‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการ

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ตรวจราชการ

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.49 น.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก.และ นางสาวภัทรวดี สุขเสวตร ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ร่วมลงพื้นที่ติดตาม ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดหนองคาย โดยร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และรับฟังความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดหนองคาย ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

ในการนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวนรวม 122 ราย ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโพนพิสัย และอำเภอเฝ้าไร่ จำนวนรวม 138 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,598-0-77 ไร่

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ'รมว.เกษตรฯ' ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.07 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ร่วมติดตามคณะ”รมว.เกษตรฯ” ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมมอบนโยบายฯ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงบุณิกา จุลละโพธิ เลขานุการกรม นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์เขต 4 นายสัตวแพทย์กล้าหาญ ศรีทองท้วม

ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่เขต 4 และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานฯ และเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

ในส่วนของกรมปศุสัตว์ ได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่ แจกหญ้าแห้งแพงโกล่า จำนวน 200 ฟ่อน จำนวน 4,000 กิโลกรัม มอบชุดถุงยังชีพปศุสัตว์ (วิตามิน แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ) จำนวน 200 ชุด นอกจากนี้ได้ออกหน่วยให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว 80 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 200 ตัว พร้อมมอบอาหารสัตว์เลี้ยง 300 กิโลกรัม ประกอบด้วย อาหารเม็ด อาหารกระป๋อง ให้แก่ประชาชนที่นำสัตว์เลี้ยงมารับบริการ และแจกไข่ไก่ จำนวน 500 แพ็ค (5,000 ฟอง) ให้แก่เกษตรกรที่มาร่วมงานด้วย พร้อมทั้งได้จัดนิทรรศการให้ความรู้พี่น้องเกษตรกรในหัวข้อต่างๆ อาทิ โรคพิษสุนัขบ้าภัยใกล้ตัว ไข่ไก่คุณภาพเยี่ยมจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP สินค้าปศุสัตว์ OK ผลิตภัณฑ์แพะคุณภาพพรีเมี่ยมจากฟาร์ม GMP หนองคายวากิว ไข่เค็มคุณภาพเยี่ยมจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ด (หนองคายไข่เค็ม) และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากเกษตรกร

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

'อธิบดีกรมการข้าว'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ'รมว.เกษตรฯ' รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.01 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ”รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ” รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร พร้อมมอบปัจจัยการผลิต ผลักดันศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน สร้างจุดเปลี่ยนชาวนาไทย ย้ำต้องดูแลและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งเป็นประธานในการมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกร โดยมีนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวต้อนรับ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 1,250 คน ร่วมการเปิดงานในครั้งนี้ ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ในการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และมอบปัจจัยการผลิตเพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม และอาชีพการเกษตร เป็นการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การพัฒนาและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ที่ดี ซึ่งกรมการข้าวเตรียมผลักดันการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มเติมในภาคอีสาน เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ดี สามารถยกระดับคุณภาพมาตรฐานภาคการเกษตรไทย และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องเกษตรกรต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าว ได้ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ให้แก่เกษตรกร ดังนี้ 1.สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 5 ราย 2.สนับสนุนปัจจัยการผลิต และเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 1,300 ตัน ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย จำนวน 5 ราย

– 006

‘รมว.นฤมล’นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

'รมว.นฤมล'นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

‘รมว.นฤมล’นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

“รมว.นฤมล”นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง ย้ำมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยเป็นหลัก หากเป็นผลลบจำเป็นต้องทักท้วง

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ช่วงฤดูแล้ง

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดดำเนินการในหลายนโยบายให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าเอาไว้ เช่น การแจกโฉนดเพื่อการเกษตร โดยปี 68 เราตั้งเป้าจะทำให้ครบทั้ง 22 ล้านไร่ รวมทั้งเราจะออกโฉนดต้นยางให้กับเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 11.17 ล้านไร่ และโฉนดต้นไม้ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพาราหรือต้นไม้ที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเองไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และนำไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจได้ โดยจะ Kick off เปิดโครงการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยเราตั้งเป้าออกโฉนดต้นยางให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และในอนาคตชาวสวนยางยังสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพิ่มเป็นรายได้เสริม

