สกู๊ปพิเศษ : จัดหางานสุโขทัยบริการสอดรับกับมาตรการเร่งด่วนเฝ้าระวังโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/588585

สกู๊ปพิเศษ : จัดหางานสุโขทัยบริการสอดรับกับมาตรการเร่งด่วนเฝ้าระวังโควิด-19

สกู๊ปพิเศษ : จัดหางานสุโขทัยบริการสอดรับกับมาตรการเร่งด่วนเฝ้าระวังโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่หนักขึ้น จัดหางานจังหวัดสุโขทัยจึงขอความร่วมมือประชาชนผู้มาติดต่อ ปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ก่อนเข้ารับบริการ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุโขทัย

นายปัญญา ขาวเขียว จัดหางานจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่าตามมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตามประกาศของจังหวัดสุโขทัยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยโดยสรุปให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสงขลา ที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ปฏิบัติดังนี้

1.รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตพื้นที่ และกรอกแบบฟอร์ม SAVE สุโขทัย

2.ทำการกักตัว ณ เคหสถานที่พำนักของบุคคลนั้น หรือสถานที่ที่ทางราชการกำหนดและห้ามออกนอกสถานที่ดังกล่าวจนกว่าจะพ้นกำหนด 14 วัน

3.ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตามมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดสุโขทัย

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตาก นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี ให้ปฏิบัติดังนี้

1.รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตพื้นที่ และกรอกแบบฟอร์ม SAVE สุโขทัย

2.สังเกตอาการตนเอง 14 วัน

3.ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตามมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดสุโขทัย

และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุม 24 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยภูมิ ชุมพร ตรัง ตราด บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี พื้นที่เฝ้าระวังสูง จำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครพนม น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธรลำปาง ลำพูน สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ เมื่อเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ปฏิบัติดังนี้

1.กรอกแบบฟอร์ม SAVE สุโขทัยทันที

2.สังเกตอาการตนเอง 14 วัน

3.ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตามมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดสุโขทัยจัดหางานจังหวัดสุโขทัย ได้เน้นย้ำให้ประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด ให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว

ก่อนเดินทางเข้ารับบริการ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุโขทัย เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19  ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมีความปลอดภัย โดยประชาชนสามารถใช้บริการ e-Service ของกรมการจัดหางาน เพื่อรับบริการกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสุโขทัยได้ ดังนี้

1.ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ผ่านเว็บไซต์ http://empui.doe.go.th

2.ลงทะเบียนสมัครงานในประเทศ ผ่านเว็บไซต์ http://smartjob.doe.go.th

3.แจ้งการไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์ http://toea.doe.go.th

4.แจ้งรับเข้าหรือแจ้งออกจากงานของคนต่างด้าว ผ่านเว็บไซต์ http://eservice.doe.go.th

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางหมายเลขโทรศัพท์0-5561-0218-9 ในวันและเวลาราชการ และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของสำนักงานจัดหางานจังหวัดสุโขทัยได้ทางเว็บไซต์ http://doe.go.th/sukhothai และ facebook แฟนเพจ  สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุโขทัย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และโปรดติดตามรับฟังรายการ “ฟังสบายๆสไตล์จัดหางาน” ทางสวท.สุโขทัย FM 93.75 MHz ทุกวันอังคาร เวลา 10.35-11.00 น.

สกู๊ปพิเศษ : ชิมฟรี! ‘สวนทรรศน์สมรแลนด์’ เปิดต้อนรับนทท.เที่ยวเมืองอุตรดิตถ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/587940

สกู๊ปพิเศษ : ชิมฟรี! ‘สวนทรรศน์สมรแลนด์’  เปิดต้อนรับนทท.เที่ยวเมืองอุตรดิตถ์

สกู๊ปพิเศษ : ชิมฟรี! ‘สวนทรรศน์สมรแลนด์’ เปิดต้อนรับนทท.เที่ยวเมืองอุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อินทผลัม “ในอดีตจะได้ยินอยู่เสมอว่า อินทผลัม หรือ อินทผาลัม เป็นพืชที่ขึ้นได้ในทะเลทราย หรือ สภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง หากนำมาปลูกในถิ่นอื่น เช่น ในถิ่นที่มีความชื้นสูง จะไม่สามารถปลูกได้ ถึงแม้จะปลูกได้แต่ก็มีผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร แต่ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและปรับปรุงสายพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ สามารถปลูกและแพร่พันธุ์ได้ในพื้นที่สภาพภูมิอากาศทั่วไป เช่น การปลูกอินทผลัมที่สวนทรรศน์สมรแลนด์ จังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

อินทผลัม เป็นผลไม้ที่มีหลากหลายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติเด่นในด้านการนำไปบริโภคต่างกัน อีกทั้งเกรด ราคา รวมทั้งรสชาติแตกต่างกันด้วย สำหรับสายพันธุ์ต่างประเทศที่นิยมนำมาปลูกในไทยเพื่อรับประทานเป็นผลสด คือ พันธุ์ Barhee หรือ Barhi (บาร์ฮี หรือ บัรฮี) มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก ปัจจุบันมีการปลูกกันแพร่หลายในหลายประเทศ กล่าวกันว่า พันธุ์ Barhi เป็น “แอปเปิ้ลแห่งตะวันออกกลาง”

สวนทรรศน์สมรแลนด์ เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ มีคุณปวีณสมร สุดทอง เป็นเจ้าของสวน ได้ทำการปลูก อินทผลัม พันธุ์บาฮี ผลใหญ่ สีเหลืองสด รสชาติ หวานกรอบ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย และ ที่สวนแห่งนี้ได้ปลูกอินทผลัม เป็นเจ้าแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่ ปลูกไว้จำนวน 90 ต้น จำหน่ายกิโลกรัมละ 400 บาท และ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 จะทำการเปิดสวนอินทผลัม สวนทรรศน์สมรแลนด์ พร้อมชิมอินทผลัมฟรี เลือกซื้อได้ทั้งสวน มีบริการกินแฟแลอิน-ผลิตภัณฑ์ไซรัป เพื่อดูแลสุขภาพ, ชมสวนสวยงาม จุดเช็คอินแห่งใหม่ของชาวอุตรดิตถ์ และ สามารถเลือกอินทผลัมผลใหญ่รสชาติหวานกรอบ เกรด A B C เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการในสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันทางสวนต้องขออภัยจำกัดคนเข้าสวนไม่เกิน 50 คน นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียม แมส เจลล้างมือเครื่องวัดอุณหภูมิ จุดลงทะเบียน และ จัดสถานที่เว้นระยะห่าง ให้เป็นไปตามมาตรการข้อกำหนดของจังหวัดอุตรดิตถ์อีกด้วย

สำหรับเส้นทางเข้าสวน ทรรศน์สมรแลนด์ เมื่อขับรถเข้าเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ ตามเส้นทางสายเหนือ อุตรดิตถ์ –แพร่พอถึงวงเวียนแยกวังสีสูบ ต.งิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นถนนลอดอุโมงค์ตรงไปทางจังหวัดแพร่ จะพบป้ายเข้าสวนทรรศน์สมรแลนด์ เลียวซ้ายเข้าซอยหน้าเทศบาลตำบลน้ำริด อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ขับตรงเข้าไปในซอย เป็นถนนคอนกรีต ตลอดเส้นทางลึกเข้าไป ประมาณ 500 เมตร จะเจอป้ายเข้าสวนอินทผลัมทรรศน์สมรแลนด์ สามารถเดินเข้าไปเที่ยวชม ที่สำคัญเจ้าของสวนใจดีให้เลือกจากต้นสดๆ ทานได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะพันธุ์ บาร์ฮี จะมีผลสีเหลืองสดผลใหญ่ หวานกรอบเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัด และ ต่างจังหวัดเดินทางมาเที่ยวชมสวนอินทผลัม พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่(Selfie)

“อินทผลัม” ยังสามารถนำผลที่โตเต็มที่แล้วมาทำเป็นเมนูอาหารที่น่าทาน ประกอบด้วย ส้มตำอินทผลัม, บวชชีอินทผลัม, อินทผลัมลอยแก้ว,ยำทะเลอินทผลัม และรับประทานได้แบบผลสดได้อีกด้วย

สกู๊ปพิเศษ : เปิดชีวิต ‘พนักงานพิทักษ์ป่า’ อช.ไทรโยค ผู้เสียสละ 5 วันกับการลาดตระเวนปกป้องสัตว์ป่า-ผืนป่าต้นน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/587650

สกู๊ปพิเศษ : เปิดชีวิต ‘พนักงานพิทักษ์ป่า’ อช.ไทรโยค  ผู้เสียสละ 5 วันกับการลาดตระเวนปกป้องสัตว์ป่า-ผืนป่าต้นน้ำ

สกู๊ปพิเศษ : เปิดชีวิต ‘พนักงานพิทักษ์ป่า’ อช.ไทรโยค ผู้เสียสละ 5 วันกับการลาดตระเวนปกป้องสัตว์ป่า-ผืนป่าต้นน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การเดินลาดตระเวนเป็นหัวใจหลักในการที่จะปกป้องดูแลรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้รอดพ้นจากภัยคุกคามต่างๆ จากผู้ไม่หวังดี ซึ่งปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ใช้ยุทธวิธีการเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือที่เรียกกันว่า SMART PATROL ซึ่งเป็นการเดินลาดตระเวนพร้อมกับการเก็บข้อมูลด้านต่างๆ ไปพร้อมกัน ทั้งข้อมูลด้านสัตว์ป่า พันธุ์ไม้ที่สำคัญ แหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่ารวมถึงภัยคุกคามต่างๆที่พบ

ไม่ว่าจะเป็นเพิงที่พักนายพราน จุดวางบ่วงแร้วดักสัตว์ป่า ร่องรอยต่างๆ ของมนุษย์ที่เข้าไปกระทำความผิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้กลับมาประเมินผลและเป็นหัวใจในการวางแผนป้องปรามจากผู้กระทำความผิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหัวใจหลักในการลาดตระเวนนี้คือเจ้าหน้าที่ “พนักงานพิทักษ์ป่า” ผู้ทำงานปิดทองหลังพระ ที่ทำให้ประเทศไทยเรามีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์อยู่ในปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยการนำของ นายสมเจตน์จันทนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ลาดตระเวนป้องกันการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่าให้มากขึ้นเป็นสองเท่า ตามนโยบาย ทส. ยกกำลัง 2 + 4

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับนโยบายและมอบหมายให้อุทยานทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการตามนโยบายข้างต้นอย่างเคร่งครัด อุทยานแห่งชาติไทรโยคจึงได้สนธิกำลังระหว่างหน่วยในสังกัดอุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อออกตรวจลาดตระเวนให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้อุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีพื้นที่มากถึง 595,868 ไร่ ประกอบกับมีพื้นที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศเมียนมา ระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่องานป้องกันทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2564 อุทยานแห่งชาติไทรโยคสามารถเดินครอบคลุมพื้นที่แล้ว 92.99% ของพื้นที่ทั้งหมด

ถึงแม้ช่วงนี้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตามและในพื้นที่จะมีลำห้วยลำธารลัดเลาะอยู่ภายในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ายิ่งยากลำบากมากยิ่งขึ้น อย่างการลาดตระเวนล่าสุดของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทย.5 (แม่น้ำน้อย) ระหว่างวันที่ 8-12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั้งหมด 7 นาย ได้ออกลาดตระเวนจากหน่วยพิทักษ์ฯ โดยใช้รถจักรยานยนต์สลับกับการเดินเท้าลาดตระเวนเพื่อปราบปรามการกระทำผิด บริเวณป่าปากห้วยผึ้ง ป่าห้วยพะบือแฮ

ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงที่ฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำในลำห้วยมีระดับที่สูงขึ้น บริเวณห้วย 3 ห้วยแม่น้ำลัดเลาะ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเดินข้ามเพื่อขนส่งสัมภาระประจำตัวไปอีกฝั่งและช่วยกันใช้ไม้แบกรถจักรยานยนต์ข้ามลำห้วยที่มีกระแสค่อนข้างแรงตามมา

จึงอยากวอนให้ทุกคนเห็นใจและเห็นความสำคัญของพวกเขาเหล่านี้ที่เรียกตนเองว่า “พนักงานพิทักษ์ป่า”พนักงานพิทักษ์ ถึงแม้จะมีรายได้เพียงน้อยนิด แต่พวกเขาเหล่านี้ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอย่างแท้จริง และถึงแม้จะลำบากต้องนอนและกินกลางป่าท่ามกลางสายฝน หรือท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ หรือร้อนจัดเพียงใด พวกเขาก็อดทน เพียงเพื่อต้องการปกปักรักษาสัตว์ป่าและผืนป่าเอาไว้ให้เป็นผืนป่าต้นน้ำ ทำให้เราชาวไทยทุกคนได้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืนอยู่ในทุกวันนี้

