยม

 

ถัดมาอีกองค์ เป็นพระของดีราคาเช่าไม่แพง แต่พิธีดีมากครับ ท่านใดที่ชมชอบหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้เนื้อว่าน หลวงปู่ทวดราคาติดลมบนไปแล้ว เนื้อว่านปี 2497 ราคาไปหลักแสนหลักล้าน เนื้อโลหะปี 2505 ก็หลักหมื่นยันหลักแสนเช่นกัน ลองมาดูองค์นี้ครับ หลวงพ่อทวดหมาน ปี 2505-2506 จัดได้ว่าเป็นรุ่นแรกของวัดทรายขาว โดยอาจารย์นอง กดพิมพ์และปลุกเสกโดยอาจารย์ทิม โดยพิธีปลุกเสกทำที่วัดช้างให้และวัดทรายขาว ยาวนานถึง 2 ไตรมาส ว่ากันว่าปลุกเสกพร้อมกับพระหลวงปู่ทวด พิมพ์พินัยกรรม ของวัดช้างให้ และเกจิอาจารย์ที่ร่วมพิธีปลุกเสกก็ชุดเดียวกับที่ปลุกเสกหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2497 มวลสารที่นำมาจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวดหมาน ปี 2507 ได้แก่ เนื้อว่าน 108 ผสมดินกากยายักษ์ ผงวิเศษ ผสมผงใบลานเผา ผงว่านหลวงปู่ทวดปี 97 และที่สำคัญใส่กล้าข้าวและเหนียวดำ เป็นส่วนผสมหลัก มีทั้งหมด 7 พิมพ์

1) พิมพ์สามทวด

2) พิมพ์ใหญ่

3) พิมพ์นั่ง (พิมพ์รับปริญญา)

4) พิมพ์ต้อ (ตะกั่วรองพิมพ์)

5) พิมพ์ต้อ

6) พิมพ์เล็ก

7) พิมพ์จิ๋ว อันที่นำมาให้ชม คือ พิมพ์จิ๋ว

หลวงพ่อทวดหมาน วัดทรายขาวรุ่นแรก พิมพ์จิ๋ว ปี 2507

จบด้วย วาทธรรมจากเล่าจื๊อ : ขงจื๊อถามเล่าจื๊อผู้เป็นอาจารย์ว่า ท่านอาจารย์ อย่างไรถึงได้ชื่อว่าเป็นการดูแลบุพการีเป็นอย่างดี เล่าจื๊อตอบว่า ขอเพียงท่านดูแลบุพการีให้ได้ครึ่งหนึ่งของที่ท่านดูแลบุตร ท่านก็ได้ชื่อว่าดูแลบุพการีอย่างดีแล้ว

 

แวดวงสงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2559 เวลา 10:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/438292

แวดวงสงฆ์

โดย…สมาน สุดโต

วาทะแห่งปี

ณ วันนี้การประกาศของคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย อาจกลายเป็นวาทะแห่งปี หากไม่มีใคร หรือองค์กรใดสร้างสรรค์วาทะใหม่ๆ ที่กินใจผู้ฟังขึ้นมาในช่วง 6 เดือนที่เหลือ ตอนนี้ให้ถือว่าประกาศนี้เป็นวาทะที่เด่นไปก่อน เพราะได้ความรู้สึกทั้งรักทั้งชัง

หลวงพ่อควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยการมอบตัว ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ คือเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น เพราะการที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ย่อมทำให้ขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม – ศิษย์วัดพระธรรมกาย 16 มิ.ย. 2559

ข่าววงใน พระเทพญาณมหามุนี วิ. หรือท่านธัมมชโย เตรียมเดินทางไปมอบตัวที่ สภ.คลองหลวง วันที่ 26 พ.ค. 2559 ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ปรากฏว่าท่านเดินทางไปไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าบุญหรือกรรมอันใดมาขวาง จึงเป็นอันว่า ท่านยังรักษาปณิธานว่าจะไม่ออกจากวัดไปไหน ที่ถือมา 8 ปีได้มั่นคง ดังนั้นการที่ตำรวจห้ามออกนอกประเทศนั้น ไม่มีความหมายอะไร ท่านธัมมชโยไม่ไป เพราะจะออกจากวัดยังไม่ยอมออกเลย

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงที่แม่กองธรรมสนามหลวง จัดสอบธรรมศึกษาในยุโรป ซึ่งสนามสอบส่วนมากตั้งอยู่ในวัดพระธรรมกายเป็นส่วนมาก ก็ดำเนินการตามกำหนดการโดยไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายในแต่ละสาขาจะเดินทางมาที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี เพื่อให้กำลังใจหลวงพ่อเจ้าอาวาส แบบนี้ต้องยกให้ความเป็นมืออาชีพของเจ้าอาวาสที่เป็นสนามสอบธรรมศึกษาแต่ละวัด เพราะสามารถแยกแยะงานและหน้าที่ได้เยี่ยม เช่น สนามสอบที่วัดพระธรรมกาย บาวาเรีย เยอรมนี ดังที่มหาเถรสมาคม (มส.) เห็นชอบให้ พระพรหมเมธี กรรมการ มส. รองแม่กองธรรมสนามหลวง ฝ่ายกิจการพิเศษ วัดสัมพันธวงศาราม กรุงเทพมหานคร พระโพธินันทมุนี วัดป่าธรรมชาติ จ.ชลบุรี พระครูไพศาลพิพัฒนาภรณ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง วัดเสนาสนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้แทนแม่กองธรรมสนามหลวงนำข้อสอบไปเปิดสอบวันที่ 19 มิ.ย. 2559 ก็เป็นไปตามนั้น สนามสอบนี้มีผู้สมัครสอบธรรมศึกษาชั้นตรี จำนวน 45 คน ธรรมศึกษาชั้นโท จำนวน 25 คน