“ดิฉันกล่าวมาตลอดว่า กระทรวงเกษตรฯ มีหน้าที่ 2 เรื่อง คือ การถวายงานให้กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพราะกรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ เกิดขึ้นเพราะในหลวง ร.9 และ ร.10 สานงานต่อ ซึ่งก็คือการดูแลเกษตรกรของพระราชา ดังนั้น เราจึงต้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก ไม่ว่ารัฐบาลจะไปเจรจาข้อตกลงใดๆ ก็แล้วแต่ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ผลประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่เกษตรกรไทยก่อน ซึ่งถ้าเกิดผลทางลบ เราก็จำเป็นที่จะต้องทักท้วงและโต้แย้ง เพื่อแสดงว่า เราไม่เห็นด้วย” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาติดตามโครงการที่ได้ดำเนินการเอาไว้ อย่างเช่นเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับพี่น้องชาวภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคายที่มีพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก รวมไปถึงงบประมาณต่างๆ ที่จะต้องผ่านมติของที่ประชุมสภาฯ รวมไปถึงการดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการผลิตข้าวด้วยตนเอง และให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนแล้วทั้งสิ้น 4,985 แห่ง และในปี 68 จะสามารถมีศูนย์ข้าวชุมชนได้ประมาณ 7,000 แห่ง และปี 69 จะจัดตั้งได้เพิ่มอีก 500 แห่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการดำเนินการได้มากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจในเรื่องข้อจำกัดของงบประมาณ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ศูนย์ข้าวชุมชนจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพี่น้องชาวนา เพราะจะทำให้เกิดพันธุ์ข้าวที่ดีเหมาะสมกับพื้นที่

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมล และนายอิทธิ ได้ร่วมกันมอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 100 ราย พร้อมปัจจัยการผลิต อาทิเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 1,300 ตัน , พันธุ์ปลา , หญ้าแพงโกล่าแห้ง , ถุงยังชีพปศุสัตว์ และเครื่องมืออุปกรณ์ทอผ้าไหมเกษตรกรอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้มาร่วมงานด้วย

– 006

‘ธรรมนัส’ขนทัพ ‘สส.กล้าธรรม’ ลุย ‘บึงกาฬ’ รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ ‘กษ.’ ไม่โดนปรับครม.

'ธรรมนัส'ขนทัพ'สส.กล้าธรรม'ลุย'บึงกาฬ'รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ'กษ.'ไม่โดนปรับครม.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ’กษ.’ไม่โดนปรับครม.

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.44 น.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง เชื่อไม่ปรับ ครม.ของก.เกษตรฯ เหตุทำงานได้ดีอยู่แล้ว 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยาและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.ของพรรค อาทิ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรค,นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี และเหรัญญิกพรรค,นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด,นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ในยางพารา เนื่องมีการแพร่ระบาดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดเลย อยู่ในขณะนี้

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวกับเกษตรกรช่วงหนึ่งว่า “ราคายางพาราสูงขึ้น เกิดขึ้นในสมัยพรรคกล้าธรรม และตนสนับสนุนนโยบายโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพารา ซึ่งตนเคยทำไว้ในสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำไปสานต่อ ตนก็ยินดีมาก เพราะชาวสวนยางจะได้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อไปขอสินเชื่อจากธนาคาร เกษตรกรชาวสวนยางจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง นโยบายการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ว่า ตนเคยปราศรัยหาเสียงว่า จะเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนด ภายในกรอบระยะเวลาที่เป็นรัฐบาล หลายคนดูถูกว่า เป็นไปไม่ได้ แต่ตนและอาจารย์นฤมลก็ทำให้เห็นแล้ว 

”คำว่าโฉนดเพื่อการเกษตรต่างกับ ส.ป.ก.4-01 ราวกับฟ้ากับดิน มูลค่าสูงขึ้น สิทธิที่ดินมีมากมาย แล้วตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรี เราก็ได้ทำแล้ว อาจารย์นฤมลก็มาสานต่อ อยากฝากเกษตรกรทุกคนว่า เมื่อได้โฉนดและจะต้องรักให้มาก ๆ อย่าปล่อยให้วิ่งไปที่ ธกส. และยังไปขายให้นายทุน 

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พรรคเราไม่เหมือนพรรคอื่น เราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ตนในฐานะครอบครัว ได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ดูแล สส.ทุกคนเป็นกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นเราจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องมาคุยกัน แต่ตนเชื่อว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีการปรับ เพราะเราทำงานได้ดีอยู่แล้ว

‘นฤมล’ประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

'นฤมล'ประกาศคิกออฟ'โครงการโฉนดต้นยาง' 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

‘นฤมล’ประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

‘นฤมล’ยกคณะกระทรวงเกษตรฯ พบชาวสวนยาง จ.บึงกาฬ เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วง พร้อมประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมหลักสูตร การส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum saimense(ใบร่วงชนิดใหม่) 

โดย นางนฤมล กล่าวว่า จ.บึงกาฬ มีรายได้กว่า 60% มาจากยางพารา ราคายางพาราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรมการยางก็จะทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป รวมถึงทีมพญานาคราช ก็จะออกปราบปรามยางเถื่อนต่อเนื่อง เราจะไม่ยอมให้ยางพาราจากประเทศอื่นมาเป็นปัจจัยทำให้ราคายางพาราในประเทศไทยตกต่ำลง ทั้งนี้ หากประชาชาพบการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อน ขอให้แจ้งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯและเราจะกวาดล้างทันที 

“กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้ราคาพืชผลทางเกษตรชนิดอื่น ๆ มีการปรับขึ้นราคาขึ้นเช่นเดียวกับ ยางพารา ไม่ว่าจะเป็น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม แต่ที่เราทำให้ราคายางพาราขึ้นสำเร็จก่อน เนื่องจากยางพาราอยู่ในการดูแลกำกับของกระทรวงเกษตรฯ เพราะเรามีการยางแห่งประเทศไทยอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ จึงทำให้หน่วยงานอื่น ๆ ของเราสามารถบูรณาการการทำงานเข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว และเบ็ดเสร็จ แต่สำหรับราคาข้าว ถึงเราจะมีกรมการข้าว แต่การกำหนดนโยบายตลาด และราคา เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้กำกับดูแล เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง ก็มีคณะกรรมการนโยบายมัน อยู่กับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนปาล์มน้ำมันก็เป็นของกระทรวงพลังงาน อ้อยก็ไปอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งใจจริงเราอยากจะดึงทุกอย่างมาดูแลแบบเบ็ดเสร็จ แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ในส่วนของยางพารา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนปฎิบัติตามกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อให้เขารู้ว่า เราไม่ได้ไปบุกรุกป่า ซึ่งตอนนี้มีเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่ เหลืออีก 4 ล้านไร่ ที่ยังไปเป็นที่ดินทับซ้อน โดยเราได้มีการพูดคุยกัน และจะมีการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับชาวสวนยางพารา เพื่อให้เขามีเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง สามารถครอบครองพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ส่วนเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่อยู่แล้ว เราจะออกโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพาราที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเอง ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และนำไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจได้ โดยจะ Kick off เปิดโครงการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ 

”กระทรวงเกษตรฯต้องการให้เกษตรกรชาวสวนยางเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้มากขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สวนยางพาราประมาณ 27,000 บาทต่อไร่ ชาวสวนยางก็จะมีเงินไปพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมของตัวเองได้ เราจึงตั้งเป้าตั้งเป้าที่จะออกโฉนดต้นยางให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และในอนาคตชาวสวนยางยังสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพิ่มเป็นรายได้เสริมด้วย“ นางนฤมล กล่าว

ในส่วนของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum saimense ในต้นยางพารา ศ.ดร.นฤมล ได้กำชับการยางแห่งประเทศไทย ให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletatrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา และศึกษาหาแนวทางการแก้ไขทั้งการเฝ้าระวัง การยับยั้งปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องเกษตรกร อันก่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการทำสวนยางและพืชอื่น ๆ ต่อไป

จากนั้น นางนฤมล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รณรงค์การใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ เพื่อแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ที่กำลังระบาดในภาคอีสาน แต่ในจังหวัดบึงกาฬยังระบาดมากนัก เราต้องรีบมาป้องกัน และวันนี้ได้มอบน้ำหมักเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางไปใช้ป้องกัน ส่วนเรื่องที่ดิน สปก. ตนได้สานต่อนโยบายที่ทำไว้ตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส ที่ได้เร่งรัดให้มีการแจกโฉนดเพื่อการเกษตร ทำให้วันนี้มีชาวบ้านมารับเอกสารสิทธิ์ 500 คน โดยปี 68 เราตั้งเป้าจะทำให้ครบ 22 ล้านไร่

เมื่อถามถึงปัญหาข้าวนาปรังที่ยังไม่มีนโยบายช่วยเหลือชัดเจน กระทรวงเกษตรฯ จะมีมาตรการอย่างไรในเบื้องต้น นางนฤมล กล่าวว่า เราได้ดูแลปัจจัยการผลิต เรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ส่วนนโยบายข้าวนาปรังและนาปี จะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอกระทรวงพาณิชย์ นำเสนอก่อน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยอะไรมาที่กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ นางนฤมล และนายอิทธิ ได้ร่วมกันมอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 500 ราย พร้อมปัจจัยการผลิต อาทิ น้ำหมักปลาหมอคางดำ 1,000 ลิตร จำนวน 33 ราย ,ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง, หน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง, กล้วยน้ำว้า และพันธุ์มะละกอ รวมถึงพันธุ์ปลาจำนวน 200 ถุง และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวจำนวน 130 ตัน แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้มาร่วมงานด้วย

รมช.เกษตรลงพื้นที่ติดตามงานขับเคลื่อนนโยบายยกระดับสินค้าการเกษตร-ทุเรียนลับแล

รมช.เกษตรลงพื้นที่ติดตามงานขับเคลื่อนนโยบายยกระดับสินค้าการเกษตร-ทุเรียนลับแล

รมช.เกษตรลงพื้นที่ติดตามงานขับเคลื่อนนโยบายยกระดับสินค้าการเกษตร-ทุเรียนลับแล

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามงานขับเคลื่อนนโยบายยกระดับสินค้าการเกษตรและบริการมูลค่าสูง สินค้าทุเรียนอำเภอลับแล อุตรดิตถ์

วันที่ 15 มีนาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามงานขับเคลื่อนงานตามนโยบายยกระดับสินค้าการเกษตรและบริการมูลค่าสูงสินค้าทุเรียน และประเด็นปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ณ ตลาดกลางผลไม้และผลิตภัณฑ์ OTOP ตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมส่วนราชการ เกษตรกร ให้การต้อนรับ

โดยที่จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญที่สุดในภาคเหนือ โดยมีเกษตรกร 5,874 ครัวเรือนปลูกทุเรียนบนพื้นที่กว่า 58,000 ไร่ และเป็นที่รู้จักจากทุเรียนหลงลับแลและทุเรียนหลินลับแลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นอกจากนี้ทุเรียนหมอนทองก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ มีมูลค่าการผลิตสูงถึง 5,241.91 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 32.88 ของมูลค่าพืชเศรษฐกิจทั้งหมดในจังหวัดและร้อยละ 28 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร ซึ่งทุเรียนจากอุตรดิตถ์มีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งในปี 2567 ส่งออกได้ถึง 7,924.74 ตัน มูลค่า 876.91 ล้านบาท ทุเรียนจึงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพทุเรียน ด้วยมาตรฐาน GAP และการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อลดปัญหาศัตรูพืชและรักษาคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยใช้ QR Code เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตทุเรียน มีการส่งเสริมการแปรรูปทุเรียนเพื่อเพิ่มมูลค่า และขยายตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ถึงแม้จะมีปัญหาในด้านศัตรูพืชและต้นทุนการผลิตสูง รวมถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่จังหวัดอุตรดิตถ์มีโอกาสในการพัฒนา โดยการยกระดับทุเรียนให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT (ไอโอที) และระบบเตือนภัยศัตรูพืช

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้รับฟังและติดตามปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีในการป้องกันการกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน รวมถึงการวิจัยและพัฒนาวิธีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของทุเรียนอุตรดิตถ์ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้กำหนดมาตรการเพื่อกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนอย่ามีประสิทธิภาพ อาทิ การติดตั้งกับดักไฟเพื่อเฝ้าระวัง การปราบปรามโดยใช้สารฉีดพ่นตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด การจัดกิจกรรม KICK OFF รณรงค์ป้องกันหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การจัดทำแปลงต้นแบบ และทำแปลงขยายเทคโนโลยี เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรแก่เกษตรกร อาทิ ใบรับมาตรฐาน GAP ทุเรียน จำนวน 10 ราย สารชีวภัณฑ์การป้องกันกำจัดศัตรูทุเรียน 10 ราย มอบแหล่งน้ำในไร่ ขนาด 1,260 ลบ.ม. โครงการก่องสร้างแหล่งน้ำในไร่นอกเขตชลประทาน 5 ราย ชุดผลิตภัณฑ์สาร พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน 5 ราย มอบโค-กระบือ  7 ราย

เริ่มแล้ว!! ‘ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง’จัดงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน 15-17 มี.ค.68

เริ่มแล้ว!! 'ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง'จัดงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน 15-17 มี.ค.68

เริ่มแล้ว!! ‘ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง’จัดงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน 15-17 มี.ค.68

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.19 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ชลบุรี ได้จัดงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน 15-17 มี.ค.68 โดยภายในงานมีกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยในเพจเฟซบุ๊ก มหาลัยคอกหมู-ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ได้ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ 

– เที่ยวงานฟรี
– เวทีเสวนา บูธให้ความรู้
–  ชิม ช้อป สินค้ากสิกรรม
– กิจกรรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก
–  คอร์สเรียนฟรี
-ลงทะเบียนกดตั๋วได้ครั้งละใบ แต่จะลงกี่รอบ กี่วิชาก็ได้ ขอแค่เวลาเรียนไม่ซ้อนทับกันน้า

 ลงทะเบียนเลือกคอร์สในตาราง https://www.mabueang.com/…/khxrs-reiyn-fri-ni-ngan…

-ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียน
1. ไปที่เว็ปไซต์ของเรา https://www.mabueang.com/event
2. เลือกกิจกรรม ลงทะเบียนเรียนคอร์ส ฟรี งานวันดินโลก
3. เลือกคอร์สที่สนใจ และ เวลาไม่ซ้อนทับกัน 
4. กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียน
5. ดาว์นโหลดตั๋วเก็บไว้ แล้วนำมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่หน้าห้องเรียน

สำหรับคอร์สพิเศษอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียด และลงทะเบียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

-คลีนิกออกแบบพัฒนาพื้นที่  https://www.facebook.com/share/p/19pFeJttLG/

– พื้นฐานการวางระบบน้ำ https://www.facebook.com/share/p/1MYPbJdkdp/

-เตาดินพิซซ่า ไม่ต้องลงทะเบียน สามารถมาเรียนตามวันเวลาที่ระบุได้เลย https://www.facebook.com/share/1CPpqLoo8L/

การบรรยายพิเศษหัวข้อ “การออกแบบพื้นที่เกษตรกรรม ตามแนวทฤษฎีใหม่” (สำหรับผู้เริ่มต้น)  https://www.facebook.com/share/p/19vJPySed2/

ติดต่อสอบถาม
สำนักงาน 038 198 643
ฝ่ายดูงาน https://line.me/ti/p/s07gf4C3_N (ไอดี mabeaeng (ไม่ต้องมี @ นำหน้า)
ฝ่ายกิจกรรม https://lin.ee/fGdgfsb (ไอดี @rwh5003b)

ช่วยกันลดโลกร้อน
อย่าลืมพกถุงผ้า แก้วน้ำ อุปกรณ์กินอาหารส่วนตัวมาด้วยน้า

วิธีการเดินทางมาศูนย์
https://www.mabueang.com/post/transportation

บรรยากาศภายในศูนย์
https://www.mabueang.com/post/ บรรยากาศภายในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ตรวจราชการฯ พร้อมเยี่ยมโรงงานกำจัดซาก ประเภทซากสัตว์ปีก พื้นที่จังหวัดชลบุรี

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ตรวจราชการฯ พร้อมเยี่ยมโรงงานกำจัดซาก ประเภทซากสัตว์ปีก พื้นที่จังหวัดชลบุรี

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ตรวจราชการฯ พร้อมเยี่ยมโรงงานกำจัดซาก ประเภทซากสัตว์ปีก พื้นที่จังหวัดชลบุรี

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจราชการฯ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ โดยมี นายวรฉัตร วิรัชลาภ ปศุสัตว์เขต 2 นายชวนะ ทองเย็น ปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี นายสัตวแพทย์สมพงษ์ จันทะหาร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแทย์ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ บริษัท บ้านบึงเรนเดอร์ริ่ง จำกัด อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ บริษัท บ้านบึงเรนเดอร์ริ่ง จำกัด เป็นบริษัทที่ได้ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (ประเภท : วัตถุดิบ ชนิดผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น, เนื้อสัตว์ปีกป่น) จากกรมปศุสัตว์ ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 โดยวัตถุดิบที่นำเข้าโรงงานเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นของเหลือจากโรงฆ่าสัตว์ปีก อาทิ โครงไก่ หัวไก่ ไส้ไก่ ซึ่งเป็นการกำจัดซากสัตว์ปีกที่ไม่เหมาะสมกับการบริโภค มาเพิ่มมูลค่าเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงเป็นการควบคุมซากสัตว์ปีกป่วยตายปกติจากฟาร์ม มากำจัดซากได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตามกฎระเบียบฯ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าในเรื่องของการกำจัดซากสัตว์ปีก และผลพลอยได้จากโรงฆ่าสัตว์ปีก ให้เกิดประโยชน์ในอุตสาหกรรมผลิตสัตว์ปีก และอุตสาหกรรมวัตถุดิบอาหารสัตว์ไทยต่อไป

– 006

19 ปี’กรมการข้าว’ ชูสร้างอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย สู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

19 ปี'กรมการข้าว' ชูสร้างอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย สู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

19 ปี’กรมการข้าว’ ชูสร้างอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย สู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.05 น.

“รมช.อัครา”ประธานพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบทุนการศึกษาบุตรบุคลากรกรมการข้าว “วันสถาปนากรมการข้าวครบรอบ 19 ปี” ชูสร้างอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย สู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบทุนการศึกษาบุตรของบุคลากรกรมการข้าว เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการข้าวครบรอบ 19 ปี พร้อมด้วย นายธนสาร ธรรมสอน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ณ กรมการข้าว กรุงเทพมหานคร

นายอัครา กล่าวว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาที่พี่น้องชาวนาต้องเผชิญโดยรัฐบาลได้มีนโยบายช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว เพื่อมุ่งหวังให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมการข้าวถือเป็นหน่วยงาน ที่มีบทบาทสำคัญ ในการดูแลงานด้านข้าวทั้งระบบ ที่ได้นำนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติและพัฒนา ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนา โดยผ่านการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยถึงปัญหาต่างๆ ตลอดจนแนวทางการป้องกันและแก้ไข เพื่อขับเคลื่อนงานบริหารจัดการข้าวของประเทศอย่างครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป ด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร ชาวนาทั้งประเทศให้มีความเข้มแข็ง สามารถมีรายได้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตลอดมา

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนาผ่านโครงการด้านข้าวต่าง ๆ มากมาย อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด เพื่อให้มีรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับผลผลิตข้าวให้สูงขึ้นเท่ากับการลดต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตที่ลดลง โดยนำองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการผลิตข้าว เช่น การกำหนดสูตรปุ๋ยและอัตราการใช้ตามเป้าหมายผลผลิตข้าวแทนสูตรและอัตราเดิมที่เกษตรกรใช้อยู่ อีกทั้งการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน

นอกจากนั้น กรมการข้าวยังได้ดำเนินโครงการส่งเสริมศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายพันธุ์ดี พัฒนาการผลิตข้าวในชุมชน รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมชาวนาให้มี ความสามารถในการผลิต การจัดการผลผลิต และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้อย่างพอเพียงและต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2567 ที่มุ่งเน้นให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ และได้ปริมาณที่มากขึ้น เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้นอกจากนั้นยังมีโครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ทั้งชั้นพันธุ์คัด พันธุ์หลัก พันธุ์ขยาย ตลอดจนชั้นพันธุ์จำหน่าย อีกทั้งยังได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวผ่านการรวมกลุ่มของเกษตรกร ซึ่งรวมไปถึงการเตือนภัยการระบาดของศัตรูข้าว โดยแต่ละโครงการฯได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าว ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง

โดยภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ด้านข้าวต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการโครงการพระราชดำริ ภายใต้หัวข้อ พระราชดำริพลิกชีวิต สร้างอาชีพ ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน นิทรรศการควบคุมศัตรูข้าวโดยชีววิธี รวมไปถึงการใช้ชีวภัณฑ์แบคทีเรียปฏิปักษ์ในการป้องกันโรคข้าว นิทรรศการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี สู่ความมั่นคงทางอาหารในอนาคต นิทรรศการส่งเสริมข้าวก้าวหน้า พัฒนาชาวนาด้วยนวัตกรรม นิทรรศการเชื่อมโยงผืนนาไทย สู่ตลาดข้าวยั่งยืน โดยจัดแสดงสินค้าข้าว GI และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว นิทรรศการเทคโนโลยีการทำนาลดโลกร้อน ตลอดจนนิทรรศการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อการพัฒนาการปลูกข้าวอย่างยั่งยืน เป็นต้น

– 006