สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586855

สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด

สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด

วันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ผุดโครงการ “การเพิ่มรายได้เกษตรกรฐานรากกลุ่มผู้ผลิตพืชไร่อุตสาหกรรม”หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์บ้านนาจำปา ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ผศ.ดร.สายัญ พันธุ์สมบูรณ์ หัวหน้าโครงการ “การเพิ่มรายได้เกษตรกรฐานรากกลุ่มผู้ผลิตพืชไร่อุตสาหกรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์”และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พร้อมด้วย ดร.พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.ในพื้นที่ร่วมพบปะพูดคุย สร้างความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้โครงการหลัก “การสร้างอาชีพทางเลือกบนทรัพยากรฐานราก เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (กาฬสินธุ์โมเดล)

โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ทั้งนี้มีการจัดกิจกรรมการตรวจธาตุอาหารพืชในดินก่อนปลูกพืช เป็นการใช้เทคนิคทางเคมีที่สะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช กระบวนการจัดการความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีตามชุดดิน และ ค่าวิเคราะห์ดินนี้ เป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาบูรณาการ
กระตุ้นให้เกษตรกรพึ่งตนเอง เพิ่มเติมหลักวิชาการเพื่อช่วยให้การใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิตพืชปลูกของเกษตรกร และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้จริงทำให้เกษตรกรเกิดการยอมรับจากผลที่เกิดขึ้นในแปลงของตัวเอง

ทั้งนี้เกษตรกรต้องมีความเข้าใจใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจสอบข้อมูลชุดดิน การเก็บตัวอย่างดิน และการตรวจสอบธาตุอาหารพืชในดิน และการใช้คำแนะนำปุ๋ยโดยใช้คู่มือหรือโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งทุกขั้นตอนเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองและถ่ายทอดสู่เกษตรกรในชุมชนได้ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป 

ด้าน ผศ.ดร.กีรวิชญ์ เพชรจุล หัวโครงการ“การสร้างอาชีพทางเลือกบนทรัพยากรฐานรากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (กาฬสินธุ์โมเดล) กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มีภารกิจในการวิจัยและพัฒนาการผลิตพืช ข้าว และมันสำปะหลังเป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จนได้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ที่เหมาะสม เกษตรกรนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้และขยายผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

โดยความร่วมมือของภาคเอกชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในภาคการผลิต ตั้งแต่ระดับเกษตรกรจนถึงภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกษตรกรตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม นอกจากจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ เกิดความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเกษตรกร และภาคเอกชนโดยมีภาครัฐเป็นผู้เชื่อมโยง และสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีที่จำเป็น ซึ่งเป้าหมายหลักในการดำเนินโครงการครั้งนี้

โครงการกาฬสินธุ์โมเดล (Kalasin Model)  เป็นโครงการที่พาเกษตรกรลงมือทำโดยใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่มอย่างน้อย 10,000 บาท/เดือน “โดยไม่รอ ไม่ขอ ลุกขึ้นมาทำเอง” เพื่อการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนอุทัยฯปลูกกัญชาแปรรูป สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585103

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนอุทัยฯปลูกกัญชาแปรรูป สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน

วันจันทร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การันตีทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อเดือน คนห้วยคตรวมตัวตั้ง “วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย” ปลูกกัญชาโรงเรือนเดียว แปรรูปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์อาหารคาวหวาน ทั้งแกง ต้ม ผัด ทอด ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เล็งขยายเฟสสองต่อ

หลังจากมีการปลดล็อกกัญชา เปิดทางให้มีการนำ “กิ่ง ก้าน ราก ใบ” มาใช้ทางการแพทย์-แปรรูปอย่างแพร่หลาย..ทำให้ขณะนี้ “กัญชา”เริ่มกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในหลายพื้นที่ ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานี พบว่า “วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย บ้านหมู่ 6 ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี” ได้แปรรูปกัญชาเป็นผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาออกมาจำหน่ายสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้แก่คนในชุมชนได้

นายไกรราช เล่าเกษตรวิทย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนเองได้ลงทุนปลูกต้นเมล่อน และได้ตั้งชื่อว่า สุขฤทัยฟาร์มเมล่อนอุทัยธานี มาได้ 5 ปี ไม่ประสบความสำเร็จ โดยขาดทุนมาตลอด หลังจากนั้นตนเองก็ได้มีแนวความคิดใหม่พรรคภูมิใจไทย นโยบายกัญชา ก็ไปขอเอกสารการปลูกต้นกัญชา  หลังจากนั้นตนเองก็ได้เข้าร่วมกับ รพ.สต.สุขฤทัย ก็ได้รับอนุญาตในการปลูกต้นกัญชา โดยเริ่มต้นในการปลูก 10 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นตนเองก็ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย พร้อมกับได้นำผลผลิตของกัญชามาจัดแปรรูปเป็นอาหารต่างๆการปลูกกัญชาในปัจจุบันบอกได้เลยว่าเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทยที่สามารถทำรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของเรา  และก็เป็นโอกาสดีที่เกษตรกรได้เข้าถึงยาคืออย่างน้อยก็ปลูกมาปรุงกันเองในชุมชนได้

แต่สำหรับวิสาหกิจชุมชนของเราซึ่งมีสมาชิกหลายคน จึงมีการแยกให้แต่ละคนนำกิ่ง ก้าน ราก ใบกัญชา ไปต่อยอดแปรรูปตามที่แต่ละคนถนัด เช่น นางน้อย ต้องการที่จะทำก๋วยเตี๋ยว อีกคนหนึ่งทำข้าวผัด อีกคนหนึ่งทำน้ำพริก อีกคนทำกาแฟ ทำอะไรก็ได้ที่แต่ละคนถนัด ซึ่งเป็นการระดมความคิด ความสามารถแต่ละคนออกมา หลังจากนั้นได้นำผลิตภัณฑ์ของตนเองออกจำหน่าย ก็นำรายได้มาร่วมกัน แล้วหักค่าส่วนต่างๆ ของแต่ละคนออกไป หลังจากนั้นผลกำไรก็นำเข้าสู้กลุ่ม หลังจากครบรอบของกัญชาก็จะนำผลประโยชน์มาแบ่งกันไปแต่ละคน ซึ่งสร้างรายได้ให้แต่ละคนอย่างงาม

กระทั่งทำให้กัญชาที่ทางวิสาหกิจชุมชนฯ ร่วมกันปลูกแบบปลอดสารพิษอยู่ 1 โรงเรือน 50 ต้น สามารถนำมาต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาได้อย่างหลากหลาย เช่น กล้วยฉาบ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ป๊อปคอร์น จะขายอยู่ที่ราคาถุงละ 35 บาท พริกทอดเคลือบผงใบกัญชา 100 บาท และพริกแกงผสมผงใบกัญญา กิโลกรัมละ 220 บาท ยาหม่อง 88 บาท ชากัญชา ชงร้อน ถุงละ 100 บาท น้ำต้มกัญชาพร้อมดื่ม ขายขวดละ 35 บาท ก๋วยเตี๋ยวกัญชา 59 บาท และเมนูกับข้าวผสมกัญชาเริ่มต้นที่ 60 บาท นอกจากนี้ยังมี Signature ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือต้มไก่บ้าน ผัดฉ่า

“ตอนนี้ทั้งน้ำต้มกัญชา กล้วย ฉาบกัญชา มันฝรั่งทอดกัญชา มันม่วงทอดกัญชา มันญี่ปุ่นทอดกัญชา ป๊อปคอร์นกัญชา พริกทอดกัญชา พริกแกงกัญชา ที่เป็นสินค้าที่ขายดีจนผลิตไม่ทัน ซึ่งทั้งหมดใช้กิ่ง ก้าน ราก ใบกัญชาคุณภาพปลอดสารพิษของวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นส่วนผสมในปริมาณที่เหมาะสม ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะน้ำต้มกัญชาเรารักกัน  เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในวิสาหกิจชุมชน มียอดขายหลายพันขวดต่อเดือน สร้างรายได้ให้แก่คนในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อเดือนทีเดียว”

นายไกรราชกล่าวด้วยว่า หลังจากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาของวิสาหกิจชุมชนฯ เราได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีโครงการที่จะขยายกำลังการผลิต เพิ่มโรงเรือนปลูกกัญชาในเฟสที่ 2 อีก แต่ในเฟสใหม่นี้ จะเน้นการใช้ประโยชน์จากดอกกัญชา โดยแบ่งผลผลิตที่ได้กับรัฐในสัดส่วน 50 ต่อ 50

นายไกรราช กล่าวต่อว่า สำหรับท่านที่สนใจเข้ามาเที่ยวเข้ามาพูดคุย ขอคำปรึกษา ในเรื่องการขออนุญาตการปลูกต้นกัญชา ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ร่วมทั้งท่านที่จะเข้ามาชิมรสอาหารเมนูกัญชาต่างๆ หรือจะสั่งจองอาหารเมนูกัญชา สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-6202-0444 คุณไกรราช หรือกดที่เฟสสุขฤทัยฟาร์มเมล่อนอุทัยธานีโดยจะมี จีพีเอส บอกเส้นทางดังกล่าว

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584518

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พาไปบุกไร่อินทผลัม จุดแลนด์มาร์คและจุดเช็คอินแห่งใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ที่ “ไร่สอนสิริ” ตั้งอยู่ที่ม.6 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ของนายสมชัยแสนสิริบรรพต อายุ 44 ปีที่พาผู้สื่อข่าวเดินชมไร่อินทผลัมบนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ที่พร้อมเปิดแล้วอย่างเป็นทางการ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวสายเกษตรอินทรีย์ และผู้ที่ชื่นชอบทานผลอินทผลัม สายพันธุ์นำเข้า ที่นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ยังให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายที่หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่สุดยอดประโยชน์ที่คนเริ่มหันมาสนใจทานกันมากขึ้น

นายสมชัย แสนสิริบรรพต ได้เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนและครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับค้าขายสินค้าเบเกอรี่ และทุกคนในครอบครัวชื่นชอบการรับประทานทานอินทผลัมมาก แต่เวลาที่ซื้อมาทานคือความรู้สึกเหมือนแบบมันยังไม่สุด บางทีต้องมาลุ้นว่าซื้อมาแล้วอร่อยไหม หวานไหมฝาดหรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจที่จะทำอาชีพเสริมเริ่มต้นจากสิ่งที่เรารัก คือทำไร่อินทผลัมเองเมื่อ 5 ปีก่อน คัดเลือกสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูก เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ สายพันธุ์บาฮีแดง บาฮีเหลือง โคไนซี เบรมและสายพันธุ์ อัมเอ็ดดาฮา เป็นต้น โดยต้นอินทผลัมนำเข้ามาจากประเทศอังกฤษและ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทางไร่ได้นำต้นกล้าที่เพาะมาจากเนื้อเยื่อจากต่างประเทศมาเพาะปลูก แบ่งเป็นตัวผู้ 50 ต้น ตัวเมีย 250 ต้น บนพื้นที่ 13 ไร่ โดยปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับการให้ผลผลิตแบบเต็มที่

อินทผลัมเป็นพืชประเภทปาล์ม มีอายุที่ยืนยาวประมาณ 100 ถึง 120 ปี เป็นพืชที่ชอบแสงแดด ชอบอากาศร้อน แต่ขาดน้ำไม่ได้ไม่ชอบดินชุ่ม ปลูกกับดินปนทรายจะดีที่สุด และศัตรูของต้นอินทผลัม คือด้วงแรด ด้วงงวงช้าง ซึ่งทางไร่จะใช้วิธีกำจัดแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี จึงมั่นใจได้ในผลอินทผลัมทุกเมล็ด

นายสมชัย แสนสิริบรรพต บอกต่ออีกว่า อินทผลัมเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูงในช่วงเทศกาลถือศีลอด ของชาวมุสลิม และเป็นตัวยาที่ลดโรคเบาหวาน โดยทั่วไปแล้วอินทผลัมสามารถรับประทานแบบดิบและแบบแห้งแบบดิบจะมีรสชาติหวานน้อยเนื้อกรอบ แบบแห้งจะมีรสชาติหวานภายในเนื้อของอินทผลัมชุ่มฉ่ำเหมือนน้ำเชื่อม รสชาติอร่อย แตกต่างกับที่บรรจุอยู่ในกล่องจำหน่ายห้างร้านต่างๆ

ปัจจุบันราคาขายหน้าสวนเริ่มต้นกิโลกรัมละ 400 เป็นต้นไปแล้วแต่สายพันธุ์ ถ้าต้องการรับซื้อในราคาส่ง แบบหลักเป็นตัน หรือหลายๆ ตัน ทางไร่ก็มีจำหน่ายในราคาส่งอีกด้วยท่านใดที่สนใจอยากจะท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ที่ไร่สอนสิริอินทผลัม ก็สามารถ เดินทางไปได้ ไร่สอนสิริ ตั้งอยู่ ม.6 ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก (ใกล้เคียงวัดหอกลอง) สอบถามเส้นทางได้ทางเพจ : อินทผลัม ไร่แสนสิริ เบอร์ติดต่อ 096-6588816 ไร่เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

สกู๊ปพิเศษ : เกษตรกรเมืองสงขลาทำสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกกระท้อนห่อปุยฝ้าย รสชาติดี เนื้อนุ่ม หวานอร่อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584202

สกู๊ปพิเศษ : เกษตรกรเมืองสงขลาทำสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกกระท้อนห่อปุยฝ้าย รสชาติดี เนื้อนุ่ม หวานอร่อย

สกู๊ปพิเศษ : เกษตรกรเมืองสงขลาทำสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกกระท้อนห่อปุยฝ้าย รสชาติดี เนื้อนุ่ม หวานอร่อย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สวนเกษตรผสมผสาน ของนายดำรงค์ ชัชวงษ์ เกษตรกรเมืองสงขลา วัย 57 ปี บ้านสวนตูล หมู่ 5 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ปลูกพืชผสมผสาน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นบริโภคภายในครัวเรือน แบ่งปัน และจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

นายดำรงค์ ชัชวงษ์ ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว แต่มีใจรักและชอบการทำการเกษตรจึงใช้ที่ดินในบริเวณบ้าน จำนวน4 แปลง รวมประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ทำการเกษตรผสมผสานให้เกื้อกูลกัน ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ไม่ใช้สารเคมีในการผลิตพืชหลากหลายชนิด เช่น มะพร้าวบริโภคผลสด กระท้อนห่อ กล้วย ฝรั่งกิมจู มะนาว อ้อยคั้นน้ำ เป็นต้น ซึ่งในแปลงของต้นฝรั่งกิมจู มีจำนวน 50 ต้น จะให้ผลผลิตทั้งปีขณะนี้ผลผลิตยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ส่วนกระท้อนห่อจะเป็นพันธุ์ปุยฝ้าย จำนวน 30 ต้น ให้ผลผลิตแล้วจำนวน 7 ต้น และในช่วงนี้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเมืองสงขลาก็ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนเพื่อให้คำแนะนำถึงสวนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ตาม

สำหรับการดูแลกระท้อนห่อที่สวนนายดำรงค์ จะพบเพียงปัญหาแมลงวันผลไม้เจาะผลเท่านั้น แต่สามารถแก้ปัญหาแมลงวันผลไม้ไปได้ ด้วยการห่อผลกระท้อนด้วยกระดาษห่อตั้งแต่ผลขนาดเท่ากำมือ หลังห่อประมาณ 2 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้ กระท้อนห่อพันธุ์ปุยฝ้ายจำนวน 7 ต้นที่ออกผลผลิตในปีนี้ ได้ห่อผลไว้ประมาณ 1,500 ผล การห่อผลกระท้อน นอกจากป้องกันแมลงวันผลไม้ทำลายแล้ว ยังทำให้ผลกระท้อนมีผิวสวย เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ได้กิน กระท้อนปุยฝ้ายในสวนนี้ เนื่องจากมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเนื้อฟู นิ่ม

วันนี้เป็นวันแรก ที่เริ่มเก็บผลผลิต โดยขนาดผลประมาณ 3-4 ผลต่อกิโลกรัม ส่วนหนึ่งเก็บไว้กินในครอบครัวและแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านอีกส่วนหนึ่งจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวในราคากิโลกรัมละ 60 บาท นอกจากนี้ยังได้ตอนกิ่งพันธุ์ฝรั่งกิมจู กระท้อนห่อพันธุ์ปุยฝ้ายปลูกเพิ่มในสวน และจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจอีกด้วยผู้ใดสนใจเข้ามาชม ชิมกระท้อนห่อเมืองสงขลาที่เชื่อว่ารสชาติดีไม่แพ้ที่ใด

นายดำรงค์ ชัชวงษ์ เกษตรกรเมืองสงขลา กล่าวว่า สวนเกษตรพอเพียงผสมผสานที่ผมทำอยู่ที่นี่ กระท้อนห่อก็กำลังสุกพอดี ถึงแม้ว่ากระรอกจะมาแย่งมั่ง ฝนตกมา 2 เดือนมั่ง แต่ว่ามันเริ่มสุกแล้ว ตอนนี้หวานมากเลย มีลูกค้าสั่งไว้แล้วแต่น่าจะมีไม่พอให้ รสชาติอร่อยมาก ขณะนี้ของผมมีประมาณ 30 ต้น ปีนี้มันออกผล 7 ต้นรสชาติเป็นที่น่าพอใจ ใครสนใจกิ่งพันธุ์ ก็จะขยายพันธุ์ขาย สามารถติดต่อมาได้เลย ที่เบอร์โทรศัพท์ 09-1845-5714 ก็ติดต่อมาได้เลย ถึงแม้ว่าไม่ซื้อก็มาเยี่ยมเยียนกันได้

สกู๊ปพิเศษ : บุรีรัมย์ประมูล ‘ทุเรียนน้ำแร่’ ของดีโนนสุวรรณ กระตุ้นรายได้เกษตรกร+ทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/581910

สกู๊ปพิเศษ : บุรีรัมย์ประมูล‘ทุเรียนน้ำแร่’ของดีโนนสุวรรณ กระตุ้นรายได้เกษตรกร+ทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้

สกู๊ปพิเศษ : บุรีรัมย์ประมูล‘ทุเรียนน้ำแร่’ของดีโนนสุวรรณ กระตุ้นรายได้เกษตรกร+ทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้

วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้ว่าฯ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเหล่ากาชาด สส.นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น และ ปชช. เยี่ยมชมสวนทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ สุดยอดของดีโนนสุวรรณ พร้อมเปิดประมูลครั้งแรก หวังกระตุ้นรายได้เกษตรกรและร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้ มีผู้ร่วมประมูลคึกคักเริ่มต้นตั้งแต่ลูกละ 3,000-10,000 บาท

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางธัญลักษณ์หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์,นายไตรเทพ งามกมล, นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอโนนสุวรรณ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และนักท่องเที่ยว ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสวนทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่ที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ อาทิ สวนของนายอำนวย พาลัง หรือสวนป๋าเบิ้ม อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านม่วงงาม ต.ดงอีจาน ที่ปลูกทุเรียนมากว่า 10 ปี บางต้นให้ผลผลิตสูงสุดถึง 130 ลูก

ซึ่งทุเรียนน้ำแร่เป็นทุเรียนที่มีอัตลักษณ์ด้านธรณีวิทยา เนื่องจากใช้น้ำแร่ธรรมชาติที่มาจากน้ำใต้ดินพื้นที่ภูเขาไฟ ในการรดหล่อเลี้ยงต้นทุเรียน ทำให้เจริญเติบโตดีผลผลิตมีคุณภาพ เนื้อนุ่ม หวานมันหอมอร่อยเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น และหลายภาคส่วนกำลังผลักดันให้เป็นสินค้า จีไอ.ด้วย

ทั้งนี้ ยังได้มีการตัดทุเรียนจากสวนของเกษตรกรไปทำการประมูล เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 150 บาท รายได้จากการประมูลก็จะจ่ายให้กับเกษตรกรตามราคาจริง เงินส่วนต่างที่เหลือก็จะนำเข้ากองทุน “ทุเรียนปันน้ำใจ” เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงผู้ยากไร้ในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ ซึ่งก็มีผู้สนใจประมูลคึกคัก ทั้ง สส., สจ., สมาชิกเหล่ากาชาด, ผู้บริหารท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมสวนในครั้งนี้ด้วย ได้ราคาประมูลตั้งแต่ลูกละ 3,000 – 10,000 บาท รวมเป็นเงินที่ประมูลทุเรียนน้ำแร่ครั้งนี้เกือบ 100,000 บาท

นายธัชกร กล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่ในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ ซึ่งถือเป็นทุเรียนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คุณภาพดี ซึ่งทางจังหวัดก็จะได้ร่วมกับหลายภาคส่วน สนับสนุนส่งเสริมทุเรียนน้ำแร่ซึ่งถือเป็นของดีของอำเภอโนนสุวรรณ และ จ.บุรีรัมย์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยจะมีการส่งเสริมช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การจัดหาต้นพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ จัดหาแหล่งน้ำ และเรื่องการตลาด ให้สามารถจำหน่ายได้ราคาที่ดี ให้เกษตรกรมีรายได้มีอาชีพที่มั่นคง

ด้านนางธัญลักษณ์ หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า นอกจากจะพาคณะเหล่ากาชาดมาเยี่ยมชมสวนทุเรียนน้ำแร่แล้ว ยังได้มาร่วมประมูลทุเรียนน้ำแร่เป็นครั้งแรกของ อ.โนนสุวรรณ โดยจะประมูลตามน้ำหนักทุเรียนในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ซึ่งแต่ละลูกก็ไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม ซึ่งเงินที่ประมูลได้ก็จะจ่ายให้กับเจ้าของสวนตามน้ำหนักและราคาจริงของแต่ละลูก และเงินส่วนต่างก็จะมอบให้กองทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ โดยคอนเซ็ปต์ของเหล่ากาชาด คือ “ทานทุเรียนภูเขาไฟ ได้ดูแลผู้ยากไร้ ทุเรียนปันน้ำใจ มอบให้ชาวโนนสุวรรณ”ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ได้พาคณะมาท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้รับประทานของดีมีคุณภาพสดๆจากสวนของเกษตรกร ทั้งยังได้ร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้อีกด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ชูผลไม้ทุเรียนหลง-หลินลับแล เปิดตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าโอท็อป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/581683

สกู๊ปพิเศษ : ชูผลไม้ทุเรียนหลง-หลินลับแล  เปิดตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าโอท็อป

สกู๊ปพิเศษ : ชูผลไม้ทุเรียนหลง-หลินลับแล เปิดตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าโอท็อป

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่บริเวณถนนหน้าที่ว่าการอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายปรัชญา เสริฐลือชานายอำเภอลับแล เปิดงานตลาดสินค้าเกษตร และสินค้า OTOP ของดีอำเภอลับแล เพื่อจัดตลาดสินค้าให้เกษตรกร ได้สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในราคาที่เหมาะสม และ เป็นการจัดสถานที่ให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่าย ให้แก่ ผู้บริโภคได้โดยตรง โดยมี นางเรณู อินศิริ ปลัดอาวุโสอำเภอลับแล กล่าวรายงาน  พ.ต.อ.ภีมภณ ม่วงศรี ผกก.สภ.ลับแล ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ประชาชนชาวลับแล ร่วมงานและอุดหนุนซื้อสินค้าผลผลิตของกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชน ท่ามกลางที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา 

นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล กล่าวว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้อำเภอจัดทำโครงการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2564 พร้อมดำเนินการในลักษณะของการพัฒนาตลาดสินค้าการเกษตร และ การประชาสัมพันธ์ตลาดขายสินค้าการเกษตร เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายผลผลิตในพื้นที่ อำเภอลับแล จึงได้ทำโครงการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร จัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2564 เวลา 08.30-20.00 น. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและยังเป็นการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัดอุตรดิตถ์    

“หลง-หลินลับแล” เป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมือง ที่มีเฉพาะพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นทุเรียนที่สร้าง
ชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากรับประทานอร่อย รับประทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการร้อนใน ซึ่งในแต่ละปีจะมีผลผลิตจำนวนไม่มากนัก สำหรับในปี 2564 นี้ ผลผลิตทุเรียน รวมทั้งหลง-หลินลับแลมีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ซึ่งทำให้ลับแลมีบรรยากาศที่คึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยว ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนต่างๆ

นายปรัชญา  กล่าวอีกว่าทุเรียนหลง-หลินลับแล ที่มีคุณภาพ ขอแนะนำว่า จะต้องดูจากผลผลิตจะมีสติ๊กเกอร์  บอกแหล่งที่มาของทุเรียน ข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูก มีตราสัญลักษณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ หรือ โลโก้การันตีคุณภาพมาตรฐานจากหน่วยงานที่ให้การรับรอง และการเลือกทุเรียนสุก ต้องสังเกตที่ขั้วจะมีรอยต่อหรืออาจเรียกว่าปากปลิงจะพองออก และรอยต่อหลุดออกจากกัน จะมีรสชาติดีมาก ซึ่งทุเรียนหลงลับแล เกรด A จะต้องมี 4 พู ขึ้นไป และมีเมล็ดในลีบ นอกจากนี้ ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP และ ของดีต่างๆ ของอำเภอลับแล และพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งมีร้านกว่า 10 ร้านค้า อาทิ ทุเรียนหลง-หลินลับแล ทุเรียนหมอนทองหอมกระเทียม ผักปลอดสารพิษ ไม้กวาดผ้าทอลายลับแล กระยาสารท เป็นต้น