สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598366

สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน

สกู๊ปพิเศษ : ‘จระเข้’ห่วงใยระดมฉีดซิโนฟาร์มให้พนง.และคนในชุมชน

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในสังคมไทย การที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้นั้น ประชาชนจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งหลายหน่วยงานได้มีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับพนักงานเพื่อป้องกันความปลอดภัยขององค์กร รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระภาครัฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายสินค้านวัตกรรม เพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง กล่าวว่า บริษัทตระหนักถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ซึ่งความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทจึงได้จัดซื้อวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” กว่า 3 ล้านบาท เพื่อฉีดให้กับพนักงาน สมาชิกในครอบครัวทุกคน ทั้งที่สำนักงานใหญ่และโรงงาน จ.สระบุรี เป็นการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับพนักงาน รวมถึงบริษัทยังได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน จ.สระบุรี เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับคนในสังคม ซึ่งมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้กว่า 1,300 คน

ทั้งนี้ การที่บริษัทให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยรอบโรงงาน ถือเป็นปณิธานที่จระเข้ ยึดถือมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ที่ต้องการแบ่งปันและตอบแทนคืนสู่สังคม ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาบริษัทจะจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในปีนี้ที่จระเข้ ครบรอบ30 ปี จึงได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา จัดโครงการ “ห้องน้ำสร้างสุข”เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคเงินผ่านช่องทางออนไลน์ จัดสร้างห้องน้ำให้กับชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กในชุมชนชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย ที่ห่างไกลความเจริญ โดยบริษัท ได้มอบเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นครึ่งหนึ่งของโครงการ เพื่อจัดสร้างห้องน้ำ จำนวน 30 หลัง ซึ่งมียอดบริจาคเงินเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1,155,000 บาท

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จระเข้ยั่งยืนมาถึง 30 ปี คือการให้ความสำคัญกับพนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ บริษัทจึงมุ่งมั่น ที่จะสนับสนุนความยั่งยืนในการช่วยเหลือและตอบแทนสังคมผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญที่สุด คือการส่งมอบเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของลูกค้าดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดจระเข้ สร้างสรรค์ความสุข เพื่อคุณและทุกคนในครอบครัว” นายศุภพงษ์ กล่าวในที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : เปิด 3 โครงการแก้น้ำท่วม/น้ำแล้งลำปาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/597798

สกู๊ปพิเศษ : เปิด 3 โครงการแก้น้ำท่วม/น้ำแล้งลำปาง

สกู๊ปพิเศษ : เปิด 3 โครงการแก้น้ำท่วม/น้ำแล้งลำปาง

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ฤดูฝนเข้ามาแล้ว หลายหน่วยงาน ของรัฐ ได้วางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง รวมทั้ง กรมชลประทาน ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้

ล่าสุด ได้ศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดลำปาง“คัดเลือก 3 โครงการสำคัญนำร่อง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งให้กับพี่น้องชาวลำปาง

โดยนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดลำปาง ได้ดำเนินการก่อสร้างและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2514 มาแล้ว ทำให้อาคารหัวงานระบบชลประทาน และระบบระบายน้ำมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรรมและภาคส่วนอื่นๆเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมเพื่อพิจารณาปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานปัจจุบัน ตลอดจนความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนาโครงการ นำไปเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำ “แผนหลักการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลาง” และ “คัดเลือกโครงการเพื่อนำมาศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการ” รวมไปถึงศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาและปรับปรุงโครงการด้วย

สำหรับการดำเนินงานได้แบ่งแผนงานเป็น 4 กลุ่มคือ 1. แผนงานซ่อมแซม ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีตามแบบเดิม 2. แผนงานปรับปรุงที่ต้องวิเคราะห์ สำรวจและออกแบบ 3. แผนงานศึกษาความเหมาะสม ที่ต้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐศาสตร์ และออกแบบรายละเอียดโครงการก่อนการดำเนินการก่อสร้าง และ 4. แผนงานบริหารจัดการน้ำ ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการใช้งานและบำรุงรักษาระบบชลประทาน โดยได้คัดเลือก 3 โครงการ จากโครงการชลประทานขนาดกลาง 30 โครงการ เพื่อนำมาศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมในพื้นที่ลุ่มน้ำมากที่สุด ดังนี้

1.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ทะ บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง อายุโครงการ 50 ปี ความจุเก็บกัก 2.54 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 10,000 ไร่ มีแผนการปรับปรุงโดยการวางแนวท่อจากอ่างฯไปยังปากเหมืองของฝายทั้ง 7 แห่ง พร้อมขุดลอกอ่างเก็บน้ำก่อสร้างฝายดักตะกอนบริเวณพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงลดการรั่วซึมเขื่อน เพื่อเพิ่มระดับเก็บกักน้ำ การปรับปรุงอาคารและระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูน้ำ การปรับปรุงและติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนพร้อมระบบรับ-ส่งข้อมูลอัตโนมัติ รวมถึงติดตั้งระบบโทรมาตร และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการน้ำ

2.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ทาน บ้านแม่กัวะ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ อายุโครงการ 36 ปี ความจุเก็บกัก14.90 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ทานมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอสบปราบ พื้นที่ชลประทาน 12,000 ไร่ได้วางแผนปรับปรุงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ด้วยการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ก่อสร้างฝายดักตะกอนบริเวณพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงรถการรั่วซึมเขื่อน ปรับปรุงสันเขื่อน ปรับปรุงอาคารและระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูน้ำ ปรับปรุงและติดตั้งเครื่องมือวัดพฤติกรรมเขื่อนพร้อมระบบรับ-ส่งข้อมูลอัตโนมัติ รวมถึงติดตั้งระบบโทรมาตร และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการน้ำ ส่วนการปรับปรุงระบบชลประทานและการเพิ่มน้ำต้นทุน อ่างเก็บน้ำแม่ทาน จะปรับปรุงคลองส่งน้ำฝั่งซ้าย พร้อมอาคารประกอบ และเพิ่มน้ำต้นทุน โดยการสูบน้ำจาก “แม่น้ำวัง” ไปเติมอ่างเก็บน้ำแม่ทาน ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.

3. โครงการอ่างเก็บน้ำแม่อาบ บ้านปากกอง ต.นาโป่ง อ.เถิน อายุโครงการ 36 ปี ความจุเก็บกัก 7.50 ล้าน ลบ.ม. เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งเดียวในอำเภอเถิน แต่ระบบส่งน้ำยังไม่ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ อีกทั้งระบบส่งน้ำรวมถึงฝายต่าง ๆ ชำรุด ทำให้ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เต็มพื้นที่ ได้วางแผนปรับปรุงโครงการอ่างเก็บน้ำแม่อาบ ประกอบด้วย การขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ก่อสร้างฝายดักตะกอนบริเวณพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ ศึกษาการเพิ่มระดับเก็บกักของอ่างเก็บน้ำปรับปรุงอาคารและระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูน้ำ ปรับปรุงและติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อน พร้อมระบบรับ-ส่งข้อมูลอัตโนมัติ ติดตั้งระบบโทรมาตร และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการน้ำ ส่วนการปรับปรุงระบบชลประทาน คือ วางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่อาบ ไปปากเหมืองของฝายทุกแห่ง

ทั้งนี้ โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดลำปาง ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 8 มิ.ย. 2563–31 ส.ค. 2564 ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ เขื่อนมีความมั่นคงมากขึ้น อ่างเก็บน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น มีระบบตรวจสอบความมั่นคงของเขื่อนทำให้สามารถติดตามตรวจวัดและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ รวมทั้งใช้ประกอบการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง

ขณะที่การปรับปรุงระบบส่งน้ำ จะทำให้การส่งน้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดการสูญเสียน้ำและระยะเวลาการส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูก ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึงและเป็นธรรม

สกู๊ปพิเศษ : ชป.เดินหน้าขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้ชาวอุตรดิตถ์-สุโขทัย อย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/596816

สกู๊ปพิเศษ : ชป.เดินหน้าขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก  แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้ชาวอุตรดิตถ์-สุโขทัย อย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : ชป.เดินหน้าขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้ชาวอุตรดิตถ์-สุโขทัย อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียร์วัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน ร่วมแถลงข่าวชี้แจง โครงการศึกษาความเหมาะสมการขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก-ศรีสัชนาลัย-สวรรคโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสรุปรายละเอียดผลการศึกษาโครงการ แนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำของจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบ Facebook Live กรมชลประทาน

นายเฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตามที่ กรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 โดยได้วางแผนพัฒนาลุ่มน้ำน่านลักษณะโครงการประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์อเนกประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรกรรม โดยการส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มน้ำน่านตอนล่าง ตั้งแต่ท้ายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์

ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติได้อนุมัติให้กรมชลประทานดำเนินการโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ถึงปัจจุบัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรกรรม การอุปโภค-บริโภคและประโยชน์อย่างอื่น ในเขตพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ ในระหว่างดำเนินงานเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำคลองด่านแม่คำมันและลุ่มน้ำคลองยม ได้ร้องขอให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ระบบส่งน้ำและระบบระบายน้ำพื้นที่ชลประทานฝั่งขวา โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ระบบส่งน้ำและระบบระบายน้ำพื้นที่ช ลประทานฝั่งขวา ส่งผลกระทบต่อลักษณะโครงการเดิมทั้งทางด้านวิศวกรรม ความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆ รวมถึงสมดุลน้ำเดิมระบบส่งน้ำและกระจายน้ำ รวมถึงแนวคลองส่งน้ำที่อาจจะต่างไปจากเดิม กรมชลประทานจึงได้ทำการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำหรับโครงการศึกษาเหมาะสมการขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก มีลักษณะเป็นคลองส่งน้ำคาดคอนกรีต จากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาของโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบไปด้วย (1) สถานีสูบน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ (RMC) 2 แห่ง (2) ท่อส่งน้ำจากสถานีสูบน้ำไปต้นคลองชลประทาน 2,300 เมตร (3) ถังพักน้ำ(Head Tank) คอนกรีต 2 แห่ง (4) ทรบ.ปากคลอง 1 แห่ง (5) คลองส่งน้ำดาดคอนกรีตความยาวรวม 87.52 กม.และ (6) ระบบระบายน้ำเดิมในพื้นที่ คลอง คูระบายน้ำริมถนน/ลำเหมืองความยาวรวม 95 กม.

เมื่อก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ มีพื้นที่รับประโยชน์ครอบคลุม 22 หมู่บ้าน 5 ตำบล ของอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย และอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ทั้งหมด 35,000 ไร่

ด้านนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า พื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดอุตรดิตถ์มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตร มีผลทางการผลิตตกต่ำเป็นประจำทุกปี เมื่อกรมชลประทานวางแผนส่งน้ำจากโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ผ่านคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวามายังคลองลอยเข้าสู่พื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพิ่มผลผลิตภาคการเกษตรช่วยให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชรต้องช่วยกัน’ สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594101

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชร ต้องช่วยกัน’  สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด  ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชร ต้องช่วยกัน’ สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สส.สุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี เขต 3 และ “กลุ่มเพื่อน สส.เปี๊ยก”ลุยช่วยเหลือพื้นที่หนองหญ้าปล้อง-แก่งกระจาน ร่วมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค เต็นท์ผ้าใบเครื่องฉีดพ่นแอลกอฮอล์ สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

นายสุชาติ อุสาหะ สส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐและ“กลุ่มเพื่อน สส.เปี๊ยก”ได้ร่วมกันนำเครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง เป็นต้น จำนวน 250 ชุด ไปมอบให้นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอแก่งกระจาน และนายสุขประเสริฐ ทับสี สสอ.แก่งกระจาน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีฐานะยากจน กลุ่มผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่รับผิดชอบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกันนี้ยังได้จัดมอบของ อุปโภค-บริโภค อีก จำนวน 220 ชุด ไปมอบให้ชุมชนในพื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง โดยมีนายทวิช เที่ยวมาพบสุข นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง และ น.ส.สุมาลี จันทรสุขโข สสอ.หนองหญ้าปล้อง รับมอบเพื่อ นำไปแจกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีฐานะยากจน กลุ่มผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในความดูแล ณ ศาลาประชาคม อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี

นอกจากนี้ ยังร่วมกันไปมอบเต็นท์ผ้าใบ จำนวน 1 หลัง สำหรับประชาชนที่รอเข้ามาใช้บริการในการรักษา และเครื่องฉีดพ่นแอลกอฮอล์ จำนวน 5 เครื่อง เพื่อดูแล ให้แก่ พญ.อนุธิดาประทุม ผอ.รพ.แก่งกระจาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจของโรงพยาบาล ณ รพ.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อีกด้วย

สส.สุชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละ และมุ่งมั่นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีมาโดยต่อเนื่อง และขอขอบคุณ สจ.อุทิศ เพิ่มทรัพย์ สจ.สุชาติ สมใจ สจ.เขต อ.แก่งกระจาน ผอ.มีชัย ปฏิยุทธผอ.โครงการส่งน้ำแก่งกระจาน รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกท่านที่ให้เกียรติไปร่วมรับมอบสิ่งของดังกล่าว

“ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านและขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละและมุ่งมั่นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีมาโดยต่อเนื่อง สำหรับกระผมในฐานะสส. ยินดีให้ร่วมมือและพร้อมสนับสนุนภารกิจของพวกท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อพิชิตโรคระบาดในครั้งนี้ไปด้วยกัน”