ธรรมศึกษาชั้นเอก จำนวน 20 คน

คณะผู้แทนแม่กองธรรมสนามหลวงเดินทางไปวันที่ 17 มิ.ย. 2559 เมื่อปฏิบัติศาสนกิจการเปิดสอบธรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเดินทางกลับในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 รวมเวลาไปปฏิบัติศาสนกิจครั้งนี้ จำนวน 7 วัน

ทำลายสถิติพระอนุจร

ในขณะเดียวกัน มส.เห็นชอบให้ พระพรหมดิลก กรรมการ มส. เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และคณะ นำข้อสอบธรรมศึกษาไปเปิดสอบ ณ สนามสอบ วัดพระธรรมกายเดนมาร์ก และวัดป่าโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ 24-30 มิ.ย. 2559 โดยกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 21-30 มิ.ย. 2559 โดยมีพระอนุจร 20 รูป รวมทั้งพระพรหมดิลกด้วย ทำลายสถิติพระเถระที่ได้รับมอบหมายให้นำข้อสอบไปเปิดสอบต่างประเทศ ไม่ว่ายุโรปและสหรัฐอเมริกา อย่างสิ้นเชิง

ทั้ง 20 รูปนั้นเป็นพระราชาคณะ 3 รูป พระครูสัญญาบัตร 7 รูป พระครูฐานานุกรม 6 รูป พระมหาเปรียญ 3 รูป พระภิกษุธรรมดา 1 รูป

 

ธรรมทอล์ก ที่ พสล.

วันที่ 18 มิ.ย. 2559 เวลาเช้า 09.30 น. เจ้าคุณฝรั่ง พระวิเทศพุทธิคุณ (อมโรภิกฺขุ) แห่งวัดอมราวดี สหราชอาณาจักร รับนิมนต์จากองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) มาบรรยายธรรม เรื่อง Facing the Ego เป็นรายการธรรมทอล์ก ประจำเดือน โดยได้รับความสนใจจากชาวพุทธนานาชาติเป็นอันมาก เพราะนานๆ ทีจะมีเวลาให้ที่นี่สักครั้ง ในการนี้ พัลลภ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. ให้การต้อนรับ โดยไม่ลืมขอบคุณ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ที่เป็นผู้ประสานงาน

 

คนไทยรวมใจ ถวายพระพรในหลวงที่ชเวดากอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มิถุนายน 2559 เวลา 15:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/437015

คนไทยรวมใจ ถวายพระพรในหลวงที่ชเวดากอง

โดย…สมาน สุดโต

นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนไทยนับร้อยรวมใจเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายในหลวง และพระบรมราชินี ที่พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ณ นครย่างกุ้ง สหภาพเมียนมา เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย. 2559 พร้อมๆ กับคนไทยในประเทศไทย และทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำนครย่างกุ้ง ที่มี พิษณุ สุวรรณะชฎ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย เป็นผู้นำ

การเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ณ มณฑลมหาเจดีย์ชเวดากอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี และเพื่อถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

พิธีนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเมียนมาให้จัดขึ้น ณ ที่มีเกียรติ คือ พลับพลาวีไอพี ที่ปกติใช้รับรองผู้นำประเทศที่เดินทางมาบูชามหาเจดีย์โบราณแห่งนี้

พิษณุ กล่าวว่า เมื่อปรารภเรื่องนี้กับหลวงพ่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย หลวงพ่อเมตตาเดินทางมาเป็นประธานสงฆ์เพื่อเจริญพระพุทธมนต์ด้วยตัวเอง โดยมี พระราชพิพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ พระพิมลภาวนาพิธาน วิ. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พระวิศิษฐ์วิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และพระศรีสุธรรมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพลีลา ร่วมเป็นคณะในพิธี

ส่วนประชาชนชาวไทยที่พำนักในเมียนมา โดยเฉพาะที่นครย่างกุ้ง ใช้เวลาติดต่อผ่านไลน์ไม่นาน ก็มาเกือบ 100% เป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีเป็นที่ยิ่ง

ปิยมาลย์ พิชัยวงศ์ รองผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่พำนักในนครย่างกุ้งมา 9 ปี กล่าวว่า ดีใจที่สุดที่ได้มาร่วมงานในพิธีสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเห็นคนไทยมากก็แสดงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนำพวกเราคนไทยให้มารวมตัวกันมากเป็นประวัติการณ์ เพราะปกติคนไทยกว่าจะรวมตัวกันได้ขนาดนี้ยากมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือพ่อของพวกเรา

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ นำคณะคนไทยเจริญพระพุทธมนต์ตามบทเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวม 19 บท และเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระราชกุศลอีก 29 นาที โดยมีสายฝนหลั่งลงมาสร้างความร่มเย็นทั่วมณฑลพิธี

อลิสา จินดา แห่งบริษัท อิรวดี โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า งานพิธีถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เบื้องหน้าพระมหาเจดีย์ชเวดากองในเวลาสองทุ่ม มีชาวไทยผู้มีถิ่นพำนักและประกอบธุรกิจในนครย่างกุ้ง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกว่า 200 คน

อนึ่ง สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนที่มีเอกอัครราชทูตเป็นประธาน ก่อนเจริญจิตตภาวนา ว่า ขอให้ทุกคนประสานใจเป็นหนึ่งเดียว ภาวนา ณ เบื้องหน้าพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงหายจากโรคาพาธทั้งมวล