สอนชาวบ้าน’เพาะเห็ดฟาง’เอาไว้กิน-ขาย ลดการเผาฟางข้าว ไม่สร้างฝุ่น PM2.5

สอนชาวบ้าน'เพาะเห็ดฟาง'เอาไว้กิน-ขาย ลดการเผาฟางข้าว ไม่สร้างฝุ่น PM2.5

สอนชาวบ้าน’เพาะเห็ดฟาง’เอาไว้กิน-ขาย ลดการเผาฟางข้าว ไม่สร้างฝุ่น PM2.5

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.11 น.

อบต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จับมือ มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ผุดไอเดีย สอนให้เกษตรกรและชาวบ้าน นำเศษฟางและตอซังข้าวที่เหลือทิ้งตามทุ่งนา มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการเพาะเห็ดฟาง เพื่อสร้างแหล่งอาหารและสร้างรายได้เสริม รวมทั้งยังลดการเผา ป้องกันการเกิดฝุ่น PM2.5

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.68 นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เปิดโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรกรรมในระดับครัวเรือน ประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมมอบวัสดุอุปกรณ์และปัจจัยในการผลิตให้กับตัวแทนเกษตรกร ซึ่งทาง อบต.โคกกลาง และมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ให้การสนับสนุนวัสดุ ในการทำเห็ดฟางทั้งหมด ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านโสรกขี้หนู (อ่านว่า-โสก-ขี้-หนู) ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยมี นายเจริญ สุขวิบูลย์ นายก อบต.โคกกลาง พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และกลุ่มตัวแทนประชาชนจากพื้นที่ ต.โคกกลาง เข้าร่วมกิจกรรม

โดยเป็นการฝึกอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับวิธีการเพาะปลูกเห็ดฟางให้กับชาวบ้าน โดยการใช้ประโยชน์จากเศษฟางข้าวและตอซังข้าว ที่เหลือทิ้งตามทุ่งนา หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิต นำมาสร้างเป็นแหล่งอาหาร เพื่อก่อให้เกิดการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว และชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเผาฟางข้าวหรือตอซังข้าว ที่จะทำให้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝุ่น PM2.5

นายโสภณ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งกิจกรรมประโยชน์สามอย่าง ได้แก่ ลดการเผาตอซัง ฟางข้าวในนา เป็นการลดฝุ่น PM 2.5 ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน และนำเศษวัสดุหลังจากเก็บเห็ดฟางแล้วไปทำปุ๋ยหมักในฤดูทำนาต่อไป

ด้านนายเจริญ สุขวิบูลย์ นายก อบต.โคกกลาง กล่าวว่า จากกรณีปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และได้มีแนวคิดในการป้องกันและแก้ไข โดยจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมอาชีพแก่ชาวชุมชนในพื้นที่ จึงได้จัดโครงการสอนเพาะเห็ดฟางขึ้นมา ซึ่งขั้นตอนของการเพาะเห็ดฟางก็ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งเห็ดฟางถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน จึงได้นำเศษฟางและตอซังข้าวที่อยู่ตามทุ่งนา ที่ถือเป็นต้นเหตุของการเผาของเกษตรกรหลังการเพาะปลูก ที่ก่อให้เกิดฝุ่นควัน PM2.5 เปลี่ยนมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการเพาะเห็ดฟาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหา ที่เกิดจากการเผาและลดฝุ่นควัน PM2.5 อีกทั้ง เมื่อใช้ประโยชน์จากการเก็บเห็ดฟางแล้ว กองฟางดังกล่าวก็จะเป็นปุ๋ยหมักอย่างดี สำหรับนำไปใช้บำรุงดินในไร่นาต่อไป ซึ่งยังจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตในการทำนาอีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากจะสนับสนุนส่งเสริม ให้เกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ ต.โคกกลาง ได้เพาะเห็ดฟางไว้บริโภคเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนแล้ว หากเหลือหรือผลผลิตออกมาเยอะ ทาง อบต.โคกกลาง จะเป็นตัวกลางจัดหาตลาดให้กับเกษตรกรและชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการเพาะปลูกเห็ดฟางในครั้งนี้ด้วย

ด้าน นางอุดร เผือกพันธ์ อายุ 61 ปี  บ้านสำโรง หมู่ที่ 3 ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ บอกว่า ตั้งใจเข้าร่วมอบรมเพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และทำการเพาะเห็ดฟางเองที่บ้าน โดยจะทดลองเพาะเห็ดดูสักล็อกก่อน หากดีก็จะขยายพื้นที่ ซึ่งมองว่าจะเกิดประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัว ทั้งมีอาหารไว้กินเอง ส่วนที่เหลือก็จะแบ่งไว้ขาย จึงเป็นที่มาที่ตนเองอยากจะทำการเพาะเห็ดฟาง

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็น ปธ.ประชุม มอบแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคระบาด

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็น ปธ.ประชุม มอบแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคระบาด

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็น ปธ.ประชุม มอบแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคระบาด

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.25 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคระบาดที่สำคัญ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น.นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคระบาดที่สำคัญ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป็นผู้บริหารกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมพระพิรุณ ชั้น 1 ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ และมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยปศุสัตว์เขต 1-9 ปศุสัตว์จังหวัด 77 จังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ทั้ง 8 แห่ง และศูนย์ผสมเทียม 10 แห่ง เข้าประชุมผ่านระบบออนไลน์ (ZOOM meeting)

ทั้งนี้ เพื่อมอบนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานด้านการควบคุมโรคระบาดที่สำคัญ ตลอดจนการรับรองระบบ Compartment ของสุกร และมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานนโยบายที่สำคัญของกรมปศุสัตว์ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

‘กรมการข้าว’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ไม่รับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด

'กรมการข้าว'ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ไม่รับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด

‘กรมการข้าว’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ไม่รับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.31 น.

กรมการข้าว ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ไม่รับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

“กรมการข้าว เป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งก่อน ขณะ และหลังปฏิบัติหน้าที่ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้บริหาร ข้าราชการทุกระดับ พนักงาน และลูกจ้าง ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว

พิธีประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ไม่รับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

7 มีนาคม พ.ศ.2568

‘ไบโอซีเคียวริตี้’ ระบบป้องกันโรคทางรอดเกษตรกร

‘ไบโอซีเคียวริตี้’ ระบบป้องกันโรคทางรอดเกษตรกร

‘ไบโอซีเคียวริตี้’ ระบบป้องกันโรคทางรอดเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.03 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสัตว์ ชูระบบไบโอซีเคียวริตี้ ช่วยป้องกันโรคเข้าสู่ฟาร์มได้ผล ยกระดับความปลอดภัยของเกษตรกรไทย

รศ.น.สพ.ดร. มานะกร สุขมาก ผู้อำนวยการศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาดในสัตว์ โดย 2 โรคระบาดสำคัญในสัตว์ ได้แก่ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และ โรคไข้หวัดนก ซึ่งเป็นโรคสำคัญในสัตว์ปีก

สำหรับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เป็นโรคระบาดในสุกรที่มีความรุนแรงสูง สุกรที่ป่วยเป็นโรคนี้ อัตราการตาย 100% และยังเป็นโรคที่ทนทานในสิ่งแวดล้อม มักปนเปื้อนไปกับผู้ปฏิบัติงาน เช่น รองเท้าบูท เสื้อผ้า รถขนส่งสุกร จึงเป็นเชื้อที่จัดการยาก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีน และไม่มียารักษา ทำให้ยากที่จะควบคุม 

ในขณะที่ โรคไข้หวัดนก แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่พบรายงานพบการระบาดเพิ่มเติม แต่ด้วยเป็นโรคที่ติดจากสัตว์สู่คน จึงเป็นอีกโรคที่ต้องเฝ้าระวัง และติดตามการพบโรค พบว่าบุคคลที่สัมผัสสัตว์ปีกป่วยหรือซากสัตว์ปีกที่ตายจากการติดเชื้อนี้ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับเชื้อ 

สำหรับมาตรการป้องกันโรคของไทย แบ่งออกเป็นระดับประเทศ และระดับเกษตรกร โดยภาครัฐ อย่างกรมปศุสัตว์มีมาตรการที่เข้มงวดในการคัดกรองเชื้อโรคก่อนที่จะนำสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งมีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มในการกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งในระดับประเทศถือว่าเข้มข้น ด้านมาตรการป้องกันโรคในระดับฟาร์ม เกษตรกรจะเพิ่มเรื่องระบบไบโอซีเคียวริตี้ หรือความปลอดภัยทางชีวภาพ รวมถึงเรื่องชีวอนามัยในส่วนของตัวผู้ปฎิบัติงาน ถ้าปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก็สามารถป้องกันโรคได้ในระดับดี

รศ.น.สพ.ดร. มานะกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการตรวจวินิจฉัยโรค ระบบไบโอซีเคียวริตี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของวัคซีน ซึ่งไม่ได้ใช้เพียงในฟาร์มขนาดใหญ่ แต่บางเทคโนโลยีเริ่มมีการนำมาใช้ในฟาร์มขนาดเล็กด้วย หรือแม้กระทั่ง AI ที่มีการนำมาใช้ในการตรวจความเจ็บป่วยของสัตว์ เช่น จับอัตราการไอของสุกรในโรงเรือน เพื่อประเมินการป่วย หรือติดกล้องอินฟาเรด มอนิเตอร์สุกรว่ามีไข้สูงผิดปกติหรือไม่ โดยมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

ในอดีตอาจมองว่า ระบบไบโอซีเคียวริตี้จะนำไปใช้เฉพาะในฟาร์มขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันเกษตรกรรายกลางรายเล็กมีการเรียนรู้และปรับปรุงระบบให้ดีมากยิ่งขึ้น แม้ในฟาร์มขนาดเล็กบางฟาร์มที่มีจำนวนสุกรไม่มาก ก็สามารถใช้ไบโอซีเคียวริตี้ ในการควบคุมป้องกันโรค ASF จนไม่มีการติดเชื้อเลย นับเป็นการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ที่ทำให้ฟาร์มของตนอยู่รอด ปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบกับฟาร์มอื่น  กล่าวได้ว่า เมื่อเข้าใจระบบไบโอซีเคียวริตี้ฟาร์มขนาดไหนก็สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ในเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี ยังพบว่าตัวเกษตรกรเองเป็นผู้ที่พยายามขวนขวายหาเทคโนโลยีมาใช้ ต้องขอชื่นชมเกษตรกรไทยที่ทั้งเก่งและไม่ได้หยุดอยู่กับที่ มีความพยายามหาองค์ความรู้ต่างๆ มาใช้ แม้ในบางเทคโนโลยีเป็นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง เกษตรกรที่มีความรู้ก็สามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลงใช้ในราคาที่ไม่แพงและนำมาใช้ได้จริงในฟาร์มของตน

ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐ อย่างกรมปศุสัตว์ หรือ มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลโรคสัตว์ รวมถึงภาคเอกชน ก็จะคอยลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจ และจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรอยู่เป็นประจำ ส่วนเกษตรกรเองก็สามารถขอข้อมูลองค์ความรู้จากภาครัฐได้ โดยติดต่อหน่วยงานในพื้นที่

เกษตรกรไทย ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากที่สุดในการยกระดับการป้องกันโรคในสัตว์ เป็นฟันเฟืองหลักที่จะช่วยป้องกันโรคระบาดสัตว์ให้ประเทศไทยปลอดภัย ปลอดโรค ขอเพียงต้องตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มขนาดไหนก็อยู่รอดได้เหมือนกัน

‘อธิบดีกรมการข้าว’เป็นปธ.ประชุมคณะกรรมการบริหารกรมการข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

'อธิบดีกรมการข้าว'เป็นปธ.ประชุมคณะกรรมการบริหารกรมการข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

‘อธิบดีกรมการข้าว’เป็นปธ.ประชุมคณะกรรมการบริหารกรมการข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกรมการข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการข้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว เจ้าหน้าที่/บุคลากรผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว และผ่านระบบ Zoom meeting

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประสิทธิผลกับเกษตรกรอย่างสูงที่สุด และเพื่อการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนงานโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

– 006

ส.ป.ก.พลิกโฉมก้าวสู่ทศวรรษใหม่ เดินหน้าสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 2.5 ล้านแปลง

ส.ป.ก.พลิกโฉมก้าวสู่ทศวรรษใหม่ เดินหน้าสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 2.5 ล้านแปลง

ส.ป.ก.พลิกโฉมก้าวสู่ทศวรรษใหม่ เดินหน้าสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 2.5 ล้านแปลง

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

ส.ป.ก.จัดงานครบรอบ 5 ทศวรรษอย่างยิ่งใหญ่ โชว์ผลงานเด่นจัดที่ดินให้เกษตรกร 3 ล้านราย 36.6 ล้านไร่ แจกโฉนดเพื่อการเกษตร 3.3 แสนฉบับ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 4.6 แสนไร่ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 12,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรอีก 2.5 ล้านแปลง ในปี 68 พัฒนาการผลิตสู่ BCG Model เพิ่มมูลค่าที่ดินโฉนดเพื่อการเกษตร มุ่งยกระดับอาชีพและรายได้เกษตรกรสู่ความมั่นคง ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปี โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ส.ป.ก.ได้พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ตั้งแต่ดูแลปัญหาที่ดิน เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาทักษะ พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง นอกจากนี้ ส.ป.ก.ยังได้พลิกโฉมการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ส.ป.ก. ในย่างก้าวทศวรรษใหม่ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังคงสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร โดยดำเนินการสำรวจพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร เพื่อจัดทำโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันยังคงตรึงความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก.ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่และจัดสรรให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป

นายอิทธิ ได้กล่าวถึงผลงานโดดเด่นของ ส.ป.ก.ในรอบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมาด้วยว่า ได้จัดที่ดินให้เกษตรกร 3 ล้านราย 36.6 ล้านไร่ มอบโฉนดเพื่อการเกษตรจำนวน 335,943 ฉบับ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 4.6 แสนไร่ 8.2 หมื่นราย ตรวจรับรอง GAP 1,709 ราย 12,355 ไร่ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งสถาบันเกษตรกร ให้แก่ วิสาหกิจชุมชน 648 แห่ง และสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน 109 แห่ง สร้าง Smart Farmer ต้นแบบ 2,303 ราย พัฒนาองค์ความรู้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ 167,120 ราย สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน (สินเชื่อรายบุคคล 11,958.67 ล้านบาท และสินเชื่อสถาบัน 449.48 ล้านบาท) และสนับสนุนเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (ระหว่างปี 2563 – 2567) จำนวน 61 โครงการ วงเงิน 339.69 ล้านบาท อาทิ สร้างถนน สร้างบ่อบาดาล สร้างสระเก็บน้ำสาธารณะ และสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว เป็นต้น

ด้าน นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานของ ส.ป.ก.ในทศวรรษใหม่ว่า สิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไปคือ การเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืนมุ่งเน้นเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรแบบมืออาชีพ มีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีองค์ความรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมทักษะ องค์ความรู้อาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรด้านงานศิลปหัตถกรรมของไทยและร่วมสมัยให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม ยกระดับศักยภาพของเกษตรกรหรือคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Smart Farmer ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและบริหารจัดการสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง รวมไปถึงการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าคุณภาพที่ได้มาตรฐานและมีตลาดรองรับ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“ในปี 2568 ส.ป.ก.ได้วางเป้าหมายเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรไม่น้อยกว่า 2,500,000 แปลง เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการประกาศพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในรูปแบบต่างๆ อาทิ บ่อบาดาล สระน้ำขนาดเล็ก และระบบกระจายน้ำ รวมไปถึงพัฒนาทักษะการผลิตทางการเกษตรเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด BCG Model พัฒนาทักษะอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรเพื่อยกระดับรายได้และการเพิ่มมูลค่าที่ดินโฉนดเพื่อการเกษตร เป็นต้น” นายเศรษฐเกียรติ กล่าว

สำหรับงาน “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่ง ส.ป.ก.จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50ปีนั้น งานยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2568 ณ บริเวณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย นิทรรศการให้ความรู้ อาทิ โซน 5 ทศวรรษ ส.ป.ก.สืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม สู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร โซน Smart Farmer loT นวัตกรรมการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (หรือศูนย์ศิลปาชีพ) ประวัติความเป็นมาแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โซนกิจกรรมร้านค้า ของกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

พร้อมยกทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศมาจำหน่ายในราคาย่อมเยากว่า 100 ร้านค้า สินค้า 500 รายการ ประกอบด้วย หมวดเครื่องดื่มและอาหารปรุงสุกมีทั้งอาหารพื้นถิ่น เช่น ข้าวซอย ผัดหมี่โคราช น้ำมะขามป้อมสปาร์คกิ้งโซดา อาหารอีสานตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชากระวาน หมวดอาหารทานเล่น อาทิ ไส้อั่วพร้อมทาน ขนุนแกะสดๆ เมี่ยงคำดอกบัว ถั่วลายเสือคั่ว ข้าวเกรียบรสต่างๆ หมวดผลิตภัณฑ์จักสานและหัตถกรรม เช่น ผ้าทอตีนจกและผ้าพื้นเมืองหาดเสี้ยว เครื่องใช้จากไม้สัก ผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก เป็นต้น หมวดพืชผัก / ผลไม้ตามฤดูกาล/สินค้าทางการเกษตรของแต่ละภูมิภาค เช่น ข้าวหอมมะลิGI ข้าวไร่หอมหัวบอนจากกระบี่ ส้มเขียวหวานแม่สินจากสุโขทัย โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพ) กิจกรรม workshop อาทิ การสาธิตการเป่าแก้ว การสาธิตแกะสลักงานฝีมือ การจัดโปรโมชั่นพิเศษซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ คอนเสิร์ตจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เป็นต้น

– 006

เปิดภาพรวม’น้ำ’ทั่วไทย ‘นฤมล’ลั่นมีพอใช้ตลอดหน้าแล้ง

เปิดภาพรวม'น้ำ'ทั่วไทย 'นฤมล'ลั่นมีพอใช้ตลอดหน้าแล้ง

เปิดภาพรวม’น้ำ’ทั่วไทย ‘นฤมล’ลั่นมีพอใช้ตลอดหน้าแล้ง

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.38 น.

เปิดภาพรวม’สถานการณ์น้ำ’ทั่วไทย ‘นฤมล’เผยกรมชลประทาน จัดสรรน้ำตามแผน ยันมีเพียงพอตลอดแล้งนี้

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั่วประเทศปัจจุบัน (6 มี.ค.2568) มีปริมาณน้ำใช้การรวม 27,370 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมา 1,365 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี มีเพียงพอใช้จนถึงช่วงต้นฤดูฝนนี้

ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้ 45 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้จัดสรรน้ำตามศักยภาพน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างใกล้ชิด พร้อมกับบูรณาการร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค สนับสนุนน้ำไปใช้ผลิตประปาสำหรับเมืองนครราชสีมา เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ตลอดฤดูแล้งนี้ อีกทั้งยังได้มีการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังนอกแผน รวมถึงการปลูกพืชใช้น้ำน้อยอย่างต่อเนื่อง 

นางนฤมล กล่าวว่า การจัดสรรน้ำในเขตพื้นที่ชลประทาน ปัจจุบันจัดสรรน้ำ ไปแล้วกว่า 20,177 ล้าน ลบ.ม. (69% ของแผนฯ) คงเหลือความต้องการใช้น้ำเพื่อสนับสนุนช่วงฤดูแล้งอีก 8,993 ล้าน ลบ.ม. (31% ของแผนฯ) และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. 

ในส่วนของผลการเพาะปลูกทั้งประเทศ ปัจจุบันมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วรวม 9.86 ล้านไร่ (93% ของแผนฯ) นอกจากนี้ กรมชลประทาน เตรียมทยอยส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน เข้าพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปีพร้อมกัน ตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูก 1 เมษายนนี้ และสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ช่วยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายจากฤดูน้ำหลาก อีกทั้งยังช่วยป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตอนบน รวมไปถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ขณะเดียวกัน กรมชลประทานบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมการทำประมงเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มในช่วงฤดูน้ำหลาก เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สกู๊ปพิเศษ : ASEAN Energy Storage & Smart Energy Expo 2025 มหกรรมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านพลังงาน

สกู๊ปพิเศษ : ASEAN Energy Storage & Smart Energy Expo 2025  มหกรรมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านพลังงาน

สกู๊ปพิเศษ : ASEAN Energy Storage & Smart Energy Expo 2025 มหกรรมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านพลังงาน

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาครัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเสริมสร้างความร่วมมือนำไปสู่แนวทางการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืน จัดงาน ASEAN Energy Storage & Smart Energy Expo 2025 มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด การจัดเก็บพลังงาน และพลังงานอัจฉริยะ ดึงผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานจากทั่วโลกกว่า 200 ราย ร่วมจัดแสดงงานระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2568 ณ อาคาร 7-8 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอบรับมูลค่าตลาดพลังงานทั่วโลกปี 2025 ที่คาดว่าจะสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเติบโตประมาณ 5% ต่อปี

โดยมี นายวรนล จันทร์ศิริ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวระหว่างร่วมพิธีเปิดงาน ASEAN Energy Storage & Smart Energy Expo 2025 มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด การจัดเก็บพลังงาน และพลังงานอัจฉริยะ โดยความร่วมมือจัดงานของ คอมพาส เอ็กซิบิชั่น และ กวางตง แกรนด์เดอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป รวมถึงการสนับสนุนจากพันธมิตรภาครัฐและเอกชนหลากหลาย อาทิ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สมาคมพลังงานลมแห่งประเทศไทย, สหพันธ์การค้าชาวไทย-จีน,สมาคมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ กวางตุ้ง ถือเป็นงานแสดงสินค้าด้านธุรกิจพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร มีองค์กร หน่วยงานและบริษัทชั้นนำร่วมออกบูธกว่า 200 ราย พร้อมด้วย นางกัลป์ยกร ซูซูกิ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดหาและบริหารสัญญาเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) นางชัญญรักษ์ฉิน ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB นายวัชรพงศ์ เข็มแก้ว นายกสมาคมพลังงานลมไทย นายหวัง เจาหยุน ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท กวางดง แกรนด์เดอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป ร่วมงานซึ่งคาดว่าในช่วงปี 2024-2025 มูลค่าตลาดพลังงานทั่วโลกจะสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตประมาณ 5% ต่อปี

‘อัครา’ติดตามแปลงต้นแบบถั่วเหลืองฯ

‘อัครา’ติดตามแปลงต้นแบบถั่วเหลืองฯ

‘อัครา’ติดตามแปลงต้นแบบถั่วเหลืองฯ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร พร้อมติดตามการดำเนินงานแปลงต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองที่มีประสิทธิภาพแบบคาร์บอนต่ำ โดยมีนายธนสารธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.พะเยา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ที่แปลงต้นแบบ บ้านร่องไฮ หมู่ 5ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งการจัดทำแปลงต้นแบบดังกล่าวเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมวิชาการเกษตรกรมส่งเสริมการเกษตร บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และส่วนราชการใน จ.พะเยา มีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลการผลิตถั่วเหลืองที่มีประสิทธิภาพแบบคาร์บอนต่ำจากผลผลิตถั่วเหลืองวิธีดั้งเดิม 266 กก.ต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัมต่อไร่ และยังเป็นวิธีการปลูกที่นำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ รองรับการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมในการผลิตถั่วเหลืองเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตถั่วเหลือง สร้างรายได้ให้เกษตรกร และเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดในอนาคต

สำหรับโครงการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองหลังนา กรมวิชาการเกษตรได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองพันธุ์ กวก.เชียงใหม่ 60 รวม 4,540 กิโลกรัม โดยจะนำไปปลูกในพื้นที่ 300 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตถั่วเหลืองไม่น้อยกว่า 60 ตัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนในชุมชนไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท เป็นการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ในการรณรงค์เกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชตระกูลถั่วที่ใช้น้ำน้อย เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่เกษตร รวมถึงเพิ่มปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศให้สูงขึ้น โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา จะเป็นผู้รวบรวมผลผลิตถั่วเหลืองของเกษตรกรต่อไป

‘ธนดล’ลุยที่เขาใหญ่ รุกเขตปฏิรูป4หมื่นไร่ เดินหน้ายึดคืนพื้นที่ มอบคืนแก่เกษตรกร

‘ธนดล’ลุยที่เขาใหญ่  รุกเขตปฏิรูป4หมื่นไร่  เดินหน้ายึดคืนพื้นที่  มอบคืนแก่เกษตรกร

‘ธนดล’ลุยที่เขาใหญ่ รุกเขตปฏิรูป4หมื่นไร่ เดินหน้ายึดคืนพื้นที่ มอบคืนแก่เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมมีวาระพิจารณา ประกอบด้วย 1.การตรวจสอบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการออกโฉนดโดยมิชอบในพื้นที่ 4 หมื่นไร่ บนพื้นที่ ส.ป.ก.ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 2.การตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยร่วมหารือและพิจารณาตรวจสอบข้อมูล ได้แก่ แผนที่ เอกสารสิทธิการถือครองที่ดินบริเวณดังกล่าว เอกสารที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ และมีมติเห็นชอบในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมาย จะมีการขยายผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนต่อไป

“ผมได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญในการตรวจสอบการออกโฉนดและการถือครองที่ดิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบว่าพื้นที่กว่า 4 หมื่นไร่ มีการบุกรุกเขตปฏิรูปที่ดิน และไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ์การถือครอง จึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายจริง จะเดินหน้าขยายผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ เพื่อยึดคืนพื้นที่จากนายทุนและผู้มีอิทธิพล ส่งคืนสู่มือเกษตรกรให้ได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามวัตถุประสงค์ของการจัดรูปที่ดิน” นายธนดล กล่าว