ดังนั้นจึงขอฝากไปถึงประชาชนคนไทยทุกคนรวมทั้งกลุ่มนายพรานและผู้ที่หวังใช้ประโยชน์จากการตัดไม้ทำลายป่า ที่เป็นการทำลายผืนป่าต้นน้ำ ขอให้หยุดและหันมาร่วมกันปกปักรักษาผืนป่าเอาไว้ เพื่อให้ลูกหลานของเราและคนไทยทุกคน ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ที่มีผืนป่าเป็นต้นน้ำให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

สกู๊ปพิเศษ : ‘กระท้อนออนไลน์’ บริการทั่วไทย ส่งเสริมการขายผลไม้สัญลักษณ์ประจำ จ.สตูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/587113

สกู๊ปพิเศษ : ‘กระท้อนออนไลน์’บริการทั่วไทย  ส่งเสริมการขายผลไม้สัญลักษณ์ประจำ จ.สตูล

สกู๊ปพิเศษ : ‘กระท้อนออนไลน์’บริการทั่วไทย ส่งเสริมการขายผลไม้สัญลักษณ์ประจำ จ.สตูล

วันอังคาร ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่สวนกระท้อนหวานนาปริก หมู่ที่ 9 ต.ควนสตอ อ.ควนโดน จ.สตูลนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาด, นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 สตูล,นายพีรพัฒน์ เงินเจริญ นายอำเภอควนโดน ร่วมกิจกรรม “ส่งเสริมการปลูกกระท้อนและกิจกรรมงานกระท้อนออนไลน์ สโตยสตูล”ปีที่ 2 ภายใต้โครงการสตูลเกษตรแฟร์ ประจำปีงบประมาณ 2564

ซึ่งงานจัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โดยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกอบจ.สตูล กล่าวรายงานความเป็นมาในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการปลูกกระท้อน และ ประชาสัมพันธ์กระท้อนสตูล ซึ่งเป็นผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสตูลให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น และสามารถจะพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งในอนาคตได้ รวมถึงสนับสนุนการส่งเสริมการขายเพิ่มมูลค่ากระท้อนสตูล ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุน การท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจและชุมชนในมิติอื่นๆ อันนำไปสู่การสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน

โดยปรับช่องทางการจัดงานและการสื่อสารออฟไลน์ สู่ออนไลน์โดยการใช้ช่วงเวลาที่เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสปรับตัวให้เข้ากับหลายสไตล์ของผู้บริโภค ผสมผสานระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ โดยมีหน่วยงานรัฐให้บริการข้อมูลวิชาการแนะนำสถานที่พัฒนาคุณภาพสินค้า และราคานำไปสู่ความปกติวิถีใหม่

ภายในงานมีการนำกระท้อนพันธุ์อิล่า ซึ่งให้ผลผลิตโตสุดลูกละ 1 กิโล 30 กรัม ที่มีเนื้อนุ่มผลใหญ่ ฟู ปุย วางจำหน่ายกันหน้าสวน และการแปรรูปกระท้อนเป็นน้ำพริก กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว วางจำหน่ายกันอย่างหลากหลาย โดยตลอด 2 เดือนนี้ยังสามารถสั่งกระท้อนได้โดยทางหมู่บ้านมีบริการจำหน่ายออนไลน์ หรือโทรสั่งผ่านได้ที่ (วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ-วิถีเกษตรกลุ่มเขาโต๊ะกรัง 08-8592-0455)

สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586855

สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด

สกู๊ปพิเศษ : ม.กาฬสินธุ์หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์สร้างรายได้ช่วงวิกฤติโควิด

วันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ผุดโครงการ “การเพิ่มรายได้เกษตรกรฐานรากกลุ่มผู้ผลิตพืชไร่อุตสาหกรรม”หนุนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักไฮไดรโปรนิกส์บ้านนาจำปา ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ผศ.ดร.สายัญ พันธุ์สมบูรณ์ หัวหน้าโครงการ “การเพิ่มรายได้เกษตรกรฐานรากกลุ่มผู้ผลิตพืชไร่อุตสาหกรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์”และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พร้อมด้วย ดร.พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.ในพื้นที่ร่วมพบปะพูดคุย สร้างความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้โครงการหลัก “การสร้างอาชีพทางเลือกบนทรัพยากรฐานราก เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (กาฬสินธุ์โมเดล)

โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ทั้งนี้มีการจัดกิจกรรมการตรวจธาตุอาหารพืชในดินก่อนปลูกพืช เป็นการใช้เทคนิคทางเคมีที่สะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช กระบวนการจัดการความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีตามชุดดิน และ ค่าวิเคราะห์ดินนี้ เป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาบูรณาการ
กระตุ้นให้เกษตรกรพึ่งตนเอง เพิ่มเติมหลักวิชาการเพื่อช่วยให้การใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิตพืชปลูกของเกษตรกร และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้จริงทำให้เกษตรกรเกิดการยอมรับจากผลที่เกิดขึ้นในแปลงของตัวเอง

ทั้งนี้เกษตรกรต้องมีความเข้าใจใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจสอบข้อมูลชุดดิน การเก็บตัวอย่างดิน และการตรวจสอบธาตุอาหารพืชในดิน และการใช้คำแนะนำปุ๋ยโดยใช้คู่มือหรือโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งทุกขั้นตอนเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองและถ่ายทอดสู่เกษตรกรในชุมชนได้ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป 

ด้าน ผศ.ดร.กีรวิชญ์ เพชรจุล หัวโครงการ“การสร้างอาชีพทางเลือกบนทรัพยากรฐานรากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับรายได้เกษตรกรรองรับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (กาฬสินธุ์โมเดล) กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มีภารกิจในการวิจัยและพัฒนาการผลิตพืช ข้าว และมันสำปะหลังเป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จนได้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ที่เหมาะสม เกษตรกรนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้และขยายผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

โดยความร่วมมือของภาคเอกชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในภาคการผลิต ตั้งแต่ระดับเกษตรกรจนถึงภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกษตรกรตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม นอกจากจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ เกิดความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเกษตรกร และภาคเอกชนโดยมีภาครัฐเป็นผู้เชื่อมโยง และสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีที่จำเป็น ซึ่งเป้าหมายหลักในการดำเนินโครงการครั้งนี้

โครงการกาฬสินธุ์โมเดล (Kalasin Model)  เป็นโครงการที่พาเกษตรกรลงมือทำโดยใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่มอย่างน้อย 10,000 บาท/เดือน “โดยไม่รอ ไม่ขอ ลุกขึ้นมาทำเอง” เพื่อการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนอุทัยฯปลูกกัญชาแปรรูป สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585103

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนอุทัยฯปลูกกัญชาแปรรูป สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน

วันจันทร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การันตีทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อเดือน คนห้วยคตรวมตัวตั้ง “วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย” ปลูกกัญชาโรงเรือนเดียว แปรรูปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์อาหารคาวหวาน ทั้งแกง ต้ม ผัด ทอด ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เล็งขยายเฟสสองต่อ

หลังจากมีการปลดล็อกกัญชา เปิดทางให้มีการนำ “กิ่ง ก้าน ราก ใบ” มาใช้ทางการแพทย์-แปรรูปอย่างแพร่หลาย..ทำให้ขณะนี้ “กัญชา”เริ่มกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในหลายพื้นที่ ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานี พบว่า “วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย บ้านหมู่ 6 ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี” ได้แปรรูปกัญชาเป็นผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาออกมาจำหน่ายสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้แก่คนในชุมชนได้

นายไกรราช เล่าเกษตรวิทย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนเองได้ลงทุนปลูกต้นเมล่อน และได้ตั้งชื่อว่า สุขฤทัยฟาร์มเมล่อนอุทัยธานี มาได้ 5 ปี ไม่ประสบความสำเร็จ โดยขาดทุนมาตลอด หลังจากนั้นตนเองก็ได้มีแนวความคิดใหม่พรรคภูมิใจไทย นโยบายกัญชา ก็ไปขอเอกสารการปลูกต้นกัญชา  หลังจากนั้นตนเองก็ได้เข้าร่วมกับ รพ.สต.สุขฤทัย ก็ได้รับอนุญาตในการปลูกต้นกัญชา โดยเริ่มต้นในการปลูก 10 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นตนเองก็ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย พร้อมกับได้นำผลผลิตของกัญชามาจัดแปรรูปเป็นอาหารต่างๆการปลูกกัญชาในปัจจุบันบอกได้เลยว่าเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทยที่สามารถทำรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของเรา  และก็เป็นโอกาสดีที่เกษตรกรได้เข้าถึงยาคืออย่างน้อยก็ปลูกมาปรุงกันเองในชุมชนได้

แต่สำหรับวิสาหกิจชุมชนของเราซึ่งมีสมาชิกหลายคน จึงมีการแยกให้แต่ละคนนำกิ่ง ก้าน ราก ใบกัญชา ไปต่อยอดแปรรูปตามที่แต่ละคนถนัด เช่น นางน้อย ต้องการที่จะทำก๋วยเตี๋ยว อีกคนหนึ่งทำข้าวผัด อีกคนหนึ่งทำน้ำพริก อีกคนทำกาแฟ ทำอะไรก็ได้ที่แต่ละคนถนัด ซึ่งเป็นการระดมความคิด ความสามารถแต่ละคนออกมา หลังจากนั้นได้นำผลิตภัณฑ์ของตนเองออกจำหน่าย ก็นำรายได้มาร่วมกัน แล้วหักค่าส่วนต่างๆ ของแต่ละคนออกไป หลังจากนั้นผลกำไรก็นำเข้าสู้กลุ่ม หลังจากครบรอบของกัญชาก็จะนำผลประโยชน์มาแบ่งกันไปแต่ละคน ซึ่งสร้างรายได้ให้แต่ละคนอย่างงาม

กระทั่งทำให้กัญชาที่ทางวิสาหกิจชุมชนฯ ร่วมกันปลูกแบบปลอดสารพิษอยู่ 1 โรงเรือน 50 ต้น สามารถนำมาต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาได้อย่างหลากหลาย เช่น กล้วยฉาบ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ป๊อปคอร์น จะขายอยู่ที่ราคาถุงละ 35 บาท พริกทอดเคลือบผงใบกัญชา 100 บาท และพริกแกงผสมผงใบกัญญา กิโลกรัมละ 220 บาท ยาหม่อง 88 บาท ชากัญชา ชงร้อน ถุงละ 100 บาท น้ำต้มกัญชาพร้อมดื่ม ขายขวดละ 35 บาท ก๋วยเตี๋ยวกัญชา 59 บาท และเมนูกับข้าวผสมกัญชาเริ่มต้นที่ 60 บาท นอกจากนี้ยังมี Signature ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือต้มไก่บ้าน ผัดฉ่า

“ตอนนี้ทั้งน้ำต้มกัญชา กล้วย ฉาบกัญชา มันฝรั่งทอดกัญชา มันม่วงทอดกัญชา มันญี่ปุ่นทอดกัญชา ป๊อปคอร์นกัญชา พริกทอดกัญชา พริกแกงกัญชา ที่เป็นสินค้าที่ขายดีจนผลิตไม่ทัน ซึ่งทั้งหมดใช้กิ่ง ก้าน ราก ใบกัญชาคุณภาพปลอดสารพิษของวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นส่วนผสมในปริมาณที่เหมาะสม ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะน้ำต้มกัญชาเรารักกัน  เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในวิสาหกิจชุมชน มียอดขายหลายพันขวดต่อเดือน สร้างรายได้ให้แก่คนในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อเดือนทีเดียว”

นายไกรราชกล่าวด้วยว่า หลังจากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชาของวิสาหกิจชุมชนฯ เราได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีโครงการที่จะขยายกำลังการผลิต เพิ่มโรงเรือนปลูกกัญชาในเฟสที่ 2 อีก แต่ในเฟสใหม่นี้ จะเน้นการใช้ประโยชน์จากดอกกัญชา โดยแบ่งผลผลิตที่ได้กับรัฐในสัดส่วน 50 ต่อ 50

นายไกรราช กล่าวต่อว่า สำหรับท่านที่สนใจเข้ามาเที่ยวเข้ามาพูดคุย ขอคำปรึกษา ในเรื่องการขออนุญาตการปลูกต้นกัญชา ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ร่วมทั้งท่านที่จะเข้ามาชิมรสอาหารเมนูกัญชาต่างๆ หรือจะสั่งจองอาหารเมนูกัญชา สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-6202-0444 คุณไกรราช หรือกดที่เฟสสุขฤทัยฟาร์มเมล่อนอุทัยธานีโดยจะมี จีพีเอส บอกเส้นทางดังกล่าว

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584518

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ

สกู๊ปพิเศษ : เปิดไร่อินทผลัมจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่พิษณุโลก กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเอาใจคนรักสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พาไปบุกไร่อินทผลัม จุดแลนด์มาร์คและจุดเช็คอินแห่งใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ที่ “ไร่สอนสิริ” ตั้งอยู่ที่ม.6 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ของนายสมชัยแสนสิริบรรพต อายุ 44 ปีที่พาผู้สื่อข่าวเดินชมไร่อินทผลัมบนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ที่พร้อมเปิดแล้วอย่างเป็นทางการ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวสายเกษตรอินทรีย์ และผู้ที่ชื่นชอบทานผลอินทผลัม สายพันธุ์นำเข้า ที่นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ยังให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายที่หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่สุดยอดประโยชน์ที่คนเริ่มหันมาสนใจทานกันมากขึ้น

นายสมชัย แสนสิริบรรพต ได้เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนและครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับค้าขายสินค้าเบเกอรี่ และทุกคนในครอบครัวชื่นชอบการรับประทานทานอินทผลัมมาก แต่เวลาที่ซื้อมาทานคือความรู้สึกเหมือนแบบมันยังไม่สุด บางทีต้องมาลุ้นว่าซื้อมาแล้วอร่อยไหม หวานไหมฝาดหรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจที่จะทำอาชีพเสริมเริ่มต้นจากสิ่งที่เรารัก คือทำไร่อินทผลัมเองเมื่อ 5 ปีก่อน คัดเลือกสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูก เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ สายพันธุ์บาฮีแดง บาฮีเหลือง โคไนซี เบรมและสายพันธุ์ อัมเอ็ดดาฮา เป็นต้น โดยต้นอินทผลัมนำเข้ามาจากประเทศอังกฤษและ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทางไร่ได้นำต้นกล้าที่เพาะมาจากเนื้อเยื่อจากต่างประเทศมาเพาะปลูก แบ่งเป็นตัวผู้ 50 ต้น ตัวเมีย 250 ต้น บนพื้นที่ 13 ไร่ โดยปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับการให้ผลผลิตแบบเต็มที่

อินทผลัมเป็นพืชประเภทปาล์ม มีอายุที่ยืนยาวประมาณ 100 ถึง 120 ปี เป็นพืชที่ชอบแสงแดด ชอบอากาศร้อน แต่ขาดน้ำไม่ได้ไม่ชอบดินชุ่ม ปลูกกับดินปนทรายจะดีที่สุด และศัตรูของต้นอินทผลัม คือด้วงแรด ด้วงงวงช้าง ซึ่งทางไร่จะใช้วิธีกำจัดแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี จึงมั่นใจได้ในผลอินทผลัมทุกเมล็ด

นายสมชัย แสนสิริบรรพต บอกต่ออีกว่า อินทผลัมเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูงในช่วงเทศกาลถือศีลอด ของชาวมุสลิม และเป็นตัวยาที่ลดโรคเบาหวาน โดยทั่วไปแล้วอินทผลัมสามารถรับประทานแบบดิบและแบบแห้งแบบดิบจะมีรสชาติหวานน้อยเนื้อกรอบ แบบแห้งจะมีรสชาติหวานภายในเนื้อของอินทผลัมชุ่มฉ่ำเหมือนน้ำเชื่อม รสชาติอร่อย แตกต่างกับที่บรรจุอยู่ในกล่องจำหน่ายห้างร้านต่างๆ

ปัจจุบันราคาขายหน้าสวนเริ่มต้นกิโลกรัมละ 400 เป็นต้นไปแล้วแต่สายพันธุ์ ถ้าต้องการรับซื้อในราคาส่ง แบบหลักเป็นตัน หรือหลายๆ ตัน ทางไร่ก็มีจำหน่ายในราคาส่งอีกด้วยท่านใดที่สนใจอยากจะท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ที่ไร่สอนสิริอินทผลัม ก็สามารถ เดินทางไปได้ ไร่สอนสิริ ตั้งอยู่ ม.6 ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก (ใกล้เคียงวัดหอกลอง) สอบถามเส้นทางได้ทางเพจ : อินทผลัม ไร่แสนสิริ เบอร์ติดต่อ 096-6588816 ไร่เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.