สกู๊ปพิเศษ : สสก.3ระยองเดินหน้าพัฒนา นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601640

สกู๊ปพิเศษ : สสก.3ระยองเดินหน้าพัฒนา นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ

สกู๊ปพิเศษ : สสก.3ระยองเดินหน้าพัฒนา นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดินหน้าพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ ด้วยระบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน นำไปสู่ Smart Officer ถ่ายทอดเกษตรกรสู่ Smart Farmer ภายใต้วิธีการทำงานสู่ความปกติใหม่ (New Normal)

นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการพัฒนาเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ให้เป็น “นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ” โดยเฉพาะการปรับระบบความคิด และทัศนคติในการทำงานส่งเสริมการเกษตร นักส่งเสริมการเกษตรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความสอดคล้องเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ

สสก.3 จ.ระยอง จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2564” ขึ้น เพื่อสร้างนักส่งเสริมการเกษตรให้มีความเป็นมืออาชีพ มีศักยภาพในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ และประสบการณ์ในรูปแบบการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นนักส่งเสริมการเกษตร มืออาชีพผ่านระบบ “พี่เลี้ยง” และ “น้องเลี้ยง”

“เพื่อให้นักส่งเสริมการเกษตร มีความรู้ ความสามารถ มีทัศนคติเชิงบวก และทักษะในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักส่งเสริมการเกษตรเป็นที่ยอมรับ และสามารถปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรให้เกิดผล นำไปสู่การเป็น Smart Officer และนำไปพัฒนาให้แก่เกษตรกร สู่การเป็น Smart Farmer ต่อไป”นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว

ผอ.สสก. 3 จ.ระยอง เผยเพิ่มเติมด้วยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ที่ต้องปรับวิธีการทำงานสู่ความปกติใหม่ (New Normal) ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการทำงาน และการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นต่างๆ สสก.3 จ.ระยอง จึงดำเนินโครงการพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2564 ขึ้นโดยผ่านระบบออนไลน์ มีกระบวนการ 2 ขั้นตอน คือ ครั้งที่ 1 เป็นการจุดไฟการเรียนรู้ เน้นการฝึกอบรมให้ความรู้และเสริมสร้างทักษะเพิ่มเติมให้กับผู้เข้าอบรม ให้เกิดความมั่นใจ พร้อมกระตุ้น ให้เกิดแรงบันดาลใจ และมีความภาคภูมิใจในการเป็นนักส่งเสริมการเกษตร เรียนรู้ถึงการปรับตัว ปรับรูปแบบการทำงาน ให้เข้ากับวิธีการทำงานสู่ความปกติใหม่ หรือ New Normal

ในครั้งที่ 2 จะเป็นการเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องแนวทางการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ เทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการในการจัดเวทีชุมชน และให้ผู้เข้าอบรม ฝึกปฏิบัติโดยการเรียนรู้เป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพ สถานการณ์ของพื้นที่นั้น และกำหนดเป้าหมายร่วมของการพัฒนาเพื่อจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรของชุมชนที่เป็นรูปธรรมและเกิดการพัฒนาจริงในพื้นที่ ดำเนินการพื้นที่กลุ่มเกษตรกร 8 จังหวัด ในเขตภาคตะวันออก กลุ่มจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม

กลุ่มจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ ศพก.อำเภอพนมสารคาม ตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรผู้ปลูกผักปลอดภัย ตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี กลุ่มจังหวัดนครนายก ลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ ตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก กลุ่มจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพลูกินหมาก ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กลุ่มจังหวัดระยอง ลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กลุ่มจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่กลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ตำบลศีรษะจระเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ และกลุ่มจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรทับทิมสยาม 05 ตำบลคลองไก่เถื่อน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว

ทั้งนี้เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีบุคลากรภาคการเกษตรครอบคลุมอยู่ทุกระดับในทุกพื้นที่ โดยมีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน การส่งเสริม และพัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิตการแปรรูป การเพิ่มมูลค่าการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ โดยการศึกษา วิจัย พัฒนา กำหนดมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมการเกษตร ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และการให้บริการเพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น การพัฒนานักวิชาการส่งเสริมการเกษตรให้เป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับเกษตรกรและภาคีเครือข่ายจนเป็นที่ยอมรับให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้จัดการการเกษตรในพื้นที่ได้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินการ

สกู๊ปพิเศษ : NIA จับมือพันธมิตรสร้าง‘เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย’ รวมพลัง‘พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600807

สกู๊ปพิเศษ : NIA จับมือพันธมิตรสร้าง‘เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย’  รวมพลัง‘พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย’

สกู๊ปพิเศษ : NIA จับมือพันธมิตรสร้าง‘เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย’ รวมพลัง‘พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการ พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย โดยร่วมกันเป็นผู้แทนในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความตื่นตัว และความภาคภูมิใจในนวัตกรรมฝีมือคนไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ล่าสุดมีเครือข่าย 73 องค์กร ที่ตอบรับและพร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 และนำประเทศไทยก้าวเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความรู้และความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนากำลังคนที่เหมาะสม การกำหนดทิศทางและนโยบายการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ชัดเจน ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และยืดหยุ่นในการปฏิบัติ โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติได้ระบุวาระการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทหลักของ อว. ในการสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผ่านการบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการนวัตกรรม การพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการสร้างและแปลงนวัตกรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในส่วนกลาง แต่ยังขยายโอกาสการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปยังภูมิภาคนอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ครอบคลุมทั้งการสร้างธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม และการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมเชิงสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

“สำหรับแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทยที่ NIA ได้ริเริ่มขึ้นนี้ เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการพลิกฟื้นประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต และเปรียบเสมือนเครื่องมือในการ สร้างมุมมองใหม่ของประเทศไทยที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ที่มุ่งนำนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม และกิจกรรมการสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย ในครั้งนี้ ถือเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้การกำหนดนโยบาย การดำเนินงานและการสื่อสารด้านนวัตกรรมไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น ชาติแห่งนวัตกรรม (Innovation Nation)” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า “จากวิกฤตปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น กับดักรายได้ปานกลาง ต้นทุนการผลิตสูง การแข่งขันทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ห่วงโซ่อุปทานของโลกกำลังเปลี่ยนไปปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทั้งการเข้าถึงบริการของรัฐ การเข้าถึงด้านดิจิทัล ด้านการศึกษา และ ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น PM2.5 ปัญหาน้ำแล้งน้ำเค็ม น้ำท่วม ฯลฯ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่ง NIA เชื่อว่า “นวัตกรรม” จะเป็นทางออกในการพลิกฟื้นประเทศจากวิกฤต จึงต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ภายใต้แนวคิด พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย โดยมุ่งเน้นให้คนไทยเห็นความสำคัญในการร่วมกัน “พลิกธุรกิจให้รอด” จากการนำนวัตกรรมมาพลิกโมเดลธุรกิจ “พลิกชีวิตให้สุข” จากการนำนวัตกรรมมาพลิกแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคม และ “พลิกสิ่งแวดล้อมให้ดี” จากการนำนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม”

แพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “ชาติแห่งนวัตกรรม” โดยวางกรอบการดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) จุดยืนนวัตกรรมประเทศไทย ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยอยู่ใน 30 อันดับแรกของดัชนีนวัตกรรมโลก ภายในปี 2573 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศด้านนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก 2) ดีเอ็นเอนวัตกรรมประเทศไทย ที่มุ่งสร้างให้เกิดอัตลักษณ์ไทยรังสรรค์คุณค่าใหม่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นใน 7 ด้าน และ 3) เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย ด้วยการสร้างให้เกิดพันธมิตรนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลกผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานชั้นนำของประเทศทั้งหน่วยงานรัฐบริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ และ 4) แดชบอร์ดนวัตกรรมประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้เกิดข้อมูลนวัตกรรมประเทศไทย ที่มีการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลนวัตกรรมของประเทศที่มีความหลากหลายจากทุกภาคส่วน

การเปิดตัว “เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย” ในวันนี้ มีเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม และทำให้คนไทยและชาวต่างชาติรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่เป็น นวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่ประณีต โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ ซึ่งขณะนี้มีองค์กร 73 แห่ง ที่ตอบรับเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ซึ่งจะร่วมมือกันใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) เป็นผู้แทนประเทศในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมความร่วมมือกันในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การลงนาม ความร่วมมือ การจัดสัมมนานวัตกรรม การจัดแสดงผลงานนวัตกรรม 2) สร้างการรับรู้และความตื่นตัวด้านนวัตกรรมขึ้นในประเทศไทย ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างให้เกิดความตื่นตัวและสนใจนำนวัตกรรมฝีมือคนไทยมาใช้หรือต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และ 3) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ผ่านความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ด้านนวัตกรรมทั้งแนวกว้างและแนวลึกระหว่างหน่วยงานในเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย

ผู้สนใจดูนวัตกรรมไทยที่น่าภาคภูมิใจได้ที่ www.innovationthailand.org หรือ FB : Innovation.THA และสามารถดูข้อมูลความรู้ การให้บริการนวัตกรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างและใช้ประโยชน์นวัตกรรมอย่างแพร่หลายได้ที่ https://data.nia.or.th

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600289

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร  คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางศลิษา ม่วงใหม่ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตนอยากให้คนทั่วไปช่วยกันมาสนับสนุนซื้อสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก แม้สถานการณ์ตอนนี้จะอยู่ในช่วงไม่ปรกติเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้มั่นใจว่าคุณภาพสินค้าของพี่น้องชาวสมุทรสาครที่นี่มีมาตรฐาน จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัย หรือจะนำไปใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญพวกเขาไม่หยุดพัฒนาต่อยอดสินค้าเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นตนจึงภูมิใจนำเสนอสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครให้กับทุกคนทั่วประเทศ อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อป ช่วยกันซื้อสินค้าโอท็อป อย่างน้อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กันและกัน เพราะขณะนี้พวกเขาไม่มีเวทีในการที่จะนำสินค้าไปขายไม่มีการจัดงานอีเว้นท์ ไม่มีงานโชว์สินค้า และที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“อยากให้คนทั่วไปรับรู้รับทราบว่าแม้ปัจจุบัน สถานการณ์ไม่ปรกติเหมือนที่ผ่านมาเพราะเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้ทุกคนรับรู้ว่าสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครยังคงมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัยและอร่อย หรือของใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีคุณภาพเมื่อซื้อไปฝากใครก็ไม่ผิดหวัง พวกเขามีการต่อยอดไม่หยุดพัฒนา อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเป็นการส่งต่อสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก”นางศลิษากล่าว

สำหรับสินค้าโอท็อปที่โดดเด่นทั้ง 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนำมายกตัวอย่าง เริ่มกันที่อำเภอเมืองก็จะมีหลากหลายเช่นของวิสาหกิจบ้านชายทะเลรางจันทร์กะปิหวาน น้ำปลาหวาน ปลาแดดเดียว น้ำปลาหวานปลาร้า กลุ่มสัมมาชีพบ้านย่าก็จะจำหน่ายเกลือและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือเช่นสบู่ดอกเกลือ ดอกเกลือใช้ล้างผักผลไม้ วิสาหกิจชุมชนพิณมิสา ที่ผลิตแชมพูและครีมนวดผมจากกระดูกปลาฉลามและของเหลืออื่นๆ จากอุตสาหกรรมอาหารทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านกระช้าขาวที่โดดเด่นเรื่องของกะปิสืบทอดกันมากว่า 100 ปี วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าหนังนาเดีย สไบมอญบ้านเกาะ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นลุงแกละชาใบขลู่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษเปเปอร์อาร์ตไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านจากกระดาษเหลือใช้ที่สวยงาม หรือจะเป็นของฝากที่ทรงคุณค่า เรือฉลอมชายฝั่งจำลอง (สำเภาจีน)เสื้อมัดย้อมบ้านพันท้ายนรสิงห์ ชุดย่ามของขวัญและปลอกหมอน กล่องใส่ทิชชู่แบบรีฟิว พริกกรอบงา เค้กโบราณบ้านสบันงา ปลาทูซาเตี๊ยะ ช้างวางเทียนหอม

ส่วนสินค้าโอท็อปของอำเภอกระทุ่มแบน เช่น กล้วยอบแห้ง ร้านมิสเตอร์ชูเบญจรงค์ ดอนไก่ดี ขึ้นชื่อตัวท็อประดับประเทศไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชาม ลายครามรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ หมี่กรอบช่างรังวัด แชมพูอัญชัน แชมพูสมุนไพร น้ำมันมะพร้าวสวนปานะ วิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดขวัญกะวัลย์ ฟาร์มแปรรูปเห็ดหลากหลายชนิด ฝรั่งหยีปรุงรสของกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลตำบลหนองนกไข่ พลูวิคอล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดใบพลู เห็ดทอดกรอบ มาลัยดอกไม้ประดิษฐ์ มะพร้าวน้ำหอมอบแห้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แผ่นข้าวกล้องอบกรอบ

และที่อำเภอบ้านแพ้วนอกจากผลไม้ของสดจากสวนเช่นฝรั่ง มะนาว กล้วย แก้วมังกรและเมล่อนจากสวนพิศิษฐที่ขึ้นชื่อแล้วก็ยังมี ดอกไม้สดอบแห้งของ ณัฐพรดอกไม้สดอบแห้ง ที่นำเอาดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกกุหลาบมาอบแห้งด้วยทรายและนำไปจัดลงในโหลแก้ว รูปทรงต่างๆสวยงาม กระเป๋ากระจูดตกแต่งด้วยลายดอกไม้ หมี่กรอบบ้านแพ้ว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มงานกะลาเอก น้ำมัลเบอร์รี่สุรวุฒิฟาร์ม น้ำแกงส้มแม่พะนอ น้ำตาลดอกมะพร้าวอัดเม็ด มะนาวแปรรูป ผ้าสไบมอญขนมทองพับ

สินค้าข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างมานำเสนอ ยังมีหลากหลายให้เลือกหา เข้าไปดูหรือซื้อผ่านได้ที่เพจ “สมุทรสาคร OTOPTODAY”…รับรองไม่ผิดหวัง

และที่ลืมไม่ได้เลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือ หลังโควิดซา…อย่าลืมมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสาครกันนะ ